xs
xsm
sm
md
lg

“ครูตั้น” ลั่นเรียนทางไกลออนไลน์พร้อม 90% แต่เคยถามพ่อแม่ผู้ปกครองและเด็กมั้ยว่า พร้อมแค่ไหน? **“มหาไพรวัลย์” พระสายจีวรแดง ขึ้นธรรมาสน์เทศน์ข้ามรุ่น “พระไพศาล” คำสอนเอื้อชนชั้นกลาง ไม่สนใจคนไม่มีอันจะกิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว

**“ครูตั้น” ลั่นเรียนทางไกลออนไลน์พร้อม 90% แต่เคยถามพ่อแม่ผู้ปกครองและเด็กมั้ยว่า พร้อมแค่ไหน?

ว่าด้วยโหมดการศึกษากันบ้าง พลันที่ “ครูตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แสดงความมั่นใจเต็มที่ด้วยการประกาศว่า ณ บัดนี้การจัดการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล หรือ “เรียนออนไลน์” ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า มีความพร้อมแล้ว 90% ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ จะเริ่มทดลองระบบการใช้งาน

เบื้องต้นนี้ ความพร้อมดังกล่าวทางกระทรวง ได้ขอความอนุเคราะห์ไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งก็ได้อนุมัติช่องทีวีดิจิทัล 17 ช่อง เพื่อให้ใช้เป็นช่องทางการเรียนของนักเรียนส่วนหนึ่งไว้แล้ว

ส่วนช่องทีวีดิจิทัลทั้ง 17 ช่องนั้น จะเป็นหมายเลขช่องแบบเรียงกันเพื่อให้เด็กเข้าไปดูได้โดยไม่สร้างความยุ่งยาก ซึ่งเรื่องนี้เป็นความอนุเคราะห์จาก กสทช. ที่เป็นผู้เชื่อมช่องทีวีดิจิทัล 17 ช่องให้ติดกันได้ ซึ่งจุดประสงค์เพื่อง่ายต่อการจดจำเรื่องเลขช่องทีวีต่อผู้ปกครอง คาดว่า ภายในสัปดาห์นี้ กสทช. จะเคาะข้อสรุปเลขช่องทีวีดิจิทัล

ฟังว่า วันที่ 8 พฤษภาคมนี้ กสทช.จะเคาะว่าช่องการเรียนของเด็กจะอยู่ที่ช่องไหนบ้าง โดยกระทรวงจะแถลงเรื่องการจัดการเรียนการสอนผ่านช่องทีวีดิจิทัล และภาพรวมการเรียนออนไลน์ทั้งหมดอีกครั้งในวันที่14 พฤษภาคมนี้

ต้องถามดังๆว่า นี่คือ เตรียมพร้อมแล้วหรือ ?

แน่นอนว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี หรือการเรียนการสอนออนไลน์ในช่วงโควิดระบาดได้เกิดกระแสรับรู้มาพอสมควร เพราะเชื่อกันว่า สถานการณ์จะยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะเปิดเทอมในวันที่ 1 ก.ค. 63 ตามที่รัฐบาลประกาศไว้ ซึ่งในที่สุดการปรับฐานวิถีชีวิตปกติใหม่ “New Normal” ก็จะทำให้ทุกฝ่ายค่อยๆ ปรับตัว

ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
เรียกว่า ต้องทอดเวลาและให้เวลาในการปรับตัว เพราะตอนนี้หลังจากบางส่วน เช่น นักศึกษามหาวิทยาลัยหลายแห่ง นักเรียนที่เรียนพิเศษกับติวเตอร์ เริ่มการเรียนการสอนออนไลน์ไปแล้ว พบว่า เกิดปัญหาในการใช้งานอยู่เยอะ และมีเสียงสะท้อนของผู้ปกครองจำนวนมากในโซเซียลฯ แสดงความเป็นห่วงเด็กๆ โดยเฉพาะเด็กวัยประถม หรือมัธยมต้น ที่จะมีปัญหามากกว่าเด็กโต

อีกกระแสก็ว่ามีความเป็นห่วง “การเรียนออนไลน์” ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การเรียน เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งที่ผ่านมาโดยความเหลื่อมล้ำด้านพื้นฐานทางเศรษฐกิจของแต่ละครอบครัวของนักเรียนก็แตกต่างกัน บางส่วนพร้อมจ่าย แต่บางส่วนซึ่งเป็นส่วนใหญ่ไม่พร้อมจะจ่าย!!

ที่สำคัญ ความรู้ความเข้าใจของผู้ปกครองในการเรียนการสอนออนไลน์ เพราะผู้ปกครองต้องมีส่วนไม่น้อยกว๋าคุณครูผู้สอนในการกำกับดูแลนักเรียน และต้องจัดสรรเวลาที่เหมาะสม ลดความเครียดสะสมที่เกิดจากการเรียนออนไลน์

นี่ยังไม่พูดถึงอีกประเด็นที่เห็นๆ กันวา การสื่อสารระหว่างสถานศึกษากับ นักเรียน ผู้ปกครอง ยังไม่รู้เรื่องอะไรกันเลย การติดต่อเพื่ออัปเดตข้อมูลต่างๆ รวมถึงการให้และรับฟังคำแนะนำเพิ่มเติมไปจนถึงการรวมกลุ่มผู้ปกครองเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก็ยังไม่มี

ต้องฝาก “ครูตั้น” ว่างานนี้ต้องทำอะไรมากกว่าจะประกาศว่ากระทรวงพร้อมหรือไม่ ?

ถึงวันนี้ “ครูตั้น” อาจจะบอกว่าตัวเองพร้อม แต่ทางบ้านนักเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอน หรือแม้แต่ความเข้าใจของผู้ปกครองต่อเรื่องออนไลน์ล่ะ พร้อมหรือยัง ? เคยสำรวจ เคยสอบถามกันหรือไม่ มันมีรายละเอียดระหว่างทางอีกมากมายที่ยังไม่ได้รับการสะสาง

เมื่อความจริงเป็นแบบนี้ “ครูตั้น” จะมีคำแนะนำว่ายังไงดี ?

ไหนๆ ก็เป็นรัฐมนตรีเจ้าความคิดเรื่องนี้ คงไม่ถึงกับต้องเขียนจม.ขอปรึกษาเจ้าสัวให้มาช่วยคิดกระมัง.

**วิกฤตโควิด ทำผ้าเหลืองเดือด! เมื่อ “มหาไพรวัลย์” พระสายจีวรแดง ขึ้นธรรมาสน์เทศน์ข้ามรุ่น “พระไพศาล” คำสอนเอื้อชนชั้นกลาง ไม่สนใจคนไม่มีอันจะกิน


พระไพรวัลย์ วรวัณโณ
ประเด็นดรามาอันเนื่องมาจากวิกฤตโควิด-19 ที่วิวาทะกันชนิดโซเชียลร้อน ใช่ว่าจะมีแค่ในหมู่เกรียนคีย์บอร์ด ประชาชนคนทั่วไปที่แบ่งฝ่าย เชียร์กลุ่มอำนาจเก่า กับหนุนรัฐบาลลุงตู่ แม้แต่แวดวง “ผ้าเหลือง” ก็ไม่เว้น... เมื่อ “มหาไพรวัลย์” พระนักเคลื่อนไหวขวัญใจคนเสื้อแดง ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก สอนธรรมะ “พระไพศาล วิสาโล” เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต พระนักวิชาการ นักปฏิบัติธรรมอดีต “คนเดือนตุลาฯ” ว่า สอนธรรมะ “โควิดคือของขวัญ” นั้น เป็นการเอื้อประโยชน์ชนชั้นกลาง ไม่ได้สนใจหัวอกคนไม่มีจะกิน

... อาจารย์อยู่กับชนชั้นกลางนานไปหรือเปล่าครับ ธรรมะของอาจารย์มันถึงเป็นประโยชน์แต่กับชนชั้นกลาง ผมจะไม่แย้งอาจารย์นะครับ ที่อาจารย์บอกว่า “โควิดคือของขวัญ” เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ โควิดเป็นของขวัญสำหรับคนที่มีอันจะกินครับ เป็นของขวัญของคนที่แม้อยู่เฉยๆโดยไม่ต้องทำงานเป็นเวลา 3-4 เดือน ก็ไม่เดือดร้อน...

แต่อาจารย์จะทราบหรือเปล่าครับว่า “โควิด” มันคือ “ยาพิษ” สำหรับใครหลายคน โลกนี้ไม่สวยงามอย่างชนิดที่ว่าเมื่อเกิดโควิดแล้ว ทุกคนสามารถที่จะอยู่บ้าน ปลูกผัก ทำสวน และรื่นรมย์กับชีวิตได้อย่างไม่ต้องทุกข์ร้อนหรอกนะครับ

“โควิด” ไม่ใช่ของขวัญสำหรับใครหลายคน แต่มันคือ “ยาพิษ” ที่ทำให้ใครหลายคนต้องกลายมาเป็นผู้ป่วยที่ถูกรังเกียจจากสังคม ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ และต้องล้มตายไปอย่างน่าอเนจอนาถใจ ... มันทำให้ใครหลายคนต้องถูกไล่ออกจากงาน เป็นคนไร้บ้าน ไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อ หรืออาหารที่จะกินในแต่ละมื้อ คนที่ต้องล้มละลาย หรือหมดตัว

สิ่งเหล่านี้ ผมว่าอาจารย์คงจะเห็นผ่านข่าวมาแล้ว นี่เรายังไม่ต้องพูดถึงใครอีกหลายคน ที่ต้องปลิดชีพตัวเองเพราะโควิด-19 นี้อีก

แม้ผมจะนับถืออาจารย์มากในเรื่องของการแสดงธรรมในหลายๆ ครั้ง แต่ธรรมะ ไม่ควรมีไว้สำหรับการปลอบขวัญคนที่มีอันจะกินอย่างเดียวนะครับ ธรรมะ ควรมีไว้สำหรับเยียวยาและปลอบขวัญคนที่ไม่มีอันจะกินด้วย ผมคิดว่าถ้าอาจารย์ได้ตระหนักถึงข้อนี้ อาจารย์จะไม่กล่าวว่า “โควิดคือของขวัญ” อย่างแน่นอน...

เรื่องวิกฤตโควิด-19 ที่ “มหาไพรวัลย์” มองคนละมุมกับ “พระไพศาล” ก็มาจากกรณีที่ “พระไพศาล” เคยยกคำพูดของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มองเรื่องนี้ในมุมบวกว่า “โควิด” ให้ของขวัญแก่เธอ ของขวัญที่ว่านั้นคือ “เวลา” ที่ได้กลับมามากมาย อย่างเช่น เวลาชีวิตที่เคยหมดไปกับการเดินทาง เวลาที่หมดไปกับสิ่งที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ ตอนนี้มีเวลาให้กับที่บ้านอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ... พ่อก็ดีใจที่ลูกสาวอยู่บ้าน หลานก็ดีใจ ที่ป้ามาอยู่ที่บ้านทั้งวัน มีเวลาปลูกต้นไม้ รดน้ำ ดูแลต้นไม้ ทำอาาหาร รับประทานอาหารพร้อมหน้า จากที่ไม่เคยทำเลย เพราะต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานทุกวัน

พระไพศาล วิสาโล
... แต่บางคนยังใช้เวลาที่ได้มานั้นไม่เป็น เอาแต่นั่งคิดฟุ้งซ่าน บ่น ตีโพยตีพาย ว่า ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แล้วก็โทษใครต่อใคร จนลืมมองตัวเองว่าได้เวลามามากมาย ควรใช้เวลาให้มีประโยชน์... หลายคนรู้สึกอึดอัดเมื่ออยู่กับคนที่บ้าน ฉะนั้น การไปทำงานนอกบ้าน คือ การหนีคนที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นกับสามี ภรรยา ลูก หรือแม้กระทั่งพ่อแม่

เมื่อตอนนี้ต้องอยู่กับบ้านที่จริงมันไม่ใช่เวลาที่ควรจะอึดอัด หรือเครียดเลย ถ้ารู้จักทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ร่วมกัน แล้วจะช่วยเติมความสุขให้กับจิตใจได้มากทีเดียว ที่สำคัญ ยังช่วยให้ความสัมพันธ์ในบ้านดีขึ้นอีกด้วย...

“พระไพศาล” ยังเล่าถึงครอบครัวหนึ่ง แม่เป็นอัลไซเมอร์ อายุ 80 ปี จำได้เพียงทุกวันต้องออกไปเที่ยวซื้อของตามห้างสรรพสินค้า แต่พอล็อกดาวน์ แม่ก็ยังรบเร้าจะไปห้างให้ได้ ลูกจะอธิบายเหตุผลอย่างไรแม่ก็ไม่เข้าใจ ลูกก็เลยตัดสินใจทำบ้านให้เป็นคล้ายห้างสรรพสินค้า แล้วชวนภรรยา ลูกสาว ลูกชาย มาปรับห้องให้มีของวางขาย แล้วพาแม่ไปซื้อของในสถานที่จำลองนี้ ให้คนในบ้านเป็นพนักงานขายสินค้า ทำให้เหมือนกับมาชอปปิ้งจริงๆ จนกระทั่งถึงจุดที่ต้องจ่ายเงิน ก็นำบัตรเครดิตของแม่ ส่งให้กับลูกชายตัวเล็กอายุ 7-8 ขวบ ที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานรูดบัตร พร้อมยื่นใบเสร็จให้ ทำทุกอย่างเสมือนจริง แม่ก็มีความสุขมาก เลยพลอยทำให้มีความสุขกันทั้งบ้าน...

นี่คือตัวอย่างของมุมมองที่ว่า “โควิดคือของขวัญ” ที่ธรรมชาติประทานมาให้ ถ้าไม่มีโควิดก็ไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัว เพราะยังต้องทำอะไรแบบที่เคยทำเดิมๆ ไม่ได้ทำกิจกรรมแบบนี้เสียที เพราะไม่มีเวลา ตอนนี้มีเวลาแล้วอยู่ที่ว่าเราจะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์หรือเปล่า ซึ่งก็ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ อาศัยใจ ไม่เอาแต่คิดวิตกกังวล หรือบ่นเพียงอย่างเดียว จนกลายเป็นความเครียด...

โควิดจะเป็น “ยาพิษ” หรือจะเป็น “ของขวัญ” ก็ขึ้นอยู่กับมุมมอง ขึ้นอยู่กับ “ความตื่นรู้” ของแต่ละคน เหมือนคำที่ว่า “ในวิกฤตย่อมมีโอกาส” นั้นแล



กำลังโหลดความคิดเห็น...