xs
xsm
sm
md
lg

สู้ไป..สับสนไป! รู้แระข้อมูล “อานนท์” งับจาก “ปวิน” แก้ ม.112 “หมอวรงค์” ชี้ ยากพอกับหัวทุบกำแพงวัดพระแก้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ นายอานนท์ นำภา จากแฟ้ม
“อานนท์” รู้แระ! จับเด็ก คดี ม.112 นายมันสั่ง ที่แท้งับจาก “ปวิน”? “หมอวรงค์” แนะแก้ กม.หมิ่นเบื้องสูง ลองเอาหัวทุบกำแพงวัดพระแก้วก่อน “อดีตบิ๊กข่าวกรอง” งง สับสน 3 นิ้ว “พิชิต-อดีตเพื่อนทอน” จวก “ไร้ภาวะการนำ”

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (18 ม.ค. 64) เฟซบุ๊ก อานนท์ นำภา ของนายอานนท์ นำภา แกนนำคณะราษฎร 2563 โพสต์ข้อความระบุว่า

ภาพ จากเฟซบุ๊ก อานนท์ นำภา
“ไม่ได้แก้ครับ แต่ยกเลิก 112 และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ในร่องในรอยครับ”

ก่อนหน้านี้ นายอานนท์ โพสต์ข้อความ ว่า
“...จับทางได้แระ นายมันสั่งมาว่า อย่าให้มีการแสดงข้อความ “ยกเลิก 112”

ผมขอการสนับสนุนสติกเกอร์ “ยกเลิก 112” ขนาดประมาณ 1 ฝ่ามือ จำนวนมาก

ใครพอจัดทำได้ หรือพอจะสนับสนุนหาร้านจัดทำได้ ช่วยติดต่อที่ผมด้วยครับ

(รบกวนช่วยกันออกแบบให้สวยงามตามสมควรด้วยเน้อ)

ขอบคุณครับ”

แต่เป็นที่สังเกตว่า เมื่อวันที่ 16 มกราคม เวลา 19:16 น. เฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun ของ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ผู้ลี้ภัยการเมืองในประเทศญี่ปุ่น โพสต์ข้อความระบุว่า “ตายแล้ว ไอ้ค้อก” พร้อมข้อความทำเป็นกราฟิกเรื่องราวที่ต้องการชี้ให้เห็น ซึ่งไม่แน่ว่า เป็นเรื่องจริง หรือสร้างข่าวปลอมขึ้นมา เพราะไม่มีหลักฐานอะไรยืนยัน

เรื่องนั้น สรุปว่า มีคนสั่ง ผบ.ตร. ให้จัดการกับกลุ่มที่ทำผิด ม.112 อย่างเด็ดขาด

ภาพ จากเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ของ “หมอวรงค์” นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม
ด้าน เฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ของ “หมอวรงค์” นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานกลุ่มไทยภักดี โพสต์ข้อความหัวข้อ “#คัดค้านแก้ไขมาตรา 112”

โดยระบุว่า “ผมยังยืนยันว่า มาตรา 112 ไม่ได้เป็นปัญหาต่อประชาชน ต่อรัฐบาล หรือต่อความอยู่กินดีใดๆ ทั้งสิ้น ซ้ำทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ ดำรงอยู่เป็นหลักยึดเหนี่ยวคู่กับสังคมไทย

ที่สำคัญ ผมเดินทางพบปะสัมผัสกับประชาชนหลายกลุ่ม ก็ไม่มีใครคิดเลยว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นปัญหาประเทศ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนที่คิดว่ามาตรา 112 เป็นปัญหา นั่นแหละคือตัวปัญหาประเทศ

อยากบอกพรรคก้าวไกลว่า อย่ามัวมาเสียเวลาสร้างปัญหาให้ประเทศ ด้วยการเสนอแก้ไขมาตรา 112 เอาเวลามาแก้ไขปัญหา ของประชาชนจะดีกว่า

ถ้าใครคิดว่าจะแก้ไขมาตรา 112 หรือคิดจะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นผู้สถาปนาแผ่นดินนี้ ให้ลองเอาหัวไปทุบกำแพงวัดพระแก้วดูว่า กำแพงพังไหม ถ้ากำแพงพังเมื่อไร ค่อยมาคิดแก้ไขมาตรา 112”

ภาพ นายนันทิวัฒน์ สามารถ จากแฟ้ม
ขณะที่ เฟซบุ๊ก Nantiwat Samart ของ นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความ หัวข้อ “ใครเป็นแกนนำ”

เนื้อหาระบุว่า “ผ่านมาเป็นปี ม็อบที่ก่อกวนรัฐบาลอ้างมาตลอดว่า เป็นม็อบที่ไม่มีแกนนำ เป็น flash mob ทุกคนเป็นแกนนำหมด

เพิ่งมีความชัดเจนเมื่อ 16 ม.ค. นี้
ที่มีการแถลงจากโฆษกคณะราษฎรคนใหม่ ว่า การชุมนุมที่บริเวณสามย่านไม่ใช่การจัดของกลุ่มราษฎร และขอให้ติดตามเพจทางการของกลุ่มราษฎรที่เดียวเท่านั้น

ส่วนกลุ่มอื่นๆ ไม่ใช่กลุ่มราษฎรตัวจริง แต่แอบอ้างชื่อ ทำให้ประชาชนสับสน แถลงอย่างนี้ หมายความว่า ต่อแต่นี้ ม็อบห้ามแตกแยก ห้ามนอกแถว ห้ามเห็นต่าง ห้ามแย่งซีน ต้องฟังโฆษกแต่ผู้เดียว ก็ชัดเจนดี แต่เกิดคำถามว่า คนในขบวนการแตกแยกอะไรกันหรือ มีสาเหตุใดทำให้ขัดแย้ง

นับจากนี้ไป การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง อาจได้ยินชื่อ กลุ่มราษฎรดั้งเดิม กลุ่มเก่า กลุ่มราษฎรแท้ กลุ่มราษฎรเก๊ เหมือนขายก๋วยเตี๋ยวแถวคลองรังสิต ไม่รู้จะเชื่อใครดี”

ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เฟซบุ๊ก Pichit Chaimongkol ของ นายพิชิต ไชยมงคล อดีตโฆษกกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และอดีตเพื่อน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เคลื่อนไหวในสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ด้วยกัน โพสต์หัวข้อ “ชิงการนำ”

โดยระบุว่า “ไม่ใช่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกแดงเดือดคืนนี้เท่านั้นที่ชิงการนำ (17 ม.ค. 64)

แม้แต่การปฏิวัติในเมืองไทย ยังมีชิงการนำ หักการชุมนุม แย่งชิงประเด็นกันเอง เทกันเรื่อยๆ

คณะราษฎร มีเพจหลายอัน นัดเคลื่อนไหวผ่านเพจ เสียจนมวลชนสับสน ล่าสุด โฆษกคณะราษฎร ก็ออกมาประกาศไม่เกี่ยวข้องที่สามย่าน หลังมีระเบิดลง ตำรวจกับนักข่าวบาดเจ็บ

แต่เหตุไหน เพจคณะราษฎร อีกอัน กลับมาปลุกให้เตรียมชุมนุมใหญ่เร็วๆ นี้ มันเหมือน “เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น” พอเคลื่อนไหวพลาดก็เท ถ้าดีก็เป็นแนวร่วมได้ ไร้ภาวะการนำจริงๆ

เอ้า เตรียมวุฒิภาวะให้พร้อม ในการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป ให้เบิ้ม บึ้ม กว่าปีที่แล้ว

ปีที่ผ่านมา สะสมชัยชนะมาทุกครั้ง แทบยึดจ่าฝูงได้แล้ว ปีนี้ขอให้ชนะอีก ชนะไปเรื่อยๆ แล้วกัน เป็นแชมป์การชุมนุมเหนือโลก เหนือโรค (โควิด-19) กันไปเลย”

แน่นอน, ยิ่งนานวันยิ่งทำให้เห็นความสับสน ความไม่เป็นตัวของตัวเอง และวุฒิภาวะในการเคลื่อนไหวของ “ม็อบ 3 นิ้ว” อะไรที่ทำให้เกิดภาพนี้ขึ้น

ประการแรก คนที่ออกมาโชว์ตัวนำม็อบ โดยเฉพาะกลุ่มคณะราษฎร 2563 ดูเหมือนไม่ใช่ตัวจริง ที่ต้องการเคลื่อนไหวเรียกร้องทางการเมือง โดยปราศจากการครอบงำ และสร้างกระแสข้อเรียกร้องขึ้นมาเอง เห็นได้ชัด กรณี “รุ้ง” น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นักศึกษาคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และคณะราษฎร 63 เคยบอกว่า มีคนเอาข้อเรียกร้อง 10 ข้อ เพื่อ “ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์” มายัดใส่มือให้ขึ้นอ่าน ก่อนหน้าไม่นานเท่านั้นเอง นั่นเท่ากับว่า มีคนอยู่เบื้องหลัง หรือไม่

ประการที่สอง ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่เกิดขึ้น พบว่า มีการเชื่อมโยงกันระหว่างเพจเฟซบุ๊กของผู้ลี้ภัยทางการเมืองหลายคนในต่างประเทศ ทั้งให้ข้อมูลชี้นำ ทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ทั้งเป็นกำลังใจ ยั่วยุ ปลุกเร้า ที่ร้ายไปกว่านั้น มีบางเพจนำเอาป้ายมาโชว์หราในม็อบอีกต่างหาก ก่อนแชร์ภาพกลับไปเผยแพร่เป็นการใหญ่ในเพจดังกล่าว เช่น “ตลาดหลวง” ของ “ปวิน” จนน่าคิดว่า ในต่างประเทศดังกล่าว ให้การสนับสนุนมากน้อยแค่ไหน เป็นขบวนการใหญ่หรือไม่

นี่ยังไม่นับ ที่มีการแฉข้อมูลกันว่า องค์กรต่างประเทศ และมหาอำนาจต่างประเทศ ก็มีส่วนร่วม ซึ่งจริงหรือไม่ ก็ต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ยืนยันกันอีกครั้ง

ประการที่สาม เมื่อไหร่ก็ตาม ที่ม็อบ 3 นิ้ว ไม่มีประเด็นใหญ่ที่จะเคลื่อนไหว เป็นการเคลื่อนไหวกดดันปล่อยตัวเพื่อนที่ถูกจับดำเนินคดี หรือกิจกรรมเล็กน้อย เพื่อหล่อเลี้ยงกระแส และทำกันเอง ในหมู่แกนนำไม่กี่คน เมื่อนั้นสังคมจะเห็นความไม่มีวุฒิภาวะทันที จะเห็นการแสดงออกของวัยรุ่นธรรมดา เห็นภาวะอารมณ์ที่อยู่เหนือเหตุผล หลายครั้งเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความรุนแรง

ลองทบทวนดูก็ได้ ปีที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้นบ้าง จนในเวลานี้ นักวิเคราะห์ทางการเมือง จับทางได้หมดแล้ว และรู้แล้วว่า แท้ที่จริง เครือข่ายม็อบ 3 นิ้ว กับเครือข่ายนักการเมืองบางกลุ่ม บางพรรค เป็นเนื้อนาบุญเดียวกัน ทั้งยังเป็นเครือข่ายระดับต่างประเทศกับ กลุ่มคนล้มเจ้าในต่างประเทศ รวมทั้งที่มีการแฉกันว่า มีหลายองค์กรรวมอยู่ด้วย

เมื่อเป็นเช่นนี้ อาจไม่ใช่เรื่องแปลกที่ม็อบ 3 นิ้ว จะสู้ไป..สับสนในตัวเองไป จนพลอยทำให้หลายคน งง และสับสนไปด้วย ว่า อะไรของเขา อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ เพราะพวกเขาเป็นได้แค่ “นักแสดง” ที่มี “ผู้กำกับ” อยู่เบื้องหลัง นั่นเอง?


กำลังโหลดความคิดเห็น...