xs
xsm
sm
md
lg

MUSASHI-มิยาโมโตะ มุซาชิ ภาค 1 ดิน ตอน ร้านน้ำชาพระจันทร์เดือนแรม (ต่อ)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นวนิยายอิงประวัติศาสตร์
ตำนานนักดาบผู้ก่อกำเนิดสำนักนิเท็นอิจิริว และ คัมภีร์ห้าห่วง
บทประพันธ์ของ โยชิกาวะ เออิจิ (1892-1962)
-แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์ อัศวเสนา

ความเดิม

อากงพยักหน้า อากงของหลาน ๆ ทุกวันนี้หาเลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์ สมัยหนุ่มเคยเป็นนักรบที่แกร่งขึ้นมาด้วยเลือดและชีวิตสมรภูมิมาแล้ว ตามเนื้อหนังที่หุ้มกระดูกแกร่งของนักรบผู้มีเต็มไปด้วยริ้วรอยแผลเป็นจากการสู้รบ ผมขาวแต่ไม่ขาวโพลนเท่าแม่เฒ่า อากงชื่อจริงว่า ฟูจิกาวะ กงโรกุ มีศักดิ์เป็นอาของมาตาฮาจิ จึงเป็นคนหนึ่งที่ใส่ใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้และเต็มใจร่วมมือกับแม่เฒ่าโอซุงิ
“ยาย”
“อะไรรึอากง”
“ยายทำใจแล้วว่าจะออกเดินทางจึงแต่งเนื้อแต่งตัวเตรียมพร้อม แต่ข้าซิออกมาทั้งชุดอยู่บ้าน คงต้องแวะซื้อรองเท้า สนับแข้ง และก็เครื่องใช้สำหรับเดินทางสักหน่อย”
“ลงเขามิคาซุกิไปนี่ มีร้านน้ำชาอยู่ร้านนึง”
“ใช่ ๆ ที่ร้านน้ำชามิกาซึกิ คงมีรองเท้าฝางและหมวกให้ซื้อนะ รีบไปกันเถอะ”

4
เดินจากร้านน้ำชามิกาซึกิลงไปอีกไม่ไกลนักก็ใกล้ถึงทัตสึโนะของแคว้นบันชูและจากนั้นอีกไม่ไกลนักก็จะถึงอิคารุงะ แต่ตอนนี้ก็เกือบมืดแล้ว ดังนั้นหลังจากนั่งพักที่ร้านน้ำชาได้ครู่หนึ่ง แม่เฒ่าโอซุงิวางค่าน้ำชาเอาไว้แล้วก็บอกกับอากงว่า

“นี่แน่ะอากง ใกล้ค่ำแล้วเราคงไปได้ไม่ถึงทัตสึโนะ คืนนี้เห็นจะต้องทนนอนที่นอนเหม็น ๆ ในโรงเตี๊ยมของพวกม้าเร็วที่ชิงงูกันคืนนึงแล้วละเจ้า”

“ไปไหนไปกันเลยยาย” อากงบอกพร้อมกับหยิบหมวกฟางใหม่ที่เพิ่งซื้อลุกขึ้นยืน “แต่ยาย รอข้าเดี๋ยว”

“จะชักช้าอะไรอีกล่ะอากง”

“ข้าจะไปรองน้ำจากตาน้ำหลังร้าน ใส่กระบอกไม้ไผ่ติดตัวไปสักหน่อย”

ว่าแล้วพ่อเฒ่ากงโรกุหรืออากงของหลาน ๆ ก็เดินอ้อมไปด้านหลังร้านน้ำชา รองน้ำจากตาน้ำที่พุขึ้นมาจากพื้นดินใส่กระบอกไม้ไผ่จนเต็ม ระหว่างเดินกลับมา พ่อเฒ่าเผอิญมองผ่านหน้าต่างเรือนเข้าไปภายในห้องที่มืดสลัว แล้วก็ต้องชะงักเท้าหยุดนิ่งดูอยู่

“คนป่วยรึ”

อากงถามตัวเองขณะเพ่งมองไปยังร่างที่นอนห่มเสื่อฟางจนมิดหัวเห็นแต่ผมดำ ๆ สยายอยู่บนหมอน กลิ่นยาโชยออกมา

“อากง มัวทำอะไรอยู่”

แม่เฒ่าโอซุงิส่งเสียงเรียกมาจากทางหน้าร้าน และพอรีบวิ่งกลับไปก็ถูกดุเสียงเขียว

“ร่ำไรอยู่นั่นแหละ ไม่รู้รึว่าต้องรีบไป

“ก็ข้าเห็นคนนอนอยู่ ท่าทางจะไม่สบาย”

อากงแก้ตัวพลางเดินตามไป

“คนไม่สบายจะแปลกอะไรนักหนา ทำเถลไถลเป็นเด็ก ๆ ไปได้”

แม่เฒ่าโอซุงิยังบ่นไม่จบ กงโรกุตามปกติตกเป็นเบี้ยล่างของนายแม่บ้านใหญ่โงหัวไม่ขึ้นอยู่แล้ว จึงไม่ถือสามาเป็นอารมณ์ ได้แต่เดินตามไปเซื่อง ๆ

ทางที่ตัดจากจากหน้าร้านน้ำชาไปยังบันชู เป็นทางลงเนินลาดชันที่ม้าจากเหมืองเงิน และพอฝนตกก็จะกลายเป็นหลุมเป็นบ่อขรุขระไปทั้งสาย

“ระวังสะดุดล้มนะยาย”

“ไม่ต้องห่วง กะไอ้ทางขรุขระแค่นี้ ข้ายังไม่แก่เฒ่าถึงกับจะเอาตัวรอดไม่ได้”

ขณะที่โต้ตอบกันอยู่นั้น ใครคนหนึ่งร้องทักขึ้น

“ลุงกับป้าดูแข็งแรงกันดีจริง”

ท้องสองหันไปดูก็พบว่าคนที่ร้องทักมาคือเจ้าของร้านน้ำชานั่นเอง

“เมื่อกี้นี้ขอบใจเจ้ามาก แล้วจะไปไหนล่ะนี่”

“ข้าจะลงไปที่ทัตสึโนะ”

“ป่านนี้อ่ะนะ”

“ใช่ แถวนี้ไม่มีหมอเลยต้องลงไปที่ทัตสึโนะ ถึงจะเรียกม้ามารับกว่าจะกลับได้ก็คงค่ำมืด”

“คนที่นอนป่วยอยู่คือเมียของเจ้ารึ”

เจ้าของร้านน้ำชาทำหน้ายุ่งยาก

“ถ้าเมียหรือลูกเป็นอะไรไปข้าก็ต้องวิ่งไปตามหมออยู่แล้ว แต่นี่เป็นคนเดินทางมาหยุดพักดื่มน้ำชาแล้วก็เกิดไม่สบาย ข้าก็เลยต้องเป็นธุระ จะปล่อยไว้อย่างนั้นก็ไม่ได้”

“เมื่อกี้ข้าเผอิญมองเข้าไปเห็นนอนอยู่ในห้อง เป็นนักเดินทางรึ”

“เป็นเด็กสาวน่ะลุง มานั่งพักที่ร้านแล้วอยู่ ๆ ก็เกิดหนาวสั่นขึ้นมา ข้าก็เลยให้เข้าไปนอนในเรือน เดี๋ยวเดียวตัวร้อนจี๋ คงจะจับไข้ดูอาการหนักไม่น้อย”

แม่เฒ่าโอซุงิหยุดกึก

“เด็กสาวตัวผอม ๆ อายุสัก 17 ใช่ไหม”

“ใช่ บอกว่าเป็นมาจากหมู่บ้านมิยาโมโตะ”

“อากง”

แม่เฒ่าโอซุงิสบตากับอากง เอื้อมมือไปจับโอบิผ้าคาดคาดกิโมโนแล้วร้องว่า

“ตายจริง”

“อะไรรึแม่เฒ่า”

“ข้าลืมลูกประคำเอาไว้ที่ร้านน้ำชานะซี”

“ไม่ได้การ เดี๋ยวข้าวิ่งไปเอาให้”

แต่พอเจ้าของร้านน้ำชาทำท่าจะออกวิ่งกลับไป แม่เฒ่าก็ห้ามไว้บอกว่า

“ไม่ต้อง ๆ เจ้ากำลังรีบไปหาหมอไม่ใช่รึ เรื่องคนเจ็บคนป่วยสำคัญกว่า รีบไปเถิดเดี๋ยวจะค่ำมืด”

ระหว่างนั้นอากงก้าวยาว ๆ เดินย้อนขึ้นเนินกลับไปแล้ว แม่เฒ่าโอซุงิดุนหลังให้เจ้าของร้านน้ำชาลงเนินไปตามหมอ แล้วออกวิ่งตามอากงไปติด ๆ ---ต้องใช่โอซือแน่ ๆ

พ่อเฒ่าแม่เฒ่าหายใจหอบพลางวิ่งขึ้นเนินไปด้วยความมั่นใจ


5
โอซือเป็นไข้หวัดมาตั้งแต่คืนที่ตากฝนที่ตกหนักจนเปียกปอนและหนาวสั่น แต่อารมณ์หลายหลากที่ประดังเข้ามาสะเทือนใจตั้งแต่นั้นทำให้ลืมความอาการไข้จนกระทั่งแยกทางกับทาเกโซที่หลังเขา แต่พอออกเดินต่อไปได้ไม่นานก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว กว่าจะประคองตัวมาถึงร้านน้ำชามิกาซึกิและขอเข้าไปนอนพักในห้องข้างในร้านได้ก็แทบสิ้นแรง

“ลุงจ๋า ลุง”

โอซือร้องครางด้วยความกระหายน้ำ คงจะเพราะไข้ขึ้นสูงจนลืมไปแล้วว่าเจ้าของร้านน้ำชาโผล่หน้าเข้ามาบอกให้อดทนรอสักหน่อย เพราะปิดร้านแล้วและกำลังจะไปตามหมอมาให้

“ลุงจ๋า ขอน้ำหนูหน่อย หนูหิวน้ำ”

โอซือหิวน้ำจนปากคอแห้งผากราวกับมีหนามทิ่มแทง และพอไม่มีเสียงตอบสาวน้อยก็ยันตัวขึ้น คืบคลานไปถึงโอ่งน้ำด้วยความยากลำบาก แต่พอจะเอื้อมมือไปหยิบกระบวยตักน้ำนั้นเอง ก็มีเสียงเหมือนประตูเปิดปิดดังกึงกัง

แม่เฒ่าโอซุงิกับพ่อเฒ่ากงโรกุกลับมาถึงร้านน้ำชามิกาซึกิและขึ้นมาบนเรือนที่อยู่ได้สบาย เพราะตามปกติร้านน้ำชาที่เป็นกระท่อมบนภูเขาแห่งนี้ไม่ได้ปิดประตูลั่นดาลอยู่แล้ว

“มืดจังนะอากง”

“รอเดี๋ยวยาย”

พ่อเฒ่ากงโรกุย่ำขึ้นไปบนเรือนทั้งรองเท้าฟาง ตรงไปที่เตาผิงเขี่ยถ่านให้คุแล้วโยนฟืนลงไปให้ไฟติดลุกสว่างขึ้น

“เอ๊ะ...ไม่เห็นมีใครนี่ยาย”

“อะไรนะ”

แต่---แม่เฒ่าโอซุงิตาแหลมคมนัก มองฝ่าความมืดสลัวเข้าไปในห้องปราดเดียวเห็นประตูหลังแง้มอยู่จึงร้องว่า

“ออกไปข้างนอกแล้ว”

ทันใดนั้นเอง โอซือที่ซุ่มตัวอยู่ก็ปากระบวยที่มีน้ำอยู่เต็มใส่หน้าแม่เฒ่าเต็มแรง แล้ววิ่งตัวลอยหนีลงเนินหน้าร้านน้ำชาไป แขนและชายเสื้อกิโมโนปลิวไสวราวนกน้อยติดปีกบิน

“บ้าที่สุด”

แม่เฒ่าโอซุงิวิ่งตามออกไปจนถึงชายคาร้าน

“อากง เจ้ามัวแต่เงอะงะอยู่นั่นแหละ”

“อ้าว...หนีไปแล้วรึ”

“ก็ใช่น่ะซี เจ้าคนเดียวเซ่อซ่า เปิดปิดประตูเสียงดังจนนางตัวดีตื่นตัวเปิดหนีไป เร็วเข้าซี ทำไมไม่รีบกวดตามไป”

“ที่เห็นหลังไว ๆ นั่นน่ะรึ”

พ่อเฒ่ากงโรกุชี้ไปที่เงาดำ ๆ ที่วิ่งหนีไกลออกไปราวกวางสาว

“ไม่ต้องห่วงยาย นางตัวดีป่วยอยู่แล้วก็เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กขนาดนั้นจะมีแรงหนีไปได้สักกี่น้ำ ข้าวิ่งกวดเดี๋ยวเดียวก็ทัน แล้วจะฟันทีเดียวให้ขาดสองท่อนเลยทีเดียว คอยดูฝีมือข้ามั่ง”

ว่าแล้วก็ออกวิ่งลงเนินตามไปโดยมีแม่เฒ่าวิ่งตามพลางร้องสั่ง

“อากงจะฟันนางตัวดีก็ตามใจแต่อย่าเพิ่งตัดหัว รอให้ข้าได้ด่าทอให้สมแค้นเสียก่อน”

กำลังวิ่งตามกันไปอยู่นั้นเอง พ่อเฒ่ากงโรกุก็หยุดกึกแล้วหันมาร้องบอกเสียงดัง

“เสร็จกัน”

“อะไรอีกล่ะ”

“ดูนั่น ดงไผ่ในหุบเขา”

“นางตัวดีหนีลงไปในนั้นรึ”

“ก็ใช่น่ะซี หุบเขาตื้นๆ แต่ป่ามันทึบมืดไปหมดมองทางไม่เห็น ถ้าจะต้องกลับไปเอาคบไฟที่ร้านน้ำชา”

พ่อเฒ่ากงโรกุชะโงกมองลงไปจากหน้าผาและลังเลอยู่

“นี่แน่ะ ไม่รู้จะโอ้เอ้หาอะไร”

แม่เฒ่าโอซุงิผลักอากงสุดแรง

“เฮ้ย”

อากงลื่นเสียหลักลื่นจากหน้าผาลงไปหยุดอยู่ตกลงไปในหุบเขาที่มืดมิด

“ยายเฒ่าสารพัดพิษ อยากให้ข้าคอหักตายรึ ลองตกลงมาบ้างไหมจะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง”


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...