เครนโครงการรถไฟความเร็วสูงร่วงทับรถไฟด่วนพิเศษที่สีคิ้ว สังเวยแล้ว 32 ศพ เจ็บระนาว ด้านเพจดัง 'Render Thailand' รุดวิเคราะห์กลไก 'Launcher' คาดชิ้นส่วนขารับ Truss หลุดทับตู้รถไฟขาดสะบั้น พร้อมเปิดปมปริศนาจากคำให้การผู้โดยสาร 'สลิงห้อยขวางทาง' อาจเป็นชนวนเหตุรั้งโครงเหล็กถล่ม
จากกรณีที่เครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา สัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ประสบอุบัติเหตุหล่นทับรถไฟดีเซลรางแดวู ที่ทำขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางเลขที่ 21 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี บริเวณบ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น ถึงสถานีสีคิ้ว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 32 รายแล้ว บาดเจ็บ 55 คน ยังหาไม่พบอีก 3 ราย หลังขบวนรถผ่านสถานีหนองน้ำขุ่น เวลา 09.13 น. วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 14 ม.ค. เพจ "Render Thailand" ได้ออกมาโพสต์ข้อความวิเคราะห์เหตุการณ์อุปกรณ์ก่อสร้างหล่นทับรถไฟ ระบุ
"ขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้นะครับ ผมขอทำภาพมาเพื่อให้เข้าใจการทำงาน และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยใช้ข้อมูลจากภาพข่าว และหลักการทำงานทั่วไปของอุปกรณ์นี้
อะไรที่หล่นลงมา...?
ขอเล่าถึงการทำงานของอุปกรณ์แบบเข้าใจง่ายๆ ก่อนครับ สะพาน ทางด่วน รถไฟ ที่ใช้คานรูปกล่องสำเร็จรูป ส่วนมากจะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Launcher หรือบางคนเรียก Launching Gantry
การทำงานของมันคือการเอาโครงเหล็กถัก (Truss) ขึ้นไปวางบนเสา โดยจะมีขารับ Truss ที่ยึดไว้กับเสาไม่ได้วางไว้เฉยๆ นะครับ มีการยึดไว้บน Truss จะมีรอกที่เลื่อนไปมาได้ เพื่อยกชิ้นส่วนคานกล่องสำเร็จรูปขึ้นไปติดตั้งบนเสา คานกล่องจะถูกห้อยไว้กับ Truss จนกว่าจะดึงลวดอัดแรงเพื่อให้คานสามารถรับน้ำหนักตัวเองได้
พอเสร็จช่วงเสาหนึ่งแล้วก็จะเลื่อน Truss ไปช่วงเสาถัดไปแล้วทำขั้นตอนตามที่เล่ามา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ สิ่งที่เห็นคือขารับ Truss หล่นลงมา รอกยกคานหลุดออกจาก Truss ห้อยลงมา ก็คงจะเป็นขารับ Truss ที่หล่นลงมาทับตู้รถไฟขาดสองท่อน
ในตอนแรกผมสันนิษฐานว่าตอนเกิดเหตุอาจจะกำลังเลื่อน Truss ไปช่วงเสาถัดไป แล้วจังหวะที่เลื่อนไปทำให้ขารับ Truss หลุดลงมา แต่พอเห็นรูปหลายมุม ทิศทางที่หล่นลงมากลับสวนทางกับทิศทางที่ Truss เลื่อน
จากนั้นมีข่าวไปสัมภาษณ์ผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุเล่าว่ามีสลิงที่ห้อยลงมา พอรถไฟวิ่งมาเลยดึงชิ้นส่วนด้านบนหล่นลงมา แต่นี่ยังไม่ใช่ข้อสรุป เป็นเพียงข้อมูลจากผู้โดยสารในขบวนรถ สาเหตุจริงๆ ต้องติดตามต่อไปครับ"


