xs
xsm
sm
md
lg

เกมพยาบาท ตอนที่ 1

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เกมพยาบาท ตอนที่ 1

ท่ามกลางบรรยากาศบนเกาะร้างแห่งหนึ่ง บริเวณชายหาด มีคลื่นซัดโขดหิน รอบๆมีลำธารน้ำตก แม้จะเป็นป่ารกร้าง แต่เป็นเกาะที่อุดมสมบูรณ์ เพียงแต่พื้นที่เหล่านั้นยังไม่ได้รับการพัฒนา และไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ
 
มุมหนึ่งในป่า อัคคีกำลังเดินออกจากป่าพร้อมกับเข็ม เขาสวมกางเกงยีนส์เก่าๆ กับเสื้อยืธรรมดาๆ ดูเซอร์ๆ มีหนวดเคราขึ้นรกรุงรัง / ทั้งคู่เดินคุยกันออกมา
"นายอัคคีมาสำรวจเกาะซะทั่วอย่างนี้ นายคิดจะทำอะไรเหรอครับ" เข็มถาม
"ฉันว่าจะมาทำรีสอร์ตที่นี่"
"ก็ดีนะครับ ที่นี่รกร้างมานานแล้ว"
อัคคีเดินนำเข็มออกจากป่าไป

อัคคีเดินนำเข็มเข้ามาที่กระท่อม แม้นมาศกับข้าวปุ้นยืนนั่งรออยู่ เขาเดินมาหยิบเป้ที่วางอยู่ที่แคร่หน้ากระท่อมขึ้นมาสะพาย
แม้นมาศถาม
"นายจะกลับเลยเหรอจ๊ะ ไม่กินข้าวกินปลาก่อนเหรอ ฉันอุตส่าห์เตรียมไว้ให้"
"ไม่ล่ะแม้นมาศ ฉันต้องรีบกลับเชียงใหม่" เขาลูบหัวข้าวปุ้นด้วยความเอ็นดู "อย่าดื้ออย่าซนนะข้าวปุ้น มาคราวหน้าจะซื้อขนมมาฝาก"
ข้าวปุ้นดีใจ
"เย้! ซื้อมาเยอะๆ นะครับ"
อัคคียิ้มใจดี
"ได้สิ"
เข็มแซวหลาน
"ได้ทีละเอาใหญ่เลยนะข้าวปุ้น" เข็มบอกกับอัคคี "รีบไปเถอะครับนาย"
อัคคีกับเข็มเดินออกไป แม้นมาศกับข้าวปุ้นมองส่งด้วยสายตา

อัคคีกับเข็มเดินมาขึ้นเรือยนต์ที่จอดอยู่ที่ท่าเรือ เข็มขับเรือพาอัคคีออกไป เขาหันกลับมามองที่เกาะ ... ที่ห่างออกไปทุกทีๆ

วันใหม่ ในบรรยากาศของเมืองเชียงใหม่
บริเวณหน้าบริษัทของอัคคีที่เชียงใหม่ เขาใส่ชุดสูทดูภูมิฐานเดินเข้าไปในบริษัทฯ พนักงานที่เดินผ่านมาตามรายทาง หยุดทักทาย ยกมือไหว้
"สวัสดีค่ะคุณอัคคี"
อัคคียิ้มแย้มทักทายพนักงาน แล้วรีบเดินเข้าไปข้างใน

ในบริษัทฯ อดุลย์นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้อง อัคคีเปิดประตูเข้ามาหาอดุลย์ และเปิดรูปและส่งไอแพดให้อดลุย์ดู
"เกาะนี่น่าสนใจมาก น่าจะทำเป็นรีสอร์ตแนวแอดเวนเจอร์ได้ มีทั้งป่า ภูเขา น้ำตก ครบในที่เดียว หาดทรายก็สวยมากด้วย"
"ทำคอนโดขายอย่างเดียวกลัวไม่รวยหรือไง ถึงได้คิดจะไปทำรีสอร์ตอีก โครงการที่เชียงใหม่นี่ก็ยังไม่เสร็จดี แล้วไหนจะสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพอีก แกจะเอาเวลาที่ไหนไปทำรีสอร์ต"
"ขี้บ่นเป็นผู้หญิงไปได้ ฉันแค่วางแผนไว้ก่อน ยังไม่ได้คิดจะทำตอนนี้ซะหน่อย"
"แล้วไป " อดุลย์หยิบซองเอกสารมาส่งให้ "เอกสารการประมูลที่ดินที่กรุงเทพที่แกต้องเข้าประมูลอาทิตย์หน้า ฉันเตรียมให้เรียบร้อยแล้ว ... คู่แข่งคนสำคัญของเราคราวนี้คือบริษัทของคุณฉัตรชนกนะ คุณฉัตรชนกไม่เคยเสนอราคาพลาด ที่ผ่านมาเค้ากับเราไม่เคยเข้าประมูลโครงการเดียวกันเลย แล้วคราวนี้แกนึกยังไงถึงคิดจะไปแข่งกับฉัตรชนก"
"แกกลัวฉันแพ้เหรอ"
"ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันแค่คิดว่าคนแบบคุณฉัตรชนกเราน่าจะทำให้เค้ามาเป็นพันธมิตรกับเรามากกว่าที่เราจะประกาศตัวเป็นศัตรูกับเค้าก็เท่านั้นแหละ"
"ฉันกับมันไม่มีวันญาติดีกันได้เด็ดขาด" อัตตีสีหน้าไม่พอใจมาก "แล้วแกรู้ไว้ซะด้วยนะว่าที่ผ่านมามันไม่เคยแพ้ใคร เพราะมันใช้วิธีสกปรก"
"แต่ที่ฉันได้ยินมา มีแต่คนชื่นชมคุณฉัตรชนกว่าเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงที่ทำธุรกิจแบบตรงไปตรงมาที่สุดแล้วนะ"
อัคคีของขึ้น
"แกไม่ต้องมาสรรเสริญมันให้ฉันฟัง ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะว่าฉันจะทำให้มันรู้จักคำว่าแพ้เป็นครั้งแรก"
"แกยังโกรธครอบครัวคุณฉัตรชนกเพราะเรื่องเก่าๆ อยู่อีกเหรอวะ"
อัคคีเคียดแค้น
"ชาตินี้ฉันไม่มีวันลืม ว่าพ่อมัน ทำให้พ่อแม่ฉันต้องตาย"
อดุลย์แอบถอนใจด้วยความหนักใจในความเจ้าคิดเจ้าแค้นของอัคคี
อดุลย์เปลี่ยนเรื่องคุย
"ไปยื่นซองประมูลที่กรุงเทพคราวนี้แกก็อยู่กับวรรณิศาให้นานหน่อยก็ได้ ไม่ต้องรีบกลับมา แกกับน้องสาวไม่ได้เจอกันนานแล้วนี่ งานทางนี้ฉันจะดูแลให้เอง ไม่ต้องห่วง"
"ขอบใจมากเพื่อน"
อัคคีตบบ่าขอบคุณอดลุย์

ในกรุงเทพฯ ภายในห้องเรียนของเด็กอนุบาล ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง
"เด็กๆ คะวันนี้คุณครูวรรณิศาจะสอนทุกคนเต้นเพลงพระอาทิตย์ยิ้มแฉ่งกันนะคะ อยากเต้นมั้ยคะ"
เด็กๆตอบพร้อมกันทั้งห้อง น้ำเสียงร่าเริงกันมากๆ "อยากค่ะ / อยากครับ"
วรรณิศาร้องเพลงและนำเด็กๆ เต้นประกอบเพลงพระอาทิตย์ยิ้มแฉ่ง เด็กๆ ก็เต้นตามไปอย่างน่ารัก
วรรณิศาร้องเพลงพร้อมนำเต้น
"โผล่มาจากขอบฟ้า เขามาในยามเช้า ส่องแสงให้เราอบอุ่นสบาย เขาลอยข้ามเราไป จมหายไปในยามเย็น พรุ่งนี้เราก็จะเห็นเขาโผล่อีกทีที่เดิม พระอาทิตย์ยิ้มแฉ่ง แก้มแด๊ง...แดง แต่งตัวทาแป้งโผล่มาตอนเช้าตรู่ ฮู้...ฮู"

เด็กนักเรียนร้องเพลงพร้อมเต้นกันอย่างสนุกสนาน

ผ่านเวลาจนถึง วรรณิศานั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานเย็น ในห้องพักครู ครูบีเก็บของเตรียมตัวกลับบ้านอยู่ที่โต๊ะข้างๆ ครูบีเก็บของเสร็จก็หันมาถามวรรณิศา

"จะหกโมงแล้ว ยังไม่กลับเหรอศา"
"ยังจ้ะ วันนี้คุณฉัตรชนกบอกว่าจะมารับไปทานข้าวเย็น"
"ฉันล่ะอิจฉาเธอจริงๆ มีแฟนทั้งหล่อ ทั้งรวยและแสนดีขนาดนี้ คบกันมาตั้งนานแล้ว เมื่อไหร่จะแต่งงานซะทีล่ะ"
วรรณิศาสีหน้าซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
"ไม่รู้จะได้แต่งหรือเปล่า เพราะคุณแม่คุณฉัตรไม่ค่อยชอบฉัน ส่วนพี่อัคคี พี่ชายฉันก็ไม่ชอบคุณฉัตรชนกเหมือนกัน"
"เธอก็ไม่น่าเลย ดันมาแอบคบกับศัตรูกับพี่ชายซะได้"
วรรณิศาหน้าจ๋อย
"ก็ตอนแรกฉันไม่รู้นี่นาว่าเค้าเป็นใคร กว่าจะรู้ ฉันก็รักเค้าไปแล้ว"
"แล้วคุณฉัตรชนกรู้มั้ยว่าเธอเป็นน้องสาวพี่อัคคี"
"ฉันยังไม่ได้บอก"
"สรุปว่าคุณฉัตรชนกก็ยังไม่รู้ว่าเธอคือน้องสาวพี่อัคคี ส่วนพี่อัคคีก็ยังไม่รู้ว่าเธอแอบคบกับคุณฉัตรชนกอยู่"
"ใช่"
"ฉันไม่อยากจะคิดเลย ว่าถ้าสองคนนั้นรู้ความจริงแล้วจะเป็นยังไง"
วรรณิศาฟังแล้วก็เครียด
"ฉันกลับก่อนนะ ยังไงก็ดินเนอร์ให้อร่อยก็แล้วกันนะจ๊ะ"
ครูบีเดินออกไป วรรณิศานั่งรอฉัตรชนกอยู่ในห้องพักครูคนเดียว เธอหันไปเห็นมือถือของครูบีถูกลืมวางทิ้งไว้บนโต๊ะ วรรณิศาเดินไปหยิบแล้ววิ่งตามเอาไปให้ครูบี

ครูบีเดินออกมามาถึงหน้าโรงเรียนอนุบาล วรรณิศาวิ่งตามมา ตะโกนเรียก
"บีๆ"
ครูบีหยุดเดิน หันมามอง
"มีอะไรเหรอ"
วรรณิศาส่งมือถือให้
"เธอลืมมือถือไว้บนโต๊ะ"
ครูบีรับมือถือไป
"ตายจริง ขอบใจนะ อุตส่าห์วิ่งตามเอามาให้" ครูบีเก็บมือถือใส่กระเป๋า "ฉันไปนะ"
วรรณิศาพยักหน้ารับ ครูบีเดินออกไปเรียกแท็กซี่ แล้วขึ้นรถไป
รถยนต์คันหนึ่งขับผ่านหน้าวรรณิศาไป แล้วก็จอดเข้าข้างทาง พัฒนะลงจากรถ แล้วเดินมาหาวรรณิศา ส่งสายตาเจ้าชู้
"จะกลับบ้านเหรอครับคุณศา ให้ผมไปส่งนะครับ"
วรรณิศาท่าทางระแวง ไม่ค่อยอยากคุยด้วย
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรอคุณฉัตรชนกมารับ"
พัฒนะบอก
"คุณฉัตรชนกนี่แย่จริง ปล่อยให้แฟนรออย่างนี้ได้ยังไง ให้ผมไปส่งดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องรอคุณฉัตรให้เสียเวลา"
พัฒนะเข้ามาโอบวรรณิศาแบบฉวยโอกาส จะบังคับพาไปที่รถ
วรรณิศารีบเบี่ยงตัวออก
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรอคุณฉัตรดีกว่า อีกเดี๋ยวก็คงมาแล้วล่ะค่ะ"
พัฒนะพยายามจะโอบ
"ไปเถอะครับ ไม่ต้องเกรงใจผมหรอก"
วรรณิศาเบี่ยงตัวหลบไปมา พัฒนะก็พยายามจะถูกเนื้อต้องตัวแบบคนฉวยโอกาส
ฉัตรชนกขับรถปาดเข้ามาจอด แล้วรีบลงจากรถเข้ามาหาวรรณิศา
ฉัตรชนกดึงวรรณิศาออกห่างจากพัฒนะ
"คุณจะทำอะไรศา"
พัฒนะยักไหล่แบบกวน ตอบเสียงสูง
"เปล๊า ผมก็แค่หวังดีจะไปส่งคุณศา แต่ถ้าคุณมาแล้ว ผมก็ไปล่ะ"
พัฒนะเดินกลับไปที่รถ
วรรณิศาโล่งอกที่ฉัตรชนกมาช่วยไว้ได้ทันเวลาพอดี

ฉัตรชนกกำลังขับรถจะพาวรรณิศาไปกินข้าวเย็นด้วยกัน ภายในรถ เขาพูดอย่างไม่พอใจ
"นายพัฒนะนี่ก็แปลก รู้ว่าคุณเป็นแฟนผม ก็ยังมาตามตื๊อยู่ได้"
"ต่อไปฉันจะพยายามเลี่ยง ไม่เจอหน้าเค้านะคะ"
"ดีแล้วล่ะครับ นายคนนี้ท่าทางไม่ใช่คนดีเท่าไหร่ อยู่ห่างๆ ไว้ดีที่สุด" เขานึกได้ "ฉัตรชบาน้องสาวผมจะกลับมาจากอเมริกาแล้วนะ คุณแม่ผมเตรียมจัดงานเลี้ยงต้อนรับไว้ด้วย ผมอยากให้คุณศาไปงานนี้ด้วยนะครับ จะได้ทำความรู้จักกับน้องสาวของผมเอาไว้"
วรรณิศาลำบากใจ
"คุณก็รู้ว่า คุณแม่คุณไม่ชอบฉัน ถ้าฉันไป คุณแม่คุณคงไม่พอใจแน่ๆ ค่ะ"
"ก็เพราะอย่างนี้ไงครับ ผมถึงอยากให้คุณไปร่วมงานนี้ ไปเจอหน้าคุณแม่บ่อยๆ " ฉัตรชนกหันมายิ้มนิดหนึ่ง "คุณแม่จะได้รู้ว่าคุณน่ารักแค่ไหน แล้วจะได้ยอมให้เราแต่งงานกันซักที"
"มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกค่ะ"
ฉัตรชนกยิ้มกริ่ม
"ถ้าอย่างนั้นเราต้องหาตัวช่วย"
"ไม่มีใครช่วยเราได้หรอกค่ะ"
"มีสิครับ" ฉัตรชนกจับมือ "ถ้าเรามีหลานให้คุณแม่ซักคน ผมว่าท่านต้องใจอ่อนแน่ๆ"
วรรณิศาก้มหน้า เขินๆ
"อย่ามาพูดเล่นแบบนี้นะคะ"
"ผมพูดจริงๆ นะครับ"
ฉัตรชนกดึงมือวรรณิศาขึ้นมาจูบ เธอเขินจนหน้าแดง

ร้านอาหารหรู ในบรรยากาศโรแมนติคแห่งหนึ่ง ยามเย็น
รถของฉัตรชนกแล่นเข้ามาจอด ทั้งคู่ลงจากรถ ฉัตรชนกจูงมือวรรณิศาเดินเข้าไปร้าน
วรรณิศาสีหน้าไม่สบายใจ
"นี่ร้านประจำของคุณแม่คุณไม่ใช่เหรอคะ"
"ไม่ต้องกลัวว่าจะเจอคุณแม่ผมที่นี่หรอกนะครับ ผมเช็คแล้ว วันนี้คุณแม่ไปประชุมที่สมาคมสังคมสงเคราะห์ ท่านคงไม่มาที่นี่หรอกครับ"

วรรณิศมีสีหน้าเบาใจขึ้น ฉัตรชนกจูงมือวรรณิศาเข้าไปในร้าน
 
อ่านต่อหน้า 2

เกมพยาบาท ตอนที่ 1 (ต่อ)

ฉัตรชนกพาวรรณิศาเข้ามานั่งที่โต๊ะ

นักดนตรีถือไวโอลินมายืนสีเพลงรักโรแมนติกที่ข้างโต๊ะของฉัตรชนกกับวรรณิศา
วรรณิศาฟังเพลงแล้วยิ้ม สีหน้าชอบมาก นักดนตรีเล่นเพลงเสร็จก็เดินออกไป พนักงานเอาช่อดอกไม้มาให้ฉัตรชนก เขารับช่อดอกไม้มา พนักงานเดินออกไป ฉัตรชนกส่งช่อดอกไม้ให้วรรณิศา
"สำหรับคุณครับ"
วรรณิศารับช่อดอกไม้ไป
"วันนี้ไม่ใช่วันเกิดฉันซะหน่อย เอาดอกไม้มาให้ฉันทำไมคะ"
"ยังไม่หมดแค่นี้นะครับ ผมยังมีอีกอย่างที่อยากจะมอบให้คุณ"
ฉัตรชนกหยิบกล่องแหวนออกมาเปิดให้วรรณิศาดู
วรรณิศามองแหวนแล้วยิ้มตื้นตันใจ น้ำตาชึม
"แต่งงานกับผมนะครับ"
วรรณิศาอึกอัก
"คุณแม่คุณจะไม่ว่าอะไรเหรอคะ"
"เรื่องนั้นคุณไม่ต้องห่วง ผมจะพูดกับคุณแม่เอง ขอแค่คุณตอบตกลงว่าจะแต่งงานกับผม แล้วผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเอง ว่าไงครับ...คุณยินดีที่จะแต่งงานกับผมมั้ยครับ"
วรรณิศาตื้นตันใจ น้ำตาซึม
"ค่ะ...ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ"
ฉัตรชนกสวมแหวนให้วรรณิศาแล้วยกมือวรรณิศาขึ้นมาบรรจงจูบที่หลังมือด้วยความรักสุดหัวใจ
ทันใดนั้นเสียงของอำภาก็ดังขึ้น
" แม่ไม่อนุญาตให้ฉัตรแต่งงานกับมัน"
ฉัตรชนกกับวรรณิศาชะงัก หันไปมองทางอำภา
"คุณแม่"
อำภายืนอยู่กับเกสร อำภามีสีหน้าโกรธมาก
"คุณแม่ไปประชุมที่สมาคมสังคมสงเคราะห์ไม่ใช่เหรอครับ"
"พอดีประธานสมาคมท่านติดธุระด่วน ก็เลยยกเลิกการประชุมวันนี้" อำภาปรายหางตามองวรรณิศา "ก็นับว่าเป็นโชคดี เพราะไม่อย่างนั้น แม่คงไม่ได้มาเห็นว่าฉัตรกำลังขอแม่นี่แต่งงาน โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแม่"
"ถ้าผมขออนุญาตคุณแม่ แล้วคุณแม่จะยอมให้ผมแต่งงานกับศาเหรอครับ"
"ยอกย้อนแม่เหรอตาฉัตร!"
เกสรกระซิบยุแยงอำภา
เกสรกระซิบ
"คุณอำภาอย่ายอมให้คุณฉัตรคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนนี้มาเป็นเมียให้เสื่อมเสียเกียรติวงศ์ตระกูลคุณเด็ดขาดนะคะ"
"ฉันไม่มีวันยอมเด็ดขาดค่ะคุณเกสร ลูกสะใภ้ฉันต้องเป็นหนูเกษณีย์ ลูกสาวคุณเกสรคนเดียวเท่านั้น"
เกสรยิ้มพอใจ
อำภาเดินหน้าตึงเข้าไปหาวรรณิศา
"ฉันขอคุยกับเธอเป็นการส่วนตัวหน่อย"
วรรณิศามองหน้าฉัตรชนกเป็นเชิงปรึกษาว่าจะเอายังไงดี
ฉัตรชนกปกป้องวรรณิศา
"มีอะไรก็คุยพร้อมกันตรงนี้ก็ได้ครับคุณแม่"
อำภาไม่พอใจ
"ทำไม กลัวแม่จะทำอะไรมันหรือไง"
"ไม่เป็นไรค่ะคุณฉัตร"
อำภาใช้หางตามองวรรณิศา เสียงจิก "ตามฉันมา"
อำภาเดินนำออกไป ฉัตรชนกมองสบตาวรรณิศา ท่าทางเป็นห่วง ก่อนที่วรรณิศาจะเดินตามอำภาออกไป

อำภาเดินนำวรรณิศาเข้ามาคุยกันที่มุมหนึ่ง แล้วด่าทันที
"เธอคิดจะจับตาฉัตรเพื่อหวังรวยทางลัดใช่มั้ยแม่วรรณิศา"
"ศารักคุณฉัตรด้วยความจริงใจ ไม่ได้หวังเงินทองอะไรจริงๆ ค่ะ"
อำภายิ้มเยาะ
"กี่รายๆ ก็พูดอย่างนี้ สุดท้ายก็หวังจะเป็นหนูตกถังข้าวสารกันทั้งนั้น ฉันขอเตือนเธอเป็นครั้งสุดท้ายนะว่าให้เลิกยุ่งกับตาฉัตรซะที ถ้าไม่เชื่อ เธอจะได้เห็นความร้ายกาจของฉันมากกว่านี้"
วรรณิศาเข้าไปจับแขน อ้อนวอน
"คุณแม่ให้โอกาสศาซักนิดไม่ได้เหรอคะ ขอแค่คุณแม่ยอมรับศา ศาจะยอมทำตามคำสั่งคุณแม่ทุกอย่างเลยค่ะ นะคะคุณแม่"
อำภาผลักวรรณิศาล้มลงกับพื้น
"ฉันไม่มีวันยอมรับคนอย่างแกมาเป็นลูกสะใภ้ฉันเด็ดขาด ลูกสะใภ้ฉันต้องเพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ และคุณสมบัติอย่างหนูเกษณีย์คนเดียวเท่านั้น"
วรรณิศาลุกขึ้นยืน ร้องไห้ อำภายิ้มเหยียด
"แต่ถ้าอยากมีผัวจนตัวสั่นขนาดนี้ ฉันก็จะให้คนขับรถที่บ้านช่วยสงเคราะห์ให้เป็นครั้งคราวก็ได้นะ ... อยากเมื่อไหร่ก็บอกฉันก็แล้วกัน"
วรรณิศาอึ้ง
"ศาไม่อยากจะคิดเลย ว่าเรื่องทุเรศๆ แบบนี้จะหลุดออกมาจากปากของคุณแม่"
อำภาโกรธ
"นังวรรณิศา แกด่าฉันเหรอ"
"ศาไม่ได้ด่าคุณแม่นะคะ ศาแค่..."
วรรณิศายังพูดไม่จบ แต่โดนอำภาตบหน้าอย่างแรง เธอเจ็บจนหน้าชา น้ำตาไหลพราก
"ไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้ ไป๊!"
วรรณิศาวิ่งร้องไห้ออกไป
อำภาโกรธจัด เดินปึงปังกลับเข้าไปข้างในร้าน

ฉัตรชนกนั่งรออำภากับวรรณิศาอยู่กับเกสร ฉัตรชนกท่าทางร้อนใจเป็นห่วงวรรณิศา
อำภาเดินกลับเข้ามาในร้าน
"ศาล่ะครับคุณแม่"
"มันด่าแม่ หาว่าแม่กีดกันมัน แล้วก็หนีกลับไปแล้ว"
"ไม่จริง ศาไม่ใช่คนที่จะก้าวร้าวผู้ใหญ่ได้"
เกสรเสี้ยม
"ตายแล้ว นี่คุณฉัตรหาว่าคุณอำภาโกหกเหรอคะ"
อำภาปรี๊ดทันที
"นี่ฉัตรเห็นผู้หญิงคนนั้นดีกว่าแม่เหรอ"
"ผมไม่ได้เห็นว่าใครดีกว่าใครทั้งนั้นล่ะครับคุณแม่ แต่ผมไม่เชื่อว่าศาจะทำอย่างที่คุณแม่พูด"ฉัตรชนกจะออกไป
อำภาดึงแขนไว้
"จะไปไหน"
"ผมจะไปตามศา"
ฉัตรชนกแกะมืออำภาออกจากแขน แล้ววิ่งออกจากร้านไป
"ตาฉัตร!"
อำภาโกรธมาก

ฉัตรชนกวิ่งออกมาที่หน้าร้าน ทันเห็นวรรณิศาขึ้นแท็กซี่...ออกไป

ฉัตรชนกวิ่งไปขึ้นรถที่จอดอยู่ลานจอดรถ แล้วขับตามไปแท็กซี่ของวรรณิศาไป

เวลาต่อมา วรรณิศานั่งร้องไห้อยู่ในห้องโถงภายในบ้าน ฉัตรชนกเดินเร็วๆ เข้ามาหา

"คุณแม่ว่าอะไรคุณ ทำไมคุณต้องหนีกลับมาอย่างนี้ด้วย"
วรรณิศาร้องไห้
"ท่านว่าฉันคิดจะจับคุณเพราะหวังรวยทางลัด แล้วท่านก็สั่งไม่ให้ฉันไปยุ่งกับคุณอีก ความรักของเรามันคงไม่มีทางเป็นไปได้หรอกค่ะ ยังไงคุณแม่คุณก็ไม่มีวันยอมรับฉัน"
ฉัตรชนกกอดปลอบ
"ผมรักคุณมากนะศา เราจะผ่านอุปสรรคนี้ไปด้วยกันนะครับ"
วรรณิศาดันตัวออก
"ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุทำให้คุณกับคุณแม่มีปัญหากัน" วรรณิศาตัดใจบอก "เราเลิกกันเถอะค่ะ"
ฉัตรชนกชะงักอึ้งไป
"ทำไมคุณถึงพูดแบบนี้ คุณไม่รักผมแล้วเหรอ"
วรรณิศาร้องไห้
"ฉันรักคุณมากค่ะ แต่ถ้าคุณต้องเลือกระหว่างฉันกับคุณแม่ของคุณ ฉันก็อยากให้คุณเลือกท่านนะคะ เพราะถึงยังไง แม่ก็สำคัญที่สุด"
ฉัตรชนกจับต้นแขนสองข้างของวรรณิศาให้หันมามองสบตากับตน
"ผมเลือกคุณ"
วรรณิศาอึ้งๆ แต่ซึ้งใจ
"คุณฉัตร"
"แล้วผมก็จะทำให้คุณแม่ยอมรับในตัวคุณให้ได้ เชื่อใจผมนะ แล้วทีหลังก็อย่าพูดว่าจะเลิกกับผมอีกนะครับ"
วรรณิศานิ่งเงียบ เอาแต่ร้องไห้
"รับปากผมสิครับ ว่าคุณจะไม่พูดแบบนี้อีก"
วรรณิศาพยักหน้ารับทั้งน้ำตา "ค่ะ"
ฉัตรชนกใช้สองมือเช็ดน้ำตาออกจากสองแก้มให้วรรณิศา ทั้งคู่มองสบตากันด้วยความรักอย่างสุดหัวใจ ฉัตรชนกอดใจไม่ไหว ยื่นหน้าเข้าไปจูบวรรณิศา
วรรณิศาใช้มือผลักออกฉัตรชนกออกเบาๆ แต่ครู่หนึ่งก็เลื่อนมือไปโอบกอดฉัตรชนกไว้ด้วยความยินยอม

ตอนกลางคืน ในห้องนอนวรรณิศา ฉัตรชนกนอนกอดวรรณิศาอยู่บนเตียง ที่ข้างเตียงมีเสื้อผ้าของฉัตรชนกกับวรณิศาถอดกองอยู่กระจัดกระจาย
วรรณิศาร้องไห้ด้วยความรู้สึกผิด ที่ทำตัวเหมือนผู้หญิงใจง่าย
"คุณไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะรับผิดชอบคุณทุกอย่าง เราจะแต่งงานกัน" เขากระชับกอด "ผมสัญญาว่าผมจะไม่ทอดทิ้งคุณ ผมจะไม่มีวันทำให้คุณเสียใจเด็ดขาด ผมรักคุณมากนะครับ"
"ฉันก็รักคุณมากเหมือนกันค่ะ ถ้าคุณทิ้งฉัน ฉันคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้"
วรรณิศากอดฉัตรชนกไว้แน่น เขากอดปลอบ

ในวันต่อมา ท่ามกลางความวุ่นวายในสนามบิน ภาพผู้คนเดินไปมา บางคนวิ่งให้ทันเกทปิด ฯลฯ
ฉัตรชบาแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ด ดูเซ็กซี่มาก เดินฉับๆ ลากกระเป๋าเดินทางใบโตออกมาจากทางออก ด้านหลังฉัตรชบา อัคคีแต่งตัวลำลองดูเซอร์ๆ ใส่แว่นตาดำ เดินตามหลังออกมา
ฉัตรชบาลากกระเป๋ามาหยุดยืนหลบมุม แล้วมองหาฉัตรชนกไปรอบๆ แต่ไม่เห็น ฉัตรชบายืนรอ
อัคคีเดินตีคู่มากับคุณแม่คนหนึ่งที่จูงลูกชายอายุประมาณ 4 ขวบมาด้วย
อัคคีกับแม่ลูกคู่นั้นกำลังจะเดินผ่านฉัตรชบาไป แต่เด็กที่กำลังยกไม้ยกมือเล่นแบบไร้เดียงสา ดันปัดมือไปโดนก้นฉัตรชบา ฉัตรชบาตกใจ หันมาตบแบบเป็นปฏิกิริยาตอบโต้อัตโนมัติ แต่แม่เด็กจูงเด็กเลี้ยวหายทางอื่นแล้ว อัคคีเลยซวยโดนตบหน้าไปเต็มๆ แบบไม่ทันตั้งตัว
ฉัตรชบาตบหน้าพร้อมด่า
"ไอ้โรคจิต!"
อัคคีงง
"เฮ้ยคุณ อยู่ดีๆ มาตบผมทำไม"
อัคคีเอามือลูบหน้า ท่าทางเจ็บๆ
"ก็นายจับ" ฉัตรชบาอาย ไม่อยากพูด "จับ..."
"จับอะไร"
อัคคีมองที่หน้าอกฉัตรชบา ฉัตรชบารีบยกมือกอดอก
อัคคีมองลงมาที่สะโพก แล้วไล่ลงไปที่ก้น แล้วก็ขา สีหน้ากวนๆ
ฉัตรชบากลัว
"โรคจิตชัดๆ" ฉัตรชบาจะเดินหนี
อัคคีดึงแขนไว้
"เดี๋ยวก่อนสิคุณ คุณตบหน้าผมแล้วจะเดินหนีไปง่ายๆ อย่างนี้ได้ยังไง ช่วยบอกให้ผมหายข้องใจก่อนสิ ว่าผมจับอะไรคุณ"
ฉัตรชบาไม่ตอบ พยายามดิ้นๆ
"ปล่อยฉันนะ"
อัคคีไม่ยอมปล่อย
ฉัตรชบาตะโกน
"ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย! คนโรคจิตมันจับก้นฉัน"
รปภ. 2 คนรีบวิ่งเข้ามาล็อคตัวอัคคี โดยที่อัคคีไม่ทันตั้งตัว
อัคคีดิ้น "ปล่อยผม ผมไม่ใช่โรคจิต ผมไมได้ทำอะไรเค้าเลย"
"เค้าจับก้นฉันค่ะ จับตัวไปส่งตำรวจเลยค่ะ"
รปภ. ลากตัวอัคคีออกไป อัคคีดิ้นไปมา
"ปล่อยผม ผมไม่ได้ทำ"
ฉัตรชบามองตามอัคคีสีหน้าเจ็บใจ
ครู่หนึ่ง ฉัตรชนกก็เดินเข้ามาหา
"ชบา"
ฉัตรชบาอารมณ์เสียค้างอยู่
"พี่ฉัตร ทำไมมาช้านักล่ะคะ"
"รถมันติดน่ะ พี่ขอโทษ แล้วนี่โกรธใครอยู่เหรอ ทำหน้าอย่างกับนางยักษ์"
"ชบาเจอไอ้โรคจิตมันลวนลามค่ะ"
ฉัตรชนกตกใจ
"มันอยู่ไหน พี่จะไปจัดการมันให้"
"รปภ. ลากตัวไปแล้วค่ะ ช่างมันเถอะค่ะ เรารีบกลับบ้านกันดีกว่า ป่านนี้คุณพ่อกับคุณแม่รอแย่แล้ว"

ฉัตรชนกช่วยลากกระเป๋าของฉัตรชบาออกไป
 
อ่านต่อหน้า 3

เกมพยาบาท ตอนที่ 1 (ต่อ)

อัคคีหิ้วกระเป๋าเดินทางเดินเข้ามาในห้องโถง วรรณิศารีบเข้ามากอดต้อนรับี่ชายด้วยความดีใจ

"พี่อัคคี ศาคิดถึงพี่ที่สุดเลย"
อัคคีกอดตอบ
"พี่ก็คิดถึงศาเหมือนกัน แล้วก็เป็นห่วงด้วย ถึงได้รีบกลับมานี่ไง" อัคคีดันตัวน้องออกเพื่อดูหน้าให้ชัดๆ "ว่าแต่ช่วงที่พี่ไม่อยู่ มีใครมารังแกน้องสาวสุดที่รักของพี่หรือเปล่า"
วรรณิศาหลบตา รู้สึกผิดเรื่องที่แอบมีอะไรกับฉัตรชนก
"ไม่มีใครทำอะไรศาหรอกค่ะ"
"ไม่มีก็ดีแล้ว เพราะถ้าใครมารังแกศา หรือทำให้ศาเสียใจแม้แต่นิดเดียว พี่ไม่เอามันไว้แน่"
แววตาอัคคีดุดัน เอาเรื่อง วรรณิศาจูงแขนพี่ชายไปนั่งที่โซฟา แล้วเปลี่ยนเรื่องคุย
"พี่อัคคีเดินทางมาเหนื่อยๆ มานั่งพักก่อนดีกว่าค่ะ การเดินทางเป็นยังไงมั่งคะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า"
อัคคีออกอาการหงุดหงิดขึ้นมาทันที
"นั่งเครื่องจากเชียงใหม่มากรุงเทพแค่ชั่วโมงนิดๆ ไม่เมื่อยไม่เหนื่อยอะไรหรอก แต่มันอารมณ์เสียตรงที่พี่เจอผู้หญิงปากร้ายขี้โวยวายเข้าน่ะสิ"
"เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะ"
"ผู้หญิงคนนั้นโวยวายหาว่าพี่เป็นพวกโรคจิต แอบจับก้นเค้า อย่าให้อีกก็แล้วกัน พี่จะเอาคืนให้สาสมเลย"
"พี่อัคคีจะทำอะไรเค้าคะ"
อัคคียกสองมือขึ้นทำท่าเหมือนบีบก้น
"พี่ก็จะจับก้นคืนให้สะใจเลยน่ะสิ ไหนๆ ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกโรคจิตแล้ว ก็เป็นมันจริงๆ ซะเลย ดีมั้ย"
วรรณิศาสีหน้าแหยงๆ
"ไม่ดีมั้งคะ"
อัคคีหลุดขำออกมา
"พี่ล้อเล่น พี่ไม่บ้าทำอย่างนั้นหรอกน่า"
วรรณิศายิ้มโล่งอก
"แต่ทางที่ดี ชาตินี้ขออย่าให้เจอกันอีกเลย"
อัคคีสาปส่ง ไม่อยากเจอฉัตรชบาอีก

ฉัตรชบาโผเข้ากอดอำภาและฉกาจ ฉัตรชนกยืนอยู่ข้างหลังกับกระเป๋าเดินทางของฉัตรชบา
"คิดถึงคุณพ่อกับคุณแม่ที่สุดในโลกเลยค่ะ"
อำภาหอมแก้มฉัตรชบา ซ้าย-ขวา
"แม่ก็คิดถึงลูกที่สุดเหมือนกันจ้ะ"
อำภาดึงตัวฉัตรชบาไปนั่ง ฉกาจกับฉัตรชนกตามไปนั่งด้วย
"เป็นไง เดินทางเหนื่อยมั้ยลูก" ฉกาจถาม
"ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ แต่เจ็บใจที่เจอโรคจิตที่แอร์พอร์ต"
อำภาตกใจ
"มันทำอะไรลูกเหรอ"
"ช่างมันเถอะค่ะ หนูไม่อยากพูดถึงมันอีก"
"แล้วนี่ภูชิชย์รู้รึยังว่าลูกกลับวันนี้" อำภาถาม
"หนูยังไม่ได้บอกเค้าหรอกค่ะ"
"ทำไมไม่บอกล่ะ ลูกรู้มั้ยว่าภูน่ะเค้ารักหนูมากเลยนะ ระหว่างที่หนูไปเรียนที่อเมริกา ภูไม่เคยมีข่าวกับผู้หญิงคนไหนเลย ผู้ชายที่ทั้งหล่อ ทั้งรวย นิสัยดี แถมรักเดียวใจเดียวอย่างนี้ หาไม่ได้ง่ายๆ นะ"
"ภูเป็นคนดีจริงค่ะ หนูไม่เถียง แต่หนูไม่ได้รักเค้านี่คะ"
"ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ แม่อุตส่าห์วางแผนไว้ว่า หลังจากที่ตาฉัตรแต่งงานกับหนูเกษณีย์เรียบร้อยแล้ว แม่ก็จะให้หนูแต่งงานกับภูนะ"
ฉัตรชนกรีบท้วง
"ใครบอกว่าผมจะแต่งงานกับเกษณีย์ครับคุณแม่"
ฉกาจแซวขำๆ
"แม่แกบอกอยู่นี่ไง"
"ผมไม่ขำด้วยหรอกนะครับคุณพ่อ ... คุณแม่เลิกคิดที่จะจับคู่ผมกับเกษณีย์ซะทีเถอะครับ ผมบอกตั้งหลายครั้งแล้วว่าผมไม่ได้รักคุณเกษณีย์ ผมรักศาคนเดียวเท่านั้น"
"แม่ไม่มีวันยอมรับนังครูกระจอกๆ นั่นมาเป็นลูกสะใภ้เด็ดขาด"
ฉัตรชนกเครียด

ต่อมา อำภาพาฉัตรชบาเข้ามาในห้องนอน ซึ่งเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ ตกแต่งไว้แบบหวานๆ น่ารักๆ เน้นโทนสีชมพู ออกแนวเจ้าหญิงในเทพนิยาย
"พอแม่รู้ว่าลูกจะกลับมา แม่ก็รีบจัดห้องนอนให้ใหม่เลยนะ ชอบมั้ยลูก"
ฉัตรชบากวาดตามองไปทั่วห้อง แล้วทำหน้าเลี่ยนๆ
"ห้องนอนสีชมพูช็อคกิ้งพิงค์ขนาดนี้ หนูจะนอนหลับคะมั้ยเนี่ย" ฉัตรชบาเดินไปหยิบตุ๊กตาหมีที่เตียงขึ้นมาดู "หนูโตแล้วนะคะคุณแม่ เลิกเล่นตุ๊กตาแบบนี้แล้วค่ะ"
อำภายิ้มแห้งๆ อุตส่าห์เตรียมไว้ให้แต่ลูกดันไม่ชอบ
"หนูอยากได้ห้องที่ดูโมเดิร์นหน่อยค่ะคุณแม่ คุณแม่ให้คนจัดให้หนูใหม่นะคะ แต่ก่อนจะจัดต้องเอาแบบมาให้หนู approve ก่อนนะคะ"
อำภาบอกอย่างเอาใจ
"จ้ะๆ แล้วแม่จะรีบจัดการให้ แต่ลูกก็ทนนอนห้องนี้ไปซักระยะนึงก่อนก็แล้วกันนะ"

ฉัตรชบามองไปรอบๆ ห้อง สีหน้าแบบไม่ชอบเอาซะเลย

บ้านวรรณิศา ตอนกลางคืน

ในห้องโถง อัคคีกับวรรณิศานั่งคุยกันอยู่
วรรณิศาอึกอัก
"พรุ่งนี้พี่อัคคีว่างมั้ยคะ"
อัคคีท่าทางสบายๆ
"พรุ่งนี้เช้าพี่ต้องเข้าประมูลที่ดินโครงการใหม่ ศามีอะไรเหรอ"
"เอ่อ...ศา...ศามีใครบางคนอยากแนะนำให้พี่อัคคีรู้จักค่ะ"
อัคคียิ้มๆ
"อย่าบอกนะว่าจะแนะนำว่าที่น้องเขยให้พี่รู้จัก"
วรรณิศาพยักหน้ารับ "ค่ะ"
"ถ้างั้นก็นัดมาเจอพี่ตอนเย็นได้เลย พี่ก็อยากจะเห็นหน้าว่าที่น้องเขยของพี่เหมือนกัน" อัคคีปั้นหน้าดุ "แต่บอกไว้ก่อนนะว่าถ้าพี่เห็นหน้าแล้วไม่ถูกชะตา พี่สั่งเลิกคบทันทีนะ"
วรรณิศาหน้าซีดเผือด
อัคคีหัวเราะขำๆ
"พี่ล้อเล่นน่า"
วรรณิศาโล่งอก แต่ก็ยังไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่

วันใหม่ ณ โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ภายในในห้องจัดงานประมูลที่ดิน อัคคีกับฉัตรชนกนั่งเผชิญหน้ากันอยู่ในห้อง โดยมีเจ้าหน้าที่ดำเนินการประมูลนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ และมีสินธนานักธุรกิจอีกคนหนึ่งที่เข้าร่วมประมูลด้วย
เจ้าหน้าที่1 บอก
"การประมูลที่ดินในวันนี้ มีผู้ยื่นซองประมูลเพียง 3 บริษัทเท่านั้น ผมจะเริ่มเปิดซองประมูลเลยนะครับ"
อัคคีมองหน้าฉัตรชนกอย่างท้าทาย
"ซองแรก จากบริษัทเอเคเคพร็อพเพอร์ตี้ ของคุณอัคคี เสนอราคามาที่ 40 ล้านบาท"
เจ้าหน้าที่2 ขึ้นบอร์ดราคาของอัคคีให้ทุกคนเห็นโดยทั่วกัน
สินธนาถามเบาๆ กับอัคคี
"คุณอัคคีเสนอราคามาสูงขนาดนี้ ผมหมดหวังแล้วล่ะครับ จริงๆ ราคาที่ดินตรงนี้มันแค่ประมาณ 30 ล้านเอง ผมไม่คิดเลยว่าจะมีใครกล้าทุ่มเงินประมูลขนาดนี้"
อัคคียิ้มให้สินธนานิดๆ แล้วหันไปมองเย้ยฉัตรชนกประมาณว่า วันนี้ฉันไม่แพ้แน่ !
"ซองที่สอง จากบริษัทสินธนาคอนสตรัคชั่น ของคุณสินธนา เสนอราคามาที่ 35 ล้านบาท"
เจ้าหน้าที่2 ขึ้นบอร์ดราคาของสินธนาให้ทุกคนเห็นโดยทั่วกัน
"ซองที่สาม จากบริษัทฉัตราพร็อพเพอร์ตี้ ของคุณฉัตรชนก เสอนราคามาที่ 41 ล้านบาท"
อัคคีอึ้งมาก ไม่คิดว่าจะแพ้ ได้แต่กัดฟันพูดเบาๆ
"ไอ้ขี้โกง"
อัคคีโกรธมาก แต่พยายามระงับอารมณ์ไว้ก่อน
เจ้าหน้าที่2 ขึ้นบอร์ดราคาของฉัตรชนกให้ทุกคนเห็นโดยทั่วกัน
"สรุปว่าการประมูลที่ดินในวันนี้ บริษัทฉัตราพร็อพเพอร์ตี้ ของคุณฉัตรชนกเป็นผู้ชนะการประมูลนะครับ ... การดำเนินการด้านเอกสารต่างๆ จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อคุณฉัตรชนกไปอีกทีนะครับ"
"ครับ"
เจ้าหน้าที่1 และ2 เดินออกไป
สินธนาบอก "ยินดีด้วยครับคุณฉัตรชนก"
สินธนาลุกขึ้นเช็คแฮนด์ แสดงความยินดีกับฉัตรชนก
ฉัตรชนกยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร "ขอบคุณครับ"
"ผมขอตัวนะครับ" สินธนาบอกกับอัคคี "โครงการหน้ามาสู้กันใหม่นะครับคุณอัคคี"
อัคคีฝืนยิ้มตอบสินธนาไปตามมารยาท สินธนาเดินออกไป
ฉัตรชนกกำลังจะเดินออกไป อัคคีกระชากตัวกลับมา
" เดี๋ยวก่อน"
ฉัตรชนกหันกลับมามอง สีหน้านิ่งๆ
"มีอะไรเหรอครับ"
"แกรู้อยู่แล้วใช่มั้ยว่าฉันจะยื่นซองประมูลที่เท่าไหร่ ถึงได้เสนอราคาตัดหน้าฉันแค่ล้านเดียวแค่นี้"อัคคีกระชากคอเสื้อ มองหน้าอย่างดุดัน "แกใช้วิธีสกปรกสืบราคามาใช่มั้ย"
ฉัตรชนกแกะมืออัคคีออกแล้วตอบอย่างใจเย็น
"คนอย่างผมทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา ไม่เคยใช้วิธีสกปรกอย่างที่คุณว่า"
"แต่การที่แกเสนอราคาตัดหน้าฉันแค่ล้านเดียวอย่างนี้ ฉันคงจะคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากแกขี้โกง แกมันก็ขี้โกงเหมือนพ่อแกนั่นแหละ"
ฉัตรชนกเริ่มโกรธ แต่ยังควบคุมอารมณ์ได้
"อย่าก้าวร้าวถึงคุณพ่อผม ท่านไม่เกี่ยวอะไรด้วย"
"ทำไมจะเกี่ยว เพราะพ่อขี้โกงไง ลูกถึงได้ขี้โกงอย่างนี้"
"คุณพ่อผมไม่ได้โกง"
อัคคีตะคอกใส่
"พ่อแกโกงบริษัทพ่อฉัน ทำให้พ่อฉันต้องยิงตัวตาย ส่วนแม่ก็ช็อคเพราะเห็นพ่อฆ่าตัวตาย จนหัวใจวายตายตามไปอีกคน ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อแก จะเพราะใคร!!!" อัคคีชี้หน้า "แกจำไว้นะ ต่อไปนี้แกกับฉันจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ ฉันจะทำให้ธุรกิจของแกย่อยยับ เหมือนที่พ่อแกทำกับพ่อฉัน"
อัคคีเดินออกไปด้วยความโกรธ

ฉัตรชนกถอนใจด้วยความหนักใจ และติดใจสงสัยเรื่องราวในอดีตของพวกผู้ใหญ่
 
อ่านต่อหน้า 4

เกมพยาบาท ตอนที่ 1 (ต่อ)

เวลาต่อมา มุมหนึ่งในบ้าน ฉัตรชนกถามฉกาจด้วยสีหน้าเครียดๆ

"เรื่องของคุณพ่อกับคุณพ่อนายอัคคีมันเป็นยังไงกันแน่ครับ ทำไมเค้าถึงได้ว่าคุณพ่อไปโกงบริษัทพ่อเค้า"
ฉกาจถอนใจ
"อัคคีเข้าใจผิดแล้ว สมัยก่อน พ่อกับพ่อของอัคคี เราเป็นเพื่อนรักกัน ก็เลยชวนกันมาเปิดบริษัท ตอนหลังบริษัทไปได้ดี พ่อก็เลยขอแยกตัวออกมาเปิดบริษัทเอง แล้วลูกค้าเก่าๆ ของบริษัทเชื่อใจพ่อมากกว่า ก็เลยตามมาทำงานกับบริษัทใหม่ของพ่อ บริษัทของพ่ออัคคีหาลูกค้าไม่ค่อยได้ แถมยังถูกพนักงานในบริษัทโกงจนเป็นหนี้เป็นสินมากมาย พ่อของอัคคีเครียดมาก ก็เลยฆ่าตัวตาย"
ฉัตรชนกนึกถึงอดีตแล้วเศร้า
"อย่างนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของพ่อเลยนะครับ"
ฉกาจเศร้า
"พ่อไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย"
"เรื่องมันผ่านไปแล้ว อย่าคิดมากเลยครับคุณพ่อ เราผิดหรือไม่ผิด เราย่อมรู้อยู่แก่ใจ ส่วนใครอยากเข้าใจแล้วโกรธแค้นเราก็เรื่องของเค้า"
"แต่พ่อก็ไม่อยากให้อัคคีเค้าคิดแบบนั้น เพราะความโกรธแค้นในใจที่เค้ามีจะทำให้ชีวิตเค้าร้อนรุ่ม เหมือนตกอยู่ในกองไฟ"
ฉกาจบอกอย่างไม่สบายใจ

ฉัตรชนกกำลังจะออกไปข้างนอก ฉัตรชบาเดินผ่านมาเห็นเข้าก็ถาม
"อ้าวพี่ฉัตร เพิ่งกลับจากงานประมูล แล้วนี่จะออกไปไหนอีกล่ะคะ"
"พี่มีนัดกินข้าวเย็นกับศา วันนี้ศาจะแนะนำให้พี่รู้จักกับพี่ชายของเธอน่ะ"
ฉัตรชบาคิด
"ศา...แฟนพี่ฉัตร คนที่คุณแม่ไม่ปลื้มน่ะเหรอคะ"
ฉัตรชนกพยักหน้ารับ หนักใจ
"ใช่ แล้วนี่ก็ไม่รู้ว่าพี่ชายของศาจะยอมรับพี่หรือเปล่า"
"พี่ฉัตรเป็นถึงเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับ Top 5 ของเมืองไทยเชียวนะคะ ทั้งหล่อทั้งรวยขนาดนี้ ทำไมเค้าจะไม่ยอมรับล่ะคะ" ฉัตรชบาแปลกใจ "ว่าแต่พี่ฉัตรยังไม่เคยเจอครอบครัวของคุณศาซักครั้งเลยเหรอคะ"
"ศามีพี่ชายอยู่คนเดียว พ่อแม่เสียหมดแล้ว พี่ชายไปดูแลงานที่เชียงใหม่ได้สองปีกว่าแล้ว ส่วนมากเค้าก็จะประจำอยู่ที่นั่น นานๆ ถึงจะมากรุงเทพทีนึง พี่ก็เลยยังไม่มีโอกาสได้เจอซักที พี่ไปก่อนนะ เดี๋ยวสาย"
ฉัตรชนกรีบเดินออกไป ฉัตรชบาเดินตามไปควงแขนฉัตรชนก
"ชบาไปด้วยค่ะ"
"จะไปทำไม"
ฉัตรชบายิ้มหน้าเป็น
"ก็ไปทำความรู้จักกับว่าที่พี่สะใภ้น่ะสิคะ"
"จะดีเหรอ พี่ไม่ได้บอกศาไว้ก่อนว่าจะพาใครไปด้วย"
"ดีมากถึงมากที่สุดเลยล่ะค่ะ ถ้าชบาเจอหน้าแฟนพี่ฉัตรแล้วถูกชะตา ชบาจะได้ช่วยพูดเชียร์กับคุณแม่ให้ได้ยังไงล่ะคะ รีบไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวแฟนพี่ฉัตรจะรอนาน"
ฉัตรชบาควงแขนบังคับดึงตัวฉัตรชนกออกไป

ต่อมา วรรณิศานั่งรอฉัตรชนกอยู่ในร้านอาหารกับอัคคี
วรรณิศาท่าทางตื่นเต้นและกังวลใจ
"พี่อัคคีสัญญานะคะว่าถ้าเจอคนที่ศาจะแนะนำให้รู้จักแล้ว พี่อัคคีจะไม่โกรธ"
"ทำไมพี่ต้องโกรธด้วย เค้าเป็นคนที่พี่ไม่ชอบขี้หน้าหรือไง"
วรรณิศาอึกอักไม่กล้าตอบ
วรรณิศา เห็นฉัตรชนกเดินเข้ามาพร้อมกับฉัตรชบา จึงโบกมือเรียก ฉัตรชนกเดินเข้ามาที่โต๊ะ
ฉัตรชบาเห็นหน้าอัคคีปุ๊บก็ปรี๊ดใส่ชี้หน้าทันที
"ไอ้โรคจิต!"
"คุณ!" แต่เมื่อเห็นหน้าฉัตรชนก อัคคีอึ้งเป็นสองเท่า) "ฉัตรชนก!"
ฉัตรชนกกับวรรณิศางงๆ ที่อัคคีกับฉัตรชบาทำท่าเหมือนรู้จักกันมาก่อน
"ไอ้โรคจิตคนนี้แหละค่ะพี่ฉัตรที่มันจับก้นศาที่แอร์พอร์ต"
อัคคีเสียงดัง
"ผมไม่ได้ทำ"
ฉัตรชบาเสียงดังสู้
"ถ้าไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใคร!"
ลูกค้าในร้านต่างพากันหันมามอง
ฉัตรชนกจับตัวฉัตรชบาให้นั่งลง
"อย่าเพิ่งโวยวายน่าชบา คนมองกันใหญ่แล้วเห็นมั้ย"
วรรณิศาดึงตัวอัคคีให้นั่งลง
"ใจเย็นๆ ค่ะพี่อัคคี"
อัคคีกับฉัตรชบานั่งตรงข้ามกัน ทั้งคู่สู้ตากันแบบไม่มีใครยอมใคร
อัคคีหันมาพูดกับวรรณิศา
"สองคนนี้น่ะเหรอที่ศาบอกจะแนะนำให้พี่รู้จัก"
วรรณิศาหน้าจ๋อยๆตอบ
"ค่ะ คุณฉัตรกับศาเราคบกันได้ปีกว่าแล้วค่ะ แล้วเราก็กำลังจะแต่งงานกันค่ะ"
"พี่ไม่อนุญาต" อัคคีดึงแขนวรรณิศาออกไป "กลับบ้านกับพี่เดี๋ยวนี้"
อัคคีลากวรรณิศาออกไป
ฉัตรชนกดึงแขนวรรณิศาไว้
"ทำไมศาไม่เคยบอกผมเลยว่าพี่ชายคุณก็คือคุณอัคคี"
วรรณิศาหน้าเสีย ท่าทางอึกอัก ไม่รู้จะตอบยังไง
อัคคีน้ำเสียงแข็งกร้าว
"ปล่อยน้องสาวฉัน!"
ฉัตรชนกไม่ปล่อย
"ผมรักศาจริงๆ นะครับ ให้เราแต่งงานกันเถอะครับ"
อัคคีโกรธต่อยหน้าฉัตรชนกจนล้มลง เลือดไหลซิบที่มุมปาก ชี้หน้าฉัตรชนก
"อย่ามายุ่งกับน้องสาวฉันอีก"
วรรณิศากับฉัตรชบากรีดร้องตกใจ
"คุณฉัตร!"
วรรณิศาจะเข้าไปดูฉัตรชนก แต่อัคคีดึงแขนไว้
"กลับบ้านกับพี่เดี๋ยวนี้"
อัคคีลากวรรณิศาออกไปข้างนอก วรรณิศาหันไปมองฉัตรชนกด้วยความเป็นห่วง
ฉัตรชบาเข้าไปประคองพี่ชายลุกขึ้น
"เป็นยังไงบ้างคะพี่ฉัตร"
"พี่ไม่เป็นไร"

ฉัตรชนกมองตามวรรณิศาไป แววตาเสียใจ

อัคคีลากวรรณิศาออกมาจากร้าน

"ศาก็รู้ว่าไอ้ฉัตรชนกมันเป็นศัตรูกับพี่ พ่อมันทำให้พ่อแม่เราตาย แล้วทำไมศายังไปแอบคบกับมันอีก"
"ตอนแรกที่รู้จักกัน ศาก็ไม่รู้หรอกค่ะ ว่าเค้าเป็นใคร คบกันไปซักพักศาถึงได้รู้ ศาก็เลยไม่กล้าบอกพี่อัคคี กลัวพี่จะโกรธอย่างนี้ไงคะ"
อัคคีสั่ง
"เลิกคบกับมันไปเลยนะ แล้วก็ไปลาออกจากโรงเรียนด้วย พี่จะให้ศาไปอยู่เชียงใหม่กับพี่"
"ไม่นะคะพี่อัคคี ศากับคุณฉัตรรักกัน พี่อัคคีจะมาพรากเราอย่างนี้ไม่ได้นะคะ"
"พี่ยอมศาได้ทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องไอ้ฉัตรชนก"
อัคคีลากวรรณิศาไปขึ้นรถ แล้วขับออกไป
ฉัตรชนกวิ่งตามวรรณิศาออกมา แต่ไม่ทัน รถของอัคคีขับออกไปไกลแล้ว
ฉัตรชบาวิ่งตามฉัตรชนกออกมา
"นายอัคคีนี่มันบ้าชัดๆ อาละวาดไม่ฟังเหตุผลใครเลย"
ฉัตรชนกเสียใจ หยิบกุญแจรถออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วยัดใส่มือฉัตรชบา
"ขับรถกลับบ้านเองนะ"
ฉัตรชนกเดินออกไปทางหน้าร้านอาหาร ฉัตรชบาวิ่งตาม
"พี่ฉัตรจะไปไหนคะ"
"ไม่ต้องตามมา พี่อยากอยู่คนเดียว"
ฉัตรชนกเดินหนีไป แท็กซี่ขับผ่านมา ฉัตรชนกโบกแท็กซี่ แท็กซี่จอดรับ ฉัตรชนกขึ้นรถ แท็กซี่ขับออกไป
"เฮ้ยพี่ฉัตร จะไปไหน"
ฉัตรชบามองตามท้ายรถแท็กซี่ เป็นห่วงพี่ชาย

ณ ผับของพัฒนะ เวลากลางคืน
ฉัตรชนกนั่งกินเหล้าอยู่คนเดียว สีหน้าเครียดๆ ท่าทางเมามากแล้ว
" ทำไมคุณต้องเป็นน้องสาวนายอัคคีด้วย" ฉัตรชนกกระดกเหล้าหมดแก้ว
พัฒนะยืนดูฉัตรชนกอยู่ทางด้านหลัง พร้อมกับคุยโทรศัพท์มือถือไปด้วย
"คุณฉัตรเมาอยู่ที่ผับผม ถ้าคุณอยากได้เค้า ก็รีบมาตอนนี้เลย"
เกษณีย์คุยโทรศัพท์ตอบกับพัฒนะ
"คุณช่วยดูเค้าไว้ก่อนนะ อย่าเพิ่งปล่อยให้กลับ"
พัฒนะยิ้มเยาะแล้วกดวางสาย

ต่อมา เกษณีย์ประคองฉัตรชนกที่เมามากเข้ามาในบ้าน
ฉัตรชนกเมาเสียงอ้อแอ้
"ผมจะกลับบ้าน ผมอยากนอน" ฉัตรชนกจะกลับ
เกษณีย์ดึงตัวไว้
"ฉันก็กำลังจะพาคุณขึ้นไปนอนอยู่นี่ไงคะ"
เกสรเดินมาเห็นเข้าก็แปลกใจ
"นั่นคุณฉัตรนี่ ทำไมถึงได้เมามายขนาดนั้นล่ะ แล้วทำไมเกษไม่พาคุณฉัตรไปส่งบ้าน พามาบ้านเราทำไม"
เกษณีย์ยิ้มอย่างมีเลศนัย
"ก็พามาทำลูกเขยให้คุณแม่น่ะสิคะ คุณแม่อยากได้ลูกเขยรวยๆ จะได้เอาเงินมาช่วยใช้หนี้ให้เราไม่ใช่เหรอคะ"
เกสรยิ้มชอบใจ
"งั้นก็รีบพาขึ้นห้องไปเร็วๆ เลย ทีนี้ล่ะ คุณฉัตรจะได้เลิกบ่ายเบี่ยงการแต่งงานกับแกซะที"
เกษณีย์รีบพาฉัตรชนกขึ้นไปข้างบน

เกษณีย์ประคองฉัตรชนกให้นอนลงบนเตียง แล้วแกะกระดุมเสื้อฉัตรชนกแหวกออก แล้วโถมตัวเข้าไปนัวเนีย
ฉัตรชนกตอบสนองด้วยความเคลิ้ม จับตัวเกษณีย์พลิกให้นอนลงข้างล่าง แล้วเข้าไปซุกไซ้
เกษณีย์ยิ้มด้วยความสุขสมใจ
ฉัตรชนกนัวเนียไป พร้อมพูดพร่ำแบบเมาๆ
"ผมรักคุณมากนะศา ผมจะไม่ยอมให้พี่ชายคุณมาพรากเราจากกันเด็ดขาด"
เกษณีย์ได้ยินชื่อวรรณิศาก็ชะงักไปนิดหนึ่ง สีหน้าไม่พอใจ พูดกับตัวเองเบาๆ
"ฉันนี่แหละที่เป็นคนพรากคุณไปจากนังวรรณิศา"
เกษณีย์เปิดเกมรุกใส่ฉัตรชนกอย่างเร่าร้อน ฉัตรชนกเอะใจ ยันตัวออกห่างนิดหนึ่งแล้วมองหน้าเกษณีย์ให้ชัดๆ
ฉัตรชนกตกใจ
"คุณเกษ!"
เกษณีย์ดึงตัวฉัตรชนกเข้าหา ท่าทางยั่วยวน
"มาสนุกกันต่อเถอะค่ะ"
ฉัตรชนกฝืนตัวไว้
"ไม่...ผมจะกลับบ้าน"
ฉัตรชนกแกะมือเกษณีย์ออกจากตัวแล้วรีบลุกขึ้น จะเดินออกไป เกษณีย์ตามมากอดรั้งไว้
"เกษรักคุณมากนะคะ เกษจะทำให้คุณมีความสุขมากกว่าอยู่กับนังวรรณิศาอีกค่ะ"
"อย่าทำแบบนี้ครับเกษ"
ฉัตรชนกพยายามแกะมือเกษณีย์ออก เกษณีย์ไม่ยอมปล่อย ทั้งคู่ยื้อกันไปมา
"นังวรรณิศามันดีกว่าฉันตรงไหน ทำไมคุณถึงได้หลงมันหัวปักหัวปำขนาดนี้"
เกษณีย์พยายามนัวเนีย
ฉัตรชนกออกแรงแกะมือเกษณีย์ออก แล้วผลักเกษณีย์ล้มลงไปที่เตียง พูดเน้นๆ
"ผมไม่ได้รักคุณ ผมรักศาคนเดียวเท่านั้น ผมจะไม่มีวันนอกใจศาเด็ดขาด"
ฉัตรชนกเดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจเกษณีย์
เกษณีย์โกรธ
"นังวรรณิศา! เพราะแกคนเดียว ฉัตรถึงไม่สนใจฉัน"
เกษณีย์กำผ้าปูที่นอนแน่นด้วยความโกรธแค้น เหมือนอยากบีบคอวรรณิศาให้ตายคามือ

บ้านเกษณีย์ เช้าวันใหม่
บนโต๊ะอาหารเช้า เกสรนั่งกินอาหารเช้าอยู่ เกษณีย์ใส่ชุดนอนเดินหน้าตาไม่สบอารมณ์เข้ามานั่ง
"ทำไมลงมาคนเดียวล่ะ แล้วคุณฉัตรล่ะ" เกสรยิ้มกริ่ " หรือว่าเมื่อคืนนี้หนักไปหน่อย เลยยังไม่ตื่น"
เกษณีย์เซ็ง
"คุณฉัตรกลับไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ"
"แล้วลูกกับคุณฉัตร" เกสรทำหน้าเป็นเชิงถาม
"เมื่อคืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้นล่ะค่ะคุณแม่ คุณฉัตรเค้าหนีกลับไปก่อน" เกษณียกระฟัดกระเฟียด "ทำไมคะคุณแม่ เกษไม่ดีตรงไหน สวยสู้นังวรรณิศาไม่ได้หรือไง ทำไมคุณฉัตรถึงไม่สนใจเกษเลย"
เกสรปลอบใจ
"ไม่เป็นไรลูก ถึงเมื่อคืนจะพลาด แต่ยังไงคุณฉัตรก็ต้องแต่งงานกับลูกเกษของแม่อยู่ดี คุณอำภารับปากแม่แล้วว่าจะประกาศเรื่องการแต่งงานของลูกกับคุณฉัตรชนกในงานเลี้ยงต้อนรับหนูฉัตรชบา"
"แล้วคุณฉัตรจะยอมแต่งกับเกษง่ายๆ เหรอคะคุณแม่"
"ไม่ยอมก็ต้องยอมล่ะ เพราะในงานมีทั้งแขกผู้ใหญ่และนักข่าว คุณฉัตรคงปฏิเสธยาก แล้วอีกอย่าง ถ้านังวรรณิศามันได้ยินเต็มสองหู ได้เห็นเต็มสองตาอย่างนั้นแล้ว มันยังหน้าด้านเกาะคุณฉัตรอยู่อีก ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว"
"นังวรรณิศามันจะไปงานนี้ด้วยเหรอคะคุณแม่"
"เห็นคุณอำภาว่าอย่างนั้นนะ"
"แล้วคุณฉัตรรู้เรื่องที่คุณป้าอำภาจะประกาศเรื่องแต่งงานมั้ยคะ"
"ขืนคุณฉัตรรู้ก็คงได้โวยวายจนแผนพังไม่เป็นท่าน่ะสิ"
"ว่าแต่แผนนี้จะสำเร็จเหรอคะคุณแม่ คุณฉัตรรักนังวรรณิศาอย่างกับอะไรดี เค้าคงไม่ยอมง่ายๆ หรอกค่ะ เกษว่าเราต้องหาแผนสำรองค่ะ"
"แล้วแกจะทำยังไง"
เกษณีย์ครุ่นคิดวางแผนการ

เวลาต่อมาที่ผับของพัฒนะ
เกษณีย์บอกกับพัฒนะ สีหน้าแววตาร้าย
"คุณอยากได้นังวรรณิศามานานแล้วใช่มั้ย"
"ใช่ ถามทำไม"
"ฉันจะช่วยคุณเอง"
พัฒนะรู้ทัน
"คุณคิดจะยืมมือผมแยกคุณวรรณิศาออกจากคุณฉัตรชนกมากกว่า"
"มันก็ วิน-วิน ไม่ใช่เหรอ ฉันได้คุณฉัตร ส่วนคุณก็ได้ตัวนังวรรณิศา"
"แล้วคุณมีแผนอะไร"
เกษณีย์โน้มตัวไปกระซิบบอกแผนการกับพัฒนะใกล้ๆ

อัคคีพูดกำชับวรรณิศาก่อนออกไปข้างนอก
"พี่จะออกไปคุยงานกับลูกค้า คงจะกลับดึกๆ หน่อย ศาห้ามแอบไปงานเลี้ยงที่บ้านนายฉัตรชนกเด็ดขาดนะ"
วรรณิศาหน้เสีย
"พี่ฉัตรรู้ได้ยังไงคะว่าที่บ้านคุณฉัตรชนกมีงาน"
อัคคีเดินไปหยิบบัตรเชิญเข้างานเลี้ยงต้อนรับฉัตรชบาที่วรรณิศาซุกไว้ในกองหนังสือออกมา
"บัตรเชิญที่ศาซ่อนไว้นี่ไง"
วรรณิศาจ๋อย
อัคคีมองดุ
"รับปากพี่ว่าศาจะไม่ไปงานนี้"
วรรณิศาแกล้งรับปากไปก่อน
"ศาจะไปไหนได้ล่ะคะ กุญแจรถศาพี่อัคคีก็ยึดไปแล้ว"
อัคคีเดินออกไป แล้วก็หันกลับมาอีก
"พี่ว่าศาไปกับพี่ด้วยดีกว่า"
วรรณิศาแกล้งทำหน้างอน
"พี่อัคคีไม่ไว้ใจศาเหรอคะ"
"ไม่ใช่ไม่ไว้ใจ แต่พี่เป็นห่วง พี่ไม่อยากให้ศาไปยุ่งกับคนพวกนั้น พวกมันไม่ใช่คนดี ไว้ใจไม่ได้หรอก"
วรรณิศากอดแขนอ้อนๆ
"พี่อัคคีไม่ต้องเป็นห่วงศาหรอกค่ะ ศาไม่ไปไหนหรอก"
"แน่นะ"
"แน่ค่ะ"
อัคคีพยักหน้ารับอย่างไม่ค่อยไว้ใจ แล้วเดินออกไป

อัคคีเดินมาที่รถซึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน กำลังจะขึ้นรถ โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
อัคคีกดรับสาย
"สวัสดีครับคุณจิดาภา แม่เลี้ยงไร่ชาคนสวยของผม"
จิดาภายืนคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงบ้าน ที่มองออกไปเห็นไร่ชากว้างใหญ่
"ไม่ต้องมาพูดดีเลยค่ะ คุณหนีไปกรุงเทพไม่บอกจิซักคำเลยนะคะ"
อัคคียืนคุยโทรศัพท์อยู่ข้างรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน
"ผมมาทำงาน แล้วก็แวะมาเยี่ยมศาด้วย อีกไม่กี่วันก็กลับแล้วครับ ...คิดถึงแฟนใจจะขาดอยู่แล้วคร้าบ"
"ถ้างั้นก็รีบกลับมาเร็วๆ เลยค่ะ พาน้องศามาเที่ยวด้วยสิคะ ตอนนี้เชียงใหม่อากาศกำลังดีเลยค่ะ"
อัคคียืนคุยโทรศัพท์อยู่ข้างรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน ด้านหลังอัคคีเห็นวรรณิศาแอบมองมาจากในบ้าน
"ผมให้ศาลาออกจากโรงเรียนแล้วครับ แล้วจะพาไปอยู่ที่เชียงใหม่ด้วยกันเลย ... ผมทำธุระทางนี้เสร็จแล้วจะรีบกลับไปหานะครับ"
อัคคีกดวางสายแล้วขึ้นรถขับออกไป

วรรณิศากดโทรศัพท์หาฉัตรชนกทันที
" พี่อัคคีออกจากบ้านไปแล้วค่ะคุณฉัตร คืนนี้คงกลับดึก ว่าแต่คุณแม่คุณจะไม่โกรธแน่นะคะ ถ้าฉันจะไปร่วมงานด้วย"
ฉัตรชนกคุยโทรศัพท์อยู่ที่มุมหนึ่งของบ้าน
" ในงานมีทั้งคุณพ่อและแขกผู้ใหญ่หลายคน คุณแม่คงไม่กล้าทำอะไรคุณหรอกครับ อีกอย่าง คุณยังไม่เคยพบคุณพ่อผมเลย ผมอยากให้คุณได้มากราบสวัสดีท่าน คุณพ่อผมใจดี ท่านอาจจะช่วยพูดกับคุณแม่ให้เราได้"
"ค่ะ แล้วเจอกันที่งานคืนนี้ค่ะ"

วรรณิศากดวางสาย สีหน้าไม่สบายใจ
 
อ่านต่อตอนที่ 2
กะรัตรัก – Diamond Lover ตอนที่ 12
กะรัตรัก – Diamond Lover ตอนที่ 12
เหลยอี้หมิงทนเก็บความอึดอัดใจไว้ไม่ไหว บ่นระบายให้เกาเหวินฟัง ขณะนั่งดื่มกันอยู่สองคนที่ท้ายรถอี้หมิง ซึ่งจอดอยู่ในสวนสาธารณะใต้สะพานข้ามแม่น้ำ “เพราะเธอเป็นเพื่อนรักของผม และสำคัญที่สุดในชีวิตผมด้วย” “เพื่อนของคุณชอบ คนอื่นงั้นเหรอ” เกาเหวินคิดตามช้าๆ ก่อนจะหันมาถามอี้หมิงว่า “เธอเป็นใครล่ะ” อี้หมิงได้แต่ฮึดฮัดอึดอัดใจ สุดท้ายไม่กล้าบอกไปว่าเป็นมี่เหม่ยลี่ “ไม่ พูดไม่ได้ ผมกลัวว่าพูดออกไปแล้ว เราอาจไม่ได้เป็นแม้แต่เพื่อนกันอีก” เกาเหวินเข้าใจและเห็นใจ “เรื่องของความรักเนี่ยนะ ถึงสถานะไม่ใช่ แต่ก็ไม่เป็นไร แม้แต่เวลาไม่ถูก ก็ไม่เป็นไร
กำลังโหลดความคิดเห็น...