นครราชสีมา – สสจ.โคราชสรุปตัวเลข ผู้เสียชีวิตจากเครนนรกถล่ม ล่าสุดอยู่ที่ 30 ราย ผ่านพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลแล้ว 23 ราย รอผลพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล จำนวน 7 ราย และญาติมาติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีจาก
รพ.มหาราชนครราชสีมาแล้ว จำนวน 19 ราย ทางด้านคดีตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลใด อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาได้รายงานจำนวนผู้บาดเจ็บจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟโดยสาร จำนวน 70 ราย ปัจจุบันยังคงเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บรักษาอาการอยู่ที่โรงพยาบาล จำนวน 16 ราย แยกเป็น รพ.มหาราชนครราชสีมา จำนวน 13 ราย รพ.สีคิ้ว จำนวน 1 ราย รพ.กรุงเทพ-ราชสีมา จำนวน 1 ราย และรพ.เปาโลเกษตร จำนวน 1 ราย
ส่วนผู้เสียชีวิต จำนวน 30 ราย ตัวเลขเมื่อเวลา 18.00 น.ของวันที่ 16 มกราคม 2569 ผ่านการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลแล้ว 23 ราย รอผลพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล จำนวน 7 ราย และญาติมาติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีจาก รพ.มหาราชนครราชสีมาแล้ว จำนวน 19 ราย แต่ในช่วงเช้าวันนี้ 17 มกราคม 2569 ยังไม่มีญาติมาติดต่อรับศพเพิ่มแต่อย่างใด
สำหรับความคืบหน้าของคดีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถไฟในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ล่าสุด พนักงานของบริษัทผู้รับเหมา คือ บริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสีคิ้ว เพิ่มเติมอีก 3 คน โดยเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลเครื่องจักรกล ซึ่งพนักงานสอบสวนใช้เวลาสอบปากคำแต่ละคนไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง
หลังการสอบปากคำแล้วเสร็จ พนักงานของบริษัทดังกล่าวได้เดินทางกลับทันที โดยให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนเพียงสั้น ๆ ว่า เข้ามาให้ปากคำในฐานะพยาน และให้ข้อมูลเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรเท่านั้น
มีรายงานว่า เมื่อวานนี้ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำวิศวกรผู้ควบคุมงานไปแล้ว 2 คน เพื่อประกอบการพิจารณาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้
ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้ลงพื้นที่ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีอย่างใกล้ชิด โดยระบุว่า ขณะนี้คดีอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งสอบปากคำพยานแวดล้อมทั้งหมด การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ติดตามการสอบสวนและการตรวจพิสูจน์หลักฐานอย่างรอบด้าน โดยรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ระบุเพิ่มเติมว่า สำนักงานพิสูจน์หลักฐานจากส่วนกลางได้ส่งผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ ว่าเกิดจากความประมาท หรือความชำรุดบกพร่องของอุปกรณ์และวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากการที่เครนหรือวัสดุก่อสร้างร่วงหล่นลงมาโดยไม่มีเหตุอันควร ถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติ
ในประเด็นเจตนากระทำความผิด เบื้องต้นยังไม่พบพยานหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการกระทำโดยเจตนา ขณะที่พนักงานขับเครน นอกจากจะถูกสอบปากคำแล้ว ยังได้มีการตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย ผลการตรวจไม่พบสารเสพติด และไม่พบอาการมึนเมาขณะปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลใด เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยทั้งบริษัทผู้รับเหมาในฐานะผู้ปฏิบัติงาน และการรถไฟแห่งประเทศไทยในฐานะผู้ว่าจ้าง อาจเข้าข่ายความผิดในเรื่องความประมาท หากพบว่ามีการละเลยมาตรการความปลอดภัย ซึ่งตำรวจจะพิจารณาอย่างรอบคอบตามพยานหลักฐานต่อไป


