ประจวบคีรีขันธ์ – ตำรวจหัวหินคุมตัว“ไอ้แซม” ฆาตกรเหี้ยม
ก่อเหตุใช้ท่อนเหล็กทุบศีรษะฆ่าชิงทรัพย์พนักงานโรงแรมกลางเมืองหัวหิน ฝากขังผลัดแรก
ต่อศาลจังหวัดหัวหิน พร้อมคัดค้านการประกันตัว ส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทันที
ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตนิมนต์พระสงฆ์ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ พร้อมย้ำชัดไม่มีการเปิดรับบริจาคใด
ๆ เตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง
จากกรณีคนร้ายเป็นชายก่อเหตุสะเทือนขวัญ ใช้ท่อนเหล็กทุบศีรษะ น.ส.วิรินทร์ พนักงานโรงแรมสาวแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนเสียชีวิต เพื่อชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเงิน โดยผู้ก่อเหตุคือ นายรัฐติกร หรือ “แซม” ยิ่งยอด อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งศาลจังหวัดหัวหินได้ออกหมายจับ และตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวได้บริเวณริมทางรถไฟในป่าละเมาะ ซอยหัวหิน 42 ก่อนควบคุมตัวไปยัง ตชด.นเรศวร ชะอำ เนื่องจากเกรงจะถูกรุมประชาทัณฑ์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ ( 22 ม.ค.) พนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมควบคุมตัวนายแซม ผู้ต้องหา ไปขออำนาจศาลจังหวัดหัวหินฝากขังผลัดแรก โดยคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ศาลจังหวัดหัวหินได้ตรวจสำนวนและเอกสารทั้งหมด ก่อนมีคำสั่งรับฝากขังผลัดแรก และไม่อนุญาตให้ประกันตัว ส่งตัวผู้ต้องหาเข้าเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทันที โดยมีรถเรือนจำมารอรับตัว และไม่มีผู้ใดมายื่นคำร้องขอประกันตัวแต่อย่างใด
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญของศาลจังหวัดหัวหิน โดยปกติการพิจารณาฝากขังจะดำเนินการในช่วงบ่าย ขณะที่ช่วงเช้าเป็นการตรวจเอกสาร แต่ในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ นปพ.ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามาขึ้นศาลตั้งแต่เวลา 08.30 น. ใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนศาลมีคำสั่งส่งตัวเข้าเรือนจำทันที โดยคดีลักษณะเดียวกันก่อนหน้านี้คือคดีนายเกมส์ ฆ่าข่มขืนบนรถไฟแล้วทิ้งศพ
ขณะเดียวกัน ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้นิมนต์พระสงฆ์จาก สำนักสงฆ์เขามหากัสสัปปะ มาประกอบพิธีเชิญดวงวิญญาณ ณ โรงแรมที่เกิดเหตุ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า พระสงฆ์ได้นำมารดาและญาติกล่าวเชิญดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี พร้อมเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความสบายใจแก่ครอบครัวและเพื่อนพนักงานในโรงแรม
โดยอาและลุงของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เมื่อได้มายืนยังจุดเกิดเหตุยิ่งรู้สึกสะเทือนใจ เพราะไม่คิดว่าพื้นที่ซึ่งมีผู้คนพลุกพล่านจะเกิดเหตุรุนแรงเช่นนี้ขึ้น โดยเฉพาะมารดาของผู้เสียชีวิตยังอยู่ในอาการเสียใจอย่างหนัก พร้อมระบุว่าทางครอบครัวไม่ได้ยื่นคัดค้านหรือสนับสนุนการประกันตัว ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเชื่อว่าพยานหลักฐานมีความแน่นหนา ศาลจึงไม่น่าจะให้ประกันตัว
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ายังมีความโกรธและสะเทือนใจ แต่ขอปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย และเชื่อว่าดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตน่าจะช่วยดลบันดาลให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ ครอบครัวผู้เสียชีวิตขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความช่วยเหลือและให้กำลังใจ พร้อมยืนยันว่า ไม่มีการเปิดรับบริจาคเงินหรือสิ่งของใด ๆ ทั้งสิ้น หากพบการเปิดรับบริจาคโดยแอบอ้างชื่อครอบครัว ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เนื่องจากเป็นการกระทำของมิจฉาชีพ ส่วนผู้ที่ประสงค์จะช่วยเหลือบุตรของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน ขอให้ติดต่อครอบครัวโดยตรงเป็นการส่วนตัว


