xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กตู่” แจงงบ 59 ย้ำประเทศมั่นคง ปชช.มั่งคั่ง ย้อนที่ผ่านมาแค่หนังตัวอย่าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ประชุม พ.ร.บ.งบฯ 59 “ประยุทธ์” ลุยแจง 2 ชม.กว่า ลืมตัวพูดเร็ว มีขอเวลาพักเหนื่อย เจอโน๊ตท้วงประชาชนฟังไม่ทัน เผยทำงบตามเป้า ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง วงเงิน 2.72 ล้าน ชี้ภาพรวมเศรษฐกิจปีหน้า ขยายตัวร้อยละ 3.7-4.7 ส่งออกดีขึ้น รับมีปัจจัยเสี่ยง ปรับอัตราดอกเบี้ย-น้ำมัน วาง 8 ยุทธศาสตร์ หวัง สนช.หนุน เผยทำงานปีกว่าหนังตัวอย่าง เสียเวลาคัดตัวละคร หนังจริงเตรียมเริ่ม ลั่นไม่ต้องสงสาร



วันนี้ (21 พ.ค.) มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่เป็นประธานเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ในวาระแรก โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ชี้แจงหลักการและเหตุผลในการจัดทำงบประมาณว่า ขอขอบคุณสมาชิก สนช.ที่มาร่วมประชุมในวันนี้ ที่ผ่านมาตนก็ได้ติดตามถ่ายทอดการประชุม สนช.ตลอด ก็อยากจะขอให้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับประเทศ และสร้างอนาคตใหม่ สำหรับการจัดทำงบประมาณมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ประเทศไทย พ.ศ. 2558-2563 โดยในปีงบประมาณ 2559 ตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ไม่เกิน 2.72 ล้านล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่น และเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน 1.35 หมื่นล้านบาท

พล.อ.ประยุทธ์ยังได้รายงานถึงภาวะเศรษฐกิจทั่วไป ฐานะและนโยบายการคลังการเงินของประเทศว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2559 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราร้อยละ 3.7-4.7 ใกล้กับการขยายตัวในปี 2558 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจโลก คาดว่าจะทำให้การส่งออกสามารถกลับมาขยายตัวได้มากขึ้น ในขณะที่ราคาสินค้าส่งออก และราคาสินค้าเกษตรสำคัญมีแนวโน้มจะมีเสถียรภาพและเริ่มปรับเปลี่ยนสูงขึ้น รวมทั้งการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มที่จะขยายตัวในเกณฑ์สูงต่อเนื่อง ตามกรอบการขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น และการดำเนินโครงการลงทุนที่สำคัญของภาครัฐมีความคืบหน้าและชัดเจนตามลำดับ รวมทั้งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2559 ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ประกอบด้วย แนวโน้มการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยของตลาดการเงินสหรัฐฯ และตลาดการเงินโลก การปรับของผู้ผลิตน้ำมันสหรัฐฯ และกลุ่มประเทศโอเปก ที่อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเร็วกว่าการคาดการณ์ รวมทั้งการใช้นโยบายขยายปริมาณเงินในประเทศยังเป็นปัจจัยกดดันด้านค่าเงินและเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวภาคส่งออก สำหรับเสถียรภาพในปี 2559 คาดว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ในเกณฑ์ต่ำร้อยละ 1.1-2.1 แต่ปรับตัวจากปี 2558 ตามแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลก ทั้งนี้งบรายจ่ายประจำปี 2559 เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณปี 2558 จำนวน 145,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.6 โดยวงเงินงบประมาณดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20.4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สำหรับนโยบายและแนวทางในการจัดสรรงบประมาณที่สำคัญ คือ พิจารณาการใช้จ่ายให้ครอบคลุมทุกแหล่งเงิน ทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ แหล่งเงินที่กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแล เช่นเงินกู้ เงินรายได้ และเงินสะสม ของหน่วยงาน รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือในการลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่าย โดยสนับสนุนภารกิจที่มีลำดับความสำคัญและมีความพร้อมของโครงการ รายการ ในการดำเนินการสูง ตลอดจนนำผลการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี2558 มาประกอบการพิจารณาจัดสรรงบให้สอดคล้องกัน และเพิ่มการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจึงได้เพิ่มสัดส่วนงบลงทุนคิดเป็นร้อยละ 20 ของวงเงินงบประมาณ โดยรายจ่ายลงทุนของประเทศมีจำนวน 543,635.9 ล้านบาท ถือว่าสูงกว่าของปีงบประมาณที่ผ่านมา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เป็นการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการ 19 เรื่อง เพื่อเชื่อมโยงภารกิจและดำเนินงานของหน่วยงานที่มีเป้าหมายและวัตถุประสงค์เดียวกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน เช่น การเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน งบประมาณ 6,013.7 ล้านบาท การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จำนวน 1,602.6 ล้านบาท การพัฒนาระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริหารของประเทศ จำนวน 11,543 ล้านบาท การบูรณาการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ งบประมาณ 6,405.6 ล้านบาท การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 30,550.9 ล้านบาท การจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ งบประมาณ 1,168.8 ล้านบาท การสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ งบประมาณ 467.6 ล้านบาท เป็นต้น

นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ ประกอบด้วย 8 ยุทธศาสตร์ และรายการค่าดำเนินการภาครัฐ ดังนี้ 1. ยุทธศาสตร์เร่งรัดวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ งบประมาณทั้งสิ้น 247,342.7 ล้านบาท 2. ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งรัฐ จำนวน 240,418.3 ล้านบาท 3. ยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและเป็นธรรม จำนวน 222,375.9 ล้านบาท 4. ยุทธศาสตร์การศึกษา สาธารณสุข คุณธรรม จริยธรรม และคุณภาพชีวิต จำนวน 994,414.6 ล้านบาท 5. ยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 71,060.4 ล้านบาท 6. ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม จำนวน 27,335.5 ล้านบาท 7. ยุทธศาสตร์การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ จำนวน 9,099.3 ล้านบาท 8.ยุทธศาสตร์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี จำนวน 364,645.7 ล้านบาท และ 9. รายการค่าดำเนินการภาครัฐ จำนวน 543,307.6 ล้านบาท เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมายสำหรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

“หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจาก สนช. หากใครมีอะไรสงสัยก็พร้อมจะตอบ ทั้งนี้ที่ทำมา 1 ปีกว่า ปี 2557-2559 เป็นแค่หนังตัวอย่าง เพราะเราเสียเวลากับการคัดตัวละคร ไม่ค่อยมีใครอยากมาเสี่ยงกับผม ส่วนหนังจริงจะเริ่มหลังจากนี้ ตอนนั้นผมไม่อยู่แล้ว ถ้าจะให้มาเริ่มใหม่ ผมไม่เอาแล้ว วันนี้อย่ามาสงสารผม เพราะผมทำตัวเอง เราถูกคาดหวัง ผมก็กดดันมาก ครอบครัวก็กดดัน แต่ก็ทำงานเต็มที่ ขอให้เชื่อว่า ผมไม่มีการเอื้อผลประโยชน์ให้ใคร แต่ก็มีบ้างที่รู้จักกัน ก็อยากให้ดูที่พฤติกรรม อย่ามาค้านแค่เพราะรู้จักกับคนโน้นคนนี้เลยไม่ไว้ใจ มีคนบอกให้ใช้มาตรา 44 ทั้งเรื่องปรองดองและเรื่องอื่นๆ แต่มันยังไม่เข้าขั้นตอนซักอัน การโยกย้ายหมุนเวียนข้าราชการก็ทำตามปกติ ทหารก็ทำแบบนี้ เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่ทำกันเอง แต่ถ้ามาบอกให้คัดคนไม่ดีออกทั้งระบบ ข้าราชการมี 4 แสนคน ถ้าฟังสื่อ ก็คงต้องปลดไปถึง 2 แสนคน แล้วจะเอาพวกนี้ไปไว้ตรงไหน ก็ต้องหาความผิดมาให้ได้ก่อน ส่วนทหารก็มีบ้างที่เมา เกเร แต่ตบหัวไป 2-3 ทีก็รู้เรื่อง ขอให้เชื่อว่าทหารจริงใจ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ใช้เวลาชี้แจงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ เป็นเวลา 2 ชั่วโมง 15 นาที โดยการชี้แจงนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้อ่านเอกสารประกอบด้วยความรวดเร็ว จนทำให้มีผู้ส่งโน้ตมาให้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ถึงกลับเปรยว่า “เขาส่งข่าวมาให้ผมว่า ประชาชนขอให้พูดช้าๆ หน่อย เขาฟังไม่รู้เรื่อง เขาแปลไม่ทัน ต้องขอโทษด้วย ไม่ค่อยได้ออกรายการสด พูดทุกวันก็มีคนเตือน เมื่อเช้าก็มีคนเตือนว่าให้พูดช้าๆ” ทั้งนี้ การชี้แจง พล.อ.ประยุทธ์ต้องอ่านเอกสารที่มีตัวเลขจำนวนมาก ประกอบกับเป็นคนที่พูดเร็ว จนทำให้เกิดอาการเหนื่อยและถอนหายใจหลายครั้งเป็นระยะ จนต้องขอพักหลายครั้งโดยพูดกับที่ประชุมว่า “ขอพักเหนื่อยหน่อยนะ หายใจไม่ทัน” และ “ขออนุญาตนั่งและดื่มน้ำก่อน” ทั้งนี้ในช่วงท้ายของการชี้แจง พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวขอโทษสมาชิกว่า “ขอโทษพี่ๆ ที่ผมพูดบางครั้งไม่สุภาพ”



















กำลังโหลดความคิดเห็น