xs
xsm
sm
md
lg

“นักรบด่านเถื่อน” ป่วนด่านกำแพงแสน ไลฟ์สดอ้างถูกผลักล้ม ตร.งัดกล้องโต้ ทนายพจน์จ่อแจ้งความกลับ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นครปฐม - โซเชียลเดือด! ชายขับแท็กซี่ไลฟ์สดป่วนด่าน สภ.กำแพงแสน อ้างถูกตำรวจผลักล้มกลางถนน ตำรวจออกหนังสือชี้แจงยันแค่แตะเชิญหลบเหตุเสี่ยงอุบัติเหตุ ด้าน “ทนายพจน์” ชี้พฤติกรรมเข้าข่ายทำคอนเทนต์โจมตี จ่อดำเนินคดีกลับหลายข้อหา

จากกรณีทีวันนี้ (31 ธ.ค.) โลกโซเชียลมีการเผยแพร่คลิปไลฟ์สดของชายขับรถแท็กซี่รายหนึ่ง ใช้ชื่อในโลกออนไลน์ว่า “นายวินัย” ซึ่งได้เข้าไปถ่ายคลิปและโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กำแพงแสน บริเวณด่านตรวจหน้าอำเภอกำแพงแสน อ้างว่าถูกตำรวจผลักจนล้มลง ขณะเจ้าหน้าที่กำลังตั้งจุดตรวจอำนวยความสะดวกประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะ ร.ต.ต.พิเชษฐ์ กลิ่นบุปผา รอง สว.(ป.) สภ.กำแพงแสน ปฏิบัติหน้าที่ในจุดตรวจ โดยพบว่าผู้ขับขี่แท็กซี่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย จึงเรียกให้จอดรถเข้าข้างทางเพื่อว่ากล่าวตักเตือน แต่ผู้ขับขี่กลับลงจากรถและเริ่มไลฟ์สด พร้อมโวยวายต่อว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่


ต่อมา สภ.กำแพงแสน ได้ออกหนังสือชี้แจง ระบุว่า เจ้าหน้าที่เพียงเอื้อมมือแตะที่แขนเพื่อเชิญผู้ขับขี่ให้ย้ายออกจากพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากปริมาณรถที่สัญจรจำนวนมาก มิได้ใช้กำลังหรือทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด แต่ผู้ขับขี่กลับทิ้งตัวลงกับพื้นและกล่าวอ้างว่าถูกตำรวจผลักล้ม ทั้งที่มีกล้องของเจ้าหน้าที่และพยานบุคคลหลายรายยืนยันตรงกันว่าไม่ได้มีการทำร้ายร่างกาย

ภายหลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงพฤติกรรมที่ถูกมองว่าเป็นการเข้าไป “ป่วนด่าน” ในช่วงเทศกาลสำคัญ

ขณะเดียวกัน นายศุภภัทรพจน์ นิติศศธร หรือ “ทนายพจน์” เจ้าของเพจ “คุยข่าวเล่าความ” ออกมาแสดงความคิดเห็น ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายกลุ่มที่เรียกว่า “นักรบด่านตรวจ” ซึ่งมักเข้าไปสร้างสถานการณ์และตั้งคำถามเพื่อทำคอนเทนต์โจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยชี้ว่าจากภาพในคลิปเห็นชัดเจนว่าเป็นเพียงการแตะเบา ๆ มิใช่การผลักล้ม

ทนายพจน์ ระบุด้วยว่า หากนายวินัยเดินหน้าแจ้งความเอาผิดเจ้าหน้าที่ ตนจะใช้สิทธิ์แจ้งความกลับในหลายข้อหา อาทิ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แจ้งความเท็จ และกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษทางอาญา พร้อมย้ำว่ากรณีนี้สะท้อนพฤติกรรมการทำคอนเทนต์เพื่อหวังยอดวิวและรายได้ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในช่วงเทศกาลที่ต้องดูแลความปลอดภัยของประชาชน






กำลังโหลดความคิดเห็น