xs
xsm
sm
md
lg

อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see you again ตอนที่24

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see You again ตอนที่24

หลังจากหย่งชิงผลุนผลันออกจากห้องไปด้วยความโกรธแล้ว ยิ่วเชียนคิดอะไรบางอย่าง

“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะหยุดโครงการ แต่หัวหน้ากลับไปหมู่บ้านภูล่าน”
ยิ่วเชียนนึกถึงคำพูดของอันซีขึ้นมา
“แปลกใจใช่มั้ย เขาบอกว่า วันนั้นเสียมารยาทกับฉันที่ห้องทำงานของคุณ ดังนั้นเขาอยากเลี้ยงข้าว เพื่อขอโทษฉัน”
ยิ่วเชียนนิ่งคิดทบทวน
“หัวหน้าที่ไม่เคยขอโทษใคร ทำไมมีความคิดจะขอโทษอันซี”
พร้อมกันนี้ยิ่วเชียนนึกถึงเรื่องที่คุยกับหมิงเย่
“พ่อของเขาเหรอ พ่อของเขาเสียชีวิตยังไง”
“ผมบอกว่าเขาจากไป ไม่ได้บอกว่าเสียชีวิต”
ยิ่วเชียนวิเคราะห์เรื่องราวมาถึงตรงนี้แล้วฉุกคิดขึ้นมาได้
“หลบสายตาของฉัน แม้กระทั่ง ถามถึงเรื่องพ่อของอันซี”
ยิ่วเชียนนึกถึงคำพูดของอันซีเรื่องวันเกิด
“ใช่ ฉันเกิดวันที่ 1 เมษายน”
ยิ่วเชียนคิดตกในที่สุด
“หย่งชิง ก็เกิดวันที่ 1 เมษายน ดังนั้นพ่อของเธอ จึงสร้างบ้านพักที่หมู่บ้านภูล่าน เพราะเชื่อว่าวันหนึ่ง แม่ของเธอจะกลับมา ลูน่า...ลูน่า มาเรีย ทำไมฉันเพิ่งคิดออก”
ยิ่วเชียนรีบออกจากห้องไปโดยไว

หมิงเย่นั่งคิดถึงเรื่องที่เจอกับอันซีที่ชายหาดอย่างเคร่งเครียด นึกถึงตอนที่เธอจะเป็นลมแล้วอันซีเข้ามาจับแขนพยุงไว้
“เอ๊ะ หัวหน้า คุณเป็นอะไรคะ”
หมิงเย่จับแขนของเขาที่อันซีช่วยพยุงไว้ พลางพึมพำ
“ตั้งแต่ที่เขาเกิด ฉันตัดสินใจปล่อยมือจากเขาแล้ว ตอนนี้ ยิ่งไม่มีความจำเป็น”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“หัวหน้า ฉันเจนนิเฟอร์ค่ะ”
“เข้ามา”
เจนนิเฟอร์กำลังจะเข้าไป แต่ยิ่วเชียนเข้ามาก่อน
“เดี๋ยวก่อน คุณรอข้างนอกก่อน”
ยิ่วเชียนเดินเข้าไปหาหมิงเย่ทันที
“วันนี้คุณไปหมู่บ้านภูล่านมาเหรอ”
“หย่งชิง ไปเตือนเธออย่างที่คิดไว้ มิน่าล่ะโบราณถึงกล่าวว่า สำหรับผู้หญิง สิ่งที่เป็นอุปสรรคที่สุดคือความรัก ถอยแค่ก้าวเดียว ก็จะพ่ายแพ้ย่อยยับ”
“อันซี เป็นลูกสาวของหัวหน้าใช่มั้ย”
หมิงเย่อึ้ง มองหน้ายิ่วเชียนเขม็ง ก่อนจะหลบตา
“ฉันเคยให้กำเนิดเขาเมื่อ 28 ปีก่อน”
“คุณรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“หลังจากเยี่ยนเจ๋อไปหมู่บ้านภูล่าน”
“แล้วทำไมไม่ยอมรับเธอ”
หมิงเย่หลบหน้า น้ำตารื้น ก่อนหันมาเผชิญหน้ากับยิ่วเชียน
“เพราะเขาไม่คู่ควร”
ยิ่วเชียนอึ้ง โกรธมาก นึกสงสารอันซี หมิงเย่ก็ขมขื่นไม่แพ้กัน
“ฉันไม่คิดว่า เขาจะเป็นคนประเภทนั้น ไร้คุณสมบัติ พฤติกรรม การสนทนา ยิ่งกว่านั้นคือไร้การศึกษา ฉันไม่ต้องการลูกสาวแบบนั้น”
ยิ่วเชียนสงสารอันซีจับใจ
“ลูกสาวไม่ใช่เพราะต้องการแล้วจะมีตัวตน คุณต่างหากที่เป็นคนให้ชีวิตเขา ผมเคารพหัวหน้ามาตลอด เพราะหัวหน้าเป็นคนเด็ดขาด และเป็นคนทำงานว่องไว เป็นคนชัดเจน แต่ผมเพิ่งรู้ว่า ความจริงแล้ว คุณสามารถโยนทุกอย่างของตัวเองทิ้งเหมือนกระสอบทรายได้ แต่ว่า กระสอบทรายมันหนักมาก ถึงคุณปีนขึ้นไปสูงยังไง วันหนึ่ง มันจะกลับมาเป็นตัวถ่วงของคุณ”
หมิงเย่ยิ้มถือดี
“กระสอบทรายเหรอ งั้นฉันจะทำให้เธอรู้ว่า ใครเป็นคนแรกที่ฉันจะตัดทิ้ง โปรเจคต์โครงการก่อสร้าง ตั้งแต่นี้ไป เธอไม่ต้องเข้ามายุ่ง เจนนิเฟอร์เข้ามา”
หมิงเย่สะบั้นอารมณ์ ทำไม่สนใจยิ่วเชียน ยิ่วเชียนยืนอึ้ง เพิ่งรู้ซึ้งถึงจิตใจหมิงเย่ เจนนิเฟอร์เดินเข้ามา
“หัวหน้า ผู้อำนวยการ”
หมิงเย่ไม่มองหน้ายิ่วเชียน ชายหนุ่มเดินออกไปอย่างขมขื่น
“หัวหน้า”
“ว่ามา การประชุมกองทุนรัสเซียคืบหน้าไปถึงไหน”
“ครั้งล่าสุดที่เรากับรัสเซีย”
เจนนิเฟอร์เริ่มรายงาน

เจนนิเฟอร์ไปที่ห้องเยี่ยนเจ๋อ ยิ้มแย้มเข้าไปหา
“ฉันมายืมรหัสค่ะ”
“ผมบอกแล้วไงเวลาอยู่บริษัทอย่าเข้าห้องผมโดยพลการ”
เจนนิเฟอร์ยิ้มทักเขาอย่างถึงเนื้อถึงตัว แสดงความสนิทสนมอย่างมาก เยี่ยนเจ๋อมองไปรอบๆ กลัวมีคนเห็น
“แล้วจะให้ทำยังไงคะ ฉันเพิ่งออกมาจากห้องหัวหน้า ฉันมีความคืบหน้าการร่วมงานกับกองทุนรัสเซีย หรือว่าคุณไม่อยากรู้”
เยี่ยนเจ๋อยอมนั่งคุยกับเจนนิเฟอร์ เขาจับมือเธอไว้แน่น แสดงถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่ทั้งสองมีต่อกัน แล้วเจนนิเฟอร์ก็พูดทุกอย่างที่เธอรู้มา เยี่ยนเจ๋อฟังอย่างพอใจ

ยิ่วเชียนกลับเข้ามาบ้าน ร้องเรียก
“คุณปู่”
ยิ่วเชียนเห็นไป๋คังนั่งหลับอยู่บนโซฟา โทรทัศน์เปิดค้างไว้ เขาหยิบผ้าห่มผืนบางมาห่มคลุมหน้าอกให้ไป๋คัง แล้วค่อยๆ ปิดโทรทัศน์ จากนั้นก็ขึ้นไปที่ห้องทำงาน เปิดคลิปที่เคยอัดเสียงอันซีไว้มาฟัง
“พ่อโกหกหนูทุกครั้งเลย ว่าแม่ทำงานอยู่สมาคมการดูแลเด็กในเอเชีย นั่นก็แสดงว่า สำหรับพ่อแล้วแม่เป็นคนดีมาก มามี้ ถ้าแม่เป็นคนดี แม่มาดูแลหนูบ้างได้มั้ยคะ แค่ครั้งเดียวก็พอ”
ยิ่วเชียนคิดถึงสิ่งที่เคยคุยกับอันซี
“ภายหลังฉันรู้ว่า เขาไม่ใช่อาสาสมัครที่ยิ่งใหญ่อะไร เขาเป็นแค่แม่ที่ไม่ต้องการฉันเท่านั้น บ้านพักหลังนั้น เป็นสิ่งเชื่อมโยงเดียวของฉันกับแม่ ฉันกลัวว่าถ้าฉันจากไป วันหนึ่งเขากลับมา แล้วจะไม่เจอฉัน”
ยิ่วเชียนคิดหนัก
“แล้วทำไมไม่ยอมรับเธอ”
ยิ่วเชียนคิดถึงคำพูดของหมิงเย่
“เพราะเขาไม่คู่ควร ฉันไม่คิดว่า เขาจะเป็นคนประเภทนั้น ไร้คุณสมบัติ พฤติกรรม การสนทนา ยิ่งกว่านั้นคือไร้การศึกษา ฉันไม่ต้องการลูกสาวแบบนั้น”
ยิ่วเชียนยิ่งคิดยิ่งขมขื่น สงสารอันซีจับหัวใจ เขาได้แต่พึมพำ
“ฉันจะบอกอันซีดีมั้ย ว่าหัวหน้า...ว่าหัวหน้าเป็นแม่ของเขา”

อ่านต่อหน้า 2

อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see You again ตอนที่24 (ต่อ)

เสียงเตือนโทรศัพท์ของไป๋คังดังขึ้น ชายชรานอนอยู่ที่โซฟารู้สึกตัวตื่น โดยขณะนั้นยิ่วเชียนรีบวิ่งเข้ามาดู

“เอ๊ะ เฮ่อ นี่คือเสียงเตือนที่อันซีตั้งไว้ให้ฉัน เขากลัวว่าฉันจะลืมกินยา”
ยิ่วเชียนหยิบยาและน้ำมาให้
“คุณปู่ ยาครับ”
ยิ่วเชียนนั่งลงข้างไป๋คังเงียบๆ ไป๋คังสังเกตว่าหลานชายมีความเครียด
“เป็นอะไร อย่าบอกนะว่าไม่ได้เจออันซีแค่วันเดียวเหมือนไม่ได้เจอเป็นปี”
“ไม่ใช่ครับ”
“แล้วมีเรื่องอะไรอีก”
“คุณปู่ รู้มั้ยว่าตั้งแต่เล็กจนโต อันซีมีแต่พ่อไม่มีแม่”
“เรื่องนี้ปู่รู้”
“แม้ความหวังจะเลือนราง แต่อันซีไม่เคยยอมแพ้ หวังว่าวันหนึ่งจะได้พบแม่ของเธอ วันนี้ ผมรู้โดยบังเอิญว่า แม่ของเธอเป็นใคร แต่ว่า แม่ของเธอไม่ต้องการยอมรับเธอ”
“อ้อ แม่ของเขาเป็นใคร”
“หัวหน้าครับ”
“เอ่อ เขากับอันซีแตกต่างกันมาก โธ่เอ๊ย อันซีรับมือกับคนแบบนี้ไม่ได้หรอก”
“ผมไม่รู้ว่าควรบอกอันซีดีมั้ย แม้จะรู้ว่าเธอต้องการตามหาแม่ แต่กลัวเธอรู้ว่า แม่ของเธอไม่ต้องการเธอ แล้วเธอจะเจ็บปวด”
“ไม่ พูดไม่ได้ ห้ามพูดเด็ดขาด ความคาดหวังสูง ความผิดหวังยิ่งลึก เพราะว่าอันซีอยากเจอแม่มาก ถ้าเขาต้องมาเจอกับความผิดหวัง เขาจะยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น”
“แต่ว่า อันซีบอกผมว่าอย่าโกหกเธออีก”
“หลานไม่ได้โกหก แต่คือการปกป้อง ที่หลานลังเล ก็เพราะหลานรู้ดีแก่ใจว่า หัวหน้าของหลาน เป็นคนยังไง”
“ผมไม่อยากเห็นอันซีเจ็บปวดอีก”
ยิ่วเชียนเศร้าๆ

อันซีอยู่ที่บ้านพัก กระโดดคว่ำหน้าลงบนเตียงนอนอย่างมีความสุข
“เย่ สบายจังเลย เฮ้อ ฉันรอดแล้ว รังทองรังหนูก็ไม่ดีเท่ารังหมาของฉัน เฮ้อ”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“พี่เหม่ยเหวินเหรอ เข้ามาสิ”
อันซีเห็นว่าไม่มีเสียงตอบ เลยเดินมาดู แล้วยิ้มหน้าบานเมื่อเห็นยิ่วเชียน
“ยิ่วเชียน คุณมาได้ยังไง”
“ฉันคิดถึงเธอ”
“ฮิๆ คุณเว่อร์อีกแล้ว ฉันเพิ่งกลับมาได้ไม่ถึงครึ่งวันเลย”
ยิ่วเชียนจะขึ้นบันไดไปหา
“เอ๊ะเดี๋ยวๆๆ คุณอย่าขึ้นมานะ ฉันเกลียดมุมนั้นที่สุด”
อันซีชี้ไปที่ชั้นพักบันได
“ทำไม”
อันซีไม่ยอมตอบ แต่นึกถึงตอนที่ยิ่วเชียนเคยดันเธอไปติดผนังแล้วโน้มหน้าเข้าหาเธออย่างใกล้ชิด สั่งให้เธอรักษาระยะห่างกับเยี่ยนเจ๋อ อันซีนึกแล้วหน้าแดงเขิน ดันให้ยิ่วเชียนมานั่งที่โซฟา
“เอ่อ มาๆ นั่งตรงนี้ นั่งตรงนี้ๆ ดูคุณเหนื่อยมากเลย แล้วทำไมยังมาอีก ให้ฉันกลับไปก็ได้”
“วันนี้เธอกับคุณลุงเป็นยังไงบ้าง”
อันซีขำๆ “คุณลุงเหรอ พ่อฉันไม่ชอบอะไรที่เป็นทางการ อ้อ มิน่าวันนี้ฉันบอกพ่อว่าฉันมีแฟนแล้ว ท่านก็ตีคลื่นใส่ฉันทันที”
ยิ่วเชียนยิ้มล้อ “เธอไม่ช่วยพูดแทนฉันหน่อยเหรอ”
“พ่อฉันไม่มีเวลาฟังเรื่องพวกนี้หรอก ทุกครั้งที่ฉันบอกว่า พ่อ ท่านก็พูดว่า อื้มวันนี้มีคลื่น พ่อออกไปก่อนนะ และนอกจากนี้ ฉันยังไม่ทันเรียบจบม.ปลาย ท่านก็หายเข้ากลีบเมฆ รับผิดชอบ สามคำนี้ ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของท่าน หรือว่าที่แม่ฉันจากไป เพราะพ่อเป็นคนแบบนี้”
ยิ่วเชียนมองหญิงสาวอย่างสงสาร
“อันซี ฉันเล่านิทานก่อนนอนให้ฟังเอามั้ย”
“หะ”
“นิทานก่อนนอนไง”
“คุณเปลี่ยนเรื่องเร็วไปหน่อยมั้ย”
ยิ่วเชียนยิ้มอย่างรักใคร่
“มา นอนลง”
ยิ่วเชียนขยับตัวไปนั่งตรงข้าม เพื่อให้อันซีนอนบนโซฟา
“ยิ่วเชียน”
อันซีอึกอักไม่อยากทำตาม ยิ่วเชียนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วจับอันซีนอนลง
“รีบนอนลงสิ”
“อ้อ”
ยิ่วเชียนอ่านนิทานจากโทรศัพท์มือถือ
“มา กาลครั้งหนึ่งมีผู้ชายร่ำรวยคนหนึ่งมีสมบัติมากมายแต่ผู้ชายคนนี้น่าเกลียดมากมีหนวดเคราเต็มใบหน้า”
“เดี๋ยวก่อน คุณตั้งใจจะเล่านิทานให้ฉันฟังใช่มั้ย”
“อืม”
“ฉันอายุเท่าไรแล้ว”
ยิ่วเชียนหน้าบึ้ง
“ก็ได้ๆ เล่าต่อๆๆ”
ยิ่วเชียนยิ้มๆ ที่อันซียอมตามใจเขา
“เขาต้องการแต่งงานกับลูกสาวของแม่ม่ายแต่เด็กสาวไม่เต็มใจชายหนวดเคราให้สมบัติจำนวนมากกับแม่ม่ายสุดท้ายเด็กสาวก็แต่งงานกับเขามีอยู่วันหนึ่งชายหนวดเคราจะออกไปข้างนอกเขาเอาพวงกุญแจให้ภรรยาและบอกว่าห้ามเปิดประตูทางเดินเข้าห้องเด็ดขาด”
ยิ่วเชียนอ่านติดกันอย่างรวดเร็วโดยไม่เว้นวรรคหายใจเลย อันซีอึ้ง ลุกขึ้นนั่ง
“เดี๋ยวก่อน นิทานไม่ได้เล่าอย่างนี้ ไม่มีเสียงสูงเสียงต่ำเลย คุณต้องสร้างบรรยากาศบ้างสิ ชายหนวดเคราสั่งว่า เธอสามารถเปิดประตูได้ทุกบาน”
อันซีหยิบโทรศัพท์ของยิ่วเชียนไปอ่าน แล้วทำเสียงให้เหมือนเล่านิทาน
“มีเพียงประตูทางเดินเข้าห้องเท่านั้น ที่เธอห้ามเปิดเด็ดขาด ไม่งั้น ความโกรธของฉัน จะมากจนเธอไม่คาดคิด”
“เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน นิทานก่อนนอนเธอเล่าเหมือนนิทานผีเลย นิทานก่อนนอนควรจะอบอุ่นสิ”
“อบอุ่นแต่คุณเลือกเรื่องนี้เหรอ”
“อืม”
“ภรรยาอยากรู้อยากเห็นจึงใช้กุญแจเปิดเข้าไป เห็นบนพื้นเต็มไปด้วยเลือด บนผนังแขวนเต็มไปด้วยศพของภรรยาเก่า”
ยิ่วเชียนอึ้ง หยิบโทรศัพท์มาดูเนื้อหาของนิทาน
“นี่พูดตามตรงนะ ทำไมคุณถึงมาหาฉันที่นี่ แล้วจู่ๆ ก็เล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง หรือว่าวันที่ฉันเมา ฉันเล่าเรื่องของแม่ให้คุณฟัง พระเจ้า ฉันนี่มันเป็นปากอีกาของหมู่บ้านจริงๆ มีเรื่องอะไรที่ฉันไม่ได้บอกคุณอีก”
ยิ่วเชียนมองหญิงสาวอย่างจริงจัง จับมือเธอไว้
“อันซี ไม่เจอแม่ก็ไม่เป็นไร มีฉันก็พอแล้ว ขอให้ฉัน เป็นคนสำคัญที่สุดของเธอ ชีวิตนี้ ฉันจะไม่ยอมให้เธอเหงาอีก ฉันสัญญา”

อันซีซาบซึ้งในน้ำใจของชายหนุ่ม ทั้งคู่ยิ้มให้กัน

อ่านต่อหน้า 3

อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see You again ตอนที่24 (ต่อ)

ตอนเช้า อันซีตื่นขึ้นมาบนโซฟา เห็นยิ่วเชียนนั่งหลับอยู่ใกล้ๆ เธอมองจ้องเขาอย่างแสนรัก ก่อนจะเข้าไปจูบแก้มเขาเบาๆ
 
ยิ่วเชียนทำจมูกย่น อันซีรีบถอยกลับมานั่งที่โซฟา แล้วโล่งอกที่ยิ่วเชียนหลับต่อ
“เฮ่อ โชคดีที่ไม่ตื่น”
ยิ่วเชียนพลิกตัวมานอนทับแขนตัวเองอีกข้างหนึ่ง พลางหลับตาพูด
“พระคัมภีร์กล่าวว่า เมื่อแก้มขวาของคุณถูกคนอื่นจูบ ก็ควรเปลี่ยนแก้มซ้ายให้เขาจูบด้วย”
อันซีเอามือกุมหน้าอายๆ รู้ทันทีว่าชายหนุ่มรู้ตัว
“พระคัมภีร์ไม่ได้กล่าวอย่างนี้”
“งั้นเพื่อความยุติธรรมของสังคม แก้มซ้ายของฉัน”
“คุณเป็นนักปฏิวัติรึไง”
ยิ่วเชียนยิ้มเจ้าเล่ห์ หันมาหาอันซีทั้งที่ยังหลับตา
“ไอ แฮฟ อะ ดรีม”
ยิ่วเชียนยื่นแก้มซ้ายให้อันซี
“อ่ะ”
อันซีขำๆ ยอมแพ้ ยื่นหน้าไปจูบแก้มซ้ายชายหนุ่ม ยิ่วเชียนยิ้มๆ มีความสุข
“เอาล่ะ แก้มซ้ายก็หอมแล้ว ตอนนี้ลืมตาตื่นได้รึยัง”
ยิ่วเชียนยิ้มๆ ยอมลืมตา แล้วผงะเมื่อหันมาเจอ เหม่ยเหวิน จื้อหลิง และหยาเอิน ยืนยิ้มหวานมองอยู่หน้าประตูห้อง อันซีก็พลอยตกใจไปด้วย ทั้งสามหัวเราะ เหม่ยเหวินออกปากแซว
“เดี๋ยวก่อนๆๆ มาๆ โรงละครของหมู่บ้านภูล่าน ค่าผ่านประตู ใบละหนึ่งพันเร็วเข้า ฮิๆๆ มา เดี๋ยวก่อนน้องสาว เธออายุถึง 18 รึยัง”
อันซีกับยิ่วเชียนยิ้มอาย
“พวกเธอนี่ยังไงกัน นี่ห้องนอนฉันนะ เข้ามาก่อกวนฉันแต่เช้า โดยไม่เคาะประตูก่อน”
“เราไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย เราคิดว่าเธออยู่คนเดียวซะอีก” หยาเอินอธิบาย
“ใช่ ฉันมาเรียกเธอไปกินข้าวเช้า ใครจะรู้ว่าซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง” เหม่ยเหวินกระเซ้า
“โธ่เอ๊ยผู้อำนวยการเซี่ย อันซีเพิ่งกลับได้ไม่ถึงวัน คุณก็ติดเธอแจขนาดนี้ เฮ้อโอย ฉันหายใจไม่ออกๆๆ”
จื้อหลิงแกล้งแซว เหม่ยเหวินหันไปดุ
“เว่อร์เกินไปล่ะ”
จื้อหลิงหัวเราะ เหม่ยเหวินพูดต่อ
“แต่ฉันว่าคุณกังวลมากเกินไปแล้ว หมู่บ้านภูล่านนอกจากหยาลู่แล้ว ตอนนี้คนที่ร่ำรวยที่สุดก็เหลือเพียงเจียงไห่โค่ เขาจะสู้กับคุณได้ไง คุณสบายใจได้ อันซีไม่มีทางหนีไปที่อื่นแล้ว”
อันซีกับยิ่วเชียนหันมายิ้มให้กันเขินๆ

อันซีรินกาแฟสองแก้วสำหรับยิ่วเชียนและตัวเอง เดินมาที่โต๊ะ จื้อหลิงร้องทัก
“ว้าว หอมมากเลย”
อันซีเดินมานั่งใกล้ยิ่วเชียน
“มาค่ะ ไม่เพิ่มน้ำตาลไม่เพิ่มนม”
“ขอบคุณครับ”
เหม่ยเหวินหันไปบอกจื้อหลิง
“ไปชงเองสิยะ”
จื้อหลิงกระแอม “ฉันดื่มน้ำ ดื่มกาแฟจะทำให้แก่เร็ว”
อันซีหยิบจานจะตักสลัดให้ยิ่วเชียน แต่มือไปชนกับเหม่ยเหวิน
“เอ่อ ขอโทษทีนะ”
เหม่ยเหวินทำมือให้อันซีตักก่อน จื้อหลิงกับหยาเอินมองๆ
“ยิ่วเชียน คุณทานสลัดหน่อยนะ”
“ขอบคุณครับ”
“อ้อ แล้วก็มันฝรั่งบด นุ่มลิ้นมาก ละลายในปาก กินหน่อยนะ”
อันซีตักมันบดให้ยิ่วเชียนมือก็ไปชนกับเหม่ยเหวินอีก สามสาวมองหน้ากัน
“กินอย่างอื่นดีมั้ยเธอ” จื้อหลิงแซวเหม่ยเหวิน
“หุบปากเน่าๆ ไปเลย”
เหม่ยเหวินจะหยิบไส้กรอก อันซีก็หยิบตัดหน้าไปให้ยิ่วเชียนอีก
“แล้วก็นี่ค่ะ ไส้กรอกค่ะ อร่อยมากนะ อร่อยมั้ย”
“อื้ม อร่อย”
อันซีป้อนยิ่วเชียน จื้อหลิงตาละห้อย เหม่ยเหวินมองเซ็ง ในขณะที่หยาเอินมองเศร้าๆ
“ทำไมพวกเธอไม่กินล่ะ”
“กินอะไร อิ่มแล้ว” เหม่ยเหวินประชด
“พวกเธอยังไม่กินเลยจะอิ่มได้ไง”
“เฮ้อ ผู้หญิงเปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนพอพูดถึงยิ่วเชียน ไม่รู้ว่าใคร ฉันไม่พูดว่าใครแล้วกัน ก็อายไม่รู้จะทำตัวยังไง ตอนนี้ ของอร่อยๆ ก็ตักใส่จานยิ่วเชียนคนเดียว”
จื้อหลิงลุกขึ้นด้วยความโมโห
“เฮ่อ เนี่ยเหรอมิตรภาพ ขี้หมาชัดๆ เฮ่อ”
“นี่ทำไมเธอสองคนต้องโกรธด้วย ดูหยาเอินสิไม่เห็นจะเป็นไรเลย”
“น้ำผลไม้แก้วนั้น มันของฉันนะ”
หยาเอินบอก อันซีหน้าเสีย
“นั่นไง” เหม่ยเหวินเซ็ง
“เห็นมั้ยล่ะ” จื้อหลิงย้ำ
“เปลี่ยนไปมาก ฉันล่ะผิดหวังจริงๆ” เหม่ยเหวินเซ็ง
“แม้แต่น้ำผลไม้ของคนป่วยยังแย่ง” จื้อหลิงบ่น
“เฮ่อ ฉันรู้สึกเจ็บหัวใจมาก” หยาเอินทำเศร้า
อันซีกางมือห้าม
“พอหยุดพูด ฉันตัดสินใจแล้ว เดี๋ยวยิ่วเชียนกลับไทเป ฉันไม่ไปกับเขาแล้ว ฉันจะอยู่รำลึกความหลังกับทุกคน”
“งั้นฉันเลิกงานแล้วจะมาหา”
“อย่าๆๆ”
เหม่ยเหวินกับจื้อหลิงร้องห้าม
“เธอสองคนไม่ต้องอยู่ต่อเลย ไม่งั้นพวกเราตาเป็นกุ้งยิงแน่” เหม่ยเหวินแซว
“เธอก็คิดซะว่าเป็นเจ้านายที่อยู่ไกลบ้านพักแล้วกัน“ จื้อหลิงตัดบทยิ้มๆ

ยิ่วเชียนขับรถพาอันซีกลับไทเป แต่ระหว่างทางเขาพาอันซีแวะที่หน้าผาที่เป็นความทรงจำของพวกเขา
“ฉันอยากมาที่นี่อีกครั้ง เพราะที่นี่คือครั้งแรกที่เรารู้จักกัน เธอเป็นคนพาฉันมา”
ยิ่วเชียนนึกถึงเรื่องสมัยเรียนมัธยมที่อันซีพาเขามา แล้วปลอบใจเขาด้วยการตะโกน
“ฉันเป็นผู้ชายที่พิเศษที่สุดในโลก คนที่รังแกฉันไปตายให้หมดซะ”
อันซีหันมายิ้มๆ กับยิ่วเชียน พลางทำอย่างในอดีต ด้วยการตะโกนออกไป
“เฮ้ ฉันเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก นายคิ้วเส้นตรงกับเซี่ยยิ่วเชียนเป็นคนคนเดียวกัน โชคดียิ่งกว่าถูกรางวัลที่หนึ่งอีก ฮิๆๆ”
ยิ่วเชียนยิ้ม มองอันซีอย่างเอ็นดู
“มีอีกหนึ่งเหตุผล ที่ฉันอยากมาที่นี่ เพราะที่นี่อยู่ใกล้กับท้องฟ้าและทะเล สวัสดีครับคุณพ่อของอันซี ผมชื่อเซี่ยยิ่วเชียน ผมชอบลูกสาวของคุณมาก มอบเธอให้ผมดูแลโดยไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะพยายามทำให้เธอมีความสุข อากาศดีมาก ทะเลสงบมาก ฉันคิดว่า พ่อของเธอคงตกลงแล้ว”
อันซีแตะแขนยิ่วเชียน
“ขอบคุณมาก ฉันจะพยายามทำให้คุณมีความสุข”
ยิ่วเชียนจับมืออันซีเดินไปด้วยกัน

ต้าอี๋มารอยิ่วเชียนที่ห้องทำงาน ยิ่วเชียนเดินเข้ามา
“ต้าอี๋ เดี๋ยวยกเลิกการประชุม ฉันไม่ได้รับผิดชอบโครงการก่อสร้างแล้ว และก็บอกให้พนักงานเอาข้อมูลกลับมาให้เลขาของหัวหน้า”
“ผู้อำนวยการ คุณโอเคมั้ยครับ”
ยิ่วเชียนยิ้มๆ “ไม่เป็นไร นายมาห้องฉันแต่เช้า มีอะไรจะบอกรึเปล่า”
“อ่อ ครับ ตอนนี้พบเรื่องแปลกมาก เกี่ยวกับหัวหน้าหูครับ”
“ว่ามาสิ”
“เจนนิเฟอร์ที่หัวหน้าส่งไปร่วมงานกับกองทุนรัสเซีย หลังเลิกงานเธอเข้าไปห้องทำงานของหัวหน้าหูบ่อยๆ”
“ไปเรียกเจนนิเฟอร์มา”
“ครับ”

เจนนิเฟอร์เดินอยู่ในบริษัท พลันได้ยินเสียงโทรศัพท์ก็กดรับสาย
“ต้าอี๋ ผู้อำนวยการเรียกฉันเหรอ ได้ ฉันจะรีบไปค่ะ”
เจนนิเฟอร์เดินไป หมิงเย่เห็นพอดี มองอย่างแปลกใจ เจนนิเฟอร์เข้ามาในห้องยิ่วเชียน
“ผู้อำนวยการเรียกฉันเหรอคะ
“เยี่ยนเจ๋อ”
“หะ”
เจนนิเฟอร์อึ้ง บีบมือตัวเองไปมาอย่างเครียดๆ ไม่รู้ว่ายิ่วเชียนจะพูดอะไร ยิ่วเชียนมองสำรวจ เห็นถึงความผิดปกตินี้
“คบกับคุณหลังจากที่คุณร่วมงานกับกองทุนรัสเซีย แต่ว่า เขาไม่ต้องการเปิดเผยเรื่องนี้ใช่มั้ย”
“เราจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ค่ะ”
“พวกคุณไม่มีวันได้เปิดเผยหรอก”
เจนนิเฟอร์หน้าบึ้ง จ้องหน้ายิ่วเชียน ชายหนุ่มจ้องตาไม่ลดละ มั่นใจในความคิดของเขา เจนนิเฟอร์ออกมาจากห้องยิ่วเชียน ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังอีก
“ฮัลโหล ค่ะหัวหน้า”
เจนนิเฟอร์เดินไปเคาะประตูห้องหมิงเย่
“หัวหน้า”
“เมื่อกี้ ผู้อำนวยการเรียกเธอไปพบเหรอ”
“ใช่ค่ะ”
“เรื่องอะไร”
“เขา”
“เธอถูกย้ายออกจากกลุ่มของเขาแล้ว เขาไม่ใช่หัวหน้าโดยตรงของเธอแล้ว พูดมาเลย”
เจนนิเฟอร์คิด
“ทำไมจู่ๆ หัวหน้าถึงถามเรื่องนี้ ไม่ว่ายังไง จะให้เขาสงสัยฉันกับเยี่ยนเจ๋อไม่ได้”
เจนนิเฟอร์ตัดสินใจตอบ “เมื่อกี้ผู้อำนวยการเซี่ย ถามฉันเกี่ยวกับบริษัทกับกองทุนรัสเซีย คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว”
หมิงเย่คิด ยิ้มเหยียดๆ
“ที่ฉันสงสัยถูกต้องแล้ว”

อ่านต่อหน้า 2

อัพแมนมาปิ๊งรัก When I see You again ตอนที่24 (ต่อ)

ยิ่วเชียนนั่งคิดเครียดอยู่ที่โต๊ะทำงาน ต้าอี๋เกรงๆ

“ผู้อำนวยการ คุณคิดว่าการคบหาของหัวหน้าหูกับเจนนิเฟอร์เกี่ยวข้องกับกองทุนรัสเซีย”
“เยี่ยนเจ๋อเป็นคนที่ ไม่ว่าเรื่องงานหรือความรักถ้าไม่มีผลประโยชน์ เขาไม่มีทางยุ่งเกี่ยว เอกสารทางกฎหมายทั้งหมดของหัวหน้ามอบให้เขาจัดการทั้งหมด ถึงเขาไม่ได้จัดการงานเอง แต่ว่า ก็สามารถรู้ความคืบหน้าของงานทั้งหมด”
“ผู้อำนวยการ งั้น”
“ต้าอี๋ ช่วยฉันตรวจสอบว่า หัวหน้ากองทุนรัสเซียเป็นใคร และดูว่า ใครเริ่มซื้อที่ดินในหมู่บ้านภูล่านแล้ว”
“ครับ”
ยิ่วเชียนถอนหายใจเครียด

อันซีนั่งดูหนังกับไป๋คัง หัวเราะเสียงดัง ยิ่วเชียนกลับเข้ามาหน้าเครียดๆ ก่อนแยกตัวไปที่ห้องทำงาน อันซีเป็นห่วงเดินไปหา
“มีปัญหาเหรอ”
“อืม ใช่แล้ว ถ้าฉันเดาไม่ผิด บริษัทของเรากำลังเจอกับวิกฤติ แต่ว่าหัวหน้าไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันพูด”
“ทำไมล่ะ”
“ขี้สงสัยเป็นนิสัยของเขา”
“แล้วถ้าคุณ ยอมอ่อนข้อให้เขาล่ะ”
“แบบนั้นยิ่งไม่ได้”
“พวกคุณนี่แปลก อะไรก็ต้องสงสัย อย่างนี้จะไปซื้อผักในตลาดได้ไง ถ้าวันนี้แม่ค้าให้ฟักทองคุณ บอกคุณว่าฟักทองลูกนี้อร่อยมาก แต่ความจริงคุณต้องซื้อฟักทองกลับไปต้มก่อนถึงจะรู้ว่ามันอร่อยรึเปล่า”
ยิ่วเชียนฟังอย่างสนใจ
“ปกติแล้ว เมื่อแม่ค้าบอกว่าฟักทองลูกนี้อร่อยมาก เธอก็ต้องเริ่มสงสัยแล้ว เขาจะพิสูจน์ได้ยังไงว่าฟักทองลูกนี้อร่อย ถ้าเวลานี้ แม่ค้าบอกว่าขายให้เธอในราคาถูกๆ งั้นเธอก็ยิ่งต้องสงสัย ทำไมเขาถึงขายให้เธอราคาถูกกว่า แสดงว่า ฟักทองลูกนี้ต้องมีปัญหา ทำไมทุกเรื่องที่เธอพูดออกมา ดูเหมือนจะง่ายมากล่ะ”
อันซีหน้าเศร้า ยิ่วเชียนแปลกใจ
“เป็นอะไร”
“แต่ว่า ถ้าฉันเป็นคุณหู ฉันจะพิสูจน์ให้หัวหน้าเห็นว่าคุณเป็นฟักทองลูกที่ดี แต่ว่าตอนนี้ หัวหน้าของคุณไม่ชอบฉัน ฉันช่วยอะไรคุณไม่ได้เลย ชาตินี้เขาคงไม่มีทางชอบผู้หญิงอย่างฉันใช่มั้ย”
ยิ่วเชียนเข้าไปกอดอันซีด้วยความสงสารจับใจ
“อันซี อย่าไปคิดเรื่องของหัวหน้าเลย จะเป็นฟักทองลูกดี หรือไม่ดีก็ช่าง แค่เธอมีความสุขก็พอ”
อันซีกอดตอบยิ่วเชียน
“ฉันต่างหากที่ควรปลอบใจคุณ ทำไมคุณถึงมาปลอบฉันล่ะ”
“แค่เธอมีความสุขทุกๆ วัน ฉันก็ดีใจแล้ว”
อันซียิ้มซาบซึ้ง

อันซีชงชาร้อนๆ ให้ไป๋คัง พลางถาม
“คุณปู่”
“อื้ม”
“ยิ่วเชียนชอบอะไรเป็นพิเศษมั้ยคะ”
“เขาชอบอ่านหนังสือ”
“ฉันไม่ได้หมายถึงงานอดิเรกค่ะ”
“อ้อ”
“ฉันหมายถึง มีอะไรที่สามารถทำให้ยิ่วเชียนอารมณ์ดีขึ้นมั้ยคะ”
“มีสิ ยิ่วเชียนชอบกินเต้าฮวย”
“เต้าฮวยเหรอ”
“ใช่ เมื่อก่อนเรายากจน ยิ่วเชียนไม่เคยใช้เงินสิ้นเปลือง นอกจากสอบได้ไม่ดี หรือว่าไม่สบายใจ เขาถึงจะยอมเสียเงินซื้อเต้าฮวยกิน”
“เรื่องแค่นี้เขาต้องวางแผนด้วยเหรอคะ”
“ฮิๆ แต่ต่อมาย้ายมาอยู่ไทเป เขายังหาร้านที่รสชาติเหมือนบ้านเกิดได้อีกด้วย เพียงแต่ว่า ไกลไปหน่อย”
“ไกลไม่เป็นไรค่ะ แค่ยิ่วเชียนชอบ ถึงจะอยู่บนเกาะ ฉันจะว่ายน้ำไปซื้อมาให้”
“ฮิๆๆ”

ยิ่วเชียนนั่งทำงานอยู่ มีข้อความไลน์ส่งมา
“ผู้อำนวยการ เรากับกองทุนรัสเซีย กำลังพูดคุยเรื่องเงินลงทุนเกี่ยวกับการก่อสร้าง ผมทำเป็นแผนที่ส่งไปให้แล้ว”
ต้าอี๋เดินถือถุงกระดาษเข้ามา
“ผู้อำนวยการ อันซีฝากมาให้ครับ มาจากร้านเต้าฮวยที่มีชื่อเสียง ต้องต่อแถวยาว มีของผมด้วย”
ยิ่วเชียนดูถุงเต้าฮวย ยิ้มมีความสุข
“อันซีล่ะ”
“เธอเพิ่งกลับไป เธอบอกว่าคุณทำงาน ไม่อยากเข้าห้องทำงานคุณโดยพลการ”
ยิ่วเชียนถือถุงลุกจากโต๊ะไป ต้าอี๋เรียกไว้
“ผู้อำนวยการ ของผมด้วยครับ ได้โปรดเถอะครับ”
“ฮิๆๆ”
ยิ่วเชียนยิ้มๆ หยิบส่งให้ต้าอี๋กล่องหนึ่ง

อันซีเดินออกมานอกบริษัท พลางพึมพำ
“เฮ้อ ช่วยอะไรไม่ได้ ก็หวังว่า ยิ่วเชียนกินแล้ว จะอารมณ์ดีขึ้น”
อันซีหันหลังไปมองๆ บริษัท ระหว่างนั้นเยี่ยนเจ๋อเดินมาเห็น เขาทำทีเป็นเดินชนอันซี
“โอ๊ย”
“ขอโทษครับ”
“เยี่ยนเจ๋อ เยี่ยนเจ๋อ”
“อันซี”
เยี่ยนเจ๋อยิ้มน้อยๆ ให้ ก่อนผละออกไปหน้าเหนื่อยๆ อันซีสงสัย
“นี่ คุณเป็นอะไร”
“ไม่มีอะไร”
“นี่ เราคุยกันแล้วไง ถ้าไม่สบายใจให้มาหาฉัน”
“ได้ งั้น รอผมเลิกงาน แล้วค่อยคุยกัน”
“ได้ค่ะ”
“ขอบคุณนะ”
ระหว่างนั้นเจนนิเฟอร์เดินมาเห็นทั้งสองคุยกันอย่างสนิทสนมอยู่หน้าบริษัท
“ดูเหมือนคุณอารมณ์ไม่ดีเลย”
“ไม่มีอะไรแล้ว”
เจนนิเฟอร์เดินหน้าบึ้งเข้าไปในบริษัท สวนกับยิ่วเชียนซึ่งเดินถือถุงออกมาพอดี ยิ่วเชียนได้ยินเสียงเยี่ยนเจ๋อ
“คุณนี่ช่างสังเกตจังเลยนะ”
“อืม นี่ อย่าหดหู่ไปเลย ไม่มีอะไรแย่เกินไปหรอก”
“อืม เข้าบริษัทก่อนนะ”
ยิ่วเชียนเดินเข้ามาหาทั้งคู่ เยี่ยนเจ๋อยิ้มทักแล้วเดินไป อันซีตะโกนบอก
“นี่ เวลากับที่อยู่บอกฉันอีกทีนะ”
“ได้”
“บ๊ายบาย”
ยิ่วเชียนมองอันซีงอนๆ ก่อนพาเธอมานั่งคุยกันใต้ร่มไม้
“ร้านกาแฟของบริษัทคุณดีจังเลย ยืมเสื่อได้ด้วย โธ่เอ๊ย ไม่เห็นมีอะไร แค่เยี่ยนเจ๋ออารมณ์ไม่ดีเลยคุยเป็นเพื่อนเขา ทำไมต้องโกรธด้วย ฉันอยู่ที่นี่ ไม่มีเพื่อนที่ไหนด้วย”
“ฉันไม่ได้ห้ามให้พวกเธอเป็นเพื่อนกัน แค่ชั่วคราว รักษาระยะห่างกับเยี่ยนเจ๋อได้มั้ย”
“เพราะอะไร เพราะว่า ความสัมพันธ์ของคุณกับหัวหน้าคุณเหรอ คุณคิดว่าเยี่ยนเจ๋อ เป็นฟักทองลูกที่ดีของหัวหน้าเหรอ”
“ไม่เพียงเท่านี้ เยี่ยนเจ๋อ พักนี้ เยี่ยนเจ๋อดูแปลกๆ”
“เขาอารมณ์ไม่ดีก็ต้องแปลกน่ะสิ อย่าบอกนะว่าคุณหึงฉัน”
ยิ่วเชียนอึ้งๆ อันซีเข้าไปกอดไหล่เขายิ้มๆ
“ไม่ต้องห่วง เยี่ยนเจ๋อไม่ใช่อาหารของฉัน เพราะฉันชอบหนอนหนังสือบางตัวที่ยิ้มยากที่สุด”
“บางตัวเหรอ”
“บางคนค่ะๆ”
ยิ่วเชียนยิ้มๆ
“ทำไมชอบจับผิดเค้าตลอด มา กินเต้าฮวย ฉันต่อแถวตั้งแต่เช้า”
ยิ่วเชียนยื่นช้อนให้อันซี หญิงสาวแปลกใจ
“ทำอะไร”
ยิ่วเชียนอ้าปากรอ
“มีมือก็กินเองสิ”
“เต้าฮวย อ้า”
ยิ่วเชียนอ้อน อันซียิ้มๆ ยอมหยิบช้อนมาป้อนเต้าฮวยให้
“อ้า”
ยิ่วเชียนทำหน้าล้อๆ
“เต้าฮวยต้องกินกับแฟนถึงจะอร่อย”
อันซียิ้มๆ ในความขี้อ้อนของชายหนุ่ม
“อ้า กินเร็วๆ คุณนี่เล่นเหมือนเด็กๆ เลย อร่อยมั้ย”
“อร่อย เอาอีก”
อันซีจะป้อนแล้วกลับป้อนเข้าปากตัวเอง ยิ่วเชียนโวย
“นี่ ฉันไม่ได้บอกให้เธอกินนะ”
ทั้งสองขำๆ
“เอาล่ะกินอิ่มแล้ว พอใจรึยัง”
“พอใจครับ ฉันเอาขยะไปทิ้งก่อน”
ยิ่วเชียนลุกไป อันซีเห็นได้โอกาสเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือของยิ่วเชียนที่วางอยู่ เพราะอยากจะลบคลิปเสียงของเธอออก ยิ่วเชียนดักคอ
“ฉันบอกแล้วไง ว่าสำรองข้อมูลไว้”
“เฮ่อ โธ่เอ๊ย ไม่ใช่นะ ฉันจะบอกว่า คุณลืมโทรศัพท์”
“จริงเหรอ”
“ใช่ จริงสิยิ่วเชียน ฉันรู้สึกว่าพักนี้คุณปู่เหนื่อยง่าย คุณพาท่านไปตรวจร่างกายหน่อยได้มั้ย”
“ได้สิ ฉันจะให้ต้าอี๋โทรนัดให้”
“เฮ้อ วันนี้อากาศดีจังเลยสดชื่นมาก”
“เฮ่อ อากาศดี คือความสงบก่อนพายุจะมา”
“ทำไมชอบมองโลกในแง่ร้ายอยู่เรื่อยเลย”
“เพราะการคิดแบบนี้ ทำให้เตรียมพร้อมรับมือไงล่ะ”
“เฮ้อ”
“เอาล่ะ ฉันเอาขยะไปทิ้งก่อน”
“ฉันเอาไปทิ้งให้”
“ไม่ต้องหรอก”
อันซีมองตามชายหนุ่มยิ้มๆ

ต้าอี๋รีบวิ่งเข้ามาหายิ่วเชียนที่ห้องทำงาน
“ผู้อำนวยการ เป็นอย่างที่คุณคาดการณ์ไว้ ที่ดินในหมู่บ้านภูล่านตอนนี้ไม่ใช่ของเจียงไห่โค่แล้ว มีการจดทะเบียนโดยใช้ชื่อที่แตกต่างกัน”
“คนเหล่านั้น คงถูกใช้ชื่อในนามเท่านั้น ดูเหมือนการร่วมงานครั้งนี้ กองทุนรัสเซียกำลังตีสองหน้ากับเรา ด้านหนึ่งซื้อที่ดินที่จำเป็นทั้งหมดของโครงการ อีกด้านหนึ่ง ขายที่ดินในราคาสูงให้บริษัทโอเชี่ยนของเรา”
“แต่โปรเจกต์เป็นการตัดสินใจของหัวหน้า ถ้ากองทุนรัสเซียคิดจะซื้อที่ดินไว้ล่วงหน้า แสดงว่าบริษัทต้องมีหนอนบ่อนไส้ หรือว่าจะเป็นเจนนิเฟอร์ หรือแม้แต่”
ยิ่วเชียนถอนใจ “ฉันหวังว่าจะไม่ใช่เขา”

เยี่ยนเจ๋อยืนอยู่ในห้องทำงาน จับหมากรุกของยิ่วเชียนหมุนไปมา พลางพึมพำ
“ในที่สุดก็จะออกจากที่นี่แล้ว เพราะตำแหน่งนี้ไกลเกินไปสำหรับฉัน เล็กเกินไปด้วย” เยี่ยนเจ๋อยิ้มๆ
เจนนิเฟอร์เดินเข้ามา
“นี่ เมื่อตอนเที่ยงคุณคุยอะไรกับผู้หญิงคนนั้น”
“ผมบอกแล้วไงว่าอย่าเข้าห้องผมโดยพลการ”
“ไม่เห็นเป็นไร ตอนนี้ทุกคนเลิกงานหมดแล้ว ถึงเวลาที่เราควรเปิดเผยได้แล้ว คุณไปกองทุนรัสเซีย จะพาฉันไปด้วยใช่มั้ย”
“เฮ่อ”
เยี่ยนเจ๋อยิ้มนิดๆ หันหลังให้ไม่ยอมตอบ เจนนิเฟอร์เข้าไปกอดเขาจากด้านหลัง
“โธ่เอ๊ยคุณหมายความว่ายังไง”
เยี่ยนเจ๋อแกะมือเจนนิเฟอร์ออก
“อยู่ในบริษัทอย่าทำอย่างนี้”
“หูเยี่ยนเจ๋อ คุณแค่คบฉันเล่นๆ ใช่มั้ย”
เยี่ยนเจ๋อกอดเอวแล้วดึงเจนนิเฟอร์เข้ามาหา
“ทำไมคุณพูดอย่างนี้ล่ะ ผมชอบผู้หญิงมีความมั่นใจ ความมั่นใจของคุณล่ะ หรือคุณคิดว่า คุณจับผมไม่อยู่แล้ว”
เจนนิเฟอร์ผลักเยี่ยนเจ๋อออกอย่างแรง
“ฉันจะทำให้คุณรู้ว่าคุณไม่สามารถทิ้งฉันได้ และคุณอย่าลืมว่า เราลงเรือลำเดียวกันแล้ว”
เยี่ยนเจ๋อยิ้มมีเลศนัย
“เฮ่อ ผมจะลืมได้ไงล่ะ”
เจนนิเฟอร์เดินออกไป เยี่ยนเจ๋อถอนใจก่อนจะยกหูโทรศัพท์โทรออก
“ร้านดอกไม้ใช่มั้ยครับ ผมสั่งดอกไม้หนึ่งช่อ ใช่ครับ”
เจนนิเฟอร์แอบฟังอยู่หน้าห้อง ยิ้มพอใจ พึมพำ
“ถือว่าคุณยังคิดได้ รู้ว่าผู้หญิงชอบดอกไม้”

ยิ่วเชียนกลับเข้ามาในบ้าน เห็นไป๋คังนอนหลับอยู่ที่โซฟา เขาเข้าไปขยับผ้าห่มให้ ไป๋คังรู้สึกตัวตื่นขึ้น
“กลับมาแล้วเหรอ”
“คุณปู่”

“เฮ้อ เมื่อกี้ อันซีได้รับโทรศัพท์จากเยี่ยนเจ๋อ ออกไปแล้ว”

อ่านต่อตอนที่ 25
กำลังโหลดความคิดเห็น...