ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- สองสามีภรรยา 2 ใน 3 ผู้สูญหาย เล่านาทีรอดชีวิต จากเหตุเครนมรณะถล่มทับขบวนรถไฟดับ 32 ศพ ที่ สีคิ้ว โคราช เผยอยู่ในโบกี้ที่ 3 หลังชนตูมสนั่นได้ยินเสียงกระโกนให้รีบออกมารถไฟจะระเบิด ใช้กระเป๋าทุบกระจกรถไฟ ก่อนชาวบ้านเข้ามาช่วยหนีตายออกมาได้พร้อมภรรยาบาดเจ็บ ถูกเร่งนำส่งรักษาที่ รพ.กรุงเทพราชสีมา รายชื่อจึงตกหล่น ขณะผู้การโคราชรุดเยี่ยมให้กำลังใจเหยื่อผู้บาดเจ็บ
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีตามหาบุคคลสูญหาย 3 ราย กรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงพังถล่มทับขบวนรถไฟโดยสาร ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา มีผู้เสียชีวิต 32 ราย บาดเจ็บจำนวนมาก เมื่อวันนี้ ( 14 ม.ค.) ที่ผ่านมา นั้น
ล่าสุดบ่ายวันนี้ (16 ม.ค.69) พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บ 2 ราย ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา โดยจากการตรวจสอบทราบว่า ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย เป็นสามีภรรยากัน และอยู่ในรายชื่อผู้สูญหาย ทราบชื่อผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย คือ นายจุลจักร อุทัยรังสี อายุ 72 ปี และ นางเสาวลักษ์ อุทัยรังสี อายุ 68 ปี
นายจุลจักร อุทัยรังษี ผู้บาดเจ็บเล่าให้ฟังว่า ตน และภรรยาเดินทางมาบนรถไฟขบวนดังกล่าว โดยนั่งอยู่ตู้โดยสารที่ 3 แถวหลังสุด เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเวลาประมาณ 09.00 น.เศษ ตนก็ได้ยินดังปังหลายครั้ง จนตู้โดยสารนั้นเอียง ตนคิดว่าต้องตายแน่ๆ ในระหว่างนั้นตนก็พยายามดึงแขนภรรยาไว้ และเห็นคนที่นั่งด้านข้างถีบกระจกรถไฟหนีออกไป ต่อมาตนก็ได้ยินเสียงคนที่อยู่ด้านนอกรถไฟตะโกนบอกให้รีบออกมาจากรถไฟ เพราะรถไฟจะระเบิด พอได้ยินดังนั้นตนก็เลยใช้กระเป๋าเดินทางของตนทุบกระจกรถไฟ และชาวบ้านในพื้นที่รีบเข้ามาช่วยตน และภรรยาออกมาจากรถไฟ ซึ่งหลังจากออกมาแล้วก็เห็นภรรยาตนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะมีเลือดอาบ ชาวบ้าน และกู้ภัยจึงรีบพาตน และ ภรรยาส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา
พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้เดินทางมาเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเครนตกลงมาใส่ขบวนรถไฟที่รักษาตัวอยู่ที่ รพ.กรุงเทพราชสีมา โดยทั้ง 2 สามีภรรยานั้นเป็นหนึ่งในบุคคลที่สูญหายทั้ง 3 ราย ที่ได้มีการรายงานไปก่อนหน้านั้น โดยทางเจ้าหน้าที่เพิ่งทราบภายหลังว่า มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวมารักษาตัวอยู่ที่ รพ.กรุงเทพราชสีมา ส่วนผู้สูญหายอีก 1 รายนั้น เป็นผู้โดยสารหญิงที่ซื้อตั๋วรถไฟจากสถานีกรุงเทพฯ แต่เปลี่ยนใจไม่ขึ้นมากับขบวนรถไฟ หันไปเดินทางด้วยรถตู้โดยสารแทน
ในส่วนของการตรวจอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตนั้น เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องของการดำเนินคดีกับบริษัทรับเหมา และผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด


