เชียงราย-นักท่องเที่ยวแออัดหน้าทางเข้าพระอุโบสถขาววัดร่องขุ่น คนหลังเขม่นคนหน้ายืนถ่ายรูปไม่เดินต่อ จนต่างฝ่ายชกต่อยกันตะลุมบอน สุดท้ายต้องไปไกล่เกลี่ยกันที่โรงพักแต่ละฝ่ายยอมขอโทษขอโพยจบด้วยดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้ปรากฎคลิปสั้นความยาวประมาณ 12 วินาที เผยแพร่ในสื่อสาธารณะต่างๆ โดยในคลิปเป็นการถ่ายจากบริเวณสะพานข้ามไปยังอุโบสถวัดร่องขุ่นตรงประตูสู่สรวงสวรรค์ซึ่งเป็นส่วนหน้าของวัดที่มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมอย่างเนืองแน่น ปรากฎว่ามีอยู่จังหวะหนึ่งนักท่องเที่ยวที่มีอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกมีรูปพรรณสันฐานเป็นชายชาวจีน 1 คนและหญิง 1 คน กลุ่มที่ 2 มีรูปพรรณสันฐานเป็นชายชาวจีน 1 คน หญิงชาวไทย 1 คน ก่อเหตุชกต่อยกันตรงประตูกลางนักท่องเที่ยวที่ต่อแถวอยู่ด้านท้ายเป็นจำนวนมาก โดยจังหวะหนึ่งขณะที่ฝ่ายชายกำลังถือแขนฉุดรั้วกันนักท่องเที่ยวหญิงได้ตรงเข้าไปชกต่อย ก่อนจะเกิดการตะลุมบอนกันโดยไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหน ทำให้เจ้าหน้าที่วัดและนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ได้เข้าไปห้ามปรามและแนะนำให้ทั้ง 2 ฝ่ายไปแจ้งความที่ สภ.เมืองเชียงราย
ด้านนายณรงค์ชัย เทพทนต์ อายุ 54 ปี เจ้าของร้านศาลาหลวงพ่อโตตั้งอยู่หน้าวัดรอ่งขุ่นซึ่งพบเห็นเหตุการณ์ กล่าวว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมาแล้ว สาเหตุเพราะนักท่องเที่ยวได้พากันเดินเข้าแถวจะข้ามสะพานเพื่อจะเข้าไปยังพระอุโบสถขาว แต่ปรากฎว่าช่วงนั้นมีแดดจ้าและอากาศร้อนคนที่อยู่ข้างหลังจึงเร่งรีบให้คนที่อยู่ด้านหน้าเดินไปเร็วๆ จึงสร้างความไม่พอใจกันจนถึงขั้นชกต่อยกันดังกล่าว สุดท้ายเรื่องราวก็ไปจบกันที่โรงพักและทราบว่ายังเป็นเรื่องเป็นราวกันอยู่
นายณรงค์ชัย กล่าวอีกว่าตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเพราะวัดเป็นเขตอภัยทานยิ่งเรานับถือศาสนาพุทธยิ่งต้องสำรวมกาย วาจาและใจให้มาก เพราะการทำสิ่งไม่ดีภายในวัดถือว่าเป็นบาปและเป็นอกุศลชนิดหนึ่ง นอกจากนี้คนไทยเรายังเป็นเจ้าบ้านด้วยจึงควรยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นสยามเมืองยิ้ม ยิ่งวัดร่องขุ่นเป็นสถานที่ระดับโลกไม่ได้เป็นแค่ระดับประเทศหากมีข่าวเผยแพร่ไปถึงที่ใดก็จะเกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดี คนไทยเราจึงควรใจเย็นเพราะผู้มาเยือนมีความหลากหลาย ตนเข้าใจว่าอากาศร้อนและตรงใต้สะพานเป็นศิลปะนรกที่มีความร้อนแรง หากจิตใจไม่กล้าแข็งพอจะจิตตกจึงควรใจเย็นกันเข้าไว้ เมื่อไม่ใจเย็นแล้วเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นก็ทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่สบายใจ เกิดมีคดีความกันวุ่นวาย เสียทั้งเวลาท่องเที่ยว เสียทั้งเวลาไปทำบุญโดยปริยาย
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย แจ้งว่าหลังจากทั้ง 2 ฝ่ายเข้าพบเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการไกล่เกลี่ยกันจนสรุปได้ว่าเป็นเหตุทะเลาะวิวาทที่เกิดจากความเข้าใจผิด แต่ละฝ่ายไม่ได้มีเจตนาทำร้ายร่างกายรุนแรงต่อกัน รวมทั้งทุกคนยินยอมเสียค่าปรับตามกฎหมายและกล่าวขอโทษซึ่งกันและกันแล้วจึงทำให้คดีสิ้นสุดลงด้วยดี
ด้านเจ้าหน้าที่วัดร่องขุ่นมีการติดป้ายและเสียงแจ้งเตือนเป็นหลายภาษาให้นักท่องเที่ยวที่เดินข้ามสะพานจะเข้าสู่พระอุโบสถไม่ให้หยุดยืนหรือถ่ายภาพเพื่อไม่ให้เกิดความแออัดและอุบัติเหตุ จึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวทุกชาติได้ปฏิบัติตามกอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ทางวัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนบุคคลและไม่ได้กระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวที่วัดร่องขุ่นแต่อย่างใดโดยปัจจุบันยังคงมีผู้คนไปเยือนเป็นจำนวนมากเช่นเดิม.


