ศรีสะเกษ - สุดเศร้า! ญาติเตรียมสถานที่รอรับร่างประกอบพิธีทางศาสนา เหยื่อโศกนาฏกรรมเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงพังถล่มทับขบวนรถไฟ 32 ศพ คร่าชีวิตยกครอบครัวสามพ่อแม่และลูกวัย 8 ขวบ ชาวศรีสะเกษ ขณะเดินทางจะร่วมงานศพญาติ ที่บ้านเกิด อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ เผยลางร้ายพบฝูงอีกาจำนวนมากบินวนอยู่เหนือหมู่บ้านก่อนเกิดเหตุร้าย
จากกรณีอุบัติเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา สัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด พังถล่มทับขบวนรถไฟโดยสารดีเซลรางแดวู ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางเลขที่ 21 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี บริเวณบ้านถนนคต ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว ทำให้ขบวนรถไฟตกรางและเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย บาดเจ็บ 66 ราย อยู่ระหว่างค้นหาผู้สูญหายอีก 3 ราย เกิดเหตุเมื่อเวลา 09.13 น. วันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่าหนึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิต 32 ราย คือ นายสมจิตร แท่นทอง อายุ 57 ปี ชาวบ้านโนนคูณ ตำบลแต้ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งต้องสูญเสียชีวิตพร้อมภรรยาและบุตรชายวัย 8 ขวบเศษจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยทั้งครอบครัวโดยสารรถไฟขบวนดังกล่าวด้วยความตั้งใจจะเดินทางมาร่วมงานศพญาติที่บ้านเกิด แต่กลับต้องประสบเคราะห์ร้ายเสียชีวิตยกครอบครัว สร้างความสะเทือนใจแก่ญาติพี่น้องและชุมชนอย่างยิ่ง
ขณะเดียวกัน บรรยากาศที่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 2 ตำบลแต้ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของพี่สาวนายสมจิตร ญาติพี่น้องและชาวบ้านต่างช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ ตั้งเก้าอี้ และเตรียมความพร้อมสำหรับประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า และเฝ้าติดตามข่าวสารความคืบหน้าของเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด
ด้าน น.ส.ณัฐชยาดา คำพิเหล้า อายุ 47 ปี ลูกพี่ลูกน้องของผู้เสียชีวิต เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า นายสมจิตรและครอบครัวกำลังเดินทางมาร่วมงานศพของญาติ ซึ่งเป็นอาของผู้เสียชีวิต ที่ จ.ศรีสะเกษ โดยหลังทราบข่าวว่ารถไฟประสบอุบัติเหตุจากเครนถล่มทับ ตนพยายามโทรศัพท์และส่งข้อความติดต่อ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากในช่วงแรกยังไม่มีการยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิต จึงคิดว่าไม่น่าจะเกิดเหตุร้ายกับครอบครัวนี้
น.ส.ณัฐชยาดากล่าวต่อด้วยความโศกเศร้าว่า นายสมจิตรเป็นคนอัธยาศัยดี เป็นที่รักของทุกคน ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะกับใคร และเป็นคนรักแม่มาก โดยปกติจะกลับบ้านปีละครั้งในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งปีนี้ก็ได้จองตั๋วรถไฟไว้แล้วเช่นกัน แต่การเดินทางครั้งนี้เป็นการมาก่อนกำหนด เพื่อมาร่วมงานศพญาติที่บ้านสองห้อง อำเภออุทุมพรพิสัย แม้ก่อนหน้านี้ญาติจะบอกว่าหากไม่สบายก็ไม่จำเป็นต้องมา แต่เนื่องจากผู้เสียชีวิตตั้งใจจะมาร่วมงาน จึงตัดสินใจเดินทาง ก่อนจะประสบเหตุสลดเสียชีวิตเสียก่อน
นอกจากนี้ ก่อนเกิดเหตุประมาณ 2-3 วัน ชาวบ้านในพื้นที่สังเกตเห็นฝูงอีกาจำนวนมากบินวนอยู่เหนือหมู่บ้าน ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่เชื่อว่าเป็นลางบอกเหตุร้าย แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวของนายสมจิตร สร้างความสูญเสียและความเศร้าโศกอย่างสุดซึ้งแก่ญาติพี่น้องและชุมชน
สำหรับร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการนำกลับภูมิลำเนา โดยมี มูลนิธิศุกล ของ ซอง ดู ฮี เป็นผู้รับผิดชอบในการนำร่างกลับมายังบ้าน เพื่อให้ญาติได้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป


