xs
xsm
sm
md
lg

หัวใจและไกปืน ตอนที่ 1

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


หัวใจและไกปืน ตอนที่ 1

สามล้อถีบแล่นเอี๊ยดอ๊าดไปตามถนนเปียกหลังฝนตก ซึ่งเป็นถนนสายต่างจังหวัด ราเชนทร์ คนขับรถสามล้อสวมหมวกปีก ถีบรถเซไปมา มอเตอร์ไซค์นักเลงที่แล่นตามหลังมาบีบแตรไล่ แล้วเร่งเครื่องตีคู่มา
“ถีบสามล้องี้อยากตายเหรอ”
ราเชนทร์ไม่ตอบ แต่ยกขวดเหล้าขาวกระดก พลางถีบสามล้อไปด้วย ใบหน้าใต้ปีกหมวกแดงกร่ำออกอาการเมามาย ราเชนทร์เเถรถสามล้อถีบไปจอดหน้าโรงแรม เดินผ่านเล็กขาวซึ่งปลอมตัวขายลูกชิ้น อยู่หน้าซ่อง มอเตอร์ไซค์นักเลงที่ขับเเซงมา จอดยิ้มเยาะส่ายหน้า ดูอาการราเชนทร์ซึ่งเดินเซป้อแป้มาหน้าโรงแรม
“เที่ยวเหรอ”
ราเชนทร์พยักหน้า ล้วงเงินในกระเป๋าให้ดู นับเงินโงนเงน มีหวยรัฐบาล โพยหวยใต้ตินติดมาด้วย นักเลงหันไปพูดเย้ากับเพื่อน
“สามล้อถูกหวย”
นักเลงพยักหน้าให้เพื่อนค้นตัว ราเชนทร์ยกมือขึ้น ให้คนคุมค้นตัว ตบๆ ตามร่างกาย เล็กขาวซุ่มมองดูอยู่อีกฝากหนึ่งของถนน ตาตื่นลุ้นๆ
“ไป อย่าไปอ้วกรดกะหรี่ล่ะ โดนกระทืบตายไม่รู้นะ”
นักเลงขำๆ ราเชนทร์ยกมือไหว้ โงนเงน จะเดินเข้าไป แล้วก็เดินย้อนกลับมา ดึงแบ็งค์ยี่สิบให้นักเลง นักเลงหัวเราะร่วน
“มันให้ติ๊บ ไหว้พี่เขารึยัง”
นักเลงยกมือไหว้เชนทร์เเบบล้อๆ
“ขอบคุณคร้าบเสี่ย”
ราเชนทร์เดินเซพิงผนังจะล้มไม่ล้มแหล่ เดินรูดผนังเข้าไปด้านใน นักเลงหัวเราะเอือมระอา
“เอ้าๆๆๆ เก็บตังค์ไว้กินเหล้าดีกว่ามั้ย ฮ่าๆๆ”
ราเชนทร์ยังคงเดินเก็บอาการ พยายามเดินให้ตรงทาง หญิงขายบริการหลายคนเดินสวนแล้วก็ส่ายหน้า ราเชนทร์เดินโงนเงน เซเอาหูแนบประตูโน้นทีประตูนี้ทีแล้วเขาก็ได้ยินเสียงแว่วมาจากประตูบานหนึ่งที่เขาเอาหูแนบอยู่ เขาเหมือนจะเดินจากไป แต่เเล้วก็เสียหลัก เอาศอกกระแทกประตูจนประตูเปิด ทำให้ล้มเข้าไปในห้อง ภายในห้องมีผู้ชายกำลังบรรจุยาค้างอยู่หลายก้อน และในมือผู้ชายถือเข็มเอาไว้
“เอ้า เฮ้ย ใครดูขี้เมาหน่อยดิ”
ผู้ชายเอาเข็มไปปักแขนผู้หญิงที่ถูกใส่กุญแจมืออิดโรยอยู่ ราเชนทร์นอนเค้เก้อยู่กับพื้น ชายพวกนั้นหัวเราะเดินเข้ามา เอาเท้าเขี่ยแก้มราเชนทร์ให้เงยหน้าขึ้น
“ปล่อยผ่านมาได้ไง มีปืนก็ตายดิ”
“ค้นตั้งกะประตูโรงแรมแล้ว เหม็นเหล้าหึ่ง”
ราเชนทร์ถูกลากให้ลุกขึ้นยืนพิงผนัง พวกนักเลงขำอาการของเขา ราเชนทร์ยังปรือตามองผู้หญิง
ที่มีเข็มยาปักแขนอยู่ แล้วมองหน้าพวกนักเลงที่หัวเราะใส่เขาอยู่ ก่อนจะอาเจียนใส่เท้าพวกนั้น พวกนักเลงเอาขวดเหล้าที่กลิ้งมาจากราเชนทร์ ฟาดหัวเขา
“นี่แค่เตือนนะ บอกแล้วอย่าอ้วก เอ๊ย เลอะจริง”
ขวดแตก เหล้าไหลจากปีกหมวกลงมาผ่านหน้าราเชนทร์ เขาโงนเงนเหมือนจะล้ม รูดผนังทรุดตัวลงนั่ง เอามือจับหมวกรูดลงตามหน้า เสียงนักเลงหัวเราะก้อง
“หัวแข็งนะเนี่ย ฮ่ะๆๆ”
นักเลงหัวเราะยังไม่ทันขาดคำ หมวกราเชนทร์ลู่ลงมาเเนบอก เขายิ้มปรือตาให้ พวกนั้นยืนพยักเพยิดดูอาการราเชนทร์
“ไม่มีสลดเลย”
นักเลงจะถีบหน้าราเชนทร์

บริเวณหน้าโรงแรม เล็กขาวสะดุ้งจากเสียงปืน เห็นนักเลงกระเด็นทะลุกระจกบานเกร็ดออกมา แล้วราเชนทร์ก็เก็บเป้ยาเสพติดสะพายเดินออกไปทางเก่าอย่างใจเย็น ลูกน้องนักเลงโผล่มาโดนยิงร่วง หญิงขายบริการวิ่งร้องกรี๊ดกร๊าดวุ่นวาย เมื่อถึงบันไดที่มีกระจก ราเชนทร์โชว์ความเหนือชั้นโดยมองผ่านกระจกเงายิงกลุ่มลูกน้องจำนวนมากที่กำลังกรูกันขึ้นมาร่วงลงหลายศพ ชายหนุ่มตัดสินใจถอยกลับไปผ่านห้องออกไปที่ระเบียง วิ่งเลาะระเบียงไปที่ท้ายตึก พร้อมยิงต่อสู้กลุ่มลูกน้องที่ตามไล่หลังมา แล้วกระโดดออกจากตึกโหนสายไฟจากชั้นสามลงมา ระหว่างการโหน ราเชนทร์หันกลับขึ้นไปยิงกลุ่มนักเลงที่ตามมาตายหลายศพ
เล็กขาวมองฝีมือของราเชนทร์อย่างชื่นชมตื่นตะลึง เมื่อลงถึงพื้น ราเชนทร์ยิงนักเลงประตูหลังซ่องอีกสองศพ ก่อนจะขึ้นมอเตอร์ไซค์ขับหายไปในความมืด เล็กขาวเดินมาดูศพมือปืนที่ยังไม่ตาย จัดการแทงซ้ำแล้วตัดนิ้วโป้งออกมา เขาค่อยๆ เดินออกไป เสียงไซเรนรถตำรวจดังแว่วมาแต่ไกล

บริเวณหน้าโรงจำนำ จันทร์แจ่ม หรือ แจ๋ม เด็กสาวจิตใจดี แต่งชุดมัธยม นำของมาจำนำที่นั่น เฮียเจ้าของโรงรับจำนำนับเงินให้สองพันบาท จันทร์แจ่มรับเงินมานับทวนซ้ำอย่างตั้งใจ
“น่าจะให้อีกหน่อย ช่วยทุนการศึกษาเด็ก”
เฮียส่ายหน้าถอนใจเก็บสร้อยข้อมือ โบกมือไล่ให้จันทร์แจ่มออกไป

“ไม่ต้องไล่”

จันทร์แจ่มออกจากโรงจำนำกลับมาที่แฟลต ยังไม่ทันจะได้วางกระเป๋าสัมภาระ สามีฝรั่งของแม่
ก็สะกิดให้แม่ของจันทร์แจ่มถามหาเงินที่ให้ไปหามา

“ได้เงินมามั้ยล่ะ เนี่ยรอกันอยู่จะอดตายกันอยู่แล้ว”
จันทร์แจ่มรีบหยิบเงินให้แม่
“เก็บไว้ใช้เองบ้างนะแม่ ไม่ใช่เอาไปให้คนอื่นที่ไม่ทำอะไรเลย วันๆ รอแต่ขอเงินไปกินเหล้าหมดแล้วนะแม่ คราวหน้าไม่รู้จะเอาอะไรไปจำนำแล้ว”
“อะไรของแก เข้าบ้านมาก็บ่นๆ ไป ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ เดี๋ยวออกไปหาซื้ออะไรมาให้กิน”
แม่รีบไล่จันทร์แจ่มเพื่อจะเอาเงินไปให้สามีฝรั่ง สามีเข้ามาบอกแม่ว่าอยากกินเหล้า ให้แม่ออกไปซื้อให้ แม่จึงรีบออกไปข้างนอกกลัวสามีฝรั่งจะโมโห พอสบโอกาส สามีฝรั่งซึ่งมึนเมาอยู่ตลอดเวลา ก็ขยับเข้าไปใกล้ๆ จันทร์แจ่ม จะลวนลาม จันทร์แจ่มรู้ตัวรีบวิ่งหนีเข้าห้องน้ำ

บริเวณโรงหนัง คนขายตั๋วหนังนั่งสัปหงกอยู่ภายในตู้ขายตั๋ว ราเชนทร์เดินจ้ำๆ ผ่านช่องขายตั๋ว คนขายตั๋วกระตุกตื่นเพราะยุงกัด ชะโงกหน้าเรียก
“ตั๋ว”
ราเชนทร์เดินกลับมา ก้มหน้าให้คนขายตั๋วเห็น หัวเปียกซ่ก
“นัดเตี่ยไว้”
“ตั๋ว”
ราเชนทร์ถอนหายใจเอือมๆ ล้วงเอาแบ็งค์ห้าสิบวางลงตรงหน้า เงินเปื้อนเลือด คนขายตั๋วมองเงินเปื้อนเลือด ส่ายหน้าเห็นใจ วางตั๋วไว้ แล้วเอาทิชชู่เช็ดน้ำซับเลือดจากเงิน พอเงยหน้าขึ้นมา ราเชนทร์ก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ตั๋วก็ไม่อยู่
ราเชนทร์เดินเข้ามาในโรงหนังซึ่งกำลังฉายอยู่ เขามองหาก็เห็นเฮียตงนั่งดูหนังอยู่ โดยมีเล็กขาว
นั่งอยู่แถวหลัง ราเชนทร์เดินเบียดเก้าอี้เข้าไปนั่งข้างๆ เฮียตง ซึ่งสูบซิก้าไปพลางจ้องจอหนัง
“เตี่ย”
“ชู่ว์”
ราเชนทร์นิ่งไม่กล้ารบกวนเฮียตง เขามองเล็กขาวที่นั่งอยู่แถวหลัง เล็กขาวยกมือไหว้ราเชนทร์ เฮียตงพูดกับราเชนทร์โดยตายยังคงจ้องอยู่ที่จอหนัง
“พระเอกมันโดนเจ้าพ่อเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กเว้ย จนโตขึ้นมา ก็ไว้ใจให้เป็นมือปืนประจำตัว ใช้อะไรก็ทำ ไม่เคยทำให้เตี่ยมันผิดหวังเลย”
เฮียตงซดน้ำบะหมี่ตามองจอ ราเชนทร์นิ่งฟัง พยักหน้าน้อยๆ มองจอหนัง เล็กขาวชะโงกหน้ามากระซิบราเชนทร์
“ชีวิตจริงพี่เลยดิ”
เฮียตงหันมา “ชู่ว์ กตัญญูจริงๆ ดูแล้วน้ำตาจะไหล”
ราเชนทร์มองไปทางจอภาพยนตร์ เฮียตงเอ่ยถาม
“เห็นเล็กขาวมันบอกเรียบร้อยโรงเรียนโจร”
“ครับ”
“คาที่”
ราเชนทร์พยักหน้า
“ริบยามาป่ะ”
“ครับ”
ราเชนทร์พยักหน้าไปทางเล็กขาว เล็กขาวพูดขึ้น
“พร้อมส่งมอบครับ เตี่ย”
เฮียตงอารมณ์เบิกบาน
“ฮ่ะ มีลูกดีมันดีอย่างนี้นี่เอง เอ็งนี่ได้แต่ยีนด้อยไปนะเนี่ย”
เล็กขาวยิ้ม พยักหน้าเซ็งๆ ราเชนทร์ไม่ค่อยสบายใจนัก เฮียตงจึงพูดปลอบ
“เอาไว้ได้ที่ไหน ไอ้พวกบ่อนทำลายชาติ อันนี้ เตี่ยส่งไปขายที่อื่น ไม่นับ เล็ก ดูพี่เอ็งไว้ วันหนึ่งต้องเอาให้ได้อย่างพี่เชนทร์เขาน่ะ อย่าให้เสียชื่อเตี่ย”
“ไม่ผิดหวังแน่ เตี่ย”
เฮียตงมองราเชนทร์ ซึ่งนั่งไม่สบายใจนัก
“คิดอะไรมากว้า”
“เราต่างจากพวกมันตรงไหน”
ทั้งหมดเงียบ เฮียตงอ่อนใจ
“พวกมันค้าขายข้ามเขต เลว ไม่เคารพกติกา เห็นชีวิตคนเป็นผักปลา ก็เห็นๆ กันอยู่”
เฮียตงส่ายหน้า หันไปพยักหน้ากับเล็กขาว เล็กขาวพยักหน้ากับเฮียตง ส่ายหน้าระอาราเชนทร์
“เตี่ยแค่ป่วย เตี่ยชอบเห็นคนขวางทางตาย เตี่ยป่วย เตี่ยผิดเหรอ เหมือนเตี่ยไอแค่กๆ ก็มันมีอะไรติดคอ ก้างขวางคอก็ต้องไอ เตี่ยผิดเหรอที่ไอ”
“เตี่ยแค่ไอเป็นกระสุน” เล็กขาวประจบเข้าข้างเฮียตง
“ถูก”

ราเชนทร์มองหน้าเฮียตง แล้วมองห่อยา

เวลาเดียวกันนั้น
พ.ต.ต.เชลียง หรือ หมวดเชลียง หยิบเศษห่อยาขึ้นมาดู ซึ่งเป็นเศษยาที่อยู่ภายในห้องที่มีเหตุยิงกัน สภาพศพยังคงอยู่ในท่าเดิมที่ราเชนทร์เล่าให้เฮียตงฟัง หมวดเชลียงเดินดูสถานที่เกิดเหตุ แล้วชะโงกหน้าออกมามองตามทางเดิน ทั้งหมดมีไม่ต่ำกว่าหกศพ หมวดเชลียงอัดเสียงใส่โทรศัพท์มือถือ
“เป้าหลักคือตัวหัวหน้า”
หมวดเชลียงมองศพที่นอนหงายคาโต๊ะแพ็คมัดยา แต่ไม่มียาเหลือแล้ว
“ศพแรก ที่เหลือเป็นการยิงเพื่อป้องกันตัว เปิดทางหนี”
จ่าสมานรายงานแทรกขึ้น “มีพยานเห็นว่ามีการค้นตัวมือปืนแล้วไม่พกพาอาวุธเข้ามา และมีอาการเมามายครับ”
หมวดเชลียงพยักหน้ารับรู้
“ทำให้ศัตรูประมาท ชะล่าใจ”
หมวดเชลียงหยิบหมวกสานที่หล่นอยู่ในที่เกิดเหตุซึ่งมีรูกระสุนปืนอยู่กลางหมวก
“ฉลาด ใจถึง ฝีมือดี”
จ่าสมานยิ้ม “ขอบคุณครับ”
“มือปืน”
จ่าสมานหน้าเสีย “ครับผม”
หมวดเชลียงมองรอบด้านใช้ความคิด
“มีแต่ภาพวงจรปิดด้านหน้า ด้านในไม่มีสักตัว”
“ซ่องครับหมวด หน่อบี่ สองอย่างยังไม่ถึงห้าร้อย ห้องน้ำรวม ไม่มีปัญญาติดกล้อง”
“รู้ละเอียด”
จ่าสมานอึกอัก เฉไฉ “สอบเด็กยกน้ำมาครับ”
“ผู้หญิงที่นี่เป็นไง”
“บริการดีเหมือนญาติ ลงจากเขาก็เข้าตู้เลยไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองด้วยซ้ำ”
หมวดเชลียงชำเลืองมองจ่าสมานอย่างตำหนิ จ่าสมานอ้อมแอ้มตอบ
“สอบคนเชียร์มาน่ะครับ”
หมวดเชลียงเดินตามรอยขวดแตก
“มือปืนถูกฟาดเซมาตรงนี้”
หมวดเชลียงพิงผนังที่เดียวกับราเชนทร์รูดตัวลงมานั่ง นั่งมองมุมต่างๆ ของห้อง จ่าสมานดูนาฬิกา
“กลับกันรึยังครับหมวด”
หมวดเชลียงพยักหน้าเอามือยันพื้นลุกขึ้นยืนจะปัดมือ มีเศษกระดาษแผ่นเล็กๆ ติดมือขึ้นมาด้วย
“อะไรครับหมวด”
หมวดเชลียงยิ้มมีความหวัง

จันทร์แจ่มเดินมาซื้อยาหน้าปากซอย ทักทายกับเจ้าของร้านอย่างคุ้นเคย
“ไง วันนี้ จะเอาแก้ฟกช้ำธรรมดา หรือแก้อักเสบ แบบเรื้อรังดี”
จันทร์แจ่มหัวเราะเจื่อนๆ “เหมือนเดิมก็พอ”
“ปีนี้ล้มเลิกความตั้งใจหรือยัง”
“หืม”
“เอ้า ก็ที่จะสอบเข้าแพทย์ไง”
“ยัง ยังไม่ล้มเลิกค่ะ ปีนี้ต้องเข้าให้ได้”
“ดีๆ เป็นหมอน่ะได้บุญเยอะ ได้ช่วยเหลือคนนะ”
คนขายยื่นชุดอุปกรณ์หูฟังให้
“เอ้านี่ พี่ให้เป็นกำลังใจให้คุณหมอแจ๋ม”
ระหว่างนั้นราเชนทร์เดินเข้ามาในร้าน หยุดยืนหน้าเคาน์เตอร์ และมองจันทร์แจ่มแว่บหนึ่ง
“เอาที่ตรวจครรภ์ครับ 2 ชุด”
ขณะที่จันทร์แจ่มรับหูฟังมา หน้าบาน แล้วลองใส่ก่อนเดินออกไป
“ไปล่ะนะ ขอบคุณมากค่ะ”

จันทร์แจ่มเหลือบมองราเชนทร์แว่บหนึ่งก่อนเดินออกจากร้าน

ราเชนทร์นั่งอยู่ริมน้ำ ค้นหาข่าวจากในโทรศัพท์มือถือ
ถึงเหตุการณ์ยิงพ่อค้ายาเสพติดที่โรงแรม เขาอ่านข้อความในนั้นแล้วถอนใจ นั่งมองไปรอบๆ เห็นจันทร์แจ่มเดินมานั่งไม่ไกลนัก เด็กสาวนั่งเหม่ออยู่ริมน้ำ ดูปกหนังสือ ความถนัดแพทย์ แล้วก็ถอนหายใจเศร้าสร้อย ราเชนทร์ไม่ได้สนใจอะไร จนเมื่อเห็นเด็กสาวเอาหูฟังหัวใจที่คล้องคออยู่ใส่หูแล้วก็เอาแตะชีพจรตัวเองนิ่งฟัง ราเชนทร์ยิ้มบางๆ อย่างสนใจว่าจันทร์แจ่มจะทำอะไรต่อไป จันทร์แจ่มพึมพำกับตัวเอง
“มา ต้องการอะไรบอกมา ฟังอยู่ แจ๋มเอ๋ย”
จันทร์แจ่มมองไปเห็นแม่ตีลูกเล็กๆ ที่ดื้ออยู่ เธอไม่ได้ยินเสียง เห็นแต่ภาพ แต่พอเอาหูฟังออกจากหูก็ได้ยินเสียงชัดเจนเป็นเสียงแม่ดุลูกอยู่ จึงเดินเข้าไปหา
“ป้า”
“อะไร”
“ป้าตีลูกทำไม”
“ก็มันดื้อ”
“ถ้าป้าดื้อแล้วมีใครตีป้าแบบนี้มั่ง ชอบมั้ย เด็กมันก็เจ็บเป็นนะ เด็กมันควรมีไว้รัก”
แม่เด็กอึกอัก พยายามเถียง
“ก็ดูมันทำตัวซิ น่ารักมั้ยล่ะ”
“ป้าว่าเด็กต้องการความรักมากที่สุดตอนไหน”
ราเชนทร์สนใจฟังขึ้นมาทันที
“เด็กมันต้องการความรักมากที่สุดก็ตอนที่มันไม่สมควรจะได้รับนั่นเเหละป้า ป้าไปรักมันตอนดีๆ มันก็ธรรมดาไป รักมันตอนเลวแหละมันจะได้รู้สึกตัวเองมีค่า”
ราเชนทร์ยิ้มบางๆ ไปกับคำพูดของจันทร์แจ่ม แม่เด็กมองจันทร์แจ่มอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะลากลูกจากไป ตำรวจเดินมา ถามแม่เด็กว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ ราเชนทร์เห็นตำรวจมาก็ลุกเดินจากไปทันที

ภายในห้องพักของเล็กขาวอันมืดทึบ มีข่าวฆาตกรรมหลายข่าวตัดจากหนังสือพิมพ์แปะอยู่เรียงรายเต็มผนัง เล็กขาวเปิดขวดดองนิ้วใส่นิ้วใหม่ลงไป ซึ่งในขวดมีนิ้วอยู่แล้วจำนวนหนึ่ง
“พุทธั่ง ซาราณางงง คัจฉาามิ ธั่มมัง ซ่าราณางงงง คาจฉามิ สั่งฆัง ซาหร่านาง คัจฉามิ”

หมวดเชลียงเดินเข้ามายังบริเวณช่องขายตั๋วหนัง ระแวดระวัง สำรวจโดยรอบ จ่าสมานเดินตามมาด้วย หมวดเชลียงตรงไปยังช่องขายตั๋ว เเล้วก็เอาตั๋วหนังเก่าๆ ขาดๆ เปียกชื้นที่เก็บมาจากที่เกิดเหตุวางลง
“วันก่อน มีใครมาดูหนังรอบนี้มั่ง”
หมวดเชลียงชี้ตั๋วที่พิมพ์วันที่ คนขายตั๋วชำเลืองมองจ่าสมาน
“อยากติดคุกเหรอ”
คนขายตั๋วบ่นๆ อย่างไม่สนใจ หมวดเชลียงอ่อนใจ เอาเงินวางตรงหน้า
“สองใบ”
คนขายตั๋วมองชั่งใจ แล้วฉีกตั๋วให้สองใบโบกมือไล่ หมวดเชลียงกับจ่าสมานเดินเข้าไปในโรงหนัง
คนขายตั๋วมองหนักใจ แล้วก็ขึ้นป้ายว่าตัวเองไปห้องน้ำ ก่อนจะเดินออกจากตู้ขายตั๋วไป
หมวดเชลียงเดินระวังตัวมาทางเข้าประตู เสียงหนังจีนรอดออกมาจากด้านหลังม่าน มีป้ายโฟมติดอยู่ตรงทางเข้าว่า “โป๊ฉายควบ หญิงบริการ ฉีดแล้วฆ่า”
“หญิงบริการ ผมดูแล้ว” จ่าสมานบอก
หมวดเชลียงเช็คปืนดูกระสุน
“โป๊มั้ย”
จ่าสมานส่ายหน้า “ผู้หญิงทิ้งนา มาสู้ชีวิตเป็นเด็กปั๊ม สุดท้ายกลายเป็นเจ้าของปั๊ม หญิงบริการเติมน้ำมันทั้งเรื่อง หัวไหล่ยังไม่เห็นเลย”
หมวดเชลียงไม่ได้สนใจฟัง
“ระวังหลัง”
หมวดเชลียงเดินนำเข้าไปในโรงหนัง
“ฉีดแล้วฆ่านี่ยังไม่ได้ดู”
หมวดเชลียงบอกให้จ่าสมานเงียบ เเล้วเดินตามเข้าไปด้านใน บนจอหนังมีการฉายภาพผู้หญิงพนักงานกำลังเติมน้ำมันอยู่ในปั๊ม จ่าสมานพยักหน้าอ่อนใจ หมวดเชลียงมองดูรอบๆ เห็นหัวคนตะคุ่มๆ
อยู่หกเจ็ดคนห่างๆ กัน บางคนนั่งหลับ หมวดเชลียงชะเง้อมองไปทางห้องฉายอย่างใช้ความคิด

ภายในศาลเจ้า เล็กขาวมองเทพเจ้าหน้าตาน่ากลัวดุดัน ควันธูปกรุ่น มังกรจีนพันรอบเสา ขณะที่ราเชนทร์หยิบใบเซียมซีออกมาอ่านเงียบๆ เล็กขาวเดินตามต้อยๆ
“พี่นับถือศาสนาอะไร”
ราเชนทร์มองใบเซียมซี เล็กขาวส่ายหน้าหยามหยัน
“แต่ผมนับถือพี่”
“ฮืม”
“ผมยกให้พี่เป็นศาสดาผมจริงๆ พูดก็พูด สองพันห้าร้อยปี ผมว่าจะมีมือดีอย่างพี่มาเกิดสักครั้ง พี่เป็นศาสดาของผม”
ราเชนทร์ยิ้มเนือยๆ ส่ายหน้า

“ไม่เชื่อดิ”

เล็กขาวเปิดอกเสื้อให้ดูสร้อยที่ห้อยคออยู่ มีรูปราเชนทร์อยู่ในกรอบ

“เยอะไป”
“วันหนึ่ง ผมจะทำให้พี่ห้อยรูปผมมั่ง”
เสียงโทรศัทพ์เล็กขาวดังขึ้น เขารับโทรศัพท์
“ครับ ครับ”
ราเชนทร์หันไปมองหน้าเล็กขาว
“ไป”
เล็กขาวส่ายหน้า “พี่ไปเหอะ ฉันอยากดูหนัง”
ราเชนทร์พยักหน้า ไม่คิดอะไร

หมวดเชลียงเดินสำรวจทางเดินด้านข้าง ทางเข้าโรงหนัง จากนั้นหมวดเชลียง จ่าสมาน ก็มานั่งดูหนังในโรง
“ไม่ได้เรื่อง”
“ฉีดแล้วฆ่าท่าจะน่าดูกว่า”
“ผมหมายถึงเรื่องมือปืน ไม่ใช่เรื่องหนัง”
“อ่ะ เหรอครับ”
“กลับ”
หมวดเชลียงกำลังจะลุก แต่ก็เหลือบไปเห็นเล็กขาวเดินผ่านมาแล้วผ่านไป เขาสงสัย จำหน้าได้คุ้นๆ จากกล้องวงจรปิด เล็กขาวเหลือบเห็นหมวดเชลียง จ่าสมานชูตั๋วหนังขึ้น
“หมวดกลับก่อนได้ป่ะ ผมอยากดูหนัง”
“เลอะเทอะน่า”
“ตีตั๋วไปแล้ว อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนน่า เผื่อได้เบาะแส”
“งั้นอยู่นี่นะ เดี๋ยวมา”
หมวดเชลียงเดินออกไป

ราเชนทร์เดินเข้าไปในรั้วบ้านของเฮียตง ภายในบ้านโอ่อ่า เสียงเฮียตงคุยโขมงระหว่างกินข้าวกับมือปืนภายในห้อง
“พระเอกมันโดนเจ้าพ่อเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เด็กเว้ย จนโตขึ้นมาก็ไว้ใจให้เป็นมือปืนประจำตัว ใช้อะไรก็ทำ ไม่เคยทำให้เตี่ยมันผิดหวังเลย”
“ชีวิตจริงผมเลยนะเตี่ย”
“ดูแล้วน้ำตาจะไหล เสียดายออกโปรแกรมไปแล้ว ตอนนี้ฉายหนังโป๊อะไรก็ไม่รู้”
“สวัสดีครับเตี่ย”
“อ่ะ เชนทร์ กินข้าวด้วยกันก่อน เดี๋ยวค่อยคุยธุระ”
“เพิ่งกินมาครับ”
“เล็กขาวอ่ะ”
ราเชนทร์เงียบไป เพราะเล้กขาวขอดุหนังต่อ เฮียตงนั่งกินข้าว มือปืนนั่งกินอยู่ตรงข้าม ราเชนทร์นั่งมองทั้งคู่ เฮียตงชี้มือปืน แต่คุยกับราเชนทร์
“เอ็งจะเลิก ออกไปทำอะไรนะ ที่บอกอ่ะ”
“เมียอยากให้บวช ก่อนแต่ง” มือปืนบอก
“ก็บวชสักพรรษา สองพรรษาว่าไปสิ ออกมาก็ทำงานต่อ”
“มันท้องด้วย เหมือนๆ จะรู้ว่าผมทำงานอะไร มันก็ขอกลายๆ”
เฮียตงพยักหน้า
“เหตุผลก็ฟังขึ้นนะ ใช่มั้ย เชนทร์”
ราเชนทร์พยักหน้า กลืนน้ำลายอย่างหนักใจ มือปืนยิ้ม มีความหวัง เฮียตงยังคงกินข้าวอยู่ มือปืนแกะห่อผ้าจีวรคลี่ออก
“พอเอ็งขออำลาวงการ เตี่ยก็ให้คนไปซื้อมาเลยนะ เผื่อจะเกาะชายผ้าเหลืองไปด้วย”
“สาธุเตี่ย”
ราเชนทร์ก้มหน้า ถอนใจ เป็นกังวล
“กางดูหน่อยสิ เขาบอกผืนใหญ่เป็นพิเศษเลยนะ ผ้าอาบน้ำฝน”
มือปืนเอาผ้ากางสะบัดดู
“ปูกับพื้นเลย ขอดูอานิสงส์ชัดๆ หน่อย”
ราเชนทร์แทบอยากร้องไห้ เขาก้มหน้า ไม่รู้จะทำอย่างไร
“เตี่ย”
“ชู่ว์ ไม่ใช่เรื่องของเด็ก”
มือปืนปูผ้าจีวรลงกับพื้นเสร็จแล้ว เขายืนอยู่ขอบจีวร
“ก็ใหญ่ดีนะเตี่ย”
เฮียตงพยักหน้า หยิบปืนที่เหน็บอยู่ใต้โต๊ะอาหารยิงมือปืนสามสี่นัดรวดเข้ากลางหน้าอก มือปืนตะลึง แล้วก็ล้มหงายตึงลงกลางผ้าจีวร เลือดชุ่มซึมกระจายทั่วจีวร
ราเชนทร์ได้แต่หลับตา

ภายในโรงภาพยนตร์
มวดเชลียงเดินลัดเลาะมา เห็นเล็กขาวผ่านหน้าแว่บๆ จ่าสมานดูนาฬิกาแล้วลุกออกจากโรงไป
หมวดเชลียงเดินเข้ามาในห้องน้ำ เสียงจากภายในโรงฉายหนังยังดังเเว่วมา เล็กขาวเดินตามหมวดเชลียงเข้าไป เหลือบมอง เห็นกุญแจมือตำรวจ หมวดเชลียงเดินไปล้างมือ เล็กขาวเข้าไปยืนข้างๆ หมวดเชลียงเห็นอาการเล็กขาวมีพิรุธสะท้อนผ่านกระจก แล้วก็เห็นเล็กขาวเดินออกจากห้องน้ำไป เขาเดินตาม เล็กขาวออกหลังโรงหนัง แต่ไม่เห็น พอหันหลังกลับก็เจอเล็กขาวชักมีดจ้วงแทง
“เฮ้ย อะไร”
หมวดเชลียงหลบ เล็กขาวจ้วงมีดแทง แต่พลาด หมวดเชลียงหลบทัน แต่ลื่นหงายท้องล้มลง เล็กขาวหงายลงไปด้วย ปืนหมวดเชลียงกลิ้งไปไกล เล็กขาวเอาขาหนีบคอกับลำตัวหมวดเชลียงเอาไว้ แล้วพยายามล็อคเเขน จะแทง หมวดเชลียงกันไว้ แล้วดิ้นหลุด
เล็กขาวล็อคหมวดเชลียงอยู่ หมวดเชลียงเลือดนองแขนเพราะถูกเล็กขาวเอามีดปาด เขาพยายามเอื้อมไปหยิบปืนที่เห็นอยู่ไม่ไกล
“ไม่เจ็บหรอก”
“ไอ้ บ้า ”
เล็กขาวมือลื่นเลือด หงุดหงิด ขย้ำหน้าหมวดเชลียงกดพื้น ต่างคนต่างจะเข้าหาปืน หมวดเชลียงจับด้ามปืนได้ จังหวะที่เล็กเขาวจะกดมีด หมวดเชลียงจะยิงเล็กขาว เล็กขาวถีบหน้าหมวดเชลียงจนเซเสียหลัก วิ่งหนีไป หมวดเชลียงยิงพลาด
“อ๊าก อั่ก”
จ่าสมานวิ่งเข้ามาตามเสียงปืน เห็นเลือดนองพื้น
“หมวด”

เฮียตงยังคงแทะกระดูกไก่อยู่ ขณะที่ร่างมือปืนนอนอยู่บนจีวรเปื้อนเลือดชุ่มซึมออกมา
“เจ็บนะ ที่รู้ว่าลูกของตน จะไม่ใช่คนของครอบครัวอีกต่อไปน่ะ”
ราเชนทร์กลืนน้ำลาย พยักหน้า
“ครับ”
“เหมือนนกเลี้ยงอ่ะ ปล่อยจากกรงไปก็ตายเปล่า อดตาย ทรมาน”
ราเชนทร์พยักหน้า
“ไอ้นี่ เตี่ยเป็นคนตั้งชื่อให้มันด้วยนะ ดูมันจะทิ้งเตี่ยได้ลงคอ”
“เรียกผมมา มีอะไรรึเปล่าครับ”
“มันมีงานเข้ามา ทีแรกก็จะให้ไอ้นี่ทำแหละ ดันจะเข้าสู่มรรคผลนิพพาน ก็เลยเดือดร้อนเอ็งจนได้”
“แต่ ผมเพิ่ง”
“ไม่ต้องห่วง เจ้านี้ก็เลว มันเอาทุกอย่างจริงๆ พูดแล้วเดือดเลยเนี่ย ถ้ามีดีเจือมาสักหน่อย คงไม่รับงานนี้”
ราเชนทร์ชั่งใจ เหม่อมองศพมือปืน
“ไม่ต้องห่วง เมียมันคงสบาย เงินเก็บกงสีที่เตี่ยของมันมีอยู่เยอะ ไม่เดือดร้อนหรอก เตรียมตัวทำงานให้พร้อมดีกว่า”
“ครับ”
เฮียตงชี้ไปที่ศพ “ฝากจัดการด้วย เดี๋ยวตามเล็กขาวมาอีกคน ขอบใจมากนะ ลูกรัก”
ราเชนทร์สะเทือนใจขณะเอาจีวรห่อศพคนกำลังจะบวช แล้วแบกไปใส่ท้ายรถ ดันกระโปรงหลังลง ยังไม่ทันปิดสนิท ก็เห็นหมวยยืนมองเขาอยู่ในชุดนักเรียนมัธยมนานาชาติ รัดติ้วเซ็กซี่ หมวยมองราเชนทร์นิ่ง สบตาไม่กลัวเขา ราเชนทร์อึกอักค้อมหัวให้เล็กน้อย หมวยเดินตรงเข้ามาหาช้าๆ ยืนชิดหน้าอกติดเเขนราเชนทร์จนเขาทำอะไรไม่ถูก หมวยยิ้มอย่างเหนือกว่า ชำเลืองมองชายจีวรเปื้อนเลือดแบบไม่รู้สึกอะไร เธอลูบรอยสักราเชนทร์ สบตาเขา เเล้วเสียงเฮียตงก็ตะโกนแว่วมาจากทางตัวอาคาร
“หมวย”
ราเชนทร์กับหมวยหันไปมองเฮียตง เฮียตงพยักหน้าให้หมวยเดินตามเข้าตัวอาคาร หมวยหันมายิ้มเยิ้มกับราเชนทร์ แล้วเดินเข้าไป ราเชนทร์โล่งอก

หมวดเชลียงมาที่คนินิคแห่งหนึ่ง เขานั่งกัดฟัน มองหมอเย็บแผลที่แขนเหมือนไม่ใช่แขนตัวเอง จ่าสมานซูดปากเมื่อด้ายรูดผ่านหนัง
“พ่อคุณเอ๊ย ดีนะ ไม่เป็นผม”
“แต่อย่างน้อย เราก็รู้ ว่าคนแถวนี้มีเอี่ยวด้วยแน่ๆ”
“เจ้าพ่อ”
หมวดเชลียงพยักหน้า “เฮียตง”

ภายในห้องกินอาหารบ้านเฮียตง คนรับใช้กำลังถูคราบเลือดที่พื้น หมวยยืนมองอยู่อย่างคุ้นชินตาเฮียตงเดินเข้ามา
“เตี่ย”
“โอ๋ ลูกมาๆๆ ว่าไงจ๊ะ ลูกรักของเตี่ย”
หมวยมองเฮียตงจิกตา “วันหนึ่งถ้าหมวยไม่ฟังเตี่ย หมวยจะเป็นอย่างนั้นมั้ย”
“หนูเป็นลูกสาวคนเดียวของเตี่ย หนูไม่ทำให้เตี่ยผิดหวังหรอก เตี่ยรู้ กลับมาเหนื่อยๆ ไปล้างหน้าล้างตาซะ จะได้สดชื่นนะจ๊ะลูกสาวคนสวยของเตี่ย”
หมวยมองคราบเลือด

“หนูเป็นลูกสาวคนเดียวของเตี่ย หนูไม่ทำให้เตี่ยผิดหวังหรอก เตี่ยรู้”

จันทร์แจ่มอยู่ที่แฟลต บ้วนน้ำออกมาโดยมีเลือดปน เพราะปากของแตกมีเลือดซึม เสียงสามีฝรั่งของแม่โวยวายอยู่นอกห้องน้ำ
“โอเพ่นเดอะดอว์ ออกมาเถอะน่า อยู่กันอย่างมีความสุขสามคน ไอเลิฟยูว ไอเลิฟยัวมัม ออลเวย์ แฮปปี้เอ็นดิ้ง คัมม่อน เบบี้”
สามีฝรั่งพูดไปเมาไป ด้วยความหื่น จันทร์แจ่มตะโกนออกมา
“ออกไป ออกไปให้พ้น แม่กลับมาฉันจะฟ้องแม่ว่าแกทำอะไรกับฉันบ้าง ครั้งนี้ฉันจะไม่ทน แกต้องออกไปจากบ้านฉัน”
“แม่ของเธอรักฉันขนาดไหน ไม่มีทางที่แม่จะเชื่อเธอ เอาน่า มาเถอะ อยู่กันอย่างมีความสุขเถอะนะ หนูน้อย คัมม่อนเบบี้”
แม่ของจันทร์แจ่มกลับมาบ้านเพราะลืมของบางอย่าง จึงเห็นการกระทำของสามีฝรั่งที่ทำกับลูกสาว เธอน้ำตาไหลพราก สงสารลูก ปาดน้ำตาทิ้งแล้วเปิดประตูบ้านเข้าไป ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สามีฝรั่งผงะ ตกใจ รีบเดินเข้ามาหาแม่
“ฮันนี่ เกิดอะไรขึ้น แจ๋มเป็นอะไร”
“ไอไม่รู้ ไอคิดว่าแจ๋มเป็นลมในห้องน้ำ พยายามช่วยเธอน่ะแต่เธอไม่เปิดประตู”
แม่วิ่งเข้าไปเคาะประตูห้องน้ำ
“แจ๋ม แจ๋ม เป็นอะไรหรือเปล่าลูก เปิดประตู”
จันทร์แจ่มได้ยินเสียงแม่ รีบเปิดประตูห้องน้ำออกมา ใบหน้าโดนสามีฝรั่งของแม่ตบปากแตก ร้องไห้ไปพูดไป โผเข้ากอดแม่
“แม่ ไอ้ฝรั่งนี้มันลวนลามแจ๋ม มันพยายามจะข่มขืนแจ๋ม”
แม่ตบหน้าจันทร์แจ่ม
“โกหก แกออกไป ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ ฉันไม่เลี้ยงลูกที่เป็นเด็กโกหก ร่านอย่างแก จะไปอยู่ที่ไหนก็ไป”
จันทร์แจ่มตกใจกับคำพูดของแม่ ร้องไห้โฮ
“แม่ ฉันแจ๋มลูกแม่นะ”
แม่พยายามกลั้นน้ำตา
“ออกไป ออกไปเดี๋ยวนี้ จะไปอยู่ที่ไหนก็ไป อย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก”
จันทร์แจ่มพูดไปร้องไห้ไป
“ได้แม่ แม่ไม่รักแจ๋ม แจ๋มจะไม่กลับมาอีก”
จันทร์แจ่มเสียใจที่ถูกแม่ไล่ออกจากบ้าน

ศพห่อด้วยจีวรมีเลือดชุ่ม เหมือนหมอนข้างเปื่อยๆ วางอยู่ข้างหลุมที่ขุดลึกแคบลงไปในแนวตั้ง เล็กขาวปีนขึ้นมาจากหลุม ส่งเสียมให้ราเชนทร์เปลี่ยนกัน
“ใครบอกพี่ว่าให้ขุดในแนวตั้ง ลำบากบรรลัย”
“หลุมก็เหมือนปาก กว้างมากก็รู้มาก ไม่อยากให้ใครรู้ก็หุบปากซะ”
“อุ้ย”
ราเชนทร์เอาเสียมขุดดินโกยขึ้นมา เล็กขาวมองศพที่อยู่ในจีวร คลำๆ ดูหาส่วนที่เป็นเเขน เขาไล่มายังมือศพ แล้วก็เอามีดกรีดจีวร ดึงมือศพออกมา แล้วตัดนิ้วโป้งออกไป ราเชนทร์โผล่จากหลุมมา เพิ่งเห็น
“ทำอะไร”
“ของที่ระลึก”
“เอาไปทำอะไร”
“ทางลัดที่ผมจะเดินตามพี่ทัน ผมอยากตรัสรู้เหมือนพี่”
ราเชนทร์มองเอือมๆ เล็กขาวชูนิ้วโป้งที่เพิ่งตัดมา
“พี่ องคุลีมาลใช้เวลาข้ามคืนเองนะพี่ บรรลุเลย พี่นำผมไปไกลแล้วไง ผมไล่ตามพี่มาติดๆ เลย”
เล็กขาวแกล้งโผเข้าไปหายใจรดต้นคอราเชนทร์
“หยุดเหอะ”
“เราหยุดแล้ว ท่านล่ะหยุดรึยังๆๆ”
ราเชนทร์ไม่ขำด้วย เขาปีนขึ้นมาจากหลุม โยนพลั่วให้เล็กขาว แล้วเอาศพวางลงไปในหลุม ช่วยกันเอาศพทิ่มลงไปในหลุมที่ฝังในแนวตั้ง ราเชนทร์มองเล็กขาวซึ่งดูมีความสุขกับการฝังศพในจีวรพระมาก
เล็กขาวเดินฮัมเพลงกลับเข้ามาในห้องพัก มีเศษดินเศษฝุ่นจากการขุดหลุมเมื่อครู่ติดมาด้วย เขา
ล้วงเอานิ้วโป้งออกมาจากกระเป๋า เเล้วใส่ไปในขวดโหล เข้าไปดูใกล้ๆ

“พุธทัง ซาราณาง คัยฉามิ ธรรมมาง ซาารานัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ”

พระอาทิตย์ขึ้น พระเดินเรียงแถวยามเช้าตรู่
เฮียตงกับเล็กขาวตักบาตรพระสีหน้าเลื่อมใส ส่วนราเชนทร์ยืนมองอยู่ห่างๆ เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิต มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแล่นผ่านมาทางเฮียตง ราเชนทร์ขยับปืนที่เอวระวังให้ หมวยเห็น เฮียตงพยักหน้าให้ราเชนทร์ว่าไม่มีอะไร แล้วเฮียตง เล็กขาว หมวย ก็นั่งพนมมือไหว้พระรับศีลรับพร
“อภิวาทนาศีลลีสสะ นิจจังวุฒฒาปัจจายิโน จัตตาโร ธรรมมาวัฒธันติ อายุ วรรณโณ สุขขัง พะลัง”
เล็กขาวลุกขึ้น กระปรี้ประเปร่า ยิ้มโบกมือให้ราเชนทร์อย่างสบายใจ ราเชนทร์พยักหน้าให้

เฮียตง ราเชนทร์ และเล็กขาว นั่งคุยกันถึงรูปของเหยื่อหนุ่มใหญ่ไฮโซ เป็นภาพขาวดำลักษณะถูกแอบถ่าย มีภรรยายืนโผล่หน้าออกมาอยู่ด้านหลัง หมวยนั่งอยู่ เเต่งหน้าแต่งตาไปด้วย เล็กขาวชำเลืองมอง หมวยแกล้งนั่งไขว่ห้าง อวดเรียวขา
“ไอ้นี่มันร้าย อยู่ไปก็หนักโลก โกงเขาไปทั่ว อะไรกินได้กิน อะไรโกงได้โกง” เฮียตงบอก
ราเชนทร์นิ่งฟังรายละเอียด
“นักธุรกิจระดับนี้ เข้าถึงตัวลำบากสิ”
“ไอ้เล็ก”
เฮียตงเรียกเล็กขาว ที่มองอยู่แต่เรียวขาของหมวย
“ไม่ต้องห่วงพี่ ผมสืบมาแล้ว มันกำลังจะไปเปิดสาขาใหม่ ขยายธุรกิจ ตอนนั้นแหละ ที่มันจะออกมาที่โล่ง”
“มันไม่โฉ่งฉ่างไปเหรอ สื่อน่าจะมากันเยอะงานแบบนี้ ยังไงก็ต้องเชิญสื่อมาแน่ๆ” ราเชนทร์ติง
หมวยแต่งหน้าเสร็จ ลุกขึ้น
“หมวยไปเรียนก่อนนะเตี่ย”
เฮียตงพยักหน้า เล็กขาวมองตาม มีเพียงราเชนทร์ที่สนใจอยู่แต่กับรูปเป้าหมายตรงหน้า หมวยมองราเชนทร์แล้วเชิดจากไป หงุดหงิดหัวใจเล็กน้อยที่ไม่สนใจเธอ เฮียตงหันกลับมาคุยต่อ
“คนจ้างเขาอยากให้มันตายใหญ่ เรื่องของเขา เราไม่เกี่ยว เรายิงมันทิ้ง รับเงิน แผ่นดินสูงขึ้น จบเรื่อง”
“บุกเข้าไปยิงไม่เหมาะ กล้องเพียบ”
“พี่ไม่ต้องห่วง ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องเช่าร้างอยู่หลายเดือนแล้ว เราซุ่มยิงได้”
“เรา” ราเชนทร์แปลกใจ
“เด็กมันอยากเกิด สอนงานมันหน่อยวะ”
“ไอดอล”
“ผมทำงานคนเดียว” ราเชนทร์ย้ำ
“งานนี้ยังไงก็พลาดไม่ได้”
“แต่”
“ชู่ว์”
เฮียตงปราม แล้วพยักหน้าให้เล็กขาวพูดต่อ
“เรางัดห้องเข้าไป”
ราเชนทร์หนักใจ “กำหนดการเมื่อไหร่”
“อาทิตย์หน้า” เฮียตงบอก
“ยังไม่จบพี่ ทำเลดีโคตรอ่ะ”
เล็กขาวทำมือเป็นกระบอกปืน
“เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง”
ราเชนทร์มองเล็กขาวอย่างอ่อนใจ หันไปทางเฮียตง
“ห้องเช่าต้องว่างไม่มีใคร”
เล็กขาวยักไหล่
“ไม่มี้พี่ เช็คแล้ว ห้องนี้ชัวร์”

จันทร์แจ่มถูกแม่ไล่ออกจากบ้าน ก็มาเช่าห้องอยู่ โดยจ่ายเงินให้เจ้าของห้อง 1,500 บาท เด็กสาวนึกถึงเหตุการณ์หลังจากที่แม่ออกปากไล่ แล้วแม่ก็เดินตามมา เอาเงินยัดใส่มือให้ เพื่อให้จันทร์แจ่มออกมาอยู่ข้างนอก แม่พอจะดูออกว่าลูกสาวถูกลวนลามจริงแต่ก็ไม่อยากอยู่คนเดียวเพราะเธอรักผู้ชายคนนี้มาก จันทร์แจ่มพูดขึ้นมาลอยๆ เมื่อคิดถึงแม่
“ขอบคุณนะแม่”
พนักงานยืนอยู่
“ขอบคุณมากค่ะที่ไม่เก็บมัดจำหลายเดือน”
“เห็นว่าเป็นนักเรียนหรอกนะ อยากเป็นหมอ”
พนักงานเห็นหูฟังของหมอคล้องคออยู่ จันทร์แจ่มพยักหน้า
“หนูขอขึ้นไปดูห้องหน่อยนะคะ ว่าจะมาทำความสะอาดก่อน”
จันทร์แจ่มชูไม้กวาดกับที่โกยขยะพลาสติกใหม่เอี่ยม
“เอาเลย วันนี้หนวกหูหน่อย ฝั่งตรงข้ามเขามีพิธีเปิดอะไรก็ไม่รู้ นักข่าวมากันเต็มเลย”
“ขอบคุณค่ะ”
จันทร์แจ่มสะพายกระเป๋านักเรียน ถือไม้กวาดกับที่โกยขยะใหม่เอี่ยมไปตามทาง

ภายในห้องเช่า ราเชนทร์นอนเล็งปืนยาวอยู่บนระเบียงกันสาด ผ่านหน้าต่าง ภาพที่ปรากฎ
อยู่ในกล้องเล็ง คือเหล่าผู้คุ้มครองกำลังรอคอยการมาของประธานเปิดกิจการที่ตึกฝั่งตรงข้าม ราเชนทร์ส่ายกล้องไปมา เช็คบรรยากาศโดยรอบ จนไปเห็นหมวดเชลียงมายืนอำนวยความสะดวกอยู่ด้วย เล็กขาวนั่งชะเง้ออยู่ข้างๆ ราเชนทร์ ภาพในมือเล็กขาว คือรูปผู้ชายไฮโซ ร้ายๆ ภาพเดียวกับที่เฮียตงให้ดู
เวลาเดียวกันนั้น จันทร์แจ่มเดินมาตามทางเดินระเบียงเพียงลำพัง เธอเดินผ่านห้องต่างๆ พอมาถึงห้องที่เธอจะเข้าไป ดูเบอร์ห้องตรงกับพวงกุญแจ ก็เสียบลูกกุญแจเข้าไป
ราเชนทร์กระชับปืนมั่น เคร่งเครียดรอการมาของเหยื่อ จันทร์แจ่มไขกุญแจติดๆ ขัดๆ พยายามบิดลูกบิด ราเชนทร์นิ้วสะกดรออยู่ตรงไกปืน จันทร์แจ่มออกแรงบิด จนลูกบิดประตูก่อกแก่ก ปุ่มล็อคเด้งขึ้นมา เธอยิ้มดีใจที่ไขลูกบิดออก ราเชนทร์ดวงตาแนบ รออยู่ที่ศูนย์เล็งปืน ประตูห้องค่อยๆ แง้มเปิดออกมา
ราเชนทร์ยังคงสมาธิอยู่ที่ศูนย์ปืน
อ่านต่อตอนที่ 2
กำลังโหลดความคิดเห็น...