xs
xsm
sm
md
lg

ครูกาฬสินธุ์ลั่นสู้ถึงที่สุด! คดีฝ่ายบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ ยักยอกเงินกว่า 50 ล้าน จี้นายทะเบียนสั่ง ปธ.พร้อมพวกหยุดปฏิบัติหน้าที่หวั่นทำลายหลักฐาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กาฬสินธุ์ - ตัวแทนครูเป็นผู้เสียหายพร้อมทนายเดินหน้าติดตามคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์
จำกัด เสียหายกว่า 50 ล้านบาท ศาลนัดคู่กรณีไกล่เกลี่ย ฝั่งผู้เสียหายปฏิเสธ ต้องการให้เป็นคดีตัวอย่าง พร้อมยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อนายทะเบียนสหกรณ์ สั่งประธานและกรรมการซึ่งเป็นผู้ต้องหาหยุดปฏิบัติหน้าที่และห้ามเกี่ยวข้องกับสหกรณ์ฯ จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หวั่นไปทำลายเอกสารหลักฐานทางคดี



วันนี้ (22 ม.ค.) เวลา 09.00 น. นายจุฬา ศรีบุตตะ ผู้ได้รับมอบหมายจากกลุ่มสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ ผู้เสียหาย ได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดกาฬสินธุ์พร้อมกับทนายความ ตามหนังสือนัดไกล่เกลี่ย ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 2555/2568 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ โจทก์ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ กับพวกรวม 7 คน จำเลย เรื่องความผิดยักยอกทรัพย์ อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดฝ่ายผู้เสียหายและฝ่ายจำเลยไม่สามารถไกล่เกลี่ยกันได้

นายจุฬา ศรีบุตตะ หนึ่งในผู้เสียหายกล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา นายประวัติ แดงบรรจง รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ลงนามในหนังสือที่ กษ 11062349 เรื่องการทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด ตอบกลับมายังตน ที่ได้ยื่นหนังสือขอให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ตรวจสอบการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด ในประเด็นเกี่ยวกับการทุจริตในสหกรณ์ฯ โดยขอให้เร่งรัดผู้รับผิดชอบให้ติดตามดำเนินการร้องทุกข์และแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดกาฬสินธุ์ดำเนินการประสานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามนัยข้อร้องขอดังกล่าวแล้ว

นายจุฬากล่าวอีกว่า เอกสารต่างๆ ตนเองได้สอบถามไปยังนายทะเบียน แล้วก็ร้องไปที่กรุงเทพฯ ให้มาดูแลมาสอบสวนดูหน่อยว่าคณะทำงานจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะคณะกรรมการบริหารดำเนินการอะไรอยู่ ทำไมคดีไม่คืบหน้า ก็จะยื่นหนังสือให้มาสอบสวนและร้องเอาผิดต่อไป จึงอยากฝากถึงสมาชิก หรือผู้แทนสมาชิก เลือกคนดีเข้ามาทำหน้าที่โดยไม่หวังผลตอบแทน ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ประธานและคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด เพื่อล้างระบบอุปถัมภ์จนทำให้เกิดความเสียหายต่อสมาชิกอีก


นายจุฬากล่าวเพิ่มอีกว่า ตนได้รับมอบอำนาจจากกลุ่มสมาชิกครูผู้เสียหายให้ดำเนินการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกล่าวหานางบุญหนา บุญเรือง ประธานกรรมการฯ และคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ปัจจุบันพนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีคำสั่งฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 2555/2568 ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างพิจารณาคดี และศาลได้กำหนดนัดครั้งแรกในวันที่ 22 มกราคม 2568 

แม้คดีนี้ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด แต่หากปล่อยให้นางบุญหนา บุญเรือง ประธานกรรมการฯ และคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา และมีส่วนได้เสียในคดียังคงปฏิบัติงานอยู่ในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ สมาชิกครูผู้เสียหายเกรงว่านางบุญหนา และคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหา จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือทำให้เสียหาย ทำลายซ่อนเร้น เอาไปเสียซึ่งพยานหลักฐาน อันเป็นการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม

จึงขอให้นายทะเบียนสหกรณ์มีคำสั่งให้นางบุญหนา และคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่และห้ามเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์อีกต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด โดยจะได้เดินทางเข้ายื่นเรื่องกับนายทะเบียนสหกรณ์ต่อไป


ทางด้านทนายความฝ่ายผู้เสียหายระบุว่า คดีนี้ทางผู้ต้องหาได้ยักยอกเงินสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งหักเงินไปทั้งหมดเกือบ 50 ล้านบาท แต่ได้มีการนำไปส่งประกันของครูไทยแค่ 25 ล้านบาท มีเงินหายออกไปประมาณ 23 ล้านบาท ต่อมาเมื่อความปรากฏแล้วได้มีการจ่ายเงินภายหลัง แต่ความเสียหายมันเกิดขึ้นแล้ว และลักษณะการปฏิบัติงานของสหกรณ์เป็นที่น่าแปลกใจว่าคดีนี้พนักงานอัยการมีคำสั่งให้ฟ้อง แต่ตัวประธานและคณะกรรมการยังคงปฏิบัติงานอยู่ในสหกรณ์ ทนายความก็เกรงว่าตัวประธานและคณะกรรมการจะไปซ่อนเร้น ยุ่งเหยิง หรือทำลายพยานหลักฐานในคดีนี้ หรือไปขัดขวางกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตอนนี้สมาชิกครูก็ได้ทำหนังสือถึงนายทะเบียนขอให้คณะกรรมการและประธานหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

“ที่ผ่านมาไปติดต่อขอเอกสารต่างๆ ค่อนข้างยาก คดีนี้สมาชิกได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนตั้งแต่ปี 2565 แต่คดีเพิ่งสรุปส่งมาถึงพนักงานอัยการส่งศาลปี 2568 โดยวันนี้ได้มีการนัดไกล่เกลี่ยความเสียหาย โดยฉันทามติของทางสมาชิกครูมีความเห็นตรงกันว่าคดีนี้ต้องการให้ศาลมีคำพิพากษาให้ถึงที่สุดเพื่อเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติงานต่อไป”


ทนายฝ่ายผู้เสียหายอีกท่านกล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้เป็นคดียักยอก ซึ่งเป็นความผิดที่สามารถจะยอมความกันได้ ถ้าหากทางฝ่ายผู้เสียหายไม่ติดใจคดีก็จบ แต่ว่าหากฝ่ายผู้เสียหายยังอยากให้ดำเนินคดีต่อไป ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ ซึ่งคดีนี้ไม่มีความสลับซับซ้อนอะไร โดยวันนี้ศาลได้โปรดมีการไกล่เกลี่ยกันระหว่างฝ่ายผู้เสียหายกับจำเลย ซึ่งทางฝ่ายผู้เสียหายก็ไม่ยินยอมที่จะไกล่เกลี่ยกับจำเลย คดีจึงต้องมีการดำเนินการต่อไป

ทนายท่านนี้ให้ข้อมูลเพิ่มอีกว่า คดีนี้มีข้อเท็จจริงคือสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ หักเงินไปแล้วไม่ส่งเงินตามกำหนดทำให้พ้นสมาชิกภาพ 4,437 คน ในจำนวนนั้นมอบอำนาจให้ 264 คน เพื่อไปร้องขอความเป็นธรรม และยังมีส่วนที่สำคัญในสำนวนไม่มีชื่อคนที่มอบอำนาจให้ไปรับเงิน 35 ล้านบาท เบิกวันนั้นเป็นคนนอกไม่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์แต่อย่างใด คนนี้ก็ไม่มีในสำนวน ซึ่งคดีนี้ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ เป็นภรรยาของอดีต ส.ส.หลายสมัย (นายประเสริฐ บุญเรือง) หักเงินปันผลของสมาชิกครูแล้วไม่เอาไปส่งประกัน 23 ล้านบาท ทำให้สมาชิกขาดประกัน และอัยการมีคำสั่งฟ้องคดี ปัจจุบัน ผู้ต้องหาได้ยื่นวงเงินประกันต่อศาล และขอไกล่เกลี่ย เยียวยาความเสียหายในวันนี้ แต่ผู้เสียหายไม่ยอมไกล่เกลี่ย


อย่างไรก็ตาม คดีนี้มีประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือ เป็นคดีความเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตเงิน วงเงินมากกว่า 23 ล้านบาท แต่กลับไม่มีการอายัดบัญชีประธานสหกรณ์และคณะกรรมการเพื่อนำไปตรวจสอบเส้นทางการเงิน เป็นเรื่องผิดปกติมาก หวั่นครูผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม


กำลังโหลดความคิดเห็น