xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป)ยอมตาย! ดีกว่าเป็นอัมพาต “เอ๋” อนาถ! 4 โรครุม หมดเงินกว่า 10 ล้านรักษา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


อดีตนางเอกปลาบู่ทอง เผยชีวิตสุดทรหด ผจญโรคร้าย SLE 11 ปี มะเร็งเม็ดเลือดขาว 4 ปี เผชิญภาวะไตวาย ไตอักเสบหน้าบวมฉึ่ง ขายบ้าน ขายรถหมดเงินรักษากว่า 10 ล้านบาท เผยต้องถ่ายเลือด ตัดม้าม ตัดไส้ เจาะปอด เปิดสมอง เจ็บปวดเหมือนผีบ้า ทรมานหนักขอร้องแม่ให้ยาหลับไม่อยากตื่น ทำใจเตรียมตัวตาย ลั่นรับไม่ได้ถ้าต้องเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต



หน้าบวมฉึ่งจนจำแทบไม่ได้ สำหรับอดีตนางเอกละครพื้นบ้านปลาบู่ทอง “เอ๋ อัจฉรา ทองเทพ” โดยเจ้าตัวเปิดใจเผยความรู้สึกกับการต้องผจญ 4 โรครุมเร้าในรายการจุดเดือดทางช่อง 2 หมดเงินรักษากว่า 10 ล้านบาท ยอมรับเป็นโรคเวรกรรม ต้องพึ่งธรรมะเยียวยาใจ

“ก็ดีขึ้นในหลายๆ อย่างนะคะ พอดีไปรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวมา ค่ามะเร็งดีขึ้นแต่เผอิญเคมีในการรักษาไตทำงานหนักเลยเกิดการอักเสบ ไตเลยบวม บวมแบบจำตัวเองไม่ได้เลย เป็น 4 โรคค่ะ เป็น SLE (โรคภูมิแพ้ตัวเอง) เป็นมานานแล้วค่ะ เป็นมา 11 ปีแล้ว ถ่ายเลือด ฟอกเลือด ตัดม้าม ตัดไส้ เจาะปอด เปิดสมองไปสองเส้น เพราะ SLE ต้องรักษาตามอาการ หลังจากนั้น 4 ปีมาเจอมะเร็งเม็ดเลือดขาว รักษาให้ยาเยอะมากจนเกิดภาวะหัวใจวาย ผ่าตัดใส่ขดเลือดหัวใจ แล้วก็ไตอักเสบที่ทำให้บวม นี่หายแล้วค่ะ ช่วงที่บวมไม่ให้ใครเจอ แต่มีพี่ๆ นักข่าวไปเยี่ยมที่บ้าน ถึงได้มีภาพหลุดออกมา ตอนนี้ดีขึ้นแล้วนะ แต่ยังบวมอยู่ที่แขนขาหายแล้วนะ แต่หน้าไม่ยุบ ถามคุณหมอว่าทำไม คุณหมอบอกว่าอาจเป็นสเตียรอยด์ที่เรากินอาจตกค้าง พอมาเจอภาวะเคมี มันบวม ตอนเช้าจะเจ็บมาก บวมตุ่ย ต้องต้มน้ำใส่พวกเครื่องต้มยำ แล้วให้ร้อนเอาหน้าไปอังกับไอทุกเช้า”

“SLE รักษามา 11 ปี เข้าปีที่ 12 แล้วค่ะ แล้วมันก็แอ็กชั่กับส่วนโน้นส่วนนี้ของร่างกาย ก็รักษาตามอาการ มะเร็งเจอ 4 ปี แค่ระยะสอง 4 ปีคุมมาได้ แต่พอไม่สบายมันจะมีอาการเริ่มปวดกระดูกเดินไม่ได้ ปวดมาก ตอนแรกก็ทำใจเหมือนกันเพราะ SLE มันปวดทรมาน ปวดข้อ เป็นจ้ำเหมือนคนเป็นเอดส์เลยค่ะ เวลากำเริบมันแตกที่ผิวหนังแต่มันอยู่ใต้ผิวหนังนะคะ มันจ้ำเลือดเหมือนเป็นเอดส์เลย เคยถามหมอว่าเป็นเอดส์หรือเปล่า หมอบอกว่าไม่ใช่ มันก็ทรมาน”

เผยขายบ้าน ขายรถเป็นค่ารักษา หมดเงินกว่า 10 ล้านบาท ค่ายาเดือนละแสนกว่า เจ็บปวดทรมานถึงขนาดถามแม่ว่ารักหรือเปล่า ถ้ารักช่วยทำให้หลับไม่ตื่นได้มั้ย
“ก็เยอะอยู่ เรื่องอาหาร การพักผ่อน กินยาให้เป็นเวลา เป็นคนชอบเที่ยว ชอบสนุกสนาน ทุกอย่างก็หยุดหมด ดูแลตัวเอง พึ่งธรรมะ ค่ารักษาก็เยอะ ขายรถ ขายบ้านที่ปักษ์ใต้ ขายเยอะแล้วเหมือนกัน รวมๆ มากกว่า 10 ล้านที่ผ่านมา หลายปีแล้ว ช่วงรักษามะเร็ง ทำสเต็มเซลล์ก็หนักหน่อย แต่ละเดือนเฉพาะค่ายาเดือนละแสนกว่าบาท”

“เรามีธุรกิจส่วนตัว ครอบครัวรับเหมาก่อสร้าง ปรับที่ มีรถถมดิน มีรถแม็คโคร มีคุณแม่ กำลังใจดีระดับหนึ่ง อาศัยธรรมะ เวลาเจ็บมากๆ ฉีดมอร์ฟีนแล้วรู้สึกว่าหลับแล้วไม่ตื่นได้มั้ย มันปวดมันเจ็บ มีความรู้สึกแบบนั้น แต่ไม่ได้คิดอยากฆ่าตัวตายนะคะ เคยถามแม่ถามว่ารักมั้ย บอกว่าถ้ารักช่วยทำอะไรก็ได้ให้หนูหลับไปเลย บ่งบอกว่าเราเจ็บไม่อยากให้เป็นทุกข์ไม่สบายใจ(เสียงเครือ) ถ้ารักเอ๋หยุดการให้ยา ให้หลับไปเพราะยา แล้วบอกหมอว่าไม่ต้องให้ยาต่อให้หลับไปเลย”

“แกก็ร้องไห้ เวลาเจ็บมันเจ็บมาก มันทรมาน มันเป็นโรคกรรม แม่แกก็ไม่พูด แกก็ร้องไห้ รู้สึกถึงความเจ็บปวด ขนาดให้คนมานั่งนวดที่เตียง ลูกสาวน้ำหนัก 52 ไปเหยียบทั้งตัวยังไม่รู้สึก เวลามันเจ็บมันเจ็บจริงๆ คนเป็นโรคมะเร็งมันทรมาน ไม่ได้มีเลือดออกมาเพื่อบ่งบอกว่าต้องเจ็บ มันเจ็บอยู่ข้างใน”

บอกท้อมาก เวลาเจ็บปวดเหมือนผีบ้าแต่ไม่คิดฆ่าตัวตาย
“ท้อบ่อยนะ แต่ก็นี่แหละ มีแม่ มีลูก แม่พยายามดึงเข้าวัด เพื่อนฝูงดึงเข้าวัด ล่าสุดพี่โอ (วรุฒ วรธรรม) ไปบวชที่เชียงใหม่ บอกว่าที่วัดที่เชียงใหม่มีสืบดวงชะตา ก็ไปร่วมพิธี เพื่อนฝูงก็ดึงกันไป”

“เราไม่คิดฆ่าตัวตาย แค่นี้ก็บาปพอแล้วนะ กรรมอ่ะ เหมือนคนอื่นดูไม่เป็นไรเลย ใช้ชีวิตปกติ แค่ไม่ให้โดนแดด แต่พอป่วยต้องกินยา มันเหมือนทุกขลาภเนอะมันใช้ชีวิตปกติ แต่เวลาเจ็บมันเจ็บเหมือนผีบ้า เจ็บใครอย่าเข้าใกล้ สามารถกระชากหัวได้เลย อย่าพูดให้ไม่เข้าหูนะ

“ส่วนหนึ่งพยายามมองบวกว่าธรรมะแหละ มองไปทางอิงธรรมะ ว่าเป็นโรคกรรมตั้งแต่ปางไหน เราต้องดูแลรักษามัน ทำยังไงให้เราอยู่กันอย่างมีความสุข ไม่เบียดเบียนกัน ไม่เจ็บ”

ไม่โกหกตัวเองเตรียมตัวตาย เผยรับไม่ได้ถ้าไม่ตายแต่ต้องเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต
“คิดว่าโรคที่เป็นทั้งหมด SLE น่าจะแรงที่สุด เพราะมันสามารถทำให้ส่วนไหนของร่างกายเป็นอะไรก็ได้ อย่างหัวใจที่ใส่ขดลวดไปเพราะ SLE กำเริบแหละ แต่เชื่อว่าไม่นานหรอก อยู่กับพวกเราได้ไม่นาน นี่เป็นความเชื่อทำใจรับได้ บอกคนรอบข้างทุกคน กอดคนโน้นคนนี้เชื่อลึกๆ แล้วไม่โกหกตัวเอง พยายามบอกว่าอยากเจอใครก็ให้มาหาเพราะรู้สึกว่าอีกไม่นานแล้ว”

“เราเตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว สิ่งเดียวที่รับไม่ได้จริงๆ ถ้ามันต้องเกิดคือการนอนเป็นอัมพาต ให้ลูกให้แม่ต้องเช็ดขี้เช็ดเยี่ยว อันนั้นรับไม่ได้จริงๆ เวลานั้นไม่รู้เราจะมีสติ หรือนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราไม่รับรู้อะไรอย่างนี้ ถ้าถึงเวลานั้นขอให้ไปเลยดีกว่า

“ลูกก็คุยกันทุกวันว่าแม่กินยาหรือยัง กินข้าวหรือยัง หนูรักแม่นะ เวลาไปหาหมอเขาก็จะขอเข้าไปด้วย ไปฟังแล้วจะโทร.ไปบอกยาย ทุกคนเลยดูสดชื่น ทุกคนให้ความสนใจ เหมือนแฟนเพจในเฟซบุ๊กตอนนี้เหมือนเป็นใครไม่รู้มาบอกให้เราสู้ ไปตลาดแล้วมีคนมาจับมือ บอกว่าเห็นข่าวเข้าใจนะ ญาติก็เป็น ญาติก็เสียไปแล้ว คุณต้องสู้นะ เลยรู้สึกว่ามีคนรักเรา”

บูชางานในวงการบันเทิง อยากทำมากแต่ไม่อยากเป็นภาระกองถ่าย
“ซึ่งหมอก็บอกว่าต้องใจเย็นๆ มีน้องๆ ในวงการหลายคนบอกว่าลองไปทำศัลยกรรม เราบอกแค่นี้ก็ทรมานแล้ว(หัวเราะ) โชคดีแค่ไหนที่ยังเคลื่อนย้ายตัวได้ ก็อยากรับงานนะ ใช้คำว่าบูชาวงการบันเทิง บูชาอาชีพ สามารถทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป จากเด็กบ้านนอกได้มีชีวิตที่สะดวกสบาย มีทุกอย่าง ก็รักนะคะ ถามว่าอยากทำมั้ยอยากทำ แต่ถ้าไปแล้วต้องเป็นภาระคนอื่น กองถ่าย ถ่ายไม่ได้ ถ่ายไม่จบ ไม่ทำดีกว่า ไปเที่ยวกองถ่ายไปเจอพวกพี่ๆ เขา ไปเอาบรรยากาศมีความสุขกว่า”




ติดตามรับชมช่อง “Super บันเทิง” ได้ที่ Super บันเทิง live

ข่าวบันเทิง, ถูกต้อง, รวดเร็วฉับไว ทั้งไทย และเทศ http://www.superent.co.th

ติดตามความเคลื่อนไหวอินสตาแกรมดาราทั้งไทยและเทศตลอด 24 ชั่วโมงได้ที่ ซูเปอร์สตาแกรม
กำลังโหลดความคิดเห็น...