บรรยากาศการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายเริ่มทวีความเข้มข้นทั่วประเทศ ไม่เฉพาะในกรุงเทพมหานครและหัวเมืองใหญ่เท่านั้น แต่ยังลามมาถึงหลายพื้นที่สำคัญ หนึ่งในนั้นคือ จังหวัดสมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 8 ซึ่งถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่าเป็นสนามแข่งขันที่ดุเดือดไม่แพ้ที่ใด
รายงานจากพื้นที่ระบุว่า การเลือกตั้งในเขต 8 สมุทรปราการ เป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างพรรคการเมืองหลัก 3 สี ทั้งพรรคสีแดง พรรคสีเขียว และพรรคสีฟ้า ซึ่งกำลังมาแรง โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้ส่งผู้สมัครคนรุ่นใหม่ “นายทนงศักดิ์ ปิ่นถาวร” หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ “เสี่ยบอนด์” ลงชิงเก้าอี้ ส.ส. สมุทรปราการ เขต 8 หมายเลข 10 หวังปักธงท่ามกลางกระแสพรรคที่กำลังฟื้นตัว
นายทนงศักดิ์ ไม่ถือเป็นหน้าใหม่ในแวดวงการเมือง เคยผ่านบทบาทผู้ช่วย ส.ส. พรรคเพื่อไทย เคยเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ และตัดสินใจเลือกลงสนามใหญ่ในนามพรรคประชาธิปัตย์ จึงถูกมองว่าเป็นผู้ที่เข้าใจเกมการเมืองของพรรคใหญ่เป็นอย่างดี ทั้งยังมีภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ มีพลัง บุคลิกโดดเด่น และมีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการ
อย่างไรก็ตาม นายทนงศักดิ์ ยืนยันชัดเจนว่า การลงสมัครครั้งนี้ต้องการสร้างการเมืองระดับชาติที่ “ใสสะอาด” ปราศจากการซื้อเสียง โดยย้ำว่าต้องการคะแนนบริสุทธิ์จากประชาชน และอยากจารึกการเมืองของตนเองว่าเป็นการเมืองที่ไร้มลทิน ไม่ว่าผลคะแนนจะออกมาเท่าใดก็พร้อมยอมรับอย่างภาคภูมิใจ
แม้กระแสตอบรับในพื้นที่จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่นายทนงศักดิ์ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่อย่างหนัก พร้อมทีมงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เข้าทุกตรอกออกทุกซอยด้วยตนเอง แม้ในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก หรือไม่มีผู้สมัครรายอื่นไป ชาวบ้านในพื้นที่หลายรายสะท้อนว่า ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเดียวที่ “เดินเข้ามาหาประชาชนจริงๆ”
นายทนงศักดิ์ ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่มีเดิมพันสูง ทั้งเรื่องอธิปไตยของประเทศ ภัยจากทุนสีเทา รวมถึงความมั่นคงทางไซเบอร์ของชาติและประชาชน พร้อมขอร้องให้ประชาชนพิจารณาเลือกผู้แทนอย่างรอบคอบ ดูประวัติพรรคการเมืองและผลงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นการซื้อเสียง ซึ่งเปรียบเสมือนการขายสิทธิ์ของตนเอง และยากจะเรียกร้องความรับผิดชอบจากนักการเมืองภายหลัง
“หากเป็นคะแนนบริสุทธิ์ จะเป็นพันธสัญญาใจที่ผูกมัดกัน ผู้แทนต้องรับฟังเสียงประชาชน” นายทนงศักดิ์กล่าว
พร้อมกันนี้ยังวิพากษ์พรรคการเมืองที่เคยมีโอกาสบริหารประเทศมาแล้ว แต่ไม่สามารถทำตามคำพูดได้ โดยตั้งคำถามถึงความจริงใจในการหาเสียงครั้งนี้
“เคยเป็นรัฐบาลมาแล้ว 2–3 ปี ทำไมไม่ทำตอนนั้น วันนี้มาพูดว่าจะทำ เหมือนยืนโกหกประชาชนไปวันๆ” นายทนงศักดิ์กล่าว
นายทนงศักดิ์ จึงขอโอกาสจากพี่น้องประชาชน เพื่อเข้ามาทำงานอย่างจริงจัง ตั้งแต่วันแรก ภายใต้สโลแกนพรรคประชาธิปัตย์ “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น” พร้อมย้ำว่า การเลือกพรรคประชาธิปัตย์คือทางเลือกที่ปลอดภัยต่อสังคม ประเทศชาติ และความมั่นคง
ทั้งนี้ ระหว่างการลงพื้นที่หาเสียง นายทนงศักดิ์ยังได้เข้าไปช่วยดูแลเหตุรถยนต์เบรกกะทันหันบริเวณเชิงสะพาน หลังพบว่ามีถุงขยะตกหล่นจากรถขนขยะบนถนน โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมฝากเตือนผู้ใช้รถขนส่งให้ตรวจสอบการผูกมัดสิ่งของให้แน่นหนา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
“ไม่ได้เป็นหมอ หรือ ส.ส. แต่เป็นห่วง” นายทนงศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย


