xs
xsm
sm
md
lg

ขาใกล้แหย่คุก แก๊งล้มเจ้าพล่านจี้เลิก ม.112

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ - ปิยบุตร แสงกนกกุล
เมืองไทย 360 องศา



 เรียกว่ารับส่งกันมาเป็นทอดๆ สำหรับ “แก๊งล้มเจ้า” ที่เริ่มต้นเปิดหน้ามาแบบเรียกร้องให้ “ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์” แต่เนื้อแท้ที่สังคมทั่วไปรับรู้กันดี ก็คือ มีเป้าหมายเพื่อโค่นล้มสถาบันฯ ขณะเดียวกัน ก็รับรู้กันว่าคนพวกนี้อยู่เบื้องหลังบรรดาเด็กๆ เยาวชน ที่เป็นนักเรียน นักศึกษาให้ออกมาเคลื่อนไหว ออกหน้าแทนโดยการยุยง ป้อนข้อมูลเท็จเพื่อให้เกลียดชัง

ในระยะหลังการชุมนุมของกลุ่มสารพัดชื่อ ที่ใช้สัญลักษณ์ “สามนิ้ว” เริ่มลดความร้อนแรงลงไป เนื่องจากสังคมส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย และเกิดกระแสต่อต้าน ทำให้การชุมนุมไม่อาจระดมมวลชนเข้าร่วมได้เป็นจำนวนมากเหมือนในช่วงแรกๆ ที่สังคมยังไม่ค่อยรับรู้ ยังเชื่อว่าเป็นเพียงการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เรียกร้องในสิ่งที่เห็นต่าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย

อีกทั้งที่ผ่านมา ก็ได้มีการพิสูจน์กันแล้ว จากผลการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่ผู้สมัครที่ “กลุ่มก้าวไกล” ที่มี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นแกนนำ พ่ายแพ้การเลือกตั้งในทุกจังหวัดที่ส่งผู้สมัครลงแข่งขัน ประเด็นสำคัญก็คือ ชาวบ้านไม่สนับสนุน “กลุ่มล้มเจ้า”

ขณะเดียวกัน หากสังเกตให้ดีจะพบว่าบรรดาแกนนำผู้ชุมนุม “สามนิ้ว” ต่างเริ่มทยอยถูกดำเนินคดี ถูกแจ้งข้อหากันคนละหลายข้อหา ต่างกรรม ต่างวาระ โดยหากพิจารณาเฉพาะแกนนำหลักๆ ที่มีชื่อจนสังคมจดจำได้ เช่น นายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” และ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์” เป็นต้น คนพวกนี้สะสมคดีคนละไม่น้อยกว่าสิบคดี บางคนที่เคยเคลื่อนไหวแบบที่เรียกว่าแบบ “เบิ้มๆ” ก็โดนมากหน่อย อย่างนายพริษฐ์ นี่ไม่ต่ำกว่ายี่สิบคดี และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก เพราะเมื่อพิจารณาจากท่าทีแล้ว ยังไม่ลดท่าทีลงมาแต่อย่างใด

นี่ว่ากันเฉพาะคดีความผิดอาญา มาตรา 112 ที่ว่าด้วยการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหารายล่าสุดที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 ในความผิดตามมาตราดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีผู้ต้องหาที่กระทำผิดและถูกดำเนินคดีมีอายุเพียง16 ปี จนมีการสร้างกระแส “ดรามา” กันขึ้นมา มีการดึงเอาองค์กรระหว่างประเทศเข้ามากดดัน และโจมตีประเทศไทย กล่าวหาในทำนองว่าการตรากฎหมายดังกล่าวไม่เป็นไปตามหลักสากล เป็นการปิดกั้นสิทธิ เสรีภาพของประชาชน เป็นการใช้กฎหมายเพื่อปิดปากฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง เป็นต้น


และที่ผ่านมา ก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวกดดันให้มีการยกเลิก มาตรา 112 กันไปแล้วเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยส่วนหนึ่งก็ไปร้องกับองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ รวมไปถึงเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างประเทศที่กดดันเข้ามา

แต่ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง ในเมื่อสังคมส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย ยังแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากอยู่คู่กับชาติไทยมานาน ทำให้กระแสการโค่นล้มยังปลุกไม่ขึ้น หรือไม่ได้ผล แม้ว่าหากพิจารณาจากการเคลื่อนไหวที่ “ชักใย” ได้ใช้วิธียุยง ให้ข้อมูลที่บิดเบือน สร้างกระแสเกลียดชังให้เกิดขึ้นในหมู่เยาวชนและคนรุ่นใหม่ โดยให้เด็กๆ พวกนี้เป็นคนออกหน้า เพราะเห็นว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการตามกฎหมายได้ไม่ถนัด เนื่องจากเป็นเยาวชน แต่เมื่อยังมีการเคลื่อนไหวที่เลยเถิด ก้าวร้าว หยาบคายมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้มีความเข้มงวดและดำเนินคดีกันแบบละเอียดยิบ ทำให้หลายคนอาจต้องติดคุกหลายปี และมีชื่ออยู่ในทะเบียนประวัติอาชญากร

เมื่อพิจารณาจากคดีที่มีการแจ้งข้อหาตามความผิด มาตรา 112 รวมไปถึงคดีอาญาอื่นๆ แต่ละคนโดนเป็นหางว่าว ดังนั้น แนวโน้มข้างหน้ามันก็มีความเสี่ยงคุกตะรางสูงมาก โดยเฉพาะคดี “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ที่แกนนำหลายคนสะสมเอาไว้นับสิบคดี ซึ่งโทษสูงตั้งแต่ 3-15 ปี

ดังนั้น อย่าได้แปลกใจที่เวลานี้ได้เริ่มขบวนการกดดันให้มีการยกเลิกกฎหมายดังกล่าว เริ่มจาก นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำกลุ่มก้าวหน้า ที่ก่อนหน้านี้ ก็เคลื่อนไหวในแนวทางที่เป็นปฏิปักษ์กับสถาบันฯ มาโดยตลอด ล่าสุด ได้โพสต์ทางโซเชียลฯ เรียกให้ยกเลิกการบังคับใช้ มาตรา 112 อีกครั้ง และพรรคก้าวไกลที่เป็นเครือข่ายเดียวกันก็รับลูกทันที โดย นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคก้าวไกล บอกว่า พรรคก้าวไกล จะยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ในฐานความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาททั้งหมด รวมถึง มาตรา 112, ร่างแก้ไขพ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 และ ร่างแก้ไข พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 เพื่อคุ้มครองและประกันเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ตามหลักการขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย

แน่นอนว่า นี่คือ ความพยายามอีกเฮือกหนึ่งเพื่อหาทางให้พวกตัวเองและเครือข่ายตัวเองพ้นความผิด ซึ่งความหมายไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะทุกประเทศก็มีกฎหมายสำหรับการคุ้มครองผู้นำ หรือประมุข รวมไปถึงองค์พระประมุขในรูปแบบการปกครองที่แตกต่างหลากหลาย และต้องได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ไม่ให้ถูกดูหมิ่น หรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ถามว่า การบังคับใช้ มาตรา 112 มีคนไทยประเภทไหนบ้างที่เดือดร้อน มีเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่ “จาบจ้วง” ให้ร้าย ที่เดือดร้อน ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่เคยรู้สึกว่าได้รับผลกระทบใดๆ

เพราะการเคลื่อนไหวของกลุ่ม “สามนิ้ว” ไม่ใช่การเคลื่อนไหวเรียกร้องทางการเมือง แต่มีเจตนาเคลื่อนไหวตามใบสั่ง หรือการยุยงจาก “กลุ่มล้มเจ้า” ตัวเอ้ ทั้งในและต่างประเทศที่หลอกใช้เด็กๆ เป็นเครื่องมือต่างหาก คนพวกนี้แหละที่กำลังจะเดือดร้อน เพราะเสี่ยงที่จะติดคุกสูงมาก จึงเคลื่อนไหวให้ ยกเลิก มาตรา 112 มิหนำซ้ำ ยังพ่วงให้แก้ไขกฎหมายที่กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯเข้าไปอีก เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวเป็นเครื่องมือของมือโพสต์จาบจ้วง ให้ร้ายทางสื่อโซเชียลฯ เพียงแค่นี้สังคมก็อ่านเกมออกได้ไม่ยาก !!



กำลังโหลดความคิดเห็น...