xs
xsm
sm
md
lg

วิวาทะเดือด! “หมอเหรียญทอง VS สุรชาติ” สนองคำท้า “ส้มเน่า-ควายแดง” ต่อต้าน รพ.มงกุฎวัฒนะ ทุกรูปแบบ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เดือดปรอทแตก ขึ้นมาทันควัน วิวาทะระหว่าง “หมอเหรียญทอง VS สุรชาติ” กรณีสนองคำท้า “ส้มเน่า-ควายแดง” จะต่อต้านไม่ใช้บริการ ไม่บริจาคเลือด ไม่ขายยา ไม่ขายสินค้า ไม่คบค้าด้วย กับ รพ.มงกุฎวัฒนะ

หลังจาก พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ และผู้ก่อตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน โพสต์เฟซบุ๊กอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อนว่าขอสนองคำท้าของส้มเน่าและควายแดงที่หลงตัวเองว่าเป็นกลุ่มคนสำคัญต่อ รพ.มงกุฎวัฒนะ ที่ท้าว่าจะต่อต้านไม่ใช้บริการ ไม่บริจาคเลือด ไม่ขายยา ไม่ขายสินค้า ไม่คบค้าด้วย...

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้(15ม.ค.63) เฟซบุ๊ก สุรชาติ เทียนทอง รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย อดีตส.ส. กทม. เขต 11 บุตรชาย นายเสนาะ เทียนทอง โพสต์หัวข้อ “ถึง พล.ต.นพ.เหรียญทอง”

โดยระบุว่า “ผมขอแสดงความเห็นในฐานะที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนในเขตหลักสี่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลของคุณหมอครับ ผมไม่เคยรู้จักคุณหมอเป็นการส่วนตัวแต่ก็ได้ยินได้อ่านสิ่งต่างๆที่คุณหมอได้แสดงจุดยืนและความคิดเห็นทางการเมืองอยู่บ้าง หลายครั้งที่คุณหมอได้นำเอาจุดยืนส่วนตัวมาใช้เป็นจุดยืนขององค์กร ทั้งเรื่องที่จะไม่ค้าขายกับคนที่มีความคิดต่างทางการเมือง หรือประกาศไล่และประกาศไม่รับบุคคลากรที่มีความเชื่อที่ต่างเข้ารับทำงาน

ผมรู้สึกไม่เห็นด้วยและไม่สบายใจมาตลอด แต่ก็ไม่เคยจะออกมาพูดอะไร เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องภายในองค์กรและเชื่อว่าคุณหมอคงมีจรรยาแพทย์และจิตสำนึกพอที่จะไม่ล้ำเส้นมาถึงประชาชนผู้เข้ารับการรักษาทั้งกรณีส่วนตัวและผู้ใช้สิทธิ์บัตรทอง ซึ่งเขาเหล่านั้นมาใช้บริการตามสิทธิที่ประชาชนผู้เสียภาษีพึงมีตามนโยบายสวัสดิการของรัฐ

ในเมื่อรพ.ของคุณหมอเข้าร่วมโครงการฯ รพ.ก็มีหน้าที่ที่จะต้องให้บริการทางการแพทย์กับประชาชนที่มีสิทธิ์ทุกคนอย่างเท่าเทียม และผมว่าคุณหมอรู้ดีว่าคนในเขตหลักสี่ส่วนใหญ่มีสิทธิ์บัตรทองอยู่ที่ รพ.ของคุณหมอ และเกินกว่าครึ่งของคนที่ไปใช้สิทธิ์ก็เป็นพวกควายแดงและส้มเน่าตามคำนิยามของคุณหมอ ซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์เลือกเพราะหน่วยงานที่กำกับโครงการฯเป็นผู้กำหนด

ดังนั้นตราบใดที่รพ.นี้ยังร่วมอยู่ในโครงการฯ คุณหมอไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้ความจำเป็นของประชาชนมากดดันหรือไล่ให้เขาไปย้ายสิทธิ์ของเขาเพียงเพราะเขามีจุดยืนทางการเมืองที่ต่างจากคุณหมอ ถ้าคุณหมอจะไม่ต้องการต้อนรับคนเหล่านี้จริง ไม่ต้องไล่ให้เขาไปย้ายสิทธิ์ของเขา คุณหมอก็แค่แจ้งยกเลิกการร่วมโครงการฯ และขึ้นป้ายใหญ่ๆว่า ต้อนรับใครไม่ต้อนรับใครบ้าง และกระทรวงสาธารณสุขก็มีหน้าที่ๆจะหา รพ.ใหม่ที่มีคุณภาพทัดเทียมและอยู่ใกล้ที่สุดเพื่อรองรับสิทธิ์ของประชาชน

ผมอยากจะบอกว่า ผมเข้าใจและเคารพจุดยืนทางการเมืองของคุณหมอ คุณหมอจะเกลียดหรือด่าพวกผมที่เป็นนักการเมืองยังไงก็ได้ เป็นสิทธิ์ครับ แต่คุณหมอไม่มีสิทธิ์จะไปล้ำเส้นถึงประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะคนที่เขามีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะต้องใช้บริการ รพ.ของคุณหมอตามกฎหมาย

ผมว่าการตอบสนองต่อปัญหาของคุณหมอ มันเป็นเรื่องง่ายมาก ในสังคมของการใช้อคติ ใครคิดไม่เหมือนเราหรือเราไม่ชอบใคร เราก็แค่มองคนๆนั้นเป็นศัตรู แล้วก็ประกาศแตกหักกัน ผมอยากให้คุณหมอเปิดใจหน่อยครับคุณหมอมีทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิทางสังคมที่ดี ผมเชื่อว่าคุณหมอสามารถแยกแยะได้ ผมโตมาในสังคมที่เพื่อนกว่า 90% มีจุดยืนทางการเมืองไม่เหมือนผม แต่เราก็เคารพในสิทธิทางความเชื่อของกันและกัน

แม้กระทั่งในเขตหลักสี่เอง สิบกว่าปีที่ผ่านมา ผมก็พยายามอยู่ร่วมกับคนที่คิดเหมือนและคิดต่างมาตลอด เรามีหน้าที่ทำงานรับใช้ดูแลเขาอย่างเท่าเทียม เราก็ทำไป เขาจะเลือกเราหรือไม่เลือก เราก็เป็นสิทธิ์ของเขาแต่ที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ เราต้องไม่มองคนที่คิดไม่เหมือนเราเป็นศัตรู

สุดท้าย ผมจะเรียนคุณหมอว่า ช่วงกว่าสิบปีมานี้ ผมเป็นคนหนึ่ง (หรือควายแดงตัวหนึ่ง) ที่เข้าออก รพ.ของคุณหมอเป็นประจำ ไม่ใช่ไปเพื่อใช้บริการแต่ไปเยี่ยมลูกบ้านของผม ซึ่งมีทั้งควายแดง ทั้งส้มเน่าและคนที่มีความคิดเหมือนกับคุณหมอ ผมขอยืนยันแทนโรงพยาบาลฯได้ว่าทางบุคลากรของ รพ.มงกุฎวัฒนะ ไม่เคยแบ่งแยกคนไข้และให้บริการที่ดีกับทุกคนอย่างเท่าเทียม ดังนั้นอย่าเอาอคติทางการเมืองส่วนตัวของคุณหมอคนเดียวมาใช้เป็นมาตรฐานขององค์กรเลยครับ

เรื่องนี้คุณหมอไม่ต้องใช้เมตตาหรอกครับ แค่ใช้หลักการ การอยู่ร่วมกันและเคารพสิทธิของกันและกันก็พอ เราก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้ และตราบใดที่ลูกบ้านผมยังต้องไปใช้สิทธิ์รักษาที่ รพ.นี้ ผมก็จะใช้สิทธิอันชอบธรรมไปเยี่ยมพวกเขาและผมยืนยันว่าจะไปโดยปราศจากอคติใดๆครับ

ต่อมา เฟซบุ๊ก เหรียญทอง แน่นหนา ของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ก็โพสต์ข้อความตอบโต้ในวันเดียวกัน หัวข้อ “ถึงสุรชาติ เทียนทอง”

โดยระบุว่า “...การกล่าวหาที่มีสาระไปในทิศทางให้ร้ายว่าผมไล่ผู้ใช้บริการ เป็นการหมิ่นประมาทผมนะครับ ผมมีเนื้อหาที่ชัดเจนว่า ผู้ใช้บริการที่ต่อต้านไม่ใช้บริการ รพ.มงกุฎวัฒนะ ก็อย่าไปใช้บริการ รพ.มงกุฎวัฒนะต่างหากนะครับ อีกทั้งผมยังแนะทางออกให้ใช้สิทธิผู้ป่วยที่สามารถเลือก รพ.อื่นๆได้ด้วยการเลือกย้ายไป รพ.อื่นโดยติดต่อกับสำนักงานบัตรทอง-สำนักงานประกันสังคมโดยตรง หากผมไล่ผู้ใช้บริการจริง ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายได้ เห็นโพสต์ดูสุภาพแต่เป็นไปในทางให้ร้ายผมนะครับ...เป็น ส.ส.อ่านโพสต์ของผมให้เข้าใจเสียก่อนค่อยมากล่าวหาผมครับ รำคาญครับ

นอกจากนี้ ต่อมาไม่นาน “หมอเหรียญทอง” ก็โพสต์อีกว่า

“พระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 พระราชทานกำเนิดวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า สถาบันการศึกษาที่ทำให้ไอ้ตี๋เหรียญทองมีความเจริญก้าวหน้าตราบจนก่อตั้ง รพ.มงกุฎวัฒนะและบริษัทในเครือได้เจริญก้าวหน้าจนทุกวันนี้

ดังนั้นผมจะเห็นแก่ตัว "เอาแต่ทำมาหากิน สุขนิยม ลอยตัว โลกสวย ดูดายต่อการบั่นทอนชาติราชบัลลังก์"...ผมขอบอกว่า...สิ่งนั้นไม่ใช่ผม...หลังจากโพสต์โต้ตอบไอ้อีพวกที่ประกาศต่อต้านไม่ใช้บริการ รพ.มงกุฎวัฒนะแล้ว มาดูกันว่างบการเงินไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.63 โดยผู้สอบบัญชีจะตรวจสอบและทำรายงานแล้วเสร็จในประมาณเดือน มิ.ย.63...แล้วมาดูกันครับว่า ผลจากการต่อต้านไม่ใช้บริการ รพ.มงกุฎวัฒนะ กำไรจะเพิ่มมากขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์...ผมจะแสดงให้สาธารณะดูทั่วกัน...ถ้าผมไม่แน่จริง ผมไม่กล้าโพสต์ล่วงหน้าก่อนงบการเงิน 6 เดือนเชียวนะครับ

ภาพจากเฟซบุ๊ก สุรชาติ เทียนทอง
สำหรับโพสต์ ที่นำไปสู่การตอบโต้กับ นายสุรชาติ นั้น “หมอเหรียญทอง” โพสต์วานนี้(14 ม.ค.63)เวลา 11.30 น. ระบุว่า

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้สมัครงาน รพ.มงกุฎวัฒนะ จะต้องแสดงข้อมูลส่วนตัว เช่น เฟซบุ๊ค-ทวีตเตอร์ และข้อมูลส่วนตัวที่ใช้ในสังคมออนไลน์ประกอบการสมัครงาน ผมจะไม่รับบุคลากรใหม่ที่มีอุดมการณ์เป็นปฎิปักษ์กับผม...

ผมจะไม่ให้มีพวกกาฝากแอบเกาะ รพ.มงกุฎวัฒนะ กินบนเรือน ขี้บนหลังคาอีกต่อไป...รพ.มงกุฎวัฒนะขอส่งเสริมคนรุ่นใหม่ที่รู้ดีรู้ชั่ว ...คนรุ่นใหม่สามานย์ไม่รับครับ

จากนั้น เมื่อเวลา 12:30 น. ก็โพสต์อีก ระบุว่า

“ประกาศพนักงานขายจากบริษัทคู่ค้าต่างๆกับ รพ.มงกุฎวัฒนะ และ บริษัท วิไลศิริ จำกัด ขอให้ส่งข้อมูลส่วนตัวที่ใช้ในสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ค ทวีตเตอร์ อินสตาแกรม ที่หัวหน้าแผนกจัดซื้อด้วยครับ...ผมจะไม่สนับสนุนการซื้อสินค้า การว่าจ้าง ฯลฯ กับบริษัทคู่ค้าที่มีพนักงานขายหรือผู้แทนที่เป็นปฏิปักษ์กับผมตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

กระทั่งเมื่อเวลา 14:19 น. โพสต์ต่อเนื่อง ระว่า

“ขอสนองคำท้าของส้มเน่าและควายแดงที่หลงตัวเองว่าเป็นกลุ่มคนสำคัญต่อ รพ.มงกุฎวัฒนะที่ท้าว่าจะต่อต้านไม่ใช้บริการ ไม่บริจาคเลือด ไม่ขายยา ไม่ขายสินค้า ไม่คบค้าด้วย...

ผมขอพูดซ้ำอีกครั้งว่า รพ.มงกุฎวัฒนะโดนต่อต้านอย่างนี้มาตั้งแต่ปี 56 แล้ว ผลปรากฏว่า รพ.มงกุฎวัฒนะ เตียงเต็มและต้องขยายกิจการจากปี 56 ที่มีอยู่แค่ 100 เตียง กลายเป็น 300 เตียงในชั่วระยะเวลาเพียงปีเดียว ทั้งยังต้องซื้อที่ดินขยายจากเดิม 4 ไร่เป็น 9 ไร่ในชั่วระยะเวลา 2 ปี และยังต้องสร้างตึกใหม่จากเดิม 24,000 ตารางเมตร เพิ่มเป็น 75,000 ตารางเมตร หลุดพ้นจากปัญหาหนี้สินที่มีกับธนาคารกรุงไทย มีผลประกอบการกำไรเพิ่มขึ้นจนสามารถล้างขาดทุนสะสมจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 กลายเป็นกำไรสะสมโดยไม่ต้องลดทุนจดทะเบียนแม้แต่สตางค์แดงเดียว และไม่ถูกเทคโอเวอร์นะครับ

เมื่อสนองคำท้าของส้มเน่าและควายแดงแล้วก็ขอท้ากลับว่า
1] ส้มเน่าและควายแดงที่มีสิทธิบัตรทองหรือสิทธิประกันสังคมติดต่อสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสำนักงานประกันสังคมเพื่อย้าย รพ.ได้เลยนะครับ...

ผมท้ากลับครับ (รพ.มงกุฎวัฒนะจะได้มีที่ว่างให้คนดีๆมาขึ้นทะเบียนได้ครับ ทุกวันนี้ รพ.มงกุฎวัฒนะ แน่นล้นจนผมสร้างอาคารใหม่ไม่ทันอยู่แล้ว ไม่ง้อนะครับ ดีเสียด้วย สบายใจดี)

2] ส้มเน่าและควายแดงที่ขายสินค้ารับจ้างกับ รพ.มงกุฎวัฒนะ และบริษัทในเครือ(วิไลศิริ) ...อย่าค้าขายกับเรานะครับ เราไม่ซื้อครับ บริษัทไหนจะเอากับส้มเน่า ควายแดง ก็แสดงตนได้นะครับ ผมจะประกาศให้สาธารณะทราบด้วยเผื่อจะมีบริษัท ห้างร้าน พนักงานขายอื่นๆเอาตามส้มหวาน ควายแดงนะครับ

3] ส้มเน่าและควายแดงที่บริจาคเลือดบอกสภากาชาดไทยไปเลยนะครับว่าไม่ต้องการบริจาคเลือดให้ รพ.มงกุฎวัฒนะ...รพ.มงกุฎวัฒนะมีมวลมหาประชาชนที่พร้อมบริจาคเลือดผ่านสภากาชาดไทยครับ
4] ส้มเน่าและควายแดงที่คุยโม้ว่าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จะปลดผม...ผมได้ตรวจสอบแล้วผู้ถือหุ้นใหญ่ที่จะปลดผมได้ คือ พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา ...มีส้มหวานคนหนึ่งแจ้งว่าขอขายหุ้นคืน ผมยินดีรับซื้อคืนนะครับ รีบๆมาขายคืนโดยด่วน ...อย่าตอแหล อวดรวย ไม่เอานะครับ

คนรุ่นใหม่มี 2 ประเภท รุ่นใหม่รู้ดีรู้ชั่ว กับ รุ่นใหม่ชั่วช้าสามานย์โกหกดัดจริตตอแหล รพ.มงกุฎวัฒนะ เป็น รพ.เอกชนที่ไม่เลือกปฏิบัติ แต่ท้าให้ไอ้อีพวกส้มเน่าควายแดงจงหยิ่งผยองอย่าใช้บริการ อย่าขายสินค้า กับเราครับ ...จงใช้สิทธิผู้ป่วยไม่ขอรักษากับ รพ.มงกุฎวัฒนะ นะครับ อย่ามารักษาแล้วฟ้องร้อง รพ.มงกุฎวัฒนะเชียวนะครับ...ผมสู้ ดุ เอาเรื่องนะครับ

เอ้า! สนองคำท้าของส้มหวาน ควายแดงแล้วนะครับ...แชร์กันเยอะๆเลย...รับรองได้ว่ากิจการดี เซ็งลี้ ฮ่อ

สำหรับ พล.ต.นพ.เหรียญทอง หรือ “พี่เหรียญ” เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว “แน่นหนา” ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 10 คน ขณะที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะก็ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาจากคนในครอบครัว ก่อนที่ภายหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว ครอบครัวแน่นหนา ก็ยังคงถือหุ้นใหญ่ของโรงพยาบาลนี้อยู่

ด้านชีวิตราชการทหาร ตำแหน่งสุดท้ายก่อนลาออกจากราชการปี 2550 หมอเหรียญทอง ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองยุทธการทหารบก ซึ่งเหตุที่ทำให้เขาต้องตัดสินใจลาออกจากชีวิตข้าราชการ ด้วยวัย 48 ปี ก็เพื่อมาดูแลธุรกิจของโรงพยาบาลแทนพี่สาวที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งและเสียชีวิตไป

ส่วน องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน ที่ “หมอเหรียญทอง” ก่อตั้ง
วัตถุประสงค์ คือ

– พิทักษ์รักษาไว้ซึ่ง สถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่เคารพ และ เทิดทูลเหนือสิ่งอื่นใด

– ระงับยับยั้งการกระทำไดๆของบุคคลที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

– ดำเนินการตามกฎหมายต่อบุคคลที่กระทำความผิด เข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

– ร่วมมือและให้ความช่วยเหลือเจ้าพนักงานของรัฐในการดำเนินการตามกฎหมายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

– ร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการผดุงไว้ในความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์

– ปลูกฝังให้ประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่าให้มีความเคารพเทิดทูลจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

– สื่อสารให้ประชาคมโลกได้รับรู้อย่างลึกซึ้งถึง ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ของชนชาติไทยที่มีติอสถาบันพระมหากษัตริย์

– เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนชาวไทยในการต่อสู้กับผู้ไม่หวังดีที่กระทำ (ที่มา : http://isranews.org/thaireform/thaireform-talk-interview/thaireform-talk-social/item/28555-interview.html)

แน่นอน, โพสต์ของ “หมอเหรียญทอง” เป็นการตอบสนองคำท้าของ ขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้าม ที่เชื่อว่า คำท้าทายนั้น จะหยุด “หมอเหรียญทอง” ได้ แต่ปรากฏว่า ผิดคน เพราะกับ “หมอเหรียญทอง” ยิ่งท้าทาย ก็ยิ่งชอบ และยิ่งรับคำท้า...

แต่ที่น่าเศร้าก็คือ บางครั้ง “การเมือง” ก็มุ่งเอาชนะคะคานจนเกินไป จนลืมนึกไปว่า คนที่ท้ามักไม่เดือดร้อน คนเดือดร้อนมักไม่ได้ท้า นั่นต่างหากที่ควรระมัดระวังอย่างสูง!?


กำลังโหลดความคิดเห็น...