“ชาคริต” ยอมรับชีวิตผ่านไปเร็ว แป๊บเดียวครบรอบแต่งงาน 8 ปี “แอน ภัททิรา” เคล็ดลับชีวิตคู่คือฮาอย่างเดียว กระทบกระทั่งแต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ร่วมบริจาคของใช้ช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ เข้าใจหัวอกหลายคนสูญเสียคนที่รัก - เคยสูญเสียมาก่อน
แป๊บๆ แต่งงานใช้ชีวิตคู่กันมา 8 ปีแล้ว สำหรับ “ชาคริต แย้มนาม” กับภรรยา “แอน ภัททิรา รุ่งโรจน์” ล่าสุดหนุ่มชาคริตได้เผยเคล็ดลับชีวิตคู่ มีแต่ความเข้าใจกันเพราะเน้นฮาอย่างเดียว
“ก็มีเซอร์ไพรส์อะไรกันเล็กน้อย ไม่ได้มีอะไรมากครับ ก็อยู่บ้าน ผมก็ทำงานตามปกติ ทำงานทุกวัน กลับไปก็Happy Anniversary ก็มีของขวัญให้กัน คุณแอนเขามีแหวนให้ ส่วนของผมก็เป็นนาฬิกาสมาร์ทวอช เพราะปีที่แล้วเขาให้ผมวันวาเลนไทน์ เขาก็มีของเขาจะได้มีเหมือนกัน เราก็ดูแลสุขภาพเข้ายิมออกกำลังกายด้วย
ส่วนที่คนบอกว่าคู่เราหวานไม่แผ่ว ก็หวานๆ ฮาๆ ไปเรื่อยครับ ไม่ได้ต้องปรับอะไรเลย ด้วยความที่ตอนคบกันแรกๆ เราเข้าใจในธรรมชาติของเขา เขาก็เข้าใจในธรรมชาติของเรา พอแต่งงาน มีลูก ทุกอย่างมาโฟกัสที่ลูก ก็เริ่มรู้จักซึ่งกันและกัน รู้จักความเป็นสามีภรรยา ความเป็นพ่อเป็นแม่ไปด้วยกันมันก็เลยเข้าใจไปเองมั้งเลยไม่รู้สึกว่าต้องปรับอะไร ง่าย สบายครับ
คนเราเวลาอยู่ด้วยกันมันก็มีกระทบกระทั่งมองต่างมุมอะไรกันบ้าง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรที่เราจะปรับความเข้าใจเข้าหากันไม่ได้ ไม่มีเรื่องอะไรที่เราจะให้อภัยกันไม่ได้ ส่วนใหญ่ชีวิตฮาอย่างเดียว(หัวเราะ)”
8 ปีผ่านไปเร็ว
“เร็วมาก ด้วยความที่เรามีลูกรู้สึกแป๊บๆ เอง เมื่อวานยังถามโพธิ์เลยว่าวันๆ ของโพธิ์มันผ่านไปเร็วหรือไปช้า เพราะของพ่อกับแม่ไปเร็วมาก แป๊บเดียวหนู 7 ขวบแล้ว”
เกาะติดเหตุการณ์น้ำท่วมใต้ ตั้งใจช่วยเหลือเท่าที่ช่วยได้
“ก็ติดตามครับ ได้มีโอกาสส่งกำลังใจช่วยเหลือ เป็นของที่อาจจะไม่ได้ใหญ่โตมากมาย ของกิน ของใช้ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ผ้าอนามัย เสื้อผ้า มีโอกาสได้ช่วยเหลือ วันนั้นทำงานเสร็จเร็ว ก็จัดการเรียบร้อย คุณแอนเขาตั้งใจมาก หลังจากที่ตามข่าวกันมาอย่างเข้มข้น 2-3 วัน ก็ได้ไปมอบที่ของน้องเจนนี่ (รัชนก สุวรรณเกตุ) ตรงสายไหม แล้วก็มีบริจาคช่วยไปทางมูลนิธิของพี่บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เราก็ได้มีส่วนช่วยเหลือไปตรงนั้นบ้าง”
ส่วนตัวเราก็ท่วมทุกปีที่จันทบุรี แต่ที่ของผมเขาเรียกว่ามันเป็นทางน้ำ ถ้าตกหนักก็จะท่วมขึ้นมาแล้วก็ผ่านไป ไม่เกิน 24 ชั่วโมงก็ลด แต่ว่าถ้าตกต่อเนื่องท่วมค้างเกินวันสองวัน พอหยุดก็ลด แต่ว่าไม่ได้เสียหาย ไปทำให้ต้นไม้เราเสียหาย ผมว่ามันก็พูดยาก มันไม่มีใครอยากให้เกิด มันก็มีประวัติของเรื่องน้ำท่วมที่อยู่ใกล้ตัว ผมก็เคยเจอตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่ 26-27 ที่น้ำท่วมที่กรุงเทพฯ ไปเจอตอนปี 54 ก็ดีที่ไม่ถึงที่บ้าน แต่ว่าก็มีโอกาสได้ไปช่วย มารอบนี้อีก อย่างปีที่แล้วของเชียงราย เป็นภัยธรรมชาติ ถ้าเรามองออกไปจากประเทศเรา มันทั่วโลกตอนนี้ก็โดนกันหมด ขนาดประเทศใหญ่ๆ ที่เขาล้ำๆ ประเทศพัฒนาก็ใช่ว่าเขาจะเอาอยู่ พอเจอกับภัยธรรมชาติจริงๆ มันก็โหดอยู่”
เข้าใจหัวอกผู้สูญเสีย เคยสูญเสียคนที่รักมาเหมือนกัน
“เวลาเราติดตามข่าว ก็สงสาร เวลาได้เห็นเรื่องของความสูญเสีย มันเป็นฟีลลิ่งที่เศร้าไปด้วยอยู่แล้วเพราะว่าถึงแม้เราจะไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่เราเองก็เข้าใจพอนึกออกว่ามันเจ็บยังไง เพราะเราเองก็เคยสูญเสียคนที่เรารักมาเหมือนกัน ก็ได้แต่ตั้งจิตส่งกำลังใจให้ ที่จะไปบอกให้ยิ้มต่อไป ยิ้มสู้ สิ่งเหล่านี้มันต้องใช้เวลา เราก็ต้องเข้าใจเขา คือเราเองไม่ได้รู้จักกันหรอก แต่ว่าเวลาเห็นข่าวหรือได้ยินอะไรแบบนี้ เราก็ตั้งจิตส่งกำลังใจให้ อุทิศส่วนกุศลให้”
ลั่นน้ำท่วมไม่กลัว กลัวแล้งมากกว่า
“ก็ต้องมีการเตรียมตัว น้ำท่วมไม่ค่อยกลัว กลัวแล้งมากกว่า ต้นไม้มันขาดน้ำไม่ได้ ก็ต้องมีการจัดการเตรียมตัว เมื่อปีที่แล้วตีสองยังต้องไปรอทางน้ำอยู่เลย รอเขื่อนเขาให้น้ำลงมา จริงๆ แล้ว 2-3 วันก็ยังพอโอเค ถ้าเกิดต้นแข็งแรงก็ยังพออยู่ได้แต่ก็ไม่ควร ก็แล้วแต่ประเภทด้วย อย่างต้นมังคุดเขาอดทนมาก ไม่มีปัญหา แต่ทุเรียนเขาจะบอบบางหน่อย”


