xs
xsm
sm
md
lg

“ประยุทธ์” จ้อนายทุนประชารัฐ ปัดเอื้อเอกชน-ทำเพื่ออำนาจ พ้อไม่ดังเท่า “เน วัดดาว”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมสานพลังประชารัฐ ขอทุกคนไว้ใจเพื่อช่วยชาติ บ่นสงกรานต์เข้มแทบตายคนตายกว่าสี่ร้อย ปัดเอื้อเอกชนแต่อยากให้เดินหน้าสมส่วน ลั่นไม่ทำเพื่ออำนาจ และข้าราชการ รับเพิ่มกฎหมายมากแต่ใช้ได้น้อยเหตุเถียงกันไม่จบ แนะเรียนภาษาต่างชาติได้ต้องอย่าลืมภาษาไทย พ้อเปิดเพจรัฐบาลคนดู 2 หมื่น ไม่เท่า “เน วัดดาว” คนไลก์เป็นล้าน ประชดเลิกขายมอเตอร์ไซค์แก้ปัญหาเด็กแว้น ห่วงน้องเมย์มือตก เตือนอย่าเพิ่งให้เดินสายออกงาน

วันนี้ (18 ม.ค.) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ โดยมีคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย, นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์, นายสุวิทย์ เมษิณทรีย์ รมช.พาณิชย์ ร่วมประชุม โดยช่วงแรกนายกรัฐมนตรีได้เปิดโอกาสให้แต่ละกลุ่มงานทั้ง 12 กลุ่มได้สรุปการดำเนินการงานด้านต่าง ๆ

จากนั้นเวลา 16.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวสรุปว่า การทำทุกอย่างในวันนี้ก็เพื่ออนาคต ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องที่ง่ายที่จะทำให้งานทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่งานอะไรที่ทำได้ก่อนก็จะเริ่มทันที ทั้งนี้ จำเป็นต้องวางโครงสร้างในการทำงานใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะการวางระบบการบริหารราชการแผ่นดิน ระบบของข้าราชการ ซึ่งวันนี้เราทำมาโดยตลอดตั้งแต่ 22 พ.ค. เป็นต้นมา มีการต่อเนื่องเชื่อมต่อกันทั้งหมด

วันนี้พูดแค่เรื่องสานพลังประชารัฐ แต่เราต้องเดินหน้าและปฎิรูปประเทศอีกหลายเรื่อง สื่อมวลชนต้องช่วยประชาสัมพันธ์สร้างการเรียนรู้ให้กับประชาชน เพราะกระบวนการเรียนรู้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ได้กำหนดนโยบายและหารือกันต้องทำให้ได้ในระยะเวลาอันสั้น คือ การปฏิรูปในระยะที่ 1 จากปี 59 - 60 ทั้งเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน การแก้ปัญหาความขัดแย้ง การจัดระเบียบต่าง ๆ เตรียมการปฏิรูป การร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นงานที่มีความสลับซับซ้อน วันนี้เราต้องเดินหน้าเพื่ออนาคตซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก เป็นความท้าทายของประเทศและทุกคน

สิ่งที่อยากขอร้องคือจะต้องมีความไว้วางใจและไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันจากภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม เอ็นจีโอ และ รัฐบาล ทั้งหมดถ้าไม่ไปด้วยกันก็จะมีความขัดแย้งตลอด กระบวนการของประชารัฐก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ ทุกอย่างก็จะพังพินาศทั้งหมด เพราะเวลาไม่คอยใคร เพราะโลกยุคใหม่จะเป็นเช่นนี้ เราต้องทำให้คนของเราไม่ใช่หุ่นยนต์ เพราะวันนี้คนที่มีรายได้น้อยของเราเหมือนหุ่นยนต์ เจริญเติบโตไม่ทันกับเทคโนโลยี รายรับรายจ่ายไม่สมดุล วันนี้รายได้ประเทศหายไปเกือบทั้งหมดเพราะเก็บภาษีได้น้อยมาก ทำอย่างไรคนทั้งหมดจะมีส่วนร่วมเพื่อช่วยชาติ ปัญหาความขัดแย้งที่ผ่านมา ทำให้เราติดอยู่กับที่ บางครั้งทำให้ถอยหลังไปด้วยซ้ำ ถึงวันนี้เราจำเป็นต้องเติบโตและเข้มแข็งไปพร้อม ๆ กัน

“การทำโพลบางครั้งก็ไปสอบถามประชาชนที่ไม่ตรงกับคำถาม ทำให้ผลที่ออกมาไม่ตรงกับความเป็นจริง อยากจะทำใครก็ทำ ผมเองไม่ได้ดีใจ ที่ผลโพลของผมสูงขึ้น เพราะอย่างไรผมก็อยู่จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ สิ่งที่คิดกันมานั้นก็ต้องทำไปตามระยะเวลาที่มีอยู่ เดี๋ยวจะมากล่าวหาว่าผมอยากจะอยู่สั้นอยู่ยาวไปอีก ไปแปลเจตนารมณ์ผิดหมด ขอทุกฝ่ายช่วยและร่วมมือกันเดินหน้าประเทศ สร้างการรับรู้ความเข้าใจจากใจทุกคนข้าราชการ ประชาชน เอกชน ผมเองต้องสร้างให้ทุกคนมีจิตสำนึกสาธารณะ อย่างช่วงเทศกาลออกกฎหมายมาแรงและมากกว่าเดิม แต่ก็ยังตายมากกว่าเดิม 400 กว่าคน ทั้งหมดอยู่ที่จิตสำนึกและกระบวนการเรียนรู้ ทุกคนรู้ปัญหาทั้งหมดแต่ไม่มีวิธีการบริหารจัดการที่ดี ไม่มีแผนไม่มียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ขาดการสื่อสาร” นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงาน ต้องรับไปว่าสองปีที่เหลือนี้ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จากนั้นจึงส่งต่อให้รัฐบาลหน้าได้ปฏิรูปต่อไป แต่หากรัฐบาลคิดแล้วสั่งการ ซึ่งผู้ที่ทำต่อคิดคนละทางก็จะไปไม่ได้ หากเปรียบประเทศไทยเป็นเครื่องยนต์ ขอเปรียบทุกคนในที่นี้เป็นเสมือนชิ้นส่วนเครื่องยนต์ที่จะแปลงไปสู่พลังงานจลน์ เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในเครื่องยนต์เครื่องนี้ แต่ถ้าทุกคนยังขัดแย้งยังไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันคงไม่ได้

ทั้งนี้ ยืนยันว่า การประชุมในวันนี้ ไม่ใช่เอื้อประโยชน์ให้กับภาคธุรกิจเอกชน แต่สิ่งที่มีการเสนอมาก็จะเข้าสู่กระบวนการในการบริหารราชการแผ่นดิน สิ่งที่รับทราบจากภาคเอกชน คือปัญหาใดที่เป็นอุปสรรค ต่อการพัฒนาประเทศ ต่อการลงทุน เราได้นำเรื่องเหล่านี้มาพิจารณา และวางแผนระยะยาว มีการวางงบประมาณ ซึ่งต้องผูกพันกันทั้งหมด หากประเทศมีความขัดแย้งจะเกิดความเสียหาย เครื่องยนต์ก็เดินหน้าไม่ได้ ทำให้ผลิตพลังงานไม่ได้ ซึ่งต้องมีกล่องควบคุม วันนี้ คสช. ทำหน้าที่ควบคุมเพื่อให้เครื่องจักรเดินหน้าไปได้ หากทุกคนยังคิดถึงอิสระ ประเทศก็เดินหน้าไม่ได้

รัฐบาลจะทำให้สามส่วน ประชาชน ภาคธุรกิจ พ่อค้าคนกลาง เดินหน้าอย่างสมส่วน มีความเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ดังนั้น จึงฝากกระทรวงพาณิชย์เข้าไปดูแล เพราะที่ผ่านมา พ่อค้าคนกลางขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุผล ตรุษจีนผ่านมาไหว้เจ้า แต่เจ้าไม่ค่อยอิ่มเพราะคนซื้อน้อย จึงให้กระทรวงพาณิชย์ ไปดูมาตรการควบคุมราคาสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภค เพราะประชาชนเดือดร้อน แล้วเกษตรกรก็ไม่ได้อะไรจากการขึ้นราคา มีแต่แย่กว่าเดิม เพราะถูกกดราคา ดังนั้นภาคเอกชนต้องมีหัวใจที่เสียสละ

ปัญหาของประเทศไทยนั้นความไว้เนื้อเชื่อใจสำคัญที่สุด เพราะวันนี้จะแตะอะไรไม่ได้เลย เนื่องจากมีคนบิดเบือน ซึ่งตนก็ลดอารมณ์ลงไปมากแล้ว ใครจะว่าอะไรก็ว่าไป วันนี้ก็ทำงานตามระยะเวลาที่วางไว้ บางประเทศลดกฎหมายลงกว่าห้าพันฉบับ แต่ประเทศไทยเพิ่มกฎหมายขึ้นกว่าห้าพันฉบับ ก็ยังไม่ช่วยอะไร คนก็ตายเหมือนเดิม เศรษฐกิจ ความขัดแย้งยังอยู่ที่เดิม เพราะคนไทยดื้อต่อกฎหมาย วันนี้ต้องทำให้กฎหมายเป็นกฎหมาย โดยจะใช้กฎหมายให้น้อยลง ลดการกระทบกระทั่ง ลดการทุจริต

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ตนบอกกับทุกประเทศ ถ้าพบการเรียกรับผลประโยชน์จากการลงทุนในประเทศไทยให้มาบอกตน ดังนั้นการลงทุนในประเทศไทยไม่ต้องเสียเงินใด ๆ ทั้งสิ้น เรากำลังอำนวยความสะดวกต่อการลงทุน โดยนายสมคิด และนายวิษณุ รองนายกรัฐมนตรีทั้งสองคนจะเป็นผู้ดูแล แต่ไม่ใช่เอื้อประโยชน์ให้เอกชน ตนจะทำไปทำไม รวยกันจะตายอยู่แล้ว แก่ไปจะใช้หมดไหม แต่เอกชนเหล่านี้กำลังมาช่วยเรา ดังนั้นต้องเชื่อมโยงกันให้ได้ ด้วยการสร้างประชาชนให้เข้มแข็ง เพิ่มทางเลือกระหว่างพ่อค้าคนกลาง ธุรกิจขนาดกลาง ใหญ่ ที่เขาเรียกว่าผูกขาดโดยประชาชนต้องตั้งตัวเอง พร้อมขับเคลื่อนเอสเอ็มอี ขึ้นมาให้ได้

ประเทศไทยจะบ่นอะไรนักหนาว่าไม่มีน้ำ ขอยกตัวอย่างบางประเทศมีเนื้อที่น้อยกว่าเราหนึ่งในสอง ทำการเกษตรได้เพียงสิบเปอร์เซ็นต์ น้ำและทรัพยากรธรรมชาติใต้ดินไม่มี แต่เจริญเป็นอันดับหนึ่งอันดับสองของโลกได้ นั่นเพราะเขาให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน วันนี้เราทำให้คนของเราพัฒนาหรือยัง อยากให้สงกรานต์นี้เป็นการเปลี่ยนประเทศเพื่อปฏิรูป ใช้พื้นที่ที่มีศักยภาพ เราต้องใช้น้ำให้น้อยลง

สำหรับเรื่องการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ ไม่ได้มีการยกเลิก โดยผู้ผลิตรับปากแล้วว่าจะสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ส่วนเขตเรื่องเขตเศรษฐกิจ ยืนยันว่า ไม่ใช่ขายประเทศกินให้ใคร ยิ่งมาอยู่ตรงนี้ ตนไม่ขายสิ่งที่ปกป้องเสียสละรักษามาแน่นอน ไม่อย่างนั้นตำรวจทหารจะสละชีวิตปกป้องแผ่นดินทำไม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกอย่างทั้งหมดถึงเเม้จะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ต้องอยู่ภายใต้ของกฎหมาย กฎกติกาทั้งหมดที่เรามีในปัจจุบัน รวมถึงที่กำลังเเก้ไขในกระบวนการของกฎหมาย ต่างประเทศเขามาปรับแก้กันมาตั้งหลายปี 5,000 กว่าฉบับ แต่เราเเค่ 2 ปี 400 กว่าฉบับ แต่ใช้ได้ 140 กว่าฉบับ เพราะเถียงกันอยู่ไม่จบ แล้วถ้าไม่ออกวันนี้ ก็ไม่รู้จะออกเมื่อไหร่ ตนก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจกัน ถ้าไม่สอดคล้องกันมันจะไปกันไม่ได้ แต่ยังไงก็ต้องดูประเทศชาติ และประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่ทำเพื่อข้าราชการอย่างเดียว หรือทำเพื่ออำนาจ ต้องทำให้มีการยอมรับ ไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ต้องทำให้ประชาชนเคารพกฎหมาย และลดการกระทบกระทั่งกับภาครัฐ

ส่วนการลงทุน ต้องทำเพื่ออนาคต ถ้าเราไม่ลงทุน วันหน้าจะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย เพราะวันนี้เป็นการกินบุญเก่าจากเมื่อ 30 ปีที่เเล้ว รวมถึงการเจริญเติบโตในห้วง 10 - 20 ปีที่ผ่านมา ล้วนเป็นการกินบุญเก่าทั้งสิ้น วันนี้ฐานเศรษฐกิจของเรานั้นกว้างกว่าประเทศอื่น อย่าไปมองว่าประเทศอื่นทำไมตัวเลขจีดีพีถึงดีกว่า ซึ่งประเทศอื่นมีฐานเศรษฐกิจเป็นเเท่ง เพราะเพิ่งจะเริ่มลงทุน มันก็สูงขึ้นเป็นธรรมดา ส่วนของเราบางอย่างก็ขึ้น บางอย่างก็ลง จึงฉุดกันอยู่อย่างนี้ นี่คือจีดีพีที่ตนเข้าใจ อย่าไปตกใจกับมัน แต่ให้ช่วยกันพยายาม ตอนนี้ก็ทำดีขึ้นมาตั้งเยอะ อย่าลืมว่าก่อนที่ตนจะเขามาจีดีพียังติดลบอยู่ วันนี้ขึ้นมานิดหน่อย ตนก็พยายามเต็มที่แล้ว เพราะมันมีทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน ซึ่งหลายอย่างมันก็ได้เกิดขึ้นเเล้ว สิ่งใดก็ตามที่ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์โดยเร็วที่สุด ต้องทำให้เขา นี่คือ นโยบายของรัฐบาล และ คสช.

“ทั้งหมดต้องทำให้เขาเห็นอนาคตข้างหน้า ต้องทำให้เห็นว่าอนาคต 10 ปีข้างหน้า เขาต้องมีบ้านอยู่ แต่ใครจะอยู่ทำให้เขาผมไม่รู้ จะทำไหมเล่า ถ้าไม่ทำก็บอกเขามา บอกประชาชนเขามาในการเลือกตั้ง ว่าเลือกตั้งเข้ามาเเล้วผมจะไม่สร้างบ้านต่อนะครับ หรือผมจะไม่ทำต่อที่รัฐบาลนี้ทำไว้ ก็หาเสียงแบบนี้สิ ไม่ใช่วันนี้กำลังทำให้อยู่ก็มาติติง ว่ากำลังทำผิดอยู่ ผมก็ทำให้ทุกอย่าง” นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่เรื่องน้ำ อยากให้ดูตัวอย่างประเทศสิงค์โปร์กับอิสราเอล เขาใช้น้ำอย่างมีคุณค่าที่สุด ทั้ง 2 ประเทศนี้น้ำเขาเเพง ขวดละเป็นร้อยบาท บ้านเราถูกกว่าเขาเยอะ แต่ก็ยังบ่นว่าเเพงเลย ตอนนี้เรายังไม่เดือดร้อนมากเท่าเขา แต่อิสราเอลเป็นประเทศที่ส่งน้ำออกขายเเล้ว ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ประเทศเราจากที่เคยมีน้ำใช้เหลือเฟือ ฝนตกปีละมหาศาล เเต่กักเก็บไม่ได้ ทำยังไงถึงจะกักเก็บน้ำกันได้ อีกทั้งการลงทุนเพื่อสร้างการกักเก็บน้ำก็ยังมีการต่อต้าน แล้วจะบ่นกันทำไมว่าจะเอาน้ำมาจากไหน ตนขอฝากไว้ด้วย

ในเรื่องการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ต้องระมัดระวังความแออัด นักท่องเที่ยวเข้ามา 30 กว่าล้านคน ขณะที่ประชาชนของเรามี 60 กว่าล้านคน ต้องทำความเข้าให้ได้ชัดเจนว่าเราจะจัดระเบียบเรื่องเหล่านี้อย่างไร จะอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยอย่างไร และประชาชนจะมีส่วนร่วมได้รับผลประโยชน์จากส่วนไหนในการพัฒนาประเทศ และชุมชนด้วย

ทั้งนี้ เราต้องช่วยประชาชนระดับล่าง อย่าปล่อยให้เขาอนาถา ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าแม้กระทั้งเรื่องอาหาร ทุกสิ่งที่ตนเองเคยพูดไว้ต้องเกิดขึ้นภายใน 2 ปี ด้วยความร่วมมือของทุกคน ถือว่าเป็นความท้าทาย และความคาดหวังของประชาชนทั้งประเทศ ที่จะทำอย่างไรให้อยู่ดีกินดี ส่วนเรื่องภาษาวันนี้ต้องเร่งดำเนินการเรื่องภาษาอังกฤษให้ได้ อย่างเช่นน้องเมย์ ที่ตอบคำถามสื่อมวลชนเป็นภาษาอังกฤษ จึงอยากให้เยาวชนพูดได้ ไม่ใช่เจอชาวต่างชาติแล้วเดินหนี ขณะเดียวกันอยากให้ทุกบริษัท ติดภาษาอังกฤษ และภาษาไทยไว้คู่กัน เดินผ่านไปมา ก็จะจำได้ ภาษามีหลายภาษาแล้วแต่ความต้องการของประชาชน

“วันนี้เห็นว่าภาษาอังกฤษก็ยังไม่ดี ภาษาเกาหลีก็ยังไม่คล่อง ภาษาญี่ปุ่น ก็ติด ๆ ขัด ๆ แต่ก็ไปชื่นชอบศิลปินเกาหลี และญี่ปุ่น เราต้องเรียนรู้ ไม่ใช่เข้าใจภาษาเขาแล้ว ไม่เข้าใจภาษาไทย ต้องแปลภาษาไทยเป็นภาษาไทยอีก กระทรวงศึกษาธิการต้องรับไปสร้างการรับรู้ทั้งหมด ทุกอย่างต้องมองย้อนกลับเสมอ โรงเรียนจะอยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน หรือสถานประกอบการ ห้องน้ำก้ได้ เราต้องใช้ประโยชน์” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ขณะเดียวกัน ขออย่ากังวลเรื่องข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) เนื่องจากตนเองกำลังเดินหน้าอยู่ แต่ต้องตอบให้ได้ ซึ่งตนเองได้พูดคุยกับหลายประเทศ โดยเฉพาะ 12 ประเทศสมาชิก รวมถึงสหรัฐอเมริกา ให้ดูในเรื่องยา เมล็ดพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ รวมถึงสินค้าจีไอ ซึ่งเป็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับคนไทย ซึ่งต้องช่วยกันดูว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการเปิดเพจของรัฐบาล มีคนเข้าดูแค่ 2 หมื่นกว่า แต่ของ “เน วัดดาว” มีล้านกว่าไลก์ ไม่รู้ว่าไปดูรอยสักหรืออย่างไร ทั้งนี้ ยังให้ความสำคัญกับหนังสือหลายอย่าง ที่เขียนถึงแผนการพัฒนาประเทศ และหนังสือปรัชญาคุณธรรม ของร้อยตรี ซึ่งที่เขียนไว้มีประโยชน์พอสมควร ที่เขียนไว้ตั้งแต่ปี 2453 ว่า มีการพัฒนาอย่างไร และในตอนท้ายมีเรื่องเหตุการณ์ของประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ รวมถึงการยึดอำนาจ

ท้ายสุดจบที่ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งสุดท้ายมีคำกล่าวว่า “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว คนไทยตื่นขึ้นในราตรีที่มืดมิด ได้อธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองว่า ถ้าประเทศไทยมีทรัพยากรใต้ดินที่ล้ำค่า มีน้ำมัน มีแก๊สธรรมชาติ มีทองคำมหาศาล ขอสิ่งศักดิ์ช่วยเมตตาปิดบังซ่อนไว้ก่อน อย่าเพิ่งให้คนพบ คนไทยยังไม่มีวาสนา และจิตสำนึกที่ดีมากพอ ยังไม่รู้จักรักบ้าน รักเมืองของตัวเอง พอทรัพยากรล้ำค่ายิ่งมากก็ยิ่งจะนำพาโจรชั่วจากส่วนต่างๆ ของโลกเข้ามาประเทศไทย และเปลี่ยนคนไทยที่อ่อนแอในจิตสำนึกบางคนให้กลายเป็นโจรชั่วไปด้วย คนไทยส่วนใหญ่ทั้งประเทศจะถูกรังแก ปล้นชิง เอาเปรียบลำบากยากจนมากขึ้น สังคมจะถูกทำลาย เพราะความโลภของโจรชั่ว คนไทยจะถูกหลอกล่อด้วยผลประโยชน์ เล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วก็แตกแยก วิวาทกันเจ็บป่วยล้มตายทั้งหมู่บ้านทั้งตำบล ด้วยความสกปรกมักง่าย ความโลภ ไม่เกรงกลัวใครหน้าไหน ทั้งนั้นในประเทศนี้” ซึ่งมีหลายคนเขียนแบบนี้

อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ว่าใครดี หรือจะต้องดีกว่าใคร แต่ต้องทบทวนกันใหม่ วันนี้ตนเขียนกฎหมาย มาตรา 44 ก็แล้วก็ยังมีการขี่มอเตอร์ไซค์ แว้นกันบนถนนอยู่ ไม่มีใครกลัวอะไร ยังปิดถนนแข่งกัน ไม่รู้จะทำอย่างไร ควรที่จะเลิกผลิตรถมอเตอร์ไซค์ หรือเลิกขายไปเลยดีหรือไม่ เรื่องนี้จิตสำนึกไม่เกิดจึงเป็นปัญหาอยู่ เสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ควรเสีย ส่วนเรื่องอื่นก็ว่ากันไปตามธรรมชาติ ตามชะตากรรม เราทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เราไม่มีเวลาทะเลาะกันอีกแล้ว ทุกส่วนต้องช่วยกันไว้เนื้อเชื่อใจกัน ประชาชนต้องรู้ว่าจะต้องปรับตัวอย่างไร และจะทำอย่างไรให้ประชาชนไว้ใจข้าราชการ และรัฐบาล ตรงนี้คือสิ่งที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ มากกว่าสิ่งที่ทะเลาะกันทุกวันนี้

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณี “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ ว่าที่นักแบดมินตันหญิงมือ 1 โลกที่คว้าทริปเปิลแชมป์ 3 รายการรวด ว่า วันนี้เป็นที่น่าภาคภูมิใจได้เป็นนักแบดมือ 1 ของโลก แต่ตนกลัวสัมภาษณ์ไม่กี่วันจะได้เป็นมือ 2 ไป เพราะมันยุ่งมาก ตนต้องระวังต้องไม่ไปหาธุรกิจจากเขา เด็กภูมิต้านทานน้อย เป็นห่วงเขาเดี๋ยวก็ตกลงมาอีก คือ ออกงานทุกวันไม่ต้องซ้อม เด็กคนนี้กว่าจะโตเป็นมือ 1 ได้เขาซ้อมวันละ 7 ชั่วโมง ที่ผ่านมาเรียนหนังสือด้วย อาทิตย์หนึ่งอย่างน้อยได้เรียนหนังสือลดลงวันละ 2 - 3 ชั่วโมง ซ้อมวันละ 7 ชั่วโมงมาตั้งแต่เด็ก แล้ววันนี้ต้องระวังว่าเขาจะอ่อนแอลงหรือเปล่า และต้องฝากดูเรื่องงบกีฬาก็แล้วกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องฝาก รมว.สาธารณสุข นักกีฬาไทยทำไมตัวมันเล็กนัก ยิ่งเล่นตัวเล็กลง ๆ มวยก็ตัวเล็กลง ๆ เป็นอะไรไม่รู้ คือส่วนใหญ่เราไปพิกอัพเอากับคนที่มีศักยภาพ ทำไมไม่พิกอัพกับคนที่ตัวใหญ่ก่อนฝึกให้มันเป็น ต่างประเทศไปเอาพวกแอฟริกาจากวิ่งไล่กวดสิงโตได้มาชนะหมด แต่ประเทศไทยเอาคนที่เตะตะกร้อเป็นมาซ้อมเตะตะกร้อ เมื่อไหร่จะพัฒนา ต้องเอาคนที่มีศักยภาพมาก่อนแล้วมาเรียนรู้เดี๋ยวก็เป็น ที่ภาคใต้มีเด็กที่ชอบกีฬาเยอะแยะไป เรื่องกายภาพต้องดูแลเขาแข่งเสร็จฝาก รมว.สาธารณสุขด้วย ไปถามดูว่ากลับมาแล้วมีใครไปเช็กร่างกายให้หรือไม่ ต้องเติมวิตามินอะไรให้หรือเปล่า ทีมฟุตบอลทีม ทบ. สู้ไม่ได้ทุกที เล่นเสร็จกลับบ้านไปเลี้ยงลูกช่วยเมีย ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างวุ่นไปหมด สู้ไม่ได้หรอก แต่ทีมอื่นเลี้ยงดูอย่างดี เป็นความแตกต่างต้องดูแล ต้องสนับสนุนกีฬาที่มีศักยภาพต้องดำเนินการ









กำลังโหลดความคิดเห็น...