xs
xsm
sm
md
lg

อยากจะรั้ง...ลั้ง

เผยแพร่:   โดย: ฉัตรพรรษ พงษ์เจริญ


แสงแดดอุ่นๆ ยามเช้าที่ส่องทะลุผ่านหน้าต่างมากระทบกับผิวกายและเสียงร้องขอนกนานาพันธุ์ระงมเซ็งแซ่ยามออกหากิน ผลักดันให้ผมขยับร่างกายออกจากที่นอนออกมาชื่นชมกับความงามของธรรมชาติภายนอกห้องพัก ผมเดินผ่านประตูห้องที่ถูกเปิดออกไปยังชานระเบียง สิ่งที่สัมผัสได้ช่างแตกต่างจากสภาพพื้นที่หลายๆ แห่งของประเทศ ที่ขณะนี้กำลังเผชิญกับความแห้งแล้งซึ่งมีความรุนแรงเป็นพิเศษในปีนี้ อุณหภูมิของอากาศที่กำลังเย็นสบาย เสียงของน้ำในลำธารที่ไหลกระทบกับก้อนหินขนาดต่างๆ และสภาพป่าที่ยังคงสีเขียวของต้นไม้ใบไม้นั้นส่งผลให้จิตใจผมรู้สึกปลอดโปร่งสดชื่นรื่นรมย์เป็นอย่างมาก นกชนิดต่างๆ บินวนเวียนกระโดดไปมาตามพุ่มไม้กิ่งไม้ใกล้ๆ ไม่ตื่นกลัวคน ทำให้การชื่นชมชีวิตของพวกมันไม่ต้องพึ่งพากล้องส่องทางไกลแบบสองตาประจำตัวซึ่งยังถูกเก็บเอาไว้อยู่ในกระเป๋าเดินทาง นกเอี้ยงถ้ำ นกกระจิบคอดำ นกกางเขนดง นกปรอดเหลืองหัวจุก นกปรอดโอ่งเมืองเหนือ นกเขียวก้านตองหน้าผากสีทอง นกโพระดกธรรมดา หากินไล่เรียงกันตั้งแต่จากพื้นล่างของผืนป่าไปจนถึงเรือนยอดของต้นไม้ใหญ่ การดื่มด่ำธรรมชาติหน้าห้องพักดำเนินมาได้ครู่ใหญ่จนกระทั่งแสงแดดเริ่มทวีความร้อนแรง ผมตัดสินใจกลับเข้าไปในห้องพัก เริ่มเตรียมตัวและอุปกรณ์เพื่อการเดินชื่นชมและบันทึกภาพธรรมชาติในบริเวณอื่นๆ

เนื่องจากการเดินในพื้นที่นี้อาจจะต้องลุยลำธารหรือปีนไปตามน้ำตกเล็กๆ กระเป๋าอุปกรณ์แบบกันน้ำและรองเท้าสานที่ไม่ต้องกังวลยามเปียกปอนจึงถูกเลือกมาใช้งาน แสงแดดเริ่มรุนแรงขึ้นกว่าช่วงเช้าเมื่อผมรัดดึงเชือกรองเท้าให้แน่นก่อนออกเดิน ร่มไม้โดยรอบทำหน้าที่บรรเทาความร้อนนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ พาลให้คิดว่าเหตุใดคนส่วนใหญ่จึงมักจะสร้างสิ่งต่างๆ มาคลุมบังในเมื่อการปลูกต้นไม้เป็นทางออกที่ผมคิดว่าดีที่สุดและให้อรรถประโยชน์มากกว่า ความคิดเริ่มเลือนไปตามระยะเดินที่มากขึ้น ความเหนื่อยล้าเริ่มมีอิธิพลเหนือจิตใจ เหงื่อชุ่มโชกเต็มหลังยามปีนป่ายไปตามทางเดินขึ้นลงและการข้ามขอนไม้ล้มขวาง เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเส้นนี้ไม่สะดวกสบายนักเมื่อเทียบกับเส้นทางเดินในอุทยานแห่งชาติชื่อดังต่างๆ แต่นั่นก็หมายถึงสภาพธรรมชาติสองข้างทางเดิมที่ไม่ได้ถูกปรับเปลี่ยนแปลงให้สูญสลายหายไป ดอกไม้ แมลงตัวจ้อย ผีเสื้อทั้งที่เป็นตัวอ่อนและตัวเต็มวัยโผล่มาให้เห็นอยู่ตลอดโดยเฉพาะอย่างยิ่งผีเสื้อถุงทองธรรมดา

เส้นทางครึ่งหนึ่งได้ผ่านไปแล้ว ผมพักเหนื่อยและดื่มน้ำจากขวดน้ำส่วนตัวเพื่อดับกระหายในบริเวณที่ทางอุทยานฯ จัดเตรียมไว้ บริเวณนี้เป็นริมผาขนาดเล็กซึ่งมีส่วนเปิดโล่งพอให้มองเห็นทิวทัศน์ของน้ำตกที่เป็นจุดเด่นของพื้นที่แห่งนี้จากทางด้านบน แม้จะมีปริมาณน้อยลงไปแต่ก็ยังคงไหลต่อเนื่องโดยตลอด หลังจากหายเหนื่อยด้วยทัศนียภาพและละอองน้ำเย็นๆ ที่ถูกพัดขึ้นมากระทบผิวหนังด้วยสายลมเอื่อยๆ การออกเดินจึงเป็นสิ่งที่ผมเลือก

ครึ่งทางช่วงหลังเป็นเส้นทางที่เดินง่ายขึ้นเนื่องจากป็นทางเดินลงเขาผิดกับช่วงต้นของเส้นทางเดินชันขึ้น ทางค่อนข้างจะเดินได้ง่ายเลาะลัดไปตามช่องระหว่างโขดหินและก้อนหินขนาดต่างๆ ที่อุดมไปด้วยมอส ตะไคร่และไลเคนส์ ซึ่งถูกใช้เป็นที่หลบซ่อนของบรรดาจิ้งเหลนภูเขาเกล็ดเรียบและจิ้งเหลนบ้านตัวน้อยเมื่อตื่นตระหนกตกใจ เห็นจะมีแต่จิ้งเหลนบ้านโคนหางใหญ่โตตัวเขื่องเท่านั้นที่คงเดินเรื่อยๆ หากินไปตามโคนต้นไม้และพื้นป่าที่ปกคลุมไปด้วยใบไม้อย่างไม่แยแสต่อการพบปะกัน เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติสิ้นสุดบรรจบเข้ากับเส้นทางที่พาเดินลงไปชมน้ำตก บริเวณนี้มีสถูปเก่าแก่ที่สร้างเอาไว้เมื่อสมัยก่อนนานมาแล้ว มอส ตระไคร่ ไลเคนส์และต้นไทรขึ้นเกาะแน่นเฉกเช่นเดียวกันกับก้อนหินที่ผมพบเห็นระหว่างทาง ซึ่งเมื่อพิจารณาคร่าวๆ น่าจะเป็นการดีในกรณีที่ใช้เป็นจุดเด่นดึงดูดสำหรับการท่องเที่ยวอันตัวผมเองก็มิได้เห็นแย้งหรือปักหลักโต้เถียงคัดค้าน แต่ถึงกระนั้นความรู้สึกของผมก็ยังคงเห็นว่าเป็นสิ่งแปลกประหลาดไม่สอดคล้องกับความเป็นธรรมชาติอันงดงามยิ่งกว่าเลยแม้แต่น้อย

สิ่งหนึ่งที่ทำให้จิตใจผมเหมือนจะแช่มชื่นขึ้นเมื่อเดินผ่านลำธารลงไปยังส่วนล่างของอุทยานฯ คือ ความจริงจังในการห้ามนำอาหารมารับประทานบริเวณน้ำตก ที่ดั้งเดิมทีใครใคร่จะนำอาหารประเภทใดปริมาณเท่าไหร่นั้นก็สามารถกันเต็มที่ตามแต่แรงกายจะหอบหิ้วขนกันมาได้ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยดูช่างเป็นคำที่ห่างเหินและถูกหมางเมินไปอย่างไม่มีเยื่อใยยิ่งกว่าสายตาของจิ้งเหลนบ้านตัวเขื่องตัวนั้นที่มีต่อผม ส่วนเรื่องขยะสิ่งปฏิกูลนั้นก็มหาศาลและไม่อยากจะเอ่ยถึงให้เสียบรรทัด แต่ในเวลานี้เจ้าหน้าที่มีจุดสกัดห้ามปรามเข้มข้นพร้อมทั้งจัดบริเวณรับประทานอาหารไว้เป็นสัดส่วนและเรียบร้อย ขยะในบริเวณนั้นเองก็มีการจัดเก็บได้อย่างเป็นระบบระเบียบน่าชื่นชม

ในส่วนตัวผมถึงแม้จะรู้สึกได้ว่ามีความไม่พึงใจแผ่เพ่งออกมาจากสายตานักท่องเที่ยว แต่นั่นหมายถึงการได้ฟื้นตัวและกลับเข้าสู่ความที่สภาพธรรมชาติควรจะเป็นอันน่าจะมีความสำคัญมากกว่าการที่นักท่องเที่ยวสามารถจะกระทำอะไรก็ได้อย่างใจดังไทยแท้อย่างที่คุ้นชินกันมาก่อน ผมไม่แน่ใจว่าอะไรกันแน่ที่พวกเขาเหล่านั้นต้องการยามเข้ามายังพื้นที่ที่มีสภาพธรรมชาติอันแสนงดงามนี้ โต๊ะพร้อมม้านั่งตัวแล้วตัวเล่าที่เต็มไปด้วยอาหารและผู้คนมากมายผ่านตาไปจนกระทั่งมีป้ายประกาศอันหนึ่งสะดุดเข้ากับสายตา ป้ายขนาดใหญ่ให้ข้อมูลของ ตะกองหรือลั้ง ผมหวนนึกถึงเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ครั้งที่ผมเคยพบเห็นตะกองครั้งแรกในชีวิต ณ ที่แห่งนี้

ครั้งนั้นผมยังเป็นเพียงเด็กมหาวิทยาลัยปีสอง ที่ออกมาท่องเที่ยวพักค้างแรมกับเพื่อนที่เริ่มสนใจในเรื่องราวของสัตว์ป่า ณ อุทยานฯ แห่งนี้ คืนหนึ่งเราตัดสินใจพกไฟฉายติดตัวและออกเดินจากที่พักเพื่อไปหาส่องสัตว์ท่ามกลางอากาศที่ร้อนชื้นและอบอ้าว อีกทั้งฝนที่เริ่มปรอยลงมา ก็ไม่ได้ส่งผลให้ใครล้มเลิกความตั้งใจ พวกเรายังคงสอดส่ายสายตาไปตามลำแสงของไฟฉายที่พุ่งไปตามสุมทุมและเรือนยอดของต้นไม้ด้วยหวังว่าจะพบเห็นสัตว์ป่าที่ออกมาหากินยามค่ำคืนซักตัวหนึ่ง เราเดินไปกันตามทางเดินเลียบลำธารจนกระทั่งสายฝนเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นจึงตัดสินใจกลับเข้าที่พัก หวั่นสุดใจว่าคืนนี้คงไม่พบเจอสัตว์ชนิดใดแล้ว ทันใดนั้นวัตถุสีเขียวที่สะท้อนแสงไฟฉายบนก้อนหินดำทะมึนริมลำธารกลางสายฝนระหว่างเดินกลับสะกดให้ทุกคนหยุดยืนมอง

“ตัวอะไร อิกัวน่าหรือเปล่า?” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยปาก

“ไม่ใช่ อิกัวน่าไม่พบในบ้านเรา นี่มัน ตะกอง” ผมตอบ

“เป็นกิ้งก่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในบ้านเราเลยนะ กินแมลงและสัตว์ขนาดเล็กอื่นๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เคยเห็นตัวจริงๆ” ผมเสริมข้อมูลเท่าที่พอจะทราบให้กับเพื่อน

พวกเราเริ่มเคลื่อนที่เข้าไปหามันช้าๆ ทีละน้อย เพื่อที่จะเข้าไปสังเกตดูใกล้ๆ ฝนที่ลงหนักทำให้เสื้อผ้าและเนื้อตัวชุ่มฉ่ำแต่ก็ไม่มีใครซักคนที่ถอนตัวออกจากจุดนั้น ตะกองตัวนั้นก็ยังคงเกาะนิ่งอยู่บนก้อนหินก้อนเดิม รายละเอียดของลวดลายตามลำตัวเริ่มชัดเจนมากขึ้น กิ้งก่าตัวใหญ่ เกล็ดตามลำตัวมีขนาดเล็กสีเขียวสด มีหนามแหลมตังแต่ส่วนหัวไล่ตามสันหลังไปถึงส่วนหางและมีลายพาดสีดำสลับกับสีเขียว มันค่อยๆ หันมามองเมื่อเราเริ่มเข้าใกล้มากขึ้น จนกระทั่งใครคนหนึ่งถลำตัวเข้าใกล้ตำแหน่งของมันมากเกินไป ใกล้เกินกว่าระยะที่มันรู้สึกปลอดภัย ซึ่งมีโอกาสอย่างมากที่จะเป็นตัวผมเองนั่นแหละ

“ตูม” เสียงวัตถุตกลงน้ำดังขึ้นพร้อมหยดน้ำที่กระเซ็นไปทั่ว หินก่อนนั้นว่างเปล่า ตะกองตัวนั้นกระโดดหนีลงลำธารไปแล้วตามพฤติกรรมที่มักแสดงออกมายามรู้สึกถึงอันตราย

“ตูม” เสียงดังพร้อมน้ำกระเซ็นเบื้องหน้าทำให้ผมกลับออกมาจากห้วงความคิด เด็กน้อยกลุ่มหนึ่งเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานใกล้กับบริเวณที่ผมยืนอยู่ ผมหันกลับมามองที่ป้ายข้อมูลของตะกองอีกครั้งและสังเกตเห็นป้ายเล็กๆ ป้ายหนึ่งที่ถูกแขวนห้อยอยู่ด้านล่าง

ป้ายที่ตัวผมคิดว่ามีขนาดเล็กเกินไปนั้นเตือนให้ทราบว่าพื้นทรายบริเวณนั้นเป็นพื้นที่เปราะบางเป็นอย่างมากและไม่ควรมีใครเข้าไปรบกวนเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ตะกองใช้วางไข่ แต่สิ่งที่ผมพบมันช่างเป็นเสมือนภาพที่สะท้อนจากกระจกเงาให้เห็นถึงตัวตนและสภาพสังคมของเราได้เป็นอย่างดี ร่องรอยรองเท้าอันปรากฏอยู่บนผืนทรายนั้น มากด้วยขนาดและลวดลาย ผมทำได้เพียงถอนหายใจแล้วก้าวหลบออกมา ไม่ต้องมีคำใดจะต้องนำมาใช้เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ผมคิดถึงตะกองตัวนั้นและตัวอื่นๆ พวกมันจะมีพื้นที่เพื่อวางไข่และสืบทอดเผ่าพันธุ์เหลืออยู่อีกไหม มีเวลาเหลืออีกเท่าไหร่ก่อนเผ่าพันธุ์ของพวกมันจะสูญพันธุ์ หรือนี่จะเป็นคำตอบให้กับคำถามในใจของผมที่ว่าทำไมการมาเยือนในครั้งหลังๆ นั้น ผมถึงไม่พบเจอพวกมันอีกเลย

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผมไม่เข้าใจว่าทำไม เพราะเหตุใดที่เราละเลยต่อสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น สิ่งมีชีวิตที่อาศัยร่วมโลกใบเดียวใบนี้กับพวกเรา สิ่งมีชีวิตที่ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อที่จะอยู่รอดและสืบทอดเผ่าพันธุ์ให้คงอยู่ในโลกอันโหดร้ายจากน้ำมือของมนุษย์ จะมีไหม จะมีซักครั้งไหมที่เราจะหันมามองและเปิดโอกาสให้ชีวิตของพวกมันดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็นตามธรรมชาติในบ้านของพวกมัน

ผมรู้ดีว่าพวกเรารู้และสามารถที่จะร่วมมือทำสิ่งเหล่านั้นด้วยกันได้ซึ่งจะทำให้โลกใบนี้เป็นโลกที่น่าอยู่ขึ้นอีกมาก

หรือเป็นเพราะพวกเราเองนั่นแหละที่เลือกทางเดินอีกเส้นหนึ่ง เส้นทางเดินที่ผมเรียกว่า

“ไม่ใส่ใจ”

...

เกี่ยวกับผู้เขียน

จองื้อที

แต่เดิมเป็นเด็กต่างจังหวัดจากภาคตะวันออก มุ่งมั่นเข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยความสนใจส่วนตัวและถูกชักชวน จึงเลือกเข้าศึกษาในภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ สาขาวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าและทุ่งหญ้า ซึ่งระหว่างนั้นก็ได้มีโอกาสช่วยเก็บข้อมูลงานวิจัยสัตว์ป่าในหลายพื้นที่ หลังจากสำเร็จการศึกษาได้รับคำแนะนำให้ไปศึกษาต่อยังสถาบันอื่น จึงได้เข้ามาศึกษาต่อ ณ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในระดับปริญญาโทต่อมาถึงในระดับปริญญาเอก และยังคงมีสถานภาพเป็นนิสิตอยู่ในปัจจุบันขณะ

"เราพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย เพื่อที่สุดท้ายแล้วเราจะได้รู้ว่า แท้จริงแล้งเราไม่ได้รู้อะไรเลย"

พบกับบทความ “จองื้อที” ได้ทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน








เพิ่มมูลค่าพลอยเกรดต่ำด้วย "ลำไอออน" เทคโนโลยีอนุภาคความร้อนต่ำพลังงานสูงทางเลือกใหม่เอาใจคนรักอัญมณี ให้ประสิทธิภาพดีกว่าการเผา "ใสกว่า-สีสดกว่า-ทุ่นเวลา-ไม่ทำให้พลอยแตก" เพิ่มราคาเศษพลอยไร้ค่าได้ 10 เท่า อ่านต่อเพิ่มเติม www.manager.co.th/science #sciencenews #mgrscience #manageronline #jewelry #ion #chiangmai #university

A photo posted by AstvScience (@astvscience) on



กำลังโหลดความคิดเห็น...