xs
xsm
sm
md
lg

หาดหัวหิน ถึงเวลาต้องจริงจังกับ “การจัดการขี้”!!?

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

(ขอบคุณภาพ: กระทู้ •••เกิดอะไรขึ้นกับทะเลหัวหิน สกปรกมากเต็มไปด้วยขี้ม้า•••)
“ขี้กระจายเต็มหาด” หลายคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันเมื่อได้ไปเยือน “หาดหัวหิน” ในวันนี้ สภาพสถานที่ท่องเที่ยวแทบไม่เหลือชิ้นดี มองไปทางไหนเจอแต่ “กองขี้ม้า” ให้ไม่กล้าเดินเหยียบทรายหรือจุ่มเท้าลงน้ำทะเลละแวกนั้นอีกต่อไป ล่าสุด มือดีตั้งกระทู้ระบายความในใจหลังไปท่องเที่ยว ผู้คนมากมายช่วยกดโหวตจนกลายเป็นกระทู้แนะนำ พร้อมกับตั้งคำถามว่าที่หน่วยงานเคยออกมา “จัดระเบียบชายหาด” เมื่อครั้งก่อน เป็นเพียงผักชีโรยหน้าเท่านั้นเองหรือ? บอกได้คำเดียวว่าเรื่องขี้(ม้า) ไม่ใช่แค่เรื่องขี้ๆ หรือเรื่องเล่นๆ อีกต่อไปแล้ว!!




“ฉี่ม้า-ขี้ม้า-ม้าป่วย” สารพัดเรื่องหงุดหงิด ณ หัวหิน
“เกิดอะไรขึ้นกับทะเลหัวหิน สกปรกมากเต็มไปด้วยขี้ม้า” คือหัวข้อกระทู้ที่นักท่องเที่ยวรายหนึ่งตัดสินใจโพสต์ระบายสิ่งที่พบเห็นลงใน Pantip.com หลังได้ไปเยือนมาเมื่อวันที่ 14-16 พ.ย.ที่ผ่านมา บอกได้เลยว่าแทบหาความสุขไม่ได้ มองไปทางไหนมีแต่ภาพขัดตาขัดใจ โดยเฉพาะเรื่องม้า ลองเดินนับทั่วหาดแล้วพบว่ามีม้าอยู่ประมาณ 15-20 ตัว ชวนให้คิดไปว่า “ทะเลที่นี่กลายเป็นคอกม้าไปแล้ว” ซ้ำยังเห็นว่าม้าบางตัวมีอาการเปลี้ยอย่างน่าสงสาร และบรรทัดต่อจากนี้ไปคือคำบอกเล่าผ่านสายตาเจ้าของกระทู้


(เรื่องขี้ๆ ที่กลายเป็นประเด็นร้อน)
ม้าไม่มีแรง แบบนี้เรียกทารุณสัตว์หรือเปล่าไม่ทราบ แต่ที่เห็นมีม้าตัวเล็กด้วย ขาสั้นกว่า น่าจะเป็นลูกม้า ฝรั่งแดดดี้ขึ้นขี่แล้วอุ้มลูกนั่งหน้า นั่งด้วยกัน หม่ามี้ยืนถ่ายรูป ถ่ายหลายรูปอยู่ ม้ารับน้ำหนักไม่ไหว ขาหน้าเริ่มพับ ยกขาขึ้นสลับไปมาเหมือนจะล้มๆ เห็นแล้วสงสาร คนคุมม้าน่าจะดูออก รีบพูดว่า OK! ให้ฝรั่งลง

เพื่อนๆ ลงไปเล่นน้ำกัน เราก็นั่งรอ ผ่านไปประมาณ 10 นาที เพื่อนวิ่งกลับขึ้นมา แล้วทำหน้าตาหมดสนุก แล้วบอกว่า
ม้าฉี่ลงทะเล แล้วท่อของม้าไม่ใช่เล็กๆ เหมือนเปิดก๊อกน้ำหน้าบ้านระดับแรงสุด เพื่อนบอกว่าฉี่ต่อหน้าต่อตาเลย วิ่งขึ้นฝั่งแทบไม่ทัน สีเหลืองมากเหมือนม้ากินน้ำน้อย เราก็ปลอบมัน อะเช็ดตัว (เพื่อนคนนั้นคนเดียวที่เป็นหวัด มันคิดว่าได้เชื้อจากฉี่ม้าแน่ๆ ฮากันไป) เดินเล่นแทนแล้วกัน เดินบนหาดทรายสีขาว เท้าสัมผัสทรายอันอ่อนนุ่ม ผ่านไปไม่ถึง 3 ก้าวเจอ...

กองขี้ม้า เหมือนขี้หมาแต่ปริมาณเยอะกว่า ส่งกลิ่นตลบ ความรู้สึกสุนทรีย์ต่อธรรมชาติ หยุดลงตรงนี้ กองขี้ม้า เยอะมากเต็มหาด เต็มหาดจริงๆ เด็ดสุดที่เห็นกับตาคือ คลื่นพัดเอาขี้ม้าลงไป แล้วลากกลับขึ้นมา ขี้กระจาย ตรงจุดนั้นก็ยังมีคนเล่นน้ำอยู่ กลับดีกว่างั้น เดินผ่านมาอีก เจอ...



ม้าป่วย ยืนแทบไม่ไหว คอพับ น้ำลายไหลยืด ไหลออกมาเรื่อยๆ เลย คนคุมม้าได้แต่พูดว่าเป็นอะไรไม่รู้ น้ำลายไหล แค่นั้น? ไม่ทำอะไรเลย เห็นแล้วนึกถึงเมื่อก่อนคนหาเงินจากช้าง เดินตามสี่แยกไฟแดง ไม่ต่างกัน วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแล
ถ้าคิดว่ามีม้าที่หาดหัวหิน จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว มีได้แต่ไม่น่าใช้ม้าเด็ก จัดที่ให้ม้ากินน้ำกินข้าว จัดที่ขับถ่ายให้ม้า ให้มันถูกสุขลักษณะ นักท่องเที่ยวจะได้เยอะกว่านี้ มีที่ให้อาบแดด ทะเลจะสวยกว่านี้”

ไม่ได้มีเพียงเจ้าของกระทู้เท่านั้นที่ต้องเจอะเจอสภาพความอึดอัดบนหาดแห่งนี้ ผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และนี่คือความคิดเห็นหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

“ไปหัวหินมาเหมือนกันค่ะ เดินหาดทรายสายลม 2 เรา และแล้ว...
เรา: ตัวเองนี่กองอะไรอะ???
แฟน: ขี้ม้า!! สักพักน้ำทะเลก็ซัดขึ้นมา ขี้ม้าก็หายไปกะตา...
เรา: ไปเหอะ ไม่เดินเล่นแล้ว มองไปข้างหน้า ขี้ม้าก้อนกลมๆ เพียบบบบบบ”




ทำให้ “ขี้ม้า” เป็นแค่ “เรื่องขี้ๆ”
อ่านแล้วอาจจะรู้สึกตลกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ถ้าลองไปอยู่ในฐานะ “นักท่องเที่ยว” เองจะตลกไม่ออกเลยสักนิด “ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์” ประธานคณะอนุกรรมการการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ คือคนหนึ่งที่เคยใช้ชีวิตอยู่ละแวกนั้นมากว่า 10 ปี จึงรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กลับกลายเป็นปัญหาขึ้นมาอีกครั้งเพราะขาดการดูแลจัดการที่เป็นระบบอย่างสม่ำเสมอ

“เรื่องขี้ม้านี่ มันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมานะครับ สมัยหนึ่งที่หาดเคยมีขี้ม้าเยอะ หลังจากนั้นเริ่มมีการจัดการกัน ตกลงว่าม้าใครอึ คนนั้นก็ต้องเก็บ มีถุงห้อยที่หลังม้า ทำให้ขี้ม้าลดลงไปเยอะมาก แต่ตอนนี้ ถ้ามีข่าวออกมาว่าขี้ม้ามีเกลื่อนหาดอีกแล้ว ก็แสดงว่าวิธีการนั้นมันถูกละเลยไปแล้ว เพราะฉะนั้น ก็คงต้องใช้วิธีเดิม ม้าใครอึ คนนั้นเก็บ และควรมีเบอร์ติดที่ตัวม้าให้ชัดเจน ถ้าพบว่าม้าตัวไหนอึเรี่ยราดแล้วไม่เก็บ นักท่องเที่ยวก็สามารถจดเบอร์ไปฟ้องได้เลย ง่ายๆ ไม่ได้เป็นเรื่องที่แก้ยากอะไรเลย แก้ได้ง่ายมากถ้าคิดจะแก้ครับ




ส่วนเรื่องการเอาม้ามาให้คนขี่ที่ริมหาด ผมมองว่าเป็นเรื่องธรรมดานะ แต่ถ้าม้าตัวนั้นมีความผิดปกติเกิดขึ้น มีรอยแผลตามตัว ยืนโขยกเขยก ม้าบาดเจ็บแล้วยังจะเอามาใช้งาน อันนั้นก็เป็นอีกเรื่องนึง แต่ม้าหัวหินส่วนใหญ่ที่เอามาใช้ก็เป็นม้าแคระ ตัวก็จะเล็กๆ ถ้าจะมีคำถามว่าเป็นการทรมานสัตว์หรือเปล่า อันนี้ก็อาจจะต้องรอลุ้น พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ที่กำลังจะออกมาครับ แต่ถ้าพบว่ามีการทารุณสัตว์มากไปก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

วิธีแก้ไขในเบื้องต้นก็คือการแก้เรื่องการติดเบอร์ม้าทุกตัวให้ชัดเจน การติดเบอร์ม้าก็ไม่ได้ทำยากอะไร เพราะเราก็ไม่ได้เอาตราปั๊มลงไปในตัวม้า แค่อาจจะมีแผ่นเลขแปะหรือแขวน ทำให้เหมือนเสื้อวิน จะได้รายงานได้ถูกต้องว่าม้าตัวนี้ของใคร ตัวไหนขี้เรี่ยราด ส่วนเรื่องการดูแลม้าให้อยู่ในสภาพที่ดี มันเป็นเรื่องของการจัดการที่สามารถทำได้อยู่แล้วครับ ไม่ได้ลำบากอะไรมากมาย ทางเทศบาลก็ทำได้ ไม่ต้องไปหาความรับผิดชอบให้ไกลที่ไหนเลย และถ้าทำเรื่องการลงทะเบียนม้าให้ดี ตรงนี้ก็จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการใช้แรงงาน “ม้าเด็ก” ไปได้ในตัว เพราะตอนลงทะเบียนจะมีระบุไว้อยู่แล้วว่า ม้าแต่ละตัวมีอายุเท่าไหร่ อายุต้องถึงเกณฑ์ถึงจะมาใช้แรงงานได้

ส่วนเรื่องผลกระทบ อันนี้ยังไม่ต้องพูดถึงผลกระทบต่อเรื่องสิ่งแวดล้อมเลยครับ แค่พูดถึงเรื่องคนที่ไปเที่ยวไม่กล้าเล่นทราย มันก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอยู่แล้วครับ แต่ถ้าจะบอกให้เลิกให้มีม้าริมหาดแบบนี้มาบริการ ก็อาจจะต้องเข้าใจก่อนว่า ม้ากับหาดหัวหินเป็นสิ่งที่คู่กันมาหลายปีมากแล้ว เป็น 40-50 ปีได้ มันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมท้องถิ่นแล้วครับ เหมือนรถม้า ปัจจุบันก็เหลือแค่ที่ลำปาง ม้าที่หัวหินก็เหมือนกัน ถ้าจู่ๆ จะประกาศให้เลิกอาชีพเขาที่ทำติดต่อกันมาหลายปีมากๆ แล้ว มันคงไม่ถูกต้อง เพราะมันถือเป็นวัฒนธรรมการท่องเที่ยวของหัวหิน เพราะฉะนั้น ก็ต้องมองว่าจะทำยังไงให้ปลอดภัย ไม่รบกวนชาวบ้าน และทำยังไงไม่ให้ม้าขี้เรี่ยราด”




“หาดหัวหิน” ได้เวลาจัดระเบียบเสียที!
หลายคนวิจารณ์เป็นเสียงเดียวกันว่า “การจัดระเบียบชายหาด” ที่เคยเกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ผักชีโรยหน้า พอเวลาผ่านล่วงเลยไปก็กลายสภาพกลับมาเละเหมือนเดิม เกี่ยวกับเรื่องนี้ ประธานคณะอนุกรรมการการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บอกเลยว่าปัญหาใหญ่มันอยู่ที่การอะลุ่มอล่วยกัน


(หลากความเห็นเกี่ยวกับการจัดระเบียบหาดหัวหิน)

“เรื่องระเบียบชายหาด การรุกล้ำชายหาด ผมไม่ค่อยอยากพูดถึงครับ เพราะสิ่งเหล่านี้รู้ๆ กันอยู่ว่าผิดกฎหมายอยู่แล้ว เข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินสาธารณะ จริงๆ แล้ว ถ้าพูดถึงประเด็นเรื่องการรุกล้ำ มันก็มีการรุกล้ำอีกเยอะแยะในหาดอื่นๆ พัทยาใต้ก็รุกล้ำหมดทั้งแถบ เพราะฉะนั้น อาจจะต้องถามคำถามนี้กับรัฐบาล, นายกเทศบาลหัวหิน หรือผู้ว่าฯ ประจวบฯ ครับ

การที่คนในสังคมช่วยกันแจ้งเรื่องจนทำให้เกิดเป็นประเด็นขึ้นมามันก็ดีครับ แต่ก็ต้องเข้าใจว่าบางปัญหาก็อาจจะเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากลำบากเหลือเกิน เพราะถ้าจะจัดการจริงๆ ก็ต้องทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกหาดทุกที่เพื่อไม่ให้เกิดภาวะเหลื่อมล้ำ คือถ้าเราจะมาไล่แผงแม่ค้า-หลังคาเพิงเล็กๆ ริมหาดไม่ให้รุกล้ำ เราก็ต้องใช้มาตรฐานเดียวในการไล่ร้านใหญ่ๆ สวยๆ ที่ยื่นลงไปในทะเลด้วย ต้องอย่าสองมาตรฐานครับ ไม่ว่าจะเป็นร้านราคา 200 ล้านหรือเพิงชาวบ้านราคา 200 บาท มันก็ต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน ถ้าจะจัดการหาดหัวหิน ก็ต้องจัดการหาดป่าตอง หาดพัทยา และที่อื่นๆ ด้วยเหมือนกัน

ผมอยู่หัวหินมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วครับ 6-7 ขวบก็ไปเดินเล่นที่หาดแล้ว อยู่มาเป็นสิบๆ ปี เคยมีคอนโดตรงนั้นด้วย แต่สุดท้ายก็ขายไปและย้ายไปอยู่ชะอำแล้วครับ ผมมองว่ามันไม่ได้มีปัญหาแค่เรื่องขี้ม้าอย่างเดียว แต่ตัวหาดมีเรื่องน้ำเสียด้วย คอนโดแถวนั้นเยอะ ชุมชนเยอะครับ แต่ยังไงก็ตาม ผมมองว่าหัวหินยังเป็นหาดที่ดีอยู่ครับ เป็นหาดที่ไม่มีที่ไหนเหมือนอีกแล้วในเมืองไทย มีเอกลักษณ์ มีประวัติศาสตร์ เป็นหาดโรแมนติก

เรื่องขี้ม้าที่เป็นประเด็นกันอยู่ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นปัญหาอยู่ แต่ไม่ถึงกับเป็นปัญหาใหญ่ ผมว่ามันแก้ง่ายมากเลย แค่คำสั่งการจากผู้ว่าฯ ประจวบฯ คำเดียวก็แก้ได้แล้ว ให้จัดการทุกอย่างให้อยู่ในระบบ ติดป้ายม้า ส่วนเรื่องสุขภาพม้า ให้สัตวแพทย์มาตรวจก็ได้ครับ โรงพยาบาลสัตว์หัวหินก็ใหญ่โตมหึมา ขอความร่วมมือเขาก็ตรวจให้ฟรีได้อยู่แล้วครับ เรื่องง่ายๆ แค่นี้ ทำได้อยู่แล้วครับ

ข่าวโดย ASTVผู้จัดการ Live
ขอบคุณภาพและข้อมูลบางส่วน: Pantip.com



ตามมา Follow Instagram และ Facebook Fanpage
"ASTV ผู้จัดการ Live" กันได้ที่นี่!!
**สามารถส่งข่าวสารและเรื่องราวร้องทุกข์ในสังคมมาได้: astvmanager.live.lite@gmail.com
หรือ โทร.0-2629-4488 ต่อ 1477, Fax 0-2629-4754


กำลังโหลดความคิดเห็น...