ศูนย์ข่าวขอนแก่น - จังหวัดขอนแก่นเรียกถกด่วน กรณีสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นร้องเรียนปมเงินปันผลลดจาก 5% เหลือ 2.6% แต่ตัวแทนผู้ร้องไม่มาตามนัด ขณะที่ประธานสหกรณ์ฯ นำคณะกรรมการชี้แจงต่อสมาชิกและสื่อ ย้ำบริหารงานเป็นไปตามกฎหมาย ตรวจสอบได้
ความคืบหน้ากรณีสมาชิกของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด กว่า 100 คน เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น ขอให้ตรวจสอบการบริหารงานของคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 62 หลังไม่พอใจอัตราเงินปันผลประจำปี 2568 ที่ปรับลดลงจากร้อยละ 5 เหลือเพียงร้อยละ 2.6 จากกรณีดังกล่าว ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นได้มีหนังสือเชิญประชุมด่วนที่สุดเพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหา โดยเชิญประธานคณะกรรมการสหกรณ์ฯ ตัวแทนสมาชิก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมในวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่ ห้องประชุมเสียงแคน ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัดหมาย ปรากฏว่ากลุ่มตัวแทนสมาชิกผู้ร้องเรียนไม่เดินทางมาร่วมประชุมตามกำหนด ขณะที่ฝ่ายสหกรณ์ฯ นำโดย ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร พร้อมคณะกรรมการ ได้เตรียมข้อมูลและเอกสารเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น อำเภอเมืองขอนแก่น ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์ พร้อมคณะกรรมการบริหาร ได้เปิดเวทีชี้แจงข้อมูลต่อกลุ่มข้าราชการครูซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ ที่เดินทางมาให้กำลังใจและร่วมรับฟังการชี้แจงเป็นจำนวนมาก ภายหลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการบริหารงานของสหกรณ์ฯ
การชี้แจงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สมาชิกและสื่อมวลชน โดยคณะกรรมการได้อธิบายถึงโครงสร้างรายได้ รายจ่าย หลักเกณฑ์การจัดสรรกำไร และเหตุผลในการกำหนดอัตราเงินปันผล ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมใหญ่และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ร้องเรียน นำโดยนางนวรัตน์ ชูทุ่งยอ ตั้งข้อสังเกตว่าการนำกำไรสุทธิของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นไปชำระภาระดอกเบี้ยให้กับกองทุนต่างๆ อาจไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของสหกรณ์ และตั้งคำถามถึงความชอบธรรมในการบริหารจัดการ
นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และรักษาความเชื่อมั่นของสมาชิกสหกรณ์ในระยะยาว
รายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังการชี้แจงของคณะกรรมการบริหารในช่วงที่ผ่านมา สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นจำนวนมากเริ่มเข้าใจบทบาทการทำงานของฝ่ายบริหารมากขึ้น ส่งผลให้กระแสความขัดแย้งในสังคมออนไลน์เริ่มคลี่คลายลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐยังคงต้องติดตามต่อไป


