xs
xsm
sm
md
lg

Hyundai Veloster 1.6 Turbo ซื้อเพราะหล่อ-ขับขี่คล่องตัว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

สมัย“ฮุนได”กลับมาฟื้นธุรกิจในไทย เมื่อ 6 ปีที่แล้ว รถสปอร์ตขนาดเล็กรุ่น “คูเป้” เป็นหนึ่งในรถ 3 รุ่นที่ถูกเลือกให้นำเข้ามาขาย เพื่อเสริมภาพลักษณ์ควบคู่ไปกับเก๋งกลางอย่าง “โซนาต้า” (ประกอบในประเทศ) และเอสยูวี “ซานตาเฟ่”

วันเปลี่ยนสมัยผ่าน “ฮุนได คูเป้” (บางตลาดใช้ชื่อ“ทิบูรอน”) ถูกถอดออกไปจากการทำตลาด ตามอายุของโมเดล และไม่ค่อยประสบความสำเร็จด้านยอดขายนัก พร้อมแทนที่ด้วยสปอร์ตคาร์ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ในชื่อ “เวโลสเตอร์”(Veloster)


“ฮุนได เวโลสเตอร์” เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งาน “ดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ 2011” พร้อมบุกตลาดสปอร์ตคาร์ขนาดเล็กในหลายๆภูมิภาคทั่วโลก ส่วนประเทศไทยเพิ่งจะได้ฤกษ์นำเข้ามาขายเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

โดย ฮุนได มอเตอร์ ไทยแลนด์ หวังว่า “เวโลสเตอร์” จะเข้ามาเสริมภาพลักษณ์ เน้นความแตกต่างอย่างมีบุคลิก พร้อมเพิ่มทางเลือกใหม่ๆให้กับลูกค้าชาวไทย...ประมาณต้องการบอกว่า ฮุนไดไม่ได้มีดีแต่“รถตู้”นะ รถสปอร์ตขับเท่ๆฉันก็ทำเป็น!?

ส่วนชื่อ เวโลสเตอร์ - Veloster ก็มีที่มาที่ไปครับ โดยเป็นการผสมกันระหว่าง Velocity ที่หมายถึงความเร็ว และคำว่า Roadster หมายถึง รถสปอร์ต 2 ที่นั่ง (แต่จริงๆเป็นรถแบบ 4 ที่นั่ง หรือ 2+2) ซึ่งรวมๆแล้วฮุนไดพยายามจะสื่อถึงการเป็นรถขับสนุกเร้าใจพร้อมมีเสน่ห์อันน่าหลงใหล

สำหรับการทำตลาดในประเทศไทยแบ่งเป็นสองรุ่นย่อยคือ รุ่นเครื่องยนต์ 1.6 ไร้ระบบอัดอากาศ ราคา 1.299 ล้านบาท กับรุ่น 1.6 เทอร์โบ 1.739 ล้านบาท


โดยรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร แบบหายใจเอง จะให้กำลังสูงสุด 130 แรงม้า ที่ 6,300 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 157 นิวตัน-เมตร ที่ 4,850 รอบต่อนาที ส่วนตัวท็อป 1.6 T-GDi เป็นเครื่องยนต์แบบไดเรกอินเจกชัน พร้อมรีดกำลังด้วยเทอร์โบแบบ Twin Scroll ให้กำลังสูงสุด 186 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 265 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อม Sequential Shift

ทั้งสองรุ่นยังแตกต่างกันที่การตกแต่งภายนอก และออปชันต่างๆ โดย 1.6 เทอร์โบ จะมาพร้อมกันชนหน้าและหลัง พร้อมปลายท่อไอเสียที่ดูโดดเด่นกว่า แถมใช้ไฟหน้าแบบโปรเจกเตอร์เลนส์ ไฟท้ายเป็นหลอด LED รวมถึงล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ประกบยาง 215/40 R 18 (รุ่น 1.6 ใช้ขอบ17 นิ้ว ยาง 215/45 R 17)

ส่วนระบบความปลอดภัยที่จัดให้เป็นมาตรฐานคือ ดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ พร้อมระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS และระบบเพิ่มแรงเบรกในภาวะฉุกเฉิน BA และระบบกระจายแรงเบรก EBD พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า ส่วนรุ่น 1.6 เทอร์โบ จะเพิ่มออปชันอย่าง หลังคาแก้ว Panoramic Sunroof เบาะหนัง ครูสคอนโทรล ถุงลมนิรภัยด้านข้างและม่านถุงลมนิรภัย ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP ระบบเสริมสมรรถนะการควบคุมพวงมาลัย VSM ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC และระบบแทร็กชันคอนโทรล TCS

...จัดเต็มสำหรับ 1.6 เทอร์โบ เรียกว่าจ่ายราคา 1.739 ล้านบาทแล้วไม่ต้องทำอะไรเพิ่มอีก

ในเรื่องความหล่อนั้นไม่สามารถไปติ หรือมีข้อแม้ใดๆกับทีมออกแบบได้ (เพราะการออกแบบรถฮุนไดระยะหลังๆพัฒนาไปไกลโลกมาก) แถมยังมีจุดขายกับประตูแบบ 2+1 ที่ให้ความเท่สไตล์รถคูเป้ แต่ยังสามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร ด้วยการเสริมประตูหลังที่จะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับคนขับ กล่าวคือบ้านเราที่เป็นรถพวงมาลัยขวาขับชิดซ้าย ก็จะมีประตูหลังอยู่ฝั่งซ้ายของคนขับ (เพียงฝั่งเดียว ส่วนรถแบบพวงมาลัยซ้ายก็สลับข้างกัน)

….สำคัญเหมือนกันนะครับกับประตูบานนี้ เพราะถ้าเดินทางกัน 4 คน คนนั่งหลังก็ไม่ต้องมุดเข้า-มุดออก เช่นเดียวกับคนนั่งหน้าก็ไม่ต้องคอยลุกให้ทาง เหมือนโดยสารไปกับสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่งทั่วไป



อย่างที่บอกเรื่องความหล่อและวิศวกรรมตัวถัง ผู้เขียนไม่มีข้อแม้ครับ แต่เรื่องบุคลิกการขับขี่โดยรวม “ฮุนได เวโลสเตอร์” ไม่ถือว่าเป็นรถที่สมรรถนะจัดจ้านอะไรนัก(เมื่อเทียบกับความเร้าใจของหน้าตา)

เครื่องยนต์เบนซิน 4สูบ 1.6 ลิตร เทอร์โบ พร้อมระบบวาล์วแปรผันฝั่งไอดี-ไอเสีย เลี้ยงม้าในคอกไว้ 186 ตัว การตอบสนองตีนต้นทำได้ดี พละกำลังมาทันใช้ แต่บางช่วงที่ต้องการอัตราเร่งกะทันหันอาจจะมีอาการ “เทอร์โบ เลก” อยู่อึดใจ

อย่างไรก็ตามถ้าเลยช่วงนี้ไปแล้ว แรงดึงพลังฉุดกระชากก็มาแบบพุ่งพล่าน ส่วนเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ 6 สปีด ส่งกำลังลงสู่ล้อคู่หน้าได้ไหลลื่นนุ่มนวล ซึ่งใจจริงของผู้เขียนอยากให้มีอารมณ์ของการเปลี่ยนเกียร์แบบกระฉากนิดๆ กระตุกหน่อยๆ ดังนั้นจึงอาศัยการเปลี่ยนเกียร์ Sequential Shift ที่ทำได้จากแป้นหลังพวงมาลัย และการโยกคันเกียร์ด้วยตัวเองดีกว่า

ด้านพวงมาลัยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยผ่อนแรง น้ำหนักเบาสาวไม่ค่อยมันมือ แต่สั่งงานแม่นยำพอสมควร ขณะที่การขับขี่ย่านความเร็วต่ำควบคุมได้คล่องแคล่ว(ด้วยรูปทรงของรถที่ขนาดกะทัดรัด) ส่วนการขับทางไกลใช้ความเร็วสูง น้ำหนักพวงมาลัยเหมือนจะหน่วงมือขึ้นมาอีกนิด แต่ก็ไม่ถึงกับตอบสนองได้หนึบหนับขับมันอะไร



สำหรับช่วงล่างแบบแมคเฟอร์สันสตรัทด้านหน้า และหลังแบบทอร์ชันบีม เซ็ทมาเน้นการขับขี่แบบสบายๆ ไม่ดิบหรือกระด้างจนเกินไป แต่กระนั้นอาจจะได้รับแรงกระเทือนจากยางแก้มเตี้ย และล้ออัลลอยขนาด18 นิ้ว สะท้านเข้ามาภายในห้องโดยสารบ้าง ส่วนเบรกที่เป็นดิสก์ทั้ง 4 ล้อ ทำหน้าที่ได้เต็มความสามารถ โดยจังหวะจับของเบรกและระยะชะลอหยุดสั้น แม่นยำตามความคาดหมายครับ

ปิดท้ายด้วยอัตราบริโภคน้ำมันจากการขับนอกในเมืองจราจรหนาแน่น และออกนอกเมืองใช้ความเร็วแถว 120 กม./ชม. ผู้เขียนยังได้ตัวเลขระดับ 11-12 กม./ลิตร(หน้าจอแสดงผลโชว์เป็นลิตรต่อ 100 กม.)

รวบรัดตัดความ... “ฮุนได เวโลสเตอร์” หน้าตาหล่อสาวเหลียว ถ้าซื้อรุ่นท็อป 1.6 เทอร์โบจะได้สมรรถนะที่เร้าใจขึ้นมาอีกนิด แต่กระนั้นก็ไม่ถึงกับเป็นรถที่ขับสนุกจัดจ้านอะไร เน้นขับขี่ง่าย คล่องตัว แต่จะลอยลมพลิ้วไหวตั้งแต่ความเร็ว 120 กม./ชม. พร้อมออปชันเต็ม ที่สำคัญรถสปอร์ตทรงนี้กับราคาขายไม่ถึง 2 ล้านบาท ปัจจุบันหาในตลาดแทบไม่เห็น ซึ่งใครอยากได้อารมณ์การขับขี่ที่ห้าวหาญกว่า (ในทรงโดดเด่นแบบนี้) คงต้องจ่ายเพิ่มไปถึงหลัก2.5 ล้านบาทขึ้นไปกับ “คูเปอร์ เอส” หรือ “โตโยต้า 86”...ไหวปะล่ะ!!!


กำลังโหลดความคิดเห็น