xs
xsm
sm
md
lg

เลาะเวทีบางกอกฯมอเตอร์โชว์ ชมไฮไลต์รถใหม่-เอสยูวีเดือด!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

กลับมารูดม่านเปิดเวทีกันประจำทุกๆ ต้นปี “งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ซึ่งปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 23 มี.ค. - 3 เม.ย.นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “NO BOUNDARIES MOBILITY: นวัตกรรมขับเคลื่อน...ไร้ขีดจำกัด”ที่สะท้อนถึงยานยนต์ทุกวันนี้ได้พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีทันสมัย สามารถทลายข้อจำกัดเดิมๆ ไปมาก ดังนั้นรถรุ่นใหม่ๆ ที่นำมาเปิดตัวในงานจึงยิ่งน่าสนใจ และ “ผู้จัดการมอเตอริ่ง” ขอพาไปสำรวจรถเด่นๆ ในงาน เพื่อเป็นแผนที่นำทางให้คุณผู้อ่านก่อนจะไปชมงานจริงกัน...

‘อีซูซุ’จัดเต็มปิกอัพ-พีพีวีคู่แข่งส่งรุ่นพิเศษสู้!

สังเวียนตลาดปิกอัพและที่เกี่ยวเนื่องอย่างรถอเนกประสงค์แบบพีพีวี ได้เปิดศึกส่งรุ่นใหม่มากันครบตั้งแต่เมื่อปีที่ผ่านมา โดยมีเหลือเพียง “อีซูซุ มิว-เอ็กซ์” ใหม่ และในงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ 206 นี้ จึงเป็นเวลาของอีซูซุ มิว-เอ็กซ์ใหม่ ซึ่งไฮไลต์สำคัญอยู่ที่เครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ และยังมากับชุดเกียร์ออโตเมติก 6 สปีดใหม่ มีให้เลือกระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และ 2 ล้อ โดดเด่นกับกระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ พร้อมกล้องบันทึกภาพวิดีโอด้านหน้า นอกจากนี้ยังมีรุ่นเครื่องยนต์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบที่สุดแห่งความแรงและสมรรถนะ

ขณะที่คู่แข่งสำคัญ “โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์” มีการดึงความสนใจจากลูกค้าเช่นกัน ด้วยการแนะนำรุ่นตกแต่ง “Fortuner TRD Sportivo” เสริมทัพ โดยมาพร้อมกับชุดแต่งรอบคัน พร้อมปรับช่วงล่าง และอุปกรณ์ตกต่งภายในใหม่ ยกระดับสู่ความเป็นรถอเนกประสงค์สปอร์ตพรีเมียมมากขึ้น

ส่วนปิกอัพอีซูซุยังเพิ่มตัวเลือกกับรุ่นดีแมคซ์ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ที่ดีไซน์ในโทนดำ-แดงอันเป็นเอกลักษณ์ มีให้เลือกถึง 2 รุ่น ทั้งรุ่น SPEED ปิกอัพในสไตล์เรซซิ่งและรักการแต่งรถ และรุ่น HI-LANDER ในแบบสปอร์ตพรีเมี่ยม พร้อมแนะนำอีซูซุ ดีแมคซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เกียร์ออโตเมติก 6 สปีด พร้อมโหมด REV TRONIC ใหม่ ช่วยให้ขับสนุก เปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล ให้อารมณ์สปอร์ตเร้าใจ เพื่อมาเสริมทัพดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ รุ่นเกียร์ธรรมดา ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว และยังมี “ทาทา ซีนอน” อีกยี่ห้อที่ส่งเกียร์อัตโนมัติออกมาแสดงในงานนี้ด้วย

ฟากค่ายรถอื่นๆ ต่างอัดแคมเปญ หรือก็ทำเวอร์ชั่นพิเศษสู้ อย่างมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ส่งปิกอัพ “ไทรทัน” พร้อมชุดแต่งพิเศษในรุ่น Double Cab Plus GLS-LTD จุดเด่นอยู่ที่ครั้งแรกในปิกอัพกับจอภาพสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง (Roof Monitor) และเบาะโดยสารด้านคนขับปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง (Power Seat) พร้อมล้ออัลลอยลายใหม่ ฝาครอบใต้กันชนหน้า และบันไดข้างดีไซน์ใหม่ตกแต่งโครเมียม มีให้เลือก 3 สีขาว ดำ และสีพิเศษฟ้า Impulse Blue


อสยูวีฟัดเดือด! น้องใหม่-หน้าเก่าขยับชิงเค้ก

อีกสังเวียนที่ร้อนแรงในปัจจุบัน เห็นจะเป็นกลุ่มรถอเนกประสงค์แบบเอสยูวี หรือครอสโอเวอร์ เพราะมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่สู่ตลาดต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้มีการเปิดตัวน้องใหม่ “เอ็มจี จีเอส” ลุยกลุ่มตลาดคอมแพ็กต์เอสยูวี ไม่ว่าจะเป็นฮอนด้า ซีอาร์-วี หรือเชฟโรเลต แคปติวา ที่งานนี้ส่งเวอร์ชั่นใหม่ 2016 ด้วยการปรับรูปลักษณ์ด้านหน้า และเพิ่มเติมอุปกรณ์ทันสมัยอีกหลายรายการ รวมถึงที่เพิ่งปรับโฉมไปหมาดๆ “มาสด้า ซีเอ็กซ์-5” ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนยีทันสมัยเช่นเดียวกับรถยุโรป รวมถึงเพิ่มตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซล Skyactiv-D 2.2 ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อมาเสริมทัพด้วย

สำหรับน้องใหม่ “เอ็มจี จีเอส” (MG GS) เป็นเอสยูวีทีที่ชูดความโดดเด่นของสมรรถนะเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ ที่มีขุมพลังมากถึง 218 แรงม้า มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 และ 4 ล้อ ผสานกับรูปลักษณ์ความเป็นสปอร์ตพรีเมียม และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย 13 รายการ ตลอดจนอุปกรณ์อำนวยความสะดวก พร้อมกับเทคโนโลยีinkaNet(อินคาเน็ต)ที่เชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับกับรถผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สาย เพิ่มฟังก์ชั่นใหม่โทรออก-รับสาย และรับ-ส่งข้อความผ่านหน้าจอวิทยุแม้ไม่มีโทรศัพท์มือถืออยู่บนรถราคา 1.21-1.31 ล้านบาท

นอกจากนี้ตลาดคอมแพ็กต์เอสยูวีร้อนแรงสุดๆ เมื่อซูบารุปรับตำแหน่งของ “ฟอเรสเตอร์” ใหม่ ลงมาท้าชนตรงๆ เมื่อทำการขึ้นไลน์ประกอบในมาเลเซีย และส่งมาลุยไทยจึงได้รับสิทธิ์พิเศษทางภาษี ส่งผลให้ราคาจากเดิมเริ่มเกือบ 1.7 ล้านบาท ปรับลงมาอยู่ที่ประมาณ 1.3-1.4 ล้านบาท ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 150 แรงม้า ขณะที่รุ่น 2.0 ลิตร เทอร์โบ ยังนำเข้าจากญี่ปุ่นราคาเดิม พร้อมกับรูปลักษณ์หน้าใหม่สดเหมือนกัน

เอสยูวีใหม่อีกรุ่นจากค่ายแดนกิมจิ “ทิโวลี” (TIVOLI) น้องใหม่ล่าสุดจากค่ายซังยอง (SSANYONG)โดยรุ่นที่นำมาจำหน่ายในตลาดในไทยนั้น เป็นเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอลเรล 1.6 ลิตร เทอร์โบ 115 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดแบบE Tronic แต่เนื่องจากเป็นรถนำเข้าสำเร็จรูปจากเกาหลี จึงไม่ลงมาชนกับกลุ่มซับคอมแพ็กต์เอสยูวีที่ประกอบในไทยตรงๆ เรียกว่าเป็นอีกทางเลือกของผู้ชื่นชอบความแตกต่างมากกว่า

แน่นอนในกลุ่มเอสยูวีขนาดกะทัดรัด ไฮไลต์ย่อมเป็น “ฮอนด้า บีอาร์-วี” ที่เพิ่งวางจำหน่ายเป็นทางการเมื่อต้นปี จนบรรดาคู่แข่งต่างมีการขยับรับมือ อย่างมาสด้าก็โชว์รถแต่ง “ซีเอ็กซ์-3 เรซซิ่ง” เพื่อสร้างแรงบรรดาใจให้กับลูกค้าในการซื้อชุดแต่งมาเติมความหล่อ ขณะที่นิสสันแนะนำ “จู๊ค คัลเลอร์ สตูดิโอ” (Color Studio) ที่ลูกค้าสามารถเลือกจับคู่ระหว่างสีของตัวรถ กับสีของชุดตกแต่งภายนอกและภายในตามสไตล์ของตนเอง หรือฟอร์ดที่ส่ง “เอคโค่สปอร์ต แบล็กอิดิชั่น” ด้วยการแปลงโฉมภายนอกให้เข้มกว่าเดิม ใช้สีดำสนิท (Piano Black) ตบแต่งบริเวณกระจังหน้า ไฟตัดหมอก กระจกข้าง โครงหลังคา และล้ออัลลอยสีดำขนาด 16 นิ้ว ที่ช่วยให้ตัวรถดูโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

เก๋งเล็กยังเงียบเหงามีเด่นที่‘วีออส’ขุมพลังใหม่

มากันที่กลุ่มรถยนต์นั่ง หรือเก๋ง เริ่มจากเก๋งขนาดเล็กที่ยังคงได้รับผลกระทบยาวจากโครงการรถคันแรก และการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ประกอบกับรถส่วนใหญ่อยู่ในช่วงท้ายโมเดล และรอปรับเปลี่ยนสู่โครงการอีโคคาร์ระยะที่ 2 ทำให้ไม่มีความเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงมากนักส่วนใหญ่จึงเป็นการจัดแคมเปญ หรือปรับแต่งนิดหน่อยเป็นเวอร์ชั่นประจำปีมากกว่า รวมถึงรุ่นพิเศษอย่าง “โตโยต้า ยาริส ทีอาร์ดี ครอส” หรือ “ฟอร์ด เฟียสต้า แบล็ค ลิมิเต็ด” ตลอดจนการเปิดตัวเวอร์ชั่นสำนักแต่ง “นิสโม่” (Nismo) ของค่ายนิสสัน ประเดิมโมเดลแรกกับ “นิสสัน อัลเมรา นิสโม”

อย่างไรก็ตาม ยังมีเก๋งเล็กใหม่ที่น่าสนใจ “โตโยต้า วีออส” รุ่นไมเนอร์เชนจ์ การปรับโฉมครั้งนี้ไฮไลต์ไม่ใช่เรื่องของรูปลักษณ์หน้าตา แต่เป็นหัวใจดวงใหม่เครื่องยนต์เบนซินบล็อก 1NR-FBE แบบDOHC 4 สูบ 16 วาล์ว Dual VVT-iขนาด1.5 ลิตร 108 แรงม้า และยังเปลี่ยนระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ4 จังหวะเดิมมาเป็นแบบ CVT 7 จังหวะ พร้อม Sequential Shift และยังรองรับการใช้งานน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ทำให้วีออสใหม่ขับสนุกและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ราคา 5.99-7.49 แสนบาท โดยมาพร้อมกับรุ่นหรูExclusive ราคา 7.19บาท

เก๋งคอมแพ็กต์เปิดศึกหอย! ติดเทอร์โบเติมแรง

ขยับขึ้นมาที่กลุ่มเก๋งคอมแพ็กต์ กระแสเวลานี้คงไม่พ้น “ฮอนด้า ซีวิค” โฉมใหม่ หรือเจนเนอเรชั่นที่ 10 นอกจากรูปลักษณ์ใหม่ทั้งคัน ยังสร้างความฮือฮากับเครื่องยนต์แบบ DOHC ขนาด 1.5 ลิตร VTEC TURBO ใหม่ พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และระบบเกียร์ดังกล่าว ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า เทียบเท่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร แต่ประหยัดน้ำมันแบบเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร วางจำหน่ายในราคา 1.099 - 1.199 ล้านบาท และยังมีทางเลือกกับเครื่องยนต์บล็อกเดิม 1.8 ลิตร SOHCi-VTEC 141 แรงม้า ราคา 8.69 - 9.59 แสนบาท

แต่ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ รุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ นอกจากต้องเจอกับคู่แข่งรายเดิม “นิสสัน ซิลฟี/พัลซาร์ เทอร์โบ” แล้ว ยังต้องชนกับรุ่นเทอร์โบน้องใหม่ “ฟอร์ด โฟกัส อีโคบูสท์” ที่เปิดตัวในงานนี้ โดยนอกจากการปรับรูปลักษณ์ใหม่ จุดเด่นยังเป็นเครื่องยนต์อีโคบูสท์ที่มีขนาดเล็ก 1.5 ลิตร ช่วยประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้วยังมีความแรงจากขุมพลังเทอร์โบที่ให้กำลัง 180 แรงม้า เพื่อประสิทธิภาพตอบสนองการขับขี่ได้ดั่งใจ งานนี้ส่งมาชนแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน!กันเลยทีเดียว

ใหญ่ขึ้นมาหน่อยเป็นเก๋งขนาดกลางกลุ่มรถตลาดที่มีผู้เล่นเพียงไม่กี่ราย โดยในงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ 2016 ไฮไลต์จะเป็น “ฮอนด้า แอคคอร์ด” รุ่นไมเนอร์เชนจ์ที่เพิ่งเปิดตัวไป กับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 และ 2.4 ลิตร ราคา 1.385 - 1.635 ล้านบาท ส่วนรุ่นไฮบริดจะตามมาในช่วงกลางปีที่จะถึงนี้

รถหรู-สปอร์ตมาพรึบราคาสูงสุดทะลุ 40 ล้าน

รถยนต์ที่กำลังมาแรงอีกตลาดเห็นจะเป็นกลุ่มรถหรูและสปอร์ต ซึ่งในงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ 2016 มีการยกทัพรถรุ่นใหม่มาเปิดตัวหลายรุ่น ที่ได้รับการจับตามองย่อมเป็น “เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส” โฉมใหม่ หรือเจนเนอเรชั่นที่ 10 ที่มีความโดดเด่นทั้งในเรื่องสมรรถนะเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 194 แรงม้า ที่ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันและการปล่อยก๊าซ CO2 ตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยให้การขับขี่และโดยสารมีความสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นโดยเบื้องต้นอี-คาส ใหม่ทำตลาดในไทยกับ 2 ตัวเลือก ในรุ่น E 220 d Exclusive ราคา 3.99 ล้านบาท และรุ่น E 220 d AMGDynamic ราคา 4.79 ล้านบาท

นอกจากนี้ค่ายตราดาวยังยกทัพรถใหม่มาบุกงานมอเตอร์โชว์อีก 6 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น S 500 e และ C 350 e รถยนต์เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นประกอบในประเทศ (Local production) และ C-Class Coupé ยนตกรรมสไตล์สปอร์ตคูเป้เจนเนอเรชั่นล่าสุด ซึ่งทั้งสองรุ่นดังกล่าวได้เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมด้วยเอสยูวีรุ่นใหม่ GLS, และยนตรกรรมจากแบรนด์ Mercedes-AMG ได้แก่ Mercedes-AMG A45 และ Mercedes-AMG C63 S Coupé

ทางฟากคู่แข่งค่าย บีเอ็มดับเบิลยู มาครบทั้งรุ่นพลังงานทดแทน “บีเอ็มดับเบิลยู330e”ยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี eDriveเช่นเดียวกับรุ่นi8 และ X5 xDrive40e ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลบีเอ็มดับเบิลยู ทวินเพาเวอร์ เทอร์โบ รุ่นใหม่ล่าสุด 2.0 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 88 แรงม้า ให้กำลังรวมสูงสุด 252 แรงม้า โดยมอเตอร์ไฟฟ้าสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 120 กม./ชม. แบตเตอรี่สามารถชาร์จไฟได้จากปลั๊กไฟบ้านทั่วไป และขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลถึง 40 กิโลเมตร
ส่วนอีกรุ่นเป็นตัวแรง “M2” ที่เลี้ยงม้าไว้ในคอกถึง 370 ตัว จากเครื่องยนต์ทวินเพาเวอร์ เทอร์โบ 3.0 ลิตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 4.3 วินาที และยังควงแบรนด์ในเครือ “มินิ” มากับรุ่นเปิดประทุน 2 ประตู 4 ที่นั่ง หรือมินิ คอนเวอร์ทิเบิล (MINI Convertible) วางเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร 136 แรงม้า และรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล116 แรงม้า

ต่อกันด้วยความแรงของสปอร์ตลือชื่อ “ปอร์เช่ 911 คาเรร่า” (911 Carrera) รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งทำการเปิดตัวในเยอรมันช่วงปลายปี 2015 วางเครื่องยนต์รุ่นใหม่ขนาดความจุ 3.0 ลิตร พร้อมด้วยBi-turbo charging 370 แรงม้า จากเครื่องยนต์ที่ติดตั้งทางด้านหลัง และรุ่น 911 คาร์เรร่า เอส (911 Carrera S) พลังสูงถึง 420 แรงม้า โดยทั้งสองรุ่นกำลังเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม 20 แรงม้า

หรือจะแบบเบาๆ ลงมาหน่อย ย่อมเป็นสปอร์ตคูเป้จากแดนปลาดิบ “เลกซัส อาร์ซี200ที” (Lexus RC200t) ที่พัฒนาโครงสร้างตัวถังใหม่มาโดยเฉพาะ ไม่ได้อิงจากพื้นฐานรุ่นใด แชสซีส์สไตล์สปอร์ตแข็งแรงพิเศษ วางเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ 245 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Sport Direct Shift ราคาจำหน่าย 5.49 ล้านบาท

แต่ถ้าจะเอาราคาแรงเตรียมสัมผัสโรลส์-รอยซ์ บีสโป๊ก หรือรถสั่งทำพิเศษ ในชื่อรุ่น “คชมงคล” ที่ได้นำเอารถหรูโรลส์-รอยซ์ โกสต์ รุ่นฐานล้อยาวมาตกแต่งพิเศษทั้งภายนอกและภายใน ด้วยการนำสัญลักษณ์ของประเทศไทยอย่าง “ช้าง” มาทำการตกแต่งเป็นคันแรกในโลกเพื่อประเทศไทยโดยเฉพาะ คาดว่าราคาจะอยู่ที่ประมาณกว่า 40 ล้านบาท และพร้อมกันนี้โรลส์-รอยซ์จะเผยโฉมยนตรกรรมหรู แบบสองประตูเปิดประทุนรุ่น “ดอว์น” เป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วย

หรือถ้าจะเอาหรูแบบเบาๆ ต้องมาค่ายรถจากเกาหลี “ฮุนได” ที่เวทีนี้นอกจากเปิดตัวเอ็มพีวี “เอช1” และ “แกรนด์ สตาแรกซ์” รุ่นใหม่แล้ว ยังเปิดตัว “ฮุนได เจเนซีส” (HYUNDAI GENESIS)สปอร์ตซีดานหรูที่โดดเด่นด้านการออกแบบ และติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 3.8 ลิตร 308 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ

ขณะที่ผู้ชื่นชอบรถแบบแกรนด์ทัวเรอร์ มีรุ่นใหม่เปิดตัวให้เลือกเช่นกันกับ “แอสตัน มาร์ติน ดีบี11” (ASTON MARTINDB11) ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นแรกภายใต้แผนก้าวสู่ศตวรรษที่ 2 ของแอสตัน มาร์ติน โดยวางเครื่องยนต์ V12 ความจุ 5.2 ลิตร ทวิน-เทอร์โบชาร์จให้พละกำลังสูงสุด 600 แรงม้า

>

สำหรับผู้ชื่นชอบความอเนกประสงค์และให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัย  ต้องเป็นคันนี้ “วอลโว เอ็กซ์ซี90” (VOLVO XC90) โฉมใหม่  ที่มากับเทคโนโลยีทันสมัยและระบบความปลอดภัยสุดล้ำ  จนเป็นหนึ่งในรถที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ยังมากับขุมพลัง 2,000 ซีซี เทอร์โบชาร์จ มีให้เลือกเครื่องยนต์ดีเซล และรุ่นปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่มีกำลังสูงสุดถึง 407 แรงม้า  ราคาอยู่ที่ 4.89-5.99 ล้านบาท

ทั้งหมดเป็นไฮไลต์ของรถใหม่ในงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ 2016 หากชื่นชอบและต้องการเป็นเจ้าของรถประเภทไหน? เชิญไปชมและสัมผัสคันจริงได้ที่อาคารชาลเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23 มี.ค. - 3 เม.ย.นี้..

แจกบัตรมอเตอร์โชว์ ท่านละ 2 ใบ ติดต่อรับได้ที่โอปอเรเตอร์ บ้านพระอาทิตย์ โทร .02-629-4488 ในเวลาทำการ 8.30-18.00 น.


กำลังโหลดความคิดเห็น...