เชียงใหม่ - “กรณ์ จาติกวณิช” รองหัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ของพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 และเขต 2 จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งขึ้นรถแห่และเดินตลาดพบปะประชาชน พร้อมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หวังเลือกตั้งครั้งนี้จะสามารถคว้าเก้าอี้ ส.ส.เชียงใหม่ได้อีกครั้ง หลังว่างเว้นไปนานกว่า 20 ปี
ช่วงเช้าวันนี้ (14 ม.ค. 69) นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ของพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้งจังหวัดเชียงใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นางสาวนารากร ติยายน ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เชียงใหม่ หมายเลข 7 และพลตำรวจตรีปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 เชียงใหม่ หมายเลข 2 โดยนายกรณ์ พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.และทีมงาน ได้ขึ้นรถแห่ออกศูนย์เลือกตั้งของนางสาวนารากร ย่านถนนท้ายวัง ในตัวเมืองเชียงใหม่ ตระเวนไปตามจุดต่างๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งลงเดินพบปะพูดคุยกับประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าเพื่อแนะนำตัวผู้สมัครและนำเสนอนโยบายที่ตลาดสันป่าข่อย และตลาดประตูเชียงใหม่ ซึ่งได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี นอกจากนี้ยังได้ไปกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และกราบนมัสการเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ฯ ซึ่งได้ให้พรแก่นายกรณ์ และผู้สมัคร พร้อมมอบพระยอดขุนพลของวัดให้ด้วย
จากนั้นนายกรณ์ พร้อมคณะได้เดินทางกลับไปยังศูนย์เลือกตั้งของนางสาวนารากร เพื่อร่วมวงสนทนาในหัวข้อ “Reset เชียงใหม่ด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล” ที่เป็นการเปิดเวทีให้ประชาชนและสื่อมวลชนพูดคุยซักถามอย่างตรงไปตรงมา ทั้งนี้ นายกรณ์ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์มีแนวนโยบายสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลให้เป็นเครื่องมือสร้างรายได้จริง ตั้งแต่เอสเอ็มอี ร้านค้า ตลาด และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ด้วยการลดต้นทุน เพิ่มการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ พัฒนาทักษะดิจิทัล และใช้ข้อมูลขับเคลื่อนนโยบายท้องถิ่น เพื่อให้เชียงใหม่เป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่แข่งขันได้ ซึ่งจากการลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชนแล้วได้รับการสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่าเศรษฐกิจไม่ดี รวมทั้งมีปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหามลพิษอากาศ PM 2.5 ปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะเรื่องของการปราบปรามทุจริต ปราบทุนสีเทา และสแกมเมอร์ ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะเป็นทางออกให้ประชาชน เพื่อขจัดปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับทุกปัญหา
สำหรับความคาดหวังที่จะชนะการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งแขตในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งภาคเหนือนั้น รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ของพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า เบื้องต้นยังไม่ได้ตั้งความหวังว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้เก้าอี้ ส.ส.จำนวนเท่าใด เหมือนกับที่เคยพูดไว้ทุกครั้งในการลงพื้นที่หาเสียง โดยในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่นั้น พรรคประชาธิปัตย์ไม่ชนะการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตมานานกว่า 20 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าการกลับมาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และตัวเอง จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์เหมือนได้เกิดใหม่ หลังจากที่หลงทิศหลงทางไปนาน แต่เวลานี้กำลังปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ดังนั้นจึงหวังว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถชนะการเลือกตั้งได้ เพราะเชียงใหม่ถือเป็นศูนย์กลางและสัญลักษณ์ของภาคเหนือ ดังนั้นหากพรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.เข้าสู่สภาฯ จะมีความหมายเป็นอย่างยิ่งในการประกาศถึงการกลับมาของพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะที่เป็นพรรคของคนไทยทุกภาค


