xs
xsm
sm
md
lg

มงกุฎริษยา ตอนที่ 6

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มงกุฎริษยา ตอนที่ 6

เช้าวันนี้ ชัชชนม์อยู่ในชุดทำงานสุภาพและดูดี ชายหนุ่มจัดเตรียมข้าวของเพื่อไปประชุมที่ช่องอินฟินิตี้ โดยพวกเอกสารถูกจัดใส่แฟ้มเรียบร้อย ส่วนภาพพรีเซนต์อยู่ในโน้ตบุคคู่กาย
 
สักครู่หนึ่ง ดนัยเดินหาวหวอดๆ ลงมา พอเห็นเพื่อนเตรียมจะไปทำงานแต่เช้า ก็ปากดีพูดแซวตามประสา
“โห ตื่นเช้าไปไหมเนี่ย”
“วันนี้วันสำคัญเว้ย อยากเห็นหน้าไอ้พุฒิว่าจะอึ้งแค่ไหนตอนเห็นพรีเซนต์ของเรา”
“นี่สรุปทำพรีเซนต์เพื่อเอางาน หรือเอาชนะวะ ครอบครัวแกนี่แปลกว่ะ”
“นั่นไม่ใช่ครอบครัวฉัน”
“เอาที่สบายใจเลยคร้าบ”
ชัชชนม์หยิบของเดินออกไปด้วยความหงุดหงิด ส่วนดนัยส่ายหัวมองตามเพื่อนขี้เก๊กไปด้วยความเหนื่อยใจ

ไม่นานต่อมา ชัชชนม์มาถึงช่องอินฟินิตี้ ชายหนุ่มเดินมาหยุดหน้าตึกช่อง มองขึ้นไปอย่างมุ่งมั่นมาดหมาย

เมื่อชัชชนม์เดินเข้ามาในห้องประชุม แต่กลับเจอแค่พุฒิพัฒน์นั่งอยู่ที่ขอบโต๊ะ สองหนุ่มสบตากัน ประจันหน้ากันแว่บหนึ่ง จนผู้เป็นพี่ทักขึ้นด้วยน้ำเสียงเมินเฉย
“มาทำอะไรเหรอ”
ชัชชนม์ไม่ค่อยอยากเสวนากับอีกฝ่ายนัก “ฉันมาประชุม พรีเซนต์รูปแบบรายการตามที่คุณขจีนุชนัดไว้”
พุฒิพัฒน์ลุกพรวดขึ้นยืน
“ฉันสั่งยกเลิกการประชุมแล้ว และก็สั่งยกเลิกการว่าจ้างทีมของแกด้วย”
“อะไรนะ” ชัชชนม์งง เพราะตนไม่ได้รับแจ้ง
“นายคิดว่าฉันจะยอมให้นายมาหาผลประโยชน์กับสถานีได้ง่ายๆเหรอ ถ้าฉันยังเป็นผอ.ช่องอยู่ นายไม่มีวันได้มาทำงานที่นี่แน่ๆ ไปได้แล้ว”
“คุณขจีนุชเป็นคนว่าจ้างฉัน ไม่ใช่แก ฉันจะฟังคำสั่งจากนายจ้างฉันคนเดียว”
พลางชัชชนม์หยิบมือถือขึ้นมา จะโทร.หาขจีนุช พุฒิพัฒน์เริ่มพาล
“เอาเลย รีบไปเกาะกระโปรงขอร้องให้แม่ช่วยเลย งานถนัดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
ชัชชนม์เดินเข้ามาใกล้ จ้องหน้าพุฒิพัฒน์ด้วยนัยน์ตาแข็งกร้าว
“แกพูดอะไร”
“ก็ที่แกได้เข้ามาทำงานที่นี่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะแกอ้อนวอนขอแม่ แล้วเพราะอะไร”
ขาดคำพุฒิพัฒน์ผลักอกชัชชนม์ออกไปเต็มแรง ขจีนุชเดินเข้ามาเจอพอดี
“ทำอะไรกันน่ะ”
“อ๋อ แค่ทักทายกันเฉยๆ ครับ”
“ทำไมอยู่กันแค่นี้ แล้วกรรมการคนอื่นๆ ล่ะ ทำไมยังไม่มากันอีก” ขจีนุชแปลกใจ
“ไม่จำเป็นต้องประชุมแล้วครับ เพราะเราจะทำงานกันเหมือนเดิม ไม่มีทีมนอกมาทำงานนี้แล้ว ไม่ว่าทีมนั้นจะเส้นใหญ่แค่ไหนก็ตาม”
“แต่แม่...”
พุฒิพัฒน์ตัดบท “ขอให้เคารพการตัดสินใจของผอ.ช่องด้วยนะครับ”
“ถ้าจะพูดอย่างนี้ละก็ สั่งยกเลิกการประกวดไปซะด้วยเลยนะ”
พุฒิพัฒน์ กับ ชัชชนม์ ได้ยินแล้วงง
“หมายความว่ายังไงครับ” พุฒิพัฒน์เสียงขุ่น
“พุฒิเป็นผอ.ช่องก็จริง แต่แม่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การประกวด และแม่เลือกแล้ว ที่จะให้ทีมของชัชเข้ามาทำโปรเจ็คเรียลิตี้ของการประกวด ถ้าไม่ทำตามกติกาของแม่ ก็เตรียมหารายการใหม่มาลงผังแทน Miss Perfect Thailand ได้เลย”
พุฒิพัฒน์มองหน้าขจีนุชอย่างขัดใจ และจ้องหน้าชัชชนม์อย่างแค้นเคือง รับคำด้วยท่าทีท้าทาย
“ได้ พรุ่งนี้ผมจะให้คุณชัชชนม์มาพรีเซนต์”
ขจีนุชโล่งอก เบาใจไปเปลาะหนึ่ง แต่พุฒิพัฒน์บอกต่ออีกว่า
“แต่ผมเองก็จะพรีเซนต์ด้วยเหมือนกัน แล้วให้กรรมการโหวตว่าจะเลือกของใคร”
ขจีนุชฉุนกึก “พุฒิ”
“ถ้างานคุณชัชชนม์ดีจริง ก็ไม่เห็นต้องกลัวนี่ครับ”
พุฒิพัฒน์ลุกเดินออกไปเลย ชัชชนม์มองตามอย่างแค้นเคือง ขจีนุชเป็นกังวล พยายามคิดหาทางออกสำหรับปัญหานี้

ดาวเดินถือผ้าซิ่นมายังห้องโถง พร้อมกับเปรมจิต และ คิตตี้ ซึ่งฝ่ายหลังเอาแต่ฉอเลาะชื่นชมดาว
“ผ้าซิ่นผืนนี้พออยู่กับน้องดาวแล้วงามแต๊แม่ปิงเลยนะเจ้า”
เปรมจิตบอกเป็นเชิงสอนว่า “ไปลองนุ่งแล้วฝึกโพสท่าดูนะ การนุ่งซิ่นกับการนุ่งกระโปรง ท่าโพสมันจะต่างกัน”
“นี่คนอื่นรู้หรือยังคะ ว่าต้องใส่ผ้าซิ่นตอนเทสต์หน้ากล้องให้คุณหญิงพิจิตราดู” ดาวกังวล เธอเป็นห่วงความรู้สึกฟ้ารุ่ง
“เดี๋ยวเขาก็รู้กันนั่นแหละ ดาวไปฝึกเถอะ”
“ค่ะ”
เปรมจิตเดินออกไปกับคิตตี้ ฟ้าเดินเข้ามาพร้อมน้ำเต้าหู้หลายถุงดาวหันไปเห็น
“อ้าว ฟ้าไปไหนมาอะ... โห นี่หิวมากเหรอ”
สุนทรีย์ นรี และ ลีน่าเดินลงมาจากบันได ลีน่าต่อว่าฟ้าทันที
“กลับมาช้าไปปะ จะแกล้งให้หิวหรือไง”
“เปล่าค่ะ พอดีคนที่ตลาดมันเยอะ” ฟ้าบอก
นรีสั่ง “รีบเอาไปเทใส่แก้วสิ”
“เดี๋ยว” ดาวไม่พอใจ คว้าถุงน้ำเต้าหู้มาจากฟ้า “มีสิทธิ์อะไรมาใช้ฟ้า”
สุนทรีย์ลอยหน้าบอก “มันเป็นหน้าที่เด็กใหม่ เธอเองก็ต้องทำเหมือนกัน”
ลีน่าผสมโรง “เรื่องแบบนี้น่าจะรู้นะ แต่คงตั้งใจหายหัวไปแต่เช้า”
ดาวโต้ “ฉันไม่คิดจะหลบใครอยู่แล้ว แต่เจ๊เรียกฉันไปเลือกผ้า”
ฟ้าสนใจขึ้นมา “ผ้าอะไรเหรอดาว”
“ก็ผ้าที่จะต้องนุ่งสำหรับคัดเลือกตัวพรุ่งนี้ไง” ดาวบอก
สุนทรีย์ไม่เชื่อ “เจ๊ไม่เคยเรียกใครไปดูเสื้อผ้าก่อนคัดเลือกเลย ถ้ามีฉันต้องรู้สิ”
นรีเหยียดยิ้มใส่ดาว “ทำอีท่าไหน เจ๊ถึงให้อภิสิทธิ์หล่อนแบบนี้เฮอะ”
ฟ้าได้ยินดังนี้ก็นึกเสียใจ คิดว่าดาวหักหลัง
ลีน่ามองดูหมิ่น “อ๋อ เพราะอย่างงี้เอง เลยชูคอ ไม่คิดจะเคารพรุ่นพี่ ทิ้งฟ้าให้ทำคนเดียว”
ดาวยื่นถุงน้ำเต้าหู้กลับให้สามสาว พลางบอกเพื่อน
“ฟ้าไม่จำเป็นต้องเคารพรุ่นพี่แบบพวกเธอหรอก”
ฟ้าไม่พอใจ คิดว่าดาวสั่ง “ดาวอย่าทำแบบนี้”
“ฟ้าไม่ต้องกลัว ฉันไม่ยอมให้ใครรังแกแกหรอก”
ฟ้าเสียงแข็ง “ฉันไม่ได้กลัว ฉันทำเพราะฉันอยากทำ แกเลิกทำเป็นมาปกป้องฉันสักทีเถอะ”
ฟ้าคว้าถุงน้ำเต้าหู้คืนจากดาว แล้วเดินหนีไป ดาวงง ลีน่า สุนทรีย์ นรี ยิ้มกระหยิ่มชอบอกชอบใจ

อีกฟาก ดวงเดือน เลม่อน เดินนำ ชมพู่ ออกมาหน้าบ้าน
“ถึงเราจะมาอยู่ที่นี่เพื่อเป็นนางงาม แต่เราก็คือสมาชิกในบ้านคนนึง หน้าที่ของสมาชิกในบ้านก็คือดูแลบ้าน และดูแลกันและกัน” ดวงเดือนว่า
“และนั่นก็รวมไปถึงงานบ้านด้วย” เลม่อนเสริมพลางตะโกนเรียก “ป้านุ้ย...”
ป้านุ้ยเดินออกมาพร้อมไม้กวาดทางมะพร้าว ยื่นให้ชมพู่
“สำหรับวันนี้หน้าที่ทำความสะอาดหน้าบ้าน จะเป็นเวรเป็นกรรมของเธอ”
ดวงเดือนตีเลม่อนเบาๆ เลม่อนเลยแก้ “เป็นเวรเฉยๆ ก็ได้ค่ะ”
“นอกจากเป็นการช่วยดูแลบ้านแล้ว ยังถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีด้วย ฝากป้านุ้ยช่วยดูด้วยนะจ๊ะ”
ดวงเดือน และเลม่อนเดินกลับเข้าบ้านไป ชมพู่ฮึด เริ่มลงมือเก็บกวาดอย่างชำนาญ

ใช้เวลานานพอสวมควร ชมพู่กวาดใบไม้มากองรวมไว้เสร็จเรียบร้อย เทพีเมืองเพชร ลงนั่งปาดเหงื่อพักเหนื่อย
“เฮ้อ กว่าจะเสร็จ”
มีเสียงเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์ดังมาแต่ไกล ชมพู่มองหาต้นตอของเสียง
เสียงนั้นดังมาจากถนนหน้าบ้าน เป็นผลงานของสาวสวย ปราง ในชุดหนังใส่หมวกกันน็อค มาดเท่ กำลังบิดมอเตอร์ไซค์ขี่มาทางบ้านดวงเดือน มีดอกแคซ้อนท้ายมาด้วย
ชมพู่เดินไปตรงประตูบ้านที่เปิดอยู่ เพื่อจะออกไปดูที่ถนน จู่ๆ เจอปรางขี่มอเตอร์ไซค์ตรงมาโดยเร็ว ชมพู่ตกใจรีบหลบแทบไม่ทัน
“เย้ย...”
ปรางขี่มาด้วยความเร็วสูง หักรถเลี้ยวเข้ามาในบ้าน เฉี่ยวเอากองใบไม้กระจายเกลื่อน
ชมพู่มองจ้องด้วยความโมโห เดินมาเอาเรื่องคนมอเตอร์ไซค์
“ขี่รถประสาอะไรหา มองไม่เห็นกองใบไม้รึไง”
ปรางถอดหมวกออกมา สยายผมยาวสลวย ชมพู่งง ปรางหันไปถามดอกแค
“เด็กนี่ใครอ่ะ”
“ไม่รู้สิ”
รุ้งลาวัลย์เดินออกมาพอดี
“อ้าว ปราง กลับมาแล้วเหรอ” รีบไหว้ดอกแค “เจ๊ดอกแค หวัดดี” แล้วหันมาเอ็ดชมพู่ “ยืนบื้อทำไม เจอรุ่นพี่ก็ไหว้ซะสิ”
ชมพู่ไหว้ “ขอโทษค่ะ หนูไม่รู้ว่าเป็นรุ่นพี่”
รุ้งลาวัลย์พูดลอยๆ “แอ๊บ”
ปรางลงมาจากมอเตอร์ไซค์ ถอดชุดหนังออก ซึ่งข้างในเป็นชุดสุดเซ็กซี่ เล่นเอาชมพู่ถึงกับอึ้ง อ้าปากค้าง
“มองไร” ปรางยังอินมาดห้าวอยู่
“มองอย่างนี้ คงอยากจะลองดีแน่เลยปราง” รุ้งลาวัลย์ยุส่ง
ปรางเดินเข้าไปหาชมพู่จะหาเรื่อง รุ้งลาวัลย์ยิ้มสะใจ แต่ดอกแคกลับเรียกปรางไว้
“นังปราง มาช่วยกันก่อน”
รุ้งลาวัลย์หงุดหงิด
“เจ้ ปรางมันกำลังจะสั่งสอนเด็กใหม่อยู่ เจ้จะเอาอะไร”
“นั่งเกร็งมานาน เข่ามันล็อค”
ปรางเดินเซ็งไปช่วยดอกแค
“เห็นใจคนเป็นเก๊าหน่อยได้ไหม”
รุ้งลาวัลย์บ่นงึมงำ “เพราะเก๊า หรือเพราะแก่”
“ไม่ได้แก่ย่ะ เค้าเรียกว่าประสบการณ์สูง”
“มานี่” ปรางขยับมาช่วยประคองดอกแค แล้วหันมาหาชมพู่ “เธอกับชั้น ไว้ค่อยมาต่อภาคสองนะ”
ปรางพาดอกแคเข้าไปในบ้าน รุ้งลาวัลย์มองชมพู่อย่างหมั่นไส้แล้วเดินตามเข้าบ้านไป ชมพู่เหนื่อยหน่าย ป้านุ้ยเดินออกมาพอดี
“อะไรเนี่ย กวาดตั้งนาน ยังไม่เสร็จอีก”
“ขอโทษค่ะ”
ชมพู่เซ็งหนักกว่าเดิม

ขจีนุชเดินเข้ามาในห้องทำงานพุฒิพัฒน์ มีอรเดินตามเข้ามารับรอง
“สวัสดีค่ะคุณขจีนุช มีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ”
ขจีนุชหันมาหา “อร เธออยู่ที่ช่องมานานเท่าไรละ”
“7 ปี ค่ะ”
“เธอรักช่องนี้ไหม”
“ค่ะ”
“เธอรู้ไหม ว่า Miss Perfect Thailand สำคัญกับช่องเรามากแค่ไหน”
“ค่ะ”
“แล้วรู้ไหม ว่ารายการเรียลลิตี้ที่เราตั้งใจจะมีในปีนี้ เป็นตัวกำหนดความสำเร็จของการประกวดเลยนะ”
อรรับว่า “ค่ะ” อีก
“ถ้ามันออกมาไม่ดี ช่องก็จะได้ผลประกอบการต่ำ เธออาจจะตกงานได้เลย”
ขจีนุชมองที่อร ซึ่งกำลังตกอยู่ในความงุนงง
“ฉะนั้นเพื่องานที่ดี ฉันเลยต้องขอดู โปรเจกต์เรียลลิตี้ที่ทีมของพุฒิเตรียมมาหน่อย”
อรรีบตอบทันที “ไม่ได้ค่ะ คุณพุฒิไม่อนุญาต”
“ฉันเป็นแม่เขา”
“ถ้าคุณพุฒิรู้ คุณพุฒิต้องไล่ดิฉันออกแน่ๆ เลยค่ะ”
“แต่ถ้าเธอไม่ให้ ฉันนี่แหละ จะไล่เธอออก”

ขจีนุชขู่อรด้วยสายตาอันทรงอำนาจ จนอรต้องรีบหลบตา

อ่านต่อหน้า 2




มงกุฎริษยา ตอนที่ 6 (ต่อ)

หลังจากทำความสะอาดเสร็จ ชมพู่เดินปาดเหงื่อเข้ามาในโถงบ้าน เจอดวงเดือนเดินเข้ามาหา

“ทำไมช้าอย่างนี้ล่ะ นี่ถึงเวลาฝึกแล้วนะ”
“ฝึกอะไรคะ”
ดวงเดือนถอนหายใจ แล้วลากชมพู่เข้าไปด้านใน

เสียงเพลงชวนฮึกเหิมจังหวะแดนซ์สะบัด เพลงฮิตเพลงดังของค่ายอาร์สยาม ดังกระหึ่มขึ้นในห้องซ้อมเต้น ขณะดวงเดือนพาชมพู่ในชุดออกกำลังกายเข้ามาในห้อง ซึ่งในนั้นมีรุ้งลาวัลย์ ปราง ดอกแค จอย กำลังซ้อมเต้นลืมตายกันอยู่ แต่ละนางใส่ชุดเต้นเซ็กซี่ มีเลม่อนนำเต้นอยู่ข้างหน้าในชุดแอโรบิกสีสดใส
“ทำอะไรกันคะ” ชมพู่มองฉงน
“เป็นนางงาม ต้องรู้จักจับจังหวะในการเคลื่อนไหว”
ดวงเดือนผลักชมพู่เข้าไปเต้น

เลม่อนหันหลังให้ทุกคน ปากร้องให้จังหวะเสียงดัง
“พร้อม 5-6-7-8”
เลม่อนโชว์สเตปเทพระดับแอดวานซ์ 1 ชุด ชมพู่มองตาค้าง หันไปมองรอบๆ ตัว เห็นทุกคนสามารถเต้นตามได้ ชมพู่พยายามเต้นตาม แต่ไม่ค่อยทัน
ชมพู่เต้นเก้ๆกังๆ ไปชนปราง ชมพู่รีบไหว้ แล้วพยายามเต้นต่อ
รุ้งลาวัลย์เต้นไป ก็คอยยื่นแขนตวัดใส่หน้าชมพู่ไป ชมพู่ต้องคอยหลบ
ดอกแคเต้นไปแล้วรู้สึกปวดเข่า แต่ก็พยายามเต้นต่อ ถึงท่อนที่ต้องหมุน ชมพู่หมุนแล้วเซไปโดนดอกแคนิดหน่อย แต่ดอกแคกำลังงอเข่าขึ้นมาจับเพราะเจ็บพอดี ดอกแคจึงเซล้มทับจอย จอยล้มทับรุ้งลาวัลย์ รุ้งลาวัลย์ทับปราง ปรางทับเลม่อน เหลือชมพู่ยืนอยู่คนเดียว ชมพู่รีบไหว้ รุ้งลาวัลย์ ปราง ดอกแค มองด้วยความโมโห

คอร์สนางงามบทถัดมา ดวงเดือนเดินเข้ามาในห้องซ้อมนุ่งโจงกระเบน ในชุดรำ
“เป็นนางงาม ต้องมีความอ่อนโยน อ่อนช้อย”
ชมพู่ รุ้งลาวัลย์ จอย ปราง ดอกแค อยู่ในชุดซ้อมรำ ทุกคนดูดวงเดือนดัดนิ้วตัวเอง
ดวงเดือน ดัดนิ้วได้อ่อนช้อยมาก
ปราง กับรุ้งลาวัลย์มองหน้ากัน สองคนจับมือชมพู่ดัดคนละข้าง ชมพู่อดทนด้วยความเจ็บปวด
ทุกคนตั้งวงรำได้มาตรฐาน ดวงเดือนถือไม้เดินคุม คอยตีคนที่ยังตั้งท่าไม่สวย รุ้งลาวัลย์แกล้งกระทืบเท้าชมพู่ แต่ชมพู่ชักเท้าหนีทำให้เสียท่า ดวงเดือนหันมาตีชมพู่ซ้ำ รุ้งลาวัลย์สะใจแอบขำเลยโดนดวงเดือนตีอีกคน สาวเจ้าได้แต่ค้อนควัก กระฟัดกระเฟียดใส่ไปมา
ดวงเดือนรำให้ดูอย่างสวยงามชดช้อย จากนั้นให้ทุกคนรำตาม โดยระหว่างนี้ดวงเดือนลอบมองชมพู่เห็นรำแข็งๆ แต่ก็มีความตั้งใจ ก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ

ต่อมาทุกคนอยู่ใส่ชุดลำลองสบายๆ แต่ใส่รองเท้าส้นสูงกันทุกนาง ดวงเดือนใส่ส้นสูงเยื้องกรายเข้ามายืนต่อหน้าทุกคนอย่างงามสง่า
“เป็นนางงาม ต้องมีความสง่า ท่วงท่างามระหง”
เลม่อนใส่ส้นสูงเดินโชว์ให้สาวๆ ดู ทุกคนเดินตามเลม่อน ไปรอบๆ ห้องอย่างช้าๆ
รุ้งลาวัลย์กระซิบถามปราง
“จัดการส้นรองเท้ามันหรือยัง”
“คู่ที่เบอร์ใหญ่สุดใช่ไหม จัดการแล้วเรียบร้อย” ปรางกระซิบบอก
เลม่อนได้ยินเสียงคนคุยกันก็ส่งเสียงเอ็ดเอา
“อ้าว อย่าเม้าท์กันๆ ทีนี้เร่งสปีดขึ้นมาอีก 1 ระดับ”
เลม่อนปรบมือ 1 ที แล้วเริ่มก้าวเร็ว แต่พอก้าวที่สอง เลม่อนก็ล้มลงไปกองกับพื้น ทุกคนอุทานด้วยความตกใจ
“พี่เลม่อน”
เลม่อนร่วงลงไปกองกับพื้น ชูรองเท้าส้นสูงที่บัดนี้ส้นหักขึ้นมา ถามเสียงขุ่น
“ใครทำส้นสูงฉันพัง”
รุ้งลาวัลย์เหลียวไปมองปรางเป็นเชิงถาม
ปรางหน้าเสียกระซิบบอกว่า “อ้าว ก็รองเท้าเบอร์ใหญ่สุด...”

ทุกคนรวมตัวกันอยู่ภายในห้องซ้อม นั่งฟังดวงเดือนคอมเม้นท์และสรุปการฝึกวันนี้อยู่หน้าห้อง
“เอาล่ะ ทุกคน ปรบมือให้น้องใหม่หน่อยเร็ว”
จอยปรบมือให้ชมพู่รัวๆ แต่พอเห็นคนอื่นตบเปาะแปะๆ จอยจึงค่อยๆ ตบเบาลง
“ชมพู่จ๊ะ ที่ป้าให้ทุกคนปรบมือให้นี่ไม่ใช่ว่าเธอทำดีนะ แต่สำหรับวันแรกก็ถือดีมากแล้ว ขอให้พยายามขึ้นเรื่อยๆ แล้วกัน ส่วนคนอื่นมีอะไรก็คอยแนะนำชมพู่เขาด้วย เลิกได้จ้ะ”
รอจนทุกคนเดินออกไป ชมพู่จึงเดินเข้าไปหาดวงเดือน
“ป้าคะ หนูขอปรึกษาอะไรหน่อยสิคะ”
“อะไร อย่าบอกนะว่าแค่วันแรกก็ถอดใจซะแล้ว” ดวงเดือนเย้า
“ไม่ใช่ค่ะ คือหนูจะขออนุญาตไปทำงาน”
ดวงเดือนฉงน “ทำงาน งานอะไร”
“เอ่อ ยังไม่รู้ค่ะ คือหนูกำลังอยากจะหาเงินส่งให้ที่บ้านน่ะค่ะ”
“ไม่ได้ ช่วงนี้เธอต้องมีสมาธิกับการฝึก เธอควรจะรู้นะว่าตอนนี้อะไรสำคัญที่สุด”
ดวงเดือนเสียงเข้มใส่ ชมพู่จ๋อยสนิท
“ค่ะ”
ดวงเดือนเดินออกไป ชมพู่หนักใจ

เย็นแล้ว ขณะเปรมจิตนั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น ส่วนคิตตี้นั่งพอกหน้า ตะไบเล็บไปด้วย แพรวแพรเดินเข้ามานั่งด้วย
“ได้ข่าวว่าเจ๊ มีเด็กจะดันให้คุณหญิงพิจิตราแล้วเหรอคะ”
“ดันเดินอะไร ฉันยุติธรรมเท่าเทียมกันอยู่แล้ว”
“ค่ะ เจ๊น่ะยุติธรรมอยู่แล้วล่ะ แต่แหม...เด็กบ้านเปรมจิตจะได้ขึ้นปก The Beauty ทั้งที ก็ต้องได้คนที่สวยที่สุด ไว้เป็นหน้าเป็นตาของค่ายเลยนะ”
คิตตี้มองหมั่นไส้ “คุณแพรวแพรขา แกน่ะได้ขึ้นปกไปละ จะไม่ให้โอกาสคนอื่นเขาบ้างเลยเหรอ”
แพรวแพรออกตัว “แพรวไม่ได้จะเสนอตัวเองค่ะพี่คิตตี้ แพรวมาช่วยออกความเห็นเฉยๆ”
คิตตี้มองเหล่ “ความเห็นอะไรยะ”
“เจ๊ลองคิดถึงฟ้าบ้างหรือเปล่าคะ”
“ฟ้าเนี่ยนะ”
แพรวแพรพยักหน้ายิ้มๆ

อีกฟาก ชมพู่ ตามจอยมาจ่ายตลาดแถวบ้าน เวลานี้สองสาวกำลังจะกลับบ้าน จอยกินลูกชิ้นไปคุยไปด้วย
“ไม่หิวเหรอพู่ ไม่เห็นซื้ออะไรกินเลย”
“อืม” จริงๆ แล้วชมพู่หิว แต่ไม่อยากใช้ตังค์
จอยยื่นมาให้ไม้หนึ่ง
“อ่ะ เราให้”
“เราไม่หิวจริงๆ จอย”
“ช่วยเรากินหน่อย เรากินไม่หมด”
“ขอบคุณนะ”
“ป้าไม่ให้ไปทำงานข้างนอกใช่ไหม”
“อืม แต่เราต้องการเงินจริงๆ นะ”
“แล้วพู่จะทำไงได้ล่ะ”
“ยังคิดไม่ออกเลย”
ระหว่างนี้ชมพู่เหลือบไปเห็นป้ายประกาศรับสมัครพนักงานเสิร์ฟร้านข้าวขาหมูพอดี ชมพู่ถึงกับตาวาว
จอยมองตาม นึกสงสาร แต่อดกังวลแทนชมพู่ไม่ได้ “สู้ๆ นะพู่”
ชมพู่จ้องที่ป้ายอย่างมีหวัง

ทางด้านแพรวแพรลากฟ้ามาคุยในห้องสองต่อสอง จัดการตามแผน
“มีอะไรเหรอคะพี่แพรว”
“เมื่อกี้พี่เข้าไปคุยกับเจ๊มาเรื่องคัดเลือกพรุ่งนี้”
“เจ๊จะดันดาวใช่ไหมคะ ฟ้ารู้แล้วค่ะ เลยไม่ได้หวังอะไรแล้ว”
“เหรอ แต่พี่ได้ยินมาว่า เจ๊จะดันฟ้าต่างหากล่ะ”
“อะไรนะคะ” ฟ้าแทบไม่เชื่อหู แต่ก็ดีใจ “จริงเหรอคะ”
“พี่ได้ยินจากปากเจ๊เองเลยล่ะ เรื่องความมั่นใจฟ้าอาจจะยังสู้ดาวไม่ได้ แต่การเป็นนางแบบขึ้นปก The Beauty ความสวยคมของฟ้า ชนะดาวขาดลอย”
“ขอบคุณมากค่ะพี่แพรว”
“เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้ ก็วางใจได้เลย ฟ้าได้รับเลือกอยู่แล้วล่ะ”
ฟ้าดีใจ และดูมั่นใจในตัวเองขึ้นมาก

เช้าวันรุ่งขึ้น บรรดาสาวๆ อันมี ดาว ฟ้า ลีน่า นรี สุนทรีย์ ยืนเตรียมความพร้อม เพื่อจะทดสอบ ทุกคนนุ่งซิ่นกับเสื้อยืด ใส่ส้นสูงทุกนาง คิตตี้เดินตรวจตราความเรียบร้อยของซิ่น
ฟ้าดูสดใส มั่นใจ ยิ้มตลอดเวลา ดาวสังเกตเห็นว่าฟ้ามีความสุขก็พลอยดีใจ
“วันนี้แกดูอารมณ์ดีนะ”
ฟ้ายิ้มชื่น “อื้ม”
“หายโกรธฉันแล้วใช่ไหม”
“เรามาที่นี่เพื่อทำงาน ฉันไม่มาใส่อารมณ์กับเรื่องไม่เป็นเรื่องหรอก”
ฟ้ายิ้มให้ดาว แต่ดาวกลับรู้สึกแปลกๆ ว่าฟ้าดูเปลี่ยนไป เปรมจิตเดินเข้ามาพร้อมพิจิตรา
“ทุกคนจ๊ะ นี่คุณหญิงพิจิตราจ้ะ”
สาวๆ ทุกคนไหว้พิจิตรา
“สวัสดีค่ะ วันนี้ก็ขอให้ทุกคน แสดงฝีมือกันอย่างเต็มที่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ชุดไทยประยุกต์นะจ๊ะ ถ้าพร้อมแล้ว เชิญค่ะ” เปรมจิต ขยับไปยืนมุมหนึ่ง
ขณะสาวๆ เดินเข้าไปยืนแถวเรียงหน้ากระดานอยู่ข้างหลัง เตรียมเทสต์ ดนัยก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาคิตตี้
“ขอโทษทีครับ ยังไม่ได้เริ่มกันใช่ไหมครับ”
“ก็รอกล้องอยู่นี่ไง แล้วคุณชัชล่ะ”
“ไอ้ชัชติดประชุมน่ะครับ” ดนัยบอก
คิตตี้หงุดหงิด “โธ่เอ้ย ทำไมคนหล่อต้องไม่มาด้วยเนี่ย รมณ์เสีย”
ดนัยอึ้ง “อ้าว แล้วผม”
คิตตี้ไม่สนหันไปหาสาวๆ
“เอ้า สาวๆ เริ่มกันเลยจ้ะ”

เปรมจิต พิจิตรา แพรวแพร คิตตี้ นั่งเป็นกรรมการอยู่ในห้องโถง
ลีน่า เดินมาเป็นคนแรกด้วยความมั่นใจ โพสท่าอย่างโฉบเฉี่ยว
ระหว่างที่ดนัยถ่ายกล้องใหญ่ เขาก็ยังแอบเอามือถือตัวเองมาถ่ายเก็บไว้อีกด้วย
คนที่สองเป็น นรี ออกมาโพสด้วยความสดใจมากจนเกินไป ไม่เข้ากับชุดไทย ต่อด้วยสุนทรีย์เดินช้าเนิบ เหมือนสเต๊ปนางงามภูธร โพสท่าถ่ายรูปก็แข็งโป๊ก คนต่อไปเป็นฟ้าซึ่งเดินออกมาอย่างสวยงาม เรียบร้อยสมเป็นกุลสตรี
แพรวแพรกระซิบกับเปรมจิตเป็นเชิงถาม เปรมจิตพยักหน้าเห็นด้วย เปรมจิตกระซิบพิจิตรา คุณหญิงเพียงพยักหน้านิ่งๆ
คนสุดท้ายเป็นดาวเดินออกมาอย่างมั่นใจเหมือนนางแบบมืออาชีพ ยิ้มบางๆ ดูมีเสน่ห์ โพสท่าถ่ายรูปเรียบ เท่ ดูภูมิฐาน เปรมจิตยิ้มพอใจ คิตตี้ก็เห็นแวว
ฟ้าเห็นเปรมจิตมองดาว ก็แอบหวั่นใจ แต่ก็ยิ้มสู้ พอมองไปที่พิจิตรา เห็นคุณหญิงทำหน้านิ่งๆ ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
ดนัยถ่ายรูปดาวเก็บไว้รัวๆ สุดท้ายทุกคนออกมายืนเรียงหน้ากระดานโพสสวยท่าใครท่ามัน

สาวงามทุกคนนั่งฟังผลการตัดสิน
“และผลก็ออกมาแล้ว ผู้ที่ได้ขึ้นปก The Beauty ก็คือ...”
ทุกคนลุ้น เปรมจิตยิ้มเล่นมุก “เจ๊ยังไม่บอกหรอก”
ทุกคนร้อง “อ้าว”
“เก็บเป็นเซอร์ไพรส์จ้ะ” เปรมจิตหันมาไหว้พิจิตรา “สำหรับวันนี้ก็ต้องขอขอบคุณคุณหญิงมากนะคะ ที่ให้เกียรติมาคัดเลือกเด็กของเปรมจิตถึงที่นี่”
“หวังว่าเราจะได้เจอกันที่เวที Miss Perfect Thailand อีกนะจ๊ะ”
สาวๆ ทุกคนไหว้ลานอบน้อม พิจิตราเดินออกไป สุนทรีย์ท้วงขึ้นทันที
“เจ๊บอกผลเลยไม่ได้เหรอค้า”
“ขืนบอกไป พวกแกก็ไปทะเลาะกันต่อน่ะสิ เจ๊จะประกาศเย็นนี้ ระหว่างนี้ก็ไปฝึกโพสท่าหน้ากระจกกันต่อละกัน”

อีกฟากหนึ่ง บอร์ดกรรมการทยอยเดินเข้ามานั่งในที่ทางของตนในห้องประชุมช่องอินฟินิตี้
พุฒิพัฒน์กำลังจะเข้าห้องประชุม เจอชัชชนม์ที่หน้าห้อง สองหนุ่มประจันหน้ากันอีกครั้ง พุฒิพัฒน์มองกวนตีนท้าทาย
ขจีขุชเดินเข้ามาทางด้านหลังชัชชนม์ เห็นทั้งสองมองหน้าเขม่นกันอยู่ ไม่อยากให้มีเรื่องให้เป็นขี้ปากบอร์ดกรรมการ จึงกระแอมกระไอปรามในที พุฒิพัฒน์ฮึดฮัดใส่มารดา เข้าไปในห้องประชุมอย่างไม่พอใจ

ขจีนุช และ ชัชชนม์เดินตามเข้าห้องประชุมไปไล่ๆ กัน

อ่านต่อหน้า 3




มงกุฎริษยา ตอนที่ 6 (ต่อ)

คณะกรรมการนั่งประจำที่ พุฒิพัฒน์นั่งที่หัวโต๊ะ ขจีนุชเดินไปยังที่นั่งตัวเอง แต่ยังไม่ทันจะได้นั่ง สายตาเห็นว่าไม่มีเก้าอี้เหลือให้ชัชชนม์เลยสักตัว พอชัชชนม์เข้ามาในห้องประชุม ก็พบว่าเก้าอี้เต็มทุกตัวแล้ว

ขจีนุชหันไปตำหนิอร
“อร ทำไมเก้าอี้มีแค่นี้ แล้วเก้าอี้ของคุณชัชชนม์ล่ะ”
“ขอโทษครับ ผมสั่งให้เขาเตรียมเก้าอี้ไว้ให้เฉพาะคนในบริษัท”
พุฒิพัฒน์ตอบ และมองอย่างสะใจ ที่เห็นชัชชนม์ไม่มีที่นั่ง
“อร ไปเอาเก้าอี้เข้ามาเพิ่มให้ฉันหน่อย”
พุฒิพัฒน์ขัดขึ้นอีก “ขอโทษนะครับ อรต้องอยู่จดการประชุม”
“งั้นก็อย่าเพิ่งประชุมสิ”
พุฒิพัฒน์ฉุน ลุกขึ้น
“ผมไม่ยอมให้ทุกคนต้องมาเสียเวลา เพราะเก้าอี้ของคนๆ เดียวหรอกนะครับ”
ชัชชนม์ตัดบท “ผมออกไปเอาเองครับ”
ขจีนุชสวนขึ้น “ไม่ต้อง เธอเป็นแขกของที่นี่ ไม่ใช่หน้าที่ที่เธอต้องทำเอง”
พุฒิพัฒน์พาล “เพราะชัชชนม์เป็นแขก หรือเพราะเป็นลูกชายคุณขจีนุชกันแน่ครับ”
ชัชชนม์จ้องหน้าพุฒิพัฒน์เขม็ง อีกฝ่ายสู้ตา
พวกกรรมการมองหน้ากันท่าทีกระอึกกระอักทั้งแถบ
ขจีนุชโกรธมาก “พุฒิ”
ชัชชนม์เอ่ยขึ้น “ผมนึกว่าคุณจะเป็นมืออาชีพมากพอ ที่จะไม่เอาเรื่องส่วนตัว มาปนกับเรื่องงานนะครับ”
พุฒิพัฒน์ปรายตามองขจีนุช “แต่อย่าลืมนะครับ การที่คุณได้มายืนอยู่ที่นี่ตอนนี้ ก็เพราะเหตุผลส่วนตัวเหมือนกัน”
ชัชชนม์เดินไปที่ท้ายโต๊ะ หยิบโน้ตบุ๊คออกมา จะเริ่มพรีเซนต์
“งั้นก็ดูพรีเซนต์ของผมเลยละกัน จะได้รู้ว่าผมได้งานนี้มาเพราะเหตุผลส่วนตัว หรือเพราะฝีมือ”
“ดูแน่ แต่หลังจากที่ผมพรีเซนต์เสร็จก่อน ขอเชิญทุกท่านชมรูปแบบรายการเรียลลิตี้ Miss Perfect Thailand ที่จัดทำโดยทีมของช่อง อินฟินิตี้ ครับ” พุฒิพัฒน์หันไปทางอร “อร เปิดพรีเซนต์”
ขจีนุชมองไปที่อรซึ่งจำใจเปิดพรีเซนต์ขึ้นมาอย่างอึดอัด
ดนตรีดังกระหึ่มขึ้น ภาพบนจอปรากฎรูปโลโก้ Miss Perfect Thailand มีเสียงบรรยายประกอบว่า “และแล้วภาพลักษณ์ของเวที Miss Perfect Thailand ในปีนี้ ก็กำลังจะเปลี่ยนไป ขอเชิญทุกท่านพบกับรายการ...”
หลังจากนั้นภาพถูกตัดเป็นสีฟ้าทันที อรพยายามคลิกแก้ไขภาพแต่ไม่หาย
“เอ่อ ไฟล์มีปัญหาค่ะคุณพุฒิ”
“ว่าไงนะ”
พุฒิพัฒน์เข้ามาดูที่จอใกล้ๆ
“มีใครเข้ามายุ่งกับไฟล์นี้หรือเปล่า ทำไมมันเหลือแค่นี้ล่ะ อร มีไฟล์เก็บที่อื่นอีกรึเปล่า”
“มีอยู่ที่ทีมงานค่ะ แต่ตอนนี้ทีมงานออกกองอยู่ต่างจังหวัดค่ะ” อรบอก
ขจีนุชขัดขึ้น “งั้นระหว่างนี้ เรามาดูงานของคุณชัชชนม์กันก่อนดีกว่านะคะ”
พุฒิพัฒน์มองหน้าขจีนุชที และเห็นอรก้มหน้าก้มตามีพิรุธเต็มที่ ขจีนุชมองลูกชายอย่างรู้สึกผิด เพราะเป็นคนตัดไฟล์ภาพพรีเซนต์ออกเอง
พุฒิพัฒน์ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหัวเสีย

ที่บ้านเปรมจิตในตอนนั้น เปรมจิต คิตตี้ ยืนรอรถตู้อยู่ที่โถงทางเดิน เตรียมจะออกไปนอกบ้าน แพรวแพรเดินนำฟ้าเข้ามาหาเปรมจิต
“เรียกหนูมา มีอะไรเหรอคะเจ๊”
“แพรวแพรบอกอะไรกับหนูบ้างแล้วใช่ไหม”
แพรวแพรตอบแทนว่า “บอกแล้วค่ะ”
“ดี ก็เป็นตามที่แพรวแพรบอกไปนั่นแหละ”
ฟ้าดีใจ “นี่แปลว่าฟ้าจะได้...”
แพรวแพรรีบชิงพูดแทรกขึ้นมาว่า “ได้ไปเยือนกองถ่าย The Beauty แน่นอนจ้ะ”
เปรมจิตกำชับ “รู้แล้วอย่าเพิ่งไปบอกใครนะ”
คิตตี้สั่ง “แพรวแพร สอนหนูฟ้าเค้านุ่งซิ่นด้วยนะ”
ฟ้าคิดเตลิด ดีใจมาก ไหว้ขอบคุณเปรมจิตใหญ่
“ขอบคุณนะคะเจ๊ ฟ้าจะตั้งใจ ไม่ให้เจ๊ผิดหวังเลยค่ะ”
“นี่ดีใจเหมือนได้บ้านเลยนะ” คิตตี้เย้า
เปรมจิตยิ้มรับ แล้วเดินออกไปกับคิตตี้
พอเห็นดาวเดินมาในชุดออกไปข้างนอก ฟ้าดีใจจะรีบบอกข่าวดีกับเพื่อน
“ดาว...”
แพรวแพรจับแขนฟ้าไว้ ส่งซิกว่าอย่าเพิ่งบอก แล้วถามดาวว่า
“ดาวแต่งตัวจะไปไหนเหรอ”
“อยู่ดีๆ เจ๊ก็เรียกให้ไปซื้อของด้วย”
“คงจะซื้อของสำหรับงานวันพรุ่งนี้มั้ง”
“ไปก่อนนะฟ้า”
ดาวเดินออกไป ฟ้าหันมายิ้มดีใจกับแพรวแพร
แพรวแพรมองไปทางดาวแล้วยิ้มเยาะ

ชัชชนม์พรีเซนต์งานอยู่ภายในห้องประชุมช่องอินฟินิตี้ โดยบนจอโปรเจ็คเตอร์ งาน presentation ของชัชชนม์จบลงด้วยโลโก้ Miss Perfect Thailand
“จบการนำเสนอเพียงเท่านี้ครับ”
กรรมการแต่ละคนยังคงนิ่ง ชัชชนม์มองทุกคนด้วยท่าทีลุ้นระทึก พุฒิพัฒน์หัวเสียเมื่อมองเห็นปฏิกิริยาของกรรมการแต่ละคน
กรรมการ 1 บอกขึ้นเป็นคนแรก ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “เป็นรูปแบบรายการที่ใหม่อยู่นะ อืม ผมชอบครับ”
กรรมการ 2 บอกต่อว่า “ผมก็ชอบครับ”
“ผมก็ว่าดี”
กรรมการ 3 ปิดท้ายแล้วเริ่มปรบมือยินดีนำ กรรมการที่เหลือปรบมือตามเสียงดังกราวใหญ่ ชัชชนม์ยิ้มดีใจ
“งั้นคงได้ข้อสรุปละนะคะ” ขจีนุชว่ายิ้มๆ
พุฒิพัฒน์ไม่ยอม “ยังครับ รอผมกู้ไฟล์ให้สำเร็จก่อน แล้วค่อยสรุป”
อรเดินเข้ามาในห้องประชุมพอดี พุฒิพัฒน์หันไปถาม
“ว่าไงอร กู้ไฟล์ได้ไหม”
“ฝ่ายไอทีบอกว่าน่าจะได้พรุ่งนี้ค่ะ” อรบอก
“พรุ่งนี้เรามีนัดกับสปอนเซอร์ เพื่อเสนอรูปแบบรายการแล้ว ถ้าให้รออีกคงไม่ทัน ถ้ากรรมการทุกท่านพอใจกับงานของคุณชัชชนม์แล้ว ดิฉันก็ขอสรุปเลยละกันนะคะ”
ขจีนุชเดินเข้าไปหาชัชชนม์ เยื้อนยิ้มยินดี
“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันค่ะ คุณชัชชนม์”
กรรมการทุกคนปรบมือยินดีกับชัชชนม์
พุฒิพัฒน์เดินหุนหันออกจากห้องประชุมไปท่ามกลางสียงปรบมือนั้น

ทางด้านชมพู่เดินมาหยุดที่หน้าร้านข้าวขาหมู จ้องป้ายประกาศรับสมัครอย่างมาดหมาย

ไม่นานหลังจากนั้น เฮียเจ้าของร้านสับขาหมู แล้วแปะหมูลงจานตะโกนเรียกพนักงาน
“เสิร์ฟโต๊ะ 2”
“จ้า”
เป็นชมพู่ที่ใส่ผ้ากันเปื้อน ออกมารับจานข้าวมาเสิร์ฟ
ชมพู่เดินเสิร์ฟอยู่คนเดียวหลายเที่ยว ยิ่งสายใกล้เที่ยงคนยิ่งเยอะขึ้น ชมพู่ต้องเสิร์ฟทีละหลายจาน เหนื่อยแต่ก็ยิ้มได้ ยิ่งทำยิ่งคล่อง จดรับออเดอร์อย่างรวดเร็ว แม้จะถือมาเสิร์ฟหลายจาน แต่ก็สามารถหลบหลีกลูกค้าที่เดินเข้ามาได้อย่างคล่องแคล่ว
ผ่านไปครู่ใหญ่ ชมพู่หมดแรงมานั่งพักกินน้ำ
ไม่ทันไรเสียงเฮียก็ตะโกนมาเรียกอีก “รับออเดอร์โต๊ะ 5”
“จ้า” ชมพู่เดินมาที่โต๊ะ 5 เตรียมจด “รับอะไรดีคะ”
ลูกค้าโต๊ะนี้คือเลม่อน สองคนมองหน้ากันอึ้งๆ

ไม่นานถัดมา เลม่อนฉุด ลากชมพู่กลับเข้าบ้านป้าดวงเดือน และพาตัวมาที่ห้องรับแขก
“โอ๊ย พี่เลม่อน เบาๆ ช้ำหมดแล้ว” ชมพู่ร้องโอดโอย
“ทีอย่างนี้ทำห่วงสวย แล้วที่ไปทำงานล่ะ ไม่ห่วงบ้างหรือไง”
ดวงเดือนเดินเข้ามากับนุ้ย
“มีเรื่องอะไรกัน”
“ม่อนไปเจอยัยชมพู่ที่ร้านข้าวขาหมูค่ะ”
“คากิหรือหมูกรอบล่ะ ป้าเห็นมาเยอะแล้วสาวๆ พวกนี้อดใจไม่อยู่ต้องแอบไปกินข้างนอกประจำ” นุ้ยว่า
“มันไปเป็นเด็กเสิร์ฟค่ะ” เลม่อนฟ้อง
ดวงเดือนร้อง “หา”
“อ้าว ไปทำอีท่าไหน ถึงอยากไปเป็นเด็กเสิร์ฟละเนี่ย” นุ้ยงง
“หนูต้องส่งเงินไปเป็นค่ายาของพ่อแล้วน่ะค่ะ หนูเลย...”
ดวงเดือนพูดแทรกขึ้น “ป้าเคยห้ามแล้วใช่มั้ย ทำไมไม่เชื่อฟังกันบ้าง”
“ทำไมล่ะคะ อยู่บ้านนอกหนูก็เคยทำนะคะ หนูไม่อายหรอกค่ะ”
“ชมพู่จำไว้นะ เรากำลังจะประกวด Miss Perfect Thailand จะให้ใครเห็นไม่ได้ว่าเรารับจ้างทำงานแบบนั้น แล้วเรื่องที่บ้านนอก ไม่ต้องพูดถึงบ่อยก็ได้”
“แต่ว่าเงิน...”
“เดี๋ยวป้าหางานที่เหมาะสมให้เราเอง ไปทำงานแบบนั้น เสียชื่อเด็กค่ายป้าดวงเดือนหมด”

ดวงเดือน กับ เลม่อน เดินออกไป ชมพู่เครียดหนัก




มงกุฎริษยา ตอนที่ 6 (ต่อ)

ทางฝ่ายพุฒิพัฒน์ขับรถมาตามทางด้วยความหงุดหงิด ขณะจอดติดไฟแดงเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เลื่อนชื่อไปที่ “บ้านคุณดวงเดือน” ทำท่าจะกดโทร.หา แต่สุดท้ายก็วางมือถือลง

ฟ้าใช้โทรศัพท์บ้านเปรมจิต โทร.หาแม่ที่เพชรบุรี
“แม่จ๋า ฟ้าเองนะ”
ลำไยขายของอยู่ที่ตลาด ร้องเสียงดังลั่น “อีฟ้า โทร.มาขอตังล่ะสิท่า กูบอกแล้วน้ำหน้ายังมึงไปไหนไม่รอดหรอก”
“แม่ฟังก่อน ฟ้าไม่ได้โทรมาขอตัง ฟ้าจะบอกข่าวดีแม่”
“ข่าวดีอะไร ได้ผัวรวยเหรอ”
“ฟ้าจะได้เป็นนางแบบขึ้นปก The Beauty แล้วแม่”
“อะไรนะ เป็นนางแบบขึ้นปกหนังสือ”
อิ่มและพวกแม่ค้าพ่อขายในตลาดได้ยินก็สนใจ
“ใช่จ้ะ The Beauty ที่มีแต่นางงามตัวเต็งได้ลงปกไงจ๊ะ ฟ้าเข้าใกล้ความหวังของแม่แล้วนะ”
“เอ้อ... ให้มันได้อย่างนี้สิอีฟ้า กูบอกแล้วว่ามึงมันสวยเหมือนกูนั่นแหละ” ลำไยหันไปคุยให้คนในตลาดฟัง “นี่ อีฟ้ามันจะได้ขึ้นปกหนังสือแล้วนะโว้ย อย่าลืมซื้อกันนะ”
ฟ้าห้ามไม่ทัน “แม่ อย่าเพิ่งไปบอกใครเค้าสิ”
มีเสียงคิตตี้ตะโกนเรียกฟ้าจากข้างล่าง
“ฟ้า ฟ้า ลงมาข้างล่างเร็ว”
“แม่ ฟ้าต้องวางแล้วละ ฟ้าจะทำให้เต็มที่ เพื่อแม่นะจ๊ะ”
ฟ้ายิ้มสุขใจ รีบวางโทรศัพท์ แล้วลงไปข้างล่าง

เมื่อลงมาในห้องโถงข้างล่าง ฟ้าแปลกใจที่เห็นพวกนรี สุนทรีย์ คิตตี้ แพรวแพร กำลังรุมล้อมดูบางอย่างอยู่ โดยมีลีน่ายืนเซ็งอยู่ห่างๆ
“ทำอะไรกันอยู่เหรอคะ”
ฟ้ายิ่งงงมากขึ้นเมื่อเห็นดาวในชุดไทยประยุกต์ แต่งหน้าสวยงามยืนอยู่ เปรมจิตเดินเข้ามา
“อ้าว ดีใจกับเพื่อนหรือยังล่ะฟ้า”
“ดาวจะได้ขึ้นปก The Beauty ด้วยนะ” คิตตี้พยักพเยิด
“จริงเหรอดาว”
ดาวมองมายังฟ้าพยักหน้ารับ ไม่กล้าแสดงความดีใจอะไรมาก
ฟ้าหันมาถามเปรมจิต “แล้วที่ให้ฟ้าฝึกนุ่งซิ่น”
“ฟ้าจะได้ไปช่วยดาวเขาแต่งตัววันถ่ายไง”
ฟ้าอึ้งกับคำตอบ “ให้ฟ้าไปช่วยดาวแต่งตัว”
ทุกคนต่างมะรุมมะตุ้มดูดาวต่อ คิตตี้ชมดาวไม่หยุดปาก
“อะหยังมางามปะล้ำปะเหลือ งามขนาด งามจ๊าดนัก งามง่าว”
ฟ้าผิดหวังเป็นที่สุด รีบเดินก้มหน้าออกไป แพรวแพรมองตามฟ้าอย่างสะใจ สมใจ แล้วตามออกไป

ฟ้าหลบมานั่งร้องไห้อยู่คนเดียวที่สวนหลังบ้าน
“พี่ขอโทษนะฟ้า พี่ไม่รู้จริงๆ ว่าดาวเขาจะใช้วิธีสกปรกแบบนี้”
ฟ้างง “ดาวทำอะไรคะ”
“เอ่อ” แพรวแพรแสร้งทำเป็นอึดอัด ไม่อยากบอก
“พี่บอกฟ้ามาเถอะค่ะ”
“คือเจ๊บอกกับพี่เองเลยนะว่าจะเชียร์ฟ้าให้ได้ขึ้นปก แต่พอออกไปข้างนอกกับดาว กลับมาผลก็เปลี่ยนซะงั้น พี่อดคิดไม่ได้หรอก ว่าดาวน่ะหาทางพูดให้เจ๊เปลี่ยนใจ”
ฟ้าอึ้ง นิ่งงันไป หันหลังหนีโดยไว ไม่ให้แพรวแพรเห็นสีหน้าตัวเอง
“พี่รู้ว่าดาวเขาชอบเอาชนะ แต่ไม่นึกว่าจะกล้าทำกับเพื่อนสนิทอย่างฟ้าได้ลง”
ฟ้ายกมือขึ้นมาอุดหูโดยไม่รู้ตัว แพรวแพรยิ้มกริ่ม เข้าไปโอบไหล่ฟ้าถามเสียงอ่อนโยน
“ฟ้า โอเคไหม”
ฟ้าได้สติ เอามือแพรวแพรลง
“พี่คะ ฟ้าขออยู่คนเดียวนะคะ”
ฟ้าลุกเดินออกไป แพรวแพรทำหน้าชั่วยิ้มกระหยิ่ม จนมีเสียงลีน่าดังขึ้น
“นี่กลายมาเป็นพี่เลี้ยงยัยฟ้าแล้วเหรอ”
“ลีน่า”
ลีน่ามองคาดคั้น “มีแผนอะไรอีกล่ะ”
แพรวแพรยิ้มร้าย “แล้วเธอจะต้องขอบใจฉันทีหลัง”
“ยังไง”
“เพราะฉันพยายามกำจัดนังดาว คู่ปรับของเธออยู่น่ะสิ”
“โดยการมาโอ๋ยัยฟ้าเนี่ยนะ”
“แค่หาวิธีให้เพื่อนสนิทมันมาเป็นฝ่ายเราก็เท่านั้นเอง”
แพรวแพรเล่าให้ลีน่าฟังว่า ตนไปเสนอให้ฟ้าไปช่วยตอนถ่ายแบบกับเปรมจิตและคิตตี้
“แพรวไม่ได้จะเสนอตัวเองพี่คิตตี้ แพรวมาช่วยออกความเห็นเฉยๆ
“แล้วจะเสนอว่า”
“เจ๊ลองคิดถึงฟ้าบ้างหรือเปล่าคะ”
เปรมจิตงง “ฟ้าเนี่ยนะ”
แพรวแพรพยักหน้ายิ้มๆ
“หนูหมายถึงให้ฟ้าไปช่วยแต่งตัวตอนเค้าถ่ายแบบกันน่ะค่ะ นางแบบจากค่ายเราจะได้สวยกว่าค่ายอื่น”
“แล้วไป นึกว่าจะเชียร์ให้เลือกยัยฟ้าขึ้นปก หน้าหงิมๆอย่างนั้นไม่ขึ้นกล้องหรอก”
“หนูรู้หรอกน่า ยังไงเจ๊ก็เลือกดาวอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ”
เปรมจิตมองค้อน “แสนรู้นักนะ”
แพรวแพรยิ้มใสซื่อ
เล่าจบ แพรวแพรดึงตัวเองกลับมา
“ดูซิว่า ถ้าเพื่อนสนิทที่ไว้ใจที่สุด กลายเป็นศัตรูขึ้นมา นางจะเป็นยังไง”
ลีน่ากัด “ร้ายกว่าที่คิดนะ”
“ขอบคุณที่ชม”

ทางฝ่ายชมพู่ทำท่าทางลับๆ ล่อๆ ออกมาจากบ้านดวงเดือน รอจนแน่ใจว่าไม่มีคนเห็นแล้วจึงรีบปีนรั้วบ้าน
จู่ๆ มีเสียงร้องทักของพุฒิพัฒน์ ดังมาจากริมรั้วอีกฟาก “ทำอะไรอ่ะ”
“เย้ย”
ชมพู่ตกใจเสียหลักพลัดตกจากรั้ว ลงมาทับร่างพุฒิพัฒน์โครมใหญ่

สุดท้ายสองคนมานั่งคุยกันอยู่ตรงริมฟุตบาทเลยหน้าบ้านดวงเดือนมาหน่อย
“ทำไมชอบล้มทับฉันเรื่อยเลยเฮอะ” พุฒิพัฒน์กระเซ้า
“แล้วนายมาทำอะไรที่นี่”
“ก็แค่ผ่านมา”
“หน้าเครียด คิ้วขมวดเป็นโบว์เลย มีอะไรหรือเปล่า”
“มีปัญหาที่ทำงานนิดหน่อย แล้วนี่เธอกำลังจะไปไหนน่ะ”
“ไปหางานทำ”
“ทำไมไม่ออกประตูล่ะ”
“ก็ป้าดวงเดือนไม่ให้ฉันไปน่ะสิ บอกว่าถ้าเจองานที่เหมาะแล้วจะบอก แต่เมื่อไรล่ะ คนมันก็ต้องใช้ตังค์นะ”
พุฒิพัฒน์ได้ความคิด “ฉันช่วยไหมล่ะ”
“ยังไง”
พุฒิพัฒน์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ยิ้มกรุ้มกริ่ม พูดยั่วล้อเหตุการณ์ที่เมืองเพชร
“ก็เหมือนอย่างที่เคยไง”
ชมพู่ร้องลั่น “เฮ้ย”
“ล้อเล่นน่า”
พุฒิพัฒน์หันไปคุยโทรศัพท์
“คุณดวงเดือนใช่ไหมครับ ผมพุฒินะครับ มีเรื่องขอความช่วยเหลือน่ะครับ พอดีผมกำลังหาผู้ช่วยส่วนตัวอยู่ พอจะมีใครแนะนำไหมครับ...ชมพู่เหรอครับ...ก็ดีนะครับ”
ชมพู่ร้องลั่น “เฮ้ย”
“งั้นให้เขามาที่ออฟฟิศผมพรุ่งนี้เลยก็ได้ครับ...ขอบคุณมากครับ”
พุฒิพัฒน์วางสายไป
ชมพู่แหวใส่ “นี่นาย ใครบอกว่าชั้นอยากจะไปทำงานกับนาย”
“ไม่เห็นต้องมีใครบอก แค่ชั้นอยากให้เธอมาทำงานด้วย มีอะไรมั้ย”
“ชั้นไม่มีทางทำงานกับนายเด็ดขาด”
เสียงโทรศัพท์ชมพู่ดัง ชื่อหน้าจอขึ้นว่า “ป้าดวงเดือน”
“ค่ะป้า...ทำงานเหรอคะ...แต่หนู...ไม่มีงานอื่นแล้วเหรอคะ... ค่ะๆ ก็ได้ค่ะ”
ชมพู่วางสาย มองพุฒิพัฒน์ตาเขียวปั้ด
“เจอกันพรุ่งนี้นะ”
พุฒิพัฒน์ยิ้มยียวนให้หนึ่งที แล้วเดินออกไปขึ้นรถอย่างสบายใจ

ชมพู่มองค้อนตามไปขวับสองขวับ สุดเซ็งที่เสียรู้ผอ.หนุ่มหล่อลากไส้อีกครั้ง

อ่านต่อตอนที่ 7



มงกุฎริษยา ตอนที่ 5
มงกุฎริษยา ตอนที่ 5
ที่ริมถนนทางไปหัวหิน รถพุฒิพัฒน์ยังจอดเสียอยู่แถวนั้น ชมพู่ยืนพิงรถเซ็งอยู่ ในขณะที่พุฒิพัฒน์กำลังโทรศัพท์ตามช่างจากศูนย์ในตัวเมือง “ผมส่งพิกัดของรถไปให้แล้ว รีบส่งช่างมาเลยนะครับ...อีก 3 ชั่วโมง” ผอ.หนุ่มหงุดหงิด แต่ทำอะไรไม่ได้ “ยังไง ช่วยเร่งให้ผมด้วยละกัน” พุฒิพัฒน์วางสายไปอย่างหัวเสีย ชมพู่มองหมั่นไส้ “ทำไมต้องเรียกช่างจากในตัวเมืองด้วย ช่างแถวนี้ก็มี” “รถผมต้องใช้ช่างจากศูนย์ ช่างบ้านๆแถวนี้ไว้ใจได้ทีไหน” ชมพู่พูดลอยๆ “เด็กสปอยด์จริงๆ” แล้วหันมาทางพุฒิพัฒน์ “แล้วรถแพงขนาดนี้ ไม่มีเครื่องมือซ่อม ติดรถไว้เลยเหรอ”
กำลังโหลดความคิดเห็น...