xs
xsm
sm
md
lg

โรลส์-รอยซ์ โกสต์ เกิดใหม่ เพื่อความหรู

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



การ ถือกำเนิด “โกสต์” รุ่นแรก ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่แก่ โรลส์-รอยซ์ จากขนาดที่กระทัดรัดและเรียบง่าย ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างมากขึ้น ส่งผลให้ โกสต์ กลายเป็นรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ 116 ปีของแบรนด์เจ้าของโลโก้นางฟ้านี้





หลังจากผ่านการทำตลาดมานานถึง11 ปี โกสต์ ได้ฤกษ์เปิดตัวโฉมใหม่อย่างเป็นทางการ การพัฒนารุ่นใหม่นี้เกิดจากการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มลูกค้า เพื่อสร้างรถยนต์ที่ตรงกับความต้องการได้อย่างแท้จริง โดย โกสต์ ใหม่มากับแนวคิด “โพสต์ ออปพิวเลนซ์” (Post Opulence) คือการผสานความแรง สบาย นุ่มเงียบ และเรียบง่าย






จุดสำคัญที่สุดของการออกแบบในครั้งนี้ คือการลดทอนสิ่งไม่จำเป็นออกไป โดยเลือกสรรวัสดุคุณภาพดีที่สุด สมบูรณ์แบบในความเรียบง่าย น้อยกว่าแต่ดีกว่า และสิ่งที่ขาดไม่ได้ซึ่งยังคงเคียงคู่อยู่เสมอกับโรลส์-รอยซ์ คือ รูปปั้นนางฟ้า (Spirit of Ecstasy)และร่ม โดยเป็นครั้งแรกที่ นางฟ้า ไม่ได้ถูกล้อมรอบด้วยเส้นขอบฐาน แต่อยู่บนฝากระโปรง เปรียบเหมือนการยืนอยู่กลาง ทะเลสาบ


มิติตัวถังนั้น ความยาวโดยรวมของตัวรถเพิ่มขึ้น 89 มม. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ‘กู๊ดวูด โกสต์’ โดย โกสต์ ใหม่ ขยับเป็น 5,546 มม. และความกว้างโดยรวมเพิ่มขึ้น 30 มม. เป็น 1,978 มม.









โครงสร้างตัวถังของโกสต์ ใหม่มากับ สถาปัตยกรรมอลูมิเนียมสเปซเฟรม เอกสิทธิ์เฉพาะของโรลส์-รอยซ์ เช่นเดียวกับที่ใช้ในรุ่นแฟนธอมและคัลลิแนน โดยมีความพิเศษคือ ฝากั้นเครื่องยนต์อลูมิเนียม, พื้นห้องโดยสาร, คานขวางตัวรถ และธรณีประตู สามารถขยับตำแหน่งได้ ทำให้วิศวกรสามารถดีไซน์การเข้าออกให้สะดวกสบายที่สุดได้




ขณะที่ตัวถังด้านนอกของรถถูกเปลี่ยนให้เป็นแผ่นโลหะชิ้นเดียวไร้รอยต่อตั้งแต่เสาเอ (A-pillar) จนถึงหลังคา คล้ายกับดีไซน์ของรุ่นในตำนานอย่างรุ่น ‘ซิลเวอร์ ดอว์น’ และ ‘ซิลเวอร์ คลาวด์’ ซึ่งมีแผ่นหุ้มตัวถังชิ้นเดียวเหมือนกัน ส่วนประตูทำจากอลูมิเนียม 100% เชื่อมด้วยเลเซอร์ ที่มาพร้อมระบบช่วยเปิด-ปิดแบบไฟฟ้าเป็นครั้งแรก










สำหรับการออกแบบกระจกหน้า กระจกหลัง หน้าต่างรถ เสา และหลังคานั้น ถูกทำให้สมดุล ประตูทั้งส่วนของคนขับและผู้โดยสารด้านหลังจะมีสัดส่วนของหน้าต่างเท่ากัน เพื่อแสดงถึงความเท่าเทียมกันของฐานะไม่ว่าจะเจ้าของขับเองหรือนั่งทางด้านหลัง




ส่วนจุดเด่นที่สุดของโรลส์-รอยซ์ ยังคงเป็นเรื่องของการออกแบบให้มีความเงียบที่สุด อันเป็นผลมาจาก สถาปัตยกรรมอลูมิเนียมสเปซเฟรมของโรลส์-รอยซ์ ซึ่งมีค่าความต้านทานคลื่นเสียง (acoustic impedance) สูงกว่าวัสดุแบบอื่น รวมถึงการใช้ฝากั้นเครื่องยนต์และพื้นห้องโดยสารแบบหุ้ม 2 ชั้น ที่ตรงกลางใส่วัสดุคอมโพสิตสำหรับซับเสียง และหน้าต่างเคลือบ 2 ชั้น ทำให้โดยรวมแล้วโกสต์ใช้วัสดุซับเสียงน้ำหนักรวมกว่า 100 กิโลกรัม






สำหรับพื้นที่เก็บของขนาด 500 ลิตร ที่มักจะสร้างเสียงความถี่ต่ำรบกวนผู้โดยสารเมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วสูง วิศวกรจึงสร้างช่องไว้ใต้ชั้นเก็บของด้านหลังเพื่อระบายเสียงรบกวนนี้การตกแต่งภายในห้องโดยสาร โกสต์ ใหม่ หันมาใช้รูปแบบที่เรียบง่ายเช่นเดียวกับภายนอกตัวรถ รายละเอียดที่ยุ่งเหยิงและการตกแต่งแบบผิวเผินถูกตัดออก โดยใช้หนังสัตว์ครึ่งแผ่นทั้งหมด 20 ชิ้น พื้นผิวหุ้มหนังทั้งหมด 338 จุด ใช้การตัดเย็บที่เรียบง่าย ไม่มีการเดินด้ายแบบซับซ้อนอีกต่อไป




วัสดุไม้ เป็นแบบเปิดผิวไม้จริง มีการพัฒนาสีเคลือบ 2 สีใหม่โดยเฉพาะ สีแรกชื่อว่า Obsidian Ayous ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความหลากหลายของสีที่พบในหินลาวา สีที่สองชื่อ Dark Amber ทั้งยังติดตั้งระบบฟอกอากาศใหม่ (Micro-Environment Purification System หรือ MEPS) เพื่อความสดชื่นของอากาศในห้องโดยสาร






จุดเด่นอีกประการคือ เพดานหลังคาแบบสตาร์ไลท์ เฮดไลเนอร์ ที่มีดาวมากกว่า 850 ดวง เข้าได้เป็นอย่างดีกับ แผงหน้าปัดเรืองแสง ‘Illuminated Fascia’ พื้นผิวสีดำ Piano Black ที่การเรืองแสงเกิดจากการติดไฟ LED 152 ดวงไว้ทั้งด้านบนและด้านล่างของแผงหน้าปัด เพื่อให้แน่ใจว่าข้อความ ’Ghost’ จะสว่างสม่ำเสมอเท่ากันหมด พร้อมสลักจุดกว่า 90,000 จุดลงบนพื้นผิวของเส้นนำแสงความหนา 2 มม.




ด้านความบันเทิงมากับ Bespoke Audioอุปกรณ์ควบคุมลำโพง 18 ช่องสัญญาณ (หนึ่งช่องสำหรับลำโพงแต่ละตัว) กำลังขับรวมสูงสุด 1300วัตต์ ลำโพงแบบ Exciter ถูกนำมาใช้ร่วมกับลำโพงแบบกรวยตามปกติ










หัวใจบรรจุ เครื่องยนต์เบนซิน V12 สูบ ทวินเทอร์โบ ขนาดความจุ 6.75 ลิตร กำลังสูงสุด 571แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 850นิวตันเมตร ที่ 1600 รอบ/นาที เคลื่อนทุกล้อ (all-wheel drive) เสริมด้วยระบบเลี้ยวสี่ล้อ (all-wheel steering) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลา4.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.




ระบบช่วงล่างออกแบบใหม่แต่ยังคงรักษาแนวคิด ประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลเหมือนอยู่บนพรมวิเศษของโรลส์-รอยซ์เอาไว้ โดยจัดวางตำแหน่งของระบบกันสะเทือนหน้าใหม่ เอาไว้ที่ด้านหน้าสุดเพื่อการกระจายน้ำหนักที่เหมาะสมในสัดส่วน 50/50






ระบบโช้คถุงลม (air strut) ใหม่ ของโกสต์ถือว่าเป็นความก้าวหน้าทางวิศวกรรมแห่งอนาคตด้วยการใช้ซอฟต์แวร์ Planar เข้ามาช่วยควบคุม พร้อมทำงานร่วมกับระบบกล้องคู่และระบบสัญญาณดาวเทียมGPS ที่ประเมินสภาพเส้นทางข้างหน้าและเตรียมระบบช่วงล่าง รวมถึงระบบเกียร์ให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวถนนโดยสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพถึงความเร็ว 100 กม. / ชม.




ระบบเสริมความปลอดภัยของ โกสต์ใหม่ นั้น ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีระดับสูงที่สุดเท่าที่โรลส์-รอยซ์เคยผลิตมา เช่น ไฟหน้า LED และเลเซอร์ที่มีระยะส่องสว่างไกลกว่า 600 เมตร, ระบบเสริมทัศนวิสัย, ระบบแจ้งเตือนให้ระวังสัตว์ป่าและคนเดินเท้าในเวลากลางวัน-กลางคืน, ระบบกระตุ้นผู้ขับ (alertness assistant), ระบบเตือนก่อนการชน, ระบบเตือนการจราจรด้านหลังขณะถอยรถ, ระบบเตือนเปลี่ยนเลน, จอแสดงผลบนหน้ากระจก (head-up display) ความละเอียดสูง 7x3 นิ้ว และ ระบบจอดด้วยตัวเอง


สำหรับระบบกล้องของโกสต์นั้นมีด้วยกัน 4 ตัว ที่สามารถถ่ายทอดมุมมองแบบพาโนรามา, มุมมองแบบรอบตัวรถและมุมมองแบบเฮลิคอปเตอร์ได้ ทั้งยังมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมไว-ไฟ ฮอตสปอต และระบบนำทางล่าสุด




ด้าน อัตราการบริโภคน้ำมัน(อย่างไม่เป็นทางการ) ในเมือง 3.7กม./ ลิตร นอกเมือง 8.1 กม./ลิตร และเฉลี่ย 5.7กม./ลิตร มีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 347-358 กรัม/กม.


















กำลังโหลดความคิดเห็น...