วันที่ 13 ม.ค. 2569 กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) มอบหมายให้หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 4 จัดกำลังชุดตรวจค้นและทำลายทุ่นระเบิดเข้าปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อปรับลดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิดและสรรพาวุธที่ยังไม่ระเบิดในพื้นที่ชายแดน
ชุดตรวจค้นและทำลายของหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 4 ได้สนับสนุนกองพันทหารราบที่ 263 ในการปรับลดพื้นที่เสี่ยงเพื่อจัดตั้งฐานปฏิบัติการแห่งใหม่ สามารถเปิดพื้นที่ปลอดภัยได้จำนวน 320 ตารางเมตร และตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด TYPE–69 จำนวน 1 ทุ่น
ขณะเดียวกัน ได้ดำเนินการตรวจค้นทุ่นระเบิดในพื้นที่บ้านไทยนิยม (ช่องเหว) ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งมีขนาดพื้นที่รวม 22,634 ตารางเมตร ผลการปฏิบัติงานสามารถเปิดพื้นที่ปลอดภัยได้เพิ่มอีก 1,080 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 4.78 ตรวจพบวัตถุระเบิดจำนวน 4 รายการ ได้แก่ ทุ่นระเบิด TYPE-69 จำนวน 2 ทุ่น ทุ่น MBV-78A2 จำนวน 1 ทุ่น และลูกระเบิดขว้าง TYPE-67 จำนวน 1 ลูก โดยได้ประสานกำลังพลจากกองพันทหารราบที่ 263 (ฐานปฏิบัติการช่องเหว) ร่วมปฏิบัติการระวังป้องกันตลอดการดำเนินงาน
สรุปผลการปฏิบัติงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่บ้านไทยนิยม (ช่องเหว) ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย. 68-ปัจจุบัน สามารถปรับลดพื้นที่เสี่ยงและเปิดพื้นที่ปลอดภัยได้รวมทั้งสิ้น 19,375 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 85.60 ยังคงเหลือพื้นที่ที่ได้รับการยืนยันว่ามีทุ่นระเบิดจำนวน 3,259 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 14.40
ตลอดห้วงการปฏิบัติภารกิจ ตรวจพบวัตถุระเบิดรวมทั้งสิ้น 124 รายการ แยกเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลจำนวน 17 ทุ่น ได้แก่ TYPE-69 จำนวน 15 ทุ่น, POMZ-2B จำนวน 1 ทุ่น และ MBV-78A2 จำนวน 1 ทุ่น รวมถึงสรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิด (UXO) จำนวน 107 รายการ ประกอบด้วยกระสุน PG-2 จำนวน 1 นัด และลูกระเบิดขว้าง TYPE-67 จำนวน 106 ลูก
ภารกิจดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองบัญชาการกองทัพไทยและศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ในการขจัดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อคืนความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่น และเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างยั่งยืน


