xs
xsm
sm
md
lg

“หกสิงหา” นักตอบปัญหารักตัวพ่อแห่งยุคโซเชียล! คนตามครึ่งล้าน!!

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“…ไม่อะลุ่มอล่วยให้กับความไม่ชัดเจนหรือความเห็นแก่ได้ทั้งของตัวเราและคนรัก... …

ในบรรดา love guru/love whisperer เราว่าคุณหกจัดเป็นนักชกหมัดหนัก หมัดเดียวจอด จัดการที่ต้นตอของความคิด ไม่ได้ร่ายยาวหรือใช้ถ้อยคำฟุ่มเฟือย เพื่อประนีประนอมความรู้สึกคนที่มาปรึกษา เป็นสไตล์ที่เหมาะสมดีกับยุคนี้ที่ผู้คนมักเพ้อเจ้อ ชอบชักแม่น้ำมากมายเพื่ออธิบายความเห็นแก่ตัว ให้ดูดีมีความน่าเห็นใจ…”

ส่วนหนึ่งในหลายๆ ข้อความทางไลน์ที่คนอ่านประทับใจ ส่งให้ “หกสิงหา” นักเขียนเจ้าของผลงานขายดีเวอร์ “กอดแน่นแค่ไหน…ถึงเวลาก็ต้องปล่อย” สำนักพิมพ์ springbooks  พิมพ์ซ้ำ 10 ครั้ง 25,000 กว่าเล่ม และมีผู้ติดตามรวมทุกโซเชียลมีเดียกว่า 500,000 คน

ด้วยภาษาบาดใจคมกริบ เจ้าของฉายา‘เจ้าพ่อคำคม’ ทว่าสิ่งสำคัญกว่าคือ ตรรกะวิธีคิดที่หนุ่มผู้ใช้นามปากกา “หกสิงหา” คนนี้ และการอธิบายคล้ายกระแทกเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจที่อ่อนแอแอบซ่อนไว้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่กำลังจมปลักกับปัญหารักซ้อนซ่อนรัก

นามปากกาของเขามาจากวันเดือนเกิด เขาไม่ยอมบอกปีเกิด ไม่ยินดีบอกชื่อจริงนามสกุลจริง ยกเว้นชื่อเล่น “ปั๊ม” หนุ่มชาวเหนือผู้ผันตัวเองจากการเป็นวิศวกรไฟฟ้า ดูแลธุรกิจด้านพลังงานสุริยะ สู่การเป็นนักเขียนอิสระ

เพราะชอบคิดและเขียน แล้วถ่ายทอดผ่านทวิตเตอร์, เฟซบุ๊ก, และอินสตาแกรมตั้งแต่ พ.ศ. 2553 มีผลงานหนังสืออีกหลายเล่ม ซึ่งเขียนเองพิมพ์เอง และขายเองผ่านโซเชียล ได้แก่ “ปีแห่งการรักตนเอง”, “คนสุดท้ายที่คิดว่าใช่ อาจไม่ใช่คนสุดท้าย”, “ฝันร้ายแค่ไหน…ถึงเวลาก็ต้องตื่น”, “HOKSINGHA DIARY บันทึกหนึ่งวัน แบบ UNSEEN เล่ม 1

นอกจากเป็นนักเขียนอิสระที่เรียกตัวเองว่า Love Whisperer แล้ว ยังเป็นบล็อกเกอร์ประจำเว็บดัง ในหมวดความรักของผู้หญิง และการท่องเที่ยวเดินทาง,  ครีเอทีฟ และศิลปินที่ไม่ได้เซ็นสัญญากับสังกัดค่ายใด

เขาเป็นผู้ชายที่มีความเป็นตัวของตัวเองขั้นสุด ผู้จัดการ Lite ขอถ่ายทอดความเป็นตัวตนของเขาผ่านบทสนทนาคำตอบของเขาล้วนๆ

ยังไงก็ไม่ยอมบอกชื่อจริงนามสกุลจริง

"คิดว่าไม่สำคัญ และไม่ชอบเปิดเผยเรื่องส่วนตัว

ก่อนหน้าปี 2556 ไม่เคยเปิดเผยตัวเลย คนไม่รู้อายุ ไม่รู้เพศ เหตุผลหนึ่งก็เพื่อจะเป็นเครื่องวัดว่า คนจะคิดยังไงกับสิ่งที่เราเขียนแม้ไม่รู้จักคนเขียนเลย ผลก็คือคนให้การตอบรับกับสิ่งที่เราทำค่อนข้างโอเคมากๆ  เห็นได้จากหนังสือเล่มแรกที่ตีพิมพ์ 10 ครั้ง พิสูจน์ได้ว่าคนเค้าไม่ได้สนใจชื่อ อายุ ภาษาเราอาจวัยรุ่น แต่คนที่รู้จักเรา จะรู้ว่าเราไม่ได้อายุเด็กขนาดนั้น"

แต่ยอมบอกว่าจบวิศวะ

"ครับ แต่ไม่บอกที่ไหน จริงๆ แล้วอยากเป็นสถาปนิก พูดไปเดี๋ยวก็รู้แล้วว่าอายุรุ่นไหน(อมยิ้ม) ดู ‘สามหนุ่มสามมุม’ ชอบทศพล (อาชีพสถาปนิก พี่ชายคนรองรับบทโดยแท่ง-ศักดิ์สิทธิ์) อยากเป็นสถาปนิก เป็นครีเอทีฟ ดูเท่ดี

แต่สมัยนั้นยังไม่มี google หาข้อมูลว่าเรียนแล้วไปทำอะไร เส้นทางในการทำงานคืออะไร เราก็คิดตามความรู้ที่มีตอนนั้น ไม่วิศวะก็หมอ ประกอบกับที่บ้านก็เรียนจบวิศวะ หน้าที่การงานก็ดี เราก็เออ วิศวะก็วิศวะ

ตอนแรกอยากเรียนวิศวะคอมพิวเตอร์ เพราะชอบเรื่องเทคโนโลยี แต่มีคนบอกว่าเรียนไฟฟ้าดีกว่า ไฟฟ้าเป็นเซตใหญ่ของคอมพิวเตอร์ แต่พอเรียนเข้าจริงๆ มันคนละเรื่องเลย จึงรู้สึกว่าตอนเข้ามหาวิทยาลัยเป็นช่วงเปลี่ยนชีวิตที่สำคัญมาก เพราะมันจะเป็น road map กับสิ่งที่เราทำต่อไป ก็เสียดายเหมือนกัน แต่การตัดสินใจพลาดวันนั้น กลับมาเป็นอาวุธชิ้นสำคัญของวันนี้ คือที่ทำงานทุกวันนี้ ก็ใช้ความรู้จากวิศวะ เช่น ทำเว็บเองทั้งหมด"

สมัยเรียนจบใหม่ๆ ทำงานวิศวะมาก่อนหรือมาทำงานเขียนเลย

"ไม่ได้ไปทำงานวิศวะ แต่ใช้ความรู้วิศวะช่วยพี่ชายทำงานเกี่ยวกับพลังงานทดแทน แต่พอทำไป รู้สึกว่าไม่มีเวลาทำงานให้พี่เต็มที่ เดี๋ยวก็โพสต์แล้ว รู้สึกเหมือนกินเงินเดือนแต่ทำงานให้ไม่คุ้ม (หัวเราะ)

ผมคิดว่าทุกคนมีเวลาเท่ากัน  เราต้องเลือกเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้งานนั้นออกมาดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่เกี่ยวกับการมองสังคม ต้องให้เวลานานมากพอ เหมือนเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนตรงนั้น (ชี้ไปด้านหน้า) มองไปเห็นใส่ชุดสีคราม แต่ความจริงแล้วใส่สีดำ แดดส่องเลยมองเป็นสีคราม การทำงานเขียนหรือการทำศิลปะก็เช่นกัน ต้องให้เวลากับ ต้องมีเวลาอยู่กับมัน

สมัยก่อนถ้าอยากเป็นนักเขียน นั่งทำต้นฉบับและไปส่งสำนักพิมพ์ อาจถูกดอง 3 เดือน บก.ถึงหยิบมาดู และเรียกไปพบ แต่สมัยเราโชคดีมีเฟซบุ๊ก เราให้คนชิมดูสิว่าเป็นไง เราแค่โยนความคิดลงไป เราคิดแบบนี้ คนคิดยังไง มันก็ดูได้จากคนกดไลค์ คนรีทวิต

ตอนแรกเขียนเรื่องชีวิตก่อน พอโยนเรื่องความรักเข้าไปซึ่งอยู่ในช่วงวัยที่คนเค้าตามกันอยู่ ทำให้ความรักกลายเป็นภาพใหญ่ของหกสิงหาไปเลย คนก็คิดว่าเรารู้เรื่องความรัก เริ่มเข้ามาถามจนกระทั่งมีคนถามว่าตกลงคุณมีแฟนหรือเปล่า คุณไปเจอความรักที่ไหนมา ทำไมคุณถึงเศร้าขนาดนี้ จริงๆ เราไม่ใช่เป็นแบบนั้น เราเป็นคนที่อ่านและเสพสื่อ แล้วชอบนำมาคิด เรื่องนี้สามารถให้ความคิดอะไรบ้าง ข่าวดาราเตียงหัก ข่าวคนนั้นคนนี้ เราคิดอะไรกับมัน และก็นำเสนอไปในแง่มุมของเรา

เรื่องความรักก็เลยเป็นภาพของเราไป อย่าง เคยโพสต์หน้ากระดาษที่เขียนว่า 'คนฉลาดจะไม่คบคนเจ้าชู้' น่าตกใจมากคนแชร์ต่อๆ กันไปเกือบสองหมื่นน่ะครับ คือ เราโยนความคิดเราลงไป ซึ่งเรื่องนี้มาจากการไปคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งเป็นไฮโซเรียนจบนอก เค้าก็เล่าว่าเจอผู้ชายคนนี้โน่นนี่นั่น เราก็เอ๊ะ อะไรแค่นี้คุณคิดไม่ได้เหรอ เรื่องความรักมีโง่มีฉลาด แต่เราพยายามหลอกตัวเองว่าความรักไม่มีโง่ไม่มีฉลาด แต่ถ้าคุณเจอคนที่แย่แล้วคุณก็แย่ลงๆ คุณคิดว่าคุณใช้ชีวิตฉลาดเหรอ มันก็ไม่ใช่ มันก็คือโง่นั่นแหล่ะ แต่เพียงคุณไม่ยอมรับว่าโง่และต้องแก้ไข"

กลายเป็นกูรูเลิฟทางโซเชียลไปเลย

"ผมคิดว่าในสังคมไทยไม่ค่อยมีผู้ชายพูดเรื่องนี้ คนก็เลยอยากลองถามผู้ชายดูซิว่าผู้ชายจะตอบยังไง"

ทำไมใช้คำว่า Love whisperer

"ผู้บริหารค่ายเพลงหนึ่งเรียกไปคุยเพื่อมีโปรเจกต์ร่วมกันบางอย่าง เค้าก็โยนคำถามมาว่า 'ปั๊มคิดว่าปั๊มแตกต่างจากนักเขียนออนไลน์คนอื่นยังไง?'  เราก็นั่งคุยกันในเชิงการตลาด พี่เค้าบอกหกสิงหาคล้ายกับคนที่คอยกระซิบบอกคนอื่นว่าอันนี้ไม่ดีอันนั้นไม่ถูกต้อง และให้คนเข้ามาไลน์ถามปัญหาโดยตรง เทียบเคียงกับ horse whisperer (คนฝึกสอนม้า) นี่คือสิ่งที่หกสิงหาแตกต่างจากคนแนะนำคนอื่น คือ การถึงเนื้อถึงตัว บอกใกล้ๆ กระซิบค่อยๆ แต่แรงนะ"

หกสิงหา‘แรง’ แต่ก็มีคนชอบไม่น้อย คิดว่าเพราะอะไร

"แล้วแต่โซนคน  ถ้าเป็นโซนผู้ถูกกระทำ พูดง่ายๆ โซนเมียหลวง เชียร์สะใจ พี่ด่ามันส์มาก แต่ถ้าโซนเมียน้อย พี่พูดแรงจัง  ไม่ด่าผู้ชายบ้างล่ะ

เราก็เห็นสีของอารมณ์คนที่ตอบ content ว่าคิดยังไงกับเรา คนที่ไม่อยู่ในฐานะของคนถาม(เจ้าของเรื่อง) ก็อาจรู้สึกว่าแรงไป แต่จริงๆ แล้ว มันไม่แรง เพราะเรารู้ว่าเราคุยกับใคร ต้องมีอะไรไปกระตุกเค้า

ถ้า content ไม่แรงๆ ก็อาจจะไม่ทำให้บางคนเปลี่ยนแปลง ที่เรารู้ว่าเปลี่ยนแปลง เพราะรู้จากการที่เค้าตอบเรา เค้ากล้าที่จะขอบคุณ บอกว่าเราให้สติเค้า

เราแรงตาม content ที่เข้ามา เรารู้สึกอินกับบางคำถามที่เข้ามา เสียดายโอกาส สงสารคนที่เป็นเมียหลวง หรือสงสารคนที่เป็นพ่อแม่ หรือสงสารเด็กที่เกิดมาและมีผู้หญิงคนนี้เข้ามา ทำให้ครอบครัวแตกแยก ก็เลยทำให้เรามีอารมณ์ร่วมไปกับคำตอบ ทำให้ content ในเฟซบุ๊กและไลน์เผ็ดขึ้น

ถ้าใครชอบเผ็ดเปรี้ยว คุณเข้าไปเสพเฟซบุ๊กกับไลน์ แต่ถ้าคุณอยากได้อะไร soft คุณไปดูในอินสตาแกรม ภาพสีครีม คำคมสั้นๆ"

"ผมว่าคนที่ให้คำปรึกษาต้องให้คะแนนกับการให้คำปรึกษาของตัวเองด้วย สมมติพูดแค่นี้ คุณไปคิดต่อเองล่ะกัน คนที่อ่านหรือคนที่ถามคุณ อาจให้แค่ 7 เต็ม 10  ถ้าเราบอกไปแบบนั้น

แต่ในสังคมเรามีบัวหลายเหล่า เราไม่สามารถทำให้บัวใต้ตมและมีซีเมนต์โบกทับคิดเองได้ ผมบอกเลยถ้าคุณเดินต่อไป คุณตกเหวแน่นอน เพราะฉะนั้น คุณอย่าเดินนะ ถึงเค้าจะเกลียดจะด่าเรา ก็ไม่เป็นไร เราทำดีที่สุดแล้ว เราเตือนคุณแล้วนะถ้าคุณเดินไปคุณตายแน่ เค้าก็รู้แล้วว่าเราให้น้ำหนักกับการให้คำปรึกษา 20 เต็ม 10 ไม่ใช่ 7 เต็ม 10

ถ้าเป็นเรื่องแอบรัก น้องไปคิดต่อเองล่ะกัน แต่ถ้าเรื่องครอบครัว ทำให้บ้านอื่นแตกแยก เราไม่สามารถปล่อยให้คนคิดเองได้

อย่างไรก็ตาม ในโลกความเป็นจริง ยังไงคนเราก็ต้องเอาไปคิดเองอยู่แล้ว ไม่ได้อยู่ที่คำตอบของเราว่าแรงหรือไม่แรง  ทุกคนเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง หกสิงหาเป็นใคร มาชี้ชะตาชีวิตคุณได้ไง เค้าก็ต้องเลือกทางเดินของเขาอยู่แล้ว สุดท้ายก็ไม่มีใครสั่งให้ใครทำอะไรได้จริง ถ้าเขาไม่เต็มใจจะเปลี่ยนแปลง"

วิธีการแนะนำของหกสิงหาไม่เหมือนคนอื่น มีหลักความคิดอะไร

"เคยศึกษาด้านปรัชญาอยู่หลายปีครับ จึงรู้สึกว่าต้องให้ชุดความคิดที่ทำให้คนถามรู้สึกสมเหตุสมผล อย่างเช่น มาถามบอกชอบแฟนคนอื่น ก็ตอบว่าเวลาน้องคุยกับเค้า น้องก็นึกถึงหน้าเมียเค้าละกัน พยายามให้เค้าเห็นภาพ ถ้าคุณไลน์กับผัวเค้าอยู่ แล้วเมียเค้ามานั่งข้างๆ คุณจะกล้าทำแบบนี้มั้ย

เราจะสื่อสารเพื่อให้รู้สึกเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา ถ้าเราทำสิ่งไม่ดี ก็ให้นึกถึงว่าถ้าเป็นเราถูกกระทำบ้าง จะรู้สึกยังไง"

ส่วนใหญ่เป็นปัญหาอะไร

"เยอะมากครับ เด็กๆ วัยรุ่นจะมีปัญหาแอบรักเยอะมาก เพื่อนไม่ยอมรับ เพื่อนไม่คุยด้วย ถ้าเกิดดูแล้ว ปัญหาไม่หนักหน่วงมาก ก็จะปล่อยวางไป ไม่ตอบ หรือตอบช้า ให้กำลังใจไป เน้นให้รักพ่อแม่ และเรื่องการเรียนมากกว่า

แปลกๆ ก็มีลักษณะเป็นเมียน้อยโดยไม่รู้ตัวบ้าง หรือท้องบ้าง เราต้องศึกษาเรื่องการทำแท้งการคุมกำเนิดเพิ่มเติม เพื่อจะได้รู้ว่าแนวทางนี้คืออะไร เราก็นำมาอธิบายต่อโดยมีแกนของเราอยู่ว่าควรเป็นยังไง

กรณีท้องแล้ว ไม่แนะนำให้ทำแท้งแน่นอน เพราะคือการฆ่าคน  ในเมื่อคุณทำออกมาแล้ว คุณต้องรับผิดชอบสิ่งที่คุณทำ จะบอกเค้าว่าเด็กคนนี้ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาด แค่เกิดจากความตั้งใจที่ผิดเวลา"

หกสิงหาค่อนข้างมีคำคมๆ โดนๆ บ่อยๆ ชอบประดิษฐ์คำใช่มั้ย

"ก็ต้องประดิษฐ์ครับ เพราะทำให้น่าอร่อย เหมือนคนซื้อผัดกะเพรา ทำไมต้องเอาข้าวใส่ถ้วยให้กลม และแปะลงไป ก็เพื่อให้สวยงามน่ากิน นักเขียนก็เหมือนกัน ทำให้ดูมีรูปทรงเตะตาคน ซึ่งก็คือการประดิษฐ์  งานศิลปะมีหลายแบบ มีทั้งแบบไม่แต่งแต้ม และแบบที่ตบแต่ง

เราประดิษฐ์เพื่อให้คนเข้าถึงสิ่งที่ไม่ประดิษฐ์"

มีผู้ชายเข้ามาถามบ้างมั้ย

"มีครับ แต่น้อยมาก ผู้ชายเป็นฝ่ายกระทำมากกว่า (หัวเราะ) อาจเป็นเพราะว่าผู้ชายมีภาวะของความเด็ดขาด ผมเคยเขียนว่าถ้าผู้หญิงใช้ความเป็นผู้ชายในเรื่องความเด็ดขาด ผู้หญิงจะมีปัญหาน้อยลง

เพราะฉะนั้นผู้หญิงที่มีความเป็นผู้ชาย จะเอาตัวรอดได้ มีน้องคนหนึ่งระแคะระคายว่าแฟนมีกิ๊กเป็นนศ. ก็ขับรถไปดู มีคนบอกหลับตาซะบ้าง น้องคนนี้บอกหลับตาทำไม ต้องลืมตาสองข้างไปดูเลยชัดๆ ว่าจริงมั้ย ก็ตามไปถึงบ้าน กำลังฟีเจอริ่งกันเลย น้องคนนี้ก็ไม่ให้โอกาสผู้ชาย บอกเลิกขอหย่าเลย กลายเป็นบุคคลที่ต้องทำงานดูแลธุรกิจคนเดียว

ถามว่ามันคือการตัดสินใจที่ยากมั้ย? ก็ยากมากนะ แต่มันเป็นการตัดสินใจที่จะทำให้ใจของคุณพร้อมที่จะพัฒนา เมื่อใดก็ตาม, ใจคุณพะวงแฟนคุณจะตรงนั้นตรงโน้นมั้ย ใจคุณไม่มีคุณภาพมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง นี่คือตัวอย่างของความเด็ดขาด

ผู้หญิงที่มีความเข้มแข็งในเรื่องความรักจะมีอิทธิพลกับผู้ชาย ทำให้กล้าคิดนอกใจน้อยลง เพราะรู้ว่าผู้หญิงเอาจริง ถ้าผู้หญิงไม่เอาจริง ผู้ชายจะได้ใจ"

เคยเจอแบบอ่านแล้วเครียดเกิน หรือไลน์กระหน่ำเข้ามาตลอด รับมือยังไง

"ก็จะดูตัวเองว่าถ้ารู้สึกหนักเกิน ก็จะถอยออกมา ไม่เปิดดู ถ้าบ่นเยอะก็จะบล็อคก่อน แล้วค่อยมาอ่านทีหลัง ให้รู้สึกว่าที่คุณบ่น เราไม่ได้อ่านนะ

ไม่กลัวเสียแฟนคลับหรอกครับ เพราะคนที่ยังไม่พร้อมจะรับสิ่งที่เราให้ เราก็ยังไม่ควรให้ ให้มีสติก่อน แล้วจะกลับมาเอง เคยมีคนบอกว่าเวลาเราไปฟังคนที่ให้คำปรึกษาสองคนสองแบบ คนหนึ่งแนะนำอย่างอ่อนโยนนุ่มนวล แต่ไม่ได้ใส่ความรู้สึกจริงใจเข้าไป ให้คำแนะนำเพราะทุกคนรักตัวเอง ไม่อยากเสีย connection กับอีกคนที่ให้คำแนะนำด้วยความจริงใจ ให้คำแนะนำด้วยความรู้สึกเป็นห่วงแม้จะพูดแรง เมื่อคนคนนี้เดินออกมาจากสองคนที่ให้คำปรึกษา วันหนึ่งเมื่อเขาเจอทุกข์หนักๆ เค้าจะนึกถึงคนที่พูดแรงๆ เพราะพูดความจริง"

แต่คนถามปัญหาความรัก รู้สึกเบื่อ-เลี่ยนบ้างมั้ย

"ไม่เบื่อ ไม่เลี่ยน แต่จะรู้สึกแย่กับคนที่เจอปัญหา สงสาร เรารู้สึกเหมือนทุกคนเป็นญาติเรา คนที่มาตามเราก็เหมือนกับคนที่ให้การสนับสนุนเรา

อย่าง มีโดนทำร้ายร่างกาย ถ่ายรูปส่งมาให้ เลือดอาบหน้า ถ่ายเฟะๆ มาให้ดูเลย โดนตบมา สงสาร เราเข้าใจว่าเค้าไม่มีใครจริงๆ บอกพ่อแม่ก็ไม่ได้ บอกใครไม่ได้ก็มาบอกหกสิงหา ทำให้รู้สึกเออ สิ่งที่เราทำมีความหมาย ชีวิตเรามีความหมายทุกวัน เราก็รู้สึกว่าเราต้องสู้ต่อไป"

ยอดคนตามในโซเชียลรวมกัน 5 แสนไม่ธรรมดาเลย

"ครับ ผมคิดได้สองวันที่แล้ว คำว่า follower ไม่น่าแปลว่าผู้ตาม น่าแปลว่าผู้มองมากกว่า เป็นคำจำกัดความที่กว้างขึ้นในยุคนี้ เค้าไม่ได้จะติดตามว่าเราทำอะไรแล้วเขาจะทำตาม หรือมาเป็นในสิ่งที่เราแนะนำ แต่เค้ามองว่าเราคิดแบบนี้แล้วเค้าจะทำอะไรต่อได้บ้าง

ปีนี้เป็นปีที่ไลน์คอมมูนิตี้ของหกสิงหา มีคนที่มีครอบครัวแล้วมากขึ้น อากงอาม่าส่งดอกไม้สีเหลืองมาสวัสดีวันจันทร์ บางคนสั่งหนังสือทางเฟซบุ๊กยังสั่งไม่เป็นเลย ถามต้องโอนเงินยังไง แอดมินก็จะคอยบอกว่าให้คนที่ช่วยเล่นเฟซบุ๊กเป็นสั่งให้นะคะ

เมื่อก่อนกลุ่มคนที่เข้ามาหาเราส่วนใหญ่อายุ 18-24 ปี แต่พอปีนี้กว้างขึ้น ก็จะมีเนื้อหาที่หลากหลาย ต้องปรับเนื้อหาบางอย่าง เพื่อให้เขาเข้าใจเราและเข้าใจเนื้อหา แต่ไม่ถึงกับปรับมากเกินจนเสียความเป็นตัวเราไป"

จะพัฒนางานตัวเองไปอย่างไรบ้าง

"โดยส่วนตัว ชอบศาสตร์ละครหนัง ตอนนี้ก็ทำเพลง เขียนเพลง เขียนคอนเซ็ปต์เพลงด้วย เอาแนวคิดของเราไปขยายในรูปแบบอื่น ให้คนเข้ามาเรียนรู้ตัวเรามากขึ้น ถ้าขยายไปได้ อยากทำเป็นหนังจากเรื่องที่เกิดขึ้น  มันคงสนุกมากครับ"

ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก FB : hoksingha

สัมภาษณ์โดย ผู้จัดการ Lite
เรื่อง : เกิดศิริ
ภาพ : พลภัทร วรรณดี



มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"MGR Online Live" และ "@manager_live" กันได้ที่นี่!!


และสามารถส่งข่าวสารมาได้ที่: manageronlinelive@gmail.com
หรือ Fax 0-2629-4754



กำลังโหลดความคิดเห็น...