xs
xsm
sm
md
lg

สะใภ้รสแซ่บ ตอนที่ 14

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สะใภ้รสแซ่บ ตอนที่ 14 

พรรณเดินกลับเข้ามาในงาน แต่ยังไม่ทันได้เข้าไปในห้องจัดงาน บุหงาและดวงแก้วก็ปรี่เข้ามาหาเรื่องทันที
 
"ฮึ ต่อให้เอาทั้งชุดทั้งเครื่องเพชรมาประโคมบนตัวเธอแค่ไหน ยังไงคราบสลัมมันก็ยังเกาะติดผิวอยู่ดี"
“ระวังปากหน่อยนะคะคุณแพน จะด่าว่าใครก็อย่าลืมส่องกระจกดูเงาตัวเอง”
“ฉันส่องอยู่ทุกวัน ยังสวยเริดเลอเพอร์เฟ็กต์ไม่มีตำหนิ แต่เมื่อกี้ที่ฉันเห็นเธอกระโดดกอดหอมแก้มกับผู้ชายแปลกหน้าดูเหมือนจะเป็นแค่กัปตันห้องอาหารที่มาจากโรงแรมข้างๆ เต็มสองตา แบบนี้เขาเรียกว่าอาการอะไรนะ”
“ร่าน มีคุณพันกรอยู่แล้วทั้งคน ยังจะใฝ่ต่ำอีก กาก็คือกาอะนะ ย้อมสียังไงก็ปิดสีดำไม่มิด”
“ก็ไม่เห็นจะแปลกนี่คะ คนสมัยนี้ก็ย้อมสีก็แต่งด้วยแอพกันให้เกร่อ เท่าที่จำได้ คุณแพนยังระริกระรี้กับคนขับรถอย่างนายกล้าได้เลย”
บุหงาและดวงแก้วหน้าชาวาบ ทั้งโกรธทั้งอายมากที่ถูกประภาพรรณตอกกลับมาแรงขนาดนี้
“นังมิว นี่มันจะมากไปแล้วนะ”
บุงหาเงื้อมือขึ้นมาจะตบ ประภาพรรณเองก็เงื้อมือพร้อมรบเช่นกัน สองสาวมองหน้ากันไปมาอย่างท้าทาย ดวงแก้วอาศัยจังหวะนี้แอบหย่อนเครื่องเพชรของปทุมวดีใส่กระเป๋าประภาพรรณอย่างแนบเนียน ไม่มีใครเห็น นิโรบลเดินมาเห็นประภาพรรณและบุหงาทำท่าจะตบกัน รีบเข้ามาขวาง
“มิว มีเรื่องอะไรกัน”
นิโรบลเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองสาว

ภายในห้องอาหารของโรงแรมหรู เสี่ยเป้ ทอม สาวๆ ตามด้วยลูกน้องเสี่ยเป้ พากันเดินเข้ามา เอกราชสุ่มดูอยู่ใช้หูฟังติดต่อกับพันกร
“เป้าหมายมาถึงแล้ว กำลังเดินไปที่ห้องอาหาร”
พันกรหันไปส่งสัญญาณมือให้ลูกทีมที่ปลอมตัวเป็นบริกรเข้าประจำที่”
เสี่ยเป้มองไปรอบๆ ห้องอาหารเห็นเสี่ยชัยนั่งเล่นแท็บเล็ตอยู่ รีบเดินเข้าไปทักทายสนิทสนม
“เสี่ยชัย ลื้อมานานหรือยัง”
“มาได้พักหนึ่งแล้วล่ะ มาๆ นั่งๆ”
เสี่ยชัยพูดเชื้อเชิญ เสี่ยเป้ ทอมและสาวๆ ให้นั่งลง สายตาของเสี่ยชัยมองสาวๆ ที่ใส่ชุดรัดรูป เน้นสัดส่วนอย่างหื่นกระหาย พันกรได้จังหวะรีบสั่งลูกน้องผ่านหูฟังทันที
“เอ ยกเวลคัมดริ้งค์เข้าไปเสิร์ฟ ฟังให้ได้ว่าพวกมันคุยอะไรกัน”
“ครับผู้กอง”
เอ ปลอมเป็นบริกรเดินถือถาดเครื่องดื่มเข้าไป พันกรรีบสั่งลูกทีมที่เหลือปลอมตัวทำงานหน้าที่อื่นๆ
“พวกที่เหลือเตรียมตัวนะ ถ้าผมให้สัญญาณแล้วบุกเข้าจับกุมทันทีเลย”
ลูกทีมรับคำ แล้วทำหน้าที่ของตนต่อไป บี สายสืบที่อยู่ในแก๊งลูกน้องเสี่ยเป้ แอบซ่อนปืนไว้ในเสื้อแล้วเดินไปใกล้ๆ พันกร เอกราชแอบมองบีด้วยความสงสัย

ประภาพรรณและบุหงาต่างยังไม่ละสายตาจากกัน เสียงของราตรีดังขึ้นขัดจังหวะ ทำให้ทั้งสองต้องยอมรามือไป ทั้งที่ประภาพรรณเจ็บใจมาก
“หนูแพน คุณดวงแก้วมาอยู่ที่นี่เอง”
ราตรีและผองเพื่อนเดินเข้ามา บุหงาและดวงแก้วหันไปฉีกยิ้มหวานให้
“ค่า คุณน้าราตรีมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“อ่อ ก็ไม่มีอะไรมากหรอกจ้ะ พอดีน้ากับพวกเพื่อนๆ มีเรื่องจะรบกวนหนูแพนกับคุณดวงแก้วนิดหนึ่ง”
สองแม่ลูกมองหน้ากัน
“เรื่องอะไรกันเหรอคะคุณพี่”
“แหม คุยตรงนี้ไม่ค่อยสะดวกหรอกค่ะ คุณพี่ว่าเราไปคุยกันตรงนู้นดีกว่านะคะ”
อมราชี้ชวนไปที่มุมหนึ่งในสมาคม ราตรีและผองเพื่อนรีบต้อนบุหงาและดวงแก้วเดินตามออกไป ประภาพรรณมองตามสองแม่ลูก เสียดายโอกาส นิโรบลถามอยากรู้
“ตกลงเมื่อกี้มีเรื่องอะไรกันแน่น่ะมิว”
“ช่างเหอะ ป่านนี้คุณณุคงหานิดแล้ว”
ประภาพรรณจูงมือนิโรบลเข้าไปด้านในห้องจัดงาน

นางแบบในชุดหางเครื่อง ออกมาเดินโชว์บนเวที ทั้งห้องตกอยู่ในความมืด มีเพียงแสงไฟสีสันส่องวูบวาบๆ ไปมาอย่างสวยงาม นางแบบโชว์จบแล้ว ออกมายืนเรียงกันอวดชุดสีสันสดใสบนเวที บุหงาเดินฉีกยิ้มกว้างฝ่าวงล้อมนางแบบขึ้นมาในฐานะที่เป็นคนคิดโชว์นี้ พิธีกรเดินตามขึ้นมาทำหน้าที่
“ขอเสียงปรบมือดังๆ ให้กับการเดินแบบในคอนเซ็ปต์หางเครื่องของคุณบุหงา ณ น่านฟ้าด้วยนะครับ แหม ช่างเป็นโชว์ที่ฟู่ฟ่าอลังการสมกับเป็นงานช้างจริงๆ ครับ”
ปทุมวดีหันไปกระซิบกระซาบกับปรีชาชาญอย่างภาคภูมิใจ
“หนูแพนของน้องเนี่ยเลอค่าแล้วก็มีความสามารถจริงๆ คุณพี่ว่ามั้ยคะ”
“แต่ผมว่าก็ไม่ต่างอะไรจากคาบาเร่ต์โชว์นะคุณหญิง”
“เอ๊ะ คุณพี่ น้องบอกว่าเลอค่าก็เลอค่าสิคะ”
ปทุมวดีแหวใส่พร้อมกับตีแขนปรีชาชาญเบาๆ อย่างขัดใจ พิธีกรบนเวทียังคงพูดต่อเนื่องไปเรื่อยๆ
“และแล้วก็มาถึงช่วงเวลาที่ทุกท่านเฝ้ารอนะครับ การประมูลเครื่องเพชรเพื่อการกุศล ไฮไลต์ของงานนี้นั่นเอง”
มีเสียงฮือฮาของแขกทั้งหลายในงานดังขึ้นมาอย่างตื่นเต้น นางแบบสองคนเดินถือกล่องเครื่องเพชรขึ้นมาวางเรียงไว้บนโต๊ะอย่างสวยงาม
“โดยเราจะเริ่มจากเครื่องเพชรชุดที่แพงที่สุดของคุณหญิงปทุมวดี นรินทร์จรรยา มูลค่าสูงถึง 120 ล้านบาทนะครับ”
ไฟส่องมาที่ปทุมวดีและปรีชาชาญ แขกทุกคนฮือฮา พากันปรบมือให้ปทุมวดีอย่างชื่นชม ปทุมวดีหัวใจพองโตมาก ฉีกยิ้มกว้างจนหน้าบานด้วยความยินดี นิโรบลหันไปกระซิบกระซาบกับประภาพรรณ
“โห ท่าทางคุณหญิงแม่สามีมิวจะดีใจมากเลยนะนั่น ยิ้มจนหน้าบานเชียว”
“ก็น่าจะอย่างนั้นแหละ เพราะคุณแม่สามีฉันกำลังหาทางกำจัดเครื่องเพชรชุดนี้ทิ้งอยู่พอดี”
“อ้าวทำไมล่ะ”
“ก็มันเป็นของขวัญปลอบใจที่คุณพ่อซื้อให้ในวันที่ฉันแต่งงานกับคุณกรน่ะสิ”
นิโรบลอึ้ง ตกใจ รู้สึกเห็นใจเพื่อนมาก ประภาพรรณฝืนยิ้มให้นิโรบลราวกับว่าไม่มีอะไร ทั้งที่ในใจนั้นแอบปวดร้าว

ที่โต๊ะของเสี่ยเป้ เสี่ยชัยมองพวกสาวๆ อย่างหื่นๆ
“แหม เด็กในสังกัดของลื้อเนี่ยแจ่มๆ ทุกคนเลยนา”
“ฮ่าๆ ก็ต้องแน่นอนอยู่แล้ว นี่คุณทอมอีเดินทางไปคัดเองถึงเชียงรายเลยนะเนี่ย”
ทอมยิ้มร้าย
“เพื่อมาตรฐานของธุรกิจ ก็ต้องยอมเหนื่อยกันหน่อยล่ะครับ”
เสี่ยเป้ ทอมและเสี่ยชัย พูดคุยกันไปหัวเราะกันไปอย่างถูกคอ บี ยืนหลบอยู่หลังเสาแล้วหยิบปืนขึ้นมาเล็งมุมที่พันกรยืนสั่งงานอยู่ พันกรตั้งใจทำงานมากไม่รู้ตัวเองเลยว่ากำลังจะถูกลอบทำร้าย นิ้วของบีกำลังจะเหนี่ยวไกยิง แต่กลับมีปืนอีกกระบอกจ่อที่หัวเขา
“หักหลังทรยศพวกเดียวกันแบบนี้ ไอ้บี แกคิดจะทำอะไรกันแน่”
บีมองเอกราชอย่างตกใจ แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่จะเอาตัวรอด เลยตะโกน
“ระเบิด”
แขกเหรื่อในห้องอาหารตื่นตกใจ ตะโกนโหวกเหวกโวยวายกันอลหม่าน
 
เอกราชตกใจมาก ใช้ด้ามปืนตบบีจนสลบไป แล้ววิ่งออกไปช่วยพันกรควบคุมสถานการณ์ห้องอาหาร


สะใภ้รสแซ่บ ตอนที่ 14 (ต่อ)  

บนเวที ภายในงานสมาคม บุหงาหันไปกระซิบกระซาบกับพิธีกร พิธีกรพยักหน้ารับคำ แล้วประกาศขึ้น
 
“แต่ว่าก่อนที่เราจะเปิดการประมูลกันนั้น คุณหญิงอมรา นายกสมาคมและเพื่อนๆ คุณหญิงได้จัดทำโชว์ชุดพิเศษขึ้น เพื่อขอบคุณแขกทุกท่านที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้นะครับ”
ปรีชาชาญและปทุมวดีมองหน้ากันอย่างแปลกใจ
“โชว์ชุดพิเศษอะไรเหรอ คุณหญิง”
“น้องไม่รู้ค่ะ ไม่เห็นมีใครบอกอะไรน้องเลย”
ไฟทั้งห้องมืดลง เหลือแต่ไฟสีสันสวยงามส่องวูบวาบบนเวที พวกคุณหญิงอมราและผองเพื่อน เดินขึ้นเวทีมาด้วยชุดหางเครื่องประดับด้วยขนนกฟู่ฟ่าสุดอลังการ ปทุมวดี ปรีชาชาญ ประภาพรรณ นิโรบล ภาณุ มิสเจนนี่และแขกทุกคนมองพวกอมราบนเวทีด้วยความตื่นตะลึง

พวกเสี่ยเป้ได้ยินว่ามีระเบิด ตกใจมาก ต่างคนต่างลุกฮือจะวิ่งหาทางออกจากห้องอาหาร พันกรพูดใส่หูฟัง
“พวกเสี่ยเป้จะหนีแล้ว รีบเข้าไปจับเร็ว”
พันกรรีบออกจากที่ซ่อน ปรี่เข้าไปจะจับตัวเสี่ยเป้ให้ได้ ลูกน้องของเสี่ยเป้เห็นพันกร รีบควักปืนออกมายิงสกัดเอาไว้ เสียงปืนทำให้แขกในโรงแรมกรีดร้องหนักขึ้น ต่างคนต่างวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น ลูกทีมกลัวพันกรถูกทำร้าย รีบควักปืนออกมายิงปะทะกับลูกน้องของเสี่ยเป้ทันควัน พันกรตะโกนลั่น
“อย่ายิง เดี๋ยวโดนผู้บริสุทธิ์”
คำสั่งของพันกรไม่เป็นผล ลูกทีมยังคงกระหน่ำยิงต่อสู้กับลูกน้องของเสี่ยเป้ต่อไป เสี่ยชัยถูกยิงที่ขา กำลังคลานพาตัวเองหนีไปตามพื้นห้อง เอกราชเห็นเข้ารีบเข้ามาจับตัวเอาไว้
“คิดว่าจะหนีไปไหนพ้นเหรอเสี่ยชัย”
“ลื้อปล่อยอั๊วนะ อั๊วมากินข้าวเฉยๆ”
“อย่าแถหน่อยเลยน่า เราบันทึกภาพและเสียงไว้หมดแล้ว”
เสี่ยชัยถูกเอกราชขู่จนหน้าเสีย หมดทางหนีเอาตัวรอด พันกรใช้มุมกำแพงเป็นที่กำบัง ไม่ได้ยินเสียงยิงตอบโต้จากฝั่งเสี่ยเป้แล้วนึกสงสัย
“ทุกคนหยุด”
พันกรตะโกนสั่งลูกน้องทุกคน แล้วออกมาจากที่ซ่อน มองเสี่ยเป้และลูกน้องที่เคยอยู่ เหลือแต่ความว่างเปล่า มีแต่ภาพความเสียหายในห้องอาหาร เขาเจ็บใจที่พวกเสี่ยเป้หนีรอดไปได้อีก

แขกของสมาคมฮือฮา เริ่มจับกลุ่มกันวิพากษ์วิจารณ์การแสดงพวกคุณหญิงอมราอย่างสนุกปาก เหมือนบังคับให้ต้องทนดู แต่ราตรีไม่สนใจ หันกลับไปสั่งทีมงานให้เปิดเพลงที่เตรียมไว้ด้วยสายตามุ่งมั่น
“มิวสิค”
เพลงดนตรีลูกทุ่งแบบโจ๊ะๆ ดังสนั่น บุหงารีบกระโดดมายืนข้างๆ เวที ทำท่าทางแนะให้พวกราตรียักย้ายส่ายสะโพกกันเต็มที่ วิญญาณหางเครื่องเข้าสิงชั่วขณะ ปรีชาชาญเห็นภาพตรงหน้า ทนไม่ไหว หลุดขำออกมา
“โอ้โห โชว์ของเพื่อนๆ คุณหญิงนี่เด็ดจริงๆ เลยนะครับ หนูแพนของคุณหญิงก็เด้งหน้าเด้งหลัง หางเครื่องตัวจริงยังสะท้าน”
ปทุมวดีหน้าเจื่อน รู้สึกกระอักกระอ่วนและอายกับโชว์ของพวกราตรีจนพูดไม่ออก นิโรบลกับประภาพรรณมองการแสดงบนเวทีอย่างอึ้งๆ นิโรบลทนไม่ไหว หลุดขำออกมา
“โอ๊ย ปวดท้อง ไม่ไหวแล้ว”
ประภาพรรณหัวเราะไปด้วย
“นี่ฉันไม่คิดเลยนะว่าเพื่อหน้าตาและชื่อเสียง พวกคุณหญิงจะยอมทำได้ทุกอย่างขนาดนี้ อยากจะร้องไห้หนักมาก”
“เอาที่สบายใจพวกนางก็แล้วกัน”
พวกอมราและราตรียังคงเต้นกันต่อไปอย่างสนุกสนานเรียกเสียงหัวเราะและปรบมือจากแขกทุกคน โดยไม่ได้รับรู้ว่ามันโอเวอร์แล้วก็ตลกมาก

พันกรเดินวนไปมาคุยวอขอกำลังเสริมอย่างเครียดๆ ด้านหลังเขา เจ้าหน้าที่โรงแรมช่วยกันดูแลลูกค้า ข้าวของเสียหายหนัก
“ผมขอกำลังเสริมสกัดจับรถของเสี่ยเป้บนถนนทุกเส้น”
“ทางเราตั้งด่านสกัดจับทุกเส้นทางแล้ว แต่ยังไม่เห็นรถของเสี่ยเป้เลย”
“โธ่เว้ย”

พวกอมราเต้นโชว์จนจบเพลงแล้วยืนโพสต์ท่าสวยงาม แขกทุกคนปรบมือให้อย่างสนุกสนานดีใจที่เลิกเต้นเสียที พิธีกรรีบขึ้นมาทำหน้าที่ของตัวเอง
“ขอเสียงปรบมือไล่ เอ๊ย ให้กับคุณหญิงอมราและเพื่อนๆ คุณหญิงทุกท่านด้วยนะครับ ที่อุตส่าห์จัดโชว์สนุกๆ แบบนี้ให้พวกเรา เอ่อ บันเทิงมากมาย”
พวกอมราและผองเพื่อนยังไม่ยอมลงจากเวทีง่ายๆ ยังยืนโพสต์ท่าต่อเนื่องไปให้แขกเหรื่อได้เก็บภาพหลายๆ มุมโดยไม่รู้ตัว พิธีกรเห็นว่าไม่สามารถเชิญอมรากับเพื่อนลงจากเวทีได้เลยตัดสินใจพูดเลย
“โอเค ทีนี้ก็ถึงเวลาที่พวกเรารอคอย ขอเชิญเครื่องเพชรของคุณหญิงปทุมวดีขึ้นมาครับ”
นางแบบคนหนึ่งหยิบกล่องเครื่องเพชรของปทุมวดีขึ้นมา มิสเจนนี่หันไปส่งยิ้มให้ปทุมวดีเป็นสัญญาณว่าสนใจมาก ปทุมวดีฉีกยิ้มกว้างหันไปมองกล่องเครื่องเพชรของตัวเองด้วยความตื่นเต้น กล่องเครื่องเพชรถูกเปิดออก ปทุมวดีช็อกมาก โวยวายลั่น
“อ๊าย ไม่จริง เพชร 120 ล้านของฉันหายไปไหน”
ทุกคนในงานหันมามองปทุมวดีเป็นตาเดียวกัน บรรยากาศให้ห้องเงียบกริบ

เอกราชพาเสี่ยชัยและบี เข้าไปหาพันกร
“จับเสี่ยเป้ไม่ได้ แต่ก็จับเสี่ยชัยและหนอนบ่อนไส่ได้อีกตัวหนึ่ง”
พันกรมองหน้าเสี่ยชัยและบี เครียดหนัก นึกเสียใจที่ถูกลูกน้องหักหลัง เสียงวอดังขึ้นมาขัดจังหวะ
“มีเหตุด่วนเหตุร้าย เครื่องเพชร 120 ล้านบาทของคุณหญิงปทุมวดี นรินทร์จรรยา ถูกขโมยไปจากงานเลี้ยงในสมาคมอนุรักษ์ช้างไทย”
“คุณแม่”
พันกรอึ้งตกใจ สับสนว่าทำไมเรื่องร้ายต้องประดังประเดเข้ามาพร้อมๆ กัน เอกราชเห็นใจพันกรมาก รีบเสนอตัวช่วยเหลือ
“ผมว่าผู้กองเข้าไปดูที่สมาคมเถอะครับ ส่วนเรื่องเสี่ยชัยกับไอ้บี หนอนบ่อนไส้นี่ เดี๋ยวผมคุมตัวไปส่งหน่วยเหนือเอง”
พันกรเครียดหนัก ใจหนึ่งก็อยากทำงานต่อ อีกใจก็ห่วงแม่มาก
“งั้นผมฝากคุณดูแลต่อด้วยแล้วกันนะ”
พันกรตัดสินใจเดินเข้าไปที่สมาคม

ปทุมวดีนั่งเป็นลมอยู่กลางห้อง มีปรีชาชาญและกลุ่มคุณหญิงคอยดูแลอยู่ พันกรเดินเข้ามาเห็นแม่เป็นลมตกใจมาก
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นครับ”
บุงหาได้โอกาสรีบถลาเข้ามายืนเสนอหน้ารายงานสถานการณ์ให้พันกรฟัง
“ก็เครื่องเพชรของคุณหญิงป้าน่ะสิคะพี่กร ถูกมือดีที่ไหนก็ไม่รู้ขโมยไป”
บุหงาปรายตามองประภาพรรณยิ้มเยาะและประกาศกร้าวเสียงดัง
“หรือว่าบางทีอาจจะเป็นคนใกล้ตัวก็ได้นะคะ”
ประภาพรรณชักหงุดหงิดที่ถูกพูดเหน็บแนมใส่ พวกของราตรีทุกคนก็กลัวจะถูกหางเลข จากที่รุมๆ ปทุมวดีอยู่เมื่อครู่ รีบแตกฮือกระจัดกระจายออกไปคนละทิศคนละทาง แขกในงานเริ่มจับกลุ่มซุบซิบนินทากันอื้ออึง นางแบบ เจ้าหน้าที่ สื่อก็จับกลุ่มมองๆ มา พันกรกลัวว่าเรื่องจะบานปลายรีบประกาศเสียงดัง
“ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ผมรู้ว่าตอนนี้ทุกคนกำลังตกใจ แต่ผมอยากจะขอเจ้าหน้าที่จัดงานให้ปิดประตูทางเข้าออกของสมาคม และขออนุญาตค้นกระเป๋าของทุกท่านในห้องนี้นะครับ”
แขกทั้งห้องฮือฮากัน
“ทีนี้เราจะได้รู้ความจริงว่าหัวขโมยเป็นคนในงานจริงๆ หรือเปล่า”
แขกทุกคนหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ต่างฝ่ายต่างหวาดระแวงซึ่งกันและกัน จากนั้นแขกทุกคนในงานต่อแถว ยื่นกระเป๋าให้พันกรตรวจค้น พันกรค้นกระเป๋าใบแล้วใบเล่าก็ยังไม่พบเครื่องเพชรของปทุมวดีเลย ปทุมวดีชะเง้อมองกระเป๋าของแขกทุกคนอย่างเครียดๆ จนมาถึงกระเป๋าของบุหงาและประภาพรรณเป็นสองคนสุดท้าย พันกรค้นกระเป๋าบุหงาแล้วไม่พบอะไร บุหงาหันมาปรายตาเยาะๆ ใส่ประภาพรรณ ประภาพรรณหรี่ตามองท่าทางของบุหงาอย่างสงสัย เริ่มมีลางสังหรณ์แปลกๆ
“ขอกระเป๋าด้วยครับ”
ประภาพรรณรีบยื่นกระเป๋าส่งให้ พันกรรูดซิปกระเป๋าเปิด แล้วอึ้งตกใจ หยิบเครื่องเพชรของปทุมวดีออกมาจากกระเป๋า ปทุมวดีและแขกทุกคนช็อก
“หล่อน เป็นหล่อนจริงๆ ด้วย”
บุหงากับดวงแก้วหันมาสบตากันสาแก่ใจ น้ำมองสะใจเช่นกัน พันกรไม่อยากให้เรื่องราวมันใหญ่โตลุกลาม ในใจเชื่อใจประภาพรรณ เลยหันไปถามอมรา
“คุณหญิงอมราครับ ผมขอห้องประชุมในการสอบสวนเรื่องนี้ โดยไม่ต้องรบกวนแขกทุกท่านได้มั้ยครับ”
“ได้สิจ๊ะ”
อมราเดินนำทุกคนออกไป มิสเจนนี่มองประภาพรรณด้วยสายตาชื่นชมว่าฉลาด

ประภาพรรณยืนอยู่ท่ามกลางคุณหญิงทุกคนเหมือนเป็นจำเลยของสังคม พันกรวางเครื่องเพชรไว้บนโต๊ะพร้อมจะสอบสวนภรรยาตัวเอง บุหงาแสยะยิ้มรีบเดินเข้ามาตอกย้ำความผิดของประภาพรรณเสียงดัง
“หางโผล่จนได้ ทีนี้จะแก้ตัวยังไงล่ะ”
ดวงแก้วรีบเสริม
“เธอนี่มันงูพิษชัดๆ เลยนะ เสียแรงที่คุณพี่ปทุมวดียอมให้คุณพันกรแต่งงานด้วย”
แรงยุของสองแม่ลูกสร้างไฟแค้นสุมในอกของปทุมวดี ปทุมวดีเดินรี่เข้ามาตบประภาพรรณจนหน้าหันต่อหน้าทุกคนในห้องนั้น ประภาพรรณอึ้งตกใจมาก พันกรหน้าเครียด ปรีชาชาญตกใจ
“คุณหญิง”

“นึกไว้แล้วไม่มีผิดว่าสักวันผู้หญิงชั้นต่ำอย่างเธอจะต้องออกลาย”


สะใภ้รสแซ่บ ตอนที่ 14 (ต่อ)  

ปทุมวดีแววตาดุกร้าวจ้องมองประภาพรรณด้วยความแค้น แต่ประภาพรรณก็ยังยืนสงบนิ่งไม่ทีท่าว่าจะตอบโต้อะไร
 
นิโรบลเห็นเพื่อนถูกรังแกแล้วทนไม่ได้รีบเข้ามาท้วง
“ทำแบบนี้มันเกินไปนะคะคุณหญิง ยังไม่สืบสาวราวเรื่องอะไร ก็ทำร้ายและกล่าวหากัน ทั้งที่บ้านเมืองมีกฎหมายนะคะ”
บุหงายิ้มเยาะ
“แหมๆๆ หลักฐานอยู่ในกระเป๋าขนาดนั้นยังจะต้องสืบสาวอะไรกันอีกหรือจ๊ะ”
“เอ๊ะ หรือว่าอยากจะแก้ตัวว่าถูกใส่ร้าย”
สองแม่ลูกพูดจาถากถางประภาพรรณอย่างสนุกปาก
“ใช่ค่ะ มิวถูกใส่ร้าย”
“อุตะ ยังจะกล้า”
“เพราะถ้ามิวจะขโมยเครื่องเพชรจริง มิวจะไม่เอาเครื่องเพชรปลอมของคุณแม่ชุดนี้เด็ดขาด”
ปทุมวดีและทุกคนในห้องต่างสับสนว่าประภาพรรณพูดเรื่องอะไรกันแน่ ประภาพรรณหยิบเครื่องเพชรบนโต๊ะขึ้นมา แล้วปาลงพื้นดังเปรี้ยง เครื่องเพชรแตกกระจัดกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ มิสเจนนี่ยืนอยู่นานแล้ว หยิบเศษเครื่องเพชรขึ้นมาแล้วประกาศ
“This is a mirror.”
“ใช่ค่ะ นี่คือกระจกที่มิวสั่งทำพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ”
สองแม่ลูกหน้าเหวอ ช็อก ไม่คิดว่าจะถูกประภาพรรณตลบหลังแบบนี้ ประภาพรรณปรายตามองสองแม่ลูกก่อนพูดย้ำ
“เพราะมิวรู้อยู่แล้วว่าต้องมีโจรหาจังหวะขโมยเครื่องเพชรของคุณแม่”
ปทุมวดีอึ้งตกใจ บรรดาคุณหญิงเผลอเริ่มจับกลุ่มเม้าท์ชื่นชมความฉลาดของประภาพรรณ ปรีชาชาญสบตากับพันกร อดจะชื่นชมความฉลาดของลูกสะใภ้ไม่ได้
“เห็นมั้ย คุณหญิง ลูกสะใภ้เราฉลาดจริงๆ”
นิโรบลเห็นว่าประภาพรรณสามารถพลิกคดีได้ก็ดีใจมาก รีบหันมาพูดขู่สองแม่ลูกอีกแรง
“และอีกจุดหนึ่งที่โจรโง่ๆ พวกนี้พลาดนะคะ”
นิโรบลไปที่กล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ทุกมุมของห้อง ภาณุรีบเสริมภรรยา
“ใช่ครับ ที่สมาคมมีกล้องวงจรปิดอยู่ทุกห้องทุกมุม ชนิดที่ว่าใครทำอะไรที่ไหนกล้องก็จับภาพได้หมด”
พันกรเห็นกล้องวงจรปิดแล้วรีบหันไปบอกอมรา
“งั้นผมขอเช็คกล้องวงจรปิดหน่อยนะครับ คุณหญิง เราจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ร้ายตัวจริง”
“ได้สิจ๊ะ เดี๋ยวฉันจะตามเจ้าหน้าที่ให้”
สองแม่ลูกหน้าซีดตกใจ มองหน้ากันอย่างมีพิรุธ น้ำยังนิ่งสงบ ประภาพรรณมองอาการของสองแม่ลูก สายตากร้าว คิดในใจ
“รู้จักฤทธิ์ฉันน้อยไปซะแล้ว คุณแพน คุณดวงแก้ว”

เจ้าหน้าที่ห้องคอนโทรลเอาเทปจากกล้องวงจรปิดขึ้นหน้าจอโปรเจคเตอร์ในห้องประชุมเพื่อให้ทุกคนได้ดูภาพไปพร้อมๆ กัน หน้าจอโปรเจคเตอร์ถูกแบ่งเป็นช่องๆ ตารางๆ ตามมุมต่างๆ ที่กล้องวงจรปิดติดอยู่ ประภาพรรณพูดขึ้น
“รบกวนช่วยดึงภาพตรงหน้าตู้เซฟในห้องแต่งตัวมาหน่อยค่ะ”
“ครับ”
เจ้าหน้าที่เรียกภาพกล้องวงจรปิดตรงหน้าตู้เซฟขึ้นมาฉายเต็มจอ สองแม่ลูกยืนจับมือกันแน่น ประภาพรรณเหลือบมองบุหงาและดวงแก้วด้วยสายตายิ้มเยาะ
“ช่วยย้อนกรอไปดูตอนก่อนเริ่มงานหน่อยได้มั้ยคะ”
“ได้ครับ”
ภาพค่อยๆ กรอกลับไปเรื่อยๆ จนถึงตอนงานเริ่มที่มีเจ้าหน้าที่มาเปิดเซฟขนเครื่องเพชรออกไป เข้าที่หน้าประภาพรรณอึ้งตกใจ
“กล้องบันทึกได้แค่นี้เองเหรอคะ”
“ครับ มีภาพแค่นี้เองครับ”
“ไม่จริง เป็นไปไม่ได้”
สองแม่ลูกหน้าเหวอตกใจ ที่ตัวเอารอดมาได้อย่างหวุดหวิด เมื่อกล้องวงจรปิดจับภาพไม่ได้ บรรดาแขกเหรื่อที่รู้แล้วว่าประภาพรรณบริสุทธิ์ แต่กล้องไม่ได้ภาพคนร้ายก็เริ่มตั้งวงกันซุบซิบนินทา
“กล้องจับภาพไม่ได้แบบนี้หมายความว่ายังไงกันเนี่ย”
“ดิฉันว่าต้องเป็นฝีมือของคนในแน่ๆ เลยนะคะ”
คุณหญิงอมราเริ่มหน้าเสีย ที่เห็นแขกตั้งวงซุบซิบนินทากัน เลยรีบขึ้นไปยืนบนเวทีเพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า พร้อมฝืนยิ้มพูดขอบคุณประภาพรรณ
“เอาล่ะค่ะๆ ถึงแม้ว่าเราจะยังจับคนร้ายตัวจริงไม่ได้ แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าระบบรักษาความปลอดภัยของสมาคมนั้นดีเยี่ยม แล้วทางดิฉันเองก็ต้องขอบคุณความฉลาดของหนูมิวด้วยนะคะ”
มิสเจนนี่หันไปบอกปทุมวดีเสียงดังๆ ด้วยความชื่นชม
“คุณหญิงปทุมวดีโชคดีจริงๆ เลยนะคะ ที่ไม่เสียเครื่องเพชรไปไม่พอ ยังมีลูกสะใภ้ที่เป็นเพชรแท้ไว้ในครอบครองด้วย”
มิสเจนนี่พูดจบก็ปรบมือให้ประภาพรรณอีกรอบ ทุกคนในห้องพากันปรบมือตาม จนดังไปทั่ว สื่อพากันถ่ายภาพประภาพรรณ ปทุมวดีอึ้งตกใจที่ทุกคนชื่นชมประภาพรรณ ไม่มีทางเลือก จำใจยิ้มเจื่อนๆ แล้วปรบมือตามทุกคน
พวกคุณหญิงอึ้ง ได้แต่ปรบมือตามน้ำเปาะแปะๆ อย่างไม่เต็มใจ เพราะไม่ชอบที่ทุกคนชื่นชมประภาพรรณ ประภาพรรณเองก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนรับคำชื่นชม ฝืนยิ้มให้กล้อง ทั้งๆ ที่ใจยังคงว้าวุ่นเรื่องคนร้ายอยู่ บุหงากับดวงแก้วรีบหลบออกไปจากงาน น้ำรีบตามไป

บุหงาและดวงแก้วลากกันออกมาจากห้อง หันซ้ายหันขวาไม่เห็นใครแล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“โฮ้ย โล่งอก นึกว่าจะต้องไปจบชีวิตในคุกซะแล้วนะแม่”
“ก็นั่นน่ะสิ เออแต่ว่ากล้องออกจะชัดแจ๋วแหววขนาดนั้น ทำไมไม่มีภาพพวกเราเลยอะ”
บุหงาหน้าเครียด คิดไม่ออกเหมือนกัน น้ำเดินเข้ามาหาทั้งสองแม่ลูก
“น้ำเป็นคนลบภาพของพวกคุณๆ ออกไปเองค่ะ”
“ว่าไงนะ”
น้ำยิ้ม เริ่มเล่าอดีตให้สองแม่ลูกฟัง ว่า ก่อนหน้านั้น เธอถือน้ำถือขนมเข้ามาเคาะประตูหน้าห้องคอนโทรล
“พี่จ๊ะ น้ำยกน้ำกับขนมมาให้พี่จ้ะ”
เจ้าหน้าที่ห้องคอนโทรลเปิดประตูมาเจอน้ำ แล้วชอบ เริ่มจีบน้ำทันที
“ขอบใจนะจ๊ะคนสวย ทั้งสวยทั้งใจดีแบบนี้ มีแฟนหรือยังน้า”
น้ำทำขวยเขิน
“บ้า พูดอะไรก็ไม่รู้ พี่รีบๆ กินสิจ๊ะ เดี๋ยวฉันต้องกลับเข้าไปในงานอีก”
“ได้จ้ะ รอแป๊บนึงนะ”
เจ้าหน้าที่ห้องคอนโทรลหันหลังไปนั่งกินน้ำกินขนมที่น้ำยกมาอย่างตั้งอกตั้งใจ น้ำอาศัยจังหวะนี้แทรกตัวเข้าไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กดอะไรนิดหน่อย แล้วยิ้มออกมา ทำให้ที่หน้าจอ ไม่มีภาพดวงแก้วและบุหงาอยู่แล้ว
บุหงาและดวงแก้วอึ้ง ตกใจที่รู้ว่าน้ำช่วยไว้ น้ำรีบเล่นละครหว่านเสน่ห์ใส่สองแม่ลูกต่อไป
“ที่น้ำทำไปทั้งหมดก็เพื่อคุณหนูแพนนะคะ”
“หา”
“น้ำรู้ดีค่ะว่าพี่มิวไม่เหมาะสมกับคุณกรเลยสักนิด น้ำก็เลยอยากจะช่วยให้คุณแพนได้สมหวังน่ะค่ะ”
ด้วยท่าทางและคำพูดนิ่มๆ ใสๆ ซื่อๆ ของน้ำ ทำให้สองแม่ลูกฮึกเหิม
“ต๊าย นังเด็กนี่ตาถึง”
“ฉันต้องขอบใจเธอมากนะที่ช่วย ส่วนนี่ เป็นรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ตอบแทนน้ำใจของเธอ”
บุงหาหยิบเงินในกระเป๋าใส่มือน้ำสองพันบาท น้ำตกใจมากรีบยื่นเงินคืน
“ว้าย ไม่เอาหรอกค่ะคุณแพน น้ำแค่อยากช่วยเท่านั้น”
สองแม่ลูกมองท่าทางอ่อนน้อมของน้ำแล้วยิ่งประทับใจหนักขึ้นไปอีก
“รับไปเถอะน่า ถือเป็นสินน้ำใจจากฉันก็แล้วกันนะ”
น้ำทำท่าลังเลแล้วจำใจรับมาอย่างเกรงใจ
“ขอบคุณมากๆ นะคะ”

สองแม่ลูกหันมายิ้มให้กัน เริ่มตกหลุมพรางน้ำ น้ำลอบยิ้มออกมา สะใจในความโง่ของทั้งสองนี้เหลือเกิน


สะใภ้รสแซ่บ ตอนที่ 14 (ต่อ)  

กลางคืน ปทุมวดีและปรีชาชาญเตรียมจะนอน ปรีชาชาญอมยิ้มน้อยๆ นึกถึงเรื่องในงานเลี้ยงขึ้นมา
 
“ฮึๆ หนูมิวนี่ฉลาดดีนะคุณหญิง สั่งทำของปลอมเอาไว้ป้องกันขโมยแบบนี้”
ปทุมวดีหงุดหงิด
“หยุดพูดเรื่องแม่มิวซะทีเถอะค่ะ นี่คุณพี่พูดเรื่องแม่นี่มาตั้งแต่ที่สมาคมจนกลับมาบ้านแล้วนะคะ”
“เอ้า ก็มันจริงๆ นี่คุณหญิง คิดดูสิ ถ้าไม่ได้หนูมิว ป่านนี้เพชรจริงของคุณหญิงถูกขโมยไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”
“ขโมยก็ขโมยไปสิคะ ไม่เห็นจะอยากเก็บเอาไว้เลย ไอ้เครื่องเพชรวันแต่งงานของมันเนี่ย”
ปทุมวดีทั้งเครียด ทั้งหงุดหงิดมาก เพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นหนี้บุญคุณประภาพรรณ
เวลาเดียวกันนั้น ประภาพรรณและพันกรกำลังเตรียมตัวเข้านอน ประภาพรรณเครียดมาก ยังคงคิดถึงเรื่องในงานเลี้ยง จนนอนไม่หลับ ส่วนพันกรก็เครียดเรื่องภารกิจล้มเหลว จนนอนไม่หลับ ทั้งสองนอนหันหลังให้กัน ต่างคนต่างคิดเรื่องของตัวเอง

รองวิเชียรทุบโต๊ะในห้องประชุมด้วยความโมโห โวยวายที่พันกรทำงานผิดพลาด
“จับเสี่ยเป้ไม่ได้ ทรัพย์สินของเอกชนพังพินาศ ทีมงานบาดเจ็บ เสียชีวิต คุณรู้มั้ยว่าเราเสียหายขนาดไหน”
“ครับ ผมพลาดที่ไม่รู้ว่ามีหนอนบ่อนไส้”
“แล้วก็ปล่อยให้พวกมันรอดตัวไปได้เพราะต้องไปทำคดีเครื่องเพชรของคุณแม่หายใช่มั้ย”
พันกรอึ้ง
“ถ้าคุณยังไม่สามารถแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ ผมว่าคุณคงไม่เหมาะกับคดีนี้หรอก ผมขอสั่งถอดคุณจากคดีเสี่ยเป้ และห้ามคุณยุ่งเกี่ยวใดๆ กับคดีนี้อีก”
พันกรช็อกมาก เหมือนโลกถล่ม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เขาไม่เคยทำงานล้มเหลวมากขนาดนี้มาก่อน

ตอนเย็น ปรีชาชาญ ปทุมวดี นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น น้ำนั่งใกล้ๆ บีบนวดปทุมวดีอย่างเอาใจ ประภาพรรณเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นมองไปที่หน้าประตู เห็นพันกรเดินเข้ามาในบ้าน ไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส แล้วเดินขึ้นไปบนห้องทันที โดยไม่หันไปหาประภาพรรณ หญิงสาวหน้าจ๋อยไป ปรีชาชาญ ปทุมวดี มองหน้ากันงงๆ
“ลูกเป็นอะไร ดูเครียดๆ”
“น้องจะไปรู้ได้ยังไง”
ปทุมวดีหันไปเล่นงานประภาพรรณทันที
“เพราะหล่อนแน่ๆ ลูกฉันถึงทำหน้าหงิกหน้างอขนาดนั้น หล่อนไปทำเรื่องอะไรให้ตากรหงุดหงิดอีกล่ะ”
“คุณหญิง จะไปดุหนูมิวเขาทำไม ตากรมันคงเครียดมาจากที่ทำงานล่ะมั้ง”
ปทุมวดีค้อนปรีชาชาญวงใหญ่
“ไม่มีทาง ตากรไม่เคยเก็บเอาเรื่องเครียดมาที่บ้าน น้องเลี้ยงตากรมา น้องรู้สิคะคุณพี่ มันต้องเป็นเพราะนังสะใภ้คนโปรดของคุณพี่นั่นแหละค่ะ”
“เอาที่สบายใจเลยค่ะ คุณแม่สามี แต่มิวจะขอตัวแป๊บหนึ่ง ขอไปดูคุณกรหน่อยนะคะ เดี๋ยวกลับมาให้ด่าใหม่”
ปรีชาชาญพยักเพยิดให้ประภาพรรณรีบตามขึ้นไปดูพันกรที่ห้อง ปทุมวดีฮึดฮัดไม่พอใจ รีบหันไปหาน้ำที่นั่งข้างๆ แล้วกระซิบ
“ไปขวางนังมิว อย่าให้ขึ้นไปหาตากร เร็ว”
“ค่ะคุณหญิง”
น้ำยิ้มร้าย วิ่งตามประภาพรรณมาที่ชั้นสอง ดึงแขนประภาพรรณไว้ทันก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปหาพันกรในห้อง
“เดี๋ยวค่ะพี่มิว”
“มีอะไรน้ำ”
“จู่ๆ คุณหญิงก็ปวดท้องมาก อยากกินซุปร้อนๆ น้ำกลัวทำไม่อร่อย พี่มิวช่วยไปทำให้คุณหญิงหน่อยนะคะ”
“น้ำก็ทำเป็นนี่นา แบบที่พี่เคยสอนไง น้ำไปทำให้คุณแม่สามีเลยนะ พี่จะไปดูคุณกร เดี๋ยวตามไป”
ประภาพรรณทำท่าจะเปิดประตูเข้าไปหาพันกร น้ำดึงไว้อีกจนประภาพรรณต้องหันกลับมา
“พี่มิว อย่าเพิ่งไปค่ะ น้ำจำที่พี่มิวสอนไม่ได้แล้วค่ะ ใส่เห็ดก่อนหรือหัวหอมก่อนนะคะ”
“ใส่หัวหอมลงไปผัดก่อน”
“แล้วต้องใส่”
“น้ำไปให้น้อยช่วยทำละกันนะ”
ประภาพรรณรีบเปิดประตูเข้าไปในห้อง น้ำแสยะยิ้มร้าย

น้ำท่าทางเงอะๆ งะๆ หั่นผักแบบกลัวๆ อยู่หน้าเตาทำซุปก็กลัวร้อน กลัวซุปกระเด็น ป้าบัวเผื่อน น้อย แต้วจ้องมองน้ำ ลุ้นสุดตัวว่าจะทำไหวไหม
“นังน้ำ ไหวไหม ทำไม่ไหวก็พอ ให้อีน้อยมันช่วยดีกว่า”
“ฉันช่วยเอง”
น้อยเข้าไปช่วยน้ำทำซุป น้ำปาดเหงื่อแกล้งทำหน้าเศร้า
“ไม่เป็นไรค่ะ น้ำพอทำได้”
แต้วรีบแว้ดขึ้นมา
“แล้วนังมิวมันหายหัวไปไหน ไม่มาทำเอง”
น้ำแกล้งทำท่าอึกอัก
“เอ่อ พี่มิวเขาบอกว่า เขาขี้เกียจ แล้วก็ไม่อยากทำอาหารให้คุณหญิงแล้วค่ะ”
“ต๊ายตาย คุณพระคุณเจ้า นังมิวมันพูดออกแบบนี้ได้ยังไงวะ เห็นมั้ย เห็นรึยัง ฉันบอกทุกคนแล้วว่านังมิวมันร้ายกาจที่สุด”
ป้าบัวเผื่อนหันมาถามน้ำ
“แล้วเอ็งได้ยินมาอย่างงั้นจริงเหรอวะ”
น้ำไม่กล้าพูดต่อ ได้แต่ทำท่ากลัว
“เอ่อ น้ำก็”
“แม่นี่มันอกตัญญูจริง ยิ่งอยู่นานยิ่งหางโผล่”
น้อยที่ฟังแต้วด่าประภาพรรณชักทนไม่ไหว เคาะทัพพีปังๆ อย่างเหลืออด
“พอแล้ว คุณมิวของฉันไม่ใช่หมานะ หางจะโผล่ได้ไง ไม่เหมือนกับแกนี่ กระดิกหางดิ๊กๆๆ คุณแพนคะ คุณแพนขา”
แต้วชักโมโหที่ถูกน้อยด่า
“อีนี่วอนซะแล้ว เดี๋ยวกูตบให้หน้าเบี้ยวเลย”
แต้วเดินปรี่เข้าไปจะตบน้อย น้อยเอาทัพพีชี้หน้า
“มา เข้ามา กูสู้นะโว้ย”
แต้ว น้อยกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันนัวเนีย ป้าบัวเผื่อนรีบห้าม
“นังน้อย นังแต้ว พอแล้ว อีนี่ก็ชอบจังนะ ยุให้ตีกันเนี่ย”
ป้าบัวเผื่อนหันไปต่อว่าป้าม้วน แล้วเข้าไปห้ามแต้วกับน้อยที่ยังคงตบกันนัว
“หยุด หยุด ข้าบอกให้หยุดได้ยินมั้ย เฮ้ย หยุดซิวะ”
น้ำยิ้มสะใจที่ทำให้คนในครัวต้องมาทะเลาะกันเพราะประภาพรรณ

พันกรนั่งซึมอยู่ในห้อง ประภาพรรณเดินเข้ามาซบสามี กอดพันกรด้วยความรู้สึกเป็นห่วง หอมแก้มเขา ค่อยๆ นวดที่ขมับเบาๆ แล้วเลื่อนลงมานวดที่ไหล่อย่างเอาใจ
“คุณกรเป็นอะไร ไม่สบายใจเหรอคะ มีอะไรเล่าให้มิวฟังได้นะ”
พันกรเหม่อมองไปไกลๆ ถอนหายใจหนักๆ อย่างท้อใจ
“อยากฟังเรื่องไหนก่อนล่ะ เรื่องทำงานพลาด หรือเรื่องถูกปลดกลางอากาศ”
ประภาพรรณตกใจกระโดดไปยืนข้างหน้าพันกร
“หมายความว่าไงคะ”
พันกรมองหน้าภรรยาแล้วแค่นหัวเราะ
“ฮึ ฮึ ที่จริงมันก็เรื่องเดียวกัน เรื่องวุ่นวายที่สมาคม ทำให้ผมถูกปลด”
ประภาพรรณเข้าไปกอดพันกรเพื่อปลอบใจ
“ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ คนเก่งอย่างคุณกร เดี๋ยวก็มีคดีใหม่ๆ มาให้ทำ”
พันกรเด้งตัวขึ้นมาอย่างมีอารมณ์
“เก่งเหรอ ยังจะบอกว่าผมเก่งอีกเหรอ ผมมันแย่ต่างล่ะมิว ทำคดีก็ล้มเหลว พลาดแล้ว พลาดอีก พลาดจนโดนปลดอยู่นี่ไง พอใจรึยัง”
พันกรเดินไปล้มตัวลงที่เตียงอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“โธ่โว้ย”
ประภาพรรณสงสารและเป็นห่วงสามีมาก รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนผิดที่ทำให้พันกรต้องเป็นแบบนี้ จึงเดินเข้าไปปลอบ ลูบที่ตัวพันกรด้วยความเสียใจ
“มิวขอโทษนะ มิวผิดเองค่ะ ถ้าไม่มีเรื่องขโมยสร้อยเพชร คุณกรก็ไม่ต้องรีบมาที่สมาคม คดีที่คุณกรดูอยู่ก็คงไม่”
“ผมอยากอยู่คนเดียว”
ประภาพรรณมองพันกรอย่างเข้าใจถึงความทุกข์ใจของเขา
“ได้ค่ะ งั้นมิวไม่กวนคุณกรละ”

ประภาพรรณเดินออกจากห้องไป
 
จบตอนที่ 14 

กำลังโหลดความคิดเห็น...