xs
xsm
sm
md
lg

หน้ากากนางเอก ตอนที่ 17

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


หน้ากากนางเอก ตอนที่ 17
พิมพิชชาและวรรษชลมออรัญภัทรที่หลบอยู่

"นังเอี๊ยม!"
"มานี่สิ มาอธิบายให้ผมฟังว่ามันเป็นอย่างที่ผมบอกใช่ไหม"
"วรรษ คุณอย่าไปเชื่อมันและอย่าไปฟังมันอีกนะ คุณต้องเผชิญหน้ากับความจริงได้แล้วว่ามันหลอกคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า!"
"คุณจะหาว่าเอี๊ยมหลอกผมก็ได้ จะหาว่าสิ่งที่เอี๊ยมทำมันแย่ขนาดไหนกับผมได้ จะเอาหลักฐานอะไรมาให้ผมรุ้สึกแย่ก็ได้ แต่ผมจะไม่เชื่อมัน ผมจะเชื่อเอี๊ยม"
"เอี๊ยม แกทำอะไรให้คุณวรรษเค้าเป็นขนาดนี้ ห๊ะ!"
พิมพิชชาจะตรงดิ่งเข้าไปจัดการอรัญภัทร แต่วรรษชลคว้าตัวไว้ก่อน
"สิ่งที่เค้าทำไม่ใช่อะไรเลยพิม เค้าแค่ทำให้ผมรักเค้าอย่างที่คุณทำไม่ได้แล้วไงพิม!"
พิมพิชชาอึ้ง
"วรรษ! คุณ!"
"กลับไปเถอะพิม ที่นี่ไม่ใช่ของคุณอีกแล้ว"
นางทำอะไรไม่ถูก
"ได้ แต่ก็ถือว่าพิมเตือนวรรษแล้วนะคะ"
พิมพิชชาออกไป เหลือเขากับอรัญภัทรอยู่กันสองคน
"พูดแบบนั้นใส่คุณพิมเค้าไปจะดีเหรอคะ"
"ถ้าสิ่งที่เราพูดมันเป็นความจริง มันก็ต้องดีอยู่แล้วล่ะ"
"ขอบคุณนะคะ ที่เชื่อใจกันไม่โวยวายไปตามข่าว เอี๊ยมกังวลว่าคุณวรรษจะไม่เข้าใจก็เลยต้องมาที่นี่"
วรรษชลยิ้ม กอดอรัญภัทร
"มากอดเอี๊ยมทำไมเนี่ย"
"ก็ปกติแล้วเอี๊ยมไม่สนใจอะไรหรอก ต่อให้ใครจะเข้าใจผิดยังไงก็ไม่แคร์ แต่คุณอุตส่าห์มาที่นี่ มันทำให้ผมรู้ว่าคุณแคร์ความรู้สึกของผมมากขนาดไหน"
เธอยิ้มเขินๆ วรรษชลกอดเธอ ยิ้มๆ

ในเวลาต่อมา พิมพิชชากระฟัดกระเฟียดอยู่บนรถ
"วรรษนะวรรษ ทำไมถึงได้หลงมันขนาดนี้! นังเอี๊ยม คิดเหรอว่าฉันจะปล่อยให้แกมีความสุข แล้วปล่อยให้วรรษเป็นของแกง่ายๆ ไม่มีทางซะล่ะ!"
นางกดโทรศัพท์และเลื่อนเบอร์ไปหาเบอร์รี่

เย็นวันเดียวกัน เอี๊ยมกลับมาถึงหน้าคอนโด วรรษชลโทรเข้ามา
"อย่าลืมไปแก้ต่างให้ตัวเองเรื่องปล่อยคลิปล่ะ"
"ค่ะ แล้วนี่ทำอะไรอยู่คะ"
"ดูเหมือนปราชญ์กับแทนพยายามจะลากผมไปบ้านใครสักคนแถวรามคำแหงให้ได้ ทั้งๆ ที่ผมไม่อยากไปเลย"
"ทำไมล่ะ"
"ก็ถ้าจะอยากไปไหนสักที่ ผมอยากไปหาคุณมากกว่า"
"เพิ่งจะแยกกันเมื่อกี้เองนะคะคุณวรรษ!"
เอี๊ยมวางมือถือแล้วเดินเข้าไปในคอนโดฯ

อรัญภัทรเดินเข้ามาในห้อง เขมปัญฑา เวฬุยา เจ๊เต่าที่คุยอะไรกันอยู่หันมาหาเอรัญภัทรทันที
"เอี๊ยมมาแล้วเหรอ ไปบ้านเขมกัน" เจ๊เต่าว่า
"บ้านเขม? ที่ไหนคะ"
"อยู่แถวรามคำแหงน่ะ"
เธอนิ่ง เริ่มปะติดปะต่อเรื่อง มองหน้าทุกคนที่ดูมีแผนการในใจ
"อ่อ... ไม่ไป"

ปราชญ์กับแทนไทพยายามเจรจากับวรรษชลที่ออฟฟิศให้ไปด้วยกัน
"ทำไมแกไม่ยอมไปวะ อุตส่าห์หาชุมชนใหม่ที่จะให้แกไปถ่ายทำให้เชียวนะเว้ย"
"ที่ฉันไม่ยอมไปเพราะฉันรู้ว่าพวกแกโกหก!"

ที่คอนโดฯ ทั้งสาวเข้าไปจับและฉุดอรัญภัทรขึ้นมา
"เจ๊ไม่รู้ว่าเอี๊ยมอยากหรือไม่อยากแต่ยังไงก็จะเอาไปให้ได้! นี่เพื่อเอี๊ยมเอง ยังเอี๊ยมก็ต้องไปเคลียร์กับคุณวรรษให้ได้!"

ทางด้านปราชญ์และแทนก็พยายามลากวรรษไปเหมือนกัน
"ยังไงแกก็ต้องไปคุยกับคุณเอี๊ยมให้ได้!" ปราชญ์ว่า
"อ๋อนี่จะลากฉันไปหาเอี๊ยม ฉันไม่ไปเว้ย! ยังไงก็ไม่!"
"ยังไงก็ต้อง!"
"ไม่!"

ที่คอนโดฯ เจ๊เต่า เขมปัญฑาเวฬุยาพยายามลากอรัญภัทรอยู่
"ไม่ไป!"
เธอสะบัดมือออกจากทุกคน
"ทำไมไม่ไป" เวฬุยาถาม
"เพราะไม่เข้าใจผิดกันแล้ว"
ทุกคนมองหน้าเธออย่างงงๆ

เช่นเดียวกับ เพื่อนทั้งสองมองหน้าวรรษชลอย่างงงๆ
"หมายความว่าไง ที่ว่าไม่เข้าใจผิดกันแล้ว" แทนไทว่า
"ก็ฉันกับเอี๊ยมคืนดีกันแล้วเว้ย"
ทั้งสองร้อง "อ้าว!"

ที่คอนโดฯ ทั้งสามเซ็ง
"โหว..แล้วให้เราเสียเวลาคิดแผนกันตั้งนาน" เวฬุยาว่า
"ก็ทำเองทำไมล่ะ"
ทั้งหมดเซ็ง

ที่ออฟฟิศ วรรษชลยืนอยู่กับปราชญ์และแทนไทที่ทำหน้าเซ็ง
"แทนที่เพื่อนคืนดีกับแฟนแล้วจะดีใจ ทำไมเซ็งอย่างนั้น"
"ดีใจมันก็ดีใจ แต่ที่เซ็งก็เพราะแทนที่จะได้ไปบ้านคุณเขม ก็เท่ากับว่าไม่ต้องไป"
แทนไทบอก
"แล้วแทนที่จะหาเรื่องไปเจอคุณมะม่วงได้อีก ก็อดน่ะสิ"
"สรุปนี่พวกแกไม่ได้ห่วงฉันแต่ห่วงเรื่องจีบสาวใช่ไหมเนี่ย"
ทั้งสองบอก "ใช่"
วรรษชลเซ็ง เสียงโทรศัพท์ของปราชญ์ดัง
"คุณเขมโทรมาบอกเรื่องแกกับคุณเอี๊ยมคืนดีกันแล้วและแคนเซิลนัดแน่ๆ" ปราชญ์ว่า
"ถ้าพวกแกสองคนอยากไป ก็บอกไปตามตรงโดยไม่ต้องอ้างฉันสิวะ"
"แต่..." แทนไทว่า
"ของอย่างนี้ ด้านได้อายอดนะเว้ย"
ปราชญ์มองโทรศัพท์นั้นแล้วตัดสินใจบางอย่าง ก่อนจะกดไม่รับ แทนไทมองงง
"ทำไมไม่รับวะ"
"เดี๋ยวค่อยไปรับที่อื่น"

เขมปัญฑาพยายามติดต่อปราชญ์ ขณะที่เวฬุยาพยายามติดต่อแทนไท
"แปลกจังทำไมไม่รับสาย คุณแทนรับสายเธอรึเปล่า"
เวฬุยาส่ายหน้า กดโทร.อีกที "อ๊ะ รับแล้ว" เธอเปิดสปีกเกอร์โฟน "ฮัลโหลคุณแทน มะม่วงกับเขมพยายามติดต่อคุณตั้งนานเพื่อจะบอกว่า คุณวรรษกับเอี๊ยมเค้าคืนดีกันแล้ว"
แทนไทบอก"พวกผมรู้แล้วล่ะครับ"
"งั้นก็ดีแล้ว พวกคุณจะได้ไม่ไปรอที่บ้านเขมเก้อ"
"แต่พวกผมก็มารอที่บ้านคุณเขมอยู่ดี" แทนไทบอก
"อะไรนะ"
แทนไทกับปราชญ์อยู่ที่หน้าบ้านเขมปัญฑา แทนไทเปิดสปีเกอร์โฟน
"คุณได้ยินไม่ผิดหรอกครับ ผมกับปราชญ์อยู่ที่หน้าบ้านคุณเขมแล้ว"
"แล้วจะไปทำไม ในเมื่อเค้าคืนดีกันแล้ว" เวฬุยาบอก
"แต่มันมีบางคนที่ยังไม่คืนดีกัน ไหนๆ แผนก็คิดมาจะให้คนคืนดีกันแล้ว ดำเนินแผนนั้นต่อโดยไม่ให้เก้อไม่ได้เหรอครับ" ปราชญ์ว่า
"ใคร? ที่ยังไม่คืนดีกัน ใคร"
"ก็ผมกับคุณ แล้วก็เขมกับปราชญ์ไง เรื่องที่พวกเราหลอกคุณถ่ายแบบน่ะ เพราะงั้นมาที่นี่ให้ง้ออีกทีได้เปล่า"
"ไม่ไปย่ะ"
"ถ้าไม่ไปผมให้ปราชญ์เข้าไปบุกบ้านคุณเขมเดี๋ยวนี้"
"ไอ้บ้า! อย่านะ!" เขมปัญฑาบอก
"งั้นก็มาสิ"
"ไม่ไป!"
"ถ้าไม่มาผมก็จะรอจนกว่าจะมา จะง้อจนกว่าจะหายโกรธ" แทนไทบอก
"ยังไงก็ไม่ไป" เวฬุยาบอก
"ทำไมไม่มา"
"ก็..."
"ก็เพราะว่าไม่โกรธแล้วยังไงล่ะคะ"
"อะไรนะ"
"ก็คุณบอกเหตุผลที่คุณทำเพื่อเราแล้วนี่ เราก็โกรธไม่ลงแล้วล่ะ เพราะงั้นไม่ต้องไปยืนรอแล้ว กลับบ้านไป เดี๋ยวค่อยคุยกัน" เขมปัญฑาบอก
"จริงเหรอครับ"
"ค่ะ"
"จริงนะครับคุณมะม่วง" แทนไทว่า
"เออ!"
"งั้นพวกผมกลับเดี๋ยวนี้แหละ" แทนไทว่า
แทนไทและปราชญ์วางสาย ต่างก็ดีใจทั้งคู่ สองสาววางสายมองหน้ากันแล้วเขินๆ ทั้งคู่

ต่อมา เบอร์รี่กับพิมพิชชานั่งคุยกันอยู่ในร้านกาแฟ
"เรียกเบอร์รี่ออกมามีอะไรเหรอคะ"
"ฉันอยากให้แกช่วยเรื่องคุณวรรษหน่อย"
"ตายล่ะ นี่เคยชินที่ใช้งานเบอร์รี่จนลืมไปแล้วเหรอคะว่า ตอนนี้เบอร์รี่เป็นใครและพี่พิมเป็นใคร ถ้าลืมล่ะก็เบอร์รี่จะเตือนให้ว่า เบอร์รี่เป็นซุปตาร์และพี่พิมเป็นแค่เมียน้อยชาวบ้าน ดังนั้นจะมาจิกหัวใครดูฐานะตัวเองหน่อยนะคะ"
"แต่เมื่อกี้แกยังให้ข้อมูลฉันอยู่เลย"
"ใครบอกเบอร์รี่ให้ข้อมูลพี่คะ เบอร์รี่ใช้พี่ให้ไปทำให้ชีวิตนังเอี๊ยมตกต่ำลงต่างหาก แต่ดูท่า คงทำไม่สำเร็จ แบบนี้ก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันหรอกค่ะ เบอร์รี่ไม่อยากเสวนากับพวกหน้าโง่!"
เบอร์รี่จะลุกออกไป
"แล้วแกยอมมาหาฉันเพราะอะไร แกก็คิดแหละว่าถ้ามีข้อเสนอดีๆ ก็คงตกลง ใช่ไหมล่ะ งั้นเรามาร่วมมือกันไหม ถ้ากำจัดนังเอี๊ยมสำเร็จ ฉันจะสนับสนุนแกและแฟนคลับของแกเต็มที่ เพราะยังไงคุณอานนท์ก็รวยอยู่แล้ว"
"ไม่น่าเชื่อนะคะว่าหน้าบื้อๆ อย่างพี่จะพอคิดอะไรฉลาดๆ ได้บ้าง"
พิมพิชชาแค้น แต่ต้องข่มใจ
"ถ้าเบอร์รี่เห็นว่ามันเป็นเรื่องฉลาด พี่ก็ดีใจนะคะที่เราจะได้กลับมาทำงานด้วยกันอีกครั้ง"
"แต่ที่จริงที่เบอร์รี่มาไม่ใช่เพราะอยากได้ข้อสเนอเรื่องเงินหรอกค่ะ เบอร์รี่จะสนใจก็ค่อเมื่อพี่พิมทำอะไรเพื่อเบอร์รี่สักอย่าง"
"อะไรล่ะ พี่ทำได้ทุกอย่างแหละ"
"อย่างแรก ห้ามทำอะไรเกินหน้าเกินตาหรือข้ามหน้าข้ามตาเบอร์รี่เด็ดขาด"
"ได้ พี่สัญญา แล้วอีกอย่างล่ะ"
"อย่างที่สอง" เบอร์รี่ยิ้มร้าย "พี่พิมมาขอขมาเบอร์รี่ก่อนเบอร์รี่ถึงจะสนใจ"
"ขอขมา"
"มากราบขอโทษเบอร์รี่สิคะ แล้วเบอร์รี่จะยอมร่วมมือกับพี่พิม"
"นังเบอร์รี่!"
"จะไม่ทำก็ได้นะคะ เบอร์รี่ไม่ได้เดือดร้อนอะไรและไม่ได้คิดว่าพี่พิมจะช่วยเบอร์รี่ได้สักเท่าไหร่ เบอร์รี่ต่างหากที่มีอำนาจที่จะทำอะไรก็ได้ในวงการบันเทิง ที่เดียวกับที่นังเอี๊ยมมันอยู่!"


พิมพิชชามองหน้าอย่างแค้นเคือง
"เอายังไงดีคะพี่พิม ทำใจลำบากล่ะสิ เคยกร่นเคยด่าเคยจิกหัวมันมา แต่วันนี้ต้องมาไหว้มันน่ะ ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องคุยกันค่ะ"
เบอร์รี่จะลุกออกไป พิมพิชชารั้งไว้
"เดี๋ยว"
เบอร์รี่ชะงักแล้วหันมา
"ฉันจะยอมขอโทษแกก็ได้"
พิมพิชชายกมือขึ้นอย่างยากลำบาก แล้วไหว้เบอร์รี่
"พี่ขอโทษที่พี่ทำเรื่องไม่ดีกับเบอร์รี่ที่ผ่านมา"
"ฮ่าๆๆ มันต้องอย่างนี้สิพี่พิม ทำอะไรไม่ดีไว้ก็ต้องขอโทษมันถูกแล้ว"
"แกจะยอมร่วมมือกับฉันกำจัดนังเอี๊ยมแล้วใช่ไหม"
"เบอร์รี่แค่บอกว่าถ้าพี่พิมทำสองอย่างนี้ได้ มันจะพิสูจน์ว่าพี่พิมอยากร่วมมือกับเบอร์รี่จริงๆ แต่ไม่ได้บอกนี่คะว่าเบอร์รี่จะร่วมมือกับพี่!"
"แก"
"เพราะที่จริงเบอร์รี่ไม่ต้องการจะร่วมมือกับพี่อยู่แล้ว เรื่องอะไรซุปตาร์อย่างเบอร์รี่จะต้องลดตัวคุยกับเมียน้อยคนอื่น แล้วก็คนที่มันเอาเรื่องเบอร์รี่ไปขายไปแฉตามหน้าหนังสือพิมพ์ล่ะคะ"
พิมพิชชาอึ้งที่เบอร์รี่รู้
"อย่าคิดว่าเบอร์รี่ไม่รู้นะคะ คนที่รู้เรื่องเบอร์รี่น่ะมีแค่พี่พิมเท่านั้นแหละ และเบอร์รี่ไม่มีวันให้อภัย แม้ว่าพี่จะไหว้ขอโทษเบอร์รี่กี่สิบครั้งก็ตาม! และอีกย่างเบอร์รี่ไม่ร่วมมือกับพี่หรอกค่ะ เพราะขนาดหลักฐานขนาดนั้นพี่พิมยังทำอะไรไม่ได้สักอย่าง แบบนี้โง่เกินกว่าจะลดตัวไปร่วมมือค่ะ!"
เบอร์รี่เดินออกไป พิมพิชชายืนแค้นแล้วกรี๊ดอย่างทนไม่ได้

เบอร์รี่เดินออกมาจากร้านกาแฟ ป้าไก่ว่า
"ร้ายนะยะหล่อน หลอกให้เค้าไหว้แล้วหักหลังเค้า เก่งแบบนี้สิ สมแล้วที่ฉันเลือกเข้ามาเป็นเด็กในสังกัด"
"ป้าคอยดูนะคะ ใครทำขัดใจเบอร์รี่ก็ต้องโดนดีทุกคนค่ะ"
"ฉันภูมิใจในตัวแกมาก"
"ถ้าจะใช้ดีก็อย่าเอาแต่ภูมิใจค่ะ หัดช่วยกันคิดช่วยกันจัดการด้วยนะคะ เบอร์รี่จ้างป้าไม่ใช่ถูกๆ แต่ต้องจัดการเองหมดแบบนี้ ไม่รู้จะมีป้าไว้ทำไม!"
เบอร์รี่สะบัดหน้าใส่ป้าไก่
"หนอย ยัยเด็กนี่ ชักจะจองหองขึ้นทุกวันๆ"

พิมพิชชากลับบ้านมาตอนค่ำ โวยวาย เขวี้ยงของลงบนพื้นแตกกระจาย
"นังเบอร์รี่!! หนอย คนอย่างแกนี่มันไม่น่าเกิดมาอยู่ร่วมโลกกับฉันเลยจริง! วันนี้มันวันอะไรของฉันวะเนี่ย นอกจากเรื่องนังเอี๊ยมแล้วยังจะเรื่องนังเบอร์รี่อีก!"
อานนท์เดินเข้ามา
"เกิดอะไรขึ้นน่ะพิม"
"คุณพี่"
"ทำไมของถึงได้แตกกระจายอย่างนั้น ไปโมโหอะไรมา ไปเจอเอี๊ยมมาอีกเหรอ"
พิมพิชชาตีหน้าเศร้าเล่าดราม่า "ค่ะ พิมไปเจอเอี๊ยมมาจริงๆ"
"ยัยเอี๊ยมทำอะไรอีกรึเปล่า"
"เอี๊ยมไม่ได้ทำอะไรพิมหรอกค่ะ แค่..." นางคิดอะไรได้ กอดอานนท์แล้วแอบยิ้ "ทำให้ชื่อเสียงของคุณเสียหายอีกแล้ว เห็นข่าวแล้วใช่ไหมคะ เรื่องกับคุณคริส"
"ผมเห็นแล้วล่ะ ทำแต่เรื่องงามหน้าทั้งเรื่องตบในกอง ทั้งไปคบผู้ชายที่เคยมีข่าวเสียหาย"
"พิมรู้ความจริงมากกว่านั้นอีกค่ะคุณพี่ พิมก็เลยไปโวยวายใส่มันมาว่าไม่สมควร แต่มันไม่ฟังพิมเลย"
"มันทำอะไรอีก"
"เอี๊ยมคบผู้ชายทีเดียวสองคนค่ะ พิมพยายามไปห้าม เพื่อไม่ให้นักข่าวมาขุดเจอแล้วทำคุณเสียหาย แต่...เอี๊ยมไม่ฟังพิมเลย เราจะทำยังไงกันดีคะคุณพี่"
"ถ้าเตือนมันดีๆ ด้วยคำพูดไม่ได้ก็ต้องด้วยทางอื่น"

อรัญภัทร คริส และดำรงคุยกันอยู่ในห้องทำงานของดำรง
"ถ้าคุณดำรงบอกว่าคนที่ปล่อยคลิปคือคนที่คิดเรื่องคู่จิ้น เอี๊ยมจะให้คุณคริสยืนยันว่าเอี๊ยมไม่ได้เป็นคนคิดเอง แต่มาจากห้องแต่งตัว"
"แล้วใครเป็นคนคิดเรื่องนี้"
"เบอร์รี่ค่ะ"
"แต่เบอร์รี่บอกว่าคุณเป็นคนคิด ถ้าเค้าเป็นคนคิดเพื่อช่วยคุณ อเค้าจะมาบอกว่าคุณเป็นคนคิดและปล่อยคลิปทำไม" ดำรงว่า
"นั่นเพราะว่า คนที่ปล่อยคลิปอาจจะเป็นเบอร์รี่เองน่ะสิครับ ภาพใกล้ชิดแบบนั้นคุณอาว่าจะมี่ใครมีถ้าไม่ใช่คนที่อยู่ตรงนั้น ผมสังเกตหลายทีแล้วว่าเบอร์รี่ไม่ชอบคุณเอี๊ยมเอามากๆ อาจถึงอยากกำจัดคุณเอี๊ยมออกจากละครเลยก็ได้" คริสว่า
เสียงโทรศัพท์ดำรงดัง ดำรงรับ
"อะไรนะ! ใครมันปล่อยข่าวอีก!"
ดำรงหันมามองเอี๊ยมกับคริส
"ข่าวอะไรอีกคะ"

วันใหม่ เจ๊เต่าวางหนังสือพิมพ์ที่มีพาดหัวข่าว ‘เอี๊ยมควบสอง วรรษและคริส’ ลงอย่างกลุ้มใจ
"เอาอีกแล้วๆ พอกำลังจะดี ดันมีแบบนี้อีก นี่มันอะไรกันเนี่ย! แล้วตกลงคุณดำรงเค้ารู้รึยังว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวทั้งหมด ใช่นังเบอร์รี่รึเปล่า"
"คุณดำรงบอกว่าจะเรียกเบอร์รี่คุยวันนี้แหละค่ะ"

ผ่านเวลา เบอร์รี่เข้ามาหาดำรง ดำรงโยนหนังสือพิมพ์ใส่หน้าทันที
"โอ๊ย!เบอร์รี่เจ็บนะ แล้วเกิดหน้าเบอร์รี่บวมขึ้นมาอีกจะถ่ายละครไม่ได้เอานะคะ"
"หึ...แค่เธอไปปล่อยข่าวแบบนี้ ละครมันก็ถ่ายไม่ได้อยู่แล้ว"
"คุณดำรงพูดอะไรนะคะ"
"ฉันให้คนไปสืบมาว่าใครที่มันตั้งใจทำให้เอี๊ยมชื่อเสียงเสียหายตั้งแต่คลิปตบกัน
มาถึงอันนี้ แล้วก็รู้ว่าคลิปถูกปล่อยจากเธอ ต่อไปนี้ฉันจะปลดเธอแทน เพราะเธอไม่หวังดีกับช่อง!"
"ไม่ได้นะคะคุณดำรง คุณดำรงจะทำอย่างนั้นไม่ได้นะ"
"ไม่ได้ได้ยังไงทีเธอยังทำกับละครที่ฉันลงทุนแบบนี้เลย! เลี้ยงหนอนเอาไว้ สักวันมันก็ต้องชอนไชจนรากจนต้นไม้มันถูกโค่นลงมา"
"คุณดำรงเข้าใจผิดแล้วนะคะ...เพราะเบอร์รี่ไม่ได้ทำ...เบอร์รี่ไม่ได้เป็นคนปล่อยข่าวเลย!"
"เธอไม่ได้ทำ..แล้วไอ้คลิปตบกันมันถูกส่งออกมาจากมือถือของเธอได้ยังไง"
"เบอรี่สาบานเลยนะคะว่าเบอรี่ไม่ได้เป็นคนทำ...ต้องมีใครจ้องจะทำลายเบอรี่แน่ๆเลยคะ"
"ใคร...ใครมันจะจ้องจะทำลายเธอ...บอกฉันมา...ฉันจะไปจัดการมัน"
"มันมีอยู่คนนึงค่ะที่ไม่หวังดีกับเบอร์รี่ แล้วพร้อมจะใส่ร้ายเบอร์รี่ คุณดำรงคิดดูสิคะว่าเบอร์รี่ทำแบบนี้แล้วจะได้อะไร นี่ก็ละครเรื่องแรกของเบอร์รี่ เบอร์รี่จะเกิดหรือดับก็อยู่ที่ละครเรื่องนี้เหมือนกัน เบอร์รี่จะทำให้ละครล่มไปทำไมกันคะ"
"ใคร"
"เบอร์รี่ไม่กล้าพูดหรอกค่ะ เบอร์รี่กลัวว่าถ้าพูดไปแล้วและมันรู้ว่ามาจากเบอร์รี่ มันจะยิ่งทำร้ายเบอร์รี่อีก เบอร์รี่มีความใฝ่ฝันแค่จะอยู่ในวงการบันเทิง เบอร์รี่กลัวว่าตัวเองจะไม่ได้เกิด ทั้งๆ ที่อุตส่าห์มาถึงขนาดนี้แล้ว"
"พูดมาเถอะ ผมสัญญาว่าจะปกป้องคุณเอง"
"แต่เมื่อกี้คุณดำรงยังเชื่อคนอื่นเลยว่าเบอร์รี่เป็นคนทำ ทั้งๆ ที่คุณดำรงควรจะอยู่ข้างเบอร์รี่ เพราะเบอร์รี่ทำทุกอย่างเพื่อคุณดำรงมาตลอด"
"ผมขอโทษ ผมแค่ไม่คิดให้ดีว่าคุณก็มีส่วนได้ส่วนเสียกับละครเรื่องนี้ บอกมาเถอะเบอร์รี่ ผมสัญญาว่าจะไปจัดการมันและสัญญาว่าจะเชื่อและอยู่ข้างคุณ"
"สัญญาแล้วนะคะ"
"มันเป็นใคร"
"พี่พิมค่ะ เบอร์รี่ว่าต้องเป็นมันแน่ๆ ที่ปล่อยข่าวอันล่าสุดออกมา"

อานนท์วางหนังสือพิมท์มีข่าวลูกสาว
"จะดีเหรอคะให้พิมไปให้ข่าวทำลายชื่อเสียงแบบนี้"
"ถ้าทำลายชื่อเสียงแล้วหยุดพฤติกรรมเลวๆ ของเอี๊ยมได้ ผมก็จะทำ"
พิมพิชชายิ้มกริ่มอย่างได้ชัยชนะ

อ่านต่อหน้าที่  2



หน้ากากนางเอก ตอนที่ 17 (ต่อ)
เช้าวันใหม่ ที่กองถ่ายละคร นักข่าวข้ามารุมสัมภาษณ์อรัญภัทร

"ตกลงเป็นเรื่องจริงรึเปล่าคะที่เอี๊ยมควบทั้งสองคน"
"เป็นแค่เพื่อนกันค่ะ ไม่มีอะไรมากกว่านั้นจริงๆ"
นักข่าว 2 บอก"แต่จากภาพนี่เหมือนกับว่ากิ๊กกับทั้งคู่เลยนะคะ"
"แหม ภาพแค่แชะเดียวมันบอกเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้หรอกค่ะ เอี๊ยมยืนยันว่าเป็นเพื่อนก็เป็นเพื่อน ไม่ได้ควบสองอะไรอย่างที่เป็นข่าว" เจ๊เต่าว่า
"แต่ว่า..."
"น้องต้องรีบเข้าไปถ่ายละครแล้วขอตัวนะคะ"
นักข่าว 2 ถาม
"รีบไปถ่ายละครหรือรีบไปหาคริสคะ"
อรัญภัทรชักสีหน้าคว้าไมค์มาจากนักข่าว เจ๊เต่าตกใจ
"เลิกได้แล้วนะคะ ทำข่าวพรรค์นี้! คอยดูผลงานเอี๊ยมดีกว่าตค่ะว่ากลับมาคราวนี้จะปัง!ขนาดไหน"
นางเอกสาวเดินไป นักข่าวภาคสนามหันมาคุยกับกล้อง
"เรื่องก็เป็นอย่างนี้ล่ะค่ะท่านผู้ชม"

ฝ่ายเบอร์รี่เพิ่งปิดทีวีข่าววบันเทิง
"เบื่อจริงๆ ทำอะไรกับมันไม่ได้สักอย่าง!"
ป้าไก่เข้ามา
"เบอร์รี่ ป้าว่าเราหมกมุ่งเรื่องเอี๊ยมเกินไปรึเปล่า"
"ทำไมเหรอคะ เรื่องงเอี๊ยมก็คือเรื่องงานของเบอร์รี่ จะหมกมุ่นเรื่องงานมันผิดด้วยเหรอคะ"
"มันก็ไม่ผิดอะไรหรอก แต่ถ้าหมกมุ่นจนทำอะไรผิดๆ ถูกๆ โดยเฉพาะกับคนที่มีพระคุณกับเรา จนเค้าเดือดร้อนมันจะไม่ดีเอา"
"ป้าไก่ต้องการจะพูดอะไรกันแน่คะ"
"คือ ป้าคิดว่าเบอร์รี่โอนเงินให้ป้าผิดนะจ้ะ มันไม่ตรงกับที่เราตกลงไว้แต่แรก"
"อุ้ย เหรอคะ ไหนคะ"
ป้าไก่เอาบัญชีให้ดูว่าเงินที่โอนเข้าเท่าไหร่
"ป้าไม่ควรจะได้แค่นี้ไม่ใช่เหรอ"
"ตายจริง เบอร์รี่ต้องขอโทษด้วยนะคะมันผิดจริงๆด้วย เพราะเบอร์รี่โอนให้ป้าไก่เยอะไปไงคะ!"
"อะไรนะ... แต่ที่เราตกลงกันไว้ตอนแรก"
"จะตกลงกันไว้ตอนแรกเท่าไหร่เบอร์รี่ไม่สน! แต่เบอร์รี่ให้ตามงานที่ป้าไก่ทำให้ ถามจริงๆ เถอะ วันๆ ทำอะไรบ้างคะนอกจากตามตูดเบอร์รี่ไปเรื่อยๆ สมองก็ไม่ใช้ แรงงานก็ไม่ใช้ ยังมีหน้ามาเงินแบบนี้ ไม่อายบ้างเหรอคะ"
"แต่ฉันเป็นคนพาแกเข้าวงการนะนังเบอร์รี่"
"ต๊าย คิดดีๆ สิคะว่าคนที่ทำให้เบอร์รี่มายืนจุดนี้ ไม่ใช่ป้าไก่หรอกค่ะ แต่เป็นตัวเบอร์รี่เอง! เสียตัวก็เสีย เกือบโดนจับได้ก็ต้องแก้ตัวเอง ละครก็เล่นเอง จะกำจัดนังเอี๊ยมก็คิดแผนเอง เหนื่อยอยู่คนเดียวจะให้เห็บมาสูบเลือดมันยุติธรรมกับเบอร์รี่แล้วเหรอคะ"
"แกกล้าพูดกับฉันอย่างนี้เหรอ อย่าลืมสิว่าฉันกุมความลับอะไรของแกไว้บ้าง"
"เรื่องอะไรบ้างละคะ"
"ไหนจะเรื่องแกกับคุณดำรง แล้วอย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะเรื่องที่แกไปนอนกับผู้กำกับเพื่อไม่ให้เค้าปรับเอาแกออกทั้งๆ ที่เล่นละครไม่ได้เรื่องน่ะ!"
"ป้านี่ก็รู้อะไรมากกว่าที่เบอร์รี่นึกเยอะเหมือนกันนะ"
"แล้วเรื่องชั่วๆ ของแกที่ทำกับนังเอี๊ยมฉันก็รู้หมดนั่นแหละ! เพราะฉะนั้นต่อให้ฉันไม่ได้ทำอะไรให้แก แกก็ต้องจ่ายให้ฉันเป็นค่าปิดปาก!"
"ไม่จ่าย"
"งั้นฉันจะแฉเรื่องแกเดี๋ยวนี้ อย่าลืมนะว่าฉันเป็นนักข่าวมาก่อน ใครๆ ก็ต้องเชื่อฉัน"
"จริงอยู่ที่ป้าเคยเป็นนักข่าว แต่เป็นนักข่าวที่ชอบสร้างกระแสให้ดาราตกต่ำ หากินกับความฉาวไปเรื่อยๆ ต่อให้ออกข่าวเบอร์รี่ไป ป้าคิดว่าระหว่างคนอย่างป้ากับคนอย่างเบอร์รี่ ที่เป็นดารารุ่นใหม่แสนดีของคุณดำรง ประชาชนเค้าจะเลือกเชื่อใคร"
"ได้ ฉันจะทำให้แกได้รู้ว่าแค่เงินไม่เท่าไหร่มันจะทำให้ชีวิตแกเปลี่ยนจากหน้ามือกลายเป็นหลังมือให้ได้เลย!"
"ก็ลองดูสิคะ ว่าใครกันแน่ที่จะซวยเพราะเงินแค่นี้!"
ป้าไก่โมโหเดินออกจากห้องไป เบอร์รี่มองตามป้าไก่แล้วคิดอะไรบางอย่าง

ผ่านเวลามา พิมพิชชานั่งอยู่ที่ร้านกาแฟ ป้าไก่เดินเข้ามาอย่างหงุดหงิด
"คุณพิมมีอะไรเหรอ...ถึงได้ให้ป้ามาหา...อย่าบอกนะว่าจะจ้างให้ป้าไปสร้างข่าวด่าใครอีก บอกเลยว่าไม่มีอารมณ์ ตอนนี้อยากจะด่านังเบอร์รี่คนเดียวมากกว่า"
"ท่าทางคนแถวนี้จะโดนฤทธิ์นังเบอร์รี่เหมือนที่ฉันโดนบ้างแล้วสินะ จริงๆถ้าไม่ได้โง่ ก็น่าจะคิดได้นะว่า ถึงขั้นว่านักเด็กนั่นมันคิดจะหักหลังผู้มีพระคุณกับมันอย่างฉัน ทำไมมันถึงจะหักหลังคนอย่างป้าไก่ไม่ได้"
"นี่ถ้าจะมาเยาะเย้ยกันก็หุบปากไปเถอะ ฉันไม่มีอารมณ์มาต่อล้อต่อเถียง"
"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเยาะเย้ยนะคะ แต่ได้ยินว่าป้าไก่จะแฉนังเบอร์รี่ กลัวว่าป้าไก่จะได้ข้อมูลไม่รอบด้าน เพราะพิมเองก็มีเรื่องนังเบอร์รี่อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน"
ป้าไก่มองหน้าพิม
"ข้อมูลอะไร"
"ก็เรื่องตอนที่มันอยู่กับพิม แล้วไหนจะเรื่องที่มันแกล้งตกบันไดหรือนมหกเพื่อจะได้เข้าวงการอีกยังไงล่ะคะ"
"มาพูดแบบนี้คืออยากจะร่วมมือกับป้าเหรอ ไหนบอกไม่เชื่อใจป้าเพราะป้ารับเงินแล้วไม่ทำตาม"
"ถ้าเรื่องเงินฉันไม่ไว้ใจป้าอีกแน่ แต่นี่มันเป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่เราจะได้ร่วมกัน คือฉุดนังนั่นที่กำลังหยิ่งผยองให้ตกลงมากราบเท้าเรา อีกอย่างคนอย่างมันก็รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง ถ้าเราสองคนช่วยกัน น่าจะรอบคอบแล้วเอามันอยู่หมัดได้มากกว่า"
"อย่างน้อยถ้าเกิดมีอะไรเกิดขึ้นเราก็มีหลักฐานสองชุด"
"และอย่างน้อยเราก็สร้างพยานกันเอง นัดแนะกันเองได้ พูดสองคนยังไงก็น่าเชื่อกว่าตอแหลคนเดียวไม่ใช่เหรอ"
"ก็จริงนะ"
"แล้วเมื่อกี้โทร. หานักข่าวใช่มะ...ฉันพร้อมให้ข่าวนะ โทร.อีกทีเลยสิ"
"เปล่า เมื่อกี้ป้าไม่ได้โทร.หานักข่าวหรอก รู้ดีว่าโทร.หานักข่าวไปตรงๆ จัดการคนอย่างเบอร์รี่ไม่อยู่แน่"
"แล้วโทร.หาใคร"
ป้าไก่ยิ้มๆ

ดำรงนั่งเครียดอยู่ที่โต๊ะในห้องทำงาน เบอร์รี่เปิดประตูเข้ามา
"คุณดำรงเรียกเบอร์รี่มามีอะไรให้รับใช้เหรอคะ หรือว่า..."
เบอร์รี่ถอยหลังไปล๊อคประตูแล้วเตรียมจะถอดเสื้อคลุมออก
"ผมเรียกคุณพิมเข้ามาคุยแล้ว"
"อะไรนะคะ"
เบอร์รี่ใส่เสื้อคลุมกลับไปไว้อย่างเคย
"เมื่อกี้มีคนพาคุณพิมเข้ามาคุย บอกว่าได้ยินคุณใส่ร้ายคุณพิมว่าเป็นคนปล่อยข่าว ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่"
"คุณดำรงจะเชื่อพวกมันสองคนมากกว่าเบอร์รี่ ทั้งๆ ที่เบอร์รี่ทุ่มเททั้งใจทั้งกายให้กับคุณดำรง และทั้งๆ ที่ละครเรื่องนั้นก็เป็นอนาคตของเบอร์รี่เองเหรอคะ"
"คนที่สมรู้ร่วมคิดกันกับคุณมาสารภาพกับผมหมดแล้ว...คุณยังจะปากแข็งไปทำไมอีกห๊ะ...หึ...แล้วก็อย่าบอกผมนะว่า...ไอ้คนที่มันกินเงินเดือนผมอยู่ มันจะกล้าโกหกผม"
เบอร์รี่จุกพูดอะไรไม่ออก
"ทีนี้ยังจะกล้าแก้ตัวอีกไหมว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง"
เบอร์รี่ก้มลงกอดขาดำรงแล้วกราบแทบเท้าทันที
"คุณดำรงเบอร์รี่ขอโทษ"
"ทำอย่างนี้ทำไมเบอร์รี่!"
"เบอร์รี่แค่ไม่อยากให้ตัวเองเด่นน้อยกว่าเอี๊ยม เบอร์รี่รู้ว่าการแสดงเบอร์รี่ไม่ดี เบอร์รี่กลัวทำให้คุณดำรงผิดหวัง เบอร์รี่เลยพยายามทำทุกอย่างเพื่อประคองตัวเองให้ได้ เบอร์รี่ไม่รู้จริงๆ ว่ามันจะทำให้เรื่องลุกลามขนาดนี้"
"ไม่รู้เหรอ! ความผิดอย่างนี้รู้ไหมว่าเธอควรจะโดนปลดออกจากละครไปแล้ว"
"เบอร์รี่ขอโทษ เบอร์รี่จะไม่ทำอีกแล้ว อย่าปลดเบอร์รี่เลยนะคะ" เธอเข้าไปกอดยั่วดำรง "เบอร์รี่ทำทุกอย่างก็เพื่อให้คำว่า ซุปตาร์ผลไม้ป่าที่คุณดำรงตั้งให้มันไม่หายไปไหน ยกโทษให้เบอร์รี่เถอะ"
ดำรงสะบัดตัวหนี
"สิ่งที่เธอต้องทำตอนนี้คือ ต้องไปปรับปรุงเรื่องการแสดง...ไม่ใช่เรื่องแบบนี้"
"เบอร์รี่เข้าใจแล้ว เบอร์รี่ยอมแล้ว ให้เบอร์รี่ได้ไถ่โทษเถอะนะคะ"
เบอร์รี่จะเข้าไปหาดำรงอีก แต่ดำรงพูดสวนทันที
"กลับไปทำหน้าของเธอให้ดีก่อนดีกว่า...เบอร์รี่"
เบอร์รี่ชะงักทำตัวไม่ถูก...ก่อนจะตัดใจหันมาเก็บของออกไปจากห้องดำรง

เบอร์รี่ที่ออกมาหน้าห้อง หน้าตาคับแค้นใจ
"หนอย! ทำมาเป็นอำนาจบาตรใหญ่ ไอ้คุณดำรงคอยดูเถอะวันนึง ฉันจะต้องมีอำนาจเหนือแกแล้วมาจัดการแกให้ได้ ให้สมกับที่แกเคยทำกับฉันวันนี้"
เบอร์รี่นึกไปถึงทำพูดที่ป้าไก่บอกว่ารู้เรื่องเบอร์รี่หมดทุกอย่าง เบอรี่ทำหน้าเคียดแค้น
"นังพิม...นังป้าไก่!"

ป้าไก่กับพิมพิชชากำลังนั่งหัวเราะอย่างสะใจในร้านกาแฟเมื่อยามเย็น
"คอยดูนะที่เหลือก็แค่รอให้คุณดำรงสั่งปลดมัน หรือไม่ก็รอดูตอนต่อไป...เพราะคนอย่างนังเบอร์รี่ไม่ยอมอยู่เฉยๆ ให้ตัวเองแปดเปื้อนต่อหน้าคนอื่นหรอก แล้วถึงตอนนั้นฉันจะกระชากหน้ากากของมันเอง"
"ป้าไก่นี่ใจเย็นเหลือเกินนะ ยังรอให้มันได้มีโอกาสแผลงฤทธิ์อีก ไม่กลัวมันหน่อยเหรอ"
"คนอย่างมันจะไปทำอะไรได้ นอกจากจะเฟคดราม่าไปวันๆ"
เสียงโทรศัพท์เข้า
"สวัสดีค่ะ ป้าไก่พูดค่ะ... อ๋อ จะให้ช่วยสร้างกระแสให้ไฮโซเหรอคะ ได้ค่ะ ไม่ทราบน้องเค้าเป็นใครคะ.... อ๋อ รู้จักค่ะ ... เอ..แต่ช่วงนี้ป้าไก่ไม่ค่อยว่างซะด้วย กำลังจะกลับไปเป็นนักข่าว....อะไรนะคะ เท่าไหร่นะคะ... อ๋อ งั้นว่างเลยค่ะ!!" เธอรีบบอกกับพิมพิชชา "ไปก่อนนะ"
ป้าไก่ทำหน้าเหมือนว่าจะได้เงินก้อนใหญ่กับโอกาสที่ดีที่รออยู่ข้างหน้า แล้วเดินฝันหวานออกไป
ป้าไก่เดินออกไป ทิ้งพิมพิชชาไว้กับความไม่แน่ใจ
"นังป้าไก่ชล่าใจให้นังเบอร์รี่มากไปรึเปล่า ไม่รู้รึไงนังนี่มันร้ายยิ่งกว่างูพิษซะอีก"




หน้ากากนางเอก ตอนที่ 17 (ต่อ)
ตอนเย็น อรัญภัทรออกมานั่งกินข้าวกับคริส โดยรู้ว่ามาปาปารัซซี่แอบถ่ายอยู่

"ข่าวเรื่องนี้เลยทำให้คุณไม่ได้เจอคุณวรรษเลยใช่ไหมครับ"
"ค่ะ ไม่ได้เจอเลย แต่โชคดีที่คุณวรรษเข้าใจค่ะ"
"ดีจังเลยนะครับ ... เฮ้อ" คริส พูดพลางถอนหายใจ
"เป็นอะไรไปคะ"
เธอรู้ว่ามีคนแอบถ่าย เลยเอื้อมมือไปประคองแก้มคริส ให้ตากล้องจับแล้วถ่ายแชะๆๆ
"ผมเข้าใจนะว่ามันเป็นงาน แล้วผมก็ชื่นชมที่คุณทำได้ดีมาก แต่ความจริงผมมีเรื่องอึดอัดใจ"
"เรื่องอะไรเหรอ"
"ช่างเถอะครับ มันเป็นปัญหาของผม ผมไม่ควรเอามันมาปนกับการทำงาน"
เธอมองคริสอย่างเห็นใจ

กลางวัน วันใหม่ ขณะที่ทุกคนเดินลงมาจากคอนโดฯ
"เอ..เจ๊ก็ไม่รู้เรื่องคุณคริสเท่าไหร่ นอกจากเป็นหลานคุณดำรง" เจ๊เต่าบอก
"ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ถึงจะได้คุยกันที่กองเค้าก็ไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวให้ฟัง" เขมปัญฑาว่า
"ถ้าคนที่สนิทและเข้าฉากกับเค้าบ่อยสุดอย่างเอี๊ยมไม่รู้ พวกเราก็ไม่รู้หรอก" เวฬุยาบอก
อรัญภัทรเครียดๆ ที่ตัวเองไม่รู้เรื่องของคริส
รถคันนึงขับเข้ามาปาดด้วยท่าทางร้อนรน ทั้งหมดมองที่รถคันนั้นเห็นคนที่ลงมาเป็นเบอร์รี่
"มีอะไรอีกละยะ ขับรถมาปาดพวกเราแบบนี้" เจ๊เต่าว่า
"วันนี้เบอร์รี่ไม่ได้มาหาเรื่องนะคะ เบอร์รี่มีเรื่องจะถาม"
"เรื่องอะไร" อรัญภัทรถาม
"มีใครได้เจอป้าไก่มั่งไหมคะ"
"ทำไมฉันจะต้องตอบเธอด้วย ผู้จัดการหายก็ไปตามหาเอาเองสิ มาตามหาจากพวกฉันทำไม" เวฬุยาบอก
"คือป้าไก่หายไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ ตอนนี้ยังติดต่อไม่ได้เลย เบอร์รี่กลุ้มใจมากเลยนะคะ ไม่รู้จะไปตามหาป้าไก่ได้ที่ไหน ช่วยเบอรี่ด้วยเถอะคะ"
ทุกคนมองเบอร์รี่ที่ดราม่าอยู่ อรัญภัทรไม่ค่อยไว้ใจเบอร์รี่นัก
"มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเรานี่!...ไปเถอะ"
อรัญภัทรเดินตีฉากออกไปทันที เวฬุยาเดินตามไป เขมปัญฑามองตามเพื่อนแล้วหันมามองเบอร์รี่ก่อนจะเดินตามเพื่อนไป เจ๊เต่ามองดูเด็กตัวเองมองเบอร์รี่แล้วก็มองเด็กตัวเองสลับไปมา...แล้วก็ตัดสินใจวิ่งตามเด็กๆไป...เบอร์รี่พยามร้องขอความช่วยเหลือจากทุกคนแต่ก็ไม่มีใครหยุด...เบอร์รี่มองตามทั้งสี่คนทำหน้าเหมือนจะเคียดแค้นที่อรัญภัทรเหมือนจะไม่เชื่อ แต่ก็แอบสะใจอยู่ลึกๆที่ดราม่าออกไป...

ผ่านเวลามา ทุกคนกำลังเตรียมจะถ่ายละครอยู่ เบอร์รี่ยังกดโทรศัพท์ติดต่อป้าไก่ไม่ได้
ทุกคนเห็นเบอร์รี่ยังเป็นกังวล จึงรู้ว่าป้าไก่ยังติดต่อไม่ได้
"นี่เค้ายังติดต่อป้าไก่กันไม่ได้เลยเหรอครับเนี่ย" คริสว่า
"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เค้าว่ากันว่าคนดีๆมักตายเร็ว เพราะฉะนั้นคนปากจัด ปากเน่าอย่างป้าไก่น่ะ เอาตัวรอดได้สบายอยู่แล้ว" เจ๊เต่าว่า
"ถ้าเอาตัวรอดได้มันก็ดี แต่ดันมาหายไปแบบไร้ร่องรอยแบบนี้มันก็ผิดปกติอยู่นะ" เขมปัญฑาบอก
"แหม คนอย่างนังป้าไก่ หายไปแบบนี้ คงจะหนีเจ้าหนี้มากกว่า ได้ยินวงการนักข่าวเค้าเม้าท์ๆกันว่ามาเป็นผู้จัดการดารา แต่รายได้ไม่งามอย่างที่คิดไว้"
"หรือว่าหายไปเพราะเจ้าหนี้จริงๆ" เวฬุยาว่า
"โดนอุ้มเหรอครับ" คริสว่า
"เออ ก็เป็นไปได้นะ ปากจัดแบบนั้นน่าจะโดนใครสักคนอุ้มไปสั่งสอนซะให้เข็ด" อรัญภัทรว่า
"เอี๊ยม! นี่ซีเรียสนะ" เขมปัญฑาบอก
"โอ๊ย...คนอย่างป้าไก่ ศัตรูเยอะจะตาย จะจับมือใครดมได้ แล้วพวกนักข่าวเพื่อนๆ ป้าไก่ ไม่มีใครว่าอะไรเลยรึไง"
"ก็ตามหากันให้วุ่นอยู่เนี่ย" เจ๊เต่าว่า
ทุกคนเริ่มเป็นกังวล

นักข่าว 1 เดินลงมาจากคอนโดฯ เจ๊เต่าแปลกใจ
"อ้าวมาทำอะไรที่นี่เหรอ"
นักข่าว1บอก
"มาดูห้องป้าไก่น่ะเจ๊ เห็นหายไปผิดปกติแบบนี้ เค้ากลัวกันว่าอาจจะมีอุบัติเหตุในห้องแล้วไม่มีใครรู้เลยมาเปิดห้องดู แต่ก็ไม่เจอ"
"แล้วป้าไก่อยู่กับใครเป็นคนสุดท้าย...รู้ไหม"
"เหมือนคนที่เจอป้าไก่คนล่าสุดจะเป็นคุณพิมนะเจ๊"
เจ๊เต่าทำหน้าตกใจเว่อร์
"คุณพิมเหรอ"
"คุณพิมบอกว่าไปให้ข่าวกัน แล้วป้าไก่ก็รีบออกไป เค้าว่าได้งานสร้างกระแสให้ไฮโซ หลังจากนั้นก็หายไปเลย"
"แล้วไฮโซที่ว่าคนนั้นเป็นใคร"
"ไม่มีใครรู้น่ะสิเจ๊ เจ๊ก็ลองถามคุณพิมเค้าดูสิ...เผื่อจะได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติม"
"โอ๊ย จะให้ฉันไปถามยัยแม่เลี้ยงนั่นน่ะเหรอ เอี๊ยมได้ฆ่าฉันน่ะสิ"
"ถ้ายังไงฝากเจ๊ดูๆ หน่อยนะ พวกเราถึงจะเบื่อขี้หน้าป้าไก่ แต่ก็อดห่วงไม่ได้"
เจ๊เต่าชายตามองนักข่าว "อื่อ..."
นักข่าว 1 เดินไป เจ๊เต่ามองตามนักข่าวด้วยสีหน้าคิดๆ เครียดๆ...เจ๊เต่าคิดอะไรบางอย่างออก
"หรือว่าแม่นังป้าไก่...จะเป็นอะไรไป"
เจ๊เต่าทำสีหน้าตกใจ ก่อนจะตัดสินใจเดินไป

ในโรงพยาบาล ในห้องคนไข้ แม่ป้าไก่นอนอยู่บนเตียง แม่ป้าไก่อยู่ในอาการที่ดีขึ้นกว่าที่ป้าไก่มาหาแม่ครั้งแรก เจ๊เต่านั่งอยู่ข้างเตียงอย่างเก็บอาการ
"อาการแม่ดีขึ้นเยอะเลยหละเต่า เห็นหมอบอกว่าอีกแค่สองอาทิตย์ก็กลับบ้านได้แล้ว ดีเหมือนกัน เพราะแม่ก็เบื่อโรงพยาบาลเต็มทีละ ใครจะไปนึกนะว่าแค่หกล้ม จะทำให้เส้นเลือดในสมองแตกได้ เลยกลายเป็นต้องมานอนโรงพยาบาลนานหลายเดือนเลย...เฮ้อ...อยู่ที่ไหนมันก็ไม่สบายเท่าที่บ้านเรานะ...ว่าไหมเต่า"
"ใช่คะแม่"
"เออ...ว่าแต่เต่ามีอะไรรึเปล่าลูก ถึงได้มาหาแม่ ปกติเต่าจะงานยุ่งมากไม่ใช่เหรอ แม่เคยได้ยินไอ้ไก่มันพูดอยู่บ่อยๆ"
เจ๊เต่าร้อนรนอยากจะถามแต่ก็กลัวแม่รู้
"เอ่อ...อ่อ...คือเต่ามาธุระแถวนี้พอดีคะแม่ เลยแวะมาเยี่ยมแม่น่ะคะ"
"อืมม...ขอบใจนะเต่า"
เจ๊เต่าทำเป็นแสดง มองหาป้าไก่
"เอ๊ะแม่คะ...แล้วนี่ไก่ไปไหนเหรอคะ หรือว่าวันนี้ยังไม่มา"
"ไก่มันไม่ได้มาหาแม่สามวันแล้วหล่ะ...มันก็คงไปทำงานของมันนั่นหละ...เห็นบอกว่าไปรับงานใหญ่มาทำ"
เจ๊เต่าทำหน้าสงสัย
"แล้วไก่มันบอกแม่ไหมคะว่าใครเป็นคนมาจ้างให้มันไปทำงาน"
"เออ...แม่ก็จำไม่ได้ แต่เห็นไก่มันบอกว่าหลังจากเสร็จงานนี้แล้ว มันจะได้รับเงินก้อนใหญ่" แม่พูดอย่างภูมิใจ "ไก่มันตั้งใจจะเลิกเป็นนักข่าวแล้วมาเปิดธุรกิจเป็นของตัวเองน่ะ...มันบอกว่าต่อไปมันก็จะได้อยู่กับแม่ทุกวันๆ ไม่ต้องออกไปทำงานแล้ว"
"เงินก้อนใหญ่ถึงขั้นตั้งตัวได้เลยเหรอ" เจ๊เต่าครุ่นคิดในใจ "งานอะไร ถึงได้ค่าจ้างขนาดนั้น"
"แม่ได้ยินมันพูดแบบนี้แล้วแม่ก็สบายใจ ต่อไปไก่มันก็จะได้ไม่ต้องวิ่งทำงานงกๆๆๆอดหลับอดนอนเพื่อหาเงินมาจ่ายค่ายาให้แม่อีก...ที่ผ่านมามันลำบากมาเยอะแล้ว...แม่ล่ะสงสารมันเหลือเกิน"
เจ๊เต่าพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองหน้าแม่ทำตาปริบๆ...แต่ในใจยังคงสงสัยว่าป้าไก่ไปไหน...ไปทำงานอะไร
เจ๊เต่าหันมาอีกด้านอย่างครุ่นคิด

เขมปัญฑากับเวฬุยากำลังครุ่นคิดถึงเรื่องที่ป้าไก่หายไป
"นี่คงไม่ใช่หายไปธรรมดาๆแล้วนะเจ๊"
เขมปัญฑาพยักหน้าเห็นด้วยกับเวฬุยา
ขณะที่เจ๊เต่ากำลังใช้ความคิด
"นั่นนะสิ...ปกตินังป้าไก่มันก็ไม่เคยจะหายไปไหนนานๆนะ ยิ่งแม่มาป่วยนอนโรงพยาบาลด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ยังไงก็จะต้องหาเวลาว่างไปเยี่ยมแม่ได้ตลอด"
อรัญภัทรยืนพิงกำแพงอยู่อีกด้าน
"ยัยป้าไก่นั่นคงไม่ได้กำลังตกอยู่ในอันตรายหรอกนะ"
เจ๊เต่าเห็นหน้าอรัญภัทรดูเป็นกังวล
"แหมๆๆ ทำเป็นไม่ห่วงไม่สนนะย๊ะ...ที่แท้ก็แอบกลุ้มใจ!"
อรัญภัทรทำหน้าตายกลบเกลื่อน
"ก็...ถึงเค้าจะไม่ดีกับเราก็ใช่ว่าอยากจะให้เค้าตายซะหน่อย"
"ย๊ะ...แม่คนปากแข็ง" เฮ้อ...คิดแล้วก็ห่วงนังป้าไก่นะ ถึงเจ๊จะไม่ค่อยชอบนิสัยจอมสอดรู้สอดเห็นของมัน แต่เจ๊กับมันก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเลยนะ....ไก่...แกไปอยู่ที่ไหนของแกห๊ะเนี่ย"
"เจ๊แล้วถ้าสมมุติว่าป้าไก่กำลังตกอยู่ในอันตรายจริงๆล่ะ...เราจะไปช่วยป้าไก่ได้ยังไง...เราจะไปตามหาป้าไก่ได้จากที่ไหน" เขมปัญฑาว่า
ทุกคนมองหน้ากันอย่างครุ่นคิด วรรษชลเข้ามา
"เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ"
ทุกคนหันมองไปตามเสียง วรรษชลเดินเข้ามายิ้มให้ทุกคน...แต่เป็นการยิ้มให้ทีละคนปนสงสัยว่าเป็นอะไรกัน

วันใหม่ หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวว่า ‘ผู้จัดการเบอร์รี่หายตัวลึกลับ’ เบอร์รี่อ่านหนังสือพิมพ์เล่มนั้นอยู่ แต่เธอไม่มีความรู้สึกใดๆ ขณะอ่านข่าวนั้น
เสียงโทรศัพท์ของเบอร์รี่ดัง
"สวัสดีค่ะ อ๋อ ยังไม่เจอป้าไก่เลยค่ะ ยังไงเบอร์รี่ก็ฝากทุกคนด้วยนะคะ ค่ะ เบอร์รี่กังวลมากกลัวจะเป็นอะไรไป... ป้าไก่ก็เหมือนแม่ของเบอร์รี่แหละค่ะ เป็นคนพาเบอร์รี่เข้าสู่วงการและคอยดูแลในทุกๆอย่าง ฝากด้วยนะคะ เบอร์รี่กังวลมากเลยคะ"
เบอร์รี่วางโทรศํพท์ มีคนโทรเข้ามาอีก
"ว่าไง"

ณ ที่แห่งหนึ่ง นักเลงสองคนกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับเบอร์รี่
"เงินค่าจ้างของพวกเรา เมื่อไหร่จะได้ ห๊ะ"
"ฉันยังไม่จ่าย"
นักเลง 1พูดกับนักเลง 2
"มันบอก มันยังไม่จ่าย"
"มา ฉันคุยเอง" นักเลงอีกคนคว้าโทรศัพท์ "ทำไมยังไม่จ่าย เราก็ทำงานให้ตามที่บอกแล้วไง"

เบอร์รี่คุยโทรศัพท์อยู่กับนักเลง
"งานยังไม่เรียบร้อย ฉันยังไม่จ่าย"
"ไม่เรียบร้อยอะไร ก็เสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ"
"ไม่เรียบร้อยเพราะมันยังเก็บไม่ครบตามที่ฉันต้องการ"
"หมายความว่าไง"
"ยังมีอีกคนนึงที่ฉันอยากให้ไปจัดการ ถ้าจัดการได้แล้วค่อยมาคุยเรื่องเงินที่เหลือ"
"แต่ตามที่ตกลงไว้มีแค่แม่นี่คนเดียวไม่ใช่เหรอ"
"ฉันไม่รู้ล่ะ ถ้าพวกแกยังจัดการอีกคนไม่ได้...ชั้นก็ไม่จ่าย"
"ใคร.." นักเลง 2 ทำสีหน้าว่ากำลังฟัง
"หึ...ขอแบบหนักๆด้วยนะ"
เบอร์รี่วางสายอย่า
นิ่งๆ แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์




หน้ากากนางเอก ตอนที่ 17 (ต่อ)
พิมพิชชาวางหนังสือพิมพ์ที่มีพาดหัวข่าวเรื่องป้าไก่ไว้บนโต๊ะ หน้าตาเครียดๆ แล้วพยายามโทร.หาป้าไก่อีก - - หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

"โอ๊ย ยัยป้านี่ มันหายไปไหนของมันนะ"
พิมพิชชาเครียด

หลังจากที่วรรษชลได้ฟังเรื่องทั้งหมดแล้วก็แนะแนวทาง
"ฟังจากที่เล่าแล้ว ผมว่าเราไปแจ้งความน่าจะดีกว่าครับ เพราะตำรวจจะมีวิธีและรู้แนวทางในการสืบหาเบาะแสมากกว่า"
สี่คนมองหน้ากันแล้วพยักหน้ารับเห็นด้วยกับวรรษชล

เวลาเดียวกัน คริสมายืนรออรัญภัทรที่หน้าคอนโดฯ คริสกำลังไลน์ไปหา
"ผมมาถึงแล้ว รออยู่ข้างล่าง"
คริสส่ง ทันใดนั้นมีสายโทรเข้ามา
"ว่าไง... ใช่ ต้องมากับเอี๊ยม... นี่มันงานนะ ผมก็ไม่ได้อยากจะทำคุณก็รู้นี่"
สองสาวเดินมาเห็นคริสพอดี และได้ยิน
"ใช่เอี๊ยมเค้าสวย แต่ผมไม่ได้ชอบเค้าจริงๆ คุณเข้าใจหน่อยสิ.. ก็ผมต้องทำงานเลยมีเวลาให้เค้ามากกว่า... งานไม่ใช่ข้ออ้าง มันเป็นเรื่องจริง"
เขมปัญฑากระซิบ
"ดูเหมือนคุณคริสจะมีแฟนอยู่แล้วนะ"
"ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ และดูท่าจะไม่เข้าใจด้วย"
"มีข่าวทุกวันแบบนี้ มนุษย์ที่ไหนจะไปเข้าใจ ต้องยอดมนุษย์แบบคุณวรรษเท่านั้นแหละ!" เขมปัญฑาบอก
อรัญภัทรเดินลงมาพอดี สองสาวลากเพื่อนไปคุย
"อะไรของพวกเธอเนี่ย ฉันจะไปกับคุณคริส"
เวฬุยาบอก
"นี่...หยุดโวยวายแล้วฟังก่อนได้ไหม...ดูเหมือนว่าคุณคริสเค้าจะกำลังมีปัญหากับแฟนเค้า เรื่องที่ต้องไปไหนมาไหนกับเธออยู่นะเอี๊ยม...เธอยังจะปล่อยให้เรื่องมันเป็นแบบนี้อยู่อีกเหรอ"
"ใช่...เอี๊ยม..ทำอะไรซักอย่างเถอะ เรื่องทุกอย่างจะได้จบ" เขมปัญฑาว่า
อรัญภัทรมองหน้าเพื่อนทั้งสองแบบคิดตาม

ในร้านอาหาร อรัญภัทรกับคริสกินข้าวด้วยกันอยู่ มีนักข่าวแอบถ่ายรูปอยู่ด้วย มือถือของคริสมีไลน์เด้งตลอด คริสมองด้วยความกังวล เธอหันมามองหน้าคริสอย่างเห็นใจ แล้วเอื้อมมือไปจับมือคริส
"คุณคริส"
นักข่าวจะถ่ายรูป คริสจะชักมือออก อรัญภัทรจับไว้
"คุณคริส เอี๊ยมรู้ว่าคุณคริสลำบากใจ แต่ไม่ต้องห่วงนะ เอี๊ยมจะช่วยพูดให้ แอบพาเค้ามาเจอเราสิ เอี๊ยมจะอธิบายให้ฟังทุกอย่างเลย จะได้สบายใจกันทุกฝ่าย เอี๊ยมจะพาคุณวรรษไปด้วย"
"ไม่ได้หรอกครับ เรื่องมันซับซ้อนกว่าที่คุณคิดไว้มาก"
"ไม่ว่าจะซับซ้อนยังไง เอี๊ยมก็พร้อมจะช่วยคุณคริสเสมอนะคะ เพราะเอี๊ยมรู้ว่าทั้งหมดเนี่ย เป็นความผิดของเอี๊ยมเอง และเอี๊ยมต้องรับผิดชอบ"
"ถ้าผมอยากให้คุณช่วยอะไรผมจะบอกนะครับ ขอบคุณมากครับ"
สองคนยิ้มๆ ให้กัน

เวลาต่อมา พิมพิชชาคุยกับดำรงอยู่ในห้อง
"นี่มันหมายความว่ายังไงคะ นังเบอร์รี่มันทำขนาดนี้ยังให้โอกาสมันเล่นละครต่ออีกเหรอ"
"ละครก็ผลประโยชน์ผม แล้วเบอร์รี่ก็คือหน้าตาของช่องผม ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากคอยดูไม่ให้เค้าทำอะไรเลวร้ายอีกก็พอแล้ว"
"แต่ที่พิมกับป้าไก่ต้องการก็คือเอามันออกจากวงการ พิมถือว่าให้โอกาสคุณที่จะตัดสินใจเรื่องนี้แล้วนะคะ แต่ถ้าคุณยังไม่คิดที่จะทำอะไร พิมจะให้ประชาชนเป็นคนตัดสินเอง"
"หมายความว่าไง"
"พิมจะไปบอกนักข่าวให้หมดว่า ดาราที่ช่องของคุณปั้นขึ้นมาที่แท้ใส้ในมันเป็นคนยังไง"
"ถ้าคุณทำแบบนั้นจริง อย่าหาว่าผมไม่เตือนแล้วกัน"
พิมพิชชานิ่ง
"ป้าไก่เคยมาขู่คุณแบบนี้และตอนนี้ก็หายตัวไปเลย...เอ๊ะ...หรือว่าคุณ"
"เฮ่ย...ผมไม่รู้เรื่องป้าไก่นะ"
"ถ้าไม่ใช่คุณแล้วจะเป็นใครได้อีกที่เสียประโยชน์เรื่องนี้ เบอร์รี่เหรอ"
"คุณอย่ามาใส่ร้ายผมหรือเด็กของผมนะ"
"คุณดำรงลองคิดดูนะคะว่าถ้ามีพาดหัวข่าวว่า... “ป้าไก่หายตัวลึกลับ หลังหอบหลักฐานแฉเบอร์รี่ให้ต้นสังกัด” คุณดำรงคิดว่ามันจะเป็นยังไงคะ...พิมชักอยากจะรู้แล้วสิคะว่าระหว่างนังเด็กนั่นกับช่อง...คุณจะเลือกปกป้องอะไร"
"คุณพิม!"
"ลองคิดดูเอาเองแล้วกันนะคะ พิมให้เวลาหนึ่งชั่วโมง"
พิมพิชชาเดินออกไป ดำรงแค้นใจ
"โอ๊ย มันจะอะไรกันนักกันหนาวะเนี่ย"
ดำรงสงบสติอารมณ์ชั่วครู่ แล้วกดโทรศัพท์
"เรียกเบอร์รี่ เข้ามาหาผมเดี๋ยวนี้"

พิมเดินมายังลานจอดรถ ขณะนั้นกำลังเมสเสจหานักข่าวอยู่
" อีกหนึ่งชั่วโมงมีข่าวเด็ด ถ้าฉันหายไปเหมือนกับป้าไก่ ให้สงสัยคุณดำรง" นางนิ่ง ยังไม่ส่ง ..." ไม่สิ ถ้าเล่นคุณดำรงก็ไม่สนุก" นางลบเมสเสจจากคำว่าคุณดำรงเป็นคำว่า "ให้สงสัยเบอร์รี่" นางนิ่ง ไม่ส่ง "เอ๊ะ ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว เป็นนังเอี๊ยมดีกว่า" นาง ลบเมสเสจอีก "ให้สงสัยนังเอี๊ยมได้เลย" นางคิดๆ "ไหนๆ มันก็เคยมีเรื่องกับป้าไก่และฉันมาเยอะอยู่แล้ว เผลอๆ นังเบอร์รี่จะช่วยตอแหลใส่ร้ายมันได้อีกต่างหาก"
พิมวางโทรศัพท์มือถือแล้วขึ้นรถไป

ผ่านเวลามา เบอร์รี่นังคุยอยู่กับดำรง
"เบอร์รี่จะไปทำอะไรป้าไก่ทำไมล่ะคะ จริงอยู่ที่ป้าไก่เอาเบอร์รี่มาแฉ แต่เบอร์รี่ก็ยอมรับสารภาพและได้โอกาสจากคุณดำรงแล้ว เบอร์รี่จัดการป้าไก่ไปก็เท่ากับเอาตัวเองมาเสี่ยงกับชื่อเสียงที่เสียอีก เบอร์รี่ไม่ทำหรอกค่ะ ต่อไปนี้เบอร์รี่จะเชื่อฟังสิ่งที่คุณดำรงบอกทุกอย่าง"
"แต่เรื่องนี้คุณพิมไม่อยู่นิ่งๆ แน่ๆ"
"เบอร์รี่เคยเป็นเด็กคุณพิมมาก่อน ยังไงเบอร์รี่ไปคุยกับคุณพิมให้ก็ได้ค่ะ"
"แน่ใจนะว่าจะจัดการได้"
"แน่ใจสิคะ ไม่ยากหรอกค่ะ เบอร์รี่คิดเอาไว้แล้ว"
"ถ้างั้นคุณไปจัดการเรื่องนี้ด่วนเลยนะ"
"เบอร์รี่ต้องขอโทษคุณดำรงด้วยนะคะที่ทำให้วุ่นวายขนาดนี้ ถ้าคุณดำรงอยากให้เบอร์รี่ชดใช้ เบอร์รี่จะชดใช้ให้ถึงน้ำถึงเนื้อเลย เอาไหมคะ"
"เอาไว้จัดการคุณพิมเสร็จค่อยกลับมาหาผมแล้วกัน"
"ได้ค่ะ เจอกันที่เดิมนะคะคุณดำรง"
เบอร์รี่หันหลังให้ดำรงและคิดว่าทุกอย่างกำลังเข้าแผนการแล้ว

ตอนค่ำ ขณะที่พิมพิชชาขับรถอยู่ อยู่ๆ ก็มีรถชนท้าย นางเบรกด้วยความหงุดหงิด
"โอ๊ย! ขับยังไงของมัน"
พิมพิชชาเดินลงจากรถแล้วไปโวยวายทันที

พิมพิชชาลงจากรถมา เจอนักลง 2 คนก็ลงจากรถมาดูเหมือนกัน
"นี่ขับรถกันยังไงห๊ะ ถึงได้มาชนท้ายกันแบบนี้"
"ขอโทษจริงๆ ครับ พอดีผมมัวแต่เล่นโทรศัพท์อยู่"
"แล้วอีกคนนึงไปไหนซะล่ะ เมื่อกี้เห็นมากันสองคนไม่ใช่เหรอ"
"ผมอยู่นี่ไงครับเจ๊"
นักเลง 2 โผล่มาจากข้างหลัง เพื่อจะรวบตัวพิมพิชชาไว้ นางตกใจ
นักเลง 1 เอามืออุดปาก พิมพิชชาดิ้น แล้วศอกนักเลง 1 จนจุก แล้วหลุดออกมาได้ พิมรีบวิ่งหนี
"ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย"
"ปล่อยมันได้ยังไงวะ ผู้หญิงตัวนิดเดียว" นักเลง 2 ว่า
"ตัวเล็กแต่แรงเยอะชิบหาย!"
"รีบตามไป ทางนั้น"
ทั้งสองคนรีบวิ่งตามพิมพิชชาไป

พิมพิชชารีบวิ่งหนีเข้ามาหลบในซอก พยายามจะหาโทรศัพท์แต่หาไม่เจอ
"โทรศัพท์หายไปไหน"
นางเห็นชาวบ้านคนหนึ่งเดินผ่านไปที่ท้ายซอย
"คุณคะ"
พิมพิชชารีบเดินเข้าไปหาคนที่เดินผ่านมา

นักเลง 2 คนเดินผ่านซอยที่พิมอยู่
"ไปทางไหนแล้ววะ"
"แม่งไวชิบหาย!"

พิมพิชชารีบเข้ามาหาชาวบ้านที่หันหลังอยู่
"คุณคะ ช่วยฉันที มีคนพยายามจะทำร้ายฉัน"
แต่ชาวบ้านคนนั้นไม่หันมา
"คุณคะ คุณ!"
พิมพิชชาเข้าไปใกล้ ชาวบ้านหันมาเห็นว่าคนนั้นคือสุวรีย์ นางตกใจ
"สุวรีย์!! แอร๊ย"
พิมพิชชารีบวิ่งหนีกลับเข้าไปในซอย

นักเลง 2 คนได้ยินเสียงกรี๊ดของพิมพิชชา
"เฮ้ยยย...นั่นเสียงนังนั่นรึเปล่า"
"ไปดูดีกว่าปะ"
นักเลงทั้งสองคนรีบวิ่งเข้าไปในซอย

พิมพิชชาวิ่งหนีผีสุวรีย์อย่างกระหืดกระหอบไปอีกด้าน นักเลงทั้งสองวิ่งมาหาพิมแต่ไม่มีแล้ว
"เมื่อกี้เสียงอยู่ตรงนี้นี่หว่า"
"นั่นดิ...หายไปไหนวะ"
สองนักเลงมองหาพิมอย่างหอบเหนื่อย
พิมพิชชาอยู่วิ่งมาถึงทางที่มืดก็ยิ่งกลัว จึงร้องขอให้คนช่วย
"ช่วยด้วย!!"
สองนักเลงที่อยู่อีกด้านได้ยิน
"เห้ย...มันอยู่ทางโน้น...ไปเร็ว"
สองนักเลงวิ่งไปตามเสียง พิมพิชชากำลังวิ่งอยู่ๆ ก็เห็นสุวรีย์
"แอร๊ย สุวรีย์" นางยกมือไหว้อย่างสั่นๆ "ปล่อยฉันไปเถอะนะ อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันผิดไปแล้ว สุวรีย์ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันขอโทษ!"
สุวรีย์เดินเข้าหา พิมพิชชาทำอะไรไม่ถูก ตัวสั่น
"ไม่...ไม่นะ...ไม่....อย่าเข้ามา...ไม่...ไม่"
สุวรีย์เดินเข้าหา พิมพิชชาเอามือป้องปิดหน้าไว้ แล้วช๊อก
"ไม่...อย่าเข้ามา...อย่าเข้ามา...อร้าย"
พิมพิชชาหมดสติล้มลงไปกองกับพื้นข้างทาง

อีกซอยหนึง สองนักเลงไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้ว มีแต่ความมืด ทั้งสองเหนื่อยหอบ
"มันหายไปไหนอีกแล้ววะ...นังนี่มันเล่นกลอะไรกับพวกเราวะ...มึงอย่าให้กูจับได้นะมึง"
"แบบนี้มีหวังนังเบอร์รี่มันไม่จ่ายเงินแน่...ไป...ตามหานังนั่นให้ทั่ว"
สองนักเลงวิ่งไปอีกทาง พิมพิชชานอนสลบเหมือดอีกอีกฝั่งถนน

ในห้องดำรง เบอร์รี่รับโทรศัพท์
"อะไรนะ! หนีไปได้ พวกแกทำงานกันยังให้ให้มันหนีไปได้ ไปจัดการให้เรียบร้อยเลยนะ...ไม่อย่างนั้น พวกแกก็จะไม่มีวันได้เงินจากฉัน แม้แต่บาทเดียว"
เบอร์รี่วางสายโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิด ดำรงออกมาจากห้องน้ำ
"ใครโทรมาเหรอเบอร์รี่"
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณดำรง คนใช้น่ะค่ะ มันทำงานไม่ได้เรื่องเบอร์รี่ก็เลยต่อว่ามันไปนิดหน่อย ว่าแต่คุณดำรงพร้อมรึยังคะ วันนี้เรามาเปลี่ยนรสชาดกันหน่อยดีกว่า"
เบอร์รี่หยิบอุปกรณ์ออกมาทรมานตนเอง
"มาสิคะคุณดำรง มาเล่นกัน เบอร์รี่จะเล่นบทโดนข่มขืนนะคะ"
"เอาให้สมบทบาทเลยนะเบอร์รี่"
"ค่ะ"
ดำรงเห็นก็ตื่นเต้นกระโจนเข้าใส่เบอร์รี่ทันที โดยที่ไม่รู้ว่ามีกล้องตั้งอยู่
"อย่าค่ะ คุณดำรง อย่า!!"
ดำรงซุกไซร้ตามคอเบอรี่ จบที่หน้าเบอรี่หัวเราะจักจี้แต่นัยดวงตาแสดงออกมาว่าร้ายสุดๆ

อ่านต่อตอนที่ 18 




กำลังโหลดความคิดเห็น