ประจวบคีรีขันธ์ – ตำรวจภูธรภาค 7 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่นับร้อยนาย ปิดล้อมปูพรมทั่วเมืองหัวหิน เร่งไล่ล่าคนร้ายก่อเหตุโหด ใช้ท่อนเหล็กทำร้ายพนักงานโรงแรมหญิงเสียชีวิต เพื่อชิงทรัพย์ กลางเมืองหัวหิน ล่าสุดพบเสื้อผ้าและรองเท้าของคนร้ายถูกทอดทิ้งหลายจุด คาดยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่
จากกรณีเมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. คืนวันที่ 19 มกราคม 2569 คนร้ายทราบชื่อภายหลังคือ นายรัฐติกร อายุ 36 ปี บุกเข้าไปก่อเหตุภายในโรงแรมแห่งหนึ่งกลางเมืองหัวหิน โดยภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกพฤติกรรมได้อย่างชัดเจน พบว่าคนร้ายเดินวนเวียนดูลาดเลาบริเวณหน้าเคาน์เตอร์เป็นเวลานาน ก่อนฉวยโอกาสปีนข้ามเคาน์เตอร์ ใช้ท่อนเหล็กกระหน่ำตีศีรษะและท้ายทอยพนักงานสาวที่กำลังฟุบหลับจนหมดสติ จากนั้นรื้อค้นทรัพย์สิน ขโมยโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และกระเป๋าสีดำ ก่อนหลบหนีไป
ล่าสุด วันที่ 20 มกราคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สั่งการระดมกำลังชุดสืบสวนจาก สภ.หัวหิน ชุดสืบสวนภาค 7 ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และชุดสืบสวนจากสถานีตำรวจต่าง ๆ ในพื้นที่ รวมกว่า 100 นาย ปล่อยแถวปิดล้อมปูพรมทั่วเมืองหัวหิน เร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ
พร้อมกำชับให้ทุกชุดเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกจุด เส้นทางหลบหนี ตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์ และสืบสวนหาข่าวเชิงลึก หากพบตัวให้ทำการปิดล้อมจับกุมทันที โดยเชื่อว่าคนร้ายยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่หัวหิน หรืออาจหลบหนีไปยังพื้นที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียง จึงได้ประสานตำรวจ สภ.ชะอำ ช่วยเฝ้าระวังและสืบสวน พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง
พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ก่อเหตุเคยมีประวัติก่อคดีมาแล้วหลายคดีในพื้นที่บ้านเกิด จังหวัดนครราชสีมา ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ทำร้ายร่างกายสาหัส บุกรุกเคหสถาน และคดีอนาจาร โดยมีพฤติกรรมการก่อเหตุในลักษณะคล้ายคลึงกัน ขณะนี้ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดหัวหินออกหมายจับในข้อหา “ทำร้ายร่างกายโดยเจตนา” แล้ว
สำหรับผู้ก่อเหตุรายนี้ เป็นบุคคลเร่ร่อน ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มักเดินขอเงินชาวบ้านในเขตเมืองหัวหิน โดยอ้างว่าตกงาน และเคยพักอาศัยอยู่ในพื้นที่หัวหินมาระยะหนึ่ง เชื่อว่าเคยเดินผ่านบริเวณที่เกิดเหตุหลายครั้ง ก่อนสบโอกาสช่วงปลอดคนจึงลงมือก่อเหตุทันที
วันเดียวกันนี้ นางอารีย์ อายุ 83 ปี ย่าของผู้เสียชีวิต เดินทางเข้าพบผู้กำกับการ สภ.หัวหิน เพื่อขอความเป็นธรรมให้หลานสาว ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว ทำงานหาเลี้ยงลูก 3 คน โดยยืนยันจะเอาเรื่องกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด และเรียกร้องให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงเที่ยงวันเดียวกัน ชุดสืบสวน สภ.หัวหิน ได้ออกตรวจค้นพื้นที่เสื่อมโทรมและแหล่งมั่วสุมตามเบาะแสจากประชาชน จนพบเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาวสีขาว และรองเท้าแตะรัดส้นสีส้ม ซึ่งตรงกับชุดที่ผู้ก่อเหตุสวมใส่ในวันเกิดเหตุ โดยพบรองเท้าใต้สะพานกลับรถหลังห้างหัวหินทันสมัย เสื้อยืดสีดำบริเวณริมทางรถไฟ ซอยหัวหิน 42 ห่างจากจุดแรกประมาณ 200 เมตร และพบกางเกงบริเวณสะพานปลาหัวหิน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป


