xs
xsm
sm
md
lg

คำต่อคำ : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง เปิดตำนานบ้านพระอาทิตย์ จากปี ๒๔๗๕ ถึง ๒๕๖๒

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันนี้ (27 ธ.ค.) เวลา 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ในสไตล์ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง โดยวันศุกร์นี้ครั้งแรกที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล จะถอดสี้อยพระที่แขวนติดตัวมาตลอด ให้แฟนๆ ได้ชมกัน





คำต่อคำ SONDHI TALK 27 ธ.ค. 2562 เปิดตำนานบ้านพระอาทิตย์

พิธีกร- หลายคนเคยผ่านถนนพระอาทิตย์ แต่เคยสังเกตกันบ้างไหมคะว่ามีบ้านอยู่หลังหนึ่งที่สวยมาก และดูโบราณ ไม่น่าจะสร้างอยู่ในยุคสมัยนี้อย่างแน่นอน ซึ่งแฟร์รี่เองก็สงสัยเหมือนกันว่าบ้านหลังนี้ ที่มีชื่อว่าบ้านพระอาทิตย์นั้น แท้จริงแล้วมีประวัติความเป็นมาอย่างไร และวันนี้แฟร์รี่ได้รับเกียรติจากเจ้าของบ้านจะมาบอกเล่าเรื่องราวแบบ Exclusive เจ้าของบ้านก็คือ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล เราเข้าไปพบกับท่านกันเลยค่ะ

สวัสดีค่ะคุณสนธิ

สนธิ- สวัสดีครับคุณแฟร์รี่ เชิญนั่งๆ

พิธีกร- Exclusive สุดๆ เลย แฟร์รี่ได้มีโอกาสมาสัมภาษณ์เจ้าของบ้านหลังนี้ ตื่นเต้นเลย เอาจริงๆ นะคะ ตื่นเต้นทั้งที่จะได้มารู้ประวัติที่นี่ และตื่นเต้นที่ได้มาเจอคุณสนธิ ลิ้มทองกุล


สนธิ- ขอบพระคุณมากครับ อยากรู้เรื่องอะไรคุณแฟร์รี่ เรื่องบ้านนี้ใช่ไหม

พิธีกร- ประวัติของบ้านหลังนี้เลยค่ะ เพราะตั้งแต่ผ่านบ้านหลังนี้ แฟร์รี่รู้สึกว่าสวยมาก แต่คิดว่าไม่ได้สร้างในยุคนี้แน่นอน

สนธิ- ไม่ใช่ครับ ตึกนี้และข้างหลังนี่ แต่ก่อนมันเป็นเรือนไม้ สำหรับพวกคนรับใช้พักกัน บ้านหลักคือบ้างหลังนั้น บ้านหลังนั้นผมเข้าใจว่าน่าจะสร้างมาประมาณร้อยปีแล้ว เป็นบ้านเก่า เริ่มแรกของท่านเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ ชื่อท่านคือ หม่อมราชวงศ์เย็น อิศรเสนา


ท่านเป็นต้นตระกูลอิศรเสนา ตำแหน่งหลังสุดท่านเป็นกรมวังของรัชกาลที่ 6 ก็คือเป็นคนดูแลในวังทั้งหมด และท่านก็เลยได้รับพระราชทานที่ผืนนี้ ย่านบริเวณนี้ที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่ทรัพย์สินฯ ยกเว้นบ้านหลังนี้ และตรงกันข้าม บ้านเจ้าพระยา ก็เป็นที่ของพระองค์เจ้าคำรณ ปราโมช ต้นตระกูลปราโมช บ้านของปู่ของหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช รู้สึกจะมีสองที่เท่านั้นเอง นอกนั้นเดินออกไปนี่ก็จะเป็นที่ทรัพย์สินฯ หมด ที่นี่มันมีตำนานเยอะ เดี๋ยวผมจะพาคุณแฟร์รี่เดินดู คุณแฟร์รี่ตามมาก็แล้วกัน

พิธีกร- เป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยค่ะ จะบอกว่ารอบๆ บ้านนี่ค่อนข้างร่มรื่นมาก มีต้นไม้เขียวๆ เต็มไปหมดเลย

สนธิ- เห็นบ่อน้ำนี้ไหมครับ บ้านหลังนี้ชื่อบ้านพระอาทิตย์ เพราะอยู่บนถนนพระอาทิตย์ และมันมีเกร็ดเล็กน้อย ฟังขำๆ ไปก็แล้วกัน ตอนที่ผมย้ายมาอยู่บ้านพระอาทิตย์หลังนี้ ย้ายมาเมื่อประมาณเกือบๆ 30 ปีแล้ว ในช่วงที่ผมประท้วงอยู่ คุณทักษิณเขาอยู่บ้านจันทร์ส่องหล้า เขาก็เลยบอกว่าพระอาทิตย์สู้กับพระจันทร์ ก็แล้วแต่คนจะว่ากันไปนะ

พิธีกร- สุริยันต์-จันทรา


สนธิ- แต่ที่เขาต้องมีสระน้ำเพราะว่าชื่อบ้านคือบ้านพระอาทิตย์ มันร้อนครับ คุณแฟร์รี่จะเห็นองค์จตุคามรามเทพ องค์นี้ผมเป็นคนสร้างขึ้นมา รู้สึกจะประมาณสักสิบกว่าองค์มั้ง คนที่ทำ เป็นคนทรง และ พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล ซึ่งเป็นเจ้าพิธี รวมไปจนถึงท่านขุนพันธ์ด้วย เป็นพญานาค 9 เศียร แล้วก็มีอยู่องค์หนึ่ง พี่หมอ คุณหมอปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ขอไป เอาไปตั้งไว้ที่สนามบินสมุย

ตรงนี้แต่ก่อนไม่มีอะไร เรามาทำเป็นทางเดินหลังจากที่มีการสร้างตรงนี้ขึ้นมา แล้วคุณแฟร์รี่จะเห็นว่าตึกนี้แต่ก่อนไม่มีอะไรเหมือนกัน ตอนนี้ให้คนเขาเช่าทำร้านอาหารอิตาเลียนอยู่ เช่ามาเกือบๆ จะสิบปีแล้ว

เราเข้ามาในสวนนิดหนึ่ง


พิธีกร- สวนนี้ ถ้าเข้ามาจากตัวหน้าบ้าน จากทางประตู ก็จะเห็นก่อนเลย

สนธิ- ใช่ครับ สวนนี้เราค่อนข้างจะเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นี่เขาเรียกว่าพระอุปคุต โน่นคือพระแม่ธรณีฯ และมีศาลอยู่ 2 ศาล ศาลแรกคือศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน และอีกศาลหนึ่งเป็นศาลตายาย ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินนั้น คนที่เอามาสร้างเขาปั้นรูปมาไม่เหมือนปกติธรรมดา ธรรมดาพระเจ้าตากสินจะถือดาบอย่างนี้ ขี่หลังม้า แต่นี่ยืนและถือดาบเตรียมรบ เขาก็เลยบอกว่ามันเป็นอะไรบางอย่างที่ทำให้ชีวิตผมนี่ต้องรบตลอดเวลา กลายเป็นอย่างนั้นไป


พิธีกร- กลายเป็นอย่างนั้น แต่รบแล้วก็ดีค่ะ

สนธิ- เหนื่อยครับ ไม่ดีครับ

พิธีกร- เป็นฮีโร่ของหลายคน แต่แฟร์รี่แอบสงสัยค่ะคุณสนธิ ทำไมถึงต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่รอบบ้านเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นสนามหญ้าหน้าบ้านก็ยังต้องมี บ่อน้ำก็มีด้วย

สนธิ- ก็เพราะว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านเก่า เก่ามาก ร้อยปี เวลาคนเสียชีวิตเขาจะเก็บศพไว้ในบ้าน ผมจะพามาดูตึกตรงนี้

พิธีกร- สมัยก่อนเนาะ เขาเรียกว่าวัฒนธรรมตั้งแต่โบราณ

สนธิ- หลังต้นไม้นี้ไปจะเป็นตึกแถวสูง 4 ชั้น 5 ชั้น ออฟฟิศผมแต่ก่อน เมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว จะอยู่บนตึกนั้น และผมจะยืนบนชั้นสูงสุดของตึก แล้วมองลงมา ตอนนี้ต้นไม้บังหมดแล้ว จะเห็นบ้านหลังนี้เก่า มันไม่รู้มีอะไร มันผูกพันเหลือเกิน ผูกพันมาก ก็เลยอยากจะเข้ามาดู ก็เลยเข้ามาดู ปรากฏว่าบ้านหลังนี้สมัยก่อนเป็นสถาบันเกอเธ่ (Goethe Insitute) คือเป็นสถาบันวัฒนธรรมเยอรมัน แล้วตอนหลังสถาบันเกอเธ่ย้ายออกไป ไปอยู่ที่อื่น บ้านหลังนี้ก็เลยร้าง พวกลูกหลานของตระกูลอิศรเสนาก็ได้รับมรดกตกทอดมา ก็เลยให้เช่า แต่ก่อนเป็นบ้านเก่ามากครับ ให้เช่า ทำละคร ละครช่อง 3 แต่ก่อนจะมาถ่ายที่นี่บ่อย เยอะมาก


คุณแฟร์รี่จะเห็นหน้าต่าง สีเขียวนี่ เป็นของเดิมหมดนะครับ

พิธีกร- เป็นบานเดิมเลย

สนธิ- เป็นบานเดิมครับ ประมาณร้อยปีแล้ว

พิธีกร- อ๋อ เป็นบ้านเก่า ก็เลยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ค่อนข้างเยอะพอสมควร


สนธิ- คุณแฟร์รี่สังเกตพื้น พื้นนี่เป็นพื้นดั้งเดิมตั้งแต่สร้างบ้านมา

พิธีกร- เป็นกระเบื้องเดิมเลย

สนธิ- เป็นกระเบื้องเดิม รวมไปจนถึงแชนเดอเลียร์ เป็นของเก่าครับ

พิธีกร- ตั้งแต่สมัยนู้น ของเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์

สนธิ- ครับ ประมาณร้อยปี อันนี้ทำใหม่ แต่หน้าต่างของเดิม บันไดนี่ก็เป็นของเก่า

พิธีกร- ไม้สักหรือเปล่าคะนี่




สนธิ- ครับ ไม้สักทอง นี่ก็เป็นพื้นเก่า เรามาขัดใหม่ ห้องต่างๆ อาจจะเป็นห้องที่เขาใช้ทำกิจกรรมของบ้าน อย่างเช่นห้องนี้ เรามาปูพื้นใหม่ แต่ห้องนี้ก็เหมือนจะเป็นห้องพระ เป็นห้องสันทนาการของเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ คุณแฟร์รี่จะเห็น เนื่องจากเป็นบ้านเก่า ตอนที่ซื้อมา เขาห้ามรื้อ เพราะนี่เป็นอาคารอนุรักษ์ของกรมศิลปากร เมื่อเป็นอาคารอนุรักษ์แล้ว ห้ามรื้อเด็ดขาด ก็ถ้าจะเข้ามาอยู่ก็ต้องอยู่แบบบ้านเดิม แล้วก็ฟื้นฟูเอา แล้วการฟื้นฟู กรมศิลปากรจะมีบริษัทอยู่ 3 บริษัท ที่รับจ้างทำอาคารเก่า พ้นจาก 3 บริษัทนี้ไม่ได้ หนึ่งในบริษัทนั้นชื่อบริษัท แชฟ้า ผมก็ใช้ของแชฟ้าเข้ามาซ่อม แกก็ซ่อมไป เร่งไม่ได้นะคุณแฟร์รี่ ก็คือว่าราคาตกลงแล้ว ต่อก็ไม่ได้ด้วย เวลาที่ให้ ไปเร่งก็ไม่ได้ เพราะเขาทำงานด้วยความปราณีต คุณก็จะเห็นว่าด้วยความที่บ้านเก่า บ้านหลังนี้ก็เลยต้องมีอะไรที่เป็นของเก่าติดตลอดเวลา เป็นถ้วยเก่าๆ แจกันเก่า ถ้วยชา โน่นนี่นั่น แม้กระทั่งภาพวาด เดี๋ยวผมจะพาไปดู

พิธีกร- สวย อันไหนจับไม่ได้บอกหนูนะคะ

สนธิ- ไม่เป็นไรครับ จับได้หมด ช่วงนี้ก็เป็นช่วงห้องของเลขาฯ ก็มีรูปของพ่อแม่ครูอาจารย์ นั่นคือหลวงพ่อแดง วัดแหลมสอ เกาะสมุย หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ ที่เพชรบุรี ซึ่งท่านมีชื่อมาก ท่านเป็นเกจิอาจารย์ ส่วนนี่ คุณแฟร์รี่ก็รู้ว่ามันเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่เราเก็บเอาไว้ ภาพวาดที่เราเอามา เผอิญผมเป็นคนที่ชอบภาพวาดมาก และผมเคยไปประเทศจีนครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2535 ยี่สิบเจ็ดปีที่แล้ว ตอนนั้นยังไม่มีใครไปประเทศจีน ผมก็ซื้อมา แล้วเดี๋ยวผมจะอธิบายเรื่องภาพวาดให้ฟัง

นี่ก็เป็นภาพที่ผมบวช ผมไปจำวัดอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด องค์หลวงตามหาบัว นี่องค์จตุคามรามเทพ และนี่ก็เป็นการทำยันต์ของจตุคามรามเทพ ทำไว้ 5 ด้าน และนั่นคือรูปหลวงตามหาบัว พ่อแม่ครูอาจารย์ของผมที่ผมเคารพมาก นี่เป็นรูปของ อ.ปุ๊ ที่เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ลูกชายเขาให้มา นี่เป็นภาพทางทิเบต นิกายมหายาน ผมสนิทกับทางคนทิเบตมาก เขาให้มา ท่านลามะฯ ท่านเป็นคนให้มา

พิธีกร- สวยงามมากค่ะ อันนี้เหมือนเป็นพี่ตี๋ ชิงชัย วาดหรือเปล่าคะ


สนธิ- ครับ ปุ๊ น่าจะเป็นตี๋ ชิงชัย วาด เดี๋ยวจะให้ดูรูปอีกรูปหนึ่ง คุณแฟร์รี่เคยเห็นหรือเปล่ารูปนี้

พิธีกร- สวยมากเลยค่ะ ไม่เคยเห็นค่ะ

สนธิ- รูปนี้ คนวาดชื่อเจี่ยง กั๋วฟัง เป็นคนเจียงซู ผมไปเจอเขาเมื่อปี 2535 เขามีชื่อมากในเรื่องนี้ ภาพนี้เขาวาดแล้วมิวเซียมของสวิตเซอร์แลนด์เอาไปแขวน ผมก็บอกว่า ผมอยากได้ภาพแบบที่มิวเซียมในสวิตเซอร์แลนด์ คุณวาดให้ผมหน่อยได้ไหม เนื่องจากว่าเราสนิทกันมาก เขาก็เลยวาด แต่เขามีข้อแม้ว่า ห้ามไม่ให้เอาออกไปโชว์ ไม่ไปทำ Art Exhibition ที่ไหน มีลายเซ็นเขาอยู่เห็นไหม

พิธีกร- นี่ไง วาดเมื่อปีนั้นเลยหรือเปล่าคะ 1995 เดือน 9 สวยมากเลยค่ะ


สนธิ- นี่เป็นรูปนางสนมที่อยู่ในพระราชวังต้องห้าม อิริยาบถคือกำลังนอนรอฮ่องเต้ รอให้ฮ่องเต้เรียก เป็นการรอที่ขมขื่น เหงา เปล่าเปลี่ยว

พิธีกร- แต่ยังสวยค่ะ

สนธิ- นางแบบเป็นคนจีน คุณดูแสงสิครับ lighting ที่เขาวาด มีเงามีอะไรหมด ทุกอย่าง

พิธีกร- ละเอียดมาก คือรูปภาพแต่ละรูปมีที่มาทั้งนั้นเลย

สนธิ- นี่รูปคุณแม่ผม คนวาดคือ อ.จักรพันธุ์ (จักรพันธุ์ โปษยกฤต)


พิธีกร- อ๋อ ท่านนี้ก็ดังเหมือนกัน

สนธิ- ดังสิครับ ท่านวาดประมาณ 2536 ยี่สิบหกปีที่แล้ว ท่านเมตตามาก ผมถามว่าคิดเท่าไร ท่านบอกขอห้าแสนก็พอ

พิธีกร- ท่านเมตตาแล้วใช่ไหมคะ

สนธิ- ถูก ถูกมาก คุณแฟร์รี่คุณไม่รู้ อ.จักรพันธุ์ นี่ฝีมือของท่าน ข้าวของของท่านสูงมาก

พิธีกร- ประมาณเป็นล้านๆ เลย?

สนธิ- เป็นล้านๆ เลย ท่านเมตตามากนะ ท่านบอก คุณสนธิ เพื่อแม่ของคุณสนธิ ผมวาดให้ คิดแค่ห้าแสนพอ ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้จะไปให้ท่านวาด ถ้าท่านจะวาดนะ ต้องมีห้าล้าน ก็ดูลายเส้นของท่านสิครับ

พิธีกร- ละเอียดมาก และไม่เหมือนใครด้วย เหมือนยังมีชีวิตเลย

สนธิ- คุณแฟร์รี่ครับ นี่คือบันไดของเก่า แต่อันนี้ทำใหม่ แต่เราใช้ไม้สัก ดูกระจกนะครับร้อยปีที่แล้ว


พิธีกร- สวยมาก ยังไงยังงั้นเลย บานใหญ่มาก มีของเก่าก็เยอะนะคะ แล้วอายุก็ค่อนข้างยาวนาน

สนธิ- ขวามือนี่คือรูปของเจ้าของบ้าน ท่านเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ นี่คือเสด็จพ่อรัชกาลที่ 5 และนี่ก็เป็นรูปของท่านเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์เหมือนกัน ผมมาทุกเช้าผมจะจุดธูป 1 ดอก สักการะท่าน





นี่เป็นห้องทำงานของผม

พิธีกร- แฟร์รี่เคยเห็นค่ะ

สนธิ- ในไลฟ์เฟซบุ๊กใช่ไหม

พิธีกร- ในไลฟ์เฟซบุ๊ก เป็น fc อยู่ค่ะ นั่งอยู่ตรงนี้เลย แล้วก็จะมีกล้องตรงนี้ แฟร์รี่จำมุมได้อยู่


สนธิ- มีหลวงตามหาบัว ท่านเป็นพ่อแม่ครูอาจารย์ที่ผมเคารพรักอย่างสูง ท่านเมตตาผมอย่างมากๆ ท่านเป็นพระอริยสงฆ์ ท่านเป็นพระอรหันต์ไปนานแล้ว รูปนี้เป็นรูปสีน้ำมัน รู้สึกจะมีอยู่ไม่กี่รูปเองนะ ผมโชคดีที่ผมได้รูปท่านมา ส่วนใหญ่แล้วห้องนี้กับห้องพระใหญ่ จะเป็นห้องที่มีประวัติความเป็นมา อย่างเช่นรูปรัชกาลที่ 6 คุณแฟร์รี่ดูนะ เป็นรูปเก่ามาก

Painting ในนี้ นี่คือ ภาษาจีนเขาเรียก ซูฝ่า ภาษาอังกฤษเขาเรียก telegraphy ลายเส้น ลายมือ คนจีนเขายึดถือมากเรื่องพวกนี้ ใครที่ลายมือ ลายเส้นสวย ลายเส้นจะมีความทรงพลัง ลายเส้นนี้ผมซื้อมาจากปักกิ่ง เมื่อปี 2530 กว่า ประมาณสามสิบปีที่แล้ว นี่คือลายมือของปูยี จักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์ชิง


พิธีกร- เขาเขียนได้สวยขนาดนี้เลย

สนธิ- ครับ สวยมาก

พิธีกร- แล้วทำไมคุณสนธิไปได้มาล่ะคะ

สนธิ- ผมเป็นคนชอบศิลปะ ภาพวาด ตลอดจนวัตถุโบราณของจีนมานานแล้ว และผมศึกษามานานแล้ว ผมไปเยือนปักกิ่ง และผมก็ไปที่ย่านซึ่งเก่าแก่มาก เป็นย่านที่รวมพวกศิลปินเก่าๆ ศิลปินเก่าๆ พวกนี้เขาก็จะมีภาพเก่าๆ ตอนนั้นประเทศจีนยังไม่เปิดประเทศ เขาต้องการเงินดอลลาร์ เขาก็เลยเอามาขาย


เหมือนภาพนี้ คนวาดชื่อ ฉี เป่ย หง ฉี เป่ย หง เป็นจิตรกรที่มีชื่อ และเป็นจิตรกรที่ประเทศจีนปกป้อง ท่านเสียชีวิตไปนานแล้ว ชีวิตท่านชำนาญในเรื่องการวาดม้า ซึ่งเดี๋ยวผมจะเอารูปม้าขึ้นมาให้ดู ผมได้มา มีที่มาที่ไปของมัน เนื่องจากที่ผมไปประเทศจีนตอนนั้นประเทศจีนยังไม่เปิด ชื่อเสียงคนเขาก็รู้ว่าผมเป็นนักสื่อสารมวลชน เป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี เป็นเจ้าของสื่อมวลชน ก็เลยมีคนมาหา รู้สึกจะเป็นลูกหลานเหลนของฉี เป่ย หง เขาก็เอารูปของปู่หรือทวดของเขามาให้ เขาบอก คุณสนธิ เขาต้องการเงิน เพราะว่าเขากำลังจะส่งลูกไปเรียนที่อเมริกา แต่เขาต้องการดอลลาร์ เขาไม่มีตังค์ เขาก็เลยขาย ผมเห็นผมยังไม่รู้ว่าเป็นรูปของฉี เป่ย หง แต่ผมชอบภาพอินทรีย์ สง่ามาก ผมก็เลยซื้อมา พอซื้อมาตอนหลังถึงรู้ว่าเป็นรูปของฉี เป่ย หง ภาพของฉี เป่ย หง ตอนนี้เขาห้ามไม่ให้เอาออกจากประเทศจีนแล้วนะ เขาเป็นศิลปินที่ประเทศจีนต้องการจะเก็บงานของเขาไว้ในประเทศ ผมไม่รู้ว่าคุณแฟร์รี่จะประเมินราคาเท่าไร ผมไม่เคยคิดในเรื่องเงินทอง มีแต่ความรู้สึก รูปอินทรีย์ก็เลยอยู่ตรงข้ามผม ข้างหลังของผมคือพ่อแม่ครูอาจารย์ องค์หลวงตามหาบัว

อยากให้คุณแฟร์รี่มาดูอีกรูปหนึ่ง

พิธีกร- กุ้ง ปู


สนธิ- วาดโดยศิลปินจีน เสียชีวิตเมื่ออายุ 93 ปี ชื่อ ฉี ไป๋สือ ฉี ไป๋สือ เขามีฉายาอยู่ที่ประเทศจีนว่าเป็นปิกาโซของจีน มีชื่อมาก ฉายาปิกัสโซ เพราะเขาวาดรูปค่อนข้างจะแอบสแตร็กต์ แต่ขณะเดียวกันนิสัยก็เหมือนกัน ฉี ไป๋สือ อายุ 93 ตอนเสียชีวิต มีเมียอายุ 18

พิธีกร- นี่ก็รูปภาพอีกใช่ไหมคะ

สนธิ- นี่เป็นศิลปะจากขอม

พิธีกร- อ๋อ อันนี้รูปปั้นจากขอม

สนธิ- รูปนี้เป็นรูปของอาจารย์วาดภาพที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Běijīng Dàxué) อาจารย์คนนี้สอนวาดภาพ นี่เขาเรียก Chinese Classical Painting ที่คุณเห็นเจี่ยง กั๋วฟัง วาดสีน้ำมันนั้น เขาเรียกว่าพวก Impressionist ถ้า Chinese Classical Painting จะเป็นแบบนี้ เหมือนกับรูปของฉี ไป๋สือ รูปอินทรีย์ เป็น Classical Painting นี่เป็นรูปโจโฉยืนอยู่บนผาแดง นี่คือโจโฉ กำลังมองดูคลื่นด้วยความช้ำใจ เพราะว่าโดนขงเบ้ง กับจิวยี่ เอาเรือมาชนแล้วก็เผากองทัพเรือของโจโฉจนหมดสิ้น ไม่มีเหลือเลย นี่คือความขมขื่น ทุกอย่างมีที่มาหมดเลย





ผมจะให้ดูรูป โปรเฟสเซอร์คนนี้เป็นคนวาด แล้วเขาเอารูปมาให้ผมดู โปรเฟสเซอร์ออกไปทำธุระข้างนอก เขาถูกเรียกตัวไป ภรรยาบอกว่า รีบจ่ายเงินมาๆ เพราะผัวไม่ยอมขายรูป แต่เขาต้องการเก็บเงิน บอก รีบๆ เร็ว เขามีเวลาไปไม่ถึง 10 นาที จ่ายมา รู้สึกผมจะจ่ายไปประมาณสักพันเหรียญสหรัฐมั้ง 3 หมื่นกว่าบาท พอจ่ายเสร็จคุณเมียบอก คุณกลับไปได้แล้ว ผมถาม แล้วสามีไม่รู้เหรอ เขามีรูปหลายรูป ไม่ทราบหรอก

ไหนๆ คุณก็มาแล้ว ผมจะให้ดูรูป สมัยก่อนผมจะไปพบผู้นำต่างประเทศเยอะมาก นั่นเป็นรองนายกรัฐมนตรีจีนตอนนั้น รูปนี้เป็นรูปที่ผมได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตตมศักดิ์ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สาขาเศรษฐศาสตร์ ผมได้รับพร้อมกับคุณอานันท์ ปันยารชุน พร้อมกันตอนนั้น ไม่ทราบคุณแฟร์รี่รู้จัก ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช ไหม ที่เสียชีวิตไป เป็นเหมือนพี่ชายของผมคนหนึ่ง ผมพาไปประเทศจีน นี่เหมาเครื่องบินส่วนตัวไปที่ประเทศจีน ปี 35 คนญี่ปุ่นที่นั่งข้างๆ ผม ชื่อ มิสเตอร์ตาบูชิ แกเป็นประธานของบริษัทโนมูระ และนี่คือท่านเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ชื่อ โด๋ยเหม่ย โด๋ยเหม่ย เป็นคนที่เปิดประเทศเวียดนาม หลังจากที่เติ้ง เสี่ยวผิง เปิดประเทศจีน นี่คือท่านท้าวบุนยัง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านเป็นคนให้สัมปทานผมที่จะดำเนินการยิงดาวเทียมชื่อ ลาวสตาร์ เป็น KU Band เจ้าแรกของเอเชีย ทำจนกระทั่งจะเสร็จแล้ว กำลังจะออก Junk Bond ออกพันธบัตรราคาถูกที่อเมริกา ปรากฏว่าเศรษฐกิจไทยล่มสลายปี 2540 Junk Bond ก็เลยล่มสลายไป ก็เลยทำให้โครงการดาวเทียมหมดไป ไม่มีเหลือเลย นี่ท่านสีพันดอน ท่านประธานาธิบดีของลาว หลายคนครับ


พิธีกร- เยอะมากเลย คนดังทั้งนั้น สัตว์ดังยังมีเลย หมีแพนด้า

สนธิ- หมีแพนด้านี่ชื่อเหมยเม่ย ผมไปเยือนเสฉวน นานมาแล้ว เขาพาผมไปดูที่เพาะพันธุ์หมีแพนด้า ตอนนั้นประเทศจีนยังจนอยู่ ประมาณ 20-30 ปีที่แล้ว เขาก็บอกว่า คุณสนธิอยากจะเป็นพ่อบุญธรรมของหมีแพนด้าสักตัวไหม แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเอาเงินให้เขา เขาจะได้เอาเงินไปเลี้ยงหมี ผมก็เลยให้ไป คือตัวนี้ และเขาก็ให้ผมตั้งชื่อ ผมก็ตั้งชื่อ เหมยเม่ย คือน้องสาว ตอนหลังเหมยเม่ยก็เจริญเติบโตเป็นแม่พันธุ์ที่ออกลูกออกหลานเต็มไปหมดเลย


ผมได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาธุรกิจ จาก Central Queensland University มหาวิทยาลัยเซ็นทรัลควีนส์แลนด์ และนี่คือ พอล คีทติง นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียตอนนั้น นี่กงลี่ กงลี่รู้จักกับผม เขาเป็นคนน่ารักมาก สวยมากครับ ก็คบหาสมาคมกันพักหนึ่ง กงลี่ก็บอกให้ผมอยู่ที่เมืองจีน ไม่ต้องกลับมาเมืองไทย ผมบอกไม่ได้หรอกครับ ผมต้องกลับ เพราะครอบครัวของผมอยู่เมืองไทย หลังจากนั้นเราก็เลยขาดการติดต่อกันไป


นี่ คุณจะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งใส่เสื้อสีแดง คนนี้คือมาดามซ่ง มาดามซ่งเคยเล่นบทพระนางเจ้าซูสีไทเฮา ในเรื่องจักรพรรดิองค์สุดท้าย นี่คือตำนาน

และนี่คือ ที่อเมริกา ผมได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากฮาร์ตวิกคอลเลจ (Hartwick College) อยู่ที่ Upstate New York ตอนเหนือของนิวยอร์ก เมือง Oneonta ฮาร์ตวิกคอลเลจ เป็นคอลเลจเล็กๆ เขาจะเน้นเด็กที่จะไปเรียนต่อปริญญาโทที่ Harvard, Yale, Princeton พวก Ivy League ส่วนใหญ่จะจบมาจากฮาร์ตวิกคอลเลจ

พิธีกร- หล่อเท่ทุกรูปเลยค่ะ วันนี้ Exclusive สุดๆ เพราะว่าแต่ละภาพถ้าเดินมาเองคงไม่ทราบจริงๆ ว่าที่มาเป็นอย่างไร ได้เจ้าของบ้านนำพาเลย สุดยอดจริงๆ


สนธิ- นี่คือรูปเก่าของเสด็จพ่อ รัชกาลที่ 5 นี่พวกบูรพกษัตริย์ทั้งหลาย สมเด็จพระเจ้าตากสิน สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผมเป็นคนที่นับถือเจ้าแม่กวนอิม องค์นี้เป็นไม้ น่าจะมีประมาณ 1,500 ปีแล้ว ผมเอามาจากเมืองจีน องค์นั้นเป็นหยกแต่เคลือบด้วยทอง อายุก็ร่วมๆ พันปี องค์นี้กับองค์นี้ทำขึ้นมาสมัยรัชกาลที่ 5 หนักมากครับ ลองอุ้มดู เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่ผมไหว้พระตอนเช้า ผมจะมาถึงที่นี่ประมาณตีห้าครึ่ง นี่รัชกาลที่ 6

พิธีกร- สวยมาก ของเก่าเยอะมากเลย


สนธิ- คุณแฟร์รี่เห็นพระพุทธรูปองค์นั้นไหมครับ สมเด็จพระนาคปรก สวยไหมครับดูดีๆ เป็นสมัยรัชกาลที่ 5 ทำ ผมได้มาจากพระอาจารย์ชัยณรงค์ หลวงพ่อชัยณรงค์ ท่านเป็นพระที่มรณภาพไปแล้ว ท่านรักผมมาก ก่อนท่านมรณภาพสักไม่กี่ปี ท่านยกมาให้ผม ท่านบอก สนธิ เก็บเอาไว้ พระองค์นี้ศักดิ์สิทธิ์มาก รวมทั้งสององค์นี้ด้วย คุณแฟร์รี่มาดูดีๆ ที่มีเพชรพลอยประดับ เหมือนกันเลยครับสององค์ รวมทั้งนี่ด้วย พระแก้ว ก็จะมีทั้งพระใหม่และพระเก่าผสมกัน

มีอยู่ที่ผมจะให้คุณแฟร์รี่ดู แล้วอย่าตกใจ

พิธีกร- อย่าบอกว่าเป็นงาช้างดำนะคะ

สนธิ- ใช่ งาช้างดำ

พิธีกร- ใช่จริงๆ เหรอคะ

สนธิ- ใช่ครับ

พิธีกร- หนูเคยอยากตามหา แต่ไม่เคยคิดว่าจะเจอของจริง ที่บ้านก็มีแต่ไม่รู้จะเป็นของปลอมหรือเปล่า


สนธิ- นี่เป็นของเก่าที่ได้มาจากการขุดค้นเจอทางภาคอีสาน เป็นสมัยขอม นี่คือคันธนู นี่พระขรรค์ ขวาน ตรีศูล และจักร นี่เป็นข้อ กำไลที่แขน มีด

พิธีกร- ทุกอันสมบูรณ์มาก

สนธิ- คุณแฟร์รี่ครับ ง้าว ง้าวนี้ ตอนที่ผมประท้วงอยู่ คุณอภิชาติ ฟุ้งลัดดา แกเอามาให้ผม ยกให้ผม เป็นของต้นตระกูลฟุ้งลัดดา ต้นตระกูลฟุ้งลัดดา เป็นหนึ่งในทหารเอกของสมเด็จพระเจ้าตากสิน เขาบอกว่าต้นตระกูลของเขาใช้ง้าวนี้สู้กับพม่า ง้าวอันนี้ และหอกอันนี้ ดื่มเลือดพม่า ชีวิตพม่าเป็นร้อย ผมก็เอามา ตอนแรกก็ไม่สบายใจ ก็เลยทำพิธีอุทิศส่วนกุศลให้กับคนที่ตายเพราะง้าวอันนี้ แล้วก็ไม่กล้าเอาไว้ที่อื่น เพราะผมกลัวความแรงของมัน แต่พอไว้ในห้องนี้แล้ว เราสวดมนต์ไหว้พระทุกวัน ดูหอกอันนี้


พิธีกร- นี่ก็ผ่านเลือดมาเยอะเหมือนกัน

สนธิ- แน่นอนครับ ของโบราณแบบนี้

พิธีกร- คุณสนธิเคยเจออะไรบ้างไหมคะ

สนธิ- มีเจอบ่อย แต่ผมไม่อยากเล่า เดี๋ยว...

พิธีกร- เดี๋ยวคนตกใจใช่ไหมคะ

สนธิ- ไม่ใช่คนตกใจครับ คือเรื่องนี้ ถ้าเชื่อก็เชื่อ ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ เดี๋ยวจะหาว่าผมบ้าบอคอแตก นี่เป็นภาพที่ผมไปบวช ผมบวชสองครั้ง นี่หลวงพ่อยา ท่านสิ้นไปแล้ว ท่านมรณภาพไปแล้ว ผมบวชกับท่าน ผมบวชมหานิกายตอนนั้น แล้วตอนหลังผมไปบวชกับหลวงตามหาบัว บวชเป็นธรรมยุต เพราะฉะนั้นผมนี่สองนิกายเป็นมาแล้วหมดเลย และนี่ก็เป็นที่ที่ผมสวดมนต์ไหว้พระทุกเช้า ผมมาถึงออฟฟิศประมาณตีห้าครึ่ง ผมก็กราบพระหมดทุกจุด แล้วผมก็นั่งสวดมนต์ที่นี่ ผมมีบทสวดมนต์ของผมอยู่ในแฟ้มนี้


พิธีกร- พอทราบได้ใช่ไหมคะว่ามีบทไหนบ้าง

สนธิ- ผมเริ่มด้วยการอาราธนาพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ แล้วบูชาพระรัตนตรัย แล้วรัตนสูตร เป็นส่วนหนึ่งของคาถาพระปริตร หมดจากรัตนสูตรแล้ว ผมก็ตามด้วยขันธปริตร ขันธปริตรนี่สวดสำหรับสัตว์ที่ไม่มีขา ก็คือพวกงูเงี้ยว แต่นัยของผมก็คือ ผมสวดให้กับพญานาค เพราะไม่มีเท้า โมรปริตร บูชาพระอาทิตย์ อาฎานาฎิยปริตร ไล่ผีสาง พระธารณปริตร สวดสรรเสริญพระคุณพระพุทธเจ้า และต่อด้วยพาหุง ผมสวดปฏิจจสมุปบาท แล้วก็พาหุง พอพาหุงจบก็ต่อด้วย ชัยปริตร มหาการุณิโก นาโถภ หิตายะ สัพพะปาณินัง แล้วก็ต่อด้วยบทเมตตาใหญ่ ก็คือกะระณียะมัตถะ กรณียเมตตาสูตร แล้วจบลงด้วยคาถาชินบัญชร

พิธีกร- เล่มนี้ ถามจริงๆ นะคะคุณสนธิ มีพระอาจารย์คนไหนให้ไหม

สนธิ- ผมจะเป็นคนคัดเลือกคาถาเอง

พิธีกร- ขออนุญาตค่ะ ตรงนี้?

สนธิ- น้ำมนต์ผมทำครับ ช่วงที่ผมทำน้ำมนต์ ผมจะเอาสายสิญจน์โยงพระพุทธรูปทุกองค์ แล้วก็มาโยงบาตรน้ำมนต์ แล้วเวลาผมสวด ผมก็จะจุดเทียนวางตรงนี้ แล้วผมก็สวดไป สวดกระทั่งคาถาจบประมาณครึ่งชั่วโมง ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ เทียนจะต่อรูปเป็นรูปมังกรบ้าง เป็นเส้นและเป็นก้อนวง คือจะไม่แตกกระจายไป จะรวม น้ำมนต์บาตรหนึ่ง ผมจะสวดประมาณ 1 เดือน ผมก็จะถ่ายออก ถ่ายใส่ขวด คำว่าสุริยันต์พิเศษ ก็คือผมสวด ขวดนี้น่าจะ 3 เดือน แต่ว่าพ่อแม่ครูอาจารย์ หลวงพ่อบางองค์ที่มาจำวัดที่นี่ ในห้องนี้ ท่านเข้ามาท่านรู้สึก ท่านจับ ท่านบอกว่าน้ำมนต์นี้ใครทำ พลังสูงมาก พอผมบอก ผมทำ ท่านก็หัวเราะ คุณแฟร์รี่ครับ คาถาพระปริตรนี่เป็นคาถาที่พระท่านเวลาทำน้ำมนต์ท่านใช้คาถาพระปริตร

ห้องนั้นคือห้องพระพุทธรูป ห้องนี้คือห้องรูปหล่อของพ่อแม่ครูอาจารย์ นี่ครูบาศรีวิชัย รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ท่านสร้างเอง ท่านสร้างมาทั้งหมดโดยใช้ไม้แกะสลักและท่านปลุกเสก ทั้งหมดมี 11 รูป ท่านให้ลูกศิษย์ใกล้ชิดท่านหมดเลย ปรากฏว่าผมได้มาเพราะว่าลูกหลานของลูกศิษย์คนหนึ่งติดการพนัน เอามาขาย ผมก็บูชาท่านเอาไว้ จะเห็นว่าผมมีรูปหลวงปู่ทวด แล้วก็มีหลวงปู่ทวดองค์นั้น เวลาผมบูชาผมก็ไล่มาที่ สมเด็จโต พรหมรังสี พอเสร็จแล้วผมก็ต่อด้วยองค์นี้ ซึ่งเป็นพระรุ่นแรกเลย คือสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ที่ท่านเป็นคนสร้างพระกริ่งปวเรศฯ ที่มีชื่อไง นี่ก็เป็นหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หลวงปู่บุญมี โชติปาโล จ.อุบลราชธานี หลวงปู่ดุลย์ อตุโล จ.สุรินทร์ หลวงปู่ดี วัดถ้ำผาแดง และวัตถุมงคลของผมที่ผมสะสมมา และก็มีองค์จตุคามรามเทพ ห้องนี้เป็นห้องที่พอผมสวดมนต์จากห้องโน้นแล้วผมก็จะมาห้องนี้ บูชาเสร็จเรียบร้อย นี่ก็เป็นเบาะที่ผมนั่งสมาธิ ผมจะนั่งสมาธิเฉลี่ยทุกเช้าประมาณ 45 นาที


คุณจะเห็นรูปหลวงตามหาบัว สมัยที่ท่านยังแข็งแรงอยู่ ท่านมาเทศน์ให้ผมปีละครั้ง นั่นคือที่ๆ ท่านนั่งเทศน์ แล้วผมเคยพาท่านเดินชมที่ทำงาน ผมสังเกตว่าเวลาท่านเดินไปตรงมุมไหน ท่านจะเงยหน้ามองแล้วไม่พูดอะไรกับใครเลยแม้แต่นิดเดียว ผมต้องยืนรอจนกระทั่งท่านมองเสร็จ ผมก็ถามพระอาจารย์ปิ๋ว พระเลขาฯ พระอาจารย์ปิ๋วบอกว่าท่านกำลังแผ่เมตตาให้ดวงวิญญาณที่อยู่ตามจุดต่างๆ แล้วเวลาท่านมาเทศน์ ฝนจะตก แบบพรมน้ำมนต์ เป็นละอองฝน ทุกครั้ง ทุกปี ไม่เคยพลาด แล้วพอท่านจะเริ่มเทศน์ คุณแฟร์รี่รู้ไหมว่าหมาแถวนี้หอนหมดเลย ทุกครั้งนะ หอนทั้งถนนเลย เพราะว่ามีดวงวิญญาณมารับส่วนบุญเยอะ ทั้งเปรต ทั้งโน้นทั้งนี่

นี่คือพระธาตุหลวงตา พอท่านสิ้น พระธาตุอยู่ในห้อง เป็นแสงขึ้นมาอย่างนี้เลย

พิธีกร- แล้วถ่ายรูปไว้ได้พอดีเหรอคะ

สนธิ- ครับ ถ่ายไว้ได้พอดี แล้วคุณดูนะ ตอนที่ท่านสิ้นและเก็บศพไปแล้วนะ คุณดูในรูป มีหลวงตานั่งอยู่

พิธีกร- สาธุ เรื่องอย่างนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ที่นี่มีเรื่องราวทุกอย่างจริงๆ

สนธิ- มีรูปบางรูปที่ผมอยากจะให้ดู

พิธีกร- รูปนี้อยู่ด้านในเลย

สนธิ- นี่ครับ เป็นรูปสาวสิบสองปันนากำลังสระผม นี่คือรูปของ ... ผมจำชื่อไม่ได้ คือผมไปที่ปักกิ่งตอนนั้น ผมไปเจอชมรมศิลปิน เยอะเลย สมัยก่อนศิลปินเมืองจีนจนมาก ผมก็จะเลือกซื้อรูปจากเขา ให้เงินเขา มีหมดทุกอย่าง พอให้เขาแล้วเขาก็เอารูปมาให้ผม


พิธีกร- ด้านในก็มีอีกใช่ไหมคะ เห็นคุ้นๆ

สนธิ- นี่เป็นรูปที่ ... แต่ก่อนเขาจะติดตรงนี้ แล้วถ้าคุณแฟร์รี่มาจากตรงนั้น จะเห็นว่าคุณสุภาพสตรีในรูปเขากำลังจ้องคุณอยู่ เลยย้าย

รูปนี้คลาสสิกมาก รูปเด็กทิเบต

พิธีกร- แววตาเหมือนรูปถ่ายเลย

สนธิ- คนวาดชื่อ อ้าย ซวน อ้าย ซวน คือใคร อ้าย ซวน เป็นนักวาดภาพชนกลุ่มน้อยที่เก่งมาก พี่ชายของเขาคือ อ้าย เว่ยเว่ย ที่มีเรื่องกับรัฐบาลจีน นี่คือน้องชายของอ้าย เว่ยเว่ย อ้าย ซวน


พิธีกร- รูปนี้เหมือนถ่ายรูปเลย มีแววตา มีน้ำตาเครือ ครบถ้วนเลย

สนธิ- มีอีกรูปหนึ่ง นี่เป็นรูป Classical ที่ผมซื้อมาจากพิพิธภัณฑ์ที่ยูนนาน ตอนผมไปเมื่อปี 2535 ท่านผู้ว่าฯ ยูนนาน ท่านบอกว่า เอารูปให้มิสเตอร์ลิ้ม เขาอยากซื้ออะไรซื้อไปเลย รวมทั้งพวกนี้ด้วย เป็นเซ็ต

นี่เป็นห้องทำงานอาจารย์ปานเทพ รูป Chinese Classical รูปนี้ด้วย

พิธีกร- สวยมากค่ะ โชคดีเลยนะเนี่ย ไม่มีใครสักคนลาออกแล้วหยิบติดไม้ติดมือไปนะคะ เพราะมูลค่าน่าจะสูง

สนธิ- นี่กวนอู

พิธีกร- เทพเจ้าแห่งความยุติธรรม

สนธิ- นี่เป็นห้องพักผ่อน ผมจะให้ดูรูป รูปนี้ก็เป็นรูปที่ซื้อมาจากพิพิธภัณฑ์ที่ยูนนาน แต่รูปนี้คลาสสิกที่สุด เป็นรูปภรรยารอสามีกลับบ้าน ท้องอยู่ อ่านจดหมายของสามี


พิธีกร- แล้วสุดท้ายกลับไหมคะ

สนธิ- ไม่รู้สิ ผมไม่รู้ แต่อ่านรออยู่ เป็นนัย นี่รูปสมัยหนุ่มๆ

พิธีกร- หล่อมากค่ะ อันนี้ไม่ได้รอใคร?

สนธิ- ไม่ได้รอใคร รูปนี้สวยไหม

พิธีกร- สวยค่ะ

สนธิ- คนวาดคือ หวัง อี้ตง คล้ายๆ เจี่ยง กั๋วฟัง ที่วาดรูปนางสนม วาดรูป impressionist และนี่ก็เป็นรูปของหวัง เจี้ยน และนี่เป็นรูปของเจี่ยง กั๋วฟัง นี่เป็นรูปชนกลุ่มน้อย

พิธีกร- ถ้ามาถึงที่นี่ ต้องถามถึงเรื่องของการตระเตรียมงาน ที่คุณสนธิบอกว่าเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

สนธิ- คือรายการไลฟ์เฟซบุ๊ก คุยทุกเรื่องกับสนธิ ผมอยากให้คุณแฟร์รี่มองวิธีเตรียมงานอีกแบบหนึ่ง ทุกอาทิตย์ผมจะสร้างหนัง 1 เรื่อง หัวข้อของหนังมันขึ้นอยู่กับว่าเรื่องอะไรบ้างที่คนจะสนใจ บางเรื่องคนยังสนใจแต่ว่ามันไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดตอนนี้ ต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมอีกนิด เหมือนอย่างที่คนถามผมเรื่องการรุกที่ดินของคุณปารีณา ทำไมผมไม่พูดสักที ผมก็บอกให้ใจเย็น เอาไว้ก่อน เพราะมันต้องรออะไรหลายอย่างให้มันลงตัวเสียก่อน อย่างเช่น รัฐบาลเดินหน้าทำอะไรต่อไปหรือเปล่า หรือเก็บเข้าลิ้นชัก ลงตัวอีกเรื่องหนึ่งคือผมต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีประชาชนที่มีลักษณะรุกที่แบบคุณปารีณา แต่ไม่มาก 3 ไร่ 5 ไร่ 4 ไร่ แล้วผลออกมาเป็นอย่างไร ทุกๆ คนโดนจับ ส่งฟ้องศาล ติดคุกหมดทุกคนเลย ผมจะได้เอาทั้งหมดมาเรียงร้อยกันแล้วก็อธิบายภาพรวมทั้งภาพ แล้วผมก็ไม่ต้องพูดอะไรทั้งสิ้น มันก็จะออกมาในรูปที่ชัดเจนว่าเป็นสองมาตรฐานจริงๆ อันนั้นเป็นสิ่งที่ผมต้องค่อยๆ ทำ


ทีนี้ในสายข่าวมันมีข่าวอยู่ 2-3 ประเภท ประเภทแรกคุณแฟร์รี่ต้องรู้ เขาเรียกว่าข่าวตาย คือข่าวที่เกิดขึ้น ถ้าไม่รายงานเดี๋ยวนี้ ไม่พูดเดี๋ยวนี้ พรุ่งนี้ล้าสมัยแล้ว ข่าวครึ่งผีครึ่งคน ก็คือข่าวที่ออกมาจริง ยังไม่ต้องพูดตอนนี้ก็ได้ เหมือนอย่างข่าวคุณปารีณา ผมถือว่าเป็นข่าวครึ่งผีครึ่งคน ทิ้งไว้สัก 1-2 อาทิตย์ แต่ 1-2 อาทิตย์นี้คุณต้องมีข้อมูลเพิ่มเติมนะ แล้วคุณค่อยมาตบสุดท้ายตอนจบ อันสุดท้ายคือข่าวไม่ตาย ข่าวไม่ตายก็คือ พูดเมื่อไรก็ทันสมัยเมื่อนั้น อย่างเช่น ข่าวเรื่องหลักการในการใช้ชีวิต ข่าวในเรื่องสุขภาพ ข่าวในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน การแนะนำโรงเรียนให้แม่กับพ่อเอาลูกเข้าโรงเรียน นี่คือข่าวไม่ตาย หรือข่าวประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีอะไรที่เปรียบเทียบได้ไหมในยุคโบราณ ว่าฮ่องเต้ในอดีตของประเทศจีน มีลักษณะคล้ายๆ สี จิ้นผิง ไหม หรือว่าสี จิ้นผิง ไปเลียนแบบเขา ซึ่งผมพยายามจะออกเร็วๆ นี้ ก็คือสมัยราชวงศ์หมิงจะมีฮ่องเต้องค์ที่ 3 ชื่อหย่งเล่อฮ่องเต้ ผมดูพฤติกรรมของหย่งเล่อฮ่องเต้ กับสี จิ้นผิง ในปัจจุบันแล้ว มันเหมือนกัน แน่นอนที่สุด สี จิ้นผิง เลียนแบบจากท่านมา นี่คือข่าวไม่ตาย เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องบางเรื่อง อย่างเช่นเรื่องฮ่องกง กับแผ่นดินใหญ่จีน นี่้ต้องถือว่าเป็นข่าวไม่ตาย แต่ว่าข่าวไม่ตาย ถ้าเราอธิบายภาพรวมทั้งหมดเลย ป่าทั้งป่า แล้วต่อมาจะมีต้นไม้แยกออกมาอีกต้นหนึ่ง เราไม่สนใจ เพราะเราเข้าใจป่าแล้ว

ทุกวันนี้ที่เรามีปัญหาเพราะว่าเราไปมุ่งเน้นต้นไม้เพียงต้นเดียว และพอมีต้นไม้ต้นใหม่มา เราก็ไปตื่นเต้นกับมัน แต่ถ้าเราเข้าใจป่าทั้งป่าแล้ว จะมีต้นไม้มากี่ต้น เราก็ไม่กระเทือน เหมือนอย่างเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว ผมกำลังเตรียมเรื่องบางเรื่องอยู่ พอดีเกิดเรื่องสมคิด พุ่มพวง ขึ้นมา ผมก็เลยต้องตัดเรื่องบางเรื่องออก แล้วผมก็เอาเรื่องสมคิด พุ่มพวง เดิมทีอาทิตย์ที่แล้วตั้งใจจะพูดเรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียวเลย 1 ชั่วโมงครึ่ง หรือ 1 ชั่วโมง แต่ผมมีความรู้สึก ในฐานะ มองในแง่มุมของการตลาด ว่าถึงผมจะพูดเก่งแค่ไหน อธิบายไทยเป็นไทย อธิบายเรื่องที่มันซับซ้อนให้คนธรรมดาเข้าใจ แต่มันก็ยังคงเป็นเศรษฐกิจ คนจะเบื่อ ผมก็เลยเห็นว่าข่าวอาทิตย์ที่แล้วมีอีกเรื่องหนึ่ง คือคุณธนาธร คุณธนาธรมีแฟลชม็อบ ผมก็เลยถือโอกาสเอาเรื่องคุณธนาธรเข้ามาพ่วง และมีเรื่องตอนต้น เป็นเรื่องของคุณสมคิด พุ่มพวง ก็เลยเป็นแพกเกจ 3 เรื่องเลย


ทีนี้ ผมโชคดีมีทีมงานที่เก่ง ผมมีหลานชายและหลานสะใภ้ หลานชายชื่อคุณวริษฐ์ ลิ้มทองกุล หลานสะใภ้ชื่อ คุณดวงพร ลิ้มทองกุล เขาคือมือหาข้อมูลให้ผม แต่เขาจะหาข้อมูลตามทิศทางที่ผมบอก ผมจะบอก อ๊อบกับปอช่วยไปหาข้อมูลเรื่องนี้ให้อาหน่อย ข้อมูลตรงนี้ๆๆ พอเขาได้มา ผมจะเป็นคนเรียงร้อยเอง แต่ถ้าเขาดูชิ้นเดียวเขาจะไม่เข้าใจ อีกฝ่ายดูอีกชิ้นก็ไม่เข้าใจ แต่พอมาวางหน้าผม ผมเรียงร้อยเสร็จแล้วเขาจะเข้าใจหมดเลยว่าทำไมผมเรียกให้เขาไปหาข้อมูลที่กระโดด เหมือนจิ๊กซอว์ กระโดดชิ้นนี้ กระโดดชิ้นนี้ แต่พอผมแปะลงไปบนจิ๊กซอว์ผืนใหญ่ เขาจะเข้าใจหมด พอเราได้ตรงนี้มา สิ่งแรกคือข้อมูล ข้อมูลจะวางบนโต๊ะเต็มเลย วิธีการก็คือง่ายๆ ผมต้องซึมซับข้อมูลก่อน ผมจะนั่งอ่านไปเรื่อยๆ อ่านแล้วก็วาง ที่บ้านผมจะมีโต๊ะกินข้าว ผมใช้เป็นโต๊ะทำงาน ยาวมาก นั่งกินข้าวกันได้ประมาณ 12 คน ผมจะยึดครองที่โต๊ะนั้นคนเดียวเลย จะมีของวาง มีปากกา มีถ้วยกาแฟ มีโน่นมีนี่ แล้วผมก็จะเอาข้อมูลวางเป็นชิ้นๆๆ และผมมีสมุดโน้ตเล่มหนึ่งสีเหลืองๆ ผมอ่านข้อมูลตรงนี้ปั๊บ ผมก็โน้ต โน้ตสั้นๆ แล้วผมก็วางตรงนี้ ผมจะอ่านอย่างนี้ทั้งคืน อ่านจนกระทั่งถึงประมาณห้าทุ่ม ทุกวันจันทร์จะเป็นอย่างนี้ อ่านถึงห้าทุ่มผมก็นอน แล้วผมตื่นตีสี่ ผมก็มาไล่ข้อมูลต่อ ไล่ไปเรื่อยๆ ผมต้องออกจากบ้านประมาณตีห้ายี่สิบ เพราะผมต้องมาถึงที่นี่ตีห้าครึ่ง แล้วผมก็ใช้เวลาชั่วโมงครึ่งในการสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ แล้วตอนเจ็ดโมงครึ่งผมก็เริ่มทานข้าวเช้า แล้วก็เจอผู้คน เพราะฉะนั้นเวลาที่ทำงานของผมจริงๆ คือกลางคืน กับตอนตีสี่ถึงตีห้าครึ่ง

จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสฯ จะเป็นช่วงที่ผมเหนื่อยที่สุด


พิธีกร- เตรียมข้อมูล

สนธิ- absorb ก่อน จนกระทั่งวันจันทร์ วันอังคาร พอวันพุธผมก็จะสรุปแล้วว่าสคริปต์หนังของผมจะเป็นอย่างไร เพราะผมกำลังทำหนังเรื่องนี้ไง สคริปต์หนังของผมจะเขียน Act 1 มีอะไรบ้าง ผมจะเกริ่นอย่างไรบ้าง Act 2 จะมีอะไร Act 3 จะมีอะไร พอผมเขียนเสร็จแล้วผมเอามาเรียง พอผมเรียงเสร็จแล้วผมก็จะเอามาใส่ว่า Act 1 มีอะไร แล้วผมก็จะใส่โน้ตไปสั้นๆ Act 2 สมคิด พุ่มพวง จะพูดเรื่องอะไร จะต้องพูดเรื่องกรมราชทัณฑ์ ผมก็โยง 1..2..3..4.. มีประเด็นอะไรบ้าง 4 ประเด็น คือจะเป็นคำพูดสั้นๆ ที่จะมีผมเข้าใจอยู่คนเดียว คนอื่นจะไม่มีวันเข้าใจ

พิธีกร- เหมือนหัวข้อสั้นๆ


สนธิ- นั่นล่ะครับ ส่วนตัวองค์ประกอบ ผมจะรู้อยู่ในใจของผม ลูกเล่นเอย คำคมเอย ผมจะรู้อยู่แล้ว ผมไม่จำเป็นต้องเขียนลงไป พอถึง Act สุดท้าย ก็คือฟินาเล่ พอเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็เอามาเรียงอีกที แล้วผมก็ถามตัวผมเองว่า ถ้าผมไม่รู้เรื่องนี้เลย แล้วผมทำ 1..2..3.. แล้วผมไม่รู้เรื่องนี้เลย แล้วผมจะเข้าใจหมดไหม ถ้าไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจตรงไหน ถ้าไม่เข้าใจตรงนี้ ผมก็จะดึงตรงนี้ออกมา ผมก็จะขยายความ เพราะฉะนั้นพอมันจบเรื่องนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว คืนวันพฤหัสฯ ก็เป็นคืนที่สำคัญ เป็นคืนที่ผมจะต้องเอาข้อมูลต่างๆ ที่เรียงไว้เรียบร้อยมาไล่ซึมซับอีกทีหนึ่ง หลังจากแก้ไขหมดเรียบร้อยแล้ว พอวันศุกร์ก็ออก เพราะฉะนั้นวันที่ผมมีความสุขที่สุดก็คือวันศุกร์ตอนบ่าย และวันเสาร์-อาทิตย์ พอมาวันจันทร์ผมก็ปวดหัวอีกละ บางเรื่องนะ คนที่เคยชมคุยทุกเรื่องกับสนธิ บางคนก็ต่อว่าผมเอาใจจีนมากเกินไป เชียร์จีนมากเกินไป แต่เขาไม่รู้ว่าผมกำลังเตรียมอะไรอยู่ ยิ่งใหญ่มโหฬารมาก รับรองว่าผมจะพูดเรื่องจีน การรุกของจีนในไทยครั้งนี้ คือผมทำผมไม่จำเป็นต้องแก้ข้อกล่าวหา แต่ผมทำไปตามความจริง ตอนนั้นที่ผมไม่ทำเพราะอะไร ตอนนี้ผมทำเพราะข้อมูลของผมพร้อมแล้ว มันก็จะเป็นกึ่งๆ Documentary กึ่งๆ การอธิบายความ

ข้อดีของผมก็คือว่า คุณแฟร์รี่ ผมเป็นคนที่พูดเรื่องที่ยุ่งยากสลับซับซ้อน ให้เป็นภาษาง่ายๆ ให้คนเข้าใจ และผมก็พูดไป ลักษณะการเล่าเรื่อง ลักษณะการเอาข้อมูลความรู้มา และอีกอย่างหนึ่ง ผมอายุ 72 แล้ว ผมผ่านโลกมาเยอะมาก เมื่อผ่านโลกมาเยอะมาก ข้อมูลประกอบการพูดของผม จากประสบการณ์ในชีวิตของผมมันมีเยอะเหลือเกิน ผมสามารถจะอ้างอิงคนเก่าคนแก่ ซึ่งอาจจะเป็นยุคที่คุณแฟร์รี่ยังไม่เกิดก็ได้ ยกตัวอย่างมาให้ฟัง อย่างเช่นผมพูดเรื่องนางงามอยู่ครั้งหนึ่ง ผมเป็นคนพูดเอง คุณอภัสรา เพราะผมโตมาพร้อมอภัสรา อภัสราเกิดปีเดียวกับผม เขาแก่เดือนกว่าผมเท่านั้นเอง ผมจำได้ว่าตอนที่เขาประกวดนางงามจักรวาล ผมยังหนุ่มๆ อยู่เลย ผมมีความรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้สวยมาก เพราะเขาเป็นคนที่รูปทรงเพอร์เฟกต์ เป็นรูปนาฬิกาทราย หน้าอก 35 เอว 23 สะโพก 35 เพราะฉะนั้นแล้วฝรั่งเขาจะยึดถือเรื่องนี้ว่าเป็น Perfect Lady ผมก็เลวว่า มิน่าล่ะ อภัสรานอกจากสวยแล้ว รูปทรงอันดับ 1 เพราะสมัยก่อนการตอบคำถามไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขอให้สวยก่อน ขอให้รูปทรงดีก่อน ผมก็เลยทำเรื่องพวกนี้ คุณแฟร์รี่จะเห็นได้ชัด

พิธีกร- ด้วยประสบการณ์ของตัวเองที่สามารถจะเอามาเล่าได้ทั้งนั้นเลย เตรียมข้อมูลยาวนานมาก แต่ก็อย่างที่เราได้เห็นค่ะว่ามันค่อนข้างครบถ้วน แล้วก็เพลิน แล้วก็เคลียร์ รู้สึกว่าเข้าใจแล้ว พอได้ฟังคุณสนธิพูด จากที่แฟร์รี่ต้องไปอ่านหลายๆ สำนัก ก็ไม่ต้อง

สนธิ- อย่างเรื่องฮ่องกง ถ้าคุณแฟร์รี่ฟังเรื่องฮ่องกงแล้ว คุณแฟร์รี่จะไม่อยากฟังข่าวเรื่องฮ่องกงอีกต่อไป

พิธีกร- ครบแล้ว พอเท่านี้ เดี๋ยวต้องมาดูกันต่อไปว่าจะมีเรื่องอะไรอีก ทีนี้ ได้ทราบถึงเรื่องของการเตรียมงานแล้ว มีอีกอย่างหนึ่ง ไหนๆ วันนี้ก็ Exclusive แล้ว คือเราก็ทราบกันดีว่าคุณสนธิมีของขลังหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เยอะมากเลย แต่อยากรู้ว่าที่พกติดตัวตลอด ผ่านกระสุน 200 นัดมา คือองค์ไหนคะ

สนธิ- ผมยินดีเปิดให้

พิธีกร- เฉพาะรายการ ไม่เคยเปิดที่ไหนมาก่อนนะคะ นี่ครั้งแรกเลย






สนธิ- ตอนที่ถูกยิง 200 นัด มีอยู่ 4 องค์ องค์พระประธานคือหลวงปู่ทวด ปี 2497 ปลุกเสกครั้งแรกโดยหลวงปู่ทิม เขาเรียกว่ารุ่นแรก รุ่นนี้รุ่นแรกเป็นรุ่นที่เขาเรียกว่ามีเพชรหน้าทั่ง เพชรหน้าทั่งก็คือมีเนื้อแร่ อยู่ในนี้และอยู่ข้างหลัง ซึ่งหายากมาก ส่วนใหญ่รุ่นแรกมี 2 แบบ รุ่นที่มีเพชรหน้าทั่ง กับรุ่นที่เป็นดินเฉยๆ นี่เนื้อว่านหมดเลยครับ นี่คือหลวงปู่ทวด หลวงปู่ทวดองค์นี้หนังเหนียว คุ้มกัน องค์ที่ 2 คือ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หลวงตาธรรมดาท่านไม่เคยทำอะไรให้ใคร เผอิญมีคนทำเหรียญนี้มา แล้วก็เอาไปให้หลวงตาท่านปลุกเสก ท่านก็เอามือควานเข้าไปอยู่สักพัก แล้วท่านก็บอกให้เอาไป ก็เลยมีอยู่ไม่กี่คนที่ได้ อันสุดท้ายคือเหรียญของหลวงปู่ฟั่น อาจาโร ซึ่งท่านเป็นคนทำเอง และเหรียญสุดท้ายคือหลวงพ่อยาท่าน ที่ผมบวชครั้งแรก ที่คุณแฟร์รี่เห็นรูปที่ผมนั่งอยู่ข้างๆ ท่าน หลวงพ่อยาท่าน ท่านมรณภาพไปแล้ว มีอยู่แค่นี้ครับที่โดนยิง ไม่ได้มีพระสมเด็จอะไรทั้งสิ้นเลย มีความเชื่อมั่นคุณงามความดีที่ตัวเองมี และพอต่อมาภายหลังก็ได้พระเพิ่มมาอีก 2 องค์ หลวงพ่อชิน ธรรมสถิต ซึ่งเป็นสายวัดป่า ท่านให้หลวงปู่เอี่ยมมา เมตตามหานิยม และมีพระองค์หนึ่งซึ่งท่านให้ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี เมตตามหานิยมเหมือนกัน ก็เลยเอามาใส่เพิ่ม แต่ของเดิมมีแค่นี้

พิธีกร- พุทธคุณล้วนๆ เลย

สนธิ- คุณแฟร์รี่ ถ้าคุณเชื่อก็มี ถ้าไม่เชื่อก็ไม่มี เหมือนอย่างคนบางคน เช่น คุณแคล้ว ที่เป็นนักเลงใหญ่ คุณแคล้ว ธนิกุล แกห้อยสมเด็จวัดระฆัง มูลค่าเป็นสิบๆ ล้าน แต่ในที่สุดแกก็โดนยิงตาย ก็ตอบไม่ได้ว่าเพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะกรรมตามทันมั้ง หรือคุณวิชัย รักศรีอักษร คุณวิชัยนี่ พระสมเด็จที่มีชื่ออยู่กับคุณวิชัยหมด แต่คุณวิชัยก็ตาย เฮลิคอปเตอร์ระเบิด ก็อาจจะเป็นเพราะว่ามันถึงเวลาต้องตาย เพราะฉะนั้น พอถึงเวลาต้องตาย คุณแฟร์รี่ห้อยอะไรก็ไม่มีประโยชน์ เขาเรียกว่ากรรมเก่าตามมาถึงเรา เหมือนผมโดนยิง กระสุนเข้าหัว แทนที่จะทะลุไปให้ผมตายทันที กระสุนกลับหยุด กระสุนหยุดได้ เพราะหมอผ่าตัดเขาเป็นคนบอก หมอผ่าตัดบอกกับอาจารย์ของเขาซึ่งเป็นพี่ชายของผม อาจารย์ น้องชายอาจารย์นี่มหัศจรรย์มาก กระสุนมันหยุดได้ และไม่เข้าไปในหัวสมองด้วย เราก็อธิบายไม่ได้แล้วเรื่องพวกนี้ ลูกน้องของผมซึ่งนั่งข้างหน้า คนขับรถ และอีกคนซึ่งนั่งข้างหน้า ก็โดนคนที่นั่งข้างหน้าทางซ้าย ที่เหมือน รปภ.ของผม บอกว่า นาย ลูกปืนเหมือนวิ่งหมุนรอบตัวผม แต่ไม่โดน อีกคนหนึ่งคนขับรถ เป็นมุสลิม ชื่อบังยา โดนเข้าไป 2 นัด หัวนัด ท้ายทอยนัด ผ่าตัด 2 ครั้ง ทำกายภาพ 6 เดือนหายหมดทุกอย่าง ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร แต่คุณต้องมีศรัทธาและความเชื่อมั่น ที่สำคัญคุณต้องมีความดีอยู่ในตัว สำคัญที่สุด คุณจะห้อยพระสมเด็จแล้วเที่ยวจ้างคนโน้นไปฆ่าคนนี้ ไปโกงคนโน้นโกงคนนี้ ท่านไม่อยู่กับคุณหรอก อย่างไรก็ไม่อยู่


พิธีกร- ตัวนำที่สุดที่จะทำให้สิ่งดีๆ อยู่กับตัวเรา ก็คือตัวเรานั่นเอง

สนธิ- ตัวเราต้องทำดีเสียก่อน

พิธีกร- จะสวดมนต์ นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา ให้แคล้วคลาดปลอดภัยเท่าไร ความดีจะหนุนนำเราเอง

เอาล่ะค่ะ วันนี้รู้สึก Exclusive สุดๆ จริงๆ นะคะ แต่แน่นอนว่าเทปนี้ต้องถือว่าเป็นเทปส่งท้ายปี 2562 ก็อยากจะให้คุณสนธิได้ฝากอะไรถึงแฟนๆ คุยทุกเรื่องกับสนธิ ในช่วงปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ค่ะ

สนธิ- ข้อแรก ผมกราบขอบพระคุณท่านผู้ชมทุกท่านที่ได้เข้ามาดูรายการนี้ เฉลี่ยแล้วก็มีคนเข้ามาเดือนละประมาณ 12 ล้านคน อยู่มาประมาณ 3 เดือน ยอดฟอลโลว์ประมาณเกือบ 4 แสน แล้วก็มียอดไลก์ 2 แสนแล้ว ก็เป็นความน่าสนใจที่ขอบคุณมากครับที่อุตส่าห์ติดตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกกับท่านผู้ชมนิดว่า ทุกอย่างที่ผมทำมานี้ ผมทำด้วยจิตที่บริสุทธิ์ ผมมีความปรารถนาที่จะเอาปัญญามอบให้กับประชาชน เพราะผมเชื่อว่าอะไรก็ตาม ทรัพย์สมบัติอะไรก็ตาม ไม่สำคัญเท่ากับการให้ปัญญาคน เมื่อคนมีปัญญาแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตก็จะดีขึ้นไปเอง แต่ถ้าไม่มีปัญญา ให้มีเงินมากน้อยแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์


ผมหวังว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม 4 เดือนที่ผ่านมานี้ ท่านผู้ชมจะได้ปัญญาไปเยอะ ส่วนท่านผู้ชมที่ไม่เห็นด้วยกับผม ผมยินดีต้อนรับความเห็นที่เห็นต่าง ท่านจะไม่เห็นด้วยจะอย่างไรก็ตาม ท่านจะว่าผมโม้ ผมไม่ขัดข้อง แต่ท่านอย่าใช้คำหยาบคาย ท่านอย่ามาให้ของลับ และท่านอย่ามากล่าวหาผมที่ผิดๆ อย่างเช่นกล่าวหาผมว่าโกงเงินธนาคาร ซึ่งผมกำลังดำเนินคดีอยู่ แต่ถ้าท่านบอกว่าผมเชียร์สมคิดมากไป หรือทำไมผมไม่กล้าพูดเรื่องนี้ ผมไม่ว่า ผมรับได้ หรือท่านบอกว่าข้อมูลที่ท่านให้มานี้ เช่น ผมต่อสู้เรื่องแบนสารพิษ ท่านเป็นเกษตรกร ท่่านบอกไม่จริง ผมใช้สารพิษมาไม่เห็นเป็นอะไรเลย คุณสนธิอย่ามามโน ผมก็ยังรับได้ แต่เมื่อใดคุณเริ่มให้ของลับผม ให้สัตว์เลื้อยคลานผมในหน้าเฟซบุ๊ก ผมยืนยันเดี๋ยวนี้ ท่านผู้ชมครับ ท่านที่คิดทำเช่นนั้น หรือกล่าวหาผมอย่างผิดๆ ผมจะฟ้องทุกคน ปีนี้ผมเริ่มกระบวนการจัดระเบียบโซเชียลมีเดียในเรื่องคอมเมนต์ให้สุภาพเรียบร้อย และปีหน้าก็จะเห็น ผมเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วครับ มีประมาณ 6-8 ราย ที่ผมจะทยอยฟ้องตั้งแต่เดือนมกราคม เป็นต้นไป

สำหรับท่านผู้ชมที่เข้ามาดูรายการนี้เพื่อความรู้จริงๆ ขอบพระคุณครับ และผมจะให้คำมั่นสัญญาว่าผมจะพยายามทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ บางเรื่องท่านติดต่อมาขอให้ผมพูดเรื่องนี้ เรื่องนั้น แต่เรื่องมันเยอะเหลือเกิน ผมอาจจะจำเป็นต้องใช้เวลา


สิ้นปีนี้ ด้วยคุณพระศักดิ์สิทธิ์ คุณพระบารมีของพ่อแม่ครูอาจารย์ทั้งหลาย ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ผมก็ขอให้ประทานพรให้กับท่านผู้ชมทุกท่าน รวมทั้งคุณแฟร์รี่ และทีมงานที่ทำงานอยู่ ให้ประสบแสงสว่าง พบกับความสุข และประสบกับความสำเร็จทุกประการ เทอญ ครับ

พิธีกร- สาธุค่ะ วันนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นเกียรติแก่ชีวิตมากๆ เลย เพราะว่าบ้านหลังนี้จะเข้าก็ไม่ใช่ง่ายแล้ว การที่จะได้เจ้าของบ้านมาช่วยแนะนำทุกๆ อย่างในมุมของบ้านนี้ก็เป็นเรื่องที่ยากกว่าอีก รวมถึงวันนี้ได้มาเห็นอะไรที่ Exclusive แบบที่คนอื่นไม่เคยเห็น แฟร์รี่ได้มานั่งใกล้ๆ ตรงนี้เลย ต้องบอกว่าเป็นความโชคดีในปีใหม่นี้จริงๆ

สนธิ- ขอบพระคุณมากครับ

พิธีกร- เอาเป็นว่า ถ้าต้องการจะติดตามชมคุยทุกเรื่องกับสนธิ ก็คงจะต้องรออีกสักนิดหนึ่ง นี่เป็นเทปส่งท้ายปี ก็ต้องพักไปก่อน 10 มกราคม เจอกันใหม่ใช่ไหมคะ

สนธิ- 10 มกราคม ครับ เป็นรายการแรกของปี พ.ศ. 2563

พิธีกร- ได้พบเจออย่างแน่นอนนะคะ วันนี้กราบขอบพระคุณคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ค่ะ และขอบคุณทุกๆ คน รวมทั้งคุณผู้ชมที่ติดตามชมด้วยค่ะ ไว้เจอกันใหม่ สวัสดีค่ะ


กำลังโหลดความคิดเห็น...