xs
xsm
sm
md
lg

เครนก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงถล่มทับรถไฟโดยสารสีคิ้ว ดับ 22 เจ็บ 55 ราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพจาก : เพจเฟซบุ๊ก Fire & Rescue Thailand
เกิดอุบัติเหตุรุนแรงในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อเครนยกสะพานโครงการรถไฟความเร็วสูงพังถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษขณะวิ่งผ่าน ส่งผลให้รถไฟตกรางและเกิดไฟไหม้ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย บาดเจ็บกว่า 55 ราย เจ้าหน้าที่เร่งกู้ภัยและสอบสวนสาเหตุ

วันนี้ (14 ม.ค.) มีรายงานว่า เมื่อเวลา 09.05 น.เกิดอุบัติเหตุเครนยกสะพานโครงการรถไฟความเร็วสูงพังถล่มทับขบวนรถไฟโดยสารที่กำลังแล่นผ่าน ส่งผลให้ขบวนรถไฟตกรางและเกิดเพลิงลุกไหม้ มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เหตุเกิดบริเวณบ้านถนนคต ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

เบื้องต้นพบผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 30 ราย โดยขบวนรถไฟที่ประสบเหตุคือ ขบวนที่ 21 เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ซึ่งออกจากสถานีหนองน้ำขุ่นเมื่อเวลา 09.13 น. และเกิดเหตุระหว่างช่วงสถานีหนองน้ำขุ่นกับสถานีสีคิ้ว

จากการตรวจสอบพบว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักเรียนและประชาชนวัยทำงาน ที่เดินทางมาจากอำเภอปากช่อง เพื่อไปศึกษาและทำงานในพื้นที่อำเภอต่างๆ

ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบซากขบวนรถ พบผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 7 รายอยู่ภายใน 1 โบกี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการกู้ร่างผู้เสียชีวิตออกจากซากรถไฟ

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.54 น. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพิ่มเติมทั้ง 3 โบกี้ พบยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22 ราย

ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา หน่วยกู้ภัยพรหมธรรมสีคิ้ว หน่วยกู้ภัยสว่างวิชาปากช่อง และหน่วยกู้ภัยสูงเนิน ได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างออกจากซากรถไฟ ก่อนเร่งส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสีคิ้ว โรงพยาบาลสูงเนิน และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า รถไฟที่เกิดเหตุเป็นรถด่วนพิเศษดีเซลรางปรับอากาศ (สปรินเตอร์) ขบวนที่ 21 ขณะกำลังจะเข้าสถานีสีคิ้ว บริเวณกิโลเมตรที่ 220 หลัก 9 หมู่ 11 บ้านถนนคต ทำให้มีโบกี้ตกราง 1 โบกี้ และเกิดเพลิงไหม้อีก 1 โบกี้

ขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิต 22 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 55 ราย จากผู้โดยสารทั้งหมด 190 ราย โดยบางรายมีอาการสาหัส เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมสถานการณ์ ดับเพลิง และปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย พร้อมเร่งตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุ ซึ่งจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ภาพจาก : เพจเฟซบุ๊ก Fire & Rescue Thailand

ภาพจาก : เพจเฟซบุ๊ก Fire & Rescue Thailand

ภาพจาก : เพจเฟซบุ๊ก Fire & Rescue Thailand

ภาพจาก : เพจเฟซบุ๊ก Fire & Rescue Thailand
กำลังโหลดความคิดเห็น