xs
xsm
sm
md
lg

นร.รัฐศาสตร์ ยื่น 2 ทางออกชาติ “พงศ์เทพ” แย้มเวทีปาหี่สุดท้ายโยนเสียงส่วนใหญ่ตัดสิน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เด็กรัฐศาสตร์โผล่เสนอทางออกประเทศ เน้นเจรจาโดยสาธารณะหาข้อตกลงร่วม และปฏิรูปโครงสร้างการเมืองแก้ไข รธน.ให้ประชาชนมีส่วนร่วมก่อนลงประชามติ ด้าน “พงศ์เทพ” ชี้ฉบับ 50 มีเงื่อนไขที่มานายกฯ ชัด ไล่ “สุเทพ” อ่านพระราชดำรัสปี 49 เผยไต๋เวทีทางออกประเทศสุดท้ายต้องถามเสียงส่วนใหญ่

วันนี้ (6 ธ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.30 น. ตัวแทนเครือข่ายนักเรียนรัฐศาสตร์แห่งประเทศไทย จาก 14 สถาบัน เดินทางเข้าพบนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอทางเลือก 2 ข้อ ให้นำไปสู่ทางออกของประเทศ คือ 1. ในระยะเฉพาะหน้า มีการเจรจาโดยเปิดเผยให้เป็นที่รับรู้ของสาธารณะระหว่างรัฐบาลและฝ่ายผู้ชุมนุม เพื่อหาข้อตกลงร่วมกันและยอมรับผลที่เป็นไปได้ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และ 2. ในระยะยาว การปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อการกระจายอำนาจให้ประชาชนกลุ่มต่างๆ สามารถมีพื้นที่ในการแสดงจุดยืนทางการเมืองอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม โดยจัดให้มีการลงประชามติภายหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อลดเงื่อนไขความขัดแย้ง

นายพงศ์เทพกล่าวถึงการตั้งสภาประชาชนว่า หากทำตามรัฐธรรมนูญที่เปิดช่องไว้มีความเป็นไปได้ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ หากจะต้องการให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาต้องไปเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่วนสภาประชาชนต้องดูว่าจะมีอำนาจหน้าที่อะไร อย่างไรก็ตาม เวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีการแก้บทบัญญัติใดของรัฐธรรมนูญก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแก้ไขมาตรา 291 เพราะที่ผ่านมาการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราต่างๆ ดำเนินการได้ทันที แต่หากคิดว่าจะต้องมีกลไกในการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับต้องไปแก้หรือเพิ่มเติมมาตรา 291 ก่อน ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.อ้างว่านายกฯ ตามมาตรา 7 เคยมีหลัง 14 ตุลา 2516นั้น ตอนนั้นใช้ธรรมนูญการปกครองที่รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ออกไว้เมื่อปี 2515 โดยหลังจากเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ธรรมนูญปกครองฉบับ 2515 ยังบังคับใช้อยู่ จนกระทั่งมีรัฐธรรมนูญฉบับ 2517 ถึงยกเลิกธรรมนูญการปกครองฉบับดังกล่าว และธรรมนูญการปกครองปี 2515 ไม่ได้กำหนดว่านายกฯต้องมีเงื่อนไขหรือมาจากอะไร เพียงแต่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาตินำชื่อใครขึ้นทูลเกล้าฯ คนนั้นจะเป็นนายกฯ อย่างไรก็ตาม เรื่องมาตรา 7 ความจริงอยากจะให้ไปดูพระราชดำรัสเมื่อเดือน เม.ย. 2549 ว่าเป็นอย่างไร และรัฐธรรมนูญเขียนไว้โดยมีบทบัญญัติต่างๆในการรองรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้หลากหลาย ซึ่งมาตรา 7 จะใช้ในกรณีที่รัฐธรรมนูญไม่ได้คาดไว้ ซึ่งเกิดขึ้นได้น้อยมาก

รองนายกฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ สำหรับเวทีระดมนักวิชาการนั้นจะแตกต่างกับเวทีปฏิรูป เพราะเวทีนี้เป็นการหาทางออกให้ประเทศไทยเฉพาะหน้า เป็นการจำกัดเฉพาะประเด็นนี้ ซึ่งจะใช้เวลากระชับ โดยจะรวบรวมข้อเสนอที่รับฟังแล้วอย่างสมบูรณ์มานำเสนอสังคมให้วิพากษ์ จากนั้นสังคมจะเห็นว่ามีทางเลือกอะไรบ้าง และคนส่วนใหญ่จะบอกได้ว่าทางไหนจะเป็นทางออกให้กับประเทศไทย เราไม่สามารถให้ทุกคนเห็นด้วยกับทางออกประเทศไทย แต่ถามว่าหากคนส่วนใหญ่เป็นทางออกที่ดี ประเทศไทยเราควรจะเดินไป หรือควรจะหยุดเฉยๆ ส่วนกรอบเวลาจะพยายามเร่งให้เร็วที่สุด



กำลังโหลดความคิดเห็น