xs
xsm
sm
md
lg

สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 5-11 ม.ค.2563

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



1.โหดเหี้ยมผิดมนุษย์! คนร้ายปล้นร้านทองห้างโรบินสันลพบุรี ก่อนยิงดะไม่เว้นเด็ก ดับ 3 เจ็บ 4 ด้านตำรวจเร่งล่าตัว!


เมื่อวันที่ 9 ม.ค. เวลาประมาณ 20.30 น. ได้มีชายสวมเสื้อสีดำ กางเกงลายพราง สวมหมวกไหมพรมอำพรางใบหน้า และถืออาวุธปืนพร้อมที่เก็บเสียง เข้ามาที่ห้างฯ โรบินสัน จ.ลพบุรี จากนั้น ได้เข้าไปที่ร้านทองออโรร่า โดยกราดยิงลูกค้าชาย-หญิงที่กำลังยืนซื้อทองอย่างโหดเหี้ยม ยิงพนักงานร้านขายทอง รวมถึงยิง รปภ.และเด็กชายวัย 2 ขวบที่ผู้ปกครองเดินจูงผ่านหน้าร้านทองดังกล่าว ก่อนที่คนร้ายจะกวาดทองจำนวนหนึ่งหลบหนีไป โดยใช้รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาวแดง เป็นพาหนะ

เหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ประกอบด้วย นายธีระฉัตร นิ่มมา อายุ 32 ปี เจ้าหน้าที่ รปภ., น.ส.ธิดารัตน์ ทองทิพย์ อายุ 30 ปี พนักงานร้านขายทอง และ ด.ช.ภานุวิทธญ์ วงศ์อยู่ หรือน้องไตตัล วัย 2 ขวบ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บ 4 ราย โดยกล้องวงจรปิดของร้านทองสามารถบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้ได้ ทั้งนี้ การกระทำของคนร้ายถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความเหี้ยมโหดผิดมนุษย์ที่ยิงได้กระทั่งเด็ก พร้อมเรียกร้องให้มีการเร่งติดตามเพื่อจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งไล่ล่าคนร้าย หากขัดขืน ให้จับตายได้ พร้อมกันนี้ได้มีการตั้งรางวัลนำจับคนร้ายรายนี้อีกด้วย ซึ่งหากผู้ใดพบแส แจ้งได้ที่ โทร.191 หรือ โทร.1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ว่า จากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายได้ทองคำไปน้ำหนัก 26 บาท 2 สลึง มูลค่าประมาณ 5 แสนบาทเศษ ส่วนยอดผู้เสียชีวิต 3 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 คน และว่า พนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เพื่ออนุมัติหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุ ในความผิดฐานชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายฯ มีโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต

ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ลักษณะคนร้ายรายนี้ถือว่ามีพฤติการณ์ที่โหดเหี้ยมอย่างมาก แค่จะปล้นร้านทองถึงกับต้องยิงคนตายหลายคน เราจะปล่อยให้คนร้ายรายนี้ลอยนวลต่อไปอีกไม่ได้ เราต้องช่วยกันชี้เบาะแสให้เราจับกุมให้ได้โดยเร็วที่สุด และว่า ขณะนี้มีรางวัลนำจับที่ลงขันร่วม 245,000 บาทแล้ว ใครมีเบาะแสคนร้าย ให้แจ้งมาที่ 081-421-9249

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมประณามการกระทำของคนร้ายว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะทำให้เด็กเล็กต้องมารับเคราะห์จากเหตุการณ์นี้ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้กำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบหาและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เพราะถือเป็นคดีที่อุกอาจ

มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ม.ค. พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. ซึ่งติดภารกิจฝึกที่ประเทศอิสราเอล ได้สั่งการผ่าน Video conference ให้มีการส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 สนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อตามล่าคนร้ายปล้นร้านทองรายนี้แล้ว และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม.

ด้านเพจเฟซบุ๊ก Robinson Department Store ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์คนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง ณ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ลพบุรี เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และว่า บริษัทขอร่วมเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยจะดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ในการติดตามสอบสวนต่อไป

2.ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ผ่านวาระ 3 แล้ว หลังถกยาว 4 วัน ด้านฝ่ายค้านงดออกเสียง!


เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ในวาระ 2 และ 3 ตามที่กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ ที่มีนายอุตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้พิจารณาเสร็จแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อเข้าสู่วาระ นายอุตตม ได้ชี้แจงรายงานของ กมธ.ต่อสภาในวาระ 2 ตอนหนึ่งว่า กมธ.ได้พิจารณาปรับลดงบประมาณลงจำนวน 1.6 หมื่นล้านบาท โดยพิจารณาเนื้อหาที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ ความมั่นคง และนโยบายสำคัญของรัฐบาล รวมถึงขีดความสามารถของการใช้งบประมาณ ปรับลดงบประมาณในโครงการที่ไม่ชัดเจน ดำเนินงานล่าช้ากว่าแผน และใช้จ่ายไม่ทัน อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่ปรับลดไป ได้เพิ่มงบประมาณให้กับสำนักงานเลขาธิการสภา สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานอัยการสูงสุด กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จำนวน 1.6 หมื่นล้านบาท เพื่อให้หน่วยที่รับงบประมาณสามารถรองรับโครงการที่สำคัญของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ ส่วนรายการเปลี่ยนแปลงงบปี 2563 มีเพียงรายการเดียวคือ งบรายจ่ายกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจำนวน 27 ล้านบาท

สำหรับบรรยากาศการอภิปรายวันแรก ความสนใจอยู่ที่งบของกระทรวงกลาโหม และหน่วยงานในกำกับ จำนวน 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งฝ่ายค้านพยายามจี้ให้ตัดงบการจัดซื้อเรือดำน้ำ ลดงบที่เกี่ยวข้องกับการเกณฑ์ทหาร เป็นต้น ส่วนการอภิปรายวันที่สอง 9 ม.ค.ไฮไลต์อยู่ที่งบกระทรวงการต่างประเทศ วงเงิน 4,940 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายค้านรุมจี้ให้ตัดงบลง พร้อมพากันตำหนินายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ก่อนหน้านี้ออกมาพูดเกี่ยวกับปัญหาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านว่า สหรัฐฯ ส่งสัญญาณโจมตีอิหร่านมาให้ไทยทราบล่วงหน้า 1 วัน ว่าเป็นคำพูดที่น่าห่วงมาก มีความเสี่ยงที่จะดึงไทยเข้าไปความขัดแย้ง ถ้าสงครามลามมาถึงไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะรับผิดชอบหรือไม่ จึงจี้ให้นายดอนรับผิดชอบด้วยการลาออก

หลังฝ่ายค้านอภิปรายรุมตำหนินายดอนอย่างหนัก ส่งผลให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานการประชุม ต้องคอยตักเตือนเป็นระยะๆ ให้อภิปรายอยู่ในกรอบของงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ไม่ใช่การอภิปรายในลักษณะอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังการอภิปรายใช้เวลา 2 วัน คือ 8-9 ม.ค. ก็ยังไม่เสร็จสิ้น จนต้องอภิปรายต่อเป็นวันที่สามและสี่ (10-11 ม.ค.) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ จึงได้ออกมาเตือนสติฝ่ายค้านว่า เดิมวิปทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือและมีข้อสรุปว่าจะใช้เวลาพิจารณา 2 วัน คือวันที่ 8-9 ม.ค. แต่เมื่อฝ่ายค้านอ้างว่า ส.ส.ได้เวลาอภิปรายต่อคนน้อยเกินไป และขอเวลาอภิปรายเพิ่ม นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ก็อนุญาตเพิ่มเวลาให้ ฝ่ายรัฐบาลก็ยอมตัด ส.ส.ที่ลงชื่อขออภิปรายไว้ออก เพื่อให้การพิจารณางบประมาณเสร็จสิ้นตามกรอบเวลา แต่ล่วงเลยเข้าสู่วันที่ 10 ม.ค. ซึ่งเป็นวันที่สามก็แล้ว ฝ่ายค้านก็ยังมี ส.ส.ขออภิปรายเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ แล้วก็อ้างว่า ส.ส.ของฝ่ายค้านอภิปรายต่อไม่ไหวแล้ว ต้องขอพักการประชุม จนสุดท้ายประธานในที่ประชุมต้องจำใจยอมให้พักการประชุมและให้มาอภิปรายต่อในวันที่ 11 ม.ค. เป็นวันที่สี่ ซึ่งจะเห็นได้ว่าฝ่ายรัฐบาลยอมทุกอย่าง แต่ฝ่ายค้านต่างหากที่พยายามลากยาว เหมือนจะยื้อไม่ยอมให้จบง่ายๆ

นายธนกร กล่าวอีกว่า งบประมาณเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ อยากขอร้องฝ่ายค้านว่า อย่าเล่นเกมการเมืองมากจนเกินไป ขอให้นึกถึงประเทศและประชาชนที่รอเม็ดเงินไปอัดฉีด เพื่อขับเคลื่อนนโยบายในการพัฒนาประเทศ และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนด้วย ทั้งนี้ เข้าใจได้ว่าหลายท่านเป็น ส.ส.ใหม่ อยากจะอภิปรายเพื่อให้ประชาชนได้เห็นฝีไม้ลายมือ แต่อยากจะขอว่า ควรมีลิมิตบ้าง ไม่ใช่ปากบอกว่าพร้อมให้ความร่วมมือ แต่การกระทำกลับสวนทาง เพราะสุดท้ายคนที่เสียประโยชน์ที่สุดคือ ประเทศและประชาชน

ล่าสุด หลังการอภิปรายในวันนี้ (11 ม.ค.) ซึ่งเป็นวันที่สี่เสร็จสิ้นลง เมื่อเวลา 17.30 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้กล่าวเข้าสู่การลงมติว่าเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้หรือไม่ ผลการลงมติปรากฏว่า มีผู้เห็นด้วย 253 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 196 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประมาณฯ 2563

มีรายงานว่า ในการลงมติครั้งนี้ มี ส.ส.ฝ่ายค้านลงคะแนนเห็นชอบให้กับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จำนวน 7 คน โดยเป็น ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ 5 คน ได้แก่ นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล, นายภาสกร เงินเจริญกุล, นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์, นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์, นายสุภดิช อากาศฤกษ์ มี ส.ส.พรรคเพื่อไทย 1 คน คือ นางพรพิมล ธรรมสาร และ ส.ส.พรรคประชาชาติ 1 คน คือ นายอนุมัติ ซูสารอ

3.“ซีพี” เฮ ศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับ ให้สิทธิยื่นซองประมูลพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา!


ความคืบหน้ากรณีที่กองทัพเรือได้จัดให้มีการยื่นซองประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก แต่กลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้ง และพันธมิตร ซึ่งประกอบด้วย 1.บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด ในเครือซีพี 2.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท บี.กริม จอยน์ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด และ 5.Orient Success International Limited ถูกตัดสิทธิ์ในการรับซองข้อเสนอบางส่วน เนื่องจากยื่นซองเกินเวลาที่กำหนดไว้ 15.00 น. ไป 9 นาที ต่อมา กลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้งฯ จึงได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ต่อศาลปกครองกลาง ซึ่งศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า บริษัท ธนโฮลดิ้ง ยื่นซองเลยกำหนดเวลาแล้ว คณะกรรมการคัดเลือกย่อมมีหน้าที่ปฏิเสธไม่รับซองประมูล หลังจากนั้น บริษัท ธนโฮลดิ้ง ได้ ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสุงสุด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ศาลปกครองสูงสุดได้พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง เป็นให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ในส่วนที่ปฎิเสธไม่รับข้อเสนอซองที่ 2 ข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ กล่องที่ 6 และซองที่ 3 ข้อเสนอด้านราคา กล่องที่ 9 ของบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด เนื่องจากเห็นว่า สาระสำคัญที่แท้จริงของกระบวนการยื่นข้อเสนอในคดีนี้ อยู่ที่การแสดงตนเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และหลังจากนั้น จะเป็นการนำข้อเสนอทั้งหมดยื่นและส่งมอบให้แก่ฝ่ายรัฐเพื่อนำเอาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายไปพิจารณาในเวลาต่อไป โดยเปิดซองข้อเสนอแต่ละซองของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายพร้อมกันในเวลาเดียวกันที่จะมีการกำหนดและแจ้งให้ทราบต่อไปอีกครั้งหนึ่ง เป็นลำดับกันไปตามกระบวนการ

การที่กลุ่มบริษัท ธนโฮลดิ้งฯ มีการนำข้อเสนอเฉพาะกล่องที่ 6 และกล่องที่ 9 ขนผ่านจุดลงทะเบียน เวลาประมาณ 15.09 น. จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นข้อบกพร่องหรือการปฏิบัติไม่ถูกต้องถึงขนาดที่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานโครงการร่วมลงทุนในครั้งนี้ ในทางที่จะเป็นการขัดหรือแย้งต่อหลักการดำเนินการโดยเปิดเผย โปร่งใส และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรมอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด

หลังศาลพิพากษา พล.ร.ท. ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ สายงานกิจการพลเรือน ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ เผยว่า เมื่อศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการคัดเลือกฯ ที่ไม่รับข้อเสนอ ซองที่ 2 ข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ และซองข้อเสนอด้านราคาของกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง เนื่องจากเห็นว่ามีเจตนาที่จะเข้าร่วมการประมูลงาน โดยมาลงทะเบียนตั้งแต่ช่วงเวลาก่อน 15.00 น. กองทัพเรือ พร้อมเคารพการตัดสินของศาล และจะปฏิบัติตามคำสั่งศาลทุกประการ

ด้านกลุ่มกิจการค้าร่วม บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร ได้ออกแถลงการณ์ขอบคุณศาลปกครองสูงสุดที่ให้ความเป็นธรรม ทำให้กลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้ง และพันธมิตรได้กลับเข้าสู่กระบวนการตามสิทธิที่พึงมีในการเข้าร่วมประมูลโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และว่า ทางกลุ่มฯ พร้อมยอมรับผลการคัดเลือกและเคารพกฎกติกาการประมูลที่โปร่งใสเป็นธรรม และไม่ว่าผลการคัดเลือกจะออกมาอย่างไร ทางกลุ่มฯ ยินดีที่จะให้การสนับสนุนในทุกมิติเพื่อให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วง เนื่องจากตระหนักดีว่า โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ซึ่งจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมแก่ประเทศไทย

4.“ธนาธร” พร้อมพวก เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้วกรณีจัดแฟลชม็อบโดยไม่แจ้ง-ไม่รับผิดชอบ!

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่  (อนค.)
ตามที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้ออกหมายเรียกให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา กรณีจัดชุมนุมบนสกายวอล์กเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. แต่ธนาธรได้เลื่อนนัดเข้ารับทราบข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า ติดภารกิจ ต้องไปร่วมงานปีใหม่ “ม้ง” ที่ จ.ตาก ซึ่งนัดไว้ล่วงหน้าแล้วนั้น

ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค. นายธนาธรได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเหมือนต้องการแจ้งให้มวลชนผู้สนับสนุนตนเองรับทราบเพื่อจะได้ไปให้กำลังใจตนเองว่า “10 มกราคมนี้ ผมจะไปพบตำรวจตามหมายเรียกผู้ต้องหาที่ สน.ปทุมวัน ผมขอเรียนให้พ่อแม่พี่น้องทราบว่า ในวันศุกร์ที่ 10 มกราคมนี้ เวลา 15.00 น. ผมจะไปรายงานตัวที่ สน.ปทุมวัน กรุงเทพฯ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาอันเกี่ยวกับการแสดงออกที่สกายวอล์กเมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมยืนหยัดเคียงข้างต่อสู้กันมา #ไม่ถอยไม่ทน”

เมื่อถึงกำหนด (10 ม.ค.) นายธนาธร พร้อมด้วยนายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเขต 5 นครปฐม, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, นายธนวัฒน์ วงค์ไชย และ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา รวม 5 คน ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ตามหมายเรียก

ทั้งนี้ นายธนาธร กล่าวว่า วันนี้ (10 ม.ค.) มารับทราบข้อกล่าวหา 4 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง 2.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้าออก หรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ 3.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะฯ และ 4.ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

นายธนาธร ยังกล่าวอ้างด้วยว่า เสรีภาพของประชาชนถูกลิดรอน อย่างนายไพรัฎฐโชติก์ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมที่บ้าน 2 วันติด วันแรกไปถ่ายรูปในบ้าน วันที่สอง ส่งเจ้าหน้าที่ 5 คนมาพูดคุย ซึ่งอยากบอกว่า เผด็จการพยายามทำให้เรากลัว ถ้าเราไม่กลัวเราจะไม่แพ้ สำหรับคดีนี้ไม่มีความกังวลใดๆ เพราะการดำเนินคดีเป็นเรื่องแรงจูงใจทางการเมืองมากกว่าการบังคับใช้กฎหมาย

นายธนาธร ยังอ้างต่อว่า ที่ผ่านมาก็มีกรณีแบบนี้ ขอยกตัวอย่างคดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ ในชั้นคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนของ กกต.ได้ยกคำร้องเรื่องเงินกู้ไปแล้ว แต่ทาง กกต.ชุดใหญ่กลับหยิบเรื่องนี้มาพิจารณา และจากเดิมแจ้งว่า มีความผิดในมาตรา 66 พอในชั้นศาลรัฐธรรมนูญกลับฟ้องในข้อหาความผิดตามมาตรา 72 ซึ่งมีโทษถึงขั้นยุบพรรค อันเป็นความตั้งใจทำลายพรรคอนาคตใหม่ ไปไกลกว่าหลักนิติรัฐ ตนไม่เสียเวลาและสมาธิ ขอบคุณทุกกำลังใจ พรรคอนาคตใหม่จะเดินหน้าผลักดันประเด็นนโยบายต่าง ๆ ต่อไป และจะต่อสู้จนกว่าจะได้ประชาธิปไตย ส่วนงานวิ่งไล่ลุงในวันที่ 12 ม.ค.จะไปร่วมงานด้วยในฐานะคนธรรมดา

5.คนร้ายลอบยิงรถ “บิ๊กโจ๊ก” ขณะจอดหน้าร้านนวด ด้าน “เสรีพิศุทธ์” เชื่อ จัดฉากหวังล้ม ผบ.ตร.!

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)
เมื่อวันที่ 7 ม.ค. เวลาประมาณ 20.00 น.เศษ ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ เลกซัส สีขาว หมายเลขทะเบียน 9 กจ 351 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถส่วนตัวของ น.ส.ศิรินัดดา หักพาล ภรรยา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เหตุเกิดขณะ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จอดรถคันดังกล่าวไว้ที่หน้าร้านนวดแห่งหนึ่งที่เข้าไปใช้บริการประจำในซอยสาริกา ถ.สุรวงศ์ เขตบางรัก กทม.

ทั้งนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ได้ว่า ขณะเกิดเหตุ มีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำ ไม่เห็นแผ่นป้ายทะเบียน คนขับสวมเสื้อแจ๊กเก็ตสีครีม กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบสีขาว ส่วนคนซ้อนท้ายสวมเสื้อแจ๊กเก็ตสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าผ้าใบสีขาว ทั้งคู่สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีดำ และใส่ถุงมือสีดำ ขี่เข้ามาในที่เกิดเหตุเวลาประมาณ 20.17 น. ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์วนกลับออกไป เนื่องจากซอยที่เกิดเหตุเป็นซอยตัน

หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) รักษาราชการแทน ผบ.ตร.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ นอกจากนี้ยังเดินทางไปเป็นประธานการประชุมกับตำรวจที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล มีรายงานว่า ตำรวจสันนิษฐานสาเหตุที่คนร้ายยิงรถของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไว้ 3 ประเด็น คือ ขัดแย้งทางธุรกิจ เรื่องชู้สาว และการสร้างสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.วิระชัย เผยว่า จากการสอบถาม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ทางโทรศัพท์ทราบว่า ไม่ได้ทำธุรกิจอะไร จึงไม่น่าจะมีความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์และไม่มีประเด็นเรื่องชู้สาว แต่จะเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่นั้น ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง เนื่องจากยังสอบพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้องไม่เสร็จสิ้น

ด้าน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.เผยว่า เบื้องต้นจากการตรวจพิสูจน์รถยนต์คันที่ถูกยิง พบร่องรอยถูกกระสุนปืนยิง 8 นัด ที่ข้างตัวรถทางซ้ายบริเวณประตูหน้า 1 นัด และประตูหลัง 7 นัด และพบหัวกระสุนตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 2 หัว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้จัดการร้านนวดจุดเกิดเหตุทราบว่า ขณะเกิดเหตุ ได้ยินเสียงคล้ายประทัดดังขึ้นหลายครั้ง ต่อมาพนักงานนวดแจ้งให้ทราบว่า มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้าน เห็นคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์สีดำซ้อนท้ายกันมา 2 คน แต่งกายมิดชิด สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ รีบเร่งเครื่องออกจากจุดเกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ขณะนั้นพนักงานนวดและตนอยู่ในอาการตกใจอย่างมาก

ผู้จัดการร้านนวด เผยด้วยว่า “พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ถือเป็นลูกค้าประจำของทางร้านที่มาใช้บริการนวดนานกว่า 10 ปี แต่ระยะหลังจะเข้ามาใช้บริการประมาณเดือนละครั้ง เวลามาใช้บริการนวดแต่ละครั้งจะจอดรถตรงจุดที่เกิดเหตุเป็นประจำ ยืนยันว่า รถยนต์ที่ถูกคนร้ายยิงนั้น พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ขับมาจอดและใช้บริการเป็นครั้งแรก ตอนนั้น พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ใช้บริการนวดอยู่ที่ชั้นบนของร้าน โดยเข้ามาใช้บริการเพียงคนเดียว ไม่มีตำรวจติดตาม เมื่อนวดประมาณ 1 ชม.เศษก็เกิดเหตุการณ์ขึ้น”

ด้านพนักงานนวด เผยว่า ขณะเกิดเหตุ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ นอนหลับอยู่บนเตียงนวด ตนและพนักงานนวดอีกคนได้ยินเสียงคล้ายประทัด แต่ไม่ได้เอะใจหรือตกใจ กระทั่งผู้ดูแลร้านขึ้นไปจ้งเรื่องให้ทราบ จากนั้นเมื่อให้บริการนวดเสร็จ ได้ปลุก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ขึ้นมา ก่อนแจ้งเจ้าตัวว่ารถยนต์ถูกยิง ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้มีอาการตกใจแต่อย่างใด ทั้งยังบอกกับผู้ดูแลร้านด้วยว่า ไม่ต้องแจ้งความ เดี๋ยวจะดำเนินการเอง จากนั้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและลงมาตรวจสอบรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย

วันต่อมา 8 ม.ค. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้เข้าให้ปากคำกับตำรวจที่ สน.บางรัก โดยมี พล.ต.อ.วิระชัย ร่วมสอบปากคำ โดยก่อนเข้าให้ปากคำ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่า สาเหตุที่ถูกคนร้ายลอบยิงรถนั้น เกิดจากผู้ที่เสียประโยชน์จากโครงการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลไบโอเมตริกซ์ ที่เมื่อครั้งตนเป็นผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เคยเซ็นหนังสือ 2 ฉบับถึง ผบ.ตร.ให้ยกเลิกโครงการ เนื่องจากล่าช้า ส่งงานไม่ทัน และระบบนี้ไม่ได้ดีจริง

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ยังกล่าวด้วยว่า บุคคลที่ต้องสงสัยยิงรถตนนั้น พอมีข้อมูล แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใคร หากไม่ใช่คนมีอำนาจ ก็ไม่มีใครกล้าทำแบบนี้ และว่า ถ้าตนเป็น ผบ.ตร.และจับคนร้ายไม่ได้ ก็ต้องออกมารับผิดชอบ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ยังออกตัวด้วยว่า “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการชิงตำแหน่งหรือกลับไปดำรงตำแหน่งกับตำรวจด้วยวิธีการแบบนี้ แม้จะอยากกลับ เพราะผมเป็นตำรวจอาชีพ กลับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขอทำหน้าที่ข้าราชการให้ดีที่สุด เพราะหลังจากโดนย้ายออก ก็เก็บตัวมาเป็นปี และไม่ได้ไปร้องเรียนที่ไหน รวมถึงไม่มีสื่อได้สัมภาษณ์”

ด้านนายอาศิส อัญญะโพธิ์ ผอ.ฝ่ายพัฒนาดิจิทัลโซลูชันส์ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล 1 ในผู้ร่วมตรวจสอบระบบไบโอเมตริกซ์ ยืนยันว่า ระบบดังกล่าวมีมาตรฐานสากล ใช้งานได้จริง อาจมีความล่าช้าในการเชื่อมโยงระบบบ้าง ต้องใช้เวลาสักระยะ และว่า ระบบดังกล่าวสามารถตรวจสอบชิปที่ฝังอยู่ในหนังสือเดินทางได้ รวมถึงบันทึกลายพิมพ์นิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว และตรวจสอบใบหน้าผู้ถือหนังสือเดินทางว่า ตรงกับชิปข้อมูลรูปภาพเก่าหรือไม่ ที่สำคัญระบบนี้ยังลึกซึ้งถึงขั้นคนที่ทำศัลยกรรม ก็สามารถตรวจสอบได้ด้วย

เป็นที่น่าสังเกตว่า ขณะที่ยังจับตัวคนร้ายลอบยิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไม่ได้ ปรากฏว่า ได้มีคลิปเสียงการสนทนาทางโทรศัพท์ที่เสียงคล้าย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. หลุดออกมา โดยเนื้อหา ผู้ที่เสียงคล้าย พล.ต.ท.จักรทิพย์ บอกอีกฝ่ายทำนองว่า ไม่จำเป็นต้องลงมาทำคดีนี้ด้วยตัวเอง ควรให้เป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ

หลังคลิปเสียงดังกล่าวหลุดออกมา พล.ต.อ.วิระชัย ยอมรับว่า มีการพูดคุยทางโทรศัพท์กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เพื่อรายงานความคืบหน้าทางคดีจริง แต่ไม่ขอตอบประเด็นถูก ผบ.ตร.สั่งเบรกให้ทำคดีนี้หรือไม่

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวถึงคลิปเสียงดังกล่าว โดยยืนยันว่า เป็นการสนทนาระหว่าง ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.วิระชัย จริง และตนก็อยู่นั่งอยู่ด้วยในขณะที่มีการสนทนา และว่า การสนทนาดังกล่าวเป็นการกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาระดับตำรวจตามปกติ ในการทำงานให้เป็นพี่เลี้ยง กำกับดูแล ให้การสนับสนุน และปล่อยให้หน่วยที่รับผิดชอบได้ดำเนินการตามหน้างานตามปกติไป คดีนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนตามปกติ และได้รายงานให้ ผบ.ตร.ทราบเป็นระยะๆ

ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มองกรณีที่รถของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ถูกยิง โดยเชื่อว่า เรื่องนี้เป็นการจัดฉาก “การที่มือปืนจะลงมือสังหารใคร ต้องมีการติดตามเหยื่อมาอย่างใกล้ชิด เมื่อสบโอกาสจึงลงมือลั่นไกสังหารเหยื่อ แต่เรื่องนี้เอามือปืนมาจัดฉากยิงใส่รถที่จอดอยู่เฉยๆไม่มีเป้าหมายอยู่ในรถแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าเป็นการจัดฉากหวังขยายผล เพื่อโจมตีคู่กรณีฝั่งตรงข้ามมากกว่า เพื่อให้มีข้ออ้างจัดการปลด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ออกจากตำแหน่งก่อนที่จะเกษียณอายุราชการในอีก 8 เดือน เหมือนกับที่ผมก็เคยถูกเล่นงานมาเช่นกัน”
กำลังโหลดความคิดเห็น...