หนูนา กัญจนา ออกมาตั้งข้อสังเกตต่อการควบคุมตัว “สีดอแก้ว” ช้างป่าที่สร้างความเดือดร้อนให้ชุมชน หลังพบว่าคอกกักกันมีพื้นที่จำกัด พร้อมเรียกร้องให้การจัดการช้างป่าคำนึงถึงธรรมชาติ พฤติกรรม และสวัสดิภาพของสัตว์ป่าอย่างเหมาะสม
วันนี้ (22 ม.ค.) เฟซบุ๊ก “Nuna Silpa-arccha” ของ นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา หรือ “หนูนา” ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา หนึ่งในผู้มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือช้างในบ้านเรา ได้โพสต์แสดงความเห็นต่อกรณีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการควบคุมตัว “สีดอแก้ว” ช้างป่าเพศผู้ หลังถูกระบุว่าสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้าน โดยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของวิธีการจัดการ โดยเฉพาะการนำช้างป่ามาขังไว้ในคอกที่มีพื้นที่จำกัด หนูนาระบุว่า แม้จะเข้าใจถึงความจำเป็นในการป้องกันอันตรายต่อประชาชน แต่ต้องไม่ลืมว่าป่าคือบ้านของช้างป่าเช่นเดียวกัน การนำช้างป่ามากักขังในคอกขนาดเพียงประมาณไร่เศษ ถือว่าแคบเกินไปสำหรับสัตว์ขนาดใหญ่ และยังเป็นสัตว์สังคมที่ต้องการพื้นที่ในการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ
พร้อมตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า การล่ามโซ่ช้างป่าไม่ควรเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช้างป่าหรือช้างบ้าน เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ที่มีพฤติกรรมทางสังคมสูง เคยใช้ชีวิตอย่างเสรีในผืนป่ามาโดยตลอด การเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างฉับพลันอาจส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายและจิตใจของสัตว์
หนูนายังตั้งคำถามไปถึงหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลและปกป้องสัตว์ป่า ว่าหากจำเป็นต้องควบคุมตัวช้างป่า ควรจัดพื้นที่ให้เหมาะสมและกว้างขวางกว่านี้ พร้อมเปรียบเทียบกรณีช้าง “ไข่นุ้ย” ที่มีพื้นที่ดูแลราว 4 ไร่ และตั้งคำถามสำคัญว่า การกักขังสีดอแก้วจะดำเนินต่อไปเป็นระยะเวลานานเท่าใด
นอกจากนี้ หนูนายังสะท้อนมุมมองว่าช้างป่าไม่สามารถออกมาปกป้องตัวเองหรือโต้แย้งได้เหมือนมนุษย์ เมื่อถูกตัดสินว่าเป็นผู้ร้าย ก็ต้องยอมรับชะตากรรมทันที พร้อมย้ำว่า โลกใบนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นพื้นที่ร่วมของสัตว์ป่าด้วยเช่นกัน
สำหรับ “สีดอแก้ว” หรือที่รู้จักกันในหลายฉายา เช่น แก้วอินดี้, กำนันแก้ว, สีดอแก้วเขาตะกรุบ เป็นช้างป่าเพศผู้ขนาดใหญ่กว่า 6 ตัน เดิมอาศัยอยู่ในพื้นที่เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ก่อนขยายพื้นที่หากินออกนอกป่าไปยังอำเภอแกลง จังหวัดระยอง และพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากพฤติกรรมเข้าพื้นที่ชุมชนและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการผลักดันและเคลื่อนย้ายสีดอแก้วกลับเข้าป่ามาแล้วหลายครั้ง รวมถึงเคยถูกจับเคลื่อนย้ายไปปล่อยกลางป่าถึง 7 ครั้ง แต่ยังคงกลับออกมานอกพื้นที่อนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง
ต่อมาสีดอแก้วถูกนำเข้าสู่โครงการจัดการช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ (เขาตะกรุบ) ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว โดยมีการเพิ่มมาตรการติดตั้งรั้วไฟฟ้า เนื่องจากก่อนหน้านี้สีดอแก้วเคยพังแนวพะเนียดและออกจากพื้นที่ควบคุมได้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า ภายในพื้นที่โครงการยังมีพืชอาหารไม่เพียงพอ จำเป็นต้องนำอาหารมาให้ช้างป่าทุกวัน และมีแผนปลูกพืชอาหารสัตว์เพิ่มเติมในอนาคต เพื่อลดความจำเป็นในการออกมาหากินในพื้นที่ชุมชน ปัจจุบัน สีดอแก้วยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ท่ามกลางการจับตาของสังคมต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ว่าจะสามารถสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยของมนุษย์ และสวัสดิภาพของสัตว์ป่าได้มากน้อยเพียงใด


