xs
xsm
sm
md
lg

ย้อนแย้ง-เลวร้าย! “ดร.อานนท์” ลากไส้สามสัส “กวิ้น” ได้ทีเอาแพะมาฝาก “3 ม.” เคลื่อนไหว ม็อบชักธง ม.112 เย้ย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และแกนนำคณะราษฎร 2563 จากแฟ้ม
“ดร.อานนท์” ลากไส้ “สามสัส” 8 พฤติกรรมย้อนแย้ง เห็นแก่ตัวอย่างเลวร้าย “กวิ้น” ได้ที เอาแพะมาฝาก “3 ม.ดัง” ออกแถลงการณ์ปกป้อง “เดฟ-ชยพล ดโนทัย” หลังตำรวจทำพลาด ม็อบ 3 นิ้ว เหิมหนัก ชักธงแดง ม.112 แทนธงชาติไทย

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (15 ม.ค. 64) เฟซบุ๊ก Arnond Sakworawich ของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์หัวข้อ “ความย้อนแย้งแห่งสามสัส ม็อบปลดแอก และคณะราษฎร”

โดยระบุว่า “พวกสามสัส ปลดแอก คณะราษฎร มันช่างย้อนแย้งเหลือเกิน
ข้อแรก เรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 แต่ฟ้องหมิ่นประมาทคนอื่นๆ มากมายเต็มไปหมด
ข้อสอง เรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 แต่ตัวเองทำผิดมาตรา 112 เยอะแยะมากมาย

ข้อสาม เรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ และสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่แม่ตัวเองบุกรุกโกงที่ป่าสงวน ตัวเองแอบเอาเรือยอชต์ไปจดทะเบียนที่เกาะคุก เพื่อหลบภาษีหรือไม่ น้องชายตัวเองให้สินบนเพื่อโกงที่พระเจ้าแผ่นดิน ผมได้ยินมาว่า ตัวเองก็บุกรุกโกงที่ป่าสงวนด้วยเหมือนกัน แถมแถลงบัญชีทรัพย์สินที่ ป.ป.ช. รวมที่ดินที่บุกรุกป่าสงวนของตัวเองด้วย

ข้อสี่ พวกนี้ออกเรี่ยไรเงินกัน แล้วก็ทะเลาะกันเอง ไม่ยอมทำบัญชีให้ชัดเจนว่าใช้อะไร แต่อยากจะตรวจสอบบัญชีของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ไม่แน่ใจว่าเป็น certified public accountant หรือไม่ จะตรวจบัญชีกันเป็นหรือไม่
ข้อห้า เรียกร้องห้ามพระเจ้าแผ่นดินมีพระราชดำรัสในที่สาธารณะ แต่เรียกร้องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของตัวเอง อย่างไร้ขอบเขต

ภาพ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ จากแฟ้ม
ข้อหก เหยียดและดูถูกคนอื่นมากมาย ชอบด่าคนอื่นแบบเหยียดสารพัดเหยียด เหยียดเพศ เหยียดอายุ สารพัด แต่เรียกร้องสิทธิมนุษยชน

ข้อเจ็ด ไปโรยอาหารสุนัขต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งหน้า ถึงตำรวจจะดีหรือเลวอย่างไร ก็ไม่สมควรไปเหยียดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นสุนัข ทำเช่นนี้ ละเมิดสิทธิมนุษยชนเสียเอง

ข้อแปด เป็นข้อสรุป คนพวกนี้คือสามสัส ปลดแอก และคณะราษฎร เป็นคนเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ เลวร้าย เพราะเรียกร้องแต่สิทธิของตนเอง เสรีภาพของตนเอง แต่ไม่เคยตระหนักในหน้าที่พลเมืองและความรับผิดชอบของตนเองต่อสังคม ที่เลวร้ายสุดๆ คือเหยียดและไม่เคารพสิทธิของคนอื่นเลยแม้แต่น้อย คนพวกนี้ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย เอาตัวเองเป็นใหญ่แต่อย่างเดียว เอาแต่ใจตัวเอง ปล่อยให้มีอำนาจในบ้านเมืองไม่ได้ บ้านเมืองจะเกิดความเดือดร้อนวุ่นวาย และพวกนี้จะทะเลาะกันจนฆ่ากันเองในที่สุด

พวกมือถือสาก ปากถือศีล
เป็นเช่นนี้แหละครับ”

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก ซึ่งต้องพิสูจน์ โพสต์คลิปพร้อมข้อความ หัวข้อ “กลุ่มผู้ชุมนุม ปลด “ธงชาติ” แล้วนำ “ธงสีแดง มีข้อความ 112” ชักสู่ยอดเสา ที่สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง”

เนื้อหารระบุว่า “ในระหว่างที่ นายชยพล ดโนทัย หรือ เดฟ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2 ได้เดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อแสดงตัว ในกรณีเจ้าตัวคิดว่าตนเองจะถูกออกหมายจับตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

ซึ่งในระหว่างนั้น มีการทำกิจกรรมของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยได้มีการปลด “ธงชาติ” แล้วนำ “ธงสีแดง มีข้อความ 112” ชักสู่ยอดเสา ที่สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง

ทั้งนี้ ในเวลาต่อมา ทางตำรวจก็ได้ไปนำเอาธงสีแดงดังกล่าว ลงมาจากยอดเสา”

ภาพ จาก ทวิตเตอร์ เพนกวิน - Parit Chiwarak @paritchi
ส่วนทวิตเตอร์ เพนกวิน - Parit Chiwarak@paritchi ทวีตข้อความว่า

“เอาแพะมาฝาก สภ.คลองหลวง ทั้งแพะสองขาและแพะสี่ขา #saveเดฟมธ #ยกเลิกม112”

รวมทั้ง เฟซบุ๊ก การเมืองไทย ในกะลา ก็ได้โพสต์ หัวข้อ “สภานิสิต-นศ. จุฬาฯ-มหิดล-เกษตรฯ แถลงการณ์ประณามการบังคับใช้ กม. จับ 112 นศ.มธ.”

โดยระบุ วันนี้ (15 มกราคม) สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สภานักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล และสภาผู้แทนนิสิต องค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ร่วมกันออกแถลงการณ์ เรื่อง ประณามการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อวันที่ 13-14 มกราคม 2564 ระบุว่า

ตามที่ได้มีการจับกุมนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เมื่อคืนวันที่ 13 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา และเหตุการณ์ได้ต่อเนื่องมายังวันที่ 14 มกราคม 2564 ซึ่งมีการจับกุมตัวนักศึกษาคนดังกล่าวอีกครั้งด้วยข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์มาตรา 27 ดังที่ปรากฏในสื่อสังคมอย่างแพร่หลาย ผู้แทนนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่ง จึงออกแถลงการณ์เพื่อแสดงจุดยืนของผู้แทนนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่ง ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้

ผู้แทนนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่ง ขอยืนยันในหลักเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งความคิดเห็นของประชาชนอย่างอิสระ (Freedom of Speech) อันเป็นหลักการพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การชุมนุมเรียกร้องของกลุ่ม

ผู้ชุมนุมที่ผ่านมานั้น มีเจตนาเพื่อแสดงออกซึ่งความคิดเห็นทางการเมืองภายใต้หลักการทางประชาธิปไตย มิได้มีเจตนาเพื่อดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แต่อย่างใด การกล่าวอ้างถึงประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมอาจจะสามารถตีความได้ว่า มิได้มีเจตนาเพื่อรักษาไว้ซึ่งพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ไทย แต่เป็นการดำเนินคดีเพื่อหวังผลการฟ้องร้องเชิงกลยุทธ์ต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน (Strategic Lawsuit Against Public Participation) ซึ่งขัดต่อหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตยดังที่กล่าวไปข้างต้น

อีกทั้งการเข้าจับกุมตัวนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในคืนวันที่ 13 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา เป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรม ทั้งในด้านของหลักความเสมอภาค (Principle of Equality) หลักความเป็นอิสระ (Principle of Independence) และหลักความเป็นกลาง (Principle of Neutrality) ซึ่งเป็นหลักสากลในการบังคับใช้กฎหมายในประเทศที่มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย นอกจากนี้ การบุกจับกุมตัวเยาวชนในยามวิกาลด้วยคดีทางการเมือง ในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตทางด้านสาธารณสุข อาจแสดงให้เห็นถึงการขาดมนุษยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ และความบกพร่องในการใช้อำนาจบริหารของรัฐบาลอีกด้วย

ภาพ จาก เฟซบุ๊ก การเมืองไทย ในกะลา
ผู้แทนนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่ง จึงขอแสดงความเป็นกังวลต่อท่าทีการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ และขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐ และรัฐบาลยุติการใช้กฎหมายเพื่อหวังผลทางการเมือง โดยให้คำนึงถึงหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) หลักนิติรัฐ (Legal State) หลักนิติธรรม (Rule of Law) และกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review) ภายใต้กรอบของสหประชาชาติ ก่อนจะบังคับใช้กฎหมาย หรือกระทำต่อผู้ต้องหาอย่างเกินกว่าเหตุ และเหนือสิ่งอื่นใด ผู้แทนนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่ง ขอเรียกร้องให้มีการเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้กับตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม ตัวแทนสมาชิกรัฐสภา และตัวแทนคณะรัฐมนตรี ในการหารือร่วมกันอย่างสร้างสรรค์เพื่อหาทางออกให้กับประเทศต่อไป
ผู้แทนนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่ง
15 มกราคม 2564”
https://www.matichon.co.th/politics/news_2530240

นอกจากนี้ มีรายงานข่าวว่า จากกรณี นายชยพล ดโนทัย หรือ “เดฟ” นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ปี 2 สมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ถูกตำรวจ สภ.คลองหลวง แจ้งข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ และทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112, 358 ร่วมกับ นายสิริชัย นาถึง หรือ นิว อายุ 21 ปี นักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ถูกแจ้งข้อหาก่อนหน้านี้และได้รับการประกันตัวแล้ว ซึ่ง นายชยพล ยืนยันไม่ได้อยู่ในวันเกิดเหตุร่วมกับนายสิริชัยนั้น

ล่าสุด คณะพนักงานสืบสวน สอบสวน ตามคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ที่ 16/2564 ยื่นคำร้องขอยกเลิกหมายจับ เนื่องจากตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมพบว่า ในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับนายชยพล ดโนทัย โดยศาลมีคำสั่งรับคำร้อง เรียกสอบแล้ว ผู้ร้องแถลงยืนยันตามคำร้อง อนุญาตให้ถอนคำร้อง ยกเลิกหมายจับ

แน่นอน, ประเด็นอยู่ที่การออกหมายจับของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เกิดความผิดพลาด โดยเฉพาะหมายจับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งถูกกล่าวหาอยู่แล้ว จากม็อบคณะราษฎร 2563 ว่า ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจตีความกว้างขวางเกินไป ทั้งยังมีการนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของผู้มีอำนาจ

เรื่องนี้อาจารย์นักกฎหมายหลายคนเห็นว่า ต้องระวังอย่าบังคับใช้โดยไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ หรือไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาทอย่างชัดเจน เพราะจะถูกมองว่า นำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองได้ และก็เกิดความผิดพลาดขึ้นจนได้

ความจริง ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดาของการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ แต่ในท่ามกลางการต่อสู้ทางการเมือง และเป็นการ “โฟกัส” ในมาตรา 112 ที่กำลังมีการรณรงค์ให้ยกเลิกอยู่ด้วย ข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ก็ถูกนำไปขยายผลทางการเมืองตอกย้ำให้สังคมเห็นว่า มีปัญหา และสมควรยกเลิก

ที่สำคัญ กรณีผิดพลาดนี้ จะถูกม็อบ 3 นิ้ว และขบวนการเคลื่อนไหวให้ยกเลิก ม.112 นำไปเป็นประเด็น และขยายผลไม่รู้จบ เพราะกรณีตัวอย่างมาเข้าทางปืนพอดี

เมื่อเป็นเช่นนี้ นี่คือ สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องตระหนัก และจะใช้อย่างพร่ำเพรื่อ ด้วยเห็นว่า เป็น “ยาแรง” ที่มีผลชะงัดนักไม่ได้ อย่าลืม มันคือ “ดาบสองคม” และสามารถทำร้ายคนที่ใช้ได้เหมือนกัน ระวังให้ดี!?


กำลังโหลดความคิดเห็น...