xs
xsm
sm
md
lg

“ธีรภัทร” ร้อง ส.ส.ปชป.ลาออกนำมวลชนปฏิรูปประเทศ ซัดนิรโทษฯ สุดซอยมิชอบ-ทำลายชาติ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นายธีรภัทร เสรีรังสรรค์  ประธานสภาพัฒนาการเมือง (ภาพจากแฟ้ม)
ปธ.สภาพัฒนาการเมือง เรียกร้อง ส.ส.ปชป.ทั้งพรรคลาออกนำมวลชน แสดงจุดยืนรักษาผลประโยชน์ชาติ เปิดประตูสู่จุดเริ่มปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปพรรค ระบอบประชาธิปไตย เหตุร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผ่านวาระ 3 แล้ว หมดประเด็นอ้างอยู่เพื่อคัดค้าน ชี้เป็นกฎหมายทำลายชาติทั้งเนื้อหา และกระบวนการไม่ชอบด้วยหลักนิติรัฐ นิติธรรม หากออกมามีผลใช้บังคับก็ไม่ถูกต้อง เชื่อสถานการณ์เหมาะสม ระบุการใช้พวกมากลากไปในสภาเข้าข่ายเป็นเผด็จการเสียงข้างมาก รัฐบาลไม่อาจปฏิเสธความเกี่ยวข้องได้ เป็นองค์อำนาจที่มีที่มาจากที่เดียวกัน

วันนี้ (1 พ.ย.) นายธีรภัทร เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าวถึงการที่ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมผ่านความเห็นชอบวาระ 2 และ 3 จากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้วว่า ส่วนตัวเห็นว่ากระบวนการออกกฎหมายดังกล่าวไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เนื้อหาก็ขัดต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม จึงถือว่าทั้งเนื้อหา วิธีการออกโดยไม่ชอบธรรม เมื่อไม่ชอบ ก็คงเป็นกฎหมายที่ออกมาใช้บังคับโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งตรงนี้คงเป็นหน้าที่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นผู้วินิจฉัย

ทั้งนี้ นายธีรภัทร อธิบายว่า ในส่วนของเนื้อหาสาระชัดเจนว่าเป็นการนิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำผิด ทุจริตประพฤติมิขอบ ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษายึดทรัพย์ แล้วอยู่ดีๆ จะไปใช้ข้ออ้างว่าการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส.ไม่เป็นธรรม กรรมการ คตส.เป็นฝ่ายตรงข้ามกับผู้เสียหาย แต่แท้จริง คตส.เป็นเพียงหน่วยงานที่รวบรวมหลักฐานต่างๆ แล้วส่งให้อัยการ ซึ่งอัยการก็มีความเห็นสั่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยศาลดังกล่าวก็เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ 40 ซึ่งมีเจตนาให้เป็นศาลที่เอาไว้จัดการกับนักการเมืองขี้ฉ้อ ไม่ต้องรอให้มีการสู้กันถึง 3 ศาล และในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองก็ใช้กระบวนการไต่สวนที่เปิดโอกาสให้ผู้ผู้ถูกร้องได้แก้ข้อกล่าวหา แต่ที่สุดศาลฎีกาฯก็มีคำพิพากษาว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีความผิดและสั่งยึดทรัพย์ ดังนั้นที่มีข้ออ้างว่ากระบวนการพิจารณาต่างๆ ไม่ชอบจึงฟ้งไม่ขึ้น ซึ่งการจะนิรโทษกรรมคนเหล่านี้ทั้งที่ก็ไมได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองมันจึงเป็นคนละเรื่อง อีกทั้งการจะย้อนความผิดไปจนถึงปี 47 ก็ไม่มีเหตุผลอธิบายว่าเพราะไร หรือการจะนริโทษกรรมให้กับผู้ที่แสดงออกและร่วมชุมนุมทางการเมือง โดยรวมไปถึงผู้ที่กระทำความผิดทางอาญาด้วย โดยหลักกฎหมายแล้วในนานาประเทศเขาไม่กระทำกัน

ส่วนวิธีการออกกฎหมาย การที่ฝ่ายเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรใช้ข้อบังคับการประชุมสภามาพยายามปิดกั้นไม่ให้ฝ่ายเสียงข้างน้อยได้อภิปราย ทั้งที่ตามหลักแล้วผู้ที่ขอสงวนคำแปรญัตติจะต้องได้อภิปรายทุกคน แต่ฝ่ายเสียงข้างมากก็พยายามที่จะใช้จำนวนเสียงที่มีขอปิดการอภิปราย จึงทำให้การใช้เสียงข้างมากในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวกลายเป็นเผด็จการเสียงข้างมาก ที่ไม่ถูกต้องตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ฝ่ายเสียงข้างมากต้องเคารพเสียงข้างน้อยด้วย

“จึงขอฟันธงว่าทั้งเนื้อหาสาระ และวิธีการออกกฎหมายดังกล่าวไม่ชอบด้วยหลักนิติรัฐ นิติธรรม ไม่เกิดประโยชน์อะไรต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับฝ่ายเสียงข้างมากในสภาไม่ได้ เพราะเป็นองค์อำนาจที่มีที่มาจากที่เดียวกัน ผมดูแล้วการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อคืนแล้ว คิดว่าสภาชุดนี้คงอยู่ต่อยาก สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์น่าจะลาออกจากการเป็น ส.ส.ทั้งหมด จะไปร่วมสังฆกรรมกับเผด็จการเสียงข้างสภา และสภาชุดนี้ซึ่งไม่มีความชอบธรรมหลงเหลืออยู่ทำไม” นายธีรภัทร กล่าว

ประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าวอีกว่า การที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมในวาระ 2 และ 3 ถือว่าทำให้พรรคประชาธิปัตย์หมดข้ออ้างที่ว่า จำเป็นต้องดำรงสถานะการเป็น ส.ส.ในสภาไว้ เพื่อคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งหลักคิดการเป็น ส.ส.นั้นก็เพื่อมารักษาผลประโยชน์ของชาติอยู่แล้ว เวลานี้ชาติกำลังเกิดความเสียหายจากการออกกฎหมายดังกล่าว ส.ส.ประชาธิปัตย์ทั้งพรรรคจึงไม่ควรรั้งรอ หรือกลัวจะสูญเสียสถานภาพของตัวเอง เพราะไม่มีประโยชน์อะไรแล้วที่จะอยู่เป็นส.ส.ต่อไป ควรต้องลาออกมาสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ยังจะแอบอิงใช้นักวิชาการ หรือมวลชน เป็นเครื่องมือขับเคลื่อน ซึ่งถ้าพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจให้ ส.ส.ลาออกทั้งหมด อาจมีน้ำหนักที่จะนำไปสู่การยุบสภาได้

“สถานการณ์ขณะนี้ถือเป็นจังหวะที่เหมาะที่สุดแล้ว ที่ ส.ส.ประชาธิปัตย์ทั้งพรรคลาออก แล้วมาเป็นหัวใจของการชุมนุม เพราะไม่เพียงจะเป็นการแสดงออกถึงความต้องการรักษาผลประโยชน์ชาติดแล้ว ยังจะนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ และระบอบประชาธิปไตยได้ด้วย ผมจึงอยากให้พรรคประชาธิปัตย์คิดยาวๆ และได้แสดงจุดยืนนี้ออกมา” นายธีรภัทร กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...