xs
xsm
sm
md
lg

(คำต่อคำ) SONDHI TALK : โลกจะรับมืออย่างไร เมื่อโคโรนาไวรัสเอเชียยังไม่จบ - สงครามในฝั่งตะวันออกกลางกำลังรอชนวนปะทุ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันที่ 7 ก.พ.63 เวลาประมาณ 09.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ทำการไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ถึงสถานกรณ์โลกตอนนี้ว่า โลกจะรับมืออย่างไร เมื่อโคโรนาไวรัสเอเชียยังไม่จบ และสงครามในฝั่งตะวันออกกลางกำลังรอชนวนปะทุ เปรียบเทียบความเหมือน "จักรพรรดิหย่งเล่อ" ผู้สร้างความเกรียงไกรให้กองทัพเรือจีนยุคราชวงศ์หมิง กับ"สีจิ้นผิง"ผู้สร้างความยิ่งใหญ่ให้จีนทั้งทางเทคโนโลยี การค้า และแสนยานุภาพกองทัพเรือ จนทำให้สหรัฐฯ ต้องทำทุกอย่างเพื่อชะลอการเติบโตของจีนให้ช้าลง



คำต่อคำ SONDHI TALK [7 ก.พ. 2563] : โลกจะรับมืออย่างไร เมื่อโคโรนาไวรัสเอเชียยังไม่จบ และสงครามในฝั่งตะวันออกกลางกำลังรอชนวนปะทุ


สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 7 เดือนกุมภาพันธ์ เผลอประเดี๋ยวเดียวนี่ก็เป็นเดือนที่สองของปี 2563 แล้ว รายการวันนี้ก็เป็นเหมือนเช่นเคย "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ทุกๆ วันศุกร์ ท่านผู้ชมถ้าสนใจ ถ้าอยากจะทราบถึงการติดตามรายการของผม ก็โปรดสังเกต ผมจะขึ้น วันนี้ผมจะมาบอกให้ฟังว่าช่องทางการติดตามของ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" หรือ SONDHI TALK ได้ทางไหนบ้าง ทางแรกคือทางเฟซบุ๊ก ให้กด Like หรือกด Follow แล้วกดติดตาม แล้วเลือก See First ไปเลยในเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" เมื่อชมแล้วก็ช่วยกันแชร์ออกไปมากๆ เพื่อให้บางคนที่ยังไม่ได้อยู่ดูได้ความรู้กับสิ่งที่ผมพูด แล้วเดี๋ยวนี้เราก็ไลฟ์สดผ่านยูทูปเช่นกัน ให้เข้าไปใน YouTube ค้นหาคำว่า SONDHI TALK กด Subscribe เอาไว้ เปรียบเสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ รวบรวมทุกอย่างตั้งแต่รายการในอดีต "มองโลก มองเรา กับสนธิ" "บันทึกลับบ้านพระอาทิตย์" จนมาถึงรายการ "SONDHI TALK"


สำหรับแฟนรายการคนไหนอยากดูเนื้อหา ตลอดจนการถอดคำพูดเป็น text ก็ให้เข้าไปที่ www.sondhitalk.com เพราะจะรวมไว้ในเว็บไซต์โดยแยกเป็นแต่ละหมวดหมู่ครบทุกเรื่องทีเดียวครับ




สุดท้าย สำหรับท่านผู้ชมที่ไม่อยากเห็นหน้าผม แต่อยากฟังเสียงผม อยากฟังเรื่องราวที่ผมพูด ก็เข้ามาฟังที่ podcast ถ้าท่านที่ใช้ iPhone - iOS ก็เข้าไปที่แอปฯ podcast เมื่อกดเข้าไปแล้วก็ search คำว่า SONDHI TALK ก็จะมีให้ทุกรายการ ส่วนท่านผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์ระบบ android ก็กดเข้าไปเหมือนกัน แต่จะมีคำว่า Podbean แล้วก็กดเข้าไป


วันนี้จะมาพูดเรื่องประมาณ 3 เรื่อง เรื่องแรกจะเป็นเรื่องของการสรุปเรื่องราวของไวรัสโคโรนา ที่ผ่านมาประมาณ 2 อาทิตย์ ว่าในข้อเท็จจริงแล้วได้มีพัฒนาการอะไรบ้าง ในทางที่ดี หรือในทางที่ร้าย และมีการค้นพบยารักษาแล้วใช่หรือไม่ ที่สำคัญคือผลพวงของไวรัสโคโรนานี้กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหลายๆ อย่าง ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังนะครับ ซึ่งมิตินี้ยังไม่มีใครพูดเรื่องนี้เลย แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้เราพอจะมองออก เพราะหลังจากที่เรื่องนี้สงบลงไปแล้ว การระบาดของไวรัสหายไป ก็คงจะมีอะไรหลายอย่างให้สังเกต


ท่านผู้ชมครับ ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมนะครับ ผมนี่ก่อนออกจากบ้านผมจะวัดค่าฝุ่นก่อน ว่าฝุ่นเท่าไร ถ้าฝุ่นสูงกว่า 50 ผมก็จะใส่หน้ากากทันทีเลย ไม่มีข้อยกเว้น ถ้าฝุ่นต่ำกว่า 50 แสดงว่าอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย ผมก็ไม่ใส่หน้ากาก และที่สำคัญผมมีเครื่องฟอกอากาศตั้งเอาไว้ในห้องนอน อยู่ในบ้าน แต่พอจะนอนก็เอาเข้าไปในห้องนอน เครื่องฟอกอากาศนั้นต้องเลือกซื้อให้ดีๆ หลายท่านถามว่าผมใช้เครื่องฟอกอากาศ ที่จริงผมใช้มานานแล้วนะครับ ผมใช้เครื่องฟอกอากาศยี่ห้อ MANATURE มีระบบ Electrostatic Plasma ปล่อยประจุไฟฟ้าได้ถึง 6,000 วัตต์ สามารถจะสร้างโอโซนเพื่อทำลายการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อราได้ และมีหลอด LED UV ปล่อยรังสีอัลตราไวโอเลต มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อไวรัส ผมใช้มานานแล้ว และเป็นเครื่องฟอกอากาศที่ดีมากๆ ส่วนท่านผู้ชมจะใช้เครื่องฟอกอากาศอะไรก็สุดแล้วแต่ครับ แต่ผมกำลังบอกว่าผมใช้เครื่องนี้อยู่




ท่านผู้ชมครับ เรื่องราวของไวรัสโคโรนานั้น ผมสรุปให้อย่างนี้ดีกว่า ไวรัสโคโรนา ถามว่าวันนี้มีคนติดเชื้อประมาณ 28,000 คนแล้ว เขามีการประเมินกันและผมคิดว่าน่าจะใกล้เคียงความจริง ว่าถึงช่วงปลายกุมภาพันธ์ หรือต้นมีนาคม ยอดผู้ติดเชื้อจะขึ้นถึงประมาณ 60,000 คน ผมคิดว่าขึ้นถึงตรงนั้นแล้วก็จะเริ่มลดลงล่ะ ก็จะไม่ได้มากอะไรไปกว่านั้น แต่ที่ข่าวดีที่ดีมากๆ ก็คือยอดคนตายน้อยกว่ายอดคนหาย อย่างที่ประเทศจีนมีคนติดเชื้อเพิ่ม 1,000 คน ที่ติดจริงๆ และหายแล้ว 1,000 คน แต่ประเทศจีนคนตายประมาณ 500 คน เอาเป็นว่าผมจะให้ดูตารางนิดหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะเป็นตารางที่ค่อนข้างจะเก่าอยู่นิดหนึ่ง แต่จริงๆ มันก็ใช้ได้ พอประเมินได้




เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม 2563 ในกราฟที่ท่านผู้ชมเห็น เส้นบนสุดคือเส้นสีน้ำเงินเข้ม อัตราการตายในอู่ฮั่น 6.03 เปอร์เซ็นต์ เส้นที่สองลงมา เป็นเส้นสีฟ้า อัตราการในมณฑลหูเป่ย (อู่ฮั่นเป็นเมืองในมณฑลหูเป่ย) รองลงมาที่อัตราการตาย 3.51 เปอร์เซ็นต์ เส้นที่สาม คือเส้นสีแดง เป็นอัตราการตายทั่วประเทศจีน 2.2 เปอร์เซ็นต์ เส้นสุดท้าย คือเส้นสีเหลือง อัตราการตายพื้นที่นอกหูเป่ย 0.23 เปอร์เซ็นต์ ท่านผู้ชมครับ นั่นคือสถิติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563




เอาล่ะ 30-31 วันที่ 1 วันที่ 2 สี่วันให้หลัง เราไปดูอัตรากันหน่อย อัตราการตายเส้นแรก สีน้ำเงิน อัตราการตายที่อู่ฮั่น สูงสุด 5.45 แสดงว่าลดลงแล้ว ลดลงจาก 6.03 ในระยะเวลาเพียง 3 วัน เส้นที่สองจากบน เส้นฟ้า อัตราการตายในมณฑลหูเป่ย ลดลงมาที่ 3.24 ก็คือลดลงมาจาก 3.51 เป็น 3.24 เส้นที่สาม อัตราการตายทั่วประเทศจีน จาก 2.2 เหลือแค่ 2.0 เปอร์เซ็นต์ และเส้นสุดท้าย คือเส้นสีเหลือง อัตราการตายพื้นที่นอกหูเป่ย 0.2 เปอร์เซ็นต์ ลดลงจาก 0.23 เปอร์เซ็นต์ แปลว่าอะไร ท่านผู้ชม แปลว่าการรักษาไวรัสโคโรนา หรือที่เขาเรียกว่าปอดบวมอู่ฮั่นนั้น ได้พัฒนาการไปในทิศทางที่ดีขึ้นๆ เรื่อยๆ และตอนนี้เขาค้นพบมาแล้วว่าระยะฟักตัวแค่ 5.2 วัน ไม่ใช่ 14 วัน โดยเฉลี่ยแล้ว 95 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วย 100 คน พบ 95 คนอยู่ในช่วงระหว่าง 4-7 วัน ไม่ใช่ 14 วัน คือส่วนใหญ่ กว่า 95 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อจะแสดงอาการภายใน 7 วัน ไม่ใช่ 14 วัน


ท่านผู้ชมครับ ตอนนี้จีนทำอะไรบ้างกับรายการของไวรัสนี้ จีนก็เริ่มที่จะกักบริเวณคนเป็นล้านๆ แล้วตอนนี้ เมืองหลายๆ เมือง ไม่ว่าจะเป็นเมืองหางโจว หางโจวนี่เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของอาลีบาบา เขาก็เริ่มตั้งแผงรั้วกั้นเอาไว้แล้ว แล้วคนในเมืองหางโจวก็ไม่ให้ออกจากบ้าน ในครอบครัวหนึ่งที่ในบ้านอนุญาตให้ออกได้คนเดียว 2 วันออกได้ 1 ครั้ง นี่คือการใช้มาตรการที่เด็ดขาดที่ขวางกั้นพวกนี้ และทางท่านผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก หรือที่เรียกว่า WHO ก็ออกมายืนยันว่าประเทศจีนน่าจะเอาอยู่ในเรื่องของไวรัสโคโรนา




เรื่องไวรัสนี้ ท่านผู้ชมครับ โอกาสที่จะยุติการระบาดนั้น มีมาก/น้อยแค่ไหน ผมเชื่อว่าน่าจะยุติได้ แต่การระบาด เป็นเพียงแต่ว่ายังไม่ยุติการระบาดเท่านั้นเอง ยังจะต้องเพิ่มต่อไป ผมเชื่อว่าอย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าเขามีการประเมินว่าไม่เกิน 60,000 คน แต่ผมเชื่อว่าน่าจะใกล้เคียง 100,000 คน ท่านผู้ชมครับ แต่ว่าเป็นทั่วโลกนะ 100,000 คนนี้ 98 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในประเทศจีน และผมเชื่อว่าประเทศจีนเขาเอาอยู่ เพราะฉะนั้นแล้ว ที่สำคัญที่สุดก็คือว่า เขาเริ่มค้นพบแล้วว่ายาที่จะรักษาเชื้อไวรัสนี้จะต้องใช้ยาอะไรบ้าง


ที่น่าสนใจมากๆ ท่านผู้ชม และตรงนี้เองที่ผมอยากจะพูดถึง ว่ามันมีวาระซ่อนเร้นอยู่เยอะ และมันทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า สรุปแล้วไวรัสโคโรนามันอยู่ในทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดหรือเปล่า ว่าใครเป็นคนปล่อยไวรัสนี้ออกมา เพราะในขณะนี้ทุกประเทศ อังกฤษเอย อเมริกาเอย ต่างอ้างว่าได้ค้นพบวัคซีนแล้ว ท่านผู้ชม ตลกไหม สนใจแต่ค้นพบวัคซีน แต่ไม่สนใจที่จะหายารักษาโรค เพื่ออะไร เพื่อมันมองประชากรคนจีน 1,300 ล้านคน ถ้าต้องฉีดวัคซีนตัวนี้เข้าไป มูลค่าที่จะให้บริษัทยาที่ค้นพบนี่ขนาดไหน แต่ทางจีนเองเขาบอกว่าเขาค้นพบสูตรยาในการรักษาการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยแนะนำให้ใช้ยา Abidol ที่ใช้รักษาไข้หวัดใหญ่ และยา Darunavir สำหรับรักษา HIV หรือโรคเอดส์ ควบคู่กันเป็นสูตร ซึ่งเป็นสูตรเดียวกับที่แพทย์ไทยที่โรงพยาบาลราชวิถีก็ค้นพบเช่นกัน


ท่านผู้ชมรู้ไหม ยังไม่ทันไรเลย อังกฤษแจ๋นออกมาแล้ว Imperial College บอกว่าข้าพเจ้าค้นพบได้ เพราะฉะนั้นแล้วไวรัสพวกนี้ วัคซีนไวรัสพวกนี้ เขาพูดถึงวัคซีนนะ วัคซีนป้องกันโรคพวกนี้เขาสามารถผลิตออกมาได้ภายใน 14 วัน โอ้โห นี่แสดงว่าคณะนักวิจัยนี้คงจะมีบริษัทยาหนุนหลังอยู่อย่างมหาศาล เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชม ประเด็นก็คือว่า ที่อังกฤษพูดออกมาอย่างนี้ เพื่อที่จะลดน้ำหนักข่าวที่จีนและไทยค้นพบตัวยาในการรักษาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เพราะว่า WHO ไม่รับรองการรักษาของจีนและไทยที่ได้ประกาศ โดยบอกว่ายังไม่ผ่านกระบวนการทดสอบที่ได้มาตรฐาน




ปัญหาคือ วันนี้คุณไม่มีเวลามาทดสอบแล้ว ปัญหาคือ คนที่ป่วยใกล้จะตาย คุณต้องใช้เลย แล้วก็รักษาได้หายจริง ทีนี้อะไรมันจะรวดเร็วขนาดนี้ ตามปกติมันต้องใช้เวลาศึกษา 2-3 ปี ตอนนี้เหลือ 14 วัน อังกฤษทะลึ่งเสนอหน้ามาว่าจะคิดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสโคโรนาได้ โอ้โห ท่านผู้ชม ถ้าคิดผลิตวัคซีนนี้มา ประชาชนไม่ใช่เฉพาะจีนนะ ทั่วโลก ทั่วเอเชีย ล้วนแล้วแต่ต้องการจะฉีดวัคซีนนี้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นแล้วผมตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทยาฝรั่งมีวาระแอบแฝงร่วมกันในการเน้นการใช้วัคซีนป้องกัน แต่ไม่เน้นในการคิดค้นยามารักษา ฝรั่งนี่อำมหิตและเลือดเย็นมากนะครับ


ที่สำคัญคือโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เผอิญมีลักษณะของเชื้อ HIV อยู่ด้วย แต่ฝรั่งยังไม่ออกข่าวเรื่องนี้ ยังไม่ยอมรับ ยังไม่ประกาศโครงสร้างของไวรัสตัวนี้ ทั้งๆ ที่แพทย์ไทยออกมาอธิบายเรียบร้อยแล้ว พอมีข่าวนี้ออกมา หุ้นบริษัทยาขึ้นพรวดๆๆๆ ทั้งๆ ที่เป็นการค้นพบของแพทย์จีนและแพทย์ไทย




ท่านผู้ชมครับ เรื่องของไวรัสและยารักษา และจังหวะจะโคนที่เกิดเหตุนี้ขึ้นมา ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เราพลาดโอกาสอย่างแรงหลายๆ อย่าง ท่านผู้ชมครับ ณ วันนี้ คนเอเชียทั้งหมดไม่ได้จับมือร่วมกัน แต่คนเอเชียทั้งหมดกำลังได้รับผลกรรมร่วมกัน ตรงไหนรู้ไหม ตรงที่เริ่มมีกระบวนการกีดกันเชื้อชาติคนผิวเหลือง ไม่เชื่อลองถามคนเอเชียที่อยู่ในฝรั่งเศส อยู่ในยุโรป อยู่ในอเมริกาดูสิครับ คนไทยบางคนขึ้นรถไฟใต้ดินที่ฝรั่งเศส พอแค่ขึ้นเท่านั้น คนฝรั่งเศสเอามือปิดปากปิดจมูกแล้วเดินหนีหมดเลย





ท่านผู้ชม เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก และเรื่องนี้จะเป็นมูลเหตุสะสมไปเรื่อยๆ สั่งสมไปเรื่อยๆ แล้วในที่สุดแล้ว โลกก็จะแบ่งเป็นสองฝ่าย คนผิวขาว กับคนที่ไม่ใช่ผิวขาว โรคระบาดนี้เป็นตัวการชี้ ทั้งๆ ที่ ... ท่านผู้ชมครับ ผมเชื่อว่าผมพูดไม่ผิด ทั้งๆ ที่ไวรัสโคโรนานั้นคือโรคไข้หวัดใหญ่ คนปวดตัว ไอ ไข้ขึ้น มันคืออาการไข้หวัด แต่ทำไมตาย ที่ตายเพราะมันไปกระทบทางเดินหายใจ และระบุชัดเจนว่าใครก็ตามที่ทางเดินหายใจไม่ดี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนอายุมาก ตั้งแต่ 60 ขึ้นไป เอาล่ะ ถึงจะมีเด็กบางคนเป็น แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทฤษฎีนี้จะผิด เพราะเด็กเป็น เด็กก็ไม่ตาย





ท่านผู้ชม ดูแท็กซี่สิครับ แท็กซี่ไทยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 3-4 วันหายเลย เพราะเขาไม่ได้มีปัญหาเรื่องทางเดินหายใจ แต่ว่าใครที่มีปัญหาทางเดินหายใจแล้ว พอติดไวรัสนี้ มันจะก่อให้เกิดปอดอักเสบอย่างเฉียบพลัน แล้วก็ตาย อย่างที่ผมเคยเรียนให้ท่านผู้ชมทราบไง ว่าถ้าเรายังเจอฝุ่น PM 2.5 ตลอดไปอีกหลายปี คนไทยจะเป็นโรคทางเดินหายใจ และถ้าวันไหนถ้ามีเชื้อไวรัสโคโรนาแบบนี้ระบาดมาอีกครั้งหนึ่ง คนไทยจะตายเป็นเบือ เพราะฉะนั้นแล้วท่านผู้ชมจะเห็นว่า จริงๆ แล้วมันก็คือโรคไข้หวัดใหญ่นั่นเอง มันไม่ใช่โรคอะไรบ้าบอคอแตกเลย


ท่านผู้ชมครับ การที่มีไวรัสนี้ออกมา ทำให้เราเห็นหน้าตาคน เหมือนที่สุภาษิตโบราณเขาบอกว่า "รู้จักหน้า ไม่รู้จักใจ" ผมไม่อยากพูดนะท่านผู้ชม เพราะพูดไปแล้วท่านผู้ชมจะบอกว่า เอ๊ะ ทำไมผมถึงอคติกับสหรัฐอเมริกา แต่ข้อเท็จจริงมันมีครับท่านผู้ชม ข้อเท็จจริงมันมีว่า ตั้งแต่มีเรื่องมีราวมา สหรัฐอเมริกาไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ยอมให้ข้อมูล ไม่ยอมที่จะแชร์ข้อมูล และมิหนำซ้ำยังถามจีนไปอีกว่า จะให้ช่วยเหลืออะไร ให้บอกไป เพราะสหรัฐฯ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ จีนเขาก็แน่ เขาบอกว่า คุณนอกจากไม่ช่วยเหลือเราแล้ว ยังซ้ำเติม สร้างความตื่นตระหนกตกใจ ตื่นตระหนกตรงไหน




ท่านผู้ชม จู่ๆ เขาปิดเมืองอู่ฮั่น เหมือนกรุงเทพมหานครนี่ จู่ๆ เขาปิดกรุงเทพมหานครเนื่องจากมีการระบาด แล้วไม่ให้คนเข้าหรือออก แล้วสหรัฐฯ ติดต่อรัฐบาลไทยมา หรือรัฐบาลจีน ว่า ขอส่งเครื่องบินมารับคนสัญชาติอเมริกันในสถานทูตออกไปให้หมดเลย ในลักษณะการเจรจาระหว่างประเทศต่อประเทศ จีนก็ต้องยอม ไทยก็ต้องยอม ทีนี้คำถามมีอย่างนี้ จู่ๆ อเมริกาส่งเครื่องบินมารับคนของตัวเองกลับไป คนทั่วโลกเขาจะคิดอย่างไร เขาก็คิดว่า เฮ้ย คุณรู้อะไรที่ผมไม่รู้บ้าง หรือคุณรู้อยู่คนเดียวว่าไวรัสนี้จะทำให้คนตายเป็นเบือ คุณเลยรีบเอาคนของคุณออก นี่ล่ะครับ คือการตื่นตระหนก ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า PANIC


เพราะฉะนั้นแล้ว อเมริกาไม่ได้ช่วย มีแต่ซ้ำเติม เมื่อซ้ำเติมแล้ว จีนเขาไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากอเมริกาเลยแม้แต่นิดเดียว เขาต้องการช่วยตัวเขาเอง และที่สำคัญอะไรบางอย่าง สหรัฐฯ ส่งตัวอย่างยามา 500 ชุด เพื่อให้จีนนำไปทดลองใช้กับคนป่วย 500 คน ท่านผู้ชมรู้ไหมตัวอย่างยาที่สหรัฐฯ ส่งมานั้น ยาหลักคือยารักษาโรคซาร์ส และใช้เวลารักษา 28 วัน ท่านผู้ชม มันเชยมากๆ เพราะจีนเขาค้นพบสูตรยาเช่นเดียวกับแพทย์ไทยแล้ว ว่ายาที่รักษาไวรัสสายพันธุ์ใหม่นั้น ต้องเป็นตัวยาที่กำจัดไวรัส HIV และตัวยาโรคหวัด จะหายได้ใน 48 ชั่วโมง




เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่าประเทศจีนลึกๆ แล้วเขาอาจจะมีมารยาท เขาไม่พูด แต่ว่ารองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนออกมาเฉ่งสหรัฐฯ เสียเละเทะเลยว่าคุณนอกจากจะไม่ช่วยแล้ว คุณยังซ้ำเติมเราอีก แล้วทุกคนเชื่อ เชื่ออย่างมั่นคงเลยว่าข่าวเฟกนิวส์ที่ออกทางทวิตเตอร์ ออกทางเฟซบุ๊ก เป็นฝีมือของเครือข่ายสหรัฐฯ ทั้งนั้น เพื่อที่จะซ้ำเติมจีน คือทั้งหมดนี้ เดี๋ยวผมจะพูดเรื่องการถดถอยทางเศรษฐกิจจากเชื้อไวรัส แต่ผมกำลังจะพูดถึงโอกาสที่ประเทศไทยมี แต่พลาดไป


ประเทศไทยทำได้ดีมาก ที่ไม่ได้ห้ามนักท่องเที่ยวจีนเข้ามา และวันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าประเทศไทยเอาอยู่ อันนี้ต้องขอชมเชยเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข และคนที่รับผิดชอบในการป้องกันโรคระบาด ไม่น่าสงสัยเลยว่าทำไมไทยถึงอยู่อันดับ 6 ของโลกในการป้องกันโรคระบาด แต่ สิ่งที่จีนเขาต้องการมากกว่าการที่ไม่ปิดประเทศให้คนจีนเข้า คือกำลังใจ กำลังใจไม่ใช่กำลังใจที่คุณดอน ปรมัตถ์วินัย หรือที่ผมเคยตั้งฉายาให้ท่านว่า "เฮ้าเลี่ยนดอน" มาเล่าให้ฟัง ว่ากระทรวงการต่างประเทศจีนซาบซึ้งในความปรารถนาดีของไทย ประเทศไทยไม่ได้ช่วยอะไรจีนเลยนะ ช่วยเรื่องเดียวคือให้คนจีนเข้ามาโดยที่ไม่ห้าม แต่คนที่ช่วยประเทศจีนคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านทรงพระราชทานหน้ากากไป อิหร่านส่งหน้ากากอนามัยไปให้จีน 5 ล้านอัน ญี่ปุ่นเอาหน้ากากอนามัย 1 ล้านอัน ใส่ไปในเครื่องบินแล้วส่งไปให้จีน ท่านผู้ชมรู้อะไรไหม ฮุน เซน บินไปที่ปักกิ่ง ไปเจอสี จิ้นผิง ให้เห็นเลยว่าเขาไม่ได้กลัวเรื่องไวรัส จีนต้อนรับฮุน เซน อย่างใหญ่โตมโหฬาร ประเทศไทยไม่ได้ทำเลย




ย้อนกลับไปในยุคซาร์ส ตอนที่ซาร์สรุนแรงมาก ท่านรัฐมนตรีฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ตอนนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีฯ คลัง นำคณะนักธุรกิจไทยไป 120 คน ผมอยู่ในคณะนั้นด้วย ไปที่ประเทศจีน ไปให้เห็นว่าในขณะซึ่งเขาปิดเมืองปักกิ่ง เรายกขบวนไป จีนซาบซึ้ง ประทับใจมาก ท่านผู้ชมครับ รัฐบาลไทยพลาดมากอย่างแรง พลาดอย่างแรงเลยงานนี้ และเชื่อผมสิครับ เหตุการณ์วันนี้ เหตุการณ์ของไวรัสโคโรนาวันนี้ พอมันจบแล้ว จีนเขาจะเริ่มมาเรียงลำดับแล้วว่าใครเป็นเพื่อนเขา เพื่อนจริง เพื่อนจริงบ้างไม่จริงบ้าง เพื่อนปลอม และเพื่อนที่ไม่ควรจะคบเลย ท่านผู้ชมครับ เชื่อผม วันนี้จีนได้รับบทเรียนอย่างมหาศาล วันนี้เขาอมเลือดอยู่ตลอดเวลา เขาไม่พูดอะไรทั้งสิ้น เขาต้องแก้ปัญหาส่วนตัวของเขา ซึ่งเป็นปัญหาในครอบครัวของเขาและเป็นปัญหาในบ้านของเขา เขาต้องแก้ให้ได้


เพราะฉะนั้นแล้ว คุณดอนก็รู้ว่าจีนต้องการเรื่องนี้ ทำไมคุณดอนไม่นำคณะทูต หรือตัวคุณดอนเอง ขออนุญาตท่านนายกฯ บินไปเยี่ยมนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ หรืออดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่าเป็นตัวแทนประเทศไทยมาให้กำลังใจ เพราะท่านนายกฯ มาไม่ได้ เพราะท่านนายกฯ กำลังเตรียมตัวรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ แต่คุณดอนไม่ เพราะคุณดอนเป็นคนของอเมริกา เป็นคนที่เดินตามสหรัฐอเมริกามาตลอดชีวิต เป็นข้าราชการประจำ คิดอะไรนอกกรอบไม่เป็น อะไรที่เคยเป็นกับอเมริกา ก็ถืออเมริกายิ่งใหญ่ อเมริกาถูกต้อง ผมถึงบอกว่างานนี้ประเทศไทยพลาดอย่างแรง น่าเสียดายมากๆ โอกาสที่เราจะแสดงความจริงใจให้กับประเทศจีนเขาเห็น จะถือว่าเป็นการดราม่าก็ได้ ไม่เสียหายอะไร




ท่านผู้ชมครับ ผมจำเป็นต้องทบทวนเรื่องเก่า คสช.เข้ามายึดอำนาจตอนนั้น ในโลกนี้มีประเทศไหนที่เข้ามารับรอง ถ้าไม่ใช่ประเทศจีน ประเทศจีนเขามารับรองประเทศไทย เอาล่ะ ถึงแม้ว่านักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจะเห็นว่าไม่ควรจะมารับรอง แต่ประเทศจีนเขาถือว่าเขาแสดงน้ำใจในยามที่ คสช.กำลังต้องการกำลังใจ แต่แทนที่เราจะไปจำในเรื่องพวกนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านกลับไปยึดติดกับไอ้ทรัมป์บ้า จีนเขาไม่ต้องการอะไร จีนเขาต้องการเพียงแค่น้ำใจเท่านั้น


ท่านผู้ชมครับ ความสูญเสียทางเศรษฐกิจนั้น มันสูญเสียอย่างไรบ้าง มันไม่ได้สูญเสียเฉพาะจีนนะครับ รอบๆ จีน นอกประเทศนี่โดนหมด ท่านผู้ชมลองหลับตาวาดภาพ เฉพาะประเทศจีน ในประเทศ การจับจ่ายใช้สอยของเขาหยุดหมดเลยนะ เทศกาลตรุษจีนครั้งนี้ของเขาหลายๆ ส่วนของประเทศจีนที่ทำมาค้าขายกับเทศกาลตรุษจีน รวมทั้งของประเทศไทยด้วย ไม่มีลูกค้ามาเลย ประเดี๋ยวผมจะเอาวิดีโอคลิปอันหนึ่งให้ท่านผู้ชมดูบรรยากาศในสิงคโปร์ มันเป็นตรอกๆ หนึ่ง ซึ่งมีคน ร้านอาหารขายเต็มเลย ตรอกนั้นควรที่จะมีคนอยู่อย่างแน่นหนาสาหัส คุยกัน ซื้ออาหารกัน วันนั้นเถ้าแก่มานั่ง บอกว่า ไอหยา เค้าเป๋ เจ๊งแล้ว เป็นอย่างนั้นเลยนะครับ



ทีนี้ บริษัทห้างร้านที่ปิดแล้วให้พนักงานหยุด อย่าลืมว่าเขาต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานด้วยนะ ร้านอาหาร สถานบันเทิง ธุรกิจการคมนาคม โรงแรม ร้านค้าต่างๆ เจ็บตัวกันถ้วนหน้า ธุรกิจมีการหยุดมากขึ้นๆ ธุรกิจส่งออกกระทบ เพราะทำไมรู้ไหม คนสั่งกลัว อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลย คนไทยนี่ คำถามแรกเลย ถ้าผมสั่งของจากจีนผมจะติดเชื้อหรือเปล่า เห็นไหม มีมาตลอด อุตสาหกรรมที่ต้องใช้ supply chain จากจีน ต้องหาที่ใหม่ คือเขาเริ่มไม่ไว้ใจแล้ว คำว่า supply chain หมายความว่าอะไร เราผลิตอะไรก็ตาม อุปกรณ์บางอย่างในสินค้าตัวนั้นที่เราผลิต บางอย่างจีนผลิต เราต้องสั่งเข้ามา ทีนี้หลายๆ เจ้า หลายๆ พันเจ้า หลายๆ หมื่นเจ้าก็ต้องเร่หาของตรงนี้ ที่ไม่ใช่ผลิตในประเทศจีน สายการบินหยุดบิน 30-40 กว่าสาย โรงแรมต้องคืนเงินค่าเช่า ค่าจอง โรงงานผลิตรถยนต์ฮุนไดในจีนหยุดผลิตเลย แมคโดนัลด์ สตาร์บัคส์ ปิดหมด จีนเป็นแหล่งผลิตอุปกรณ์ยานยนต์และอุปกร์อิเล็กทรอนิกส์ที่หลายๆ เจ้าที่ผลิตต้องสั่งอุปกรณ์จากจีน ตอนนี้ไม่มีแล้ว ของก็ไม่มี แล้วจะไปสั่งจากไหน



ท่านผู้ชมครับ ตลาดหุ้นตกหมด มูลค่าหุ้นที่ลดลงเป็นแสนๆ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือถ้าคิดเป็นเงินไทยก็หลายล้านๆ บาท จีนเป็นคนซึ่งสั่งซื้อ commodity ทางอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุด ตอนนี้ต้องหยุดสั่งซื้อ น้ำมันดิบ นี่สมน้ำหน้าอาหรับและสมน้ำหน้าอเมริกา อังกฤษ น้ำมันดิบตกไป 15 เปอร์เซ็นต์ ใน 2 อาทิตย์เท่านั้น และราคาน้ำมันดิบวันนี้เป็นราคาที่ถูกที่สุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ราคาทองแดงตกลง 13 เปอร์เซ็นต์ ในเวลา 2 อาทิตย์ เพราะทองแดงเป็นวัสดุที่สำคัญมากในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง


จีดีพีประเทศจีนปีนี้ ที่ตั้งเอาไว้คือ 6 เปอร์เซ็นต์ เขาคำนวณมาแล้ว ทุกเจ้า ทุกศาสตร์ ทุกสำนัก บอกปีนี้จีนจะเก่งมากถ้าได้ถึง 5.6 แสดงว่าหายไป 0.4 เปอร์เซ็นต์ ท่านผู้ชมอย่าเพิ่งบอกว่า 0.4 เปอร์เซ็นต์ มันเล็ก 0.4 เปอร์เซ็นต์ ของเศรษฐกิจทั้งประเทศจีนมันใหญ่ขนาดไหน มันมหาศาล มันไม่รู้ตั้งกี่เท่าของเศรษฐกิจของประเทศไทย ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ที่คำนวณกันนี่เป็นพื้นฐานว่าสถานการณ์จะไม่อยู่ขั้นเลวร้ายที่สุด แต่ถ้าเกิดเลวร้ายกว่านี้ เลวร้ายกว่าการติดเชื้อถึง 100,000 คน ผมให้ 100,000 คนสูงสุด แต่ 100,000 คนที่ติดเชื้อไม่ได้แปลว่าคนจะต้องตายเยอะ เพราะอัตราการตายมันเริ่มลดน้อยลง ลดน้อยลง




ผมเชื่อว่าในที่สุดแล้วอัตราการตายหลังจากที่จีนพร้อม สร้างโรงพยาบาลใหม่เข้ามา ตอนแรกอัตราการตายสูงเพราะอะไร ไม่มีโรงพยาบาลที่จะสามารถกักกันผู้ป่วยพวกนี้ได้ ที่ไม่มี การรักษาพยาบาลก็ไม่สามารถรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากการสร้างโรงพยาบาลขึ้นมาอย่างกะทันหันใน 10 วันต่อ 1 โรงพยาบาลที่อู่ฮั่น มีจำนวนเตียง 2,000 กว่าเตียง ก็เลยทำให้อัตราการตายค่อยๆ ลดน้อยลง เพราะฉะนั้นแล้ว ยิ่งถ้ามียารักษาเรียบร้อยแล้ว ผมเชื่อว่าอัตราการตายจะลดลงต่ำกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ ในที่สุด แล้วอีกไม่เกิน 6 เดือน ผมให้ 1 ปี 12 เดือน หลังจากทุกอย่างสงบแล้ว ซึ่งคงจะเป็นประมาณเมษายน หรือพฤษภาคม อาจจะถึงมิถุนายน อาจจะให้ 1 ปีเต็มๆ กว่าจีนจะฟื้นตัวกลับเข้ามาอีกที คำถามมีอยู่ว่า แล้วประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคธุรกิจท่องเที่ยว จะอยู่รอดได้อย่างไร


ผมเสนออย่างนี้ครับท่านผู้ชม ผมเสนอว่า ประเทศไทยต้องเอาการท่องเที่ยวในประเทศเป็นตัวชูโรงขึ้นมา เพื่อทดแทนรายได้ที่สูญหายจากนักท่องเที่ยวจีน และวิธีการจะทำอย่างไรให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ผมเสนอว่า ข้อแรก ท่านผู้ชมออกความเห็นกันได้นะครับ ไม่เป็นไร วิพากษ์วิจารณ์กันได้ แต่อย่าหยาบคาย อย่าให้ของลับผม อย่าเรียกผมไอ้เหี้ยนะครับ 31 มีนาคมนี้ เดือนมีนาคม ผมขึ้นไปไต่สวนมูลฟ้องแล้ว 3 คน และอาทิตย์หน้าจะฟ้องเพิ่มอีก 3 คนแล้ว




ท่านผู้ชมครับ ผมเสนอว่า เมืองไทยควรจะยกเลิกวันหยุดชดเชยได้แล้ว และเมืองไทยควรจะปรับวันหยุดเสียใหม่ หยุดยาวๆ เลย อย่างเช่น ปีใหม่หยุด 7 วัน สงกรานต์ 10 วัน วันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 วัน วันตรุษจีน 5 วัน อาจจะเป็นวันรำลึกการสิ้นพระชนม์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 อีก 5 วัน เพราะฉะนั้นแล้วเราจะมีวันหยุดที่มี 7 วัน 10 วัน 5 วัน ประมาณไม่เกิน 4-5 ครั้งต่อปี แล้วก็ล็อกตายตัวเลย เป็นปฏิทินตายตัว ให้คนไทยได้รู้ เมื่อรู้แล้วทุกครอบครัวจะวางแผนได้ทันทีเลยว่าวันหยุด 5 วัน จะไปที่ไหน วันหยุด 7 วัน จะไปที่ไหน วันหยุดเท่านี้จะไปที่ไหน เท่านั้นจะไปที่ไหน แล้วก็ให้รัฐบาลจัดมหกรรมการท่องเที่ยวเสียใหม่ เอาพวกเมืองรองต่างๆ เข้ามาลดแลกแจกแถม สายการบินแอร์เอเชีย ไทยไลอ้อนแอร์ ไทยสมายล์ ใครก็ตาม สามารถจัดตั๋วชุดพิเศษให้ ถ้าไปทั้งครอบครัวลดเท่านี้ๆๆ โรงแรมต่างๆ โฮมสเตย์ต่างๆ ที่อยู่เมืองรองหรือเมืองหลักก็สามารถจะออกในมหกรรมการท่องเที่ยว จะจัดกันสัก 2 ครั้งก็ได้ เพื่อให้คนจองโรงแรมไว้ล่วงหน้า ถ้ารู้วันหยุดที่ตายตัวแล้ว ก็สามารถจะวางแผนครอบครัวได้ บางคนอาจจะไม่นั่งเครื่องบิน บางคนก็อาจจะเตรียมตัวเอารถไป นี่ก็คือการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศจริงๆ โดยให้กับคนไทยไป และที่สำคัญ จะเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจตามเมืองรองต่างๆ ได้อย่างเห็นได้ชัด ท่านผู้ชมลองหลับตาวาดภาพ อาหารการกินในเมืองรองที่ไป ปีหนึ่ง 4-5 ครั้ง ผมเสนออย่างนี้นะครับ





ท่านผู้ชมครับ หลังจากการหมดเรื่องของไวรัสโคโรนาแล้ว ผมเชื่อว่าจะมีการปรับความสัมพันธ์ของประเทศจีนกับประเทศเพื่อนบ้านและหลายๆ ประเทศเสียใหม่ อาจจะไม่ได้ปรับความสัมพันธ์อย่างชนิดที่มันโจ่งแจ้ง หรือตรงไปตรงมา ท่านผู้ชมรู้ไหม เรื่องบางเรื่องเราทำดีอยู่แล้ว แต่เราควรจะทำดีมากขึ้นกว่าเก่า อย่างเช่น เมื่อมันพิสูจน์ชัดแล้วว่ายารักษาโรคไวรัสโคโรนานั้น มันประกอบด้วยยาที่รักษา HIV ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าเมืองไทยรักษา HIV มากี่ปี เกือบ 30 ปี จากยาเม็ดละ 750 บาท ของคนเป็น HIV แล้วเมืองไทยผลิตเองสำหรับคนที่มีรายได้น้อย ผู้ถือบัตรทอง กลายเป็นเม็ดละแค่ 30 บาท แล้วได้ผลเหมือนกัน ถามว่าเราชำนาญไหมเรื่องยาพวกนี้ ชำนาญมาก ขนาดอินเดียผลิตเอง อินเดียยังขาย 70 เลย ไทยขายแค่ 30-35 ในขณะที่เขาต้องการแบบนี้ เราควรที่จะเอายา HIV ที่เราผลิตเอง เรามี ส่งไปให้จีนเขา นี่ยกตัวอย่างง่ายๆ แต่มีพวกเตะตัดขา บอกว่ายายังไม่ได้รับการพิสูจน์ ยังไม่มีมาตรฐาน เอ้า ไม่มีมาตรฐาน แต่คุณรักษาคนที่เป็น HIV เมืองไทยมาร่วม 30 ปี แล้วได้ผลหมด มันแปลว่าอะไร ถ้าคนที่พูดต้องเป็นทาสของบริษัทยาต่างชาติ ท่านผู้ชมครับ ก็เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในการอัปเดตในวันนี้


เรื่องที่สองที่ผมอยากจะพูด ในระหว่างที่เรากำลังมะงุมมะงาหราตื่นตระหนกตกใจกับเรื่องราวของไวรัสโคโรนา กับเรื่องราวของจีนปิดเมืองอู่ฮั่น ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าในตะวันออกกลางมันกำลังจะรบกันอยู่แล้วนะ แต่ไม่มีใครรายงานข่าวให้ท่านผู้ชมฟัง ผมจะสรุปให้ฟัง ถ้าถามว่าการอ่านเว็บไซต์ต่างๆ เว็บข่าว ดูเว็บทีวีของสำนักข่าวต่างๆ ผมมั่นใจว่าในประเทศไทยถ้าจัดอันดับกันแล้ว ผมไม่ควรจะเกิน 1 ใน 5 หรือ 1 ใน 3 เพราะผมอ่านหมด ผมดูหมด ท่านผู้ชมครับ เดี๋ยวนี้โลกมันแบ่งสำนักข่าวออกเป็น 2 ส่วนแล้ว ส่วนหนึ่งคือทางตะวันตก CNN, FOX NEWS, BBC, AP : Associated Press, REUTERS อีกส่วนหนึ่งก็เป็นทางด้านของรัสเซีย ของจีน ของตะวันออกกลาง จีนก็มีสำนักข่าวซินหัว มีหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ของจีน ที่ชื่อว่า GLOBAL TIMES อาหรับก็มี ALJAZEERA ซึ่งเป็นของรัฐกาตาร์ รัสเซียมีสำนักข่าว RT สำนักข่าว SPUTNIK และมี PRESS TV ถามว่าเราเชื่อใคร ท่านผู้ชมครับ เราไม่ต้องเชื่อใคร แต่เราดูเหตุการณ์ต่างๆ ในแต่ละเหตุการณ์ แล้วเรามาเปรียบเทียบกันดู


ผมสังเกตอย่างหนึ่ง ตั้งแต่สหรัฐอเมริกามีเรื่องราวกับอิหร่านแล้ว สำนักข่าวทางตะวันตกไม่ค่อยรายงานแล้ว รบกันที่ไหน การโดนโจมตีที่ไหน เก็บเงียบหมดเลย ผมจะได้ข่าวพวกนี้จากสำนักข่าวอีกด้านหนึ่ง ของรัสเซีย ของตะวันออกกลาง ของ ALJAZEERA แต่ไม่ได้แปลว่าผมเชื่อเขา 100 เปอร์เซ็นต์นะ แต่อย่างน้อยผมเอามาเปรียบเทียบหลายๆ อย่าง ยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ อันหนึ่ง CNN, FOX NEWS, NBC รายงานเรื่องเครื่องบินสหรัฐฯ ตกที่อัฟกานิสถาน เป็นเครื่องบินยี่ห้อ BOMBARDIER รุ่น E11A BOMBARDIER




มันเป็นเครื่องบินโดยสาร ซึ่งเขามีฉายาว่า GLOBALK EXPRESS ก็คือว่าบินระยะไกลได้ ราคาเครื่องบินน่ะไม่เท่าไร ท่านผู้ชม แต่ราคาอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องบินนั้น เขาบอกว่าเครื่องบินนั้นคือไวไฟ (Wi-Fi) ในอากาศ ที่จะให้บินอยู่ระหว่างที่มีการวกอยู่ สมมุติว่ามีพื้นที่อัฟกานิสถานอยู่ตรงนี้ เครื่องบินนี้มีไว-ไฟอยู่ในเครื่องบิน ก็สามารถจะส่งไว-ไฟให้ทหารอเมริกันใช้ไว-ไฟได้ เพื่อติดต่อในการรบ ประสานงานกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เครื่องบินนี้ตก โดยที่ NBC, CNN และ FOX NEWS รายงานว่าเพนตากอน คือกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่าการตกของเครื่องบิน BOMBARDIER นั้น มีคนตาย 2 คน ระบุชื่อว่า คนแรกคือ นาวาอากาศโทพอล วอสส์ (Col. Paul K. Voss) อายุ 46 อีกคนหนึ่งคือ เรืออากาศเอกไรอัน พาเนิฟ (Cap. Ryan S. Phaneuf) เป็นคนอเมริกาทั้งสองคน นี่คือสิ่งที่ NBC อเมริกา ทางตะวันตกรายงาน


เรามาดูทางฝั่งรัสเซียรายงานบ้าง สนุกมาก รัสเซียบอกว่าเครื่องบินนี้ตกเพราะนักรบตอลิบานใช้จรวดยิงตก ทางเพนตากอนบอกว่าตกเอง และเพนตากอนบอกว่า เมื่อตกแล้ว เป็นไว-ไฟบนท้องฟ้า เอาไว้เชื่อมกองกำลังภาคพื้นสำนักงานใหญ่ เขาบอกว่าร่างทหารสหรัฐฯ ถูกเก็บกู้โดยกองกำลังทหารสหรัฐฯ รวมทั้งอุปกรณ์ที่มีความอ่อนไหวได้ถูกทำลายโดยกองกำลังสหรัฐฯ ที่ไปถึงจุดเกิดเหตุ ท่านผู้ชมครับ แต่สำนักข่าวอีกฝั่งหนึ่งบอก ไม่ใช่ ที่คุณตกเพราะว่าตอลิบานยิงขีปนาวุธภาคพื้นดินไปทะลุทะลวง ทำให้คุณตก และที่น่าสนใจอีกอย่างครับท่านผู้ชม ขีปนาวุธนั้นจีนเป็นคนผลิตครับ


ทีนี้ผมก็ยังสงสัยว่านักรบตอลิบานยิง หรือว่ามีทหารอิหร่านเข้าไปช่วยยิง นี่คือการตั้งข้อสงสัยของผมนะ แล้วข่าวทางรัสเซียและข่าวในเชิงวิเคราะห์เจาะลึก เขาบอกว่าในนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งเป็นหัวหน้า CIA แผนกอิหร่าน และเป็นผู้วางแผนในการฆ่านายพลกอเซ็ม สุไลมานี คนนี้ยังไม่ตาย และถูกจับตัวได้ และกำลังถูกส่งตัวไปที่อิหร่าน จะเชื่อใครดี ท่านผู้ชม ที่ผมเล่าให้ฟังนี่ผมไม่ได้หมายความว่าผมจะเชื่อเขา 100 เปอร์เซ็นต์ นะ แต่ผมกำลังบอกว่า ตอนนี้ ขณะนี้ มันมีเรื่องหลายเรื่องที่น่าสังเกตอย่างหนึ่ง ท่านผู้ชมรู้ไหมครับ ตั้งแต่เรามาเรื่องไวรัสโคโรนา ท่านผู้ชมรู้หรือเปล่าว่าทหารสหรัฐฯ ที่อยู่ในอิรักไม่ได้ออกจากค่ายทหารเลย ตั้งตัวเฝ้ามองค่ายทหารตัวเองอยู่ในนั้น และคอยหลบอยู่ในหลุมหลบภัยเมื่อใดก็ตามที่จรวดยิงเข้ามา ทันทีเลย ไม่มีเลย ปรากฏว่าเป็นกองกำลังซึ่งแน่นอนคงสนับสนุนจากอิหร่าน โจมตีเอาๆ วันนี้กลุ่มที่อิหร่านสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นฮามาส ไม่ว่าจะเป็นอัลฟาตาห์ ไม่ว่าจะเป็นฮิซบอลลาห์ คนพวกนี้ได้รับขีปนาวุธกันทุกคนเลย แล้วท่านผู้ชม ตอนที่เรามายุ่งเกี่ยวกับไวรัสนี่ ท่านผู้ชมรู้ไหมครับว่าซีเรียตอนนี้ กองกำลังของรัฐบาลซีเรีย ยึดประเทศซีเรียได้หมดแล้ว เหลืออยู่ 0.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ก็เท่ากับว่าซีเรียนั้นอยู่ในฝั่งอิหร่าน อิรักในขณะนี้ ผู้นำศาสนาชีอะฮ์ในอิรัก ซึ่งเป็นผู้นำอันดับ 2 ในนิกายชีอะฮ์ทั่วโลก ประกาศสงครามให้คนมุสลิมสู้กับทหารอเมริกัน แล้วก็ไล่ทหารอเมริกันออกจากพื้นที่ในตะวันออกกลาง




ท่านผู้ชมครับ โอมานเพิ่งเปลี่ยนกษัตริย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบินไปขอแสดงความยินดี และไปงานศพของกษัตริย์องค์ที่แล้วของโอมาน โอมานนั้นมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับอิหร่านมาก ในขณะเดียวกัน กาตาร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตแก๊สที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยประธานาธิบดีทรัมป์ ยุยงส่งเสริมให้ซาอุดีอาระเบีย ยูเออี คูเวต และหลายๆ รัฐ หลายๆ แคว้นที่อยู่ในตะวันออกกลาง บอยคอต ไม่ให้กาตาร์ใช้เครื่องบินบินผ่านเมือง ทางทะเลออกไม่ได้ ในที่สุดก็เลยไปพึ่งอิหร่าน และพึ่งตุรกี ก็เท่ากับว่า กาตาร์ ... โอมานวางตัวเป็นกลาง กาตาร์อยู่ฝั่งอิหร่าน ตุรกีก็อยู่ฝั่งอิหร่าน รัสเซียก็อยู่ฝั่งอิหร่าน ท่านผู้ชมครับ จะเชื่อข่าวใครดี เชื่อตรรกะก็แล้วกัน ด้วยเหตุผล สมมุติว่าพรุ่งนี้ ณ วันนี้ ฐานที่ตั้งของอเมริกาโดนโจมตีทุกวัน อิหร่านไม่ได้โจมตีตรงนะ แต่ใช้ตัวแทน proxy ส่งอาวุธไปให้ นี่ก็ยิงตูมๆๆ คือพูดง่ายๆ ว่าวันนี้อเมริกากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่จะทำอย่างไรดี แต่ท่านผู้ชม ถ้าประธานาธิบดีทรัมป์ได้กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้งหนึ่ง และผมเชื่อว่าเขาได้ เพราะในขณะนี้กลายเป็นว่าชนผิวขาวที่เหยียดผิวในอเมริกา สนับสนุนทรัมป์หมดทุกคน โอกาสที่ทรัมป์จะกลับมาอีกครั้ง ถ้าทรัมป์กลับขึ้นมา ท่านผู้ชมเชื่อผมไหมว่าสงครามเกิดขึ้นแน่นอน ตอนนี้ทรัมป์ยังไม่กล้าทำอะไรเพราะว่ายังไม่มั่นใจ เพราะว่าใกล้เลือกตั้งก็เลยอยู่เฉยๆ ก่อน เขาไม่กล้าตัดสินใจผิดพลาด แต่ถ้าเขาได้กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้งหนึ่ง เขาจะมีความมั่นใจในตัวเองสูง เขาจะมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง จนกระทั่งเขาสามารถจะทำอะไรบ้าๆ ได้ต่อไปอีก เหมือนที่เขาเคยทำบ้าๆ มาในอดีต


ท่านผู้ชมครับ ผมเรียนให้ท่านผู้ชมฟัง 2 เรื่อง เรื่องหนึ่ง ท่านผู้ชมสังเกตอย่างหนึ่งนะ เรื่องหนึ่ง MBS : Mohammad bin Salman มกุฎราชกุมารของราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย หัวร้อนที่เคยประกาศตลอดเวลาว่าจะถล่มอิหร่าน จะสู้อิหร่าน วันนี้เงียบสนิท ไม่พูดอะไรเลย และสอง ชนวนที่จะปะทุอีกอันหนึ่งคืออิสราเอล นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เนทันยาฮู กำลังหาเรื่องทางอาหรับ จับมือกับทรัมป์ที่จะแบ่ง ตั้งประเทศปาเลสไตน์ให้กับพวกชาวปาเลสไตน์ แต่จะไม่คืนพื้นที่ที่ตัวเองยึดครองไป สันนิบาตอาหรับทั่วโลกประชุมกันแล้ว ไม่ยอมรับมตินี้ และไม่ยอมรับมติที่อิสราเอลบอกว่าเขายึดที่ราบสูงโกลันของซีเรียไป และเขาจะไม่คืน เขาไม่ยอมกัน เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชม ทุกอย่างมันไวไฟหมดแล้ว น้ำมันมันราดไว้หมดแล้ว ทุกอย่าง รอไม้ขีดก้านเดียวจุดไฟไปพรึ่บ เท่านั้นเอง ราวเมษายนนี้ ผมทำนายไว้ล่วงหน้านะ ผมจะทำนายไว้ล่วงหน้า มันร้อน แล้วโลกมันก็จะร้อนด้วย เพราะฉะนั้นแล้ว ระหว่างที่เรามัวแต่ยุ่งเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าตะวันออกกลางมันใกล้จะถึงจุดเดือดแล้ว และท่านนายพลคนใหม่ที่มาแทนกอเซ็ม สุไลมานี ข่าวเล่าว่าเป็นคนที่โหดมาก คือนายพลกอเซ็ม ยังมีลักษณะประนีประนอม ท่านผู้ชม เคยมีคนอิหร่านเป็นคนประนีประนอมไหม เคยมีที่ไหนที่จะยิงฐานที่ตั้งทหารอเมริกัน ไปบอกเขาล่วงหน้า 6 ชั่วโมงว่ากูจะยิงมึงแล้วนะ ให้มึ
หลบเข้าไป แล้วพอยิงเสร็จเรียบร้อย เอาล่ะ ข่าว 2 ข่าว พอยิงเสร็จถามว่ามีใครตายไหม สำนักข่าวทางตะวันออกกลาง ทางอิหร่าน ทางรัสเซีย ALJAZEERA บอกว่ามีบาดเจ็บเยอะมาก แต่ว่า CNN, NBC, FOX NEWS แม้กระทั่ง BBC ไม่มีรายงานเลยแม้แต่คนเดียว เห็นหรือยังครับ เชื่อใคร




ทรัมป์ออกมายืนยันในวันที่ 8 มกราคม 2563 ว่าทุกอย่างยังปกติ ไม่มีอะไร ยังปกติดีอยู่ เรามีกองทัพที่ทรงพลังและเพียบพร้อมที่สุดในโลก ผมจะแถลงข่าวในเช้าของวันพรุ่งนี้ เช้าวันพุธที่ 8 มกราคม ทรัมป์บอกว่าไม่มีความจำเป็นต้องใช้แสนยานุภาพทางทหารกับอิหร่าน ทรัมป์เขาบอกว่า ไม่มีพลเรือนและทหารสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บจากเหตุอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพทหารที่เป็นฐานประจำการของกองกำลังคนอเมริกาในอิรัก และบ่งชี้ว่าวอชิงตันอาจจะไม่ลงมือแก้แค้นในทันทีทันใด ไม่มี ไม่มีใครบาดเจ็บ แต่กระทรวงกลาโหมอเมริกาปิดข่าวไม่ได้ ยอมรับกับ CNN ทีหลังว่าทหารอเมริกันมากกว่า 50 นาย 64 นาย ระบุว่าได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งดังกล่าว โดยเป็นการบาดเจ็บที่สมอง ท่านผู้ชมคิดว่าบาดเจ็บที่สมองมันเล็กหรือ


การออกมายอมรับดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการโจมตีของอิหร่านนั้นส่งผลร้ายแรงกว่าที่นายทรัมป์กล่าวไว้แต่แรก พอนายทรัมป์ถูกนักข่าวซักถามในงาน World Economic Forum ในดาวอส ที่สวิตเซอร์แลนด์ ถึงเรื่องดังกล่าว ทรัมป์ก็แก้ตัวว่า ไม่หรอก ผมได้ยินว่าพวกเขามีอาการปวดหัวและอาการอีกบางอย่าง แต่ผมได้รับการยืนยันให้พูดว่ามันไม่ร้ายแรงมากนัก เห็นหรือยังท่านผู้ชม ท่านผู้ชมจะเชื่อข่าวที่ไหนล่ะ บอกผมหน่อยสิ แต่อย่างน้อยที่สุดที่มันชัดเจนก็คือว่า นายทรัมป์โกหก ชัดเจน เพราะตอนหลังเขามายอมรับเองจากการที่บอกว่าไม่มีอะไรๆ ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้นเลย เห็นหรือยังครับท่านผู้ชม


เอาล่ะ วันนี้ยาวนิดนะครับท่านผู้ชม ทนฟังไปกับผมหน่อย ผมเคยรับปากกับท่านผู้ชมว่าผมจะพูดประวัติของฮ่องเต้องค์หนึ่ง องค์ที่ 3 ในราชวงศ์หมิง ที่ชื่อหย่งเล่อฮ่องเต้ ผมบอกว่าวิธีการทำงานของหย่งเล่อฮ่องเต้ และแนวนโยบายของประเทศจีนในสมัยราชวงศ์หมิงของหย่งเล่อฮ่องเต้นั้น สี จิ้นผิง กำลังเลียนแบบหย่งเล่อฮ่องเต้อยู่




หย่งเล่อฮ่องเต้ เป็นโอรสองค์ที่ 4 ของจักรพรรดิคนแรกของราชวงศ์หมิง จักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์หมิงนั้นชื่อ จูหยวนจาง จูหยวนจางนั้น อดีตเป็นชาวนา เขาบอกตอนที่ยากจนมากๆ จูหยวนจางไปบวชเป็นพระ แล้วตอนหลังมันมีน้ำท่วม ประชาชนลำบากมาก จูหยวนจางก็เลยลุกฮือพร้อมประชาชน แล้วก็มาโค่นล้มราชวงศ์มองโกล




ในประวัติศาสตร์จีน ถึงจะไม่เข้าใจประวัติศาสตร์จีน ผมเล่าให้ฟังก็ได้ ประวัติศาสตร์จีนมี 3 รัชสมัยที่มีชื่อมาก และคนนิยมชมชอบ หนึ่ง ราชวงศ์ฮั่น


ราชวงศ์ฮั่นที่ท่านเคยดูภาพยนตร์ จำได้ไหมครับ หลิว ปัง ปะทะกับเซี่ยงอวี่ มาจากรัฐฉู่ หลังจากจิ๋นซีฮ่องเต้แล้ว ในที่สุดเซี่ยงอวี่เชือดคอตายพร้อมกับนางสนม ที่ริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง เพราะว่าพ่ายศึกแก่หลิวปัง หลิว ปัง ก็เลยกลายเป็นจักรพรรดิของราชวงศ์ฮั่น




ราชวงศ์ฮั่นเป็นยุคที่มีการขยายอาณาเขตดินแดนออกไป เข้าไปตีทางด้านตะวันตก บุกเข้าไปทางด้านชนกลุ่มน้อย ไปล้มล้างพวกชงหยู พวกชาวหู เขาเรียกชาวต่างชาติที่อยู่ริมชายแดน



ราชวงศ์ที่สองที่คนจีนและชาวโลกยกย่อง คือราชวงศ์ถัง ท่านผู้ชมที่เคยดูภาพยนตร์หรืออ่านหนังสือกำลังภายในของหวงอี้ ที่ชื่อ มังกรคู่สู้สิบทิศ ซึ่งก็เป็นเรื่องของการเกิดของราชวงศ์ถัง โดยที่จักรพรรดิที่มีชื่อที่สุดก็คือ หลี่ ซื่อหมิง หลี่ ซื่อหมิง คือคนที่ฆ่าพี่และฆ่าน้องของตัวเองตายเพื่อชิงราชบัลลังก์ แล้วบีบบังคับให้พ่อของตัวเองซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์แรก ที่ชื่อ หลี่ เอียน ให้กลายเป็นพระอัยยิกา นั่งเฉยๆ ไม่มีงานทำ และตัวเองก็ปกครอง แล้วหลี่ ซื่อหมิง ก็ขยายอาณาเขตปกครอง แล้วราชวงศ์ฮั่นก็เป็นราชวงศ์ที่เปิดเส้นทางสายไหมที่จะเดินทางต่อไปค้าขาย ผ่านคาซัคสถาน ผ่านทาจิกิสถาน ผ่านอะไรสถานต่างๆ เหล่านี้ ไปจนกระทั่งถึงเปอร์เซีย แล้วต่อมาราชวงศ์ถังก็ดำเนินการต่อไป







สุดท้ายคือราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่มากๆ ก็คือราชวงศ์หมิง ราชวงศ์หมิงเป็นราชวงศ์ที่มีชื่อมากๆ จักรพรรดิหย่งเล่อฮ่องเต้เป็นจักรพรรดิองค์ที่ 3 เพราะอะไร เพราะว่าหลังจากที่จักรพรรดิองค์แรกเสียชีวิตไปแล้ว และองค์แรกก็มีองค์รัชทายาท ชื่อ จู เปียว ตามหลักสืบสันตติวงศ์แล้ว รัชทายาทจะเป็นคนที่เป็นฮ่องเต้องค์ต่อไป แต่เนื่องจาก จู เปียว ตายเสียก่อน จู หยวนจาง จักรพรรดิพระองค์แรกก็เสียพระทัยมาก ก็เลยตั้งลูกชายตัวเอง คือหลาน คือเป็นลูกรัชทายาท ให้ขึ้นเป็นฮ่องเต้




คนที่ขึ้นเป็นฮ่องเต้คนที่ 2 นี้ ก็จะเป็นคนที่เกรงกลัวและหวั่นไหวว่าจะโดนพระอาทั้งหลายโค่นล้มราชบัลลังก์ เพราะว่านโยบายของจู หยวนจาง จักรพรรดิองค์แรก คือจะให้พวกอ๋องต่างๆ คือลูกชาย ไปปกครองตามเมืองต่างๆ ก็กลัวว่าพวกนี้จะกบฏ ก็เลยร่วมมือกับเสนาบดีฝ่ายกลาโหม ชื่อ ฉี ไท่ แล้วก็ร่วมกับครูอาจารย์ของตัวเอง ชื่อ หวง จื่อเฉิง โค่นล้มพวกพระอาทั้งหลาย คือปลดพระอาจากตำแหน่งบ้าง เอามาจำคุกบ้าง ประหารชีวิตบ้าง จนกระทั่งไปจนถึงอ๋องคนที่ 4 คือจู ตี้


จู ตี้ ถูกส่งไปปกครองเมืองปักกิ่ง เมืองปักกิ่งนั้นอยู่ใกล้กับมองโกล กองทัพของจู ตี้ นั้นเข้มแข็ง ก็คิดที่จะปลดจู ตี้ ออกมา จู ตี้ ปกครองในพื้นที่ซึ่งสมัยก่อนเขาเรียกว่ารัฐเอี้ยน สมัยที่จิ๋นซีฮ่องเต้ยังไม่ปราบหลายแคว้นหลายรัฐ แคว้นนั้นเขาเรียกว่าแคว้นเอี้ยน เขาก็เลยตั้งชื่อว่าเอี้ยนอ๋อง แต่จู ตี้ ไม่ยอมที่จะพบชะตากรรมเหมือนกับพวกน้องๆ ของเขา ที่ถูกปลดออกมาเป็นสามัญชน ถูกจับเข้าคุกบ้าง เขาก็เลยตั้งกองทัพหนึ่ง ใช้ข้ออ้างกำจัดขุนนางชั่วข้างกายฮ่องเต้ เคลื่อนทัพลงสู่ใต้ ยกพลมุ่งลงมายังเมืองอิ้งเทียนฝู่ อิ้งเทียนฝู่ คือเมืองนานกิง แล้วเขาก็เลยไปยึดเมืองนานกิง เมื่อยึดนานกิงแล้ว จักรพรรดิคนที่เป็นหลานก็เผาตัวเองตาย แต่หาศพไม่เจอ ก็เป็นที่เข้าใจว่าเขาหนีไป




จากการหนีของจักรพรรดิคนที่เป็นหลาน มันก็เลยเกิดจังหวะพอดีที่มีการพยายามที่จะค้นหาตัวจักรพรรดิองค์นี้ เพราะเขาถือว่ายังไม่ตาย ก็พอดีมีขันทีคนหนึ่ง ชื่อ เจิ้งเหอ เป็นชาวมุสลิมอยู่ที่มณฑลยูนนาน และเจิ้งเหอ คนนี้ ตอนที่ถูกราชวงศ์หมิงเข้าไปยึดยูนนาน เจิ้งเหอ ก็กลายเป็นคนที่ถูกจับตัวไป และกำลังจะถูกประหาร แต่เนื่องจากว่า จู ตี้ หรือหย่งเล่อฮ่องเต้ มีความรู้สึกว่าตัวเองอยากจะได้เด็กคนหนึ่งมาเป็นเด็กรับใช้ ก็เลยเอา เจิ้งเหอ มาตอนเป็นขันที เอามาอยู่ข้างๆ ตัว แล้วก็รับใช้หย่งเล่อฮ่องเต้ จน เจิ้งเหอ อายุ 20 กว่า แล้ววันหนึ่ง จู ตี้ มีความรู้สึกไม่ไว้ใจเหตุการณ์ต่างๆ ที่หลานของตัวเองหนีไปได้ เมื่อหลานของตัวเองหนีไปได้ก็กลัวว่าหลานของตัวเองจะกลับมา แล้วก็มาโค่นล้มตัว ก็เลยสั่งให้เจิ้งเหอ ตั้งกองเรือออกมาเพื่อออกไปค้นหาหลานตัวเองในต่างประเทศ เจิ้งเหอ ก็เลยออกไป กองเรือสมัยราชวงศ์หมิงที่ออกไปนั้น เป็นกองเรือที่ใหญ่มาก ท่านผู้ชมครับ เดี๋ยวผมจะเอารูปให้ดู








เป็นกองเรือที่ใหญ่มาก ผมมีรูปๆ หนึ่ง ท่านผู้ชมจะเห็นว่าเรือขนาดใหญ่ที่เขาเรียกว่า เป่าฉวน เป็นเรือบัญชาการ เมื่อเทียบกับเรือสำเภาของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ที่ไปค้นพบอเมริกา เรือคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส มันเล็กกระจิ๊ด เมื่อไปเทียบกับเรือขนาดใหญ่ของจีน แล้วเรือขนาดใหญ่ กองเรือของจีนที่ออกไปครั้งนั้น มีทั้งทหาร มีทั้งพลเรือน เบ็ดเสร็จเกือบ 30,000 คน ท่านผู้ชม เขาบรรจุคนลงไปได้อย่างไรตั้งเกือบ 30,000 คน แต่จะอย่างไรก็ตาม ทิศทางเดินเรือของ เจิ้งเหอ ออกไป เดี๋ยวผมจะให้ดูนะครับ






ทิศทางเดินเรือของ เจิ้งเหอ เขาออกจากชายฝั่งจีนตรงนี้ ออกมา ไปเรื่อยๆ ไล่ลงมาที่เกาะไหหลำ จากเกาะไหหลำเข้ามาที่จามปา จามปาคือเวียดนาม เข้ามาในอ่าวไทย ถึงบอกว่าในยุคสมเด็จพระนเรศวรมหาราชมีเรือคนจีนบุกเข้ามาในนี้ เสร็จเรียบร้อยแล้วก็วิ่งเข้ามา ผ่านช่องแคบมะละกา ออกไปทางอินเดีย อินเดีย ศรีลังกา จากนี้เขาก็ไปหลายเส้นเลย เขาไปช่องแคบฮอร์มุซ ของคาบสมุทรอาระเบีย ผ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงแอฟริกา ทั้งหมดนี้ เขาเดินทางประมาณ 6 เที่ยว 6 เที่ยวในอดีต ก็เลยทำให้ประเทศจีนกลายเป็นมหาอำนาจทางทะเล เป็นประเทศเดียวในโลก ประเทศเดียวในโลกจริงๆ ว่ากันว่าหลายๆ จุดที่ เจิ้งเหอ เคยไปนั้น จะมีร่องรอยของคนจีนอยู่ที่นั่น ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมคนไหนที่เคยไปมะละกา ผมเคยไปมะละกา ลงจากกัวลาลัมเปอร์ไป นั่งรถไปอีกชั่วโมงกว่าๆ ที่คาบสมุทรมะละกา เป็นเมืองเก่า เป็นช่วงที่กองเรือของ เจิ้งเหอ แวะจอด แล้วก็จะมีคนลงมา แล้วในที่สุดตอนกองเรือเดินต่อไปก็จะมีคนหลายคนที่ไม่ยอมไป ก็ตั้งรกรากที่นั่น


ที่นั่นจะมีบ้านสร้างในสมัยราชวงศ์หมิง ยังคงอยู่เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ลักษณะเป็นราชวงศ์หมิงที่แท้จริง ที่อินโดนีเซียก็มี ที่ศรีลังกาก็มี ที่แอฟริกาก็มี


เอาล่ะ สมัยของหย่งเล่อนั้น เป็นสมัยการปราบปรามการคอร์รัปชันอย่างหนัก ใครก็ตามที่โกง รังแกประชาชน และถูกจับได้ ถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร เก้าชั่วโคตร เยอะแยะไปหมดเลย ผมก็เลยมาได้ความคิดว่าช่วงที่ หย่งเล่อฮ่องเต้ เป็นจักรพรรดินั้น บุญบารมีของหย่งเล่อขยายใหญ่มาก ประเทศจีนประกาศศักดา มีกองทัพเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ไม่มีใครสู้ได้ และหลังจาก หย่งเล่อฮ่องเต้ สิ้นพระชนม์ไปแล้ว ลูกชายของ หย่งเล่อ ขึ้นเป็นฮ่องเต้ ชื่อเดิมชื่อ ชู เกาเช่อ ก็มีการออกทะเลไปอีกครั้งสุดท้าย เป็นครั้งที่ 7 แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ออกอีกเลย





ฉะนั้นเทคโนโลยีทางเรือ เทคโนโลยีการเดินเรือ มันก็เริ่มตกต่ำไปเรื่อยๆ แล้วหลังจากนั้นราชวงศ์ชิง ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้าย และจักรพรรดิองค์สุดท้ายของชิง ก็คือ ปูยี่


ท่านผู้ชมที่เคยอ่านหนังสือกำลังภายใน ก็จะมีอยู่ 2 จักรพรรดิที่มีชื่อเสียงมาก คนแรกคือ คังซีฮ่องเต้ คนที่สอง ซึ่งเคยดูภาพยนตร์มาแล้ว คือ เฉียนหลงฮ่องเต้ เพราะฉะนั้นแล้ว ราชวงศ์ชิงเองก็มาสิ้นสุดเอาตอนที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมแล้ว มีอุตสาหกรรมเริ่มเข้ามา และในที่สุดแล้วก็มีคนจีนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศมากขึ้น และราชวงศ์จีนหลังจากราชวงศ์ชิง ก็จะโดนต่างชาติเข้าครอบงำ โดนสงครามฝิ่น โดนอังกฤษและพันธมิตรไปยึดเมืองปักกิ่ง ไปยึดเมืองกวางตุ้ง เข้ามาต้องเสียสละเกาะฮ่องกงให้ เป็นสินไหมในการเซ็นสัญญาสงบศึก นี่คือความเจ็บแค้นและความขายหน้าของชาวจีน






มาดูสี จิ้นผิง บ้าง สี จิ้นผิง ปีนี้อายุ 66 ปี ชีวิตของสี จิ้นผิง ก็ไม่ใช่ว่าโรยด้วยกลีบกุหลาบ สมัยหนุ่มๆ สมัยเด็กๆ ก็ลำบากมาก พ่อก็ต้องติดตะราง มีปัญหาเยอะแยะ เพราะว่าในยุคนั้นเป็นยุคของผู้นำ 4 คนของจีน ซึ่งเป็นคนสนิท เจียง ชิง เป็นเมียของเหมา เจ๋อตุง พ่อของสี จิ้นผิง ก็เลยโดนหางเลขไปด้วย


เอาล่ะ เอาเป็นว่า สี จิ้นผิง ผ่านความทุกข์ยากมาจนกระทั่งในที่สุดตัวเองก็เข้ามาสู่การเมือง โดยผ่านการเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ หลังจากที่ออกไปแล้วครั้งหนึ่ง ได้กลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งพิสูจน์ตัวเองว่ามีคุณสมบัติพอ ก็ได้เลื่อนตำแหน่งมาเรื่อยๆ


สี จิ้นผิง เป็นผู้นำคนที่ 5 ของจีน จีนมีผู้นำ 5 คน ณ วันนี้ คนแรกคือ เหมา เจ๋อตุง คนที่สอง คือ เติ้ง เสี่ยวผิง คนที่สาม คือ เจียง เจ๋อหมิน คนที่สี่ คือ หู จิ่นเทา และคนที่ห้า ก็คือ สี จิ้นผิง





คนแรก คือเหมา เจ๋อตุง เหมา เจ๋อตุง คนนี้เป็นคนที่ก่อตั้งประเทศ เมื่อก่อตั้งประเทศแล้ว ประเทศวุ่นวายมาก กว่าจะปราบโน่นปราบนี่เสร็จ เสร็จเรียบร้อยแล้วก็มีความวุ่นวายภายใน มีความวุ่นวายภายในแล้ว เหมา เจ๋อตุง ก็มีภรรยาใหม่ ชื่อ เจียง ชิง เจียง ชิง ก็เลยพยายามที่จะเอาทฤษฎีของมาร์กซิสม์เข้ามาใหม่ จนกระทั่งก่อเกิดปฏิวัติวัฒนธรรม ปฏิวัติวัฒนธรรมก็คือว่า คนรุ่นหนุ่มคนรุ่นสาวก็ไปชี้หน้าด่าคนรุ่นแก่ว่า พวกเอ็งเป็นพวกกระฎุมพี ใครก็ตามที่เล่นเปียโนเป็น โดนยึดเปียโนหมด ใครก็ตามมีไวโอลินก็ถูกเอาไวโอลินไปทุบทิ้งหมด ใครก็ตามอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ ต่างชาติ ก็เอาหนังสือภาษาอังกฤษต่างชาติไปเผาทิ้งหมด ลักษณะคล้ายๆ เขมรในยุคพลพต ในยุคพล พต ใช้ลักษณะคล้ายๆ แบบนี้ ก็คือว่า ใครเป็นหมอ ใครเป็นปัญญาชน ต้องฆ่าทิ้งหมด คือพูดง่ายๆ ว่าพวกนี้คือรากเหง้าของความชั่วร้าย ต้องเอาให้ตายให้หมดเลย แล้วเอาคนรุ่นใหม่เกิดขึ้นมา


เอาล่ะ เติ้ง เสี่ยวผิง ก็เลยโดน The Gang of Four พวกนี้ โดยมีเจียง ชิง เป็นหัวหน้า ตามไล่ล่า โชคดีที่ เติ้ง เสี่ยวผิง ลงหนีมาอยู่ที่กวางตุ้ง แล้วแม่ทัพมณฑลทหารบกกวางตุ้งนั้นเป็นลูกน้อง เติ้ง เสี่ยวผิง ก็ขวางเอาไว้ เลยทำให้ทั้งสี่คนไม่สามารถจะใช้เด็กเข้ามาเล่นงาน เติ้ง เสี่ยวผิง ขนาดขวางไว้ได้ ลูกชายของ เติ้ง เสี่ยวผิง ยังถูกบังคับให้กระโดดตึกลงมาจนกระทั่งขาพิการข้างหนึ่ง แต่ในที่สุดแล้วเขาก็โค่น 4 คนได้ หลังจากที่ประธานเหมาสิ้นชีวิตไป




พอ เติ้ง เสี่ยวผิง ขึ้นมา เติ้ง เสี่ยวผิง ก็เลยคิดทฤษฎีแมวดำ-แมวขาว แปลว่าแมวจะสีอะไรก็ตาม ขอให้จับหนูได้ ถือว่าใช้ได้ นั่นคือนัยของ เติ้ง เสี่ยวผิง ที่บอกว่า ถึงแม้ว่าจะเป็นระบบทุนนิยม Capitalism แต่ถ้าเอามาใช้แล้ว รับใช้ระบบสังคมนิยมได้ ก็ถือว่าใช้ได้ นั่นคือจุดเริ่มของการเปิดประเทศของ เติ้ง เสี่ยวผิง ที่เปิดที่เมืองเซินเจิ้น เปิดได้สักพักเขาก็พิจารณาว่า รุ่นต่อไปของเขาที่จะต้องขึ้นมา จะต้องเป็น Technocrat คือเป็นคนซึ่งอยู่ในวงการโรงงาน รู้ระบบ รู้จักจัดสรรปันส่วน รู้จักแบ่งปัน รู้จักมอบหน้าที่ให้คนโน้นคนนี้ทำ เจียง เจ๋อหมิน เผอิญเป็นผู้จัดการโรงงาน และจบวิศวะมา ก็เลยได้เป็นผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์ และในที่สุดก็เป็นประธานาธิบดี


พอหมด เจียง เจ๋อหมิน ไปเรียบร้อยแล้ว ก็ต่อ ระหว่างที่ เจียง เจ๋อหมิน อยู่นั้นก็จะมี ... ประเทศจีนทุกยุคทุกสมัยจะมีความวุ่นวายตลอดเวลา พอหมดเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ต่อไปที่ หู จิ่นเทา



ทำไมต้องเป็น หู จิ่นเทา เพราะว่า เติ้ง เสี่ยวผิง เป็นคนกำหนดเองว่าคนต่อไปต่อจากฉันคือ เจียง เจ๋อหมิน คนต่อจาก เจียง เจ๋อหมิน ต้องเป็น หู จิ่นเทา เขาบอกว่าช่วงที่ เจียง เจ๋อหมิน มานั้นเป็นช่วงที่จีนเปิดประเทศ จะมีเงินทุนไหลเข้ามา เทคโนโลยีใหม่ๆ ไหลเข้ามา คนจีนจะต้องเคยชินกับระบบทุนนิยม เพราะฉะนั้นแล้วผู้นำของจีนส่วนใหญ่จะไม่เห็นใจคนยากคนจน เขาก็เลยต้องเอา หู จิ่นเทา ซึ่งเห็นใจคนยากคนจน เข้ามาเพื่อจะประสานงาน เพื่อจะทำงานกัน เพื่อจะแบ่งปันทรัพยากรให้คนจนได้มากขึ้น ไม่ใช่ว่าเศรษฐีได้อยู่ฝ่ายเดียว แต่ หู จิ่นเทา เป็นคนที่ประนีประนอม และ หู จิ่นเทา เป็นคนที่ประนีประนอมกับ เจียง เจ๋อหมิน เพราะฉะนั้นแล้วรากเหง้าของการคอร์รัปชันตั้งแต่สมัย เจียง เจ๋อหมิน ก็มาต่อที่ หู จิ่นเทา และในที่สุดแล้วก็เลยกลายเป็น สี จิ้นผิง


เมื่อเป็น สี จิ้นผิง ขึ้นมา สิ่งที่ สี จิ้นผิง พยายามจะทำ สี จิ้นผิง ต้องการกำจัดศัตรูทางการเมืองให้หมด หลายๆ คนที่เขากำจัด ก็คือคนที่คิดที่จะโค่นล้มเขา เพราะตอนนั้นมีความไม่พอใจมากที่ สี จิ้นผิง ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี เพราะ สี จิ้นผิง เป็นคนไม่ประนีประนอมใครเลย ไม่เหมือน หู จิ่นเทา หู จิ่นเทา พูดจาแล้ว ถ้ามีความขัดแย้งอะไรกัน หู จิ่นเทา จะหาทางออกด้วยการประนีประนอม แต่ สี จิ้นผิง ไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ชัดว่ายุค สี จิ้นผิง เป็นยุคที่จีนปราบปรามคอร์รัปชันอย่างหนัก และไม่เคยมีครั้งไหนในประวัติศาสตร์จีนที่กรรมการกลาง หรือโปลิตบูโร อย่างเช่น โจว หย่งคัง


โจว หย่งคัง อดีตเป็นเหมือน ผบ.ตร.ยุคปัจจุบัน มีอำนาจมาก ตำรวจลับอยู่ในมือ โจว หย่งคัง แต่ สี จิ้นผิง เอาจนกระทั่งติดคุกตลอดชีวิต จนในที่สุด สี จิ้นผิง ก็ล้างตัวเองออกไป ล้างพวกศัตรูออกไป จนกระทั่งตัวเองค่อนข้างที่จะยึดอำนาจได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แล้วพอ สี จิ้นผิง อยู่ได้ครบ 4 ปี สี จิ้นผิง ก็ไปแก้ระเบียบให้โปลิตบูโรออกมาว่าสามารถจะอยู่ต่อได้อีกหลายปีต่อไป หลายรุ่นต่อไป ก็คือพูดง่ายๆ ว่าสามารถเป็นประธานาธิบดีจนตาย เอาล่ะ นั่นคือความทะเยอทะยานส่วนตัวของ สี จิ้นผิง





แล้ว สี จิ้นผิง ทำอะไรบ้าง สี จิ้นผิง เข้ามาในยุคที่ประเทศจีนกำลังเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีที่้ก้าวกระโดดข้าม ท่านผู้ชมอย่าลืมนะครับ Huawei, ZTE หลายๆ เทคโนโลยี แล้วก็รวมทั้งอะลีบาบา Tencent พวกนี้เกิดขึ้นมาในยุค หู จิ่นเทา ยุคนั้นก็กระเตาะกระแตะๆ แล้วมารุ่งโรจน์จริงๆ ในยุคของ สี จิ้นผิง และเทคโนโลยี อย่างเช่น ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ได้คิดค้นขึ้นมาในยุคซึ่งอะลีบาบาโตขึ้นมา Tencent โตขึ้นมา หลายอย่างโตขึ้นมา บริษัทพวกนี้ก็พิจารณาแล้วก็สร้าง Artificial Intelligence : AI ก็คือปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถจะทำเรื่องโน้นเรื่องนี้ อย่างเช่น กล้องวงจรปิดปัญญาประดิษฐ์ สามารถจะจับได้หมดเลย หาคนที่หายไปแล้ว 40 ปีได้ด้วยการใช้ปัญญาประดิษฐ์มาเช็ก ยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ ปัญญาประดิษฐ์ที่มาใช้ในวงการแพทย์ อันดับ 1 ของโลกในเรื่องปัญญาประดิษฐ์ก็คืออเมริกา อันดับ 2 คือจีน แต่จีนตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2020 ก็คือปีนี้ จีนจะต้องเท่ากับอเมริกาในเรื่องปัญญาประดิษฐ์ และมีแนวโน้มว่าจะแซงขึ้นไป เพราะว่าจีนทุ่มเงินลงไปในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์มากกว่าอเมริกาหลายร้อยเท่า อาจจะไม่ถึงร้อยเท่า อาจจะหลายสิบเท่า



ฉะนั้นปัญญาประดิษฐ์ของจีนในเรื่องของที่เขาเรียกว่า Face Recognition ยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ ก็คือกล้องที่สามารถจะจับหน้าคนได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ แล้วก็บอกเสร็จเลยว่าคนนี้คือใครๆ แล้วก็กำลังเริ่มพัฒนาไปสู่จุดที่เรียกว่า ไม่ใช่แค่หน้าแล้ว แค่ท่าเดินก็สามารถบอกได้แล้วว่าไอ้หมอนี่คือใคร เพราะฉะนั้นแล้วปัญญาประดิษฐ์ในอนาคตจะมาทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ เพราะฉะนั้นแล้ว ปัญญาประดิษฐ์ใส่ไปในหุ่นยนต์ ก็เท่ากับโรงงานนี้สามารถจะใช้คนที่ฉลาดที่สุดในโลกบริหารโรงงานและทำให้ผลผลิตออกมาอย่างมหาศาล และนี่คือสิ่งที่ทำให้ประเทศจีนกำลังจะก้าวกระโดดไปไกล และเป็นสิ่งที่อเมริกาต้องการจะขวางประเทศจีน เพราะ สี จิ้นผิง ต้องการที่จะขยายประเทศจีนให้เป็นมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจ และ ท่านผู้ชมครับ เป็นมหาอำนาจทางด้านการทหาร


สี จิ้นผิง กำลังเลียนแบบ หย่งเล่อฮ่องเต้ เจิ้ง เหอ เพราะว่าในประวัติศาสตร์แล้ว คนที่จะเป็นมหาอำนาจ จะเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ได้ ต้องมีกองทัพเรือที่ยิ่งใหญ่ ราชวงศ์หมิงมี เจิ้ง เหอ สเปนสมัยก่อนก็มีกองทัพเรือของตัวเอง โปรตุเกสก็ต้องมี อังกฤษก็ต้องมี แต่พอหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปแล้ว อังกฤษแพ้สงคราม กลายเป็นอเมริกาขึ้นมา อเมริกาต้องการจะครองโลก อเมริกาก็เลยมีกองทัพเรือเต็มไปหมดเลย มีกองเรือ เรือบรรทุกเครื่องบิน มีทั้งหมด 10 กองเรือ 4 อยู่ตรงนี้ 5 อยู่ตะวันออกกลาง 6 อยู่แอตแลนติก 7 อยู่มหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งอยู่ที่กวม และ 5 ตั้งอยู่ที่บาห์เรน นี่ผมยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ 1 เรือบรรทุกเครื่องบิน ก็จะมีเรือประกอบอีกประมาณ 30-40 ลำ มีเรือขีปนาวุธ มีเรือดำน้ำไปด้วย พูดง่ายๆ ว่า ลักษณะคล้ายๆ กองเรือของ เจิ้ง เหอ แต่ว่าเดินด้วยไฟฟ้านิวเคลียร์ ไม่ใช่เดินทางด้วยลม เข็มทิศก็ใช้ดาวเทียม อาวุธก็ไม่ได้ใช้ปืนใหญ่และปืนเล็กยาว แต่ใช้ขีปนาวุธแทน



ทีนี้ เมื่อ สี จิ้นผิง เห็นอย่างนั้นแล้ว สี จิ้นผิง ก็อยากจะมีบ้าง เพราะ สี จิ้นผิง ยอมรับว่าถ้าไม่มี ถ้ากองทัพเรือไม่เข้มแข็งแล้ว จีนจะอ่อนแอมาก เพราะจีนในขณะนี้กำลังเน้นในเรื่องของทะเลจีนตอนใต้ South China Sea ซึ่งจีนอ้างว่าหมู่เกาะนี้ก็เป็นของจีน หมู่เกาะนั้นก็เป็นของจีน อเมริกาต้องการที่จะอยู่ในพื้นภูมิภาคนี้ จะให้จีนใหญ่ไม่ได้ อเมริกาก็บอกว่าหมู่เกาะนี้ไม่ใช่ของคุณ คุณมีสิทธิ์อะไรมายึด จีนก็ไม่ยอม จีนก็ไปสร้างลานบินที่หมู่เกาะสแปรตลีย์ขึ้นมา อเมริกาประท้วง จีนก็ไม่แคร์ ในที่สุดจีนก็เลยเริ่มใช้นโยบายแบบ หย่งเล่อฮ่องเต้ เจิ้ง เหอ ก็คือ การลงทุนในการสร้างเรือบรรทุกเครื่องบิน สร้างเรือบรรทุกเครื่องบินแล้วจีนก็เริ่มเส้นทางสายไหม ซึ่งสมัยราชวงศ์ฮั่นเป็นคนเริ่ม ต่อด้วยถัง แล้วมาถึงหมิง เส้นทางสายไหม เพราะฉะนั้นแล้ว สี จิ้นผิง มองว่าเส้นทางสายไหมของจีนในยุคของเขาจะมีทั้งทางบกและทางทะเล



ท่านผู้ชมครับ ผมจะเอาให้ดูนะครับ ในที่สุดแล้วจีนก็เลยสร้างเส้นทางสายไหม ทางบก สีแดงคือทางบก สีน้ำเงินคือทางทะเล สีแดงเริ่มจากกรุงซีอาน เป็นรถไฟ ไปอุรุมชี ซินเกียง อัลมาตี ที่คาซัคสถาน ทาจิกิสถาน อุซเบกิสถาน เอเชียกลาง ไปอิหร่าน เตหะราน ไปอิสตันบูล ตุรกี ไปมอสโก รัสเซีย แล้วก็ออกไปถึงยุโรปเลย คือเยอรมนี ท่านผู้ชม ทุกวันนี้มีรถไฟรถสินค้าของจีนออกทุกวัน วิ่งจากนี่ แล้วผ่านไปเรื่อยๆ ไปถึงเมืองฮัมบูร์ก ที่เยอรมนี ส่วนทางทะเล เขาจะเริ่มจากเมืองฝูโจว ไปที่กว่างโจว ไปที่เวียดนาม ฮานอย ลงมาที่กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ผ่านช่องแคบมะละกา มาที่ศรีลังกา แล้วตอนนี้จีนเข้ามายึดท่าเรือที่ศรีลังกาแล้ว เป็นฐาน ซึ่งก็ไม่มีอะไรน่าประหลาดใจ อีกหน่อยคงเป็นฐานทัพเรือของจีนเช่นกัน


เสร็จเรียบร้อยแล้ว จากท่าเรือศรีลังกาเขาก็ไปมอมบาซา เคนยา จิบูตี ของเอธิโอเปีย ตรงนี้ก็เป็นท่าเรือของจีนไปแล้ว จีนเหมาไปแล้ว มาที่กรีซ กรีซก็มีท่าเรือของตัวเอง เพราะกรีซล้มละลายจากการโดนไอเอ็มเอฟเข้ามา ก็ต้องขายของทิ้ง จีนเข้าไปเซ้งท่าเรือมาที่หนึ่ง แล้วก็ไปถึงเวนิส เห็นหรือยัง นี่คือทางบก เส้นทางสายไหม นี่คือทางทะเล


ต่างกว่า หย่งเล่อ ตรงที่ว่า หย่งเล่อ ไปทางทะเล ส่วน สี จิ้นผิง เสริมทางบกเข้าไป ท่านผู้ชมตามผมมาดู แล้วจะเห็นได้ชัด


ท่านผู้ชม นี่คือ เจิ้งเหอ มาทางทะเล มาทางจามปา ก็คือเวียดนาม เข้ามาในอ่าวไทย ไล่มาเรื่อยๆ สี จิ้นผิง ทำอะไรไม่มีอะไรต่างกว่า เจิ้งเหอ เลยแม้แต่นิดเดียว สมัยหย่งเล่อ ต่างกว่านิดเดียว สี จิ้นผิง ได้เอาเส้นทางสายไหม ที่เป็นเส้นทางพ่อค้าที่ใช้อูฐเดิน กลายเป็นเส้นทางรถไฟแล้ว และอีกหน่อยก็จะเป็นรถไฟความเร็วสูง เที่ยวบิน ที่จะเชื่อมต่อ ฉะนั้นแล้วจีนก็จะคลุมพื้นที่นี้ทั้งหมด ไปจนถึงตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และในที่สุดแอฟริกา ส่วนอเมริกา ยุโรป ก็อยู่ทางนี้ ก็เหมือนกับว่าเขากำลังแย่งชิงพื้นที่นี้ และพรรคพวกเขาที่เป็นพันธมิตรของเขาเป็นพวกเขาหมด ทีนี้เขาจะทำอย่างนี้ได้อย่างไร ถ้าเขาไม่มีกองทัพเรือ



นี่คือเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกที่ชื่อ เหลียวหนิง เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้เขาซื้อมาจากรัสเซีย ตอนนั้นสร้างอยู่แล้วเงินไม่มี เป็นแค่โครง เขาใช้เวลา 10 ปี ในการพัฒนา จนกระทั่งสร้างมาได้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน พอสร้างมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ใช้ที่นี่เป็นที่ฝึกซ้อมตลอดเวลา เอาเครื่องบินขึ้น เครื่องบินลง แล้วต่อมาภายหลังเขาก็เริ่มสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่มเติมขึ้นมา ลำที่สองเขาเรียกว่า ชานตง เสร็จแล้วนะครับ เริ่มออกแล้ว เท่ากับจีนมีเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำแล้ว ทีนี้เรือบรรทุกเครื่องบินนี่ มาดูขนาดของเขา ตัวบนนี่คือเรือบรรทุกเครื่องบินชื่อ นิมิตซ์ ของอเมริกา ขนาดนี้ ของจีนเท่ากับรัสเซีย ส่วนอังกฤษเท่านี้ ควีนอลิซาเบธ แต่ว่าความจุของเครื่องบินที่ใส่เข้าไป ชานตง มีมากกว่า เหลียวหนิง เท่าตัว ก็คือสามารถจะบรรทุกเครื่องบินได้ประมาณ 40 ลำ แล้วเครื่องบินก็เป็นเครื่องบินประเภทเจ๊ต ไอพ่น โจมตี อเมริกามี F-35 จีนกำลังพัฒนาเป็น J-20 คุณภาพไม่ได้ต่างจาก F-35 เลย



ท่านผู้ชม ดูต่อไปครับ แสนยานุภาพเรือบรรทุกเครื่องบินของจีน ลำแรกชื่อ เหลียวหนิง ลำต่อไปก็คือ ธันวาคม 2019 คือเมื่อปีที่แล้ว เมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง ลำที่ 2 คือ ชานตง ออกมาแล้ว แล้วลำที่ 3 ลำที่ 4 กำลังสร้างอยู่ จีนตั้งเป้าไว้ว่า ภายใน 10 ปีจากนี้ไป จีนจะมีเรือบรรทุกเครื่องบิน 6 ลำ หนึ่งลำคือเรือบรรทุกเครื่องบินที่ผมเล่าให้ฟังแล้วว่าจะต้องมีเรือพิฆาต เรือธง อะไรประกอบอีก 20-30 ลำ เพราะฉะนั้นลักษณะมันก็ไม่ได้ต่างกว่ากองเรือที่ 6 กองเรือที่ 7 ของอเมริกา นี่คือความฝันของ สี จิ้นผิง



แล้ว สี จิ้นผิง ประกาศชัดเจนว่าต้องการจะเป็นมหาอำนาจทางการทหาร ตอนนี้จีนขายอาวุธ ในโลกนี้ อันดับ 2 รองจากอเมริกาแล้วนะ อันดับ 3 คือรัสเซีย อันดับ 1 ยังคงเป็นอเมริกาอยู่ แล้วอาวุธจีนไปหมดทุกอย่างแล้ว ตอลิบานที่ยิงเครื่องบินอเมริกาตก ก็ใช้ขีปนาวุธจีน ประเทศไทยก็ใช้รถถังจากจีน รู้สึกจะใช้ T-24 ประเทศไทยซื้อรถถังจีนมาประมาณ 50 คันได้มั้ง แล้วก็จะตามมาด้วยรถยานเกราะจีนมาอีก เขมรฉลาดกว่า มันไม่ซื้อรถถัง มันขอจีนครับ มันขอขีปนาวุธทำลายรถถัง 300 ลูก 200 ลูก จีนส่งมาให้ 300 ลูก คำถามมีอยู่ว่าแล้วรถถังเราจะหนีไปไหนล่ะงานนี้ เรายังรบแบบเดิมๆ อยู่ ในขณะซึ่งเขมร ฮุน เซน มันฉลาดกว่าเราเยอะ คุณอยากซื้อรถถัง ซื้อไป ผมซื้อขีปนาวุธก็แล้วกัน


เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ชัดว่า สิ่งที่ สี จิ้นผิง ทำ ก็คือการเลียนแบบ หย่งเล่อฮ่องเต้ เขาต้องการเป็นความยิ่งใหญ่ แต่ตอนนั้น หย่งเล่อฮ่องเต้ มี เจิ้ง เหอ เป็นคนทำ แล้วหย่งเล่อก็ใช้กองทัพตัวเองบุกเข้าไปปราบพวกมองโกล ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และปราบพวกซินเจียง พวกอุยกูร์ และพวกที่เขาเรียกว่า พวกตาสี อยู่ทางตะวันตกของจีน แล้วเศรษฐกิจจีนในยุค หย่งเล่อฮ่องเต้ ก็ดีมาก เศรษฐกิจของ สี จิ้นผิง ก่อนที่จะมีไวรัสโคโรนา ก็ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 AI : Artificial Intelligence ของจีน กำลังจะแซงอเมริกาอยู่แล้วภายใน 1-2 ปีนี้ จีนกำลังเริ่ม 5G ก่อนอเมริกา เห็นหรือยังครับ นี่ล่ะคือทำไมทำให้เราอดคิดถึงทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดไม่ได้ ว่าอเมริกาต้องทำทุกอย่างเพื่อชะลอจีนให้ช้าลง ก็เลยเป็นคำถามว่า เป็นไปได้ไหมว่าไวรัสโคโรนามันถูกวางแผนเอาไว้ ทำได้นี่ เพราะเขาบอกว่าสิทธิบัตรของไวรัสโคโรนาถูกจดโดย CIA ในกองสิทธิบัตรมีอยู่เรียบร้อยแล้ว


พวกไวรัสพวกนี้ใส่เข้าไปในสัตว์ แล้วเอาสัตว์ไปปล่อยในตลาด แล้วในที่สุดมันก็กระจายไปในทันทีเลย ทำไมจะทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นงวดนี้จีนต้องถดถอยอย่างน้อยต้องมี 1 ปี เพราะถ้าคนติดเชื้อ 100,000 คน ธุรกิจห้างร้านปิดหมด อเมริกาต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้จีนเดินหน้าต่อไปได้


วันนี้ก็คร่าวๆ แล้วกันท่านผู้ชม เพราะเรื่องราวมันเยอะเหลือเกิน และผมเองก็พูดหลายเรื่องเหลือเกิน เยอะจนเกินไป แต่ไม่พูดก็ไม่ได้ เพราะว่ามันเกี่ยวพันกัน พูดถึงไวรัสโคโรนา ก็พูดถึงเรื่องจีน เรื่องทหารจีน เรื่อง สี จิ้นผิง ก็ติดค้างท่านผู้ชมไปในเรื่อง หย่งเล่อฮ่องเต้ เอาว่าผมค้นพบว่าถ้าผมพูดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องเดียว ท่านผู้ชมอาจจะเบื่อก็ได้ แต่ก็อาจจะมีสักเรื่องหนึ่ง อาทิตย์หน้า อาจจะเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์ท่านผู้ชม อย่าเพิ่งให้บอกดีกว่าว่าเป็นเรื่องอะไร เอาว่าเป็นเรื่องที่สนุกสนาน และท่านผู้ชมจะนั่งอ้าปากหวอว่าเป็นอย่างนี้จริงหรือ หลักฐานมีหมดทุกอย่าง



ท่านผู้ชมครับ เอาเป็นว่าวันนี้ก็พูดเท่าที่จะพูดได้นะครับ ข้อมูลก็เยอะเหลือเกินจนกระทั่งไม่รู้จะทำอย่างไรกับมันแล้ว อย่าลืมนะครับ หน้ากาก ออกไปข้างนอก เดี๋ยวนี้ออกจากบ้านทีไร ตอนเช้าผมต้องสั่งให้คนที่ไปกับผมวัด PM ซิ เช้านี้ 70 เอ้าพอไหว แต่ก็ยังเกิน 50 ก็ใส่ พี่วันนี้ 48 ถ้างั้นไม่ต้องใส่ แล้วในบ้านก็ใช้เครื่องกรองอากาศ เครื่องกรองอากาศต้องเป็นเครื่องที่ดีท่านผู้ชม ถ้าเป็นเครื่องที่กรองอากาศได้ดีและฆ่าเชื้อไวรัสได้ด้วย ไปซื้ออันนั้นเถอะครับ ไม่ผิดหวัง ท่านผู้ชมวันนี้เอาเพียงแค่นี้ก่อน สวัสดีครับ



กำลังโหลดความคิดเห็น...