xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : Covid-19 จุดเริ่มความขัดแย้ง สงครามระหว่างจีนและอเมริกา?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันนี้ (21 ก.พ.) เมื่อเวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ทำการไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ติดตามสถานการณ์ เรื่องที่ทุกคนต้องรู้ Covid-19 จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในโลกใบนี้ “สงครามระหว่างชาติพันธุ์กำลังเริ่มขึ้นอย่างเงียบๆ รอวันปะทุ” โดยนายสนธิได้ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโครโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 จะทำให้เศรษฐกิจจีนและประเทศต่างๆ หยุดชะงักลงอย่างแน่นอน 1-2 ปี และเมื่อเปรียบสถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนในขณะนี้ ก็คล้ายกับอังกฤษและเยอรมันในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งในเวลานั้นเยอรมันกำลังเติบโตและเข้มแข็งขึ้นมาจนอังกฤษมองว่าเยอรมันจะขึ้นมาท้าทายความเป็ฯมหาอำนาจของตัวเอง จึงหาทางสกัดกั้นการเติบโตของเยอรมัน ซึ่งนำไปสู่การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ส่วนในยุคปัจจุบัน จีนเริ่มมีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและเทคโนโยลีมาตั้งแต่ยุคประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน ตามด้วยยุคประธานาธิบดีหู จิ่นเทา และเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดดในยุคประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทั้งทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์(AI) อวกาศ และทางทหาร ทำให้สหรัฐอเมริกาเริ่มหวาดหวั่นต่อการเติบโตของจีน ผู้นำสหรัฐฯ ก่อนหน้านั้นจะใช้วิธีการพูดคุยเจรจากับจีนเพื่อตกลงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันกันในเรื่องต่างๆ แต่เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ มาเป็นประธานาธิบดี วิธีการก็เปลี่ยนไป เพราะนายทรัมป์เป็นนักธุรกิจและมีความบ้าอยู่ในตัว มองว่าจีนเป็นอันตรายที่ใหญ่ที่สุด บวกกับต้องการจะหาเสียงกับคนอเมริกันจึงประกาศสงครามการค้ากับจีน รวมทั้งพยายามกีดกันบริษัทหัวเว่ยในเรื่อง 5G มาจนทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสีจิ้นผิง พูดถึง Chinese Dream หรือความฝันของจีน ซึ่งก็คือ มีเศรษฐกิจดี ไม่มีคนยากจน มีเทคโนโลยีดี ให้สินค้าจีนมีคุณภาพระดับโลก และมีกองทัพที่ดีที่สุดในโลก จีนจึงกลายเป็นศัตรูอันดับ 1 ของสหรัฐอเมริกาอย่างแท้จริง ปัจจุบันฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐฯ เลิกตั้งคำถามแล้วว่า จีนเป็นอันตรายต่อสหรัฐฯ หรือไม่ มีแต่คุยกันว่าจะเตรียมรบอย่างไรเท่านั้น และก็มีเรื่องไวรัส Covid-19 เข้ามาแทรก ซึ่งไม่ว่าใครจะสร้างขึ้นก็ตาม แต่ทำให้สายการผลิตของจีนต้องหยุดหมด การเติบโตของจีนต้องชะลอตัวลงอย่างน้อย 1-2 ปี ซื้อเวลาให้สหรัฐได้เตรียมตัวอะไรอีกมากมาย หลังจากการระบาดของไวรัสฯ จบ ภูมิรัฐศาสตร์ตามที่ต่างๆ จะเปลี่ยนไป หากสหรัฐอเมริการบกับจีน ยุโรปจะไม่ยุ่ง แต่รัสเซียเข้ามายุ่งแน่เพราะสนิทสนมกับจีน และมีอีกประเด็นคือ โครงการด้านอวกาศที่จีนก้าวหน้าไปเร็วมาก ในปีนี้ จีนมีแผนจะยิงดาวเทียม 40 ดวง หลายดวงเป็นดาวเทียมต่อต้านดาวเทียมสอดแนมของสหรัฐฯ ทำให่ฝ่ายความมั่นคงสหรัฐฯ และซีไอเอไม่พอใจมาก ดังนั้นขอให้จับตาดู หากโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดีอีกสมัย โลกจะลุกเป็นไปอย่างแน่นอน



คำต่อคำ SONDHI TALK [21 ก.พ. 63] : เรื่องที่ทุกคนต้องรู้ Covid-19 จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในโลกใบนี้ "สงครามระหว่างชาติพันธุ์กำลังเริ่มขึ้นอย่างเงียบๆ รอวันปะทุ"

สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 21 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 วันนี้ก็จะเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ ในเรื่องเงินกู้ 191 ล้านบาท แต่นั่นก็เป็นเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ครับ วันนี้เรามาสนใจในรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ก็เหมือนเช่นเดิม ต้องเรียนให้ทราบกันนิดหนึ่งว่าช่องทางที่จะเข้ามาสู่การฟังของคุยทุกเรื่องฯ และการดู "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" นั้น มาได้ช่องทางไหน

วันนี้ผมจะมาบอกให้ฟังว่าช่องทางการติดต่อของ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" หรือ SONDHI TALK ได้ทางไหนบ้าง ทางแรกคือทางเฟซบุ๊ก ให้กด Like หรือกด Follow แล้วกดติดตาม แล้วเลือก See First ไปเลยในเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" เมื่อชมแล้วก็ช่วยกันแชร์ออกไปมากๆ เพื่อให้บางคนที่ยังไม่ได้อยู่ดูได้ความรู้กับสิ่งที่ผมพูด แล้วเดี๋ยวนี้เราก็ไลฟ์สดผ่านยูทูปเช่นกัน ให้เข้าไปใน YouTube ค้นหาคำว่า SONDHI TALK กด Subscribe เอาไว้ เปรียบเสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ รวบรวมทุกอย่างตั้งแต่รายการในอดีต "มองโลก มองเรา กับสนธิ" "บันทึกลับบ้านพระอาทิตย์" จนมาถึงรายการ "SONDHI TALK"

สำหรับแฟนรายการคนไหนอยากดูเนื้อหา ตลอดจนการถอดคำพูดเป็น text ก็ให้เข้าไปที่ www.sondhitalk.com เพราะจะรวมไว้ในเว็บไซต์โดยแยกเป็นแต่ละหมวดหมู่ครบทุกเรื่องทีเดียวครับ

สุดท้าย สำหรับท่านผู้ชมที่ไม่อยากเห็นหน้าผม แต่อยากฟังเสียงผม อยากฟังเรื่องราวที่ผมพูด ก็เข้ามาฟังที่ podcast ถ้าท่านที่ใช้ iPhone - iOS ก็เข้าไปที่แอปฯ podcast เมื่อกดเข้าไปแล้วก็ search คำว่า SONDHI TALK ก็จะมีให้ทุกรายการ ส่วนท่านผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์ระบบ android ก็กดเข้าไปเหมือนกัน แต่จะมีคำว่า Podbean แล้วก็กดเข้าไป



ท่านผู้ชมครับ วันนี้มีเรื่องที่จะพูดที่บางท่านอาจจะคิดว่ามันหนัก มันยุ่งยาก มันสับสน แต่ไม่ครับ เรื่องที่ผมจะมาพูดวันนี้ เป็น "เรื่องที่ควรรู้" อาทิตย์ที่แล้วเราพูดเรื่องที่ท่านอยากรู้ไปเรียบร้อยแล้ว มาอาทิตย์นี้เราจะพูดเรื่องที่ควรรู้ ส่วนเรื่องควรรู้จะเป็นอย่างไรก็ค่อยว่ากันอีกที คอยติดตามดูก็แล้วกันนะครับ


ผมมีข่าวดี จริงๆ ผมมีข่าวดี 2 ข่าวดีให้ จะเอาข่าวดีสำหรับท่านผู้ชมส่วนใหญ่ก็มี ข่าวนี้ก็คือว่า ผมตัดสินใจแล้ว ในสมัยก่อนผมทำรายการวิทยุ เรื่อง "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" คือเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับชีวิตส่วนตัว อยากจะถามอะไร อยากจะให้ผมตอบเรื่องอะไร ผมก็จะตอบทางวิทยุ ตอนนี้ผมจะหาโอกาสทำสักเดือนละครั้ง ส่วนวันที่ออกนั้นแน่นอนที่สุดก็คงไม่ใช่วันศุกร์ เพราะวันศุกร์เป็นเรื่องใหญ่ๆ เรื่องหนักๆ ก็อาจจะออกสักวันจันทร์ หรือวันอังคาร หรือวันพุธ ท่านผู้ชมที่อยากจะถามผมเรื่องอะไรก็ตาม ให้ส่งคำถามมา อาจจะเข้ามาใน inbox ก็ได้ หรืออาจจะส่งโดยตรงมาเลยก็ได้ที่ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" เดี๋ยวจะขึ้นที่จอให้ดูก็แล้วกันว่าท่านอยากส่งคำถามอะไรมา อยากถามเรื่องลูกจะเรียนหนังสืออย่างไร อยากจะถามเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว ว่าทำอย่างไรที่จะให้แฟนรักมากขึ้น ทำอย่างไรที่จะหย่ากับผัวคนนี้แล้วก็ไม่เสียเปรียบ ผม73จะเอาองค์ความรู้สำหรับคนที่อายุ 72 ย่าง 73 มาเล่าให้ท่านผู้ชมฟัง ในการไลฟ์เหมือนกัน แต่งวดนี้อาจจะต้องอัดเทปเอาไว้ก่อนล่วงหน้า


เรื่องที่ 2 คือเรื่องของโชค วันนี้ผมมีโชคมาแจกท่านผู้ชมอีกประมาณ จับรางวัลให้ 3 ท่าน 3 ท่านนี้ ท่านแรก ชื่อ น.ส.สุกุมา ศรีสวัสดิ์ จะมีหมายไปถึงบ้านท่านเร็วๆ นี้ เพราะว่าศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 16 พฤษภาคม 2563 เวลา 9 โมง ศาลอาญานะครับ ผู้ที่ได้รับรางวัลท่านที่สองในอาทิตย์นี้ คือ นายสุพจน์ ฉิมนาคพันธุ์ ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 เวลา 9 โมงครับ ท่านที่สาม คือที่ศาลแขวงพระนคร ความอาญา นางธัญญรัตน์ เกิดแก้ว ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 25 พฤษภาคม 2563


ทั้งหมดนี้จะได้รับข่าวว่าจะให้มารับของขวัญเมื่อไร นี่สำเนาการฟ้อง ยื่นฟ้องไปแล้วนะครับ คราวที่แล้ว 3 คน นี่เพิ่มอีก 3 จะมาเรื่อยๆ ครับ นี่ก็อีกสาม จะมาเรื่อยๆ ส่วนท่านทั้งหลาย วันนี้ท่านผู้ชม ขอวเลานิดหนึ่ง แจกรางวัลให้ท่านผู้ชม fc ก็มีเยอะแยะไปหมด ท่านผู้ชมครับไม่ต้องกังวลใจ อย่างไรก็ตาม ผมจะไม่ลืม ผมไม่ลืมหรอกครับ คุณงามความดีที่ท่านอุตส่าห์พูดจาคำหยาบเอาไว้ ด่าโคตรพ่อโคตรแม่ผม อย่างไรก็ต้องตอบแทนกัน ผมเรียนให้ทราบแล้วว่าจะไม่ลืมเป็นอันขาด และผมก็ให้ทางทีมงานเอาพวกท่านขึ้นเพจแล้วว่ามีใครบ้าง ท่านโดนแน่ๆ เชื่อผมสิ ไม่ต้องห่วง เสียเวลาผมนิดหนึ่ง เพราะทนายผมขอเวลานิด และก็กำลังตกลงกันว่าจะจัดทีมทนายมาเพิ่มอีกสัก 1-2 คน จะได้ดำเนินคดีให้มันเร็วขึ้นมานิด แต่ท่านโดนแน่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่ผมอยากจะให้ดูรูปสักคนหนึ่ง ไม่อยากจะพลาดท่านคนนี้ รู้สึกท่านแกว่งเท้าหาเรื่องได้ดีมาก รู้สึกอาชีพจะเป็น รปภ. แต่ว่าเข้ามาหลายครั้งแล้ว ชื่อนายประชิต เปี่ยมอินทร์ เป็น รปภ. ผมไม่รู้ว่าคุณเป็น รปภ.ที่ไหน แต่คุณคงจะต้องไปขึ้นศาลอย่างแน่นอนที่สุด ผมเล่นงานคุณแน่ๆ และผมขอสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าผมไม่ปล่อยคุณแน่นอน คุณประชิต เปี่ยมอินทร์ เจอกันที่ศาลอย่างแน่นอนที่สุด และคุณจะเป็นรายต่อไป เพราะผมกำชับทนายแล้ว เอาเรื่องคุณให้เร็วที่สุด อย่าช้า


ท่านผู้ชมครับ อาทิตย์หน้าเราจะมีเรื่องที่สำคัญมากเรื่องหนึ่ง อย่าเพิ่งให้บอกเลย แต่เป็นเรื่องที่คนไม่รู้ รู้แล้วจะตกใจ ถัดจากอาทิตย์หน้าไปอีกอาทิตย์หนึ่ง คราวนี้จะเป็นระเบิดเวลาอีกลูกหนึ่ง ผมคิดว่าน่าจะใกล้เคียงจ่าคลั่ง มันจะมีเรื่องแบบนี้เข้ามาเรื่อยๆ แต่ขณะเดียวกันมันก็จะมีเรื่องราวที่ท่านควรรู้อีกหลายๆ เรื่อง อันแรกสุดผมจะพูดเรื่องไวรัสโคโรนา หรือที่องค์การอนามัยโลกเขาเรียกว่าโควิด-19 ผมจะอัปเดตให้ฟัง




วันนี้เรื่องของไวรัส ถามว่าการรักษาพยาบาลไปถึงไหนแล้ว ปรากฏว่าสถานการณ์ทางจีนได้ค้นพบสูตรยา 5 สูตร และสูตรยา 5 นี้ก็ทำงานได้ดี ต้องเล่าให้ฟังนิดหนึ่ง 2 ใน 5 สูตร ค้นพบโดยหมอไทย ที่โรงพยาบาลราชวิถี คือใช้ยา HIV ผสมเข้าไป แล้วล่าสุดอีกอันหนึ่งคือการเอาเลือดพลาสมาของคนที่เป็นไวรัสแล้วหาย เอาเลือดออกมา แล้วก็เอามาฉีดใส่คนที่ยังไม่หาย ก็ได้ผลชะงัดทันตา ซึ่งประเทศจีนก็เอาไปใช้เรียบร้อยแล้ว ก็ได้ผล และประเทศจีนก็ยังมีสูตรยาสมุนไพรของประเทศจีน คือประเทศจีนทางหมอแพทย์แผนปัจจุบัน และหมอแพทย์แผนโบราณเขาบูรณาการเข้ามา แพทย์แผนโบราณอาจจะไม่สามารถรักษาให้ได้ทันที แต่ว่าสามารถจะชะลอ หรือสามารถจะเอาคนซึ่งกำลังจะเข้าไปสู่การเป็นอย่างเต็มตัว รักษาด้วยยาสมุนไพร ก็ปรากฏว่าหาย ก็ต้องเล่าให้ฟังว่าตอนนี้มีสูตรผสมหลายอย่าง รวมทั้งสูตรยาสมุนไพรด้วย


ท่านผู้ชมครับ การตายของไวรัสโคโรนาก็ยังคงมีการตายอยู่ แต่ว่าข่าวที่น่าสนใจและน่ายินดีอย่างยิ่งคือ เปอร์เซ็นต์ของคนที่หาย มีมากกว่าเปอร์เซ็นต์คนตายเยอะ หมายความว่าเดี๋ยวนี้คนหาย 7 คน จะมีคนตาย 1 คน แล้วตอนนี้เพิ่มเป็น 10 คนแล้ว ฉะนั้นอีกไม่นานจำนวนคนหายจะเพิ่มมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ล่าสุดนี่ก็หายเป็นหมื่นคนแล้ว ที่น่าเสียใจและน่าสงสารก็คือหลายๆ ประเทศไม่ได้ระวังตัวอย่างที่สุด อย่างประเทศญี่ปุ่นตอนนี้กำลังมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 คนติดเชื้อในญี่ปุ่นก็มากพอสมควร แล้วญี่ปุ่นก็ไม่ได้เตรียมตัวเหมือนกับที่หลายๆ ประเทศเขาเตรียมตัวเอาไว้ จนกระทั่งมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ได้มีคำสั่งออกมาเรียบร้อยแล้วว่า ใครก็ตามที่จะไปต่างประเทศ เขาห้ามไปประเทศใดบ้าง ก็มีทั้งเกาหลีใต้ มีทั้งญี่ปุ่น มีทั้งฮ่องกง มีทั้งมาเก๊า มีทั้งประเทศจีน มีทั้งไต้หวัน ประมาณ 7-8 ประเทศ เขาห้ามเลยไม่ให้ไป ถ้าฝ่าฝืนไปแล้วกลับมาก็ต้องถูกกักตัวและโดนลงโทษทางวินัยด้วย


ผมมีผลพวงของไวรัสโคโรนาที่ทำให้ธุรกิจติดขัดหมด เดี๋ยวผมจะเอารูปของสนามบินจางอี้ให้ท่านดู




ท่านจะเห็นว่าว่างหมด สนามบินจางอี้สมัยก่อนเป็นสนามบินที่คนเยอะมาก เยอะจริงๆ วันนี้เหมือนสุสานที่ไม่มีคนเดินเลยแม้แต่นิดเดียว จำนวนคนเดินนี่นับได้ นี่คือผลพวงของไวรัสที่ทำลายการท่องเที่ยวและการเดินทาง อีกรูปหนึ่งเป็นคลิปของสุภาพบุรุษคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนไทย ท่านอยู่อาศัยที่อเมริกาแล้วท่านเดินทางกลับประเทศไทยปีละประมาณ 5 ครั้ง 2 เดือน/ครั้ง หรือ 6 ครั้ง ท่านถ่ายรูปนี้ที่สนามบินลอสแองเจลิส หรือที่เรียกว่า LAX ท่านบอกเลย เดี๋ยวฟังคลิปเอาเองแล้วกัน ท่านบอกเลย LAX นั้นมันว่างเหลือเกิน ซึ่งมันผิดปกติ ธรรมดาจะแน่นเอี้ยด ท่านดูคลิปก็แล้วกันนะครับ


>>> คลิป <<<




" ... พูดได้คำเดียว ฉิบหายแน่ ผมบินแอลเอ-กรุงเทพฯ อย่างน้อย 2 เดือน/ครั้ง ผมยืนอยู่ใน Los Angeles International Airport นะ ประตูของเอเชียเข้ามาในอเมริกา ผมไม่เคยเห็นอย่างนี้มาก่อนเลย ไม่มีคนเลย ไม่มีคนเลย นี่คือน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ผมบินมา 40 กว่าปี โคเรียนแอร์ไม่มีคนเลย คาเธ่ย์ แปซิฟิค เมื่อก่อนจะเต็มมาก คาเธ่ย์ แปซิฟิค มีแอลเอ เข้าฮ่องกง เมื่อก่อนวันละ 4 ไฟลต์เลยนะ ดูสิครับเป็นยังไง ว่าง ถ้าอเมริกายังแย่ขนาดนี้เลย แล้วเมืองไทยจะโดนแค่ไหนล่ะ คือมันหายไปครับ คือ ปุ้ยยังตกใจเลยว่าคนหายไปไหนหมด แปลว่าธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกโดนกระทบจากโคโรนาไวรัสแรงจริงๆ




เพราะฉะนั้นประเทศไทยเองต้องเตรียมตัวอีกมากมาย แล้วก็แก้ปัญหาเรื่องธุรกิจหรืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวหายไป เพราะอย่างอเมริกานี่เห็นชัดเจนว่า ไม่เหลือเลย เดี๋ยวมาเดินดูตรงสิงคโปร์แอร์ไลน์นะ วันนี้ผมจะบินสิงคโปร์กลับนะ ดูซิว่าเป็นอย่างไร คือผมก็พยายามที่จะหลีกนะ หลีกไต้หวัน หลีกฮ่องกง ก็เลยบินสิงคโปร์มาคราวนี้ นี่ขนาด ANA ญี่ปุ่นนะ ยังไม่มีคนเลย เรามาดูกันนะ EVA นี่คือบินแอลเอ เข้าไต้หวันนะ ไม่มีคนเลย ดูสิครับ นี่คือประตูของอเมริกา เข้าสู่อเมริกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่นี่กับนิวยอร์ก ไม่มีคนเลย แอร์ไชน่านี่คือดับเลย ดับสนิท ก็เป็นห่วงเป็นใยนะครับ ถ้าอเมริกาเป็นขนาดนี้ แล้วเมืองไทยจะเป็นขนาดไหน เดี๋ยวเจอกันที่เมืองไทยนะครับ สวัสดีครับ"


ท่านผู้ชมครับ ผลพวงของไวรัสโคโรนาทำให้ธุรกิจภาคท่องเที่ยวและธุรกิจการเดินทางแทบจะพังทลายลงไป หลายสายการบินให้พนักงานของตัวเองหยุดงานไป 1-2 เดือน โดยไม่มีการจ่ายเงินเดือน สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ก็โดนไปแล้ว รู้สึกจะเป็นสายการบินแรกๆ ที่ให้ลูกเรือหยุดบินไปประมาณ 2 เดือน หลายๆ สายการบินก็ทำเช่นนั้น แอร์เอเชียก็ทำให้ลูกเรือบางส่วน เขาเลือกออกมา ให้หยุดบินไป 2 เดือน ไทยไลอ้อนแอร์ก็โดนด้วย หลายๆ สายการบินก็โดนด้วย ผมเข้าใจว่าการบินไทยเดือนหน้าก็จะยกเลิกไฟลต์อีกเยอะเลย ผมได้ข่าวมาว่าไฟลต์ที่ไปญี่ปุ่นหลายๆ ไฟลต์ ไปเมืองเล็กๆ อย่างเช่น นาโกยา ฟูกุโอกะ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าจะถูกยกเลิกไหม แต่แนวโน้มจะมีถูกยกเลิกเยอะ เพราะฉะนั้นแล้ว ปริมาณเป้าหมาย หรือ Destination ที่จะไปมันจะถดถอยลดน้อยลงไปมาก เมื่อลดน้อยลงไปมากคนก็จะไม่มีงานทำกัน เขาก็อาจจะให้หยุดงานกัน 2 เดือนบ้าง 1 เดือนบ้าง แล้วดูสถานการณ์




เพื่อนรุ่นน้องของผมคนหนึ่ง พาลูกสาว ชื่อมินนี่ ไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ ก็ส่งไลน์มาทักผม แล้วบอกว่าที่ดิสนีย์แลนด์คนว่างหมด มันเปลี่ยนวิถีชีวิตคนไปหมดแล้ว ท่านผู้ชม ผมจะเอารูปร้านอาหารในเมืองจีนร้านหนึ่งให้ดู ท่านเห็นไหมครับ เขาต้องเปิดร้าอาหาร แต่เขาต้องการป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ไปสู่คนต่อคน เขาเอากล่องกระดาษมากั้นเอาไว้เป็น 4 ส่วน แล้วก็แต่ละคนนั่งแต่ละมุมของกล่อง





ทีนี้ ส่วนหนึ่งที่มันมีปัญหาใหญ่มากในเรื่องนี้ก็คือ เรื่องของ supply chain


Supply chain ในความหมายของมันก็คือมันเป็น เขาเรียกว่าห่วงโซ่อุปทาน หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าประเทศจีนเป็นประเทศที่ผลิตอุปกรณ์ห่วงโซ่พวก supply ให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่เยอะแยะไปหมด อย่างเช่น Foxconn ผลิตไอโฟน ให้กับบริษัทแอปเปิล อุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกต้องพึ่งข้าวของซึ่งประกอบอยู่ในรถยนต์นั้น ซึ่งประเทศจีนเป็นคนผลิต คอมพิวเตอร์ต้องพึ่งชิป พึ่งอะไรหลายอย่าง เขาถึงเรียกว่าห่วงโซ่อุปทาน หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Supply chain ตอนนี้ต้องพูดว่า supply chain มันพังหมดแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วหลายต่อหลายประเทศที่จะต้องใช้ข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ในส่วนประกอบของตัวเองที่จะทำให้ ก็จำเป็นที่จะต้องชะลอการผลิต หรือหยุดยั้งการผลิตไป แล้วเรื่อง supply chain ตรงนี้กำลังเป็นเรื่องราวที่ใหญ่โต และกระทบไปทั่วโลก สหรัฐอเมริกาก็โดนไปหนัก เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัดว่าขณะนี้ปัญหาของเศรษฐกิจในการผลิตชะลอตัวลงอย่างมากมาย สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปก็คือว่า บริษัทต่างๆ พวกนี้ต่างมีประสบการณ์ในเรื่องราวของไวรัสโคโรนา ซึ่งจะเป็นตัว disrupt ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักหมด เขาคงไม่กล้าพึ่งจีนอีกต่อไปแล้ว เพราะเขากลัว และอีกประการหนึ่ง เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าวันนี้ผมมีเรื่องสำคัญมากจะพูด ไวรัสโคโรนานั้นเป็นแค่ออร์เดิร์ฟให้ฟังเท่านั้นเองว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นอย่างไร และมันจะเกี่ยวพันกับสิ่งที่ผมพูดอย่างไรบ้าง เพราะมันเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะเล่าให้ท่านผู้ชมฟัง




คือในที่สุดแล้วบริษัทต่างๆ เขาก็ต้องไปหาแหล่งที่จะผลิตอุปกรณ์ต่างๆ พวกนี้ให้เขา แล้วผมคิดว่าถ้าเขามองในโลกนี้ทั้งโลกแล้ว แอฟริกาตัดทิ้งไปได้เลย ลาตินอเมริกาคนก็ไม่พร้อม สหรัฐอเมริกาเองค่าแรงแพงมากมาย ยุโรปค่าแรงก็แพงมากมาย ฉะนั้นก็เหลือที่เดียวคือในเอเชีย ในเอเชียนี่ตัดญี่ปุ่นทิ้ง ไต้หวันก็ตัดทิ้งได้ ประเทศจีนมีความไม่แน่นอน เพราะไม่รู้ว่าไวรัสโคโรนานี้จะอยู่ต่อไปอีก 6 เดือน หรืออีก 1 ปี หรืออีก 2 ปี แล้วจะกลับมาอีกไหม เพราะฉะนั้นก็จะเหลือเฉพาะเวียดนาม ประเทศไทย เขมร ฟิลิปปินส์ และพม่า สิงคโปร์ตัดทิ้งไปได้เลย จะเหลือแค่ 4-5 ประเทศ รวมมาเลเซียก็ 6 ประเทศ ที่จะสามารถเป็นตัวการที่จะส่งข้าวของพวกนี้ ก็คือ supply chain ก็คือมาลงทุนที่นี่ แล้วก็ทำงานส่งอุปกรณ์ต่างๆ หรือเขามาจ้างผลิต จ้างโน่นจ้างนี่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าประเทศไหนมีคุณสมบัติ มีความสามารถในการผลิตของพวกนี้ได้มากกว่า และที่สำคัญที่สุดก็คือ ราคาจะสู้เขาได้หรือเปล่า คำถามก็มีอยู่ว่า ถ้าวันหนึ่งแหล่งที่ผลิตของพวกนี้ แล้วแจกไปตามโรงงานต่างๆ ทั่วโลกที่เขาต้องการ ระหว่างทำอยู่ แล้วเกิดจู่ๆ อีกสัก 1-2 ปี จีนกลับมาฟื้นฟูเหมือนเดิม แล้วจีนมาสร้าง supply chain ขึ้นมาใหม่ คำถามคือว่า จีนจะขายของพวกนี้ให้กับใครที่ไหน เพราะแต่ละเจ้าก็มีผูกพันกันไว้แล้ว ผูกพันกับประเทศไทย ผูกพันกับฟิลิปปินส์ ผูกพันกับพม่า ผูกพันกับเวียดนาม ผูกพันกับเขมร อันนี้คือความท้าทายที่จีนจะต้องมี


ท่านผู้ชมครับ อีกเรื่องหนึ่งก่อนที่จะเข้าเรื่องหลัก ในเรื่องของโควิด-19 ครั้งนี้ กระแสของโฆษณาชวนเชื่อและข่าวปลอม เยอะมาก และข่าวปลอมที่น่าสังเกตอย่างหนึ่ง ข่าวปลอมนี้มาจากสหรัฐอเมริกา โดยที่มีการปล่อยข่าวอย่างแนบเนียนที่สุด โดยปล่อยจากศาสตราจารย์ชื่อ บอยล์



หมอนี่ไปให้สัมภาษณ์บอกว่ามันมีห้องแล็บห้องหนึ่งที่แคนาดา ที่เมืองวินนิเพ็ก มีนักวิทยาศาสตร์จีน 2 คน ถูกจับได้ว่าสองคนนี้เป็นคนเอาความลับสุดยอดของห้องแล็บนี้ออกไป เอาเข้าไปที่เมืองอู่ฮั่น แล้วกลับมาทำงานต่อก็เลยโดนจับได้ ประกอบกับวุฒิสมาชิก หรือสมาชิกสภาคองเกรสของอเมริกาพรรครีพับลิกัน ชื่อนายคอตตอน นายคอตตอน ก็เลยโหมไฟใส่ไปทันทีเลย ใช่แล้ว มันเป็นอย่างนี้ๆๆ แล้วข่าวพวกนี้ถูกปล่อยไปตามแพลตฟอร์มของการปล่อยข่าวลือเต็มไปหมดเลย ในที่สุดก็เลยกลายเป็นว่าประเทศจีนเป็นคนที่เอาไวรัสโควิด-19 แล้วก็ปล่อยไวรัสนั้นออกมาเพื่อทำลายประเทศตัวเอง ซึ่งตรรกะตรงนี้ฟังไม่ขึ้น คนทำไมจะต้องมาทำร้ายทำลายประเทศตัวเอง แต่ในที่สุดแล้วประเทศแคนาดาก็ออกแถลงการณ์ชัดเจน กระทรวงสาธารณสุขแคนาดาบอกว่า ข่าวที่ปล่อยออกมาไม่จริงหรอก ไม่มีหรอกคนจีน 2 คนที่ถูกจับ แต่ว่าความเสียหายมันเกิดขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว



ท่านผู้ชมครับ ผมมีเรื่องบางเรื่องซึ่งมหัศจรรย์มาก จะให้ดูนะครับ ท่านผู้ชมดูแล้วก็คิดตามผมมา ท่านผู้ชมครับ เรื่องไวรัส ผมมีผู้หญิงคนหนึ่ง อายุมากแล้ว 77 ปี เสียชีวิตไปแล้ว ชื่อ Sylvia Browne เขาเขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ End of Days เขาเขียนในปี 2008 ก็คือ 2551 ก็ประมาณ 12 ปีที่แล้ว Sylvia Browne เขาเขียนมาในหน้า 210 เขาเขียนบอกว่า In around 2020 (คือในปี ค.ศ. 2020) a severe pneumonia-like illness will spread throughout the globe. เขาบอกว่าจะมีโรคภัยไข้เจ็บในลักษณะที่เป็นปอดบวมที่ร้ายแรงมากกระจายาไปทั่วโลก attacking the lungs and the bronchial tubes and resisting all known treatments. จะโจมตีปอดและทางเดินหายใจ โดยที่ไม่มียาอะไรรักษาได้ Almost more baffling than the illness itself will be the fact that it will suddenly vanish as quickly as it arrived, เขาบอกว่าถึงจะรุนแรงขนาดไหนก็ตาม แต่โรคภัยไข้เจ็บนี้จู่ๆ ก็จะหายไปเลยโดยไม่มีเหตุไม่มีผล attack again ten years later, and the disappear completely. แล้วก็อีกสิบปีให้หลังก็จะกลับมาโจมตีอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็จะหายไปเลยโดยไม่กลับมาอีกแล้ว






ท่านผู้ชมครับ Sylvia Browne เขียนในหนังสือ End of Days Sylvia Browne คือใคร คุณป้าที่เสียชีวิตไปแล้ว เขาเรียกว่าร่างทรง เป็นพวก psychic คือคนที่นั่งดูแล้วเห็นอนาคต คล้ายๆ Nostradamus คือสามารถจะมองเห็นว่าอนาคตจะเกิดอะไร น่ามหัศจรรย์มาก 2551 ในหน้า 210 เขียนชัดเจนว่าปี ค.ศ. 2020 ก็คือปีนี้ จะมีโรคนี้เกิดขึ้น เชื่อ/ไม่เชื่อก็ว่าไป แต่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก


ท่านผู้ชมครับ นอกจากนั้นแล้ว ยังมีนักเขียนอีกคนหนึ่งน่าสนใจมาก ชื่อ Dean Koontz หมอนี่เป็นคนเขียนหนังสือนิยาย แล้วก็ติดอันดับ New York Time's Best Seller คือหนังสือที่ขายดีที่สุดในลิสต์ของหนังสือ New York Time's เขาเขียนหนังสือชื่อ The Eyes of Darkness สายตาในห้องมืด น่าสนใจมากครับ เพราะเขาก็ทำนายเหมือนกันในปี 1981 ปีนี้ 2020 ประมาณ 39 ปีที่แล้ว เขาเขียนว่า รู้สึกจะอยู่หน้า 333 เขาบอกว่า (นี่เป็นนิยายนะท่านผู้ชม) เขาบอกว่ามีนักวิทยาศาสตร์จีนคนหนึ่ง ชื่อ หลี่ เฉิน ซึ่งหนีไปยังสหรัฐอเมริกา แล้วก็ถือแผ่นดิสก์ซึ่งบรรจุข้อมูลในเรื่องของอาวุธชีวภาพที่ร้ายแรงที่สุด ในแผ่นดิสก์นั้น แล้วเขาเรียกอาวุธชีวภาพที่ร้ายแรงที่สุดนั้นว่า "อู่ฮั่น 400" ท่านผู้ชม 39 ปีที่แล้ว น่ามหัศจรรย์มาก "อู่ฮั่น 400" ก็เป็นเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ให้ท่านผู้ชมดู






เอาล่ะ เรามาเข้าเรื่องที่สำคัญมากสักที ท่านผู้ชมครับ ในปี ค.ศ. 1914 เป็นปีที่สงครามโลกครั้งที่ 1 ได้เกิดขึ้น ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดขึ้นเพราะอะไร สงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดขึ้นเพราะว่าเยอรมนีตอนนั้นกำลังพัฒนาอุตสาหกรรมไป แล้วกำลังเข้มแข็งขึ้นไปเรื่อยๆ ปรากฏว่าอังกฤษเห็นเยอรมนีเข้มแข็งมาก เป็นอันตรายต่อยุโรป อังกฤษก็เลยไปบีบเยอรมนี ไม่ให้เยอรมนีขยายตัว เยอรมนีก็มีความรู้สึกว่า เฮ้ย ความเข้มแข็งของเยอรมนีถ้าถูกชะลอตัวลงแล้ว แล้วอีกหน่อยเยอรมนีจะเข้มแข็งได้อย่างไร ให้เข้มแข็งได้มากกว่าเก่า ก็เลยเกิดเหตุของสงครามโลกครั้งที่ 1 อ๋อ แน่นอน มันมีการทำร้าย ลอบสังหาร ท่านมกุฎราชกุมาร อาร์ชดยุก เฟอร์ดินานด์ นั่นเป็นเพียงองค์ประกอบ เป็นเพียงชนวนให้เกิดสงคราม พอเกิดสงครามปั๊บก็มีคนเข้ามาหนุนหลังอังกฤษสู้กับเยอรมนี ในที่สุดเยอรมนีก็พ่ายแพ้สงคราม แล้วก็เกิดสิ่งที่พวกเรารู้กันว่ามีสนธิแวร์ซาย


สนธิสัญญาแวร์ซาย เป็นสนธิสัญญาที่บีบบังคับ ริดลอนเขี้ยวเล็บของเยอรมนีทุกประการ ไม่ให้มีกำลังทหาร ไม่ให้มีโน่น ไม่ให้มีนี่ เยอะแยะไปหมด แล้วก็เลยทำให้ความกดดันนี้อยู่บนสังคมเยอรมนี จนในที่สุดก็มีผู้นำคนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาแล้วก็รวมประชากรเยอรมันเข้ามา คนๆ นั้นชื่อ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เป็นผู้นำเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาล พวก Brown Shirt แล้วในที่สุดก็กลายเป็นผู้นำนาซี พรรคนาซีขึ้นมา นี่เป็นตำนานนะครับ




แต่พอเรามาดูเหตุการณ์ในปี 1914 แล้ว ทำให้ผมอดคิดในเรื่องของอเมริกากับจีนไม่ได้ ท่านผู้ชมครับ จีนในสมัยนานมาแล้ว ถูกเรียกว่าเป็นคนป่วยของเอเชีย ไม่ป่วยได้อย่างไรล่ะ โดนอังกฤษเข้ามายึดครอง สงครามฝิ่นที่ผมเคยเล่าให้ฟัง แล้วกองทัพก็ไม่มี สู้เรือปืนของอังกฤษพวกล่าอาณานิคมไม่ได้ ในที่สุดก็เลยมีฆ่าฟันกัน ในที่สุดก็เลยปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์ชิง แล้วก็เกิดซุน ยัตเซ็น ผู้ที่เป็นบิดาในสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นมา แล้วต่อจากนั้นก็เป็นการพัฒนาการไป เกิดจอมพลเจียง ไคเช็ก ไปเกิดประธานเหมา เจ๋อตุง ไปเกิดโจว เอินไหล แล้วก็ไปรบราฆ่าฟันกันจนกระทั่งในที่สุดญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม ประธานเหมา ก็เตะจอมพลเจียง ไคเช็ก ไปอยู่ไต้หวัน ก็เลยปกครองเมืองจีนมา นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา จนถึงวันนี้ ได้ 70 ปีเต็มๆ แล้ว


ท่านผู้ชมครับ จีนนั้นในรอบ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาที่ก้าวกระโดดไกลมาก ท่านผู้ชม ผมเคยอ่านรายงานของกระทรวงกลาโหมที่เขียนโดยนักยุทธศาสตร์ของกระทรวงกลาโหม บวกกับพวก CIA คือพวกนี้เขาจะมานั่งวิเคราะห์ประเทศต่างๆ ในโลกนี้ แล้วเขาจะทำนายเลยว่า อีก 20 ปีข้างหน้า 30 ปีข้างหน้า กลุ่มนี้จะเป็นอย่างไร ประเทศนี้จะเป็นอย่างไร การพัฒนาทางเทคโนโลยีนี้จะเป็นอย่างไร จะเป็นอันตรายต่อประเทศอเมริกาหรือเปล่า นี่คือหน้าที่ของคนพวกนี้ ถ้าเป็นอันตรายต่ออเมริกา เขาก็จะไปพูดกับผู้บริหารประเทศ อย่างเช่น พูดกับรัฐมนตรีกลาโหม ไปพูดกับประธานาธิบดี คือประธานาธิบดีเขาจะมี briefing room อย่างที่เคยเห็นในหนัง ประธานาธิบดีนั่งอยู่ในห้อง หัวหน้า CIA ว่าอย่างไร รัฐมนตรีกลาโหมว่าอย่างไร ท่านผู้บัญชาการเหล่าทัพว่าอย่างไร เขาก็จะเอาข้อมูลต่างๆ ที่เขาเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วมาเล่าให้ฟัง ว่าตอนนี้ประเทศจีนน่ากลัวนะ ประเทศจีนทำอะไร ประเทศจีนทำโน่นทำนี่ ท่านผู้ชมครับ ประเทศจีนเริ่มน่ากลัวตอนไหน ประเทศจีนเริ่มน่ากลัวตั้งแต่ประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน ขึ้นมา




ประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน คือผู้นำประเทศรุ่นที่ 3 ผู้นำประเทศรุ่นแรกคือประธานเหมา เจ๋อตุง ผู้นำประเทศรุ่นที่ 2 คือ เติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำประเทศรุ่นที่ 3 คือ เจียง เจ๋อหมิน เพราะว่าเจียง เจ๋อหมิน เข้ามาปูรากฐานและพัฒนาต่อยอดจากรากฐานที่เติ้ง เสี่ยวผิง ได้เปิดประเทศ


เติ้ง เสี่ยวผิง เป็นคนเปิดเซินเจิ้นขึ้นมา ให้เซินเจิ้นเป็นศูนย์กลางที่จะเชื่อมต่อกับฮ่องกง เปิดให้คนมาลงทุนได้ เจียง เจ๋อหมิน ก็เข้ามาจัดระเบียบในประเทศ ติดตั้ง สร้างโรงงาน โรงงานผลิตรถยนต์ ขยายการผลิต เอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา แล้วต่อด้วยผู้นำในรุ่นที่ 4 ก็คือ หู จิ่นเทา หู จิ่นเทา ก็ต่อยอดไปจากเจียง เจ๋อหมิน มาหนักหนาสาหัสจริงๆ คือยุคประธานาธิบดีสี จิ้นผิง



ในช่วงนั้น สี จิ้นผิง เข้ามาในช่วงที่จีนกำลังจะก้าวกระโดด จีนก้าวกระโดดในเรื่องไหนบ้างที่ทำให้อเมริกากลัว และอเมริกาไม่พอใจ จีนก้าวกระโดดในเรื่องการค้า จีนค่าแรงถูก ประชากรมาก แล้วจีนก็เป็นคนที่เขาเรียกว่าทำงานทางด้านวิศวะย้อนกลับ หรือที่เขาเรียกว่า Reverse Engineering หมายความว่าอย่างไร Reverse Engineering หมายความว่า จีนจะซื้อเครื่องจักรมาเครื่องหนึ่ง แล้วเขาจะถอดเครื่องจักรออกหมดเลย แล้วเขาจะย้อนกลับไปว่าเครื่องจักรนี้มันเริ่มอย่างไร แล้วเขาก็เลียนแบบมัน เลียนแบบมันเป๊ะเลย แล้วก็ผลิตเครื่องจักรนี้ออกมา เหมือนกับที่เขาซื้อมาจากต่างประเทศ คุณภาพอาจจะด้อยกว่าตรงที่ความทนทานอาจจะทนทานไม่มากนัก แต่ว่าเขาทำได้สำเร็จ นี่คือความสามารถของจีน แล้วในที่สุดจีนก็เลยเกิดโรงงานเต็มไปหมดเลย จนกระทั่งจีนได้ฉายาว่า เป็นโรงงานแห่งโลก (World Factory) ก็คือ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่้จีนผลิตไม่ได้ แล้วจีนมาก็ทุ่มเทขายออกไปข้างนอก ขายออกไปๆ โดยที่รัฐบาลอยู่ข้างหลังโรงงานต่างๆ พวกนี้ ซึ่งโรงงานต่างๆ พวกนี้



ในยุคนั้น ยุคแรกที่เริ่มไปจนถึงยุคหู จิ่นเทา นั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นของรัฐบาล เป็นของรัฐวิสาหกิจ ทุกอย่าง แม้กระทั่งทุกวันนี้ เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2-3 เครือข่าย ก็เป็นของรัฐบาล หัวเว่ย สมัยก่อนก็เป็นของรัฐบาล แต่ช่วงหลังรัฐบาลเขาขายหุ้นออก เอกชนก็เข้ามาซื้อ ZTE ก็เป็นของรัฐบาล ยกเว้นในช่วงหลัง ในเรื่องของ e-Commerce Online อย่างเช่น อะลีบาบา หรือ Tencent เป็นเอกชนเป็นคนเริ่มต้นขึ้นมา แต่ธุรกิจอะไร อุตสาหกรรมอะไร ที่เกี่ยวกับความมั่นคง โทรคมนาคม รัฐบาลจะเข้าไปเกี่ยวข้องตลอดเวลา


ด้วยเหตุนี้ สินค้าจีนมีคุณภาพพอสมควร แต่ราคาถูก ก็เลยรุกตลาดไป ท่านผู้ชมครับ วิทยาศาสตร์มันได้พัฒนา ปรับปรุง แก้ไข พอสมควรในลักษณะที่เรียกว่า สมัยก่อนเราอยู่ในยุคที่เรียกว่า Newton Physics ก็คือ คุณต้องทำการค้นคว้า พอคุณค้นคว้าเจอว่ามันต้องทำอย่างนี้ๆ คุณก็ต่อยอดจากการที่คุณค้นคว้า เพราะฉะนั้นทางตะวันตกจะได้เปรียบทางตะวันออก เพราะว่าทางตะวันตกเป็นผู้ที่เริ่ม Newton Physics มาก่อนทางตะวันออก ถึงแม้ว่าหลายๆ อย่าง ทางตะวันตกเอามาจากทางตะวันออก อย่างเช่น ดินปืน เอามาจากทางตะวันออก เข็มทิศ เอามาจากทางตะวันออก งานพิมพ์/สิ่งพิมพ์/โรงพิมพ์ ก็เอามาจากทางตะวันออก แต่เผอิญการพัฒนาต่อยอดของทางตะวันออกนั้นไม่มีความหลากหลายเหมือนทางตะวันตก เหตุผลเพราะว่าอำนาจสูงสุดอยู่ที่ฮ่องเต้ เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าฮ่องเต้ไม่เห็นด้วย หรือกรณี...ท่านผู้ชมจำได้ไหมผมพูดเรื่องหย่งเล่อฮ่องเต้ หย่งเล่อฮ่องเต้ให้ เจิ้ง เหอ แม่ทัพเรือ สร้างเรือขึ้นมา แล้วเดินออกไปสำรวจในโลกนี้ถึง 7 ครั้ง




เรียนรู้หมดทุกอย่าง เรียนรู้แผนที่ เรียนรู้การดูดาว เรียนรู้วิธีเจอคลื่นลม เรียนรู้เข็มทิศในเรือ เรียนรู้การต่อเรือ แต่พอมาถึงยุคลูกของหย่งเล่อฮ่องเต้ ออกเรือได้ 1 ครั้ง หลังจากนั้นแล้วเลิกเลย ปิดหมดเลย เพราะฉะนั้นแล้ว กองทัพเรือของราชวงศ์หมิง ซึ่งเป็นกองทัพเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้น ก็เลยกลายเป็นอดีตไป ถูกจารึกลงแต่ในหนังสือเท่านั้นเอง


ฉันใดฉันนั้น วิทยาศาสตร์ในช่วงนี้ ปรากฏว่าทางยุโรปก็เลยเป็นคนที่พัฒนาต่อยอดวิทยาศาสตร์ออกมา แต่สิ่งที่มันเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงความได้เปรียบเสียเปรียบ ก็คืออินเทอร์เน็ต พออินเทอร์เน็ตมันเกิดขึ้นแล้ว เทคโนโลยีต่างๆ ความรู้ต่างๆ บทความทางวิชาการต่างๆ งานวิจัยต่างๆ ก็พากันลงในเว็บไซต์ ลงในอินเทอร์เน็ต แล้วก็เลยเป็นแหล่งศูนย์ข้อมูลของโลก เหมือนสมัยก่อน ถ้าคุณอยากจะรู้ในเรื่องๆ หนึ่ง ถ้าคุณจะรู้ คุณไม่มีทางรู้ได้ นอกจากคุณต้องเดินทางไปแหล่งกำเนิดของมัน แล้วคุณไปศึกษามันเลย เสียเวลามาก ใช้เวลานาน ต้องไปเริ่มศึกษา แต่เดี๋ยวนี้คุณนั่งอยู่ที่ออฟฟิศ นั่งที่ห้อง นักวิทยาศาสตร์ก็สามารถจะดึงข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตมา แล้วก็ศึกษา คนจีนที่ฉลาดก็มีอยู่มาก เพราะฉะนั้นแล้วเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ของจีนก็ก้าวกระโดดไกลไป จนกระทั่งถึงวันหนึ่ง มันมีสิ่งที่เขาเรียกว่า ไมโครชิป (Micro Chip)




พอไมโครชิปมันเกิดขึ้นปั๊บ ไมโครชิปก็คือตัวการที่ทำให้คอมพิวเตอร์มีกำลังมากขึ้น ไมโครชิปเป็นตัวที่ทำให้โทรศัพท์มือถือทำงาน ไมโครชิปเป็นตัวที่ทำให้หุ่นยนต์ทำงาน ไมโครชิปเป็นตัวที่ทำให้ทำโน่นทำนี่ ทำนี่ทำนั่น ทำงาน วิทยาศาสตร์มันก็เลยก้าวกระโดด พอมันก้าวกระโดดความเจริญทางด้านเทคโนโลยีของจีนก็ไปได้เร็วขึ้น ไปได้เร็วตลอดเวลา


ท่านผู้ชมครับ ใครจะไปคิดว่าในที่สุดจีนก็ยิงจรวดไปดวงจันทร์ แล้วก็ไม่ได้เดินในที่ๆ อเมริกาหรือคนอื่นไปนะ เดินตรงข้างหลังดวงจันทร์ ที่เป็นมุมมืด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร เพราะว่าจีนกลับมาจากดวงจันทร์แล้วไม่เล่าให้ใครฟังเลยว่าไปเจออะไรบ้าง




ท่านผู้ชมลองหลับตาวาดภาพ ว่าถ้าท่านเป็น CIA ท่านเป็นกระทรวงกลาโหมของอเมริกา ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าจีนไปเจออะไรมาบ้าง และที่สำคัญที่สุด จีนพัฒนาจรวด พัฒนาจรวดที่สามารถจะส่งคนไปในอวกาศได้ และจีนสมัยก่อนเวลาที่เขาจะยิงดาวเทียม ประเทศจีนเป็นประเทศหนึ่งที่รับจ้างยิงดาวเทียมนะครับ มีจีน มีรัสเซีย มีอเมริกา จีนเป็นหนึ่งในสามประเทศนั้น เพราะฉะนั้นวิศวกรรมทางจรวดจีนไม่ได้น้อยไปกว่าผู้ใดเลยแม้แต่นิดเดียว ฉะนั้นจะเห็นว่าจีนเริ่มก้าวไปสู่ทางอวกาศ นอกจากนั้นแล้ว จีนฉลาดที่จะเอาเทคโนโลยีในเรื่องรถยนต์เข้ามา General Motor (GM) เข้ามา ฟอร์ดเข้ามา ซีตรองต์เข้ามา เปอร์โยต์เข้ามา โฟลก์สวาเกนเข้ามา แต่จีนมีเงื่อนไข เหตุผลเพราะว่าเขามีประชากร 1,300 ล้านคน เขาบอกคุณอยากจะมาขายของในบ้านผมใช่ไหม เพราะฉะนั้นแล้วคุณกับผม 50:50 แต่คุณต้องทรานสเฟอร์เทคโนโลยีให้ผมนะ แปลว่าอะไร แปลว่าถ้าคุณอยากจะรวย คุณก็ต้องบอกวิธีสร้างรถให้ผม ให้ผมรับรู้ นั่นคือที่มาของการที่อเมริกาและชาติตะวันตกไม่พอใจ หาว่าจีนไปบีบบังคับให้บริษัทต่างๆ ต้องให้สิทธิประโยชน์ทางด้านเทคโนโลยี


ทีนี้ จีนเขาก็พูดง่ายๆ พูดเรียบๆ บอกว่า ผมไม่ได้เอาปืนไปจ่อหัวคุณนะ คุณอยากมารวยในประเทศผมไม่ใช่หรือ นี่คือการรวยต้องมีการแลกเปลี่ยน ขึ้นอยู่กับมิติมุมมอง แต่ผมคิดว่าจีนเขามีมุมมองที่ถูกต้อง ถ้าคุณไม่พอใจที่คุณจะต้องทรานสเฟอร์เทคโนโลยี คุณก็ไม่ต้องเข้ามา เหมือนกับ Google ที่เข้าจีนไม่ได้ เพราะจีนกำลังพัฒนา Search engine ที่เรียกว่า ไป่ตู้ (Baidu) เมื่อ Google เข้าไม่ได้ นักวิทยาศาสตร์จีน สตาร์ทอัพจีน คนที่ไปเรียนทาง Computer Science ของจีนก็เลยพัฒนา search engine เรียกว่า Baidu




เมื่อ Baidu เกิดขึ้นมา มันก็เกิด WeChat ขึ้นมา เมื่อคุณมี LINE คุณมี WhatsApp จีนก็มี WeChat ซึ่งจำนวนคนใช้ WeChat ก็เยอะ ฟีเจอร์ WeChat ก็เยอะแยะไปหมด เพราะฉะนั้นแล้ว จีนพยายามช่วยตัวเอง ถ้าใครเข้ามาแล้ว ต้องขายจิตวิญญาณให้จีน แล้วก็รวยไป จีนเขาชอบ เขาไม่ขัดข้อง เขาจะได้ทำงานเร็ว เขาจะได้เรียนรู้ แต่ถ้าคุณไม่ขายเขาก็ไม่ว่าอะไร เหมือน Google ไม่ขาย เฟซบุ๊กก็เข้าไม่ได้ คุณใช้เฟซบุ๊กในจีนไม่ได้ เพราะเขาไม่ให้ใช้ แล้วทำไม Apple ขายได้ เพราะ Apple ยอมตามเงื่อนไขของจีนในบางกรณี ก็คือว่า เปิดประตูหลัง Back office ให้เจ้าหน้าที่จีนฝ่ายรักษาความมั่นคงสามารถเข้ามาเช็กได้ว่าคนนี้ใช้โทรศัพท์มาจากใคร ใครโทรเข้ามา เพราะว่าจีนเขาเน้นเรื่องความมั่นคงมาก


เอาล่ะ ท่านผู้ชม ต่อไปอีกระดับหนึ่ง เมื่อคุณเป็นอเมริกา เรื่องนี้จีนน่ากลัวแบบนี้ แล้วจีนค้าขายเป็น World Factory จีนก็โกยเงินดอลลาร์เข้ามา ในที่สุดถึงวันๆ หนึ่ง มีอยู่ครั้งหนึ่งจีนมีเงินดอลลาร์อยู่ในมือ 3 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์ แล้วเงินก้อนนั้นจีนไม่ได้เก็บไว้ จีนไปซื้อเป็นพันธบัตรอเมริกันแล้วฝากเอาไว้ที่อเมริกา ก็เท่ากับจีนเป็นเจ้าหนี้อเมริกาในยุคหนึ่ง ตอนนี้เงินลดน้อยลงแล้ว ยุคหนึ่งมีถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพราะฉะนั้นด้วยเงินที่เขามีอยู่ และทองคำ จีนเป็นคนที่ระดมซื้อทองคำทั่วโลก น่าจะเชื่อได้ว่าจีนเป็นคนที่มีทองคำมากที่สุด สะสมมากที่สุด ทองคำก็เป็นพื้นฐานของการแบ็กอัพให้คุณสามารถพิมพ์แบงก์ออกมาได้เต็มที่ จีนจะพิมพ์ออกมาเท่าไร ก็คำนวณจากทองคำที่ตัวเองมีอยู่ ช่วยไม่ได้ที่จีนต้องเป็นมหาอำนาจ การก่อสร้างจีนก็เริ่มขึ้น จนกระทั่งทุกอย่างเดินหน้าไปถึงขั้นที่ว่าจีนขยับจากเศรษฐกิจอันดับ 4 ขึ้นมา 3 เตะญี่ปุ่นออก แล้วขึ้นมา 2 แล้วหายใจรดต้นคออเมริกา แล้วคิดว่าไม่เกิน 5 ปี จีนจะต้องแซงอเมริกาเรื่องเศรษฐกิจอันดับ 1






ท่านผู้ชมครับ ความคิดแบบนี้ ถ้าท่านผู้ชมเอาตัวท่านผู้ชมเองไปนั่งในเก้าอี้ของผู้นำประเทศ อย่างเช่นอเมริกา ประธานาธิบดีอเมริกา หรือไปนั่งในเก้าอี้ของ CIA ไปนั่งในเก้าอี้ของเพนตากอน กลาโหมพิจารณา กลาโหมก็บอก จีนตอนนี้มันมีเรือบรรทุกเครื่องบินแล้ว ชื่อเหลียวหนิง ตายล่ะ นี่มันสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 แล้วนะ อ้าวมันบอกกำลังจะสร้างอีก 4 ลำขึ้นมา แปลว่าอะไร แปลว่าจีนมันต้องการที่จะชนอเมริกาแล้ว เข้าใจไหมท่านผู้ชม ท่านผู้ชมต้องเอาตัวไปแทนคนที่วางแผนการรบของกระทรวงกลาโหมอเมริกา CIA ก็เข้าไปเจาะลึก ก็จะบอกเสร็จเลย จีนเข้ามาอเมริกานะ เข้ามาขโมยข้อมูลทางความลับ หลายคนที่เป็นนักวิทยาศาสตร์จีน ที่ทำงานอยู่ในบริษัทอเมริกา หลังจากได้ข้อมูลความลับแล้วก็ลาออก แล้วก็หนีกลับมา ซึ่งหลายคนก็ถูกจับในอเมริกา ท่านผู้ชมครับ ไม่ต้องไปว่าใครทั้งสิ้น นี่เป็นปกติธรรมดาของการที่จะทำให้ตัวเองนั้นก้าวไปทัน โดยที่ประชาชนของเขาต้องเสียสละ อาจจะผิดในแง่ของประเทศอย่างอเมริกา แต่สำหรับจีนแล้ว เขาถือว่าคนพวกนี้คือวีรบุรุษ


ท่านผู้ชมครับ ฉันใดฉันนั้น เวลาเรามองผู้ก่อการร้ายคนหนึ่งว่าโหดเหี้ยมอำมหิต ระเบิดตึก คนตายเป็นร้อย ต้องยิงมันให้ตาย พอเรายิงมันตายแล้ว ในสายตาของประเทศมุสลิมก็บอกว่าไอ้นี่เป็นวีรบุรุษ ขึ้นอยู่กับมิติมุมมองของคุณ คุณจะมองจากจุดไหน เท่านั้นเอง


ทีนี้พอมันเป็นเช่นนี้ขึ้นมาปั๊บ ในระหว่าง ถามว่าประธานาธิบดีจอร์จ บุช รู้เรื่องไหม รู้ ถามว่าประธานาธิบดีบารัก โอบามา รู้เรื่องไหม รู้ ถามว่าประธานาธิบดีคลินตันรู้ไหม รู้ ทุกคนรู้หมด แต่ทุกคนพยายามจะใช้หลักการของการ นั่งโต๊ะคุยกัน เขาเรียกว่า engagement ก็คือว่า เฮ้ยๆ เราอย่าทะเลาะกัน เรามานั่งคุยกัน คุณทำอย่างนี้ไม่ถูกนะ คุณละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าผมนะ คุณละเมิดลิขสิทธิ์โน่นลิขสิทธิ์นี่นะ คุณมีโรงงานที่ทำสินค้าปลอมแปลง อย่างนี้ผมไม่ไหวแล้วนะ ผมรับคุณไม่ไหวแล้วนะ จีนก็จะได้ผ่อนคลายตัวเองว่า ถ้าอย่างนั้นผมจะไม่ทำนั่น ผมจะไม่ทำนี่ ผมขอให้คุณเปิดตลาดตรงนี้ แล้วทำไมคุณไม่เปิดตลาดของคุณบ้างล่ะ คุณไม่ยอมเปิดตลา นี่คือการเจรจากันไปเจรจากันมา ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า engagement มาคุยกันๆ อย่าไปทะเลาะกันเลย ไม่มีประโยชน์


สิ่งที่มันเริ่มเปลี่ยนขึ้นมาก็คือวันที่นายทรัมป์ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว นายทรัมป์ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีแล้ว




นายทรัมป์เห็นว่าประเทศจีนคืออันตรายที่ใหญ่ที่สุด ในฐานะที่นายทรัมป์เป็นนักธุรกิจ นายทรัมป์ต้องการที่จะหาเสียง นายทรัมป์ก็บอกว่าจีนเอาเปรียบอเมริกา เอาเปรียบโน่นเอาเปรียบนี่ ต้องขึ้นภาษี นั่นคือการทะเลาะกันในแง่สงครามการค้าที่เกิดขึ้นเมื่อ 1-2 ปีมานี้ และต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้


ในระหว่างนั้น ท่านผู้ชม น่าสนใจมาก ผมไม่เคยเข้าใจ ว่าทำไมบริษัทหัวเว่ยมันถึงมีความสำคัญนัก ถึงเป็นตัวขับเคลื่อนให้การชนกันหรือการปะทะกันระหว่างจีนกับอเมริกามันรุนแรงถึงขนาดนี้ ทำไม 5G ทำไมทรัมป์ถึงบอกว่าไม่ให้ 5G ของหัวเว่ยมาเกิดในอเมริกา แล้วไปบอกพันธมิตรของตัวเอง ไปบอกทางยุโรป ไปบอกทางเยอรมนี บอกทางฝรั่งเศส บอกทางอังกฤษ บอกทางออสเตรเลีย ไปบอกหลายๆ ประเทศ ไม่ให้ใช้ 5G ผมไม่เคยเข้าใจว่าเพราะอะไร จนกระทั่งผมไปเจอข้อมูลๆ หนึ่ง มันมีบริษัทๆ หนึ่งเกิดขึ้นที่เยอรมนี ชื่อบริษัท CRYPTO มันอยู่ในเมืองเล็กๆ และเมืองเล็กๆ นั้นเป็นศูนย์กลางการตั้งสำนักงานใหญ่ธนาคาร Rothschild เป็นธนาคารยิว




CRYPTO ทำอะไร CRYPTO คือเครื่องล็อกรหัสที่นักวิทยาศาสตร์เป็นคนคิดค้นขึ้นมาแล้วขายให้ CIA CIA ซึ่งเครื่องนี้มาแล้วไปตั้งอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ เครื่อง CRYPTO เครื่องนี้เขาขายต่อให้ประเทศทั้งหมด 120 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย ที่ต้องใช้เครื่องล็อกรหัส CRYPTO ปรากฏว่าคนบริหารคือ CIA เพราะฉะนั้นแล้ว CIA จะสามารถเข้าสู่ข้อมูลทุกข้อมูลใน 120 ประเทศนี้ได้ เข้าข้อมูลการเงินได้ มันทำได้แม้กระทั่งการดักฟังโทรศัพท์ของอังเกลา แมร์เคิล ที่เคยมีข่าวออกมาว่าแมร์เคิลพูดอะไรบ้าง แล้วเอามาตีพิมพ์ รู้สึกจะในยุคบารัก โอบามา มั้ง จนกระทั่งแมร์เคิลโกรธ เยอรมนีเคยถือหุ้นอยู่ใน CRYPTO แล้วเยอรมนีก็เลยขายหุ้นทิ้ง ให้ CIA เป็นผู้บริหาร พอเข้ามาดูก็เข้าใจแล้ว เพราะว่าแต่ละประเทศ อย่างเยอรมนีตอนนี้เอาหัวเว่ย 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเยอรมนีต้องการใช้ 5G แล้วสร้างเครือข่ายของ 5G ขึ้นมาด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่ง CRYPTO ด้วยเหตุนี้ CRYPTO ก็เลยจำเป็นต้องเจ๊ง แปลว่า CIA และการเสาะแสวงหาข้อมูลของ CIA โดยผ่าน CRYPTO จะทำได้ไม่สำเร็จแล้วจากนี้ไป ก็คือมืดแปดด้าน แทนที่จะไปสอดแนมคนโน้น สอดแนมคนนี้ แล้วทำให้คนโน้นคนนี้อับอายขายหน้า หรือจะไปรู้ว่านักการเมืองของประเทศนี้ รัฐมนตรีคนนี้ นายกรัฐมนตรีคนนี้โกงกินประเทศตัวเองอย่างไร ซ่อนเงินไว้ที่ไหน CRYPTO จะรู้หมด จากการตรวจสอบการเดินทางของเงิน เพราะว่า CRYPTO มันอยู่ในศูนย์กลางของธนาคาร ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของธนาคาร Rothschild ต้องมีสายสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกัน เพื่ออะไรล่ะ ท่านผู้ชม เพื่อเอาไปแบ็กเมลประเทศต่างๆ ถ้าคุณไม่ยอมทำตามที่ผมบอก มีเรื่องนะ ถ้าคุณไม่ยอม ผมจะเปิดโปงโน่นนี่นะ ในที่สุดก็เลยกลายเป็นว่า ทุกประเทศในโลกนี้ที่มีเครื่อง CRYPTO อยู่ และจำเป็นต้องพึ่งอเมริกา ก็เพราะว่าถูกบีบบังคับในหลายเรื่อง


ด้วยเหตุนี้ ทั้ง CIA ทั้งทรัมป์ เพนตากอน พูดชัดเจนเลยคุณอย่าเอา 5G ถ้าคุณเอาระบบ 5G ที่อเมริกาที่คิดขึ้นมานี่ อเมริกาแฮปปี้ แต่ถ้าเอา 5G ของหัวเว่ย ไม่แฮปปี้ ทรัมป์ชี้หน้าทุกคนแล้วบอกว่า ถ้าใครเอาหัวเว่ยเข้ามา ใช้บริการหัวเว่ย หัวเว่ยเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศอเมริกา เพราะฉะนั้นถ้าใครเอามา ผมจะระงับการแบ่งปันข้อมูลลับระหว่างกันและกัน เช่น ข้อมูลผู้ก่อการร้ายเอย ข้อมูลอาชญากรเอย โน่นนี่นั่น



บอริส จอห์นสัน บอกว่าอังกฤษไม่ทำตาม ทั้งๆ ที่บอริส จอห์นสัน มีฉายาว่า ทรัมป์บ้าคนที่สองของยุโรป บอริส จอห์นสัน ไม่เอา ทรัมป์ก็เลยโทรศัพท์ไปด่าบอริส จอห์นสัน และกระแทกหูโทรศัพท์ใส่บอริส จอห์นสัน บอริส จอห์นสัน ก็บ้าพอๆ กับทรัมป์ ก็สั่งทันทีว่า กำหนดการเยือนอเมริกาในเดือนมีนาคม ให้ยกเลิกไปโดยไม่มีกำหนด ท่านผู้ชมครับ คนบ้ามันต้องเจอคนบ้าสิครับ



แมร์เคิล เยอรมนี บอกไม่ เยอรมนีจะใช้หัวเว่ย 5G แล้วหัวเว่ย 5G ก็เกิดขึ้นหมด ทรัมป์ อเมริกายิ่งห้ามหัวเว่ยเท่าไร หัวเว่ยยิ่งเจริญเติบโต ท่านผู้ชมครับ ผมเพิ่งจะมาเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าทำไมหัวเว่ยถึงสำคัญ 5G ถึงสำคัญ ท่านผู้ชมตามผมมา


ตอนนี้อะไรบ้างที่จีนพ่ายแพ้อเมริกา จีนพ่ายแพ้อเมริกาหลายๆ ด้าน แต่ถ้าพูดถึงยุทธการและยุทธศาสตร์แล้ว จีนไม่ได้แพ้อเมริกา จีนสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินขึ้นมา ตอนนี้มี 2 ลำแล้ว กำลังจะสร้างอีก 4 ลำ เป็น 6 ลำ อเมริกามีเรือบรรทุกเครื่องบินประมาณสิบกว่าลำ แต่จีนไม่เดือดร้อน เพราะจีนไม่ได้ไปเป็นอันธพาลทั่วโลก อเมริกามีเรือบรรทุกเครื่องบิน มีกองเรือ กองเรือที่ 1 กองเรือที่ 2 กองเรือที่ 3 กองเรือที่ 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 แต่ละกองเรือจะ position ตัวเองไว้ทุกจุดในโลกนี้ ก็คือทำตัวเป็นตำรวจโลก




ท่านผู้ชมอย่าลืมนะ อเมริกามีฐานทัพอยู่ทั่วโลก 800 กว่าแห่ง แล้วฐานทัพทั่วโลกจะถูกสนับสนุนด้วยกองเรือต่างๆ อย่างเช่น กองเรือที่ 7 จะเป็นกองเรือที่คุมมหาสมุทรแปซิฟิกทั้งหมด ตั้งอยู่ที่ไหน โอกินาวา เพราะฉะนั้นแล้วก็จะล่องมาทางมหาสมุทรแปซิฟิก แล้วก็เข้าไปในทะเลจีนตอนใต้ จีนต้องการเป็นเจ้าทะเลจีนตอนใต้ จีนก็เลยไปยึดเกาะสแปรตลีย์ และอเมริกาก็ไม่ยอมให้จีนเข้ามายึด จีนก็ไม่ยอม ชนเป็นชน ในที่สุดอเมริกาก็ถอย จีนก็เลยสร้างกองเรือขึ้นมาเพื่อยันกับอเมริกา เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าจีนมีกองเรืออยู่ ตีสัก 5-6 ลำ จีนก็ไม่มีปัญหา เพราะว่าจีนไม่ได้ไปอยู่ทั่วโลก เขาก็อยู่เฉพาะน่านน้ำเอเชีย น่านน้ำเอเชียแปซิฟิก หรือทะเลจีนตอนใต้ อย่างมากเขาก็ไป position ตัวเขาเองตรงทะเลจีนตอนเหนือ ใกล้ๆ ญี่ปุ่น ใกล้ๆ เกาหลี นี่อันหนึ่ง




อันที่สอง สี จิ้นผิง ความที่เป็นคนที่พูดเร็วใจเร็ว และเป็นคนที่ต้องการจะโชว์ออฟ พูดประโยคบางประโยคออกมาเลยทำให้ทรัมป์มันประสาท สี จิ้นผิง พูดบอกว่า ผมมีความฝันของคนจีน Chinese Dream จงกั๋วเมิ่ง จงกั๋ว คือประเทศจีน เมิ่ง ก็คือความฝัน เขาบอกว่าความฝันประเทศจีน ประเทศจีนต้องให้ประชาชนกินดีอยู่ดี ประเทศจีนในอนาคตข้างหน้าต้องไม่มีคนจนเลย ประเทศจีนต้องมีเทคโนโลยีที่ดี โน่นนี่นั่น แล้วก็ตบท้ายว่า ประเทศจีนต้องมีกองทัพที่ดีที่สุดในโลก กระโดดกันตัวยาวสิคราวนี้ กลาโหมอเมริกาก็กระโดดตัวยาว CIA ก็กระโดดกันตัวยาว และสี จิ้นผิง ก็บอกว่า ผมต้องการจะทำให้สินค้าในประเทศจีนที่ติดคำว่า Made in China ขึ้นอยู่ในอันดับโลก มาตรฐานโลกเลย คือไม่ใช่ของที่ทำมาจากเมืองจีน เพราะวันนี้ที่เราซื้อของมาจากเมืองจีน เราบอกว่ามันเจ๊งเร็ว เหมือนพักหนึ่ง สมัยหนึ่ง หลายสิบปีมาแล้ว ญี่ปุ่นทำของมา ของญี่ปุ่นก็เจ๊งเร็ว แต่ญี่ปุ่นก็ใช้เวลาในการพัฒนาจนกระทั่งสินค้าญี่ปุ่นเป็นสินค้าเทียบอันดับได้กับสินค้าทั่วโลก


แต่ท่านผู้ชมครับ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการค้าขาย ในการผลิต มันประกอบด้วย 3 อย่าง ท่านผู้ชมต้องจำเอาไว้ ข้อแรก หุ่นยนต์ ในอนาคตข้างหน้า การผลิต สายพานการผลิตจะกลายเป็นหุ่นยนต์ ไม่ใช่คนแล้ว โรงงานทั้งโรงงานอาจจะมีคนคุมอยู่ไม่เกิน 10 ปี จากแต่ก่อนใช้คน 2,000 คน ใช้คน 10 คนคุม ที่เหลือเป็นหุ่นยนต์หมด ในการทำงาน เริ่มแล้วนะครับท่านผู้ชม เริ่มแล้ว และหุ่นยนต์จะทำงานได้ดีต้องมีองค์ประกอบข้อที่ 2 ก็คือต้องมีปัญญาประดิษฐ์ คือ Artificial Intelligence เทคโนโลยีทางปัญญาประดิษฐ์ของจีนไล่ตามหลังอเมริกามา หายใจรดต้นคอ ถึงขนาดที่จีนกล้าที่จะพูดก่อนเรื่องไวรัสโคโรนาออกมาว่า ภายในปีนี้ 2020 ปัญญาประดิษฐ์ของจีนจะต้องแซงอเมริกา



นี่สองตัวแล้วนะ อันที่ 3 ก็คือเครือข่าย 5G ซึ่ง 5G มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับตัวท่านกับตัวผมเลย วันนี้เราใช้ 4G ก็ปวดหัวจะตายแล้ว ฟีเจอร์มันเยอะเหลือเกิน จนไม่รู้จะทำอย่างไร 5G มันเหมาะกับสายการผลิต มันเหมาะกับการบริหารงานข้างใน มันเหมาะกับโรงงาน มันเหมาะกับกองทัพ มันเหมาะกับหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องเชื่อมต่อกัน ซึ่งเราเป็นมนุษย์ธรรมดา เราไม่มีความจำเป็น มันเหมาะกับวงการแพทย์ มันเหมาะกับวงการวิศวะ มันเหมาะกับอันโน้นอันนี้ ก็คือสายอาชีพทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจีนแล้ว จีนมีหุ่นยนต์ที่พัฒนาได้ทันสมัยอยู่อันดับต้นๆ ของโลก จีนมีปัญญาประดิษฐ์ และจีนมี 5G สินค้าที่จีนผลิต ไม่ว่าอะไรก็ตาม แม้กระทั่งการผลิตอาวุธ คุณภาพไม่ได้ต่างกว่าผลิตที่อเมริกา คุณภาพไม่ได้ต่างกว่าผลิตที่ยุโรป เหมือนกันเป๊ะ เพราะว่าใช้หุ่นยนต์เหมือนกัน ใช้ปัญญาประดิษฐ์เหมือนกัน และใช้ 5G เหมือนกัน



ด้วยเหตุนี้ ความตั้งใจหรือความที่เก็งเอาไว้ หรือความที่ทำนายเอาไว้ว่าจีนจะเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของอเมริกา จากเพนตากอน กลาโหม และ CIA ก็เริ่มจะกลายเป็นความจริงขึ้นมาแล้ว


ผมอ่านบทความอันหนึ่ง เขียนในหนังสือพิมพ์ The New Yorker คนนี้เขาบอกว่า เขาคุยกับที่ปรึกษาของอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา และจอร์จ บุช คนๆ นี้เขาบอกว่า ถ้าวันนี้คุณเดินเข้าไปในเพนตากอน ก็คือกลาโหม วันนี้ไม่มีการถกเถียงกันแล้ว ไม่มีเลยว่าประเทศจีนจะเป็นอันตราย จะเป็นศัตรูของอเมริกาหรือเปล่า ไม่มี ไม่คุยกันแล้วนะ แล้วคุยกันเรื่องอะไร เขาคุยกันเรื่องเตรียมตัวทำสงคราม เขาคุยกันว่า How to start a war? หรือว่าเขาคิดถึงสงคราม War Game ว่าเป็นอย่างไร ถ้ารบขึ้นมา จีนจะมีกองกำลังอยู่ที่นี่ๆ และในที่สุด ความคิดนี้ก็มีโควิด-19 เข้ามาแทรก




โควิด-19 จะมาด้วยฝีมือใคร ไม่รู้ บางคนทางเว็บไซต์ของกองทัพประชาชนของจีน PLA : People's Liberation Army เขามีนักวิทยาศาสตร์ของเขา เขาระบุเลยว่าโคโรนาไวรัสนี้เป็น man made คือทำด้วยมือคน ไม่ได้มาจากสัตว์ ไม่ได้มาจากค้างคาว ไม่ได้มาจากหนู ไม่ได้มาจากงู ซึ่งวันนี้ก็ยังมีคนคิดว่ามาจากสัตว์ แต่ทางนี้เขายืนยันว่า man made เพราะว่ามันมีส่วนผสมของไวรัสซาร์ส เขาค้นพบพันธุกรรม จีโนมของซาร์สอยู่ในโคโรนาไวรัส แสดงว่ามีการเอาส่วนของซาร์สมาผสม แล้วมาสร้างไวรัสโคโรนาขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้นแล้ว จะเป็นใครวาง จะเป็นใครจงใจที่จะทำให้ประเทศจีนต้องถดถอย สายการผลิตต้องหยุดหมดเลย เมืองแทบจะทุกเมืองในประเทศจีนต้องปิดหมด ธรรมดาหลังตรุษจีนแล้ว โรงงานที่หยุดไปช่วงตรุษจีน จะต้องกลับมาแล้วเดินเต็มสตีมเลยเพื่อผลิตสินค้าซึ่งหยุดผลิตไปประมาณ 10 วัน วันนี้เงียบเหงาไปหมด หาคนทำงานไม่ได้ ทุกคนต้องอยู่แต่ในบ้าน แล้วก็ยังไม่รู้ว่าอีกกี่เดือนจะจบ คิดว่าถ้า peak จริงๆ ก็น่าจะเดือนเมษายนนี้ คำถามว่า ถ้ามันไม่ peak ล่ะ ถ้ามันยังเป็นต่อไปล่ะ เพราะฉะนั้นแล้วท่านผู้ชมจะเห็นว่าโคโรนาไวรัส COVID-19 เป็นตัวชะลอการเจริญเติบโตของจีนอย่างเห็นได้ชัด อย่างน้อยที่สุดต้องมี 1-2 ปี ที่จีนจะต้องถดถอยออกไป 1-2 ปีก็ซื้อเวลาให้อเมริกาสามารถเตรียมตัวทำอะไรต่ออะไรได้อีกมากมาย


นักประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัย YALE คนหนึ่งเขาพูดชัดเจน เขาบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างอเมริกากับจีนวันนี้ ไม่ได้ต่างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างอังกฤษและเยอรมนีก่อนจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี 1914 คล้ายๆ กัน เขาบอกว่าสงครามทางการค้ามันเป็นบริบทแรกของการเกิดสงครามต่อมา ท่านผู้ชมครับ หลายท่านผู้ชมซึ่งเชียร์อเมริกาอยู่ ผมไม่เชียร์ใคร แต่ท่านผู้ชมหลายคนอาจจะบอกว่าผมเข้าข้างจีน ไม่เป็นไร หลายท่านจะบอกว่าอย่างไรจีนก็สู้อเมริกาไม่ได้ แต่ท่านผู้ชมครับ เงื่อนไขของปี 2020 หรือปียุคนี้ กับเงื่อนไขสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี 1914 ไม่เหมือนกัน ท่านผู้ชม 1914 เอามาวัดกับอเมริกาได้อย่างไร เพราะอเมริกาในช่วงนั้นยังไม่ได้เป็นมหาอำนาจเลยแม้แต่นิดเดียว เอาล่ะ สมมุติอเมริกาเป็นมหาอำนาจ 1914 แต่วันนี้อเมริการบกับเขาไปทั่วโลกนะ ขาข้างหนึ่งของอเมริกายืนอยู่ในตะวันออกกลาง ยังจะต้องปกป้องซาอุดีอาระเบีย ยังจะต้องปกป้องอิสราเอล อเมริกามีอิหร่านเป็นหนามตำใจอยู่ทุกวันนี้ มาทางตะวันออก ญี่ปุ่นก็ไม่มีกองกำลังอะไรให้คุณอีกแล้ว กองกำลังของญี่ปุ่นคือกองกำลังป้องกันตนเอง เกาหลีใต้ก็ครึ่ง/ครึ่ง ครึ่ง/ครึ่งแปลว่าอะไร ครึ่งหนึ่งอาจจะช่วยอเมริกา แต่อีกครึ่งหนึ่งจะไม่ทำอะไรเกาหลีเหนือ เพราะเกาหลีใต้-เกาหลีเหนือเขาคุยกันรู้เรื่องแล้ว คุณก็มีคิม จอง-อึน ซึ่งบ้าพอๆ กับทรัมป์ แล้วคุณยังมีรัสเซียอีก เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้อเมริกาจะเดินหมากแบบหมากรุกฝรั่งต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะว่าจีนกำลังสร้างหมากล้อมขึ้นมา มีรัสเซีย มีจีน มีอิหร่าน มีเกาหลีเหนือ และที่สำคัญที่สุด ในยุโรปจะไม่ร่วมรบกับอเมริกา จะไม่เอา แมร์เคิล เยอรมนี ท่านผู้ชมครับ ตามข้อเท็จจริงแล้ว เยอรมนีสนิทกับรัสเซียมาก การเข้าไปยึดคาบสมุทรไครเมียของรัสเซีย นั้น ปรากฏว่าเยอรมนีแค่ตำหนิเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ได้บอยคอตอะไรทั้งสิ้น รัสเซียกับเยอรมนีไปด้วยกันได้ดีมากๆ


เพราะฉะนั้นแล้ว อียู พออังกฤษแยกตัวออกมาแล้ว เยอรมนีใหญ่ที่สุดตอนนี้ ทุกคนต้องฟังเยอรมนีหมด ผมก็เลยคิดว่าถ้าเหตุการณ์มันเกิดขึ้น มีความรุนแรงเกิดขึ้น ยุโรปจะวางตัวเฉย จะไม่ยุ่ง แต่รัสเซียจะต้องยุ่ง เพราะรัสเซียกับจีนสนิทสนมกันอย่างมากมายที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะฉะนั้นแล้ว นี่คือเหตุการณ์ปัจจุบันที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้






ท่านผู้ชมลองวิเคราะห์เหตุการณ์ดู โคโรนาไวรัส ถ้าเรื่องนี้จบ ภูมิรัฐศาสตร์ คือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตามที่ต่างๆ ที่เราเคยชินจะเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว และถ้ามันพัฒนาไปเรื่อยๆ ที่น่าสนใจคือ ประเทศไทยจะยืนอยู่ตรงไหน ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าทำไมอู่ตะเภาถึงกลายเป็นเมืองสนามบิน เมืองการบิน ง่ายนิดเดียว เพราะสมัยนั้นอเมริกาจะขอมาใช้อู่ตะเภา จีนบอกทางไทยชัดเจนว่าไม่อยากให้ เพราะถ้าอเมริกาตั้งฐานทัพอยู่ที่อู่ตะเภา อเมริกาก็ไปคุมทางใต้ของทะเลจีนตอนใต้ เท่ากับเอาหอกไปจ่อจีนทันทีเลย ประเทศไทยก็หาทางออกที่น่ารักมาก คือไม่ให้ใครทั้งสิ้น พัฒนาเป็นสนามบินก็แล้วกัน จีนแฮปปี้ อเมริกาไม่แฮปปี้ เพราะอเมริกาทำตามอารมณ์ของตัวเอง วันนี้อเมริกากำลังจะบีบเมืองไทย ท่านผู้ชมจำเรื่องสินค้า GSP ได้ไหม ไทยเราส่งทีมงานไปเจรจา ท่านรู้ไหมว่าวันนี้อเมริกายังไม่ให้ทีมไทยพบเลย เพราะมันต้องการบีบไทย ไทยเราจะวางตัวอย่างไร แต่สำหรับอเมริกาแล้ว ค่อนข้างจะสบายใจ เพราะอเมริกามีคนที่รับใช้อเมริกาอยู่เต็มที่คือ เฮ้าเลี่ยนดอน เพราะฉะนั้นแล้วอเมริกาไม่หนักใจในเรื่องนี้


ท่านผู้ชมครับ วันนี้เอาเรื่องที่ค่อนข้างจะหนัก แต่จริงๆ แล้วไม่หนัก เพราะว่าผมดูพวกโปรดิวเซอร์ของผม ช่างกล้องของผม ฟังไปพยักหน้าไป แสดงว่าเข้าใจ ซึ่งถ้าคนพวกนี้เข้าใจ ซึ่งคนพวกนี้เป็นคนที่โง่ที่สุด ท่านผู้ชมคงต้องเข้าใจ และเรื่องวันนี้เป็นเรื่องที่ควรรู้ เรื่องที่อยากรู้ รู้ไปแล้วอาทิตย์ที่แล้ว อาทิตย์หน้า วันศุกร์หน้า จะมีเรื่องที่มันและเผ็ดด้วย อาทิตย์ที่แล้วเป็นเรื่องที่เผ็ด ท่านผู้ชมครับ อาทิตย์ที่แล้ว เรื่องที่เผ็ดมาก ท่านผู้ชมที่เข้ามาชมอาทิตย์ที่แล้ว ทั้งคลิปใหญ่ 2 คลิป และคลิปตัดต่อสั้นๆ ท่านผู้ชมทราบไหมครับ viewer เท่าไร ผมบวกตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนเฟซบุ๊กแล้ว เกือบ 20 ล้านคน ท่านผู้ชมครับ ผมเคยพูดกับท่านผู้ชมมา จำได้ไหม ผมบอกว่าไม่มีอะไรยิ่งใหญ่กว่าการให้ปัญญาคน ผมดีใจที่บทบาทของผมวันนี้เป็นบทบาทที่เอาปัญญาให้ท่านผู้ชม


ทุกอาทิตย์ นับไป ตั้งแต่วันแรกที่เราออกเฟซบุ๊กไลฟ์มาจนวันนี้ แต่ละอาทิตย์ไม่มันวันต่ำกว่า 6 ล้านคน แต่ละครั้ง ที่เข้ามาดูเรา เอาค่ 6 ล้าน view ประชาชนคนไทย 60 ล้านคน ตีว่า 10 เปอร์เซ็นต์ มารับทราบข้อมูลข่าวสารจากผม จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยเป็นการฝึกปัญญา ถกเถียงกับคนโน้นคนนี้ คุณสนธิว่าอย่างนี้ ผมไม่เห็นด้วยครับ เขาขี้โม้ อ้าว ว่ามาคุณมีหลักฐานอะไร ว่ามา นี่เป็นธรรมขั้นสูง ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าถึงบอกว่าไม่มีบุญอะไรยิ่งใหญ่เท่ากับบุญของการให้ธรรมคน ให้ปัญญาคน นี่คือหน้าที่ของผม ถ้ามีคน 6 ล้านคน ที่เข้ามาดูผม หรือ 8 ล้านคน หรือ 9 ล้านคน ในบางวีคที่มันเผ็ดจริงๆ แล้วเขาเกิดปัญญาขึ้นมา ท่านผู้ชมครับ ผมพอใจแล้ว ผมไม่ต้องไปกระโดดโลดเต้น ผมไม่ต้องไปเข้าสภา ผมไม่ต้องไปชี้แจง แต่ผมจะเอาเรื่องแต่ละเรื่องที่ท่านไม่รู้ หรือท่านรู้ แต่ท่านรู้ไม่ลึก มาอธิบายให้ท่านฟัง อ๋อ แน่นอนที่สุด บางครั้งผมก็มีอคติ ผมไม่เถียง แต่ผมคิดว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ผมพูดด้วยหลักการ ผมพูดด้วยข้อมูล ผมพูดด้วยตรรกะ ผมพูดด้วยเหตุด้วยผล


เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชม วันแรกที่ท่านฟังผม จนถึงวันนี้ น่าจะเป็น 22 ตอนแล้วมั้ง 22 ตอน 22 อาทิตย์ อีก 2 อาทิตย์ ก็จะเป็น 24 อาทิตย์ ก็จะเป็น 6 เดือนแล้ว ท่านผู้ชมที่ฟังผมมาตั้งแต่อาทิตย์แรก ครั้งแรก หรือเพิ่งเข้ามาตอนกลางๆ ท่านถามตัวท่านเองก็แล้วกันว่าท่านได้อะไรมากมายเพิ่มเติมไหม จากการที่รับฟังผม ไม่จำเป็นต้องเชื่อผม แต่ฟังไปคิดไป เห็นด้วยไป ไม่เห็นด้วยไป ได้ทั้งนั้น


ท่านผู้ชมครับ วันนี้เป็นวันที่เป็นเรื่องที่ท่านผู้ชมควรรู้ ในศัพท์ของวงการสื่อมวลชน ผมเป็นคนพูดเอง ผมบอกว่ามีเรื่องอยู่ 2 เรื่องสำหรับประชาชนคนไทย เรื่องแรกคือ เรื่องอยากรู้ อาทิตย์ที่แล้วคือเรื่องอยากรู้ จ่าคลั่งคือเรื่องอยากรู้ เรื่องดารา คือเรื่องอยากรู้ แต่เรื่องควรรู้ บางครั้งมันไม่เผ็ด มันไม่ตื่นเต้น มันไม่หวือหวา มันไม่ชะเวิบชะวาบ มันก็เลยเฉยๆ แต่เรื่องควรรู้ เราต้องรู้ เราไม่รู้ไม่ได้ ท่านผู้ชม อย่าลืมนะครับท่านผู้ชม อยากจะให้ผมตอบเรื่องอะไร ท่านผู้ชมบอกผมมา



อีกเรื่องหนึ่ง นิดหนึ่ง อะไรที่ทำให้อเมริกา (ผมเพิ่งนึกออก) อะไรที่ทำให้อเมริกาหงุดหงิดกับจีนมาก โครงการอวกาศจีน ไปได้เร็วมาก ท่านผู้ชม ปีนี้ 2020 จีนเตรียมยิงดาวเทียมขึ้นไป 40 ดวง แล้วยิงจรวดไปที่ดาวอังคาร แล้วจีนเป็นคนผลิตซึ่งยิง และจีนผลิตดาวเทียมด้วยตัวเอง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นจะขอซื้ออุปกรณ์มาจากอเมริกา อเมริกาไม่ขาย อเมริกาบีบจีนทุกด้าน ตอนนี้จะมีการประชุมใหญ่ในวันที่ 28 นี้แล้ว ว่าจะยอมขายเครื่องยนต์ให้เครื่องบินจีนหรือไม่ อย่างเช่น จีนกำลังผลิตเครื่องบินโดยสาร จีนซื้อ GE (General Electrics) แล้วก็ซื้อเครื่องยนต์จากฝรั่งเศส อเมริกามีความเห็นว่า ทรัมป์บอกว่าไม่ควรขายเครื่องยนต์ให้จีน แต่ผมเชื่อว่าจีนเขาจะมีทางออก เหมือนพวกเรา เวลาเราโดนอะไร ใครบีบเรามากๆ เราต้องดิ้นรนหาทางออก จากที่เราทำไม่เป็น เราต้องมาหัดทำ ลองผิดลองถูก เหมือนอิหร่านตอนนี้ อิหร่านมีเครื่องบินของโบอิ้ง มีเครื่องบินของแอร์บัส แล้วไม่สามารถจะซื้ออะไหล่ได้ เพราะโดน sanction โดนบอยคอต ปรากฏว่าวันนี้อิหร่านพัฒนาตัวเองจนกระทั่งอิหร่านทำอะไหล่เองได้แล้ว เพราะฉะนั้นผมเลยไม่หนักใจเรื่องนี้ แต่สำคัญที่สุดจีนมีพัฒนาการทางอาวุธที่ไปได้เร็วมาก และดาวเทียมจีนหลายดวงเป็นดาวเทียมที่ยิงขึ้นไปเพื่อต่อต้านดาวเทียมสอดแนมของอเมริกา



ท่านผู้ชมครับ CIA กับเพนตากอนจะไม่โกรธจีนได้อย่างไร แล้วนายทรัมป์พอเข้ามา ความที่เป็นนักธุรกิจ และเป็นคนบ้าๆ บอๆ ก็จะถูกทหารอเมริกา เพนตากอน กลาโหม และ CIA ครอบงำตลอดเวลา นายทรัมป์ชอบสิ ชอบมาก ชอบที่จะออกคำสั่งเอ้า บุก ระเบิดตรงนั้น นายพลกอเซ็ม สุไลมานี ฆ่ามันเลย เขามีความสุขในกับตรงนี้แต่เขาไม่รู้ว่ามันเป็นการพัฒนาการไปสู่ความรุนแรงมากขึ้นๆ และในที่สุดถ้าเขาได้เป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง โลกจะลุกเป็นไฟอย่างแน่นอน


ท่านผู้ชมครับ พบกันอาทิตย์หน้า สวัสดีครับ





กำลังโหลดความคิดเห็น...