xs
xsm
sm
md
lg

Quick Win ปราบทุนเทา: ปลดล็อกบุหรี่ไฟฟ้า บทพิสูจน์รัฐบาลใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โอกาสตัดทุนเทาบุหรี่ไฟฟ้า

การเลือกตั้ง 2569 ที่จะถึงนี้ หลายพรรคการเมืองต่างงัดนโยบายสู้ธุรกิจสีเทา ปราบคอร์รัปชันมาเป็นหมัดเด็ดเพื่อหวังช่วงชิงคะแนนเสียงจากประชาชน เพราะเรื่องนี้กำลังเป็นประเด็นที่สังคมไทยให้ความสำคัญและอยากเห็นความชัดเจนในการแก้ปัญหา

ธุรกิจสีเทาที่กำลังเติบโตในสังคมไทยแฝงมาในหลายรูปแบบ เช่น พนันออนไลน์ คอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ การค้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะสินค้าเถื่อนที่เป็นที่นิยม เช่น บุหรี่ไฟฟ้า 

ในประเทศไทย หลายคนทราบดีว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมาย แต่คงยังไม่ทราบว่าบุหรี่ไฟฟ้าที่ถูกแบนมาตั้งแต่ปี 2557 กลับมีผู้ใช้เพิ่มมากขึ้น ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ปี 2564 มีผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าประมาณ 8 หมื่นคน ต่อมาในปี 2565 มีจำนวน 7 แสนคน หรือเท่ากับเพิ่มขึ้นประมาณ 10 เท่า จนปัจจุบันมีการระบุตัวเลขผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 1.7 ล้านคน ภาพที่เราเห็นกันจนแทบจะชินตาคือคนใช้บุหรี่ไฟฟ้าตามที่สาธารณะ การโฆษณาซื้อขายทางออนไลน์อย่างเปิดเผย การแบนที่ควรจะมีเป้าหมายเพื่อปกป้องสุขภาพกลับเป็นช่องโหว่ให้คนใช้และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

คนเหล่านั้นหาซื้อบุหรี่ไฟฟ้าจาก “ตลาดใต้ดิน” จนกลายเป็นบ่อเกิดของระบบผลประโยชน์สีเทา ที่กัดกินภาพลักษณ์ประเทศ และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อรัฐไทยมานานนับทศวรรษ

แม้แต่ประเทศสิงคโปร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดของกฎหมาย ยังพบว่าการแบนบุหรี่ไฟฟ้าไม่สามารถหยุดการใช้สินค้าได้ เพราะผู้บริโภคชาวสิงคโปร์พากันข้ามฝั่งไปซื้อบุหรี่ไฟฟ้าที่เมืองยะโฮร์บาห์รูแทน เมื่อรัฐบาลสิงคโปร์ประกาศยกระดับความเข้มงวดในการแบน ราคาบุหรี่ไฟฟ้าที่ขายกันในตลาดใต้ดินกระโดดเพิ่มขึ้น 3 เท่าภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์

นั่นหมายความว่านโยบายสวยหรูที่มีเป้าหมายเพื่อปกป้องสุขภาพ ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาสาธารณสุขได้จริง แต่กลายเป็นบ่อเกิดของตลาดใต้ดินที่มีมูลค่ามหาศาล

คำถามสำคัญของเรื่องนี้คือนโยบายนี้กำลังช่วยประเทศ หรือกำลังหล่อเลี้ยงทุนเทาและคอรัปชันกันแน่ 

ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่การเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ คือโอกาสในการล้างระบบใต้ดิน ปราบเครือข่ายอาชญากรรมอย่างจริงจัง ตามที่หลายพรรคการเมือง เช่น พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยสร้างไทย ได้วางเป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง

ข่าวดีคือ ประเทศไทยไม่ได้เริ่มจากศูนย์ ในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยซึ่งมีตัวแทนจากหลายพรรคการเมืองที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำการศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้งมิติด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ การบังคับใช้กฎหมาย และบทเรียนจากต่างประเทศ พร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมสำหรับการนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้าสู่ระบบการกำกับดูแลอย่างถูกกฎหมาย นี่คือ “ต้นทุนทางนโยบาย” ที่มีอยู่แล้ว และรัฐบาลใหม่สามารถหยิบขึ้นมาต่อยอดได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเริ่มนับหนึ่งใหม่

หากพรรคการเมืองและรัฐบาลใหม่เลือกใช้รายงานฉบับนี้เป็นฐานในการกำหนดนโยบาย จะสามารถเดินหน้าแก้ปัญหาตลาดใต้ดินได้อย่างเป็นระบบ ลดช่องว่างของการบังคับใช้กฎหมาย ตัดวงจรผลประโยชน์สีเทาและคอร์รัปชันที่ฝังรากลึก พร้อมทั้งฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานานาชาติ จากประเทศที่ “แบนแต่คุมไม่ได้” ไปสู่ประเทศที่ “ควบคุมอย่างมีเหตุผลและรับผิดชอบ”

นี่คือโอกาสของการล้างทุนเทาแบบ “quick win” ที่ไม่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล ไม่ต้องออกแรงทางการเมืองสูง แต่ให้ผลลัพธ์ที่ประชาชนมองเห็นได้จริงในเวลาอันสั้น และที่สำคัญที่สุด มันคือการรักษาสัญญาทางการเมืองกับประชาชน

เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้มั่นใจว่าคะแนนที่พวกเขา “กา” ให้นั้นไม่ได้เสียเปล่า และเสียงของประชาชนสามารถเปลี่ยนประเทศให้หลุดพ้นจากวงจรเศรษฐกิจใต้ดินได้จริง


กำลังโหลดความคิดเห็น