xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) SONDHI TALK : เปิดเบื้องลึกแรงจูงใจฆ่า ผอ.เหี้ยมปล้นทองลพบุรี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์






วันนี้ (24 ม.ค.63) เวลาประมาณ 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ทำการไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ในหัวข้อ “เปิดเบื้องลึกแรงจูงใจฆ่า ผอ.เหี้ยมปล้นทองลพบุรี” วิเคราะห์เขาเป็นคนอย่างไรกันเเน่ ลงมือขนาดนี้เเล้วยังกลับมาใช้ชีวิตปกติได้



ทั้งนี้ นายสนธิเชื่อว่า มูลเหตุจูงใจที่นายประสิทธิชัย เขาแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโพธิ์ชัย จ.สิงห์บุรี ก่อเหตุฆ่าชิงทองห้างทองออโรร่า สาขาโรบินสัน ลพบุรี มาจากปัญหาหนี้สิน จากการกู้ยืมเงินมาซื้อบ้านให้ตัวเองและพ่อแม่ รวมทั้งซื้อรถหรูและเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อเอาใจภรรยาที่ชอบใช้ชีวิตหรูหรา เนื่องจากเป็นคนรักภรรยามาก แต่เนื่องจากเงินเดือนครูเพียง 3 หมื่นกว่าบาทไม่เพียงพอ จึงอาจต้องกู้เงินนอกระบบ แต่เมื่อถึงเวลาต้องจ่ายคืน ไม่สามารถหามาคืนได้ จนเกิดความเครียดและก่อเหตุขึ้นในที่สุด นอกจากนี้ยังเห็นว่านายประสิทธิชัย เป็นคน 2 บุคคลิก เป็นครูที่มีความใกล้ชิดกับเด็กๆ แต่ตอนก่อเหตุกลับฆ่าเด็กได้อย่างเลือดเย็น ซึ่งเป็นลักษณะของฆาตกรหลายๆ คน และเชื่อว่า นายประสิทธิชัยน่าจะถูกประหารชีวิต เนื่องจาก 8 ข้อหาที่ตำรวจตั้งข้อกล่าวหานั้น มีอย่างน้อย 4 ข้อหาที่มีโทษถึงประหารชีวิต



คำต่อคำ SONDHI TALK [24 ม.ค. 2563] : เปิดเบื้องลึก แรงจูงใจฆ่า ผอ.เหี้ยมปล้นทองลพบุรี


สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2563 วันนี้จริงๆ แล้ว ควรจะเป็นเรื่องของรายการที่ตั้งใจจะพูด ก็คือสถานการณ์โลก แต่เนื่องจากว่ามันมีเหตุการณ์กะทันหันเกิดขึ้นมา 2-3 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 9 ผมก็เลยจำเป็นที่จะต้องเลื่อน "สถานการณ์โลก" ออกไป


ต้องกราบขออภัยท่านผู้ชมหลายท่านที่ตั้งใจจะไปฟังผมพูดที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาฯ ในวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมานี้ อย่างที่เรียนให้ทราบแล้ว ที่ได้โพสต์ลงไปใน "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ว่า ท่านคณบดีคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดลแจ้งมาว่า จำเป็นต้องขอเลื่อน เพราะว่ามีความไม่เห็นด้วยของกลุ่มบุคลากรบางกลุ่มที่ไม่อยากให้เชิญผมไปพูดที่โรงพยาบาลรามาฯ แม้ว่าจะเป็นเรื่องของโลก เพราะเกรงว่าจะเกิดความขัดแย้งขึ้น ซึ่งก็ไม่เป็นไรครับ ผมถือว่าผมเคารพ และท่านคณบดีท่านเลื่อนไป ก็สมเหตุสมผล เพราะว่าถ้ามีความขัดแย้งว่า การพูดเรื่องสถานการณ์โลก จะทำให้ความขัดแย้งในประเทศมีความรุนแรงมากขึ้น ก็ต้องยอมรับความเห็นของเขานะครับ แต่ผมไม่ทราบว่าเขาเอาทฤษฎีนี้มาจากไหน ว่าถ้าไปพูดเรื่องสถานการณ์โลกแล้ว จะทำให้มีความขัดแย้งเกิดขึ้น เลื่อนก็เลื่อนไปครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมจะพูดที่คณะแพทยศาสตร์ของรามาฯ นั้น ผมก็จะนำมาพูดในวันศุกร์หน้า เป็นการทดแทนกันไป






เรื่องที่ผมจำเป็นต้องพูดในวันนี้ และเปลี่ยนหัวข้อในการพูดนั้น มันเป็นเรื่องของคดีฆ่า 3 ศพ ที่ร้านทองออโรร่า จ.ลพบุรี ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ร้ายแรง อุกฉกรรจ์ และมันมีอะไรหลายอย่างซึ่งผมคิดว่าแม้กระทั่งฟังคำพูด คำแถลงของท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคำให้สัมภาษณ์ของนายประสิทธิชัย ที่ให้สัมภาษณ์มาทางโทรศัพท์นั้น ผมมีความรู้สึกว่ามันมีช่องโหว่มากมายเหลือเกิน ผมเลยจำเป็นต้องพยายามวิเคราะห์หลายๆ เรื่อง และตรวจสอบข้อมูลมากมาย ตลอดจนอ่านเรื่องราวต่างๆ ในแวดวงนักสืบโซเชียลมีเดียทั้งหลาย ซึ่งมีตั้งแต่เชอร์ล็อกโฮมส์ ไปจนถึงเชอร์ล็อกห่วย เพราะฉะนั้นแล้วผมก็เลยจำเป็นต้องเอามาวิเคราะห์ทั้งหมด ซึ่งพอวิเคราะห์ไปวิเคราะห์มาแล้ว ผมก็มีความรู้สึกว่า ผมนี่หาเรื่องดี เพราะว่าผมมีทฤษฎีอยู่หลายๆ ทฤษฎี ก็เดี๋ยวจะเอามาเล่าให้ท่านผู้ชมฟังกัน


ก็เป็นประเพณีนะครับ ก่อนที่จะเริ่มรายการ ก็มีหลายคนคอมเมนต์ว่าหาวิดีโอตอนที่พูดไว้ไม่เจอ วันนี้ผมก็เลยจะมาบอกให้ฟังว่าช่องทางการติดต่อของ "SONDHI TALK" นั้น มีที่ไหนบ้าง ข้อแรกคือทางเฟซบุ๊กที่ท่านกำลังดูอยู่ ให้ท่านกด Like และกด Follow หรือกดติดตาม และท่านเลือกคำว่า See First ไว้ในเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" เมื่อชมแล้วก็ช่วยกันแชร์ออกไปเยอะๆ นะครับ เพื่อให้บางคนที่ยังไม่ได้ดูได้ความรู้กับสิ่งที่ผมพูดและติดอาวุธทางปัญญาไปให้ท่านนะครับ


ช่องทางที่สองก็คือ SONDHI TALK ตอนนี้เราเพิ่มการไลฟ์สดไปผ่านทางยูทูป ซึ่งยูทูปนั้นก็เปรียบเสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ที่รวบรวมทุกอย่าง ตั้งแต่ทุกรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" และย้อนกลับไปถึงเรื่องรายการ "มองโลก มองเรา กับสนธิ" "บันทึกลับบ้านพระอาทิตย์" จนมาถึงรายการ "SONDHI TALK" จะอยู่ในยูทูปหมด ให้เข้าไปในยูทูป แล้วค้นหาคำว่า "SONDHI TALK" และท่านต้องกด SUBSCRIBE เอาไว้ การกด SUBSCRIBE เอาไว้ ก็จะไม่พลาดทุกความของวิดีโอคลิป


ส่วนสำหรับแฟนคนไหนที่อยากดูทั้งเนื้อหา ทั้งภาพ ทั้ง text ที่ถอดคำพูดออกมาเป็นคำต่อคำ จับประเด็นในแต่ละเรื่อง ให้เข้าไปที่ www.sondhitalk.com เพราะจะรวมไว้ในเว็บไซต์ โดยแยกแต่ละหมวดแต่ละหมู่ครบทุกเรื่องทีเดียวนะครับ


อีกทางหนึ่งสำหรับท่านผู้ชมที่ไม่ชอบขี้หน้าผม ไม่อยากเห็นหน้าผม แต่อยากฟังสิ่งที่ผมพูด ท่านก็เข้าไปใน podcast ของ SONDHI TALK ของระบบ iOS ของไอโฟน ท่านก็ไปกดแอปฯ ที่ชื่อว่า podcast แล้วท่านก็ค้นหาชื่อ SONDHI TALK ก็จะขึ้นมา มีรวบรวมเสียงของผมทุกๆ ตอนเอาไว้ ส่วนท่านที่ใช้ระบบแอนดรอยด์ ก็ให้กดคำว่า Podbean เช่นกันนะครับก็จะได้เจอรายการ SONDHI TALK


ก่อนจะเข้าเรื่องราว ผมขอประกาศสำหรับผู้ที่ชิงโชครางวัล ตอนนี้จับขึ้นมาแล้วมีอยู่ 3 ท่านที่ได้รับรางวัล ท่านแรกคือ คุณณัฐพล ส่อนชัย ท่านที่ 2 คือ คุณมนตรี ทองหล่อ ท่านที่ 3 คือ คุณวิชาญ ชูโชติ รางวัลที่ได้ก็คือนี่ครับท่านผู้ชม สำเนาคำฟ้องซึ่งยื่นฟ้องไปเรียบร้อยแล้ว ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ และศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องเรียบร้อยแล้ว รู้สึกจะประมาณเดือนมีนาคม ยังมีคนที่จะได้รับรางวัลอีกประมาณ 10 กว่าคน จะทยอยให้รางวัลที่ศาลแขวงพระนครเหนือไปเรื่อยๆ ทีละคนๆ ก็ขอเชิญชวนนะครับถ้าท่านใดที่อยากจะด่าโครตรพ่อโคตรแม่ผม ใช้คำหยาบคาบ เรียกผมไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ (ขอโทษนะครับ) หรือว่าให้ของลับผม ก็เชิญตามสบายนะครับ แล้วไปเจอกันในศาล ขอเรียนให้ท่านที่ทำเช่นนั้นว่า ไม่ต้องเกรงใจผม เพราะว่าผมจะสู้กับท่านทุกเม็ด ทุกหยด และผมจะไปศาลทุกนัด ไปเผชิญหน้ากับท่านที่นั่น และไม่ต้องมาขอร้องให้ผมให้อภัยนะครับ งานนี้เอาจนถึงคำพิพากษาถึงที่สุด ถ้าศาลชั้นต้นลงแล้วเกิดผมไม่พอใจในคำพิพากษา ถ้าเขารอลงอาญาท่าน ผมก็จะอุทธรณ์ท่านเพื่อไม่ให้รอลงอาญา ไปจนถึงฎีกาครับ นี่ก็เป็นสิ่งที่ผมพูดมาแล้ว 3 ท่านนี้ สำเนาคำฟ้องยื่นฟ้องไปแล้ว แล้วผมจะลงรายละเอียดโพสต์ลงไปในเว็บไซต์ทีหลังนะครับ




ท่านผู้ชมครับ เรื่องของการปล้นชิงทองนั้นมันเป็นเรื่องที่ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรหรอก แต่ที่สลับซับซ้อนคือมูลเหตุ และเหตุจูงใจมากกว่า แต่สำหรับท่านผู้ชมที่ไม่รู้เรื่อง หรือว่าไม่ได้ติดตามข่าวนี้ หรือว่าติดตามข่าว อ่านแต่ข่าว อ่านแต่โซเชียลมีเดีย ฟังข่าวโน่น ฟังข่าวนี่ เอาเป็นว่าขอทบทวนวิดีโอคลิปอีกครั้งหนึ่งของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางทีมงานจะเปิดวิดีโอคลิปให้ดูและผมจะบรรยายให้ทราบ


ทั้งหมดนี้มันเริ่มเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2563 ซึ่งเพิ่งผ่านวันหยุดไปได้ไม่กี่วัน เวลาประมาณ 20.45 น. ณ ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ ลพบุรี ต.กกโก อ.เมือง จ.ลพบุรี ในเวลานั้นผู้คนเริ่มบางตา เพราะว่าห้างฯ ใกล้ปิด ห้างฯ ปิดในเวลา 3 ทุ่ม โดยพนักงานส่วนใหญ่ก็เริ่มเก็บของกันหมดแล้ว ทันทีก็มีรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาวคาดแดง ขับเลี้ยวเข้ามาในบริเวณห้างฯ ซึ่งอยู่ริมถนนใหญ่ ถ.พหลโยธิน อีกไม่กี่อึดใจหลังจากที่จอดรถมอเตอร์ไซค์เรียบร้อยแล้ว มีผู้ชายซึ่งขี่มอเตอร์ไซค์คันนี้ ในหมวกไอ้โม่ง สูงประมาณ 170 เซนติเมตร รูปร่างล่ำสัน สวมเสื้อสีดำ กางเกงลายพราง สะพายเป้สีแดงคาดขาว ยี่ห้อ DEUTER ซึ่งเป็นแบรนด์เนม ไว้ด้านหน้า และถืออาวุธปืนสั้นพร้อมที่เก็บเสียงไว้ที่มือขวา เดินอาดๆ เขาเดินขาโก่งนิดๆ ผ่านประตูอัตโนมัติแบบ 2 ชั้น เข้ามาในบริเวณห้างฯ


พอเข้ามาแล้ว ด้านขวาจะเป็นร้านเคเอฟซี ขายไก่ทอด ด้านซ้ายจะเป็นร้านสตาร์บัคส์ ขายกาแฟ และเวลานั้นก็มีผู้หญิงสาวคนหนึ่งกำลังจะเดินออกจากห้าง เมื่อเขาสังเกตเห็นชายแต่งตัวผิดปกติ ก็หันมาเหลียวมองด้วยความสงสัย ก็เลยเดินอ้อมบูธขายกระเป๋าไป ขณะที่ลูกค้าชายในชุดเสื้อแขนสั้น กางเกงสแล็ก อีกคนหนึ่ง เดินสวนคนร้ายออกไปแบบไม่ได้สนใจอะไร ก่อนที่อีกเพียงไม่กี่อึดใจก็จะเกิดทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่เคยคิดไม่เคยฝัน



ท่านผู้ชมครับ ในคลิปท่านจะเห็นว่าคนร้ายหลังจากเดินผ่านไปเพียงอึดใจ ก็เริ่มเอาปืนกราดยิง โดยเริ่มยิงใส่ รปภ.ที่ยืนหันหลังให้ร้านทอง ร้านทองจะตั้งอยู่บริเวณหลังซุ้มขายกระเป๋า จังหวะนี้เองเป็นจังหวะที่กระสุนแฉลบกับพื้นแล้วไปถูกศีรษะเด็กชายอายุ 2 ขวบ หรือที่เรียกว่าน้องไทตัล ด.ช.ภานุวิทธญ์ วงศ์อยู่ ซึ่งกำลังเดินจูงมืออยู่กับคุณแม่ ล้มลงไป เวลานั้นหญิงสาวและลูกค้าชาย รวมทั้งลูกค้าคนอื่นเริ่มแตกฮือ วิ่งหนีออกจากห้างสรรพสินค้า ก่อนที่จะเดินมาถึงกลุ่มครอบครัว 3 คน ที่กำลังยืนเลือกซื้อทองอยู่หน้าร้านทองออโรร่า จากนั้นคนร้ายจึงยิงใส่ผู้ชายและผู้หญิงที่หน้าร้านจนล้มลงไปนอนกับพื้น ส่วนเด็กผู้หญิงอีกคนในชุดนักเรียนปิดหู แล้วก็เดินไปนั่งคุกเข่าอยู่หน้าร้านขายกระเป๋า ครอบครัวนี้เพิ่งจะกินสุกี้เอ็มเคเสร็จ จึงเดินไปที่ร้านทอง ดูทอง หลังจากนั้นคนร้ายจึงปีนขึ้นไปบนตู้โชว์ ยิงใส่พนักงานก่อนจะเหยียบเคาน์เตอร์ เดินไปหยิบทองในตู้ฝั่งซ้าย ฝั่งซ้ายนะครับถ้าหันหน้าเข้าร้านทอง ก่อนจะเดินก้าวบนเคาน์เตอร์มาเหยียบขอบตู้โชว์ด้านหน้าเพื่อโกยทองเส้นไปอีกกำมือใหญ่ ก่อนจะรวบลงในกระเป๋าเป้ที่เปิดซิปรอเอาไว้ รวมทองที่กวาดเอาไว้ประมาณ 3 ถาด


หลังจากหยิบทอง คนร้ายก็ยืนจังก้าอยู่บนเคาน์เตอร์ราว 3 วินาที ก่อนที่จะกระโดดลงจากตู้ทอง เมื่อได้ทองคนร้ายก็ยิงเปิดทางเพื่อหลบหนีอีก ก่อนไปเขาได้ยิง รปภ.คนหนึ่ง คือนายธีรฉัตร นิ่มมา ที่พยายามปิดประตูทางออกและวิ่งหลบหนีเข้าไปในร้านเคเอฟซี คนร้ายจึงยิงเข้าไปในร้าน ด้วยการปิดประตูของนายธีรฉัตร (รปภ.) ประตูอัตโนมัติจึงไม่ทำงาน คนร้ายเมื่อเดินไปแตะประตู ประตูก็ไม่เปิด จึงต้องใช้ไหล่กระแทกประตู ทำให้ประตูบานแรกเปิดออก ก่อนที่จะเดินอาดๆ ผ่านประตูบานที่สองออกไป ก็ปรากฏว่าคนร้ายได้ทองไปทั้งหมด 28 บาท ขี่จักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว-แดง หลบหนี



ท่านผู้ชมเชื่อไหมครับ จากเวลาที่กล้องวงจรปิดที่ด้านหน้าห้างฯ ปฏิบัติการ ทั้งหมดใช้เวลาทั้งสิ้นเพียง 2.30 นาทีเท่านั้น แต่คร่าชีวิตคนไป 3 ราย และรับบาดเจ็บ 4 ราย คนที่เสียชีวิต 3 ราย รายที่ 1 นายธีรฉัตร นิ่มมา รปภ. อายุ 32 ปี ถูกยิงที่ใบหน้า รายที่ 2 น.ส.ธิดารัตน์ ทองทิพย์ หรือน้องกวาง อายุ 31 ปี พนักงานร้านทอง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ สำหรับรายน้องกวางนี้ ในกระแสโซเชียลพยายามพูดบอกว่าเป็นแฟนเก่า หรือไม่ถูกกับคนร้าย ซึ่งวันนี้ทางครอบครัวชี้แจงออกมาแล้วว่า น.ส.ธิดารัตน์ ทองทิพย์ นั้นมีแฟนอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับข่าวคราวในโซเชียลมีเดีย คนที่ 3 คือ ด.ช.ภานุวิทธญ์ วงศ์อยู่ อายุ 2 ขวบ ถูกยิงที่ศีรษะ ไม่รู้สึกตัว เสียชีวิตที่โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช จ.ลพบุรี


ส่วนผู้บาดเจ็บ 4 ราย คนที่ 1 น.ส.สุภาวดี ชุนสนิท อายุ 44 ปี ถูกยิงที่ท้องและแขนข้างซ้าย เข้าห้องไอ.ซี.ยู. คนที่ 2 คือ นายยุทธการ ชุนสนิท อายุ 43 ปี ถูกยิงที่หน้าอกข้างขวา คนที่ 3 คือ นายประเสริฐ คงลี อายุ 22 ปี ถูกยิงที่หน้าอก มีเลือดออกในปอด เข้าห้องไอ.ซี.ยู. คนที่ 4 น.ส.เปมิกา กลิ่นดอกแก้ว อายุ 34 ปี ถูกยิงที่หน้าอกขวา มีเลือดออกในปอด และถูกยิงที่ขาซ้าย เข้าห้องไอ.ซี.ยู.


ท่านผู้ชมครับ ทั้งหมดนี้คือเหตุการณ์ที่เกิดในคลิปวิดีโอที่ท่านผู้ชมเพิ่งดูไปเมื่อกี้นี้ ท่านผู้ชมครับ เรื่องเกิดวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2563 มาถึงเมื่อวานซืนนี้ตำรวจเพิ่งจะจับคนร้ายได้ จับคนร้ายได้ และปรากฏว่า ท่านผู้ชมคงทราบแล้ว ชื่อนายประสิทธิชัย ซึ่งน่าเสียดายมาก เป็นถึงผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเล็กๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งมีนักเรียนอยู่ประมาณ 46 คน แต่ประเด็นก็คือไม่มีใครคิดว่านายประสิทธิชัย เขาแก้ว คนนี้ จะเป็นคนที่ก่อเหตุ




<<< คลิปสัมภาษณ์ >>> : นายสาธิต ปาละวัฒน์ ภารโรง


ถาม- ผอ.เป็นคนอย่างไรบ้าง


ตอบ- ดีมากครับ ในความคิดของผมนะ แกดี แกขยัน อัธยาศัยดี นอบน้อมถ่อมตน


ถาม- มีจุดไหนที่เราได้เห็นบ้างไหมว่ามีความเกรี้ยวกราด ก้าวร้าว หรืออารมณ์รุนแรง


ตอบ- ไม่มีเลยครับ


ถาม- พอทราบข่าวว่า ผอ.เป็นคนก่อเหตุชิงร้านทอง พี่รู้สึก?


ตอบ- ช็อกมาก ไม่ถึงกับร้องไห้ ไม่ถึงกับช็อก ไม่คิดว่าจะใช่





<<< คลิปสัมภาษณ์ >>> : พระอำพล ธรรมะระโต


คนเราไม่น่าจะจิตใจขนาดนี้หรอก ยิงคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ยิงขึ้นฟ้าก็ได้ ปืน คนเจ็บ คนตายขนาดนี้ ไม่ใช่แล้ว ตัวเองก็มีการศึกษาระดับนี้ ไม่ใช่ว่าคนไม่มีการศึกษา ปริญญาโท พ่อแม่ก็มีสตางค์ เมียก็ครู




ท่านผู้ชมครับ เรามาเล่าเรื่องพวกนี้ ไม่ต้องยาวนัก ในระหว่างที่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนมานั้น ตั้งแต่วันที่ 9 ในข้อเท็จจริงแล้ว ข่าวที่ออกมาตลอด ใช้เวลา 13 วัน กว่าจะจับคนร้ายได้ แต่จริงๆ แล้วเขาสงสัยว่าเป็นนายประสิทธิชัย เขาแก้ว มาตั้งแต่วันที่สามแล้ว และก็มามั่นใจอีกทีในวันที่ 15 ก็คือเจ็ดวันให้หลัง เขาสงสัย แต่เขาได้หลักฐานและเขามั่นใจในวันที่ 15 ตรงไหน ตรงที่ว่าเขาได้ตรวจสอบกระบอกปืนเก็บเสียง เขาเรียกว่าหลอดปืนที่ลดเสียง นี่ภาษาไทยนะ แต่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Silencer เขาเห็นแล้วว่ามันทำที่โรงงานแห่งหนึ่ง เป็นโรงงานเถื่อนอยู่ที่สมุทรสาคร และก็มีหมายเลขออกมาเรียบร้อย เขาก็เลยตรวจสอบ เขาก็รู้ว่ามี Silencer ตัวนี้อยู่ที่ลพบุรี 1 อัน เพราะเขาจะมีระบุชัดเจนเลยว่าส่งไปที่ใคร พอเขาเช็กไปเรียบร้อยแล้ว เขาไปเช็กสนามยิงปืน เขาก็รู้ทันทีว่าปลอกกระสุนปืนที่เขาเก็บได้มันไปตรงกับปลอกกระสุนปืนที่เก็บได้ในสนามยิงปืนใน จ.ลพบุรี เอามาพิสูจน์กันชัด เขาก็รู้เลยว่าคนๆ นี้คือใคร เขารู้มาแล้วว่าเป็นนายประสิทธิชัย เขาแก้ว แต่เนื่องจากว่ารู้ส่วนรู้ แต่จะจับกุมได้ต้องมีหลักฐานทางนิติเวช หรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Forensic หรือพวกที่เราเคยดูหนังมาตลอดเวลา ก็คือหน่วยพิสูจน์หลักฐาน ที่ต้องพิสูจน์ว่าของพวกนี้ใกล้เคียงกัน ถูกต้องไหม ทุกอย่าง




แต่ว่าจากวันที่ 9 จนถึงวันที่เขาจับนายคนนี้ได้ ประมาณเมื่อวานซืนนี้ เป็นช่วงของเวลาที่ตำรวจ โดยที่ตำรวจครั้งนี้ทำงานได้อย่างเฉียบขาดมาก ข่าวไม่เคยรั่วเลยแม้แต่นิดเดียว เท่าที่ผมทราบ ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ท่าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ท่านไม่เคยพูดเรื่องนี้ให้ใครฟังเลยแม้แต่นิดเดียว คนใกล้ชิดสนิทสนมกับท่านแค่ไหนก็ตาม ถ้าไม่ใช่ทีมงานที่ทำ อย่างเช่นท่าน พล.ต.อ. ซึ่งเป็นหัวหน้าทีม และ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จะไม่มีใครรู้อีกเลย คนที่ใกล้ชิด นั่งอยู่หน้าห้องก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร เขาปิดข่าวให้เงียบหมดเลย นอกจากปิดข่าวเงียบแล้ว เขายังปล่อยข่าวลวงอีก เขาปล่อยข่าวลวงไปตลอดเวลาเลยว่าคนร้ายน่าจะเดินทางหนีออกนอกประเทศ รวมไปจนกระทั่งการจัดฉากจับคนที่หนองคาย คนที่หนองคายนั่นคือการจัดฉากจับ ก็คือสมรู้ร่วมคิดกัน แกล้งจับมา แล้วบอกว่าจับได้แล้ว แต่ขอใช้เวลาพิสูจน์หน่อย หลังจากนั้นตกเย็นก็ได้พิสูจน์ว่าคนๆ นี้ไม่ใช่ ทั้งหมดนี้เพื่อหลอกลวง เพื่อให้นายประสิทธิชัย เขาแก้ว ตายใจและสบายใจได้ว่าตำรวจยังคลำทางอยู่ และตำรวจเข้าใจว่าคนร้ายที่ทำได้หนีออกไปแล้ว


เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อถึงเวลา เมื่อเขาได้หลักฐานที่ตายตัวและแน่นอนแล้ว เขาก็เลยดำเนินการทันที โดยที่เขาออกหมายจับ ขอหมายจับจากศาลที่ จ.ลพบุรี แล้วเขาก็ดำเนินการจับกุมนายประสิทธิชัย เขาแก้ว


การจับนายประสิทธิชัย เขาแก้ว นั้น ก็เป็นเรื่องที่ฮือฮามากใน จ.ลพบุรี แต่ก็ว่ากันว่า มีเบาะแสคนแจ้งเบาะแสไป เนื่องจากว่าเงินรางวัลนำจับมันสูงถึง 6-7 แสนบาท ส่วนใครแจ้งเบาะแสนั้น ก็ยังเป็นปัญหาที่จะต้องพิสูจน์กันอยู่ แต่หลักฐานสำคัญที่ผู้ต้องหาใช้ในวันเกิดเหตุ แล้วก็ถูกพบและถูกทำลายตามจุดต่างๆ ก็คือว่า สร้อยทองที่ชิงทรัพย์มา มีจาก ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี พยานหลักฐานสำคัญที่ผู้ต้องหาใช้ในวันเกิดเหตุ มีปืนพก CZ ซึ่งเป็นปืนของเชโกสโลวาเกีย ซึ่งเป็นปืนของพ่อของนายประสิทธิชัย เขาแก้ว พบที่ ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี หลักฐานที่หาได้อีก ก็คือรองเท้า กระเป๋า เผาทิ้งข้างห้องน้ำโรงเรียนวัดโพธิ์ชัย จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนที่นายประสิทธิชัย เขาแก้ว สอนอยู่ และกระสุนปืนที่ใช้ ตรวจพบ BMW กตท 8640 ลพบุรี และยังพบปลอกลดเสียงซึ่งถูกทิ้งอยู่ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สะพานบางระจัน จ.สิงห์บุรี นอกจากนั้นก็ยังพบรถจักรยานยนต์ ทะเบียนรถ ขฉท 872 ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ที่นายประสิทธิชัยใช้ และยังพบพยานหลักฐานตามจุดต่างๆ ที่ผู้ต้องหาใช้ในวันเกิดเหตุและถูกทำลายไป มีตำหนิรูปพรรณการแต่งกายคนร้ายที่ชัดเจน เปรียบเทียบจักรยานยนต์ของคนร้ายกับรถจักรยานยนต์ที่ต้องสงสัย อาวุธปืนคนร้ายใช้ คือ CZ 75 SP-01 ขนาด 9 มม.






ทั้งหมดนี้คือหลักฐานที่ตำรวจได้ค้นพบมา แต่ที่สำคัญที่สุด ท่านผู้ชม ที่สำคัญที่สุดคือคนร้ายสารภาพหมด คือพูดง่ายๆ ว่า ถ้ายืนยันว่าไม่ใช่ตัวเขา หรือปฏิเสธ เรื่องก็จะยาวออกไปอีกเยอะ แต่เผอิญนายประสิทธิชัย สารภาพ


ทีนี้เรามาดูกันนิดหนึ่ง คำถามที่ไม่มีคำตอบอีกเยอะเลย นายประสิทธิชัย ให้สัมภาษณ์เมื่อประมาณวันพฤหัสฯ นายประสิทธิชัย พูดว่า ที่เขาทำลงไป เขามี 3 เรื่อง คือ ปัญหาส่วนตัว ปัญหาทางบ้าน ปัญหาการเงิน เขาก็อธิบายว่า ทำไมต้องการเงิน เอาทอง แต่ต้องการยิงผู้อื่น เขาบอกว่าที่เขายิงผู้อื่นเขายิงเพื่อเปิดทาง เพื่อให้กลัว มีการวางแผนการยิงเปิดทางไว้ ประสิทธิชัย ชื่อเล่นชื่อกอล์ฟ เล่าว่า เขาขึ้นไปบนตู้กระจก แล้วเขาหันปลายกระบอกปืนไปที่ผู้หญิง ถุงมือที่ใส่เข้าไปขัดไกปืน พอดึงถุงมือออก มันเลยยิงออกไป 2 นัด จากนั้นก็ยิง รปภ.เพื่อเปิดทาง เขาบอกเขาไม่เห็นเด็ก เขาไม่ตั้งใจยิง ท่านผู้ชมครับ อันนี้ผมไม่เชื่อ ผมคิดว่าเขาโกหก เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าทำไมผมคิดว่าโกหก




หลังจากยิงเสร็จ ทำไมไปใช้ชีวิตสุขสบายตามข่าว นี่คือคำถามที่นักข่าวถาม เขาก็ตอบว่า "ผมพยายามทำตัวให้เป็นปกติ ไม่คิดหนี แต่ว่าในใจทุกครั้งเห็นข่าวก็เสียใจ"


ยิงเปิดทางเสร็จแล้ว ทำไมต้องยิงคนด้วย แค่ยิงขู่ก็พอแล้ว เขาบอกว่า "ผมยิงไปที่ตู้กระจก 2 นัด ผมไม่คิดว่าลูกกระสุนไปโดนพนักงาน พอเจอผู้ชายกับผู้หญิง พอกระทำไปแล้วมันเหมือนอารมณ์มันหลุดไป ผมเสียใจและขอโทษ" ผมคิดว่าเขาโกหกอีกเหมือนกัน


อยากจะพูดอะไรถึงผู้สูญเสีย ตาย 3 บาดเจ็บ 4 เขาก็พูดว่าเขา"เสียใจ ขอโทษ" เป็นอย่างนี้ทุกที แต่เวลามึงยิงคนมึงไม่เคยเสียใจไม่เคยขอโทษ แต่พอโดนจับได้แล้ว เสียใจ ขอโทษ ฉากละครเรื่องของการฆ่าคนนี่ผมเบื่อหน่ายเหลือเกิน เวลาฆ่าคนทีไร ฆ่าได้ แต่พอฆ่าเสร็จ โดนจับได้ ต้องไปจุดธูปขอขมากันทุกที เลิกทีได้ไหมเรื่องการขอขมา ถ้ามันผิดก็เอาไปเลย เอาถึงประหาร ก็ประหารไปเลย


ทำไมต้องใช้ปืนเก็บเสียง นำมาจากไหน "สั่งมาจากเพื่อนรุ่นน้องในเน็ต ที่ใช้ปืนเก็บเสียงเพราะต้องการลดเสียง ไม่ให้เสียงดัง ไม่ให้ผู้คนตระหนก" ซึ่งมันก็ตรงข้ามกับคำให้การตอนแรกว่าผมต้องการยิงเพื่อเปิดทาง เพราะฉะนั้นถ้าคุณจะยิงเพื่อเปิดทาง คุณไม่ต้องใช้ปืนเก็บเสียงหรอก คุณสามารถยิงให้คนได้ยินเสียงปืน แล้วเขาก็จะวิ่งหนีกัน




หลังจากเกิดเหตุ คิดมอบตัวไหม ปรึกษาใครไหม "มีความคิดจะมอบตัว แต่ไม่ได้ปรึกษาใคร ไม่ได้คุยอะไรกับใคร แต่ประมาณวันที่ 24 ผมถึงจะมอบตัว เพราะผมมีภารกิจที่โรงเรียนอีกชิ้นหนึ่งที่ต้องทำให้นักเรียน" ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง

ท่านผู้ชมครับ ก่อนที่เราจะเข้าไปถึงมูลเหตุจูงใจ ผมมีข้อสงสัยบางประการ และข้อสงสัยตรงนี้ของผมเป็นเพียงทฤษฎีของผม ท่านผู้ชมฟังผมแล้ว ถ้าเห็นด้วยกับผม ก็คิดในใจแล้วกัน ผมว่านายกอล์ฟ หรือนายประสิทธิชัย เขาแก้ว น่าจะเป็นคนมีสองบุคลิก เป็นครูที่ใกล้ชิดเด็ก เวลาสอนเด็ก โรงเรียนเขามีนักเรียนแค่ 46 คนเองนะ 46 คนนี่ เขาใกล้ชิดเด็ก เขาจริงใจกับเด็ก แต่อีกบุคลิกหนึ่ง เวลาเขาเข้าไปปล้นแล้วอารมณ์เขาเกิดขึ้นมาทันที อย่างที่เขาบอกว่าเขายิงตู้กระจก 2 นัด ไม่ใช่หรอก วิถีกระสุนเขายิงคน ท่านผู้ชมถ้าดูในคลิปจะเห็นชัดว่า รปภ.ที่ไปปิดประตูไม่ให้เปิดอัตโนมัติ แล้ว รปภ.วิ่งเข้าเคเอฟซี นายประสิทธิชัย วาดปืนตามแล้วก็ยิงทันทีเลย ไอ้นี่มันไม่ใช่ปกติธรรมดาแล้ว เขาก็ยอมรับว่าอารมณ์เขาหลุดไป คนที่อารมณ์หลุดแบบนี้ ในขณะซึ่งมีเรื่องอย่างนี้ กับอารมณ์ที่ดีกับเด็ก ต้องบอกว่าเป็นคนที่มีสองบุคลิก ซึ่งในประวัติศาสตร์อาชญากรรมมีอยู่มากเลยที่คนที่มีสองบุคลิกเป็นเช่นนี้





ท่านผู้ชมครับ เรื่องของการยิงครั้งนี้ และเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เราจะไม่พูดถึงคนๆ หนึ่งไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว คนๆ นั้นคือ คุณปิยวรรณ ศรีเงินงาม ภรรยาของเขา ที่ชื่อ ปอย


ปอย เรียน ม.ต้น ที่โรงเรียนวินิตศึกษา เรียน ม.ปลาย ที่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย และเรียนปริญญาตรี ที่ราชภัฏเทพสตรี ลพบุรี ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เดียวกับนายกอล์ฟ หรือนายประสิทธิชัย เขาแก้ว เรียนจบมา แต่นายประสิทธิชัยเป็นรุ่นพี่ ปอย ก่อนที่จะเป็นภรรยานายประสิทธิชัย พอจบปริญญาตรีแล้ว ไปทำงานอยู่ที่เขาใหญ่ เปิดร้านกาแฟแล้วไปเป็นแฟน หรือจะเรียกว่าเป็นภรรยาก็ได้ ของเจ้าของรีสอร์ตแห่งหนึ่ง เป็นอยู่สักพัก 4-5 ปีมั้ง แล้วเกิดไม่ถูกชะตากัน ข่าวเล่าว่าถูกปอกลอกจนหมดเนื้อหมดตัว ก็เลยหอบหิ้วตัวเองกลับมาอยู่ที่ลพบุรี แล้วก็มาเจอ ผอ.กอล์ฟ คนนี้ คือนายประสิทธิชัย



นายประสิทธิชัย รู้จักกับปอยมาตั้งแต่สมัยปอยยังเรียน ม.4 อยู่ที่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย ในขณะซึ่งนายประสิทธิชัยนั้นเป็นครูฝึกสอนอยู่ที่โรงเรียนวินิตศึกษา ปอยมีมารดาชื่อ เรณู นามสกุล ศรีเงินงาม เป็นเจ้าของร้านตัดเสื้อชื่อเรณู ส่วนบิดานั้นเป็นทหาร ยศประทวน โดยส่วนตัวแล้วเขาบอกว่าเป็นคนมีนิสัยดี น่ารัก สดใส ไม่ได้เล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟังมากนัก มีแค่ปรึกษาเรื่องการมีบุตรยาก ตามข่าวที่ผมได้มานะครับ แต่ปอยมีข่าวที่ขัดแย้งกัน 2 ข่าว ข่าวแรกก็บอกว่าปอย ตั้งแต่เป็นภรรยาของนายประสิทธิชัย เป็นคนที่จมไม่ลง ชอบใช้ของแบรนด์เนม ชอบโชว์ออฟตัวเองไปในเฟซบุ๊ก ขึ้นไปเที่ยวเชียงใหม่บ้าง ถ่ายรูปท่ามกลางพระอาทิตย์ตกดินบ้าง นั่งอยู่บนรถ BMW Z4 ซึ่งเปิดประทุน และขณะเดียวกัน ไปเที่ยวพัทยา ไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่



คือพูดง่ายๆ ว่าจะลงเรื่องราวตัวเองกับสามีของตัวเองในเฟซบุ๊กตลอดเวลา แต่อีกด้านหนึ่ง คนที่อยู่ใกล้ชิดกับปอยอีกคนหนึ่ง ที่อยู่ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาลพบุรี ซึ่งปอยเป็นครูสอนอยู่ที่นั่น ก็บอกว่าปอยเป็นคนสมถะ เวลาไปทำงานก็จะเอาข้าวกล่องไปทาน เอาล่ะ ไม่เป็นไร สองบุคลิกอีกเหมือนกัน จากแหล่งข่าว 2 แหล่ง ซึ่งบางแหล่งข่าวอาจจะผิด บางแหล่งข่าวอาจจะถูก แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่า ผมกำลังจะนำทฤษฎีเหตุจูงใจออกมาให้คิดหลายๆ อย่าง


ผมเคยพูดกับคนใกล้ชิดของผมว่าเวลาทำข่าว ให้ตามเส้นทางทางการเงิน แล้วเมื่อตามเส้นทางทางการเงินว่า เงินมันไปหยุดที่ไหน เงินมาอย่างไร แล้วเราจะรู้เรื่องราวต่างๆ ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยการพิจารณาเส้นทางทางการเงิน เหมือนกับคณะกรรมการ ปปง. ที่เขาตามเส้นทางทางการเงินของผู้ที่ทำผิดกฎหมาย เขาก็จะรู้ว่าใครโอนเงินให้คนนี้ เงินหลังจากโอนให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เงินไปที่ไหน ไปถึงใครบ้าง ก็จะค้นหาผู้สมรู้ร่วมคิดได้หมดเลย


ผมอยากจะตามเส้นทางทางการเงินของนายประสิทธิชัย เขาแก้ว และผมก็สังเกตอยู่อย่างหนึ่ง สิ่งที่ผมจะพูดออกมานี้ ตำรวจไม่พูดเลย หรือตำรวจอาจจะกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้เพื่อค้นหาเส้นทางทางการเงินของนายประสิทธิชัย ท่านผู้ชมครับ นายประสิทธิชัย เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนวัด มีนักเรียนแค่ 46 คนก็ตาม แต่เส้นทางการเจริญเติบโตของนายประสิทธิชัย นั้นเร็วมาก 3 ปี จากครูผู้ช่วย มาเป็นครู 3 ปี จากครู มาเป็นครูวิทยฐานะ และ 3 ปี จากครูวิทยฐานะ มาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน เร็วมาก เร็วสุดๆ




นายคนนี้จบปริญญาโทจาก ม.นเรศวร จบปริญญาตรีจาก ม.ราชภัฏเทพสตรีลพบุรี ทางพละศึกษา จบปริญญาโททางด้านบริหารการศึกษา ท่านผู้ชมครับ ประสิทธิชัย เขาแก้ว เงินเดือนของ ผอ. 31,000 กว่าบาท บวกค่าประจำตำแหน่งแล้ว เงินเดือนของหนูปอย ซึ่งเป็นภรรยา 18,000 บาท สองคนสามี-ภรรยามีเงินเดือนไม่ถึง 50,000 บาท

ท่านผู้ชมตามผมมา นายประสิทธิชัย ซื้อบ้านให้พ่อ 1 หลัง ให้แม่ 1 หลัง แล้วตัวเองก็ไปซื้อบ้านที่หมู่บ้านลพบุรีวิลล์ อีก 1 หลัง ซึ่งอยู่กับคุณปอย ซึ่งเป็นภรรยาของเขา ถึงแม้บ้านที่ซื้อให้พ่อให้แม่จะเป็นบ้านกลางเก่ากลางใหม่ second hand แต่ทั้งสามหลังนี้ ซื้อมาแล้วหลังหนึ่งต้องไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท จำไว้นะท่านผู้ชม หลังหนึ่งไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท และมีรูปๆ หนึ่งซึ่งมาจากเฟซบุ๊กของคุณประสิทธิชัย หรือของคุณปอย ซึ่งเป็นรูปที่มีเรือ 1 ลำ แล้วรถ BMW ซีรีส์ 5 อีก 1 คัน แล้วบ้านสวยมาก





หลายคนบอกว่าบ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่ แต่จริงๆ แล้วน่าจะเป็นบ้านที่นายประสิทธิชัย ซื้อเอาไว้ ส่วนรถ BMW นั้น มีท่านผู้ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของ เขาบอกว่า พี่ครับ มันมีเหมือนกันนะครับไอ้ประเภทที่เอารถเถื่อน รถผิดกฎหมาย แล้วโดนยึดมา แล้วเขาปล่อยรถพวกนี้ในราคาถูก อย่างเช่น รถราคา 3 ล้าน อาจจะปล่อยแค่ 2-3 แสนบาท หรือสูงสุดไม่เกิน 5 แสนบาท แต่ไม่มีทะเบียนให้นะครับ ไม่มีบัตรให้ โน่นนี่นั่น คือสามารถซื้อได้ ซื้อได้เมื่อไร ตำรวจค้นเมื่อไร ตำรวจตรวจเมื่อไร ก็ยึดรถไป หรือว่าเจ้าของเดิมเขามา เขาก็สามารถจะยึดรถไปได้ นั่นคือรถขโมยมา


เผอิญในวันที่ตำรวจไปจับ ก็ได้เจอรถ BMW อยู่คันหนึ่ง ซีรีส์ 5 เอาล่ะ สมมุติว่านายประสิทธิชัย ซื้อรถคันนี้ไปจากวงการเทา และวงการมืด ที่ตกลงกันว่าซื้อได้แค่ 3 แสนบาท 5 แสนบาท ไม่ว่ากัน เริ่มด้วยการที่ว่า คุณเอาเงินที่ไหน 3-5 แสนบาท มาซื้อ เริ่มกันตรงนั้นดีกว่า ในเมื่อคุณเงินเดือนแค่ 3 หมื่นกว่าบาท บวกเงินเดือนภรรยาคุณ 18,000 บาท แล้วซื้อตอนนั้นคุณยังไม่ได้แต่งงานเสียด้วยซ้ำ อันที่สอง หลังจากแต่งงานแล้ว คุณไปเช่าซื้อรถ BMW เปิดประทุน เดี๋ยวผมจะเอารูปให้ดูนะครับ รถ BMW เปิดประทุน Z4




แล้วตามข่าวบอกว่าตอนนี้บริษัทไฟแนนซ์ก็ยึดคืนไปแล้ว เพราะว่าไม่ได้ผ่อนค่างวด คำถามก็มีอีก รถ BMW คันนี้ต้องมีมูลค่าประมาณ 4-5 ล้านบาท คุณจะซื้อได้อย่างไรถ้าคุณไม่ดาวน์อย่างน้อยที่สุด 15-20 เปอร์เซ็นต์ ก็อีก 1 ล้านบาท นี่พูดถึงบ้าน บ้าน 2 หลังซื้อให้พ่อให้แม่ 2 หลังก็ 2 ล้านแล้ว ซื้อ BMW อีกคันหนึ่ง 5 แสน เป็น 2.5 ล้าน วางดาวน์รถ BMW เปิดประทุน Z4 ตีซะอีกประมาณ 5 แสน ก็ 3-4 ล้านเข้าไปแล้ว ผมถามท่านผู้ชมว่า ผอ.โรงเรียนคนหนึ่ง เงินเดือน 3 หมื่นบาท โรงเรียนวัด เอาเงินที่ไหนมา 3-4 ล้านบาท เขาบอกว่าเป็นหนี้สหกรณ์ 1.7 ล้าน เอ้า ผมให้ 1.7 ล้านไป คุณเอา 4 ล้านบาท ลบ 1.7 ล้าน ก็ยังขาดเงินอีก 2.3 ล้าน แล้ว 2.3 ล้าน คุณเอาเงินมาจากไหน ตรงนี้เป็นปริศนามาก เป็นไปได้ไหมว่า นายประสิทธิชัย เขาแก้ว นั้น ทำอะไรบางสิ่งบางอย่างที่ไม่น่าเคารพนับถือ หรืออาจจะพูดได้ว่าทำงานในสายสีเทา หรือในสายสีดำ เอาล่ะ เรามาดูว่างานอะไรบ้าง


ผมยังสงสัยเลยว่า นายประสิทธิชัย เป็นไปได้ไหม ความที่ยิงปืนแม่นเหลือเกิน และถนัด และใช้ Silencer ปืนเก็บเสียง เป็นไปได้ไหมอาจจะเป็นมือปืนรับจ้าง อยู่ซุ้มมือปืนใดซุ้มมือปืนหนึ่งที่สิงห์บุรี หรือที่ลพบุรี ผมก็เช็กกับแหล่งข่าวของผมไป ผมเช็กกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีอิทธิพลใน จ.สิงห์บุรี ซึ่งถือว่าเป็นซุ้มๆ หนึ่ง เขาบอก ไม่มี ไม่ใช่ นายประสิทธิชัย ไม่ใช่คนที่อยู่ในซุ้มนี้ ก็เป็นแค่ครูธรรมดาคนหนึ่ง เอาล่ะ ตัดทิ้งไป


เป็นไปได้ไหมที่นายประสิทธิชัย ค้ายาเสพติด ถ้าค้ายาเสพติด ขบวนการมันต้องมีจุดรับยาและจุดจ่ายยา จะปิดบังไม่ได้หรอก ข่าวพวกนี้ ป.ป.ส. ตำรวจปราบปรามยาเสพติด คนในวงการ จะรู้หมดว่าใครเป็นใครบ้าง ประเด็นนี้ก็ตัดทิ้งไปเหมือนกัน


ก็เหลืออยู่ประเด็นเดียว คือการพนัน การพนัน พนันอย่างไร บางคนก็บอกว่าเล่นบอล ได้ไหม ผู้รู้ก็บอกว่าเล่นได้ แต่ถ้าจะเล่นให้ได้เงินเยอะขนาดนั้น ก็ต้องลงทุนเยอะเหมือนกัน เพราะว่าเล่นบอลบางทีมันต่อกัน ได้มากก็เท่ากว่านิดๆ สมมุติว่าคุณเล่น 100 บาท คุณอาจจะได้ 120 บาท อะไรทำนองนี้ ไม่ได้ถึงขนาดว่าลง 100 บาท แล้วจะได้ 10 เท่า หรือ 1,000 บาท ไม่ใช่


ตรงนี้เป็นปริศนามานานแล้ว นายประสิทธิชัยเอาเงินที่ไหนมาซื้อรถ นายประสิทธิชัยซื้อบ้าน 3 หลัง รวมทั้งหลังที่ตัวเองอยู่ที่ลพบุรีวิลล์ นายประสิทธิชัยใช้เงินที่ไหนมาดำรงและมารักษาสถานภาพความเป็นไฮโซของตัวเอง และนายประสิทธิชัยก็มีบิ๊กไบก์ นายประสิทธิชัยยิงปืน นายประสิทธิชัยใช้ของแบรนด์เนม และนายประสิทธิชัยไปโน่นไปนี่ มีการจัดงานแต่งงาน มีการจ้างพรีเวดดิง มีการทำพรีเวดดิง ค่าแต่งงานก็เป็นหลายแสน




มีรูปของงานแต่งงานที่ออกมาให้ดูให้เห็น โอ้โห นี่มันไม่ใช่ลักษณะของนายประสิทธิชัย ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนอยู่ที่โรงเรียนวัดเล็กๆ มีนักเรียนแค่ 46 คน เงินเดือน 3 หมื่นบาท พ่อของนายประสิทธิชัยเป็นอดีตตำรวจเก่า แม่ก็เป็นครูเก่า ทั้งสองคนเกษียณอายุไปแล้ว นายประสิทธิชัยเอาเงินมาจากไหน เอามาจากไหน ตรงนี้ผมคิดว่าตำรวจอาจจะกำลังสืบอยู่ ผมเชื่อว่านายประสิทธิชัย ในทฤษฎีของผม ผมคิดว่านายประสิทธิชัยคงจะมีคนหนุนหลังอยู่


ท่านผู้ชมครับ คนที่เข้ามาเป็นครู 3 ปี จากครูฝึกสอนมาเป็นครูทั่วไป และอีก 3 ปี จากครูทั่วไปมาเป็นครูวิทยฐานะ และอีก 3 ปี มาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ถึงแม้โรงเรียนจะเป็นโรงเรียนเล็กๆ ก็ตาม อุปมาอุปไมยเหมือนท่านผู้ชมเป็นผู้กำกับ สน.เล็กๆ สน.หนึ่ง กับอีกคนเป็นผู้กำกับ สน.บางรัก ถึงแม้ว่าความยิ่งใหญ่ของพื้นที่ หรือผลประโยชน์พื้นที่ไม่เหมือนกัน เล็กกว่ากันมาก แต่ตำแหน่งเท่ากัน คือพันตำรวจเอกเหมือนกัน เพราะฉะนั้นนายประสิทธิชัยก็เป็น ผอ. เมื่อเป็น ผอ.แล้ว โอกาสที่จะขึ้นเป็น ผอ.เขต มีสิทธิเท่าเทียมกับ ผอ.โรงเรียนใหญ่ๆ เหมือนกัน เพราะฉะนั้นนายประสิทธิชัย ผมกล้าพูดได้ว่า 9 ปี จากครูฝึกสอนขึ้นมาเป็น ผอ. ถึงจะเป็นโรงเรียนเล็กๆ ก็เหมือนกับตำรวจล่ะครับ ตำรวจพอจะขึ้นเป็นผู้กำกับ ถ้ามีคนช่วย เขาก็บอก เฮ้ย เอาผู้กำกับโรงพักนี้แล้วกัน เล็กๆ ไม่มีใครสนใจ แต่ตำแหน่งผู้กำกับเท่ากัน โอกาสจะขึ้นจากผู้กำกับ เป็นรองผู้การ เท่ากัน เพราะว่ายศเท่ากันหมด มีคนหนุนหลังก็ขึ้นเป็นรองผู้การ มีคนหนุนหลังก็ขึ้นเป็นผู้การ มีเงินมีทองก็ไปจ่ายได้ ฉันใดฉันนั้น ผมคิดว่านายประสิทธิชัยต้องมีผู้มีอิทธิพลและมีเงินคนใดคนหนึ่งที่แบ็กนายประสิทธิชัยเอาไว้ นั่นคือข้อสังเกตข้อแรกของผม ไม่เช่นนั้นแล้วนายประสิทธิชัยจะมีเงินมีทอง เอามาซื้อรถ BMW ซีรีส์ 5 และเรือที่เห็น ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเป็นเรือของใคร แต่การที่จอดไว้ที่บ้าน และนายประสิทธิชัยกำลังล้างรถอยู่ที่หน้าบ้าน เรือลำนั้นมันไม่ใช่เรือเร็วธรรมดาในแม่น้ำนะครับ ชั้นล่างของเรือมีห้องนอนเสร็จ จะเรียกว่าเป็นเรือยอชต์เล็กๆ ก็ได้ ราคา ผู้รู้เขาบอกว่าวงเงินน่าจะ 6-10 ล้านบาท ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง นายประสิทธิชัยเอาเงินจากไหนมาซื้อ ตรงนี้ต่างหาก




แต่ถ้าสมมุตินายประสิทธิชัยมีเงินมาซื้อเรื่องพวกนี้ แล้วทำไมต้องไปปล้นทอง แล้วทำไมต้องไปปล้นทอง ซึ่งปล้นทองแล้วทองมีมูลค่าแค่ 7 แสนบาทเอง เป็นไปได้ไหมท่านผู้ชมว่านายคนนี้เป็นคนหมุนเงิน เล่นแชร์ เล่นวงนี้ ไปกู้เงินนอกระบบเจ้านี้มา แล้วก็กู้นอกระบบเจ้านี้มาแทนอีกวง หมุนไปหมุนมาจนกระทั่งติดขัดหมด ไม่มีเงินจ่ายให้เขา ถึงออกมาในคำพูดว่าเครียดเรื่องเงินเรื่องทอง 1.7 ล้านบาทที่กู้สหกรณ์มานั้น ทุกวันนี้ก็หักออกจากเงินเดือนของนายประสิทธิชัย นายประสิทธิชัยนั้น เอ้า เรียกนายกอล์ฟดีกว่า ง่ายๆ หักออกจากเงินเดือนนายกอล์ฟ เมื่อหักออกจากเงินเดือนนายกอล์ฟแล้ว นายกอล์ฟจะเหลือเงินใช้ไม่เท่าไร เหลืออยู่น้อยมาก ลำพังแค่น้ำมันรถยังไม่รู้จะพอหรือเปล่าต่อเดือน แล้วเงินที่มาสนับสนุนความฟู่ฟ่าของตัวเอง ถ่ายรูปออกไปในเฟซบุ๊ก ไปเที่ยวโน่น ไปเที่ยวนี่ ไปโชว์ออฟที่โน่นที่นี่ ไปเอามาจากไหน เงินที่ผ่อนรถเอามาอย่างไร เงินค่าใช้จ่ายเอามาอย่างไร นี่เป็นปริศนาอันใหญ่ แต่อันหนึ่งที่ผมจะเล่าให้ฟัง ท่านผู้ชมจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ไม่รู้


ผมเคยพูดเรื่องนี้กับท่านสุภาพสตรีคนหนึ่ง ท่านสุภาพสตรีเพิ่งโทรมาหาผมเมื่อวานนี้ ว่า คุณสนธิคะ เรื่องยิง 3 ศพ คุณสนธิคิดอย่างไร ผมก็เล่าให้ฟัง แล้วผมสรุปว่าเหตุน่าจะเกิดจากอันนี้ๆๆ เหตุเพราะว่าผู้ชายคนนี้รักเมียมาก คือรักปอยมาก จนกระทั่งพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ปอยมีความสุข แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่ผู้ชายคนนี้อยู่ วงเงินต่างๆ จุดต่างๆ ที่เขาไปเอาเงินเอาทองอาจจะมากดดันเขามาก กดดันมากจนกระทั่งเขาไม่รู้จะทำอย่างไร เหมือนกับหนังสือพิมพ์ข่าวสดลงข่าวบอกว่า อ๋อ ที่แท้ติดหนี้ 2 ล้านบาท มันอาจจะมากกว่า 2 ล้าน หรือ 2 ล้านจริงๆ แต่ 2 ล้านนั้นเขาเอาเรื่องเอาราว เขาไม่ยอม เขาอาจจะเปิดโปง หรือเขาอาจจะมาทวงหนี้ทวงสิน หรือเขาอาจจะใช้กำลังที่รุนแรงขึ้นมา ก็เลยเกิดความเครียด แต่ตัวเองนั้นทุกอย่างทำเพื่อเมีย สุภาพสตรีคนนี้เขาก็บอกว่า เป็นไปได้อย่างไรคุณสนธิ ผมก็บอก ไอ้เรื่องความรักเวลามันหลงสุดลิ่มทิ่มประตู ทุกคนมันทำได้ทุกเรื่อง เขาบอก พอแล้วๆ อย่าพูดเรื่องนี้ เข้าใจค่ะ ดิฉันก็เป็นอย่างนั้นเช่นกัน


ผมกำลังจะตั้งทฤษฎีของผมขึ้นมาว่า นายกอล์ฟลุ่มหลง หลงใหล และคลั่งไคล้สุภาพสตรีที่ชื่อปอย ที่เป็นภรรยา มาก มีประโยคๆ หนึ่งซึ่งปอย ... คือนายประสิทธิชัยต้องการปอยมาเป็นภรรยาที่ถูกต้อง จดทะเบียนสมรส แล้วก็มีประโยคหนึ่งซึ่งประเดี๋ยวจะเอาขึ้นให้ดู ซึ่งปอยเขาบอกว่า "สุขสันต์วันเกิดนะ ได้จดทะเบียนให้เรียบร้อยแล้ว เอาทะเบียนสมรสให้แล้ว ตามที่ต้องการ" คล้ายๆ ว่านายประสิทธิชัยกินอยู่กับปอยมาสักพักแล้ว แต่ยังไม่จดทะเบียน ก็ไม่พอใจ เรียกร้องให้ปอยจดทะเบียน



แล้วท่านผู้ชมสังเกตไหม ผมเป็นคนที่ชอบสังเกต ท่านผู้ชมลองดูรูปในเฟซบุ๊ก ซึ่งสองคนผัว-เมียพยายามที่จะโชว์ออฟรูปในเฟซบุ๊กเต็มไปหมดเลย ท่านผู้ชมดูสิครับ นายประสิทธิชัยจะถ่ายรูปกับภรรยาที่ชอบโชว์นม หน้าอกเบ้อเร่อเบ้อร่า ซึ่งบางคนก็บอกว่าไปทำนมมา บางคนก็บอกไม่ได้ทำ ไม่เป็นไร ทำหรือไม่ทำไม่เป็นไร เอาเป็นว่าเธอหน้าอกใหญ่ก็แล้วกัน เธอขาว เธอหน้าตาดี ดูรูปนะครับ ปรากฏว่าหน้าตานายประสิทธิชัย ถ่ายรูปกับภรรยา ผ่องใส มีออร่าออก คล้ายๆ มีความภูมิใจมากว่านี่เมียผมนะ สวยไหม เซ็กซี่ไหม ในลักษณะนี้ผมเชื่อว่านายประสิทธิชัยหลงปอยเป็นอย่างมาก ลุ่มหลง หลงใหลอย่างเต็มที่





ส่วนที่ในวงการโซเชียลมีเดีย หรือในวงการข่าวสื่อมวลชนหลายแห่ง บอกว่านายประสิทธิชัยไปมีกิ๊ก ผมไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง แต่เอาเป็นว่าหลักฐานที่เห็นจากรูป จากการอ่านบุคลิกลักษณะ การแสดงหน้าตาในรูป จะเห็นได้ชัดว่านายประสิทธิชัยสุดลิ่มทิ่มประตูในเรื่องความรักกับน้องปอย หรือคุณปิยวรรณ ศรีเงินงาม ถึงขนาดที่เรียกว่า เรียกร้องให้จดทะเบียนสมรสเสียทีหลังจากมีงานแต่งงานแล้ว แล้วน้องปอยก็ออกมาส่งข้อความบอกว่าเอ้า เอาของขวัญให้เป็นการจดทะเบียนให้เรียบร้อยแล้วนะ ซึ่งนี่เป็นหลักฐานพยานอันหนึ่ง


ผมกำลังจะพูดว่าอย่างไร ทั้งหมด ผมกำลังจะพูดว่า มูลเหตุจูงใจน่าจะเป็นที่เรื่อง หนี้สิน ใช่ แต่หนี้สินที่มีอยู่นั้นเอามาเพื่อทำอะไร หนี้สินที่สร้างตัวเองขึ้นมา เอามาเพื่อดำรงซึ่งสถานภาพความรัก ความรักที่ในแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดที่ลพบุรี ที่ใกล้ชิดเป็นเพื่อนสนิทของคุณปอย และเป็นคนซึ่งอยู่ที่ลพบุรี ซึ่งรู้จักทั้งสองคน เขาบอกว่านายประสิทธิชัยลุ่มหลง หลงใหล และคลั่งไคล้คุณปิยวรรณอย่างมหาศาล เรียกว่าขาดกันไม่ได้เลย ไม่มีทาง และทุกครั้งเขาก็จะอ้อนภรรยาของเขาในหน้าเฟซบุ๊กตลอด ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่พออกพอใจเรื่องอะไรกันก็ตาม เขาก็จะขอโทษ เขาจะอ้อน ซื้อข้าวซื้อของให้ แล้วนายประสิทธิชัยสมัยก่อนใช้รถเชฟโรเลต พอตัวเองได้ BMW มา ก็ผ่องเชฟโรเลตคันนี้ให้ภรรยาใช้ แล้วเห็นไหม ถ้าตัวเองต้องตัดสินใจไปดาวน์รถ BMW Z4 ขึ้นมา ก็แสดงว่าต้องการเอาใจภรรยา






ทีนี้จะเอาใจภรรยาด้วยวิธีการอย่างนี้ มันต้องใช้เงินนี่ ท่านผู้ชม จะใช้เงินอย่างไรล่ะ ตัวเองเงินเดือน 3 หมื่น นอกจากตัวเองไปเล่นพนันบอล แต่พนันบอลก็อย่างที่ผมบอก ถ้าพนัน 1 ล้าน ถึงจะได้คืน 1 ล้าน นายประสิทธิชัยอาจจะไม่ได้มีเงินถึงขนาดนั้น หรือนายประสิทธิชัยอาจจะต้องไปกู้ยืมเขามา ไปกู้เงินนอกระบบมา เอ้า ถึงเวลาต้องผ่อนรถแล้วนี่ จะเอาเงินที่ไหนมาผ่อนรถล่ะ เป็น ผอ.โรงเรียน ไปกู้เงินนอกระบบ คนก็ให้กู้อยู่แล้ว กู้เจ้านี้มา คิดดอกเบี้ยร้อยละ 5 ร้อยละ 10 มีเงินจ่ายดอกเบี้ย เงินจะหมดแล้วก็ไปกู้อีกเจ้าหนึ่งมา โปะไปโปะมา วนไปวนมา จนกระทั่งเกิดความเครียดขึ้นมา เรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัว เรื่องครอบครัวก็คือทำอย่างไรที่จะให้ความรักนี้ยังคงอยู่ ทำอย่างไรที่จะให้คุณปอยยังคงรักคุณประสิทธิชัยอยู่ และนี่ก็คือที่มา ผมเชื่อว่าที่มาของการเข้าไปปล้นทอง คำถามมีอยู่อย่างนี้ เมื่อปล้นทองมาแล้ว ท่านผู้ชมสังเกตไหม เขาบอกเลยว่า เขาทิ้งไว้ที่แม่น้ำ ทำไมเขาต้องทิ้งไว้ที่แม่น้ำ เพราะเขาไม่ต้องการให้ตำรวจเจอทองนี้ แล้วตอนหลังเขาเองถูกสอบหนักจนกระทั่งเขาต้องยอมสารภาพว่าเขาเอาไปฝากไว้ที่บ้านพ่อ


ลักษณะอย่างนี้หมายความว่าเขาพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับอะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้นกับเขา แต่เขาอยากให้มีทรัพย์สมบัติก้อนนี้ทิ้งเอาไว้ ผมไม่ทราบว่าเขาจะทิ้งเอาไว้ให้พ่อของเขา หรือเขาจะทิ้งเอาไว้ให้คุณปอย แต่ที่แน่ๆ ที่สุด ถ้าไม่อย่างนั้นเขาจะพูดทำไมว่าเขาทิ้งแม่น้ำ เขาก็บอกสิว่าอยู่ที่บ้านพ่อตั้งแต่ต้น แต่เผอิญตำรวจไม่เชื่อ ตำรวจก็สอบไปบี้ไป สอบไปบี้ไป จนกระทั่งในที่สุดเขาต้องยอมสารภาพ ผมเชื่อว่าเงินทองก้อนนั้นทิ้งเอาไว้โดยที่เขารู้ว่าที่เขาทำเช่นนี้เขาคงต้องโดนจับได้แน่นอน และหนีไม่พ้น อย่างน้อยที่สุดทอง 7 แสนบาทนี้ ซ่อนเอาไว้ เอาไปเก็บ เอาไปให้เมีย หรือเอาไปให้พ่อ แต่ผมคิดว่าในที่สุดค่อยกระซิบบอกเมียว่ามีทองซ่อนไว้ที่บ้านพ่อนะ 7 แสนบาท และเขาก็กันเมียเขาออกไปว่าไม่เกี่ยว ไม่เกี่ยวอะไรทั้งสิ้น เขาพูด





ท่านผู้ชมจำคำพูดผมเอาไว้นะ สิ่งแรกสุดเลย เวลาผมฟังคนพูด อย่างเช่น ผมฟังผู้ว่าฯ แบงก์ชาติพูด หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูดว่า ไม่มีหรอก ไม่มีการลดค่าเงินบาท พนันได้ว่าต้องมีการลดค่าเงินบาท ฟังคนพูด นักการเมืองพูด ว่าไม่มีหรอก เราไม่ได้มีความขัดแย้งกัน เรารักกัน ร่วมกันถ่ายรูปหมู่กัน เชื่อผมไหม ขัดแย้งกัน เหมือนกัน มนุษย์นี่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง เป็นผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ หรือเป็นมนุษย์ เมื่อคุณประสิทธิชัยรักคุณปอยมาก คุณปอยจะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ผมไม่รู้ รู้แต่ว่าถ้าคุณประสิทธิชัยไม่รีบกันคุณปอยออกไป เดี๋ยวคุณปอยจะต้องโดนข้อหาสมรู้ร่วมคิดด้วย คุณประสิทธิชัย สิ่งแรกที่บอกว่าผมทำคนเดียว ไม่มีใครเกี่ยวข้อง ประหลาดมาก ยังไม่ทันถามเลยว่ามีใครร่วมด้วยหรือเปล่า คุณประสิทธิชัยบอกเลยว่าผมทำคนเดียว ไม่มีใครเกี่ยวข้องด้วย


บางท่านอาจจะไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีของผม แต่ผมเชื่อ ผมเชื่ออย่างมาก ว่าทฤษฎีของการลุ่มหลง หลงใหล คลั่งไคล้นี้ หัวปักหัวปำจริงๆ คุณอย่าลืมนะท่านผู้ชม ผอ.กอล์ฟ ตอนที่เลิกกับปอย แล้วปอยไปมีสามีคนหนึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ต แสดงว่าปอยเองก็อยากสบาย อยากสบาย อยากมีเงินมีทอง ประสิทธิชัยกลับมาหาปอยอีกครั้งหนึ่งด้วย BMW 520 ด้วยสถานภาพอีกสถานภาพหนึ่ง มีโอกาสจะขึ้นเป็น ผอ.โรงเรียน แล้วปอยก็เป็นครูสอนอยู่วิทยาลัยอาชีวะ ทางด้าน Business Computer เพราะฉะนั้นแล้ว ประสิทธิชัยสร้างตัว จะด้วยวิธีไหนก็ตาม ไม่รู้นะ เพื่อได้ความรักจากปอยมา เพราะปอยมองคนที่มีฐานะ มองว่าถ้าเขาดีอย่างนี้ก็น่าจะเข้ามาคบด้วย นี่คือทฤษฎีส่วนตัวของผม ผมคิดว่าไม่ผิดอะไรไปมากกว่านี้หรอกครับ ผมเชื่อว่าเรื่องความกดดันของนายประสิทธิชัยที่ต้องไปหาเงินมา ผมเชื่อว่าความเครียดเกิดจากการที่เขาไปหาเงินต่างๆ มา เพื่อมาสนับสนุน เพื่อมาดำรงไว้ซึ่งสถานภาพคู่สมรส และยังดำรงไว้ซึ่งความรัก แต่ในที่สุดแล้วเงินหมุนไม่ทัน แล้วอาจจะมีเรื่องที่เครียด อาจจะโดนทวงหนี้ทวงสินอย่างมากมาย นี่ผมตัดประเด็นต่างๆ ประเด็นการเป็นมือปืนรับจ้าง ประเด็นค้ายาเสพติดออกมา แล้วก็เหลืออยู่ประเด็นเดียวเท่านั้นเอง ก็คือประเด็นของการไปกู้หนี้ยืมสินเขามา แล้วเผอิญอาจจะไปเหยียบเท้าผู้มีอิทธิพล ไปกู้หนี้ยืมสินคนที่เขามีเงินมีทอง แล้วคนสิงห์บุรี คนลพบุรี นักเลง มึงกู้กูไป มึงไม่ให้กู ทวงแล้วครั้งหนึ่งก็ไม่ให้ สองครั้งก็ไม่ให้ สามครั้งก็ไม่ให้ งั้นมึงเอาลูกปืนไปก็แล้วกัน




ผมเชื่อว่าเขาเครียดเรื่องนี้มากกว่า เพราะไม่อย่างนั้นแล้วไม่มีเหตุผล ไม่มีเหตุผล เขาจะเอาเงินมาทำไม แล้วเงินที่เขากู้ที่เขาติดหนี้อยู่ 2 ล้าน เขาเอามาทำไม เอาเงิน 2 ล้านมา ก็เพื่อบำรุงบำเรอชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อของเขา ความรักที่จอมปลอมของเขาที่เขาคิดว่ามันจริง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เอาวัตถุนิยมใส่เข้าไปในความรักของเขา ก็เลยทำให้เขามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมา


ท่านผู้ชมครับ ทฤษฎีมีหลายทฤษฎี แต่ทฤษฎีนี้สำหรับผมแล้วค่อนข้างน่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะว่าผมตัดความเป็นไปได้ของการเป็นพ่อค้ายาเสพติด ตัดความเป็นไปได้ของการที่เขาจะเป็นมือปืนรับจ้างประจำซุ้ม ยิงคนครั้งหนึ่งได้ 5 แสนบ้าง ได้ 6-7 แสนบาทบ้าง ตัดทิ้งไปแล้ว เพราะมีการพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่ ก็ถามว่าเขาเป็นหนี้ 2 ล้านบาท จากอะไร เป็นหนี้ 2 ล้านบาท จากการพนันหรือ พนันอะไร ถ้าพนันบอลทางเว็บไซต์ต้องเอาเงินไปวางถึงจะพนันได้ เพราะฉะนั้นแล้วต้องเป็นเรื่องของการกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อโปะโน่นโปะนี่ ไม่อย่างนั้นแล้วเขาจะกู้เงินสหกรณ์มา 1.7 ล้านทำไม เขาซื้อบ้านให้พ่อ เขาซื้อบ้านให้แม่ เขาซื้อบ้านที่ลพบุรีวิลล์ ซึ่งเขาอาจจะผ่อนบ้านอยู่ มี BMW 520 แล้วเรือลำนั้นที่เห็นในรูป เราก็ยังไม่รู้ว่าเป็นเรือใคร แต่ก็ไม่มีเหตุผลถ้าเขาไม่มีส่วนร่วม เรือจะไปจอดที่หน้าบ้านของเขาได้อย่างไร ตรงนั้น แล้วบ้านหลังนั้นบ้านของใคร ถ้าไม่ใช่บ้านของเขา แล้วทำไมเขามานั่งล้างรถที่บ้านเขา ก็แสดงว่าเขาเพิ่งตื่นนอนจากบ้านหลังนั้น แล้วออกมาล้างรถ เพราะฉะนั้นแล้ว เขาใช้เงินเกินความสามารถที่เขาจะไปหามาได้ และวิธีการหาเงินของเขาคือการกู้ยืมเงิน หมุนเงินไปหมุนเงินมา


ท่านผู้ชมครับ บุคลิกของนายประสิทธิชัยนั้น เป็นบุคลิกที่สองบุคลิกจริงๆ เขาเองเขายังให้สัมภาษณ์เลยว่า ในช่วงเหตุการณ์เกิดเหตุที่เขายิงนั้น เขาหลุดออกมาเหมือนกัน อารมณ์หลุดไปทันทีเลย เพราะฉะนั้นแล้วนี่คือสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่มีสองบุคลิก และเขาให้สัมภาษณ์เอง บอกว่า เขาคิดเรื่องนี้มานานแล้ว เรื่องปล้นทอง ตัดสินใจเลย 1-2 วันนี้ต้องทำแล้ว แสดงว่าความกดดันในเรื่องการถูกทวงเงินนั้นมันรุนแรงมากจนกระทั่งเขาต้องตัดสินใจที่จะทำเช่นนี้ อาจจะเป็นไปได้ว่าเรื่องเงินเรื่องทอง ก็เลยทำให้ ... ตามข่าวว่า เขากับภรรยาแยกบ้านกันอยู่ จะจริงหรือไม่จริง ผมไม่รู้ แต่ผมรู้ว่าเขาน่าที่จะรักเมียคนนี้มาก ท่านผู้ชมไม่เชื่อ กลับไปดูรูปในเฟซบุ๊กดู หน้าตาเขาเหมือนมีแสงสว่างเลยพอเขาถ่ายรูปข้างๆ กับเมีย ซึ่งโชว์หน้าอก หน้าตาสวย บางคนในเฟซบุ๊ก บางคนในโซเชียลมีเดีย ถึงบอกว่า ผอ.ประสิทธิชัยนั้นถูกนมบังตา นั่นก็เป็นคำพูดที่เขาล้อเลียนกันนะ




ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ก็เป็นอุทาหรณ์หลายๆ เรื่อง หลายๆ อย่าง ที่แน่นอนที่สุด คือ หนึ่ง อย่าใช้เงินเกินตัว ผมเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เกิดขึ้นมาจากการใช้เงินเกินตัว สอง ถ้าเป็นคู่ผัวตัวเมียกันแล้ว ถ้าเข้าใจกัน ความรักอย่ามาวัดกันด้วยเงิน อย่ามาวัดกันว่าคุณมีรถ BMW หรือเปล่า อย่ามาวัดว่าคุณมีบ้านหรือเปล่า อันที่สาม เมื่อคุณทำเรื่องนี้แล้ว ผลออกมาอย่างไร คุณต้องรับผิดชอบกับผลอันนี้ ท่านผู้ชม มีคนถามผมมาว่า ผอ.กอล์ฟ ประสิทธิชัย เขาแก้ว จะถูกประหารชีวิตไหม ผมขอตอบท่านผู้ชม วันนี้ว่า ถูกแน่นอนครับ เหตุผลเพราะว่าตำรวจฟ้องเขา 7 ข้อหา ใน 7 ข้อหานั้น มีอยู่อย่างน้อย 3 หรือ 4 ข้อหา โทษประหารชีวิตทั้ง 4 ข้อหา ประการแรก คำถามมีอยู่ว่า ตามหลักวิธีการพิจารณาความอาญา หากจำเลยให้การสารภาพ ตามประเพณีปฏิบัติแล้ว ควรจะลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่ง หมายความว่าถ้าโทษประหารชีวิต ก็จะเหลือตลอดชีวิต แต่ท่านผู้ชม เราเพิ่งผ่านเหตุการณ์ของนายสมคิด พุ่มพวง มาใช่ไหม ที่ฆ่า 5 ศพ โทษประหารชีวิต พอสารภาพก็เหลือตลอดชีวิต พอตลอดชีวิตอยู่สักพัก ได้รับอภัย ก็จะเหลือ 50 ปี 25 ปี ลดลงมาเรื่อยๆ กระแสสังคมตอนนี้ในเรื่องนี้กำลังแรง เพราะฉะนั้นแล้วผู้พิพากษาอาจจะต้องพิจารณาว่า การที่จำเลยสารภาพมานี้ อาจจะด้วยจนต่อหลักฐาน เพราะฉะนั้นจะไม่มีการลดโทษให้ ก็ยืนในการประหารชีวิต ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง นายประสิทธิชัยก็จะมีเวลาต่อชีวิตได้อีกไม่เกิน 2 ปี 2 ปีอย่างไร ก็คืออุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ไปที่ศาลอุทธรณ์ อุทธรณ์ว่าขอให้ลดโทษเนื่องจากตัวเองสารภาพ ศาลอุทธรณ์จะใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี แต่ถ้าเป็นกรณีของนายประสิทธิชัย ผมคิดว่าศาลอุทธรณ์จะใช้เวลาไม่ถึงปี เผลอๆ ครึ่งปีเสียด้วยซ้ำ จะรีบพิจารณาคดีนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว นับ ว.วัน เวลา น. ไปได้


ถ้าตำรวจกองปราบฯ ทำคดีเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ ส่งฟ้องอัยการ ให้อัยการ อัยการใช้เวลาพิจารณาคงไม่เกิน 15 วัน เพราะหลักฐานมีหมดทุกอย่าง และไม่ใช่พยานเอกสาร ไม่เกิน 15 วัน ก็คงจะส่งฟ้องศาลได้ที่จังหวัดลพบุรี ส่งฟ้องศาลจังหวัดลพบุรีได้ไม่เกินเมษายน เมษายน ศาลก็คงจะนัด ก็คงจะไม่นัดไปปีหน้า ก็คงจะนัดภายในอีก 2-3 อาทิตย์ หรืออีก 1 เดือนให้หลัง 30 วันให้หลัง และในเมื่อจำเลยสารภาพแล้ว พฤษภาคม-มิถุนายน น่าจะมีคำพิพากษาออกมาแล้วว่าประหารชีวิต มิถุนายนนะครับท่านผู้ชม 2563 จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์ได้ในระยะเวลา 30 วัน ภายใน 30 วัน อุทธรณ์ขอลดโทษ ส่งไปที่ศาลอุทธรณ์ ผมเชื่อว่าไม่เกินสิ้นปีนี้ศาลอุทธรณ์คงจะมีคำสั่งออกมาแล้ว พิจารณาคดีและมีคำพิพากษาออกมา ก็น่าจะยืนตามศาลชั้นต้น ถ้าศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ พิพากษาเหมือนกันหมด จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาแล้ว ก็หมายความว่าวันพิพากษา วันสิ้นชีวิต วันตายของนายประสิทธิชัย คงไม่เกินสิ้นปีนี้ หรืออย่างช้าก็คือไตรมาสแรก ปีหน้า ใครก็ตามที่เป็นอธิบดีราชทัณฑ์ในยุคนั้น ให้จำเอาไว้ ในยุคต่อไป ปีหน้าต้องมีหน้าที่ที่จะพิพากษาที่จะจัดการประหารชีวิตนายประสิทธิชัย ซึ่งก็จะใช้วิธีประหารชีวิตด้วยการฉีดยา วิธีการฆ่าก็คือฉีดยาคลายกล้ามเนื้อก่อน แล้วค่อยฉีดยาพิษ ยาใส่สารเคมีเข้าในเส้นเลือด


นายประสิทธิชัยนี่โชคดีที่เกิดในประเทศไทย ที่มีการประหารชีวิตด้วยความปรานี ถ้านายประสิทธิชัยเกิดขึ้นมาในยุคสมัยที่ปาะเทศจีนมีฮ่องเต้อยู่ ท่านผู้ชมครับ เวลาศาลสั่งประหารชีวิต เขาจะเอาจำเลยมาที่กลางตลาด ให้คุกเข่า ให้ก้มหัวลง แล้วเขาก็จะเอามีดใหญ่ๆ ฟันคอ ท่านผู้ชมรู้ไหมว่า พ่อแม่พี่น้อง ลูกหลานของคนที่ถูกประหารชีวิตต้องรวบรวมเงินก้อนหนึ่ง เอาไปให้เพชฌฆาต เอาไปให้เพื่ออะไรรู้ไหมท่านผู้ชม บอกว่าช่วยรับเงินก้อนนี้ไปหน่อยเถอะ แล้วช่วยพวกเราหน่อย ขอดาบเดียวคอขาด เพราะว่ามีหลายกรณีที่ฟันแล้วคอไม่ขาด ยังมีชีวิตอยู่ หัวยังเจ็บอยู่ยังปวดอยู่ เลยต้องฟันซ้ำ ในบางกรณีตามตำนานประวัติศาสตร์ ต้องฟันซ้ำถึง 3 ครั้งคอถึงจะขาด ถึงจะตาย เพราะฉะนั้นเพชฌฆาตพวกนี้ก็จะได้รับเงินรับทองในการฟันคอ ฟันดาบเดียว ถึงมีฉายา บางคนแซ่โต โตดาบเดียว เพชฌฆาตโตดาบเดียวก็คือว่า รับรองว่าถ้าโตฟันแล้ว ทีเดียวขาด








ท่านผู้ชมครับ วันนี้เราต้องชมเชยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ซึ่งลงไปคุมคดีนี้ด้วยตัวเอง ผมรู้ว่าในช่วงสิบกว่าวันก่อนที่จะมีการจับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เละเป็นโจ๊กเลย โดนด่าโน่นนี่ และผมเชื่อว่าพี่โจ๊กของผมก็นั่งหัวเราะอยู่ข้างๆ แต่วันนี้ผลงานของบิ๊กแป๊ะสำเร็จแล้ว บิ๊กโจ๊กจะว่าอย่างไร บิ๊กโจ๊กเคยบอกว่ารถที่ตัวเองโดนยิง วิสามัญฯ รถ บิ๊กแป๊ะต้องรับผิดชอบ วันนี้บิ๊กแป๊ะทำคดีที่คิดว่าทำยาก สำเร็จเรียบร้อยแล้ว บิ๊กโจ๊กจะไม่ออกมาสนับสนุนให้บิ๊กแป๊ะอยู่จนเกษียณ หรือต่ออายุราชการไปอีก 1 ปี ให้เขาหน่อยเหรอ ก็ในเมื่อคุณใช้คำว่ารับผิดชอบในเรื่องวิสามัญฯ รถ






โชคชะตาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเราคิดว่าเขากำลังตกต่ำ แต่ก็สามารถพลิกผันได้ในวินาทีสุดท้าย บางคน อย่างเช่นนายประสิทธิชัย คิดว่าตัวเองอีกไม่กี่ปี อีก 1 ปี หรือ 2-3 ปี ก็จะได้เป็น ผอ.เขตแล้ว เพราะมีเส้นใหญ่ มีคนแบ็กอัพ แต่ก็พลิกผันมาเป็นฆาตกรฆ่าคนตายและมีโอกาสจะถูกประหารชีวิตอย่างสูง ไม่มีอะไรแน่นอน แน่นอนที่สุด คืออย่าพยายามทำความชั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอาชีวิตคน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด


ทฤษฎีของผมที่เล่าให้ฟัง อาจจะถูก หรืออาจจะไม่ถูก แต่ผมคิดว่ามีส่วนอย่างมากที่สุดก็คือว่า ผอ.ประสิทธิชัย หรือ ผอ.กอล์ฟ นั้น เป็นเช่นนี้เพราะตัวเองทำตัวเอง ตัวเองฟุ่มเฟือย ตัวเองอยู่เกินฐานะที่ตัวเองควรจะอยู่ ตัวเองไม่รู้จักตัวเองว่าตัวเองเป็นครู เป็นผู้อำนวยการ ตัวเองเหมือนกับเอาอาชีพครูเป็นที่ไต่เต้า แต่ตัวเองทำทุกอย่างซึ่งตรงกันข้ามกับจริยธรรมของครูที่ควรจะเป็น ผมยังจำได้สมัยผมหนุ่มๆ ผมไม่เคยเจอเลย พระติกคุก พระทำผิด ครูข่มขืนนักเรียน ครูยิงคนตาย 2563 สังคมไทยอะไรมันก็เกิดขึ้นได้หมดแล้ว ศีลธรรมมันไม่มีเหลืออีกต่อไป ความรู้จักพอดี ความรู้จักพอเพียง มันไม่เกิดขึ้นอีกต่อไปแล้ว มันมีแต่ความมุ่งหวังไปที่ลาภและไปที่ยศ มุ่งหวังไปที่วัตถุ จิตใจยิ่งวันยิ่งตกต่ำๆๆ ไปเรื่อยๆ


ท่านผู้ชมครับ วันนี้พูดด้วยความไม่สบายใจ เสียใจ และผมก็เสียใจให้กับคุณปอยด้วย และผมก็เสียใจให้กับญาติพี่น้องของ ผอ.ประสิทธิชัย แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นเพราะการกระทำของ ผอ.ประสิทธิชัยเอง เท่านั้นเอง




ท่านผู้ชมครับ วันนี้เอาเพียงแค่นี้ก่อนแล้วกัน วันศุกร์หน้าเราค่อยกลับมาด้วยเรื่องสถานการณ์โลก และมีเรื่องที่ต้องพูดกันอีกสักพักหนึ่ง แต่ก่อนจบผมอยากจะให้กำลังใจคุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา เพื่อนร่วมอาชีพของผม สรยุทธ ผมรู้จักเขาตั้งแต่เขาทำงานอยู่ที่ช่อง 9 และผมทำรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่ช่อง 9 เราจะเจอกันทุกครั้ง ทุกวันศุกร์ เพราะเขาจัดรายการของเขาจบ ก็จะต่อด้วยรายการของผม คุณสรยุทธ เป็นคนดี ประเด็นก็คือว่า คุณสรยุทธ โดนข้อหาเบียดบังเงินโฆษณาของช่อง 9 แต่ในข้อเท็จจริง ช่อง 9 ก็ได้ส่วนเกินของเงินค่าโฆษณาเช่นกัน ถ้าคุณสรยุทธผิด ช่อง 9 ก็ต้องผิดด้วย ถ้าช่อง 9 จะเล่นงานคุณสรยุทธผิด ช่อง 9 ก็ต้องไม่รับเงินค่าโฆษณาก้อนนั้น ใช่ไหมครับ เพราะว่ามันไม่ถูกต้อง แต่เมื่อช่อง 9 ก็รับด้วย และช่อง 9 ก็มาเล่นงานคุณสรยุทธ ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่เป็นธรรมกับคุณสรยุทธ ผมขอให้กำลังใจคุณสรยุทธครับ วันนี้เอาเพียงแค่นี้ก่อน สวัสดีครับท่านผู้ชม



กำลังโหลดความคิดเห็น...