xs
xsm
sm
md
lg

มงกุฎริษยา ตอนที่ 1

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


มงกุฎริษยา ตอนที่ 1

ตอนเช้าวันนี้ ภายในห้องประชุมใหญ่ของโรงเรียนเพชรศึกษา โรงเรียนประจำจังหวัดเพชรบุรี มีเด็กนักเรียนชาย หญิง หลายคน กำลังยืนล้อมดูบางอย่างบนเวทีกันอย่างสนอกสนใจ

บนเวทีแห่งนั้น มีนักเรียนหญิงมัธยมต้น หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู อายุราว 12-13 ปี ยืนเรียงแถวหน้ากระดานกันอยู่ 5 คน ในนั้นมี เด็กหญิงชมพูนุช อยู่ด้วย
เด็กหญิงคนอื่นๆ พากันยิ้มแย้มสดใส พรีเซนต์ตัวเองราวกับประกวดนางงามกระนั้น ยกเว้นก็แต่ เด็กหญิงชมพูนุช สุดสว่างศรี เท่านั้น ที่ดูเหมือนไม่ค่อยเต็มใจนัก ครูศรีไศลยืนพิจารณาเด็กๆ อยู่สักครู่ จึงเอ่ยขึ้นว่า
“คนสุดท้าย ชมพูนุช”
ชมพูนุช หรือ ชมพู่ ค่อยๆ ก้าวออกมาหน้าแถว ด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ ลังเล
“สวัสดีค่ะ หนูชื่อเด็กหญิง ชมพูนุช สุดสว่างศรี ชื่อเล่นชมพู่ อยู่ชั้น ม.2/1 ค่ะ”
เด็กหญิงพูดเสร็จจะรีบกลับเข้าที่ทันที ครูศรีไศลเรียกไว้
“อ้าว อย่าเพิ่งซี่ บอกงานอดิเรก ความสามารถพิเศษด้วยสิจ๊ะ”
ชมพู่จึงเดินกลับมา
“งานอดิเรก ช่วยพ่อขึ้นตาลค่ะ ความสามารถพิเศษ ก็ ปีนต้นตาลได้เร็วค่ะ แล้วก็มือเหนียวไม่เคยตกค่ะ”
“เกรดเฉลี่ยล่ะจ๊ะ”
“3.8 ค่ะ”
“ไหน ลองเดินให้ดูซิ”
ชมพู่งง “เดินไปไหนคะ”
ศรีไศลยิ้มเอ็นดู “ก็เดินหน้าเวทีนี่แหละ เดินไปเดินกลับ”
“ทำไมทีคนอื่นไม่เห็นต้องเดินเลยคะครู”
“บอกให้เดินก็เดินเถอะน่า”
ชมพู่เดินอย่างงงๆ
“ยิ้มด้วยสิ”
ชมพู่ฝืนยิ้ม ศรีไศลพอใจมาก “ดีมาก คนอื่นกลับเข้าเรียนได้ ชมพูนุช เธอตามครูมา”
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงลำไยดังไกลมาจากประตู
“เดี๋ยวก่อนครู เดี๋ยวก่อน”
ทุกคนหันไปตามเสียง เห็นลำไยผู้เป็นแม่จูงมือ ฟ้ารุ่ง หรือ ฟ้า ขึ้นมาบนเวทีอย่างเร็ว
“ขอฝากฟ้ารุ่งด้วยคนสิคะ หน้าตาก็พอใช้ได้นะคะ พอจะเป็นหน้าเป็นตาโรงเรียนได้มั้ยคะครู”
ศรีไศลมองฟ้ารุ่ง เด็กสาวผิวดำ รูปร่างผ่ายผอม ที่ยืนอยู่ตรงหน้าในท่าทางประหม่า
“ขอโทษนะคะ เราได้ตัวเด็กถือป้ายโรงเรียนเรียนแล้ว เอาไว้งานหน้านะคะ”
ลำไยเซ้าซี้ “ให้โอกาสเด็กมันหน่อยสิคะ เอ้า ฟ้า เดินให้ครูเค้าดูซิ”
ฟ้ารุ่ง ทำตามแม่บอก แต่ท่าทางเงอะๆ งะๆ เดินนางงามให้ดู แล้วหยุด ไหว้ แถมพูดเหมือนท่องจำมา ดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเลย
“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อเด็กหญิงฟ้ารุ่ง นุ้ยคำ ชื่อเล่นชื่อน้องฟ้า เรียนอยู่ชั้น ม.2/1 งานอดิเรกชอบอ่านหนังสือและท่องเที่ยว ความสามารถพิเศษเต้นรำค่ะ”
เด็กหญิงออกสเต็ปเต้นด้วยท่าทางขัดเขิน พวกเด็กๆ ที่ล้อมดูพากันหัวเราะคิกคัก ครูศรีไศลเห็นแล้วก็ส่ายหัว
“พอๆๆ พอแล้วจ้ะ ขอบใจหนูมากนะ ถ้าโรงเรียนมีงานเต้นเมื่อไหร่จะเรียกหนูแล้วกัน หนูชื่ออะไรนะ”
“ฟ้าค่ะ ฟ้ารุ่ง”
“กลับเข้าเรียนเถอะจ้ะ” ครูบอก
ลำไยไม่พอใจ “อะไรกันคะครู ฟ้าไม่เหมาะจะถือป้ายโรงเรียนตรงไหน”
“ก็ครูได้เด็กที่เหมาะสมกว่าแล้วไงคะ นี่ค่ะ น้องชมพู่”
ลำไยมองดูแคลน “อีชมพู่เนี่ยนะ ไม่เห็นมันจะสวยเลย สู้ฟ้าก็ไม่ได้”
“งานถือป้ายโรงเรียนนี่มันเหนื่อยนะคะ ต้องเดินวนไปรอบเมือง แดดก็ร้อน ฟ้าเค้าผอมไปหน่อย กลัวจะเป็นลมเป็นแล้งไปซะก่อน” ศรีไศลพยายามอธิบายเหตุเผล
ลำไยโวยวายเสียงดัง “ฟ้ามันแข็งแรงจะตาย ไม่รู้ละ ยังไงก็ต้องให้ฟ้ามันได้เดินอยู่ในขบวนด้วย” คุณแม่จอมดันพยายามผลักฟ้ารุ่งให้เดิน “ฟ้า เดินให้ครูเค้าดูอีกซิ ว่าเราน่ะเดินได้”
ฟ้ารุ่งนิ่ง เด็กสาวรู้สึกอับอาย ไม่อยากทำ
“อ้าว ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ เดินสิ เดิน”
ลำไยเห็นลูกสาวยืนนิ่งก็ยิ่งผลักใหญ่ นั่นยิ่งทำให้ฟ้ารุ่งยิ่งอับอาย เบะปากจะร้องไห้แล้ววิ่งหนีไป
“อ้าว อีนังฟ้า”
ชมพูนุชมองตามอย่างเห็นใจ

ชมพูนุชเดินมุดมาตามแมกไม้บริเวณสวนหลังตึกเรียน เที่ยวเดินตามหาฟ้ารุ่ง จนได้ยินเสียงร้องไห้กระซิกๆ ดังมาจากมุมหนึ่ง ชมพูนุชเดินไปตามเสียง เห็นฟ้ารุ่งนั่งหันหลังร้องไห้อยู่ตรงม้านั่งจึงเดินไปนั่งลงข้างๆ พอฟ้ารุ่งเห็นก็จะลุกขึ้นหนี แต่ชมพูนุชคว้ามือไว้
“จะรีบไปไหนล่ะ ชั้นจะมาบอกข่าวดี”
ฟ้ารุ่งมองชมพูนุชอย่างแปลกใจ
“วันแห่ขบวนงานออกพรรษา ฟ้าเตรียมตัวไปถือป้ายโรงเรียนได้เลยนะ”
“พูดอะไรของเธอ ครูเค้าเลือกเธอแล้วนี่ชมพู่”
“วันงานชั้นจะบอกครูว่าชั้นตกต้นตาล มาเดินไม่ได้แล้ว เธอจะได้เดินแทนไง เธออยากเดินไม่ใช่เหรอ”
“จริงๆ แล้วชั้นไม่ได้อยากเดินเท่าไหร่หรอก แม่ชั้นต่างหากที่อยากให้ชั้นเดิน แม่บอกว่าคนทั้งจังหวัดจะได้เห็นว่าลูกสาวแม่สวยขนาดไหน”
ชมพูนุชยิ้มให้เพื่อน “งั้นก็ดีแล้ว ชั้นจะรอดูเธอนะ”
“แล้วเธอไม่อยากเดินเหรอชมพู่ ใครๆ เค้าก็อยากกันทั้งนั้นนะ ได้แต่งตัวสวยๆ เดินโชว์ไปรอบเมือง”
“ชั้นขี้เกียจน่ะ ฟ้าเดินน่ะดีแล้ว”
“ขอบใจมากนะชมพู่”
ชมพูนุชพยักหน้ายิ้มให้ฟ้ารุ่ง

หลายวันผ่านไป จากเหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ ชมพูนุช กับ ฟ้ารุ่ง สนิทสนมกลายเป็นเพื่อนรักกัน เช้าวันหนึ่ง ในหมู่นักเรียนชายหญิงที่ทยอยเดินเข้าโรงเรียน เห็นเด็กหญิงทั้งสองจับมือกันเดินเข้าโรงเรียนมา
ขณะที่สองคนเดินจับมือกันมาตามทางเดินหน้าห้องเรียน จู่ๆ เด็กชายวีรเดช จอมเกเร ก็วิ่งมาเปิดกระโปรงฟ้ารุ่ง มีเพื่อนนักเรียนชายตัวแสบตามมาดูกันหลายคน
ฟ้ารุ่งตกใจร้องลั่น “ว้าย”
วีรเดชล้อ “ชื่อฟ้าแล้วยังใส่สีฟ้าด้วยอ๊า วี้วๆๆๆๆๆ”
เพื่อน 1 ผสมโรง “แต่ชั้นเห็นมันอมเหลืองหน่อยๆ แล้วนะ ซักบ้างปะเนี่ย ฮ่าๆๆๆ
พวกเพื่อนผู้ชายจอมทะโมน พากันหัวเราะอย่างสนุกสนาน ฟ้ารุ่งอายสุดขีด จะร้องไห้ ชมพูนุชโกรธ
“ไอ้บ้า ไปดูของแม่มึงโน่นไป หรือว่าแม่มึงไม่ใส่กางเกงใน”
วีรเดชแค้น “มึงกล้าเล่นถึงแม่เลยเหรอ”
“ถ้ามึงยังไม่รีบไป กูจะเล่นถึงพ่อด้วย”
วีรเดชเดินเข้าหาหมายจะชก แต่ชมพูนุชไวกว่าเตะผ่าหมากเสียงดังป้าบ โดนจังๆ

ไม่นานต่อมา ยินเสียงร้องโอดโอยของวีรเดชดังขึ้นในห้องพักครู เด็กชายตัวแสบยืนกุมเป้า ด้วยหน้าตาบ่งบอกความเจ็บปวด ข้างๆ เป็นชมพูนุช กับฟ้ารุ่ง กำลังถูกครูศรีไศลดุ
“เธอทำให้ครูผิดหวังมากนะชมพู่ ถ้าเพื่อนเป็นหมันขึ้นมาจะทำยังไง”
“ก็ไอ้วีรเดชมาเปิดกระโปรงฟ้าก่อนนี่คะ” ชมพูนุชบอก
“แต่เธอก็ไปเตะไข่เค้าไม่ได้ พ่อเค้าเป็นตำรวจนะไม่รู้เหรอ เค้าเอาเธอเข้าคุกได้เลยนะ แล้วคิดดูซิพ่อเธอจะต้องเดือดร้อนแค่ไหน เงินทองก็ยิ่งไม่ค่อยจะมีอยู่” ศรีไศลเหนื่อยใจ
ชมพูนุชหน้าสลดลง
“ครูคะ อย่าดุชมพู่เลยค่ะ หนูเป็นคนบอกให้ชมพู่เตะวีรเดชเองค่ะ”
ชมพูนุชกำลังจะปฏิเสธ แต่ฟ้ารุ่งจับมือไว้ เป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องพูด ฟ้ารุ่งบอกอีกว่า
“ครูลงโทษหนูเถอะนะคะ”
“ก็ยังดีที่ทำผิดแล้วยอมรับผิด งั้นวันนี้ครูจะลงโทษเธอทั้ง 2 คนเลย”
ชมพูนุชมองหน้าฟ้ารุ่งงงๆ ว่ามารับผิดแทนทำไม

ชมพูนุช กับ ฟ้ารุ่ง ถูกทำโทษด้วยการให้ยืนขาเดียว กางแขนอยู่หน้าเสาธง
“ฟ้า เธอมารับผิดแทนชั้นทำไม” ชมพูนุชถามขึ้นในจังหวะหนึ่ง
“ก็เธอเคยช่วยให้ชั้นได้เดินขบวนงานออกพรรษานี่ ชั้นก็อยาจะตอบแทนบ้าง”
“โธ่ เรื่องแค่นั้นเองไม่เห็นต้องตอบแทนเลย แล้วเป็นไงล่ะ โดนกันทั้งคู่”
ฟ้ารุ่งยิ้มขัน “โดนคู่ก็ยังดีกว่าโดนเดี่ยวนะ มีชั้นยืนเป็นเพื่อนจะได้ไม่เหงาไง”
จากนั้นฟ้ารุ่งก็เอาแขนที่กางอยู่แกล้งปัดแขนชมพูนุชให้อีกฝ่ายเซ ชมพูนุชปัดกลับเล่นเอาฟ้ารุ่งเซไป ทั้งคู่หัวเราะคิกคัก แกล้งกันไปกันมา
ระหว่างนี้ ดาว หรือ ดาวิกาแก้ว เด็กหญิงวัยคราวเดียวกัน ลอบมองทั้งสองคนหยอกกันอยู่มุมหนึ่ง ด้วยความรู้สึกว่าอยากมีเพื่อนอย่างนี้บ้าง

เช้าวันหนึ่งท่ามกลางบรรยากาศสวนตาล แลเห็นต้นตาลเรียงต้นเป็นแนวเป็นแนว กลางท้องทุ่งแห่งหนึ่งในเพชรบุรี สองข้างทางเล็กๆ หญ้าขึ้นเขียวครึ้มดูร่มรื่นสบายตาตลอดทาง
สองเด็กหญิง ชมพูนุช กับ ฟ้ารุ่ง กำลังเล่นประกวดนางงาม ชมพูนุชสวมบทพิธีกรถือมงกุฎที่ทำขึ้นเองง่ายๆ จากใบจากสาน ส่วนฟ้ารุ่งเล่นเป็นนางงามที่รอลุ้นผลประกวด
“และผู้ที่ได้รับตำแหน่ง มิสไทยแลนด์ในปีนี้ได้แก่”
ฟ้ารุ่งยิ้มร่า ลุ้น
“นางสาวฟ้ารุ่ง นุ้ยคำ ค่า”
ฟ้าทำดีใจ เข้าไปไหว้ชมพู่แล้วย่อตัวรับมงกุฎ, ชมพู่สวมให้
“ขอบคุณค่ะคุณชมพู่”
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ตอนนี้คุณฟ้ารุ่งรู้สึกยังไงบ้างคะ”
“ดีใจมากเลยค่ะ เป็นวันที่ฟ้ารอมานานแล้วค่ะ และแล้ววันนี้ฝันของฟ้าก็เป็นจริงแล้วค่ะ”
จู่ๆ มีทางตาลท่อนหนึ่ง ถูกโยนมาตกลงใกล้ๆ สองคน
ฟ้าตกใจ ร้อง “ว้าย”
สองคนหันไปทางที่มา เห็นดาวยืนหัวเราะชอบใจอยู่ ชมพู่จำได้
“เธอมันเด็กใหม่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ห้อง 10 นี่”
ดาวทึ่ง “จำได้ด้วยเหรอ”
“จำได้สิ ก็ชั้นเห็นเธอเดินคนเดียว กินข้าวคนเดียวอยู่บ่อยๆ ไม่มีเพื่อนเล่นล่ะสิท่า” ชมพู่ว่า
“ถ้าจะให้มีเพื่อนปัญญาอ่อนอย่างพวกเธอ ชั้นก็ไม่อยากมีหรอก เล่นอะไรกันก็ไม่รู้ ตลก” ดาวเหยียดปากใส่
“นิสัยเสียแบบนี้สินะ ถึงไม่มีคนคบ ไปกันเถอะฟ้า”
ชมพู่โมโหจูงมือฟ้าเดินหนีไป ดาวเข้ามาดึงมงกุฎไปจากหัวฟ้าอย่างแรง
ฟ้าตกใจร้อง “ว้าย”
ชมพู่โกรธ “เอาคืนมานะ”
“อยากได้ก็ตามมาเอาสิ”
ดาวถือมงกุฎวิ่งหนีไปทันที
“รอด้วยพู่”
ชมพู่วิ่งไล่ตามดาว ฟ้ารีบวิ่งตาม

ดาววิ่งลิ่วๆ หนีมา ชมพู่ตามติดๆ โดยมีฟ้าตามห่างๆ ชมพู่ไล่กวดจนทัน ตะครุบดาวไว้ได้ ทั้ง 2 สู้กันยื้อแย่งมงกุฎไปมา ฟ้ายืนลุ้นเอาใจช่วยชมพู่ จนสักพักมงกุฎฉีกขาด ฟ้าตกใจและเสียดายมาก
ชมพู่หยุดกึก มองมงกุฎที่แหลกคามือ ทั้งเสียใจ โมโห และโกรธ ปามงกุฎใส่หน้าดาว
“วันหลังแกไม่ต้องมายุ่งกับพวกชั้นอีก ไม่งั้นโดนดีแน่”
ชมพู่จับมือฟ้าเดินกลับไป
“ไปกันเถอะฟ้า เดี๋ยวชั้นทำให้ใหม่”
ดาวจ๋อยสนิท มองมงกุฎที่ฉีกขาดบนพื้นด้วยความรู้สึกผิด

เช้าอีกวันหนึ่ง สองคนนั่งรอเข้าเรียน ชมพู่กำลังทำมงกุฎจากใบจากให้ฟ้า โดยมีฟ้านั่งดูอย่างชื่นชม
“พู่ เธอเก่งจังเลย ทำไมถึงทำเป็นล่ะ”
“ก็ตอนเด็กๆ ชั้นนั่งดูพ่อทำของเล่นให้ชั้นบ่อยๆ บ้านชั้นไม่มีเงินซื้อ พ่อก็เลยต้องเอาของจากในสวนนั่นแหละ มาทำของเล่นให้ชั้นเล่น”
“ดีจังเลยเนอะ ทีแม่ชั้นไม่เห็นทำของให้ชั้นเล่นมั่งเลย มีแต่ชวนชั้นดูประกวดนางงาม แล้วก็จับชั้นแต่งตัว แล้วก็ให้เดินยิ้มไปยิ้มมา ไหว้ แล้วก็ย่อตัวรับมงกุฎ”
ชมพู่ทำเสร็จ แล้วสวมมงกุฎให้ฟ้า
“ขอบใจมากนะ คราวนี้ชั้นจะไม่ให้ใครมาแย่งไปอีกแล้วล่ะ”
ฟ้าจับมงกุฎบนหัวอย่างยินดี แต่จู่ๆ วีรเดชโผล่มาจากไหนไม่รู้ คว้ามงกุฎไปโดยเร็ว
“วีรเดช” ฟ้าตกใจ
วีรเดชเอามงกุฎไปใส่ แล้วทำท่าล้อเลียนโบกมือแบบนางงาม
“ดิชั้นสวยมั้ยคะ”
“เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นชั้นจะฟ้องครู” ฟ้าโมโหสุดขีด
“กลัวจังเลยค่า” วีรเดชไม่สน
ฟ้าจะเข้าไปแย่ง วีรเดชหลบไปหลบมา
“ฟ้า ยกให้มันไปเหอะ เดี๋ยวชั้นทำให้ใหม่” ชมพู่ไม่อยากให้มีเรื่อง
“ไม่ได้ ชั้นจะไม่ยอมให้ใครแย่งมงกุฎชั้นอีกต่อไปแล้ว
ฟ้าเข้าไปแย่งคืน แต่วีรเดชหลบหลีก แล้วผลักฟ้าจนล้มลงไปกองกับพื้น ชมพู่ตกใจรีบเข้าไปดู
“ฟ้า” ชมพูนุชตรวจดูอาการเห็นหัวเข่าฟ้ารุ่งเป็นแผลก็โมโห “ไอ้วีรเดช แกทำอะไรลงไปเห็นมั้ยเนี่ย”
“ชั้นไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย มันล้มเองต่างหาก”
วีรเดชกลัวความผิด รีบวิ่งหนี ชมพู่ประคองฟ้าลุกขึ้น
“ค่อยๆ ลุกนะ ไปห้องพยาบาลกัน”
ดาวแอบดูอยู่ และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

วีรเดชวิ่งมาหลังตึก ขณะจะขว้างมงกุฎทิ้งเข้าไปในพงไม้รกๆ แต่แล้วก็มีเสียงร้องดังขึ้น
“เฮ้ย”
วีรเดชหันไปเห็นดาวก็งง
ดาวตรงดิ่งมาหาวีรเดช “เอามานี่”
“เรื่องอะไร”
“จะคืนดีๆ หรืออยากเจ็บตัว”
“ยุ่งอะไรด้วยวะ”
“ก็นั่นมัน นั่นมันของเพื่อนชั้นนี่”
วีรเดชไม่เชื่อ “คนอย่างมึงมีเพื่อนด้วยเหรอวะอีดาว”
“เออ กูบอกให้คืนมาก็คืนมาเถอะ”
“กูไม่ให้”
วีรเดชขว้างมงกุฎไปในดงไม้รกเรื้อ
ดาวโกรธสุดขีด เข้าไปชกต่อยกับวีรเดช สองคนสู้กันถีบถองเตะต่อยกันอุตลุต

เวลาผ่านไปสักระยะ ดาวคร่อมอยู่บนตัววีรเดชที่หมดแรงไปแล้ว ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้น มองเอาเรื่องวีรเดชที่นอนอยู่ร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น
“อย่าให้กูเห็นมึงแกล้งสองคนนั้นอีกนะ ไม่งั้นมึงตาย”
ดาวเดินไปที่พงไม้ มองหามงกุฎ แล้วฝ่าเข้าไปด้วยความยากลำบาก

อีกฟาก ชมพู่ประคองฟ้า ที่ทำแผลที่เข่าเสร็จแล้ว มาตามทาง
“ถ้าไม่อยากมีเรื่อง เราต้องอยู่ห่างๆ ไอ้วีรเดชไว้นะฟ้า มันคิดว่ามันเป็นลูกตำรวจแล้วจะแกล้งใครก็ได้”
ดาวถือมงกุฎมาทางข้างหลัง แล้วเดินไปหาสองคน
“นี่”
ชมพูนุช และฟ้ารุ่งหันมา เห็นดาวในสภาพเนื้อตัวมอมแมม แถมยังมีรอยฟกช้ำ และรอยกิ่งไม้เกี่ยวเป็นแผลลายไปทั้งแขนและขา
ดาวยื่นมงกุฎให้ฟ้ารุ่ง พลางบอกว่า
“ชั้นเอามงกุฎมาคืน ไถ่โทษที่เคยทำของเธอพัง”
ชมพูนุช และฟ้ารุ่ง ต่างก็อึ้งที่เห็นดาวยอมทำถึงขนาดนี้
“นี่เธอไปสู้กับไอ้วีระเดชมาเหรอ” ฟ้ารุ่งถาม
ดาวพยักหน้า “อือ”
ฟ้ารุ่งยังลังเล มองหน้าชมพูนุชเป็นเชิงถามว่าเอาไงดี จนอีกฝ่ายพยักหน้าให้ ฟ้ารุ่งจึงยอมรับมงกุฎมาจากดาว
ดาวเดินจากไปเงียบๆ ชมพูนุช และฟ้ารุ่งมองตามซาบซึ้งในน้ำใจของดาว

เย็นนั้นลำไยขายขนมอยู่ที่แผงในตลาดเมืองเพชร แผงข้างๆ กันเป็นแผงผักของยายอิ่ม ที่มีผ้าขาวบางคลุมผักไว้แปลว่าปิดร้านแล้ว
ชมพู่กับฟ้าในชุดนักเรียนถือกระเป๋าหนังสือเดินเข้ามาด้วยกัน ในมือของฟ้าถือมงกุฎใบจากมาด้วย
“อ้าวน้าลำไย ยายที่ขายผักไปไหนซะแล้วล่ะ เพิ่งมาขายได้ไม่กี่วันก็ปิดร้านแล้วเหรอ” ชมพู่ถามด้วยสีหน้าแปลกใจ
“ก็นังหลานสาวตัวแสบของยายแกน่ะสิ ไปชกต่อยกับลูกนายตำรวจ เห็นว่าแย่งของอะไรกันไม่รู้ เมื่อกี้พ่อมันมาเอาเรื่องถึงนี่เลยนะ”
ฟ้าฟังแล้วตกใจ “แล้วตอนนี้ยายเค้าไปไหนแล้วล่ะแม่”
“กลับบ้านไปฟาดนังหลานน่ะสิ แกเองก็ระวังตัวไว้ด้วยนะ อีเด็กเหลือขอพรรค์นั้นอย่าได้ไปคบเชียว เดี๋ยวจะพากันเลว”
ชมพู่กับฟ้ามองหน้ากันด้วยความเป็นห่วงดาว สองคนพยักหน้าให้กันแล้วรีบพากันออกไป

“อ้าว จะไปรีบไหนวะ มาช่วยชั้นขายของก่อนซี่นังฟ้า”




มงกุฎริษยา ตอนที่ 1 (ต่อ)

เรือนไม้หลังเล็กๆ เก่า และซอมซ่อหลังนี้ คือบ้านที่ดาวอาศัยอยู่กับยาย โดยในเวลานี้อิ่มกำลังใช้ไม้แขวนเสื้อตีดาวอยู่หน้าเรือน ดาวยืนกอดอกนิ่ง เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ไม่ร้องสักแอะ

“อีหลานเวร หาเรื่องให้กูไม่รู้จักหยุดจักหย่อน ไอ้เราก็เพิ่งมาอยู่แทนที่จะผูกมิตรกับเค้าไว้ เสือกไปตีกับเค้าอีก แล้วตีใครไม่ตี ไปตีลูกตำรวจ แล้วต่อไปจะทำมาหากินยังไงหา”
อิ่มยิ่งพูดยิ่งแค้น ตีไปด่าไป ดาวนั้นไม่สะทกสะท้าน
ชมพู่กับฟ้าวิ่งเข้ามา ชมพู่ขอร้องยายอิ่ม
“พอแล้วยาย พอแล้ว”
ดาวประหลาดใจที่เห็นสองคนพากันมาถึงที่บ้านตน
“พวกเอ็งเป็นใครวะ” อิ่มมองเด็กสาวสองคนสีหน้าฉงน
“เราเป็นเพื่อนของดาวจ้ะ” ชมพู่บอก
ดาวอึ้ง ที่ชมพู่บอกยายว่าเป็นเพื่อนกับตน ฟ้ารีบอธิบายช่วย
“วีรเดชมันขโมยมงกุฎของหนูไป ดาวเค้าก็เลยไปช่วยทวงคืนให้จ้ะ ดาวไม่ผิดนะจ๊ะยาย”
“อีดาว ของๆ มึงรึก็ไม่ใช่ แล้วไปเสือกยุ่งกับเค้าทำไม หาเรื่องจริงเลยมึง”
อิ่มกลับยิ่งโมโห ตีดาวอีกชนิดไม่ยั้งมือ ชมพู่ถลาเข้าไปคว้าแขนยายไว้
“ยายตีหนูแทนเถอะจ้ะ ดาวเค้าเจ็บอยู่แล้วอย่าไปตีซ้ำเลย”
“ตีหนูแทนก็ได้ค่ะ ตีหนูแทนนะคะ” ฟ้าผสมโรง
ชมพู่กับฟ้ารบเร้าให้ตีพวกตนแทนพัลวัน อิ่มงงกับเด็กสาวทั้ง 2
ดาวเองก็อึ้ง ไม่คิดว่าชมพู่กับฟ้าจะทำเพื่อตนขนาดนี้
“อะไรของพวกเอ็งวะเนี่ย บ้ารึเปล่า อยู่ๆ อยากถูกตี ออกไป ออกไปให้พ้นบ้านข้า”
ดาวจูงมือชมพู่กับฟ้าวิ่งหนีออกไปจากบ้านไปทันที อิ่มคุมแค้น ได้แต่ตะโกนด่าไล่หลังไป
“อีนังดาว กูไม่ได้ไล่มึง กูไล่เพื่อนมึง มึงกลับมาให้กูตีก่อน อีดาว”

ทั้งสามคนพากันหนีมาที่สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำเมืองเพชร ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สะท้อนระลอกน้ำเป็นประกายสีทองสวยงามจับตา ดาวเดินซึมนำมาบนสะพาน ชมพู่กับฟ้าเดินตามหลัง ลังเลว่าจะเริ่มพูดกับดาวอย่างไรดี
เมื่อมาถึงกลางสะพาน ดาวหยุดกึก หันขวับมาหา สองคนหยุดตาม รอว่าดาวจะพูดอะไร
“พวกเธอทำแบบนี้ทำไม”
“ก็เราเป็นคนทำให้เธอต้องเดือดร้อน เราก็ต้องช่วยสิ” ชมพู่บอก
“แต่ชั้นเคยแกล้งพวกเธอนะ”
“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ชั้นลืมไปแล้วล่ะ” ฟ้าว่า
ดาวฟังแล้วซึ้งน้ำใจสองคนมาก จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้โฮออกมา ชมพู่ กับฟ้าเข้าไปปลอบ
“โอ๋ๆ ไม่ต้องร้องนะดาว”
“ชมพู่ ที่เธอพูดกับยายชั้น เธอพูดจริงเหรอ” ดาวถามเรื่องที่ค้างคาใจ
“เรื่องอะไรเหรอ”
“ที่เธอบอกว่า เธอเป็นเพื่อนของชั้น”
“จริงสิ”
“ใช่ ต่อไปนี้เป็นเพื่อนกันแล้วนะดาว” ฟ้าเสริม
ดาวยิ่งร้องไห้ สองคนกอดปลอบ
“จะร้องทำไมเนี่ย ทีตอนโดนยายตีไม่เห็นร้องเลย”
ดาวยิ้มออกมาได้
สามสาวน้อยยืนกอดยืนปลอบกันอยู่บนสะพานในแสงอัสดงอันสวยงาม

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ชมพูนุช ฟ้ารุ่ง และ ดาวิกาแก้ว ก็สนิทสนมกันมากขึ้น ทั้งสามไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ
ชมพู่ ฟ้า และ ดาว ไปเรียนหนังสือพร้อมกัน ระหว่างพักเรียนสามสาวน้อยเล่นลิงชิงบอลกันอย่างสนุกสนาน จังหวะหนึ่งลูกบอลหลุดมือกลิ้งหลุนๆ ไป หยุดที่เท้าของวีรเดช ดาวมองดุจ้องวีรเดชตาวาววับ อย่างเอาเรื่อง
วีรเดชเห็นสามสาวแท็กทีมอยู่ด้วยกันก็กลัว รีบเก็บบอลมาคืนให้อย่างเกรงๆ แล้วรีบเปิดตูดหนีไป สาวสาวหัวเราะขำ
พอเลิกเรียน ฟ้าไปช่วยลำไยขายขนม ดาวไปช่วยยายอิ่มขายผักในตลาด ส่วนชมพู่เข็นรถใส่แกลลอนน้ำตาลสดเข้ามาส่งในตลาด ดาวกับฟ้าเห็นรีบออกมาช่วยเข็นไปส่งถึงร้านขายน้ำตาลสด สามคนช่วยกันแกลลอนลงจากรถเข็น
ขนน้ำตาลเสร็จ ดาวกับฟ้านั่งบนรถเข็นให้ชมพู่เป็นคนเข็น รถวิ่งมาตามทางเล็กๆ ในตลาดโดยเร็ว ทั้ง สามร้องกรี๊ดกร๊าดวี้ดว้ายอย่างสนุกสนาน แต่พอเข็นมาถึงหน้าแผงขายของ เจออิ่มกับลำไยตีหน้ายักษ์เอ็ดเอา ดาว กับฟ้ารีบลง ชมพู่รีบเข็นรถออกไปโดยไว

อีกวันหนึ่ง บริเวณใต้ร่มไม้ในสวนตาล มีแคร่ปูเสื่อตั้งอยู่ ชมพู่กำลังสอนการบ้านฟ้าอยู่ในบริเวณนั้น มีดาวนอนหลับอยู่ข้างๆ ชมพู่เด็ดดอกหญ้ามาแกล้งแหย่จมูกดาว ดาวทำจมูกย่นๆ สุดท้ายก็ตื่นขึ้นมา ชมพู่ กับ ฟ้า หัวเราะชอบใจ
ไม่นานต่อมา สามสาววิ่งเล่นไล่กันอยู่ในสวนตาลอย่างสนุกสนาน

เย็นแล้วขณะเด็กหญิงทั้งสาม วิ่งมานั่งเล่นขอบสะพาน
“แม่น้ำนี่ไหลไปถึงไหน ใครรู้มั่ง” ดาวมองไปสุดตา
“ไปออกทะเลไง ทะเลอ่าวไทย” ชมพู่บอก
“อยากเป็นปลาจังเลยเนอะ ถ้าชั้นเป็นปลาชั้นจะว่ายออกทะเลไปเลย” ดาวว่า
“ในทะเลน่ากลัวจะตาย มีปลาฉลามด้วยนะดาว” ฟ้าบอก
“โอ้ย ไม่กลัวหรอก มากัดชั้นเหรอ ชั้นกัดกลับ”
“กัดได้ด้วยเหรอ แกเป็นปลาดาวนะ”
ดาวขำใหญ่ “จริงด้วย ฮ่าๆๆ”
ระหว่างนี้อิ่มเดินหน้าตึงถือไม้เรียวเดินตรงมาอย่างเอาเรื่อง
“นังดาว มึงมาเถลไถลอะไรตรงนี้ งานการที่บ้านเยอะแยะไม่รู้จักไปช่วยกูมั่ง”
อิ่มตรงเข้าไปเอาหาใช้ไม้เรียวฟาดเต็มแรง ดาวร้องกรี๊ดถอยมาตั้งหลัก สองสาวกระโดดหนีพัลวัน
“อะไร! ชั้นมัดผักเสร็จไปตั้งร้อยกำแล้ว” ดาวเถียง
“แล้วไม่คิดจะไปช่วยขายรึไง”
“ไม่ ชั้นขี้เกียจ”
ดาววิ่งหนี ชมพู่ และ ฟ้า วิ่งตามไปด้วย
“มานี่กูจะตีให้หายขี้เกียจ”
อิ่มเดินแกมวิ่งไล่ตามอย่างไม่ลดละ

ทั้ง 3 วิ่งหนีมาตามทางรถไฟ ดาวหันไปไม่เห็นยายอิ่มแล้ว
“ตามมาไม่ทันแล้ว”
เด็กหญิงทั้ง 3 ผ่อนฝีเท้าลงเป็นเดิน แต่ละคนออกอาการเหนื่อยหอบ
“พู่ ทางรถไฟนี่ยาวไปถึงไหน” ฟ้าถามขึ้น
ชมพู่บอกว่า “น่าจะไปถึงกรุงเทพฯ ล่ะมั้ง”
“กรุงเทพฯ เหรอ แม่ชั้นบอกว่าที่กรุงเทพฯ มีแต่คนสวยๆ เวลามีคนกรุงเทพฯ มาเที่ยวตลาด แม่ก็จะชอบชี้ให้ชั้นดู บอกว่าโตขึ้นชั้นต้องสวยเหมือนกันกรุงเทพฯ” ฟ้าว่า
“งั้นเราวิ่งไปให้ถึงกรุงเทพฯ กันเลยมั้ย” ดาวพูดทีเล่นทีจริง
“บ้าเหรอดาว กรุงเทพฯ ไกลจะตาย”
“ลองดูมั้ยล่ะ”
พอพูดจบดาวก็ออกวิ่งนำไป พร้อมเสียงหัวเราะอันร่าเริง ชมพู่ กับฟ้า วิ่งตาม
“รอด้วย”

ชมพู่วิ่งเข้ามาในสวนตาลยามเย็น ที่นั่นมีเพิงไม้จะพังมิพังแหล่หลังเล็กๆ บ้านที่ชมพู่อาศัยอยู่กับ แช่ม ผู้เป็นพ่อ
“พ่อ หนูกลับมาแล้วจ้ะ วันนี้มีอะไรกินบ้างจ๊ะ”
ชมพู่เข้าบ้านมา แล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นสร้อยนั่งกินข้าวอยู่ มองชมพู่ด้วยสายตาไม่เป็นมิตรชัดแจ้ง
“อุ้ย น้าเป็นใคร เข้ามาอยู่บ้านหนูได้ยังไง”
แช่มถือแก้วน้ำดื่มเดินออกมา
“พู่ ไหว้น้าสร้อยซะสิ น้าสร้อยจะมาเป็นแม่ของพู่ไง”
ชมพู่อึ้งๆ “แม่”
“ใช่ ต่อไปนี้พู่ก็จะได้มีแม่กับเค้าแล้วนะ”
ชมพู่ยกมือไหว้สร้อย ท่าทีงงๆ
“ไหว้พระเถอะจ้ะ มานั่งนี่มา มากินข้าวด้วยกัน”
ชมพู่เข้าไปนั่งท่าทีไม่คุ้น ลับหลังแช่มสร้อยมองชมพู่ตาขุ่น ไม่ค่อยชอบลูกเลี้ยงนัก แต่ก็ต้องทำเป็นดีด้วย

เช้าวันหนึ่ง แลเห็นฟ้ายืนท่าทีเขินอายใส่รองเท้าแตะอยู่กลางทางเดินในตลาด หน้าแผงขายของลำไย อิ่ม กะ ดาวอยู่ในแผงผัก ชมพู่หยุดรถเข็นแกลลอนน้ำตาลสดยืนดู
ที่แท้ฟ้าฝึกเดินนางงาม มีลำไยคอยสอนตามภาพจำที่เคยเห็นในข่าวทีวี
“เดินช้าๆ ขาไขว้กัน เออ...ไขว้เยอะๆ สิจะได้สวยๆ ตามองคนดูด้วย มองไปทั่วๆ ยิ้มหวานๆ”
ฟ้าทำตามแต่ยังคงขัดเขิน ไม่ค่อยถนัดเอาเลย
“หยุด ไหว้กรรมการสวยๆ”
ฟ้าไหว้ตาม
ลำไยไม่ชอบใจ “ย่อต่ำๆ ย่ออีก...ย่ออีก”
ฟ้าย่อต่ำตัวแทบจะเป็นนั่งอยู่แล้ว
อิ่มส่ายหัว เอือมเหลือ “นังลำไย แกจะรีบฝึกมันไปทำไมวะ นมมันยังไม่ขึ้นเลย”
“จะทำอะไรให้ได้ดีเค้าก็ฝึกกันตั้งแต่เด็กๆ ทั้งนั้นแหละ แล้วนังฟ้ามันก็มีแววสวยอยู่ด้วย โตไปก็ต้องไปเป็นนางงามแน่ๆ ฝึกไว้น่ะไม่เสียหลายหรอก” ลำไยคุย
ชมพู่อดถามไม่ได้ “แล้วป้าถามฟ้ารึยังจ๊ะ ว่าฟ้าเค้าอยากเป็นรึเปล่า”
“อยากสิวะ ทำไมจะไม่อยาก” ลำไลจ้องหน้าลูกสาว “นังฟ้า แกอยากมั้ยนางงามน่ะ”
ฟ้าอ้อมแอ้มตอบ “อยากจ้ะ”
“ต่อไปชุดว่ายน้ำ รอบนี้ต้องเดินเร็วๆ นะ อย่างที่ซ้อมกันที่บ้านน่ะ อ้าว เดิน”
ฟ้าเดินบิดไปบิดมาเร็วรี่ แต่ด้วยความที่พื้นแฉะและใส่รองเท้าแตะ ฟ้าจึงลื่นล้ม คนดูในตลาดหัวเราะขำกันยกใหญ่
ดาวกับชมพู่ตกใจรีบเข้าไปฉุดให้ลุก
“เป็นไรมั้ยฟ้า”
“นังฟ้า เดินประสาอะไรของแกวะ นี่ถ้าไปลื่นล้มบนเวทีไม่ขายขี้หน้าเค้าตายเหรอ! ไม่ได้เรื่องเล้ย” ลำไยด่าเอา
ฟ้าอายคนรอบๆ จึงวิ่งหนีไป ดาวกับชมพู่วิ่งตาม

ตอนเย็นวันนั้น สามสาวน้อยอยู่ที่บริเวณเนินดินที่ราบใกล้คุ้งน้ำ
ฟ้าใส่รองเท้าส้นสูงที่ขนาดใหญ่เกินกว่าเท้าตัวเอง มีผ้าผูกเอว ชมพู่ กะ ดาวนั่งดู และช่วยซ้อมให้ ฟ้าเริ่มออกเดินช้าๆ แต่ท่าทีประดักประเดิด ไม่ค่อยถนัดเหมือนเดิม
“ดีมาก ช้าๆ นะ ช้าๆ”
ฟ้าเดินไป แล้วหยุด แล้วแกะผ้าพันเอวออก แล้วสะบัด
“ผูกแล้วแกะ แกะแล้วผูก อะไรของแกวะ” ดาวงง
“ก็ในทีวีเค้าทำกันอย่างนี้นี่”
ฟ้าเดินกลับมา
“ใช้ได้รึยัง”
“ชั้นว่ารองเท้ามันไม่พอดี เลยทำให้ท่าเดินแกแปลกๆ” ชมพู่ว่า
“แล้วตกลงแกไปเอารองเท้าใครมาวะพู่”
ชมพู่ไม่ทันได้ตอบ สร้อยเดินหน้าตึงเข้ามา พอเห็นว่าอะไรเป็นอะไรก็ร้องกรี๊ด
“แอร๊ย ถอดเดี๋ยวนี้เลย ถอด”
สามคนตกใจ ฟ้ารีบถอดรองเท้าออก
“นังชมพู่ แกกล้าดียังไงขโมยรองเท้าชั้นมาเล่น รู้มั้ยว่าคู่นึงมันตั้งกี่บาท”
สร้อยเข้าไปคว้าแขนชมพู่เต็มแรงแล้วฟาดดังเปรี๊ยะ
“มาให้ฟาดซะดีๆ”
ชมพู่ไหว้ปลกๆ “หนูขอโทษจ้ะ หนูขอโทษ”
ดาวเข้าไปห้าม
“น้าสร้อย แค่ยืมมาใส่หน่อยเดียวเองทำงกไปได้ ไม่ได้ทำพังซะหน่อย”
“ของๆ กู กูไม่ให้ มีไรมั้ย”
สร้อยตีชมพู่ต่อ
“ขอโทษจ้ะ หนูจะไม่ทำอีกแล้ว”
ฟ้าจะร้องไห้ ดาวทนไม่ไหวผลักสร้อยออก แล้วหันมาร้องบอก
“หนีเร็ว”
ดาว จูงมือชมพู่วิ่งหนีไป ฟ้าวิ่งตาม สร้อยเดินไปเก็บรองเท้า ตะโกนด่าตามหลังสามคนไป
“อีเด็กเปรต”

ทั้งสามวิ่งหนีขึ้นสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำเพชรมา แล้วค่อยๆ ผ่อนฝีเท้าลงเป็นเดิน
“พู่ แกโชคร้ายจังเลย มีแม่เลี้ยงใจยักษ์” ดาวปลอบ
“อย่าว่าเค้าเลยดาว ชั้นก็ไปแอบเอาของเค้ามาจริงๆ แหละ”
“ขอโทษนะพู่ ที่ชั้นทำให้แกถูกตี” ฟ้าบอก สีหน้าเศร้า
“ไม่เจ็บหรอก ชินแล้ว” ชมพู่ว่า
ทั้งสาม ลงนั่งตรงที่ประจำของใครมัน ชมพู่ชี้ให้ดูตรงคุ้งน้ำที่เพิ่งอยู่กันเมื่อกี้
“ดูสิ จากตรงนี้มองไป ต้นไม้เหลือต้นนิดเดียวเอง ทั้งๆ ที่เมื่อกี้สูงกว่าเราตั้งเยอะ”
ดาวเอานิ้วมากะขนาดคนที่จะยืนอยู่ตรงคุ้งน้ำนั้น เห็นขนาดเล็กนิดเดียว
“ถ้าน้าสร้อยยังยืนอยู่ตรงนั้นนะ ชั้นจะเอาปลายนิ้วหยิบแล้วเอาโยนลงน้ำเลย ฮ่าๆๆๆ”
“ดาว แกลองกลับไปยืนตรงนั้นซิ” ชมพู่บอก
“ทำไมอะ” ดาวงง
“ชั้นจะลองหยิบแกดู”
ดาวค้อน “ไอ้บ้า”
ชมพู่ กะ ดาว หัวเราะคิกคักผลักกันไปมา ฟ้าหัวเราะขำเพื่อน
เสียงหวูดดังมาแต่ไกล สามคนหันไปมอง เห็นรถไฟแล่นมาใกล้เรื่อยๆ
“พวกเรา รถไฟมาแล้ว”

ชมพู่ ดาว และฟ้า หลับตาปี๋ ยกมือปิดหู รถไฟค่อยๆ วิ่งผ่านไป บังร่างเด็กหญิงทั้งสามคน ท่ามกลางแสงสวยยามตะวันตกดิน




มงกุฎริษยา ตอนที่ 1 (ต่อ)

วันเวลาผ่านไป 10 ปี

เมื่อรถไฟพ้นไป เผยให้เห็น ชมพู่ ฟ้า และดาวที่เติบโตเป็นสาวเต็มตัว ทั้งสามนั่งประจำที่ของตนตั้งแต่วัยเด็ก หลับตาปี๋เอามือปิดหูกันอยู่ในท่าเดิม
ทั้งสามคนค่อยๆ ลืมตา เอามือออก นั่งดูวิวไปด้วยกัน
“ก็รู้เนอะว่านั่งตรงนี้มันหนวกหู แต่เราก็ยังชอบมานั่งกัน” ชมพู่ว่า
“ก็ตรงนี้วิวมันดีที่สุดในเมืองเพชรแล้วนี่หว่า เฮ้ยพวกแก ตกลงไอ้ที่ตรงคุ้งน้ำนั่นของใคร” ดาวชี้มือไปสุดตา
“ไม่มีเจ้าของมั้ง แกถามทำไม” ชมพู่บอก
“ชั้นว่าที่ตรงนั้นมันสวยดี ได้เห็นทั้งรถไฟ ได้เห็นทั้งแม่น้ำ ถ้าซักวันชั้นมีเงิน ชั้นจะไปปลูกบ้านตรงนั้น เอาให้หลังใหญ่ๆ เลย” ดาวว่า
ฟ้าทักท้วง “ทำไมต้องหลังใหญ่ด้วยล่ะดาว หลังเล็กๆ ก็พอมั้ง น่ารักดี”
“ถ้าหลังเล็กแล้วจะพอให้พวกแกอยู่เหรอ ชั้นกะจะปลูกบ้านให้พวกเรา 3 คนอยู่ด้วยกัน ดีปะ”
ชมพู่ยิ้มชื่น “เอาดิ ชั้นว่าไม่มีใครทนอยู่กับชั้นได้นอกจากพวกแก 2 คนแล้วละ”
“งั้นเอางี้ ใครรวยก่อนต้องมาสร้างบ้านตรงคุ้งน้ำนั่น โอเคมั้ย” ดาวชี้ไปยังคุ้งน้ำเบื้องหน้า
“ชั้นว่า เราหุ้นกันก็ได้นะ” ฟ้าว่า
“โอเค ถ้าเรามีเงิน เราจะมาช่วยกันสร้างบ้าน แล้วก็อยู่ด้วยกันไปจนแก่จนเฒ่า”
ชมพู่ยื่นนิ้วก้อยออกไปก่อน ฟ้า กับ ดาว ยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวด้วยแทนคำสัญญา
ชมพู่ทำเสียงเป็นคนแก่ “ยายดาว ชั้นหิวหมาก มีหมากเหลือมั้ย”
ดาวดัดเสียงคนแก่ด้วย “ลองไปขอยายฟ้าดูสิ”
ฟ้าหัวเราะขำ “บ้าเหรอ ถึงชั้นแก่ ชั้นก็ไม่เคี้ยวหมากหรอก”
ทั้ง 3 สาวหัวเราะ หัวใคร่ ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

อีกฟากหนึ่ง จอโปรเจคเตอร์ภายในห้องประชุมใหญ่ สถานีโทรทัศน์ช่อง อินฟินิตี้ ฉาย โลโก้ “Miss Perfect Thailand 2016” เด่นหรา
คุณหญิงขจีนุชกล่าวเปิดประชุมต่อหน้าทีมงานที่เกี่ยวข้อง นอกเหนือจากลูกชาย พุฒิพัฒน์ ผู้อำนวยการช่อง ยังมี อร เลขาของพุฒิพัฒน์ ร่วมประชุมด้วย
“สำหรับการประกวด Miss Perfect Thailand ในปี้นี้ จะยิ่งใหญ่กว่าทุกปีนะคะเพราะเป็นการฉลองครบรอบ 50 ปีของการประกวด ถือว่าเป็นเวทีประกวดสาวงามที่มีประวัติยาวนานที่สุดในประเทศไทย ปีนี้เราเลยจะมีรูปแบบการประกวดที่พิเศษกว่าปีก่อนๆ ส่วนจะพิเศษยังไงเชิญคุณพุฒิพัฒน์ค่ะ”
“ในฐานะที่ผมเข้ามารับหน้าที่ ผอ.ช่องอินฟินิตี้ เป็นปีแรกผมก็เลยอยากสร้างอะไรใหม่ๆ ให้กับการประกวดนะครับ หลังจากที่เราคัดผู้เข้ารอบ 12 คนแล้ว เราจะให้ทั้ง 12 คนนั้นเข้ามาเก็บตัวในบ้าน แล้วทำเป็นรายการเรียลลิตี้โชว์ จะมีกล้องคอยติดตามดูชีวิตของผู้เข้าประกวดตลอด 24 ชั่วโมงครับ”
“อย่าคิดว่าเราจะไปละลาบละล้วงอะไรสาวงามนะคะ แต่เป็นการดูพฤติกรรมของผู้เข้าประกวดมากกว่า เพราะผู้ที่จะได้รับตำแหน่ง Miss Perfect Thailand จะต้องเพียบพร้อมทั้งรูปลักษณ์ภายนอก สติปัญญา และลักษณะนิสัย เอาเป็นว่าจะต้องงามครบทุกมิติค่ะ” ขจีนุชอธิบาย
“ผมต้องขอให้ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันมากขึ้นด้วยนะครับ เพราะปีนี้งานจะหนักกว่าปีก่อนๆ แน่นอน”
หัวหน้าแผนกฯ พนักงาน 1 ยกมือ แล้วถามขึ้น
“แล้วฝ่ายบันทึกภาพล่ะครับ ผมได้ข่าวว่าจะจ้างบริษัทชัตเตอร์ สตูดิโอ ของคุณ ชัชชนม์ มาถ่ายทำนี่จริงรึเปล่าครับ”
พุฒิพัฒน์ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน เขาหันไปมองขจีนุชเป็นเชิงถาม เห็นมารดาเอาแต่นั่งนิ่ง

ทันทีที่เข้ามาในห้องทำงานขจีนุช พุฒิพัฒน์ก็โวยวายเอากับผู้เป็นมารดาอย่างไม่พอใจ
“ทำอย่างนี้ไม่ได้นะครับคุณแม่! ฝ่ายบันทึกภาพของช่องเราก็มี ทำไมถึงจะต้องไปใช้คนข้างนอกด้วย”
“ลูกน่าจะเคยเห็นสไตล์ แล้วก็มุมกล้องของชัชเค้านะ มันมีความแปลกใหม่แล้วทันสมัยกว่า ลูกบอกเองไม่ใช่เหรอว่างานนี้ลูกอยากได้อะไรใหม่ๆ”
“แล้วทีมกล้องของช่องที่ผมสร้างขึ้นมาล่ะครับจะว่ายังไง”
“แม่ไม่ได้จ้างมาหมดทั้งทีมซะหน่อย แม่จ้างชัชมาเป็นผู้กำกับแค่คนเดียว ลูกก็ให้ทีมกล้องของช่องมาช่วยงานชัช จะได้เรียนรู้การทำงานของเค้าไปด้วย” ขจีนุชพยายามอธิบาย
“ผมไม่โอเคครับ ที่แม่จะให้คนของผมไปเป็นลูกน้องคนอื่น”
“เอางานเป็นที่ตั้งสิลูก”
“ผมควรจะเป็นคนพูดประโยคนี้กับแม่มากกว่า ที่แม่ทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะเหตุผลเรื่องงาน แต่เป็นเพราะเหตุผลส่วนตัว”
ขจีนุชขึ้นเสียง “พุฒิ”
“ตกลงแม่ยืนยันจะเอาคนนอกมาทำงานนี้จริงๆ ใช่มั้ย”
“แม่ติดต่อบริษัทชัชเค้าไปแล้ว”
พุฒิพัฒน์โกรธมาก เดินหนีออกจากห้องไปทันที ขจีนุชมองตามด้วยความหนักใจ

พุฒิพัฒน์เดินหุนหันออกมาด้วยความโมโหถึงขีดสุด โดยไม่สนใจใคร พนักงานต่างสยองมองผวาด้วยท่าทีเกรงกลัว
จังหวะนี้ อรถือแฟ้มเอกสารตามมา จะให้เซ็น
“คุณพุฒิคะ เอกสารให้เซ็นด่วนค่ะ”
พุฒิพัฒน์ปัดแฟ้มทิ้งหล่นกระจายโดยไม่แยแส
“ผมลางาน 1 อาทิตย์ มีอะไรไม่ต้องตาม”
พุฒิพัฒน์เดินหน้าตึงออกไป อรเม้าท์กับพนักงาน
“เจ้านายชั้นองค์ลงอีกแล้ว”

พุฒิพัฒน์กระโจนขึ้นรถ ขับออกไปอย่างแรงและเร็ว รถคันหรูแล่นผ่านหน้าตึกช่อง 88 เลี้ยวออกถนนใหญ่ ทะยานไปตามท้องถนนราวกับจะบิน รถคันนั้นพาพุฒิพัฒน์แล่นออกนอกเมือง ป้ายมุ่งหน้าไปทางเพชรบุรี

ทิวตาลยืนต้นในแสงแดดตอนบ่ายคล้อย เมื่อมองขึ้นไปเห็นใครคนหนึ่งกำลังปาดตาลอยู่บนยอดอย่างแข็งขัน ดาวเดินเข้ามาในดงตาลอย่างรีบร้อน เงยหน้ามองหาไปบนยอดตาล พลางตะโกนเรียก
“พู่! อยู่ต้นไหนวะ ...พู่”
ชมพู่ตะโกนตอบลงมา “อยู่นี่”
“นี่น่ะไหน”
ชมพู่โยนลูกตาลลงมาจากต้นหนึ่ง ตรงข้างเท้าดาวพอดี ดาวตกใจกระโดดหนีแทบไม่ทัน
“โว้ย”
“มีอะไร”
“นี่แกลืมได้ไงวะ ฟ้ามันกำลังจะขึ้นประกวดอยู่แล้วนะโว้ย”
“เฮ้ย จริงด้วย”
ชมพู่สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวทับป้องกันเนื้อตัวถลอก คล้ายคนงานตัดอ้อย ปีนลงมาอย่างแคล่วคล่อง พอได้ระยะก็กระโดดลงมาถึงพื้น มีมีดเหน็บเอว และกระบอกใส่น้ำตาลสะพายแล่งหลายกระบอก
“ขอโทษที ต้นนี้น้ำมันออกเยอะ เลยปาดเพลินไปหน่อย”
“เออ รีบเอาของไปเก็บบ้าน จะได้รีบไป นี่เวทีแรกของฟ้ามันเลยนะ”
“รู้แล้วน่า แหม ตื่นเต้นอย่างกับจะไปประกวดเอง”
ชมพู่เดินนำไป ดาวเดินตาม
“อ้าว เพื่อนประกวดนางนพมาศทั้งทีนะเว้ย ไม่ให้ตื่นเต้นได้ไง”

ที่ออฟฟิศช่อง อินฟินิตี้ อรกำลังโทรศัพท์อยู่ที่โต๊ะทำงาน ขณะขจีนุชเดินเข้ามาพลางถาม
“ติดต่อคุณพุฒิได้รึยัง”
“ปิดเครื่องไปแล้วค่ะ แต่อรก็พยายามโทร.เรื่อยๆ นะคะ”
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องตามแล้ว ถ้าเค้าอารมณ์ดีขึ้นคงจะกลับมาเอง”
“ค่ะ”
“แล้วที่ให้ติดต่อคุณชัชไป ว่ายังไงบ้าง”
“เอ่อ...” อรอึกอัก ไม่กล้าตอบ

ในบรรยากาศอันร่มรื่นในสวนสาธารณะแห่งนี้ มีการถ่ายทำรายการพาเที่ยว ทีมงานเป็นกองถ่ายเล็กๆ ชัชชนม์ถ่ายกล้อง 1 ส่วนดนัยถ่ายกล้อง 2 และมีทีมงานฝ่ายอื่นๆ อีก 2-3 คน
พิธีกรสาวสวยพอประมาณ นั่งอยู่บนต้นไม้ พูดกลับกล้อง 1
“ติดตามชมรายการ พาเที่ยว เฟี้ยวเงาะ ได้ใหม่ในอาทิตย์หน้าทางยูทูป มารอดูกันค่ะ ว่าหญิงจะพาแบคแพคไปไหนกันอีก สำหรับวันนี้ บาย”
“คัต! เยี่ยมครับ ดีมาก”
ทีมงานเลิกกอง แต่ละคนหันไปเก็บข้าวของใครมัน
“พี่ชัช หนูลงไม่ได้” พิธีกรสาวยังนั่งอยู่บนต้นไม้ร้องขึ้น
“งั้นก็อยู่บนนั้นต่อไปละกัน พี่กลับละ”
“พี่ชัช...”
“โอ๋ๆ พี่ล้อเล่นน่า”
ชัชชนม์ยิ้มขำ เดินเข้าไปอุ้มหญิงสาวลงจากต้นไม้
“ขอบคุณค่ะ พี่ชัชอะ จะมีเทปไหนถ่ายแบบปกติเหมือนชาวบ้านเค้ามั่งมั้ย”
“ถ้าธรรมดาก็ไม่ใช่ไอ้ชัชน่ะสิ ครั้งหน้าที่จะไปถ่ายกันที่ราชบุรี ไอ้ชัชจะให้หญิงเข้าไปเปิดรายการในตุ่มนะรู้ป่าว”
“พี่ชัช” หญิง 1 โวย
“บ้าแล้วไอ้นัย ไปๆๆ เก็บของ”
พิธีกรสาวเดินนวยนาดไปขึ้นรถตู้
“เออ ไอ้ชัช เมื่อกลางวันที่ช่อง อินฟินิตี้ โทร.มา เค้าว่าไงวะ”
“เค้าจะชวนไปทำมิสเพอร์เฟ็กท์ไทยแลนด์”
“เฮ้ย! จริงดิ โห ได้จ้องซาลาเปากันตาแฉะเลยทีนี้ แล้วเค้าให้เข้าไปคุยเมื่อไหร่วะ”
“ไม่รู้ เพราะชั้นปฏิเสธเค้าไปแล้ว” ชัชชนม์ว่าหน้าตาเฉย
ดนัยเซ็งโครตๆ “เฮ้ย ไอ้ชัช”

อีกฟาก สองข้างทางของถนนสายนอกเมืองเป็นทุ่งนา รถยนต์หรูของพุฒิพัฒน์แล่นมาด้วยความเร็วสูง ตามทางเส้นนี้ สีหน้าชายหนุ่มเครียดเคร่ง ดูออกว่าเขายังโกรธไม่หาย
ทางด้านดาวขี่รถมอเตอร์ไซค์มาตามทางมุ่งหน้าไปงานลอยกระทงที่วัด โดยมีชมพู่ซ้อนท้าย ดาวขี่รถแล่นมาด้วยความเร็วสูง จนชมพู่หวาดเสียวต้องร้องปราม
“ดาว แกขับเร็วไปปะเนี่ย”
“ขับช้าก็ไม่ทันดิ” ดาวบิดคันเร่ง รถทะยานไป

ขณะที่รถพุฒิพัฒน์แล่นฉิวมาด้วยความเร็ว จังหวะเดียวกันนั้นเองรถมอเตอร์ไซค์ของดาวก็เลี้ยวออกมาจากหัวมุมถนนโดยไม่ทันระวัง
รถทั้ง 2 คันต้องหักหลบกะทันหัน พุฒิพัฒน์เบรกรถเสียงดังสนั่น และจอดทันที มอเตอร์ไซค์ของดาวเสียหลักปัดไปชนโดนข้างรถพุฒิพัฒน์นิดหนึ่ง
“ขอโทษพี่”
ดาวร้องขอโทษ แต่ด้วยความรีบเธอขี่รถไปต่อเลยโดยไม่ยอมจอด ชมพู่รู้สึกผิดหันมายกมือไหว้ขอโทษ
พุฒิพัฒน์ลงมาดูสภาพรถ ชายหนุ่มส่ายหัวเมื่อพบว่ารถเป็นรอยถลอกนิดๆ บ่นงึมงำ
“สก๊อยนี่มันมีอยู่ทั่วประเทศเลยรึไง”

บรรยากาศงานวัดบ้านตาลชุม เทศกาลลอยกระทง ค่ำนี้ เต็มไปด้วยความสนุกสนาน คึกคักและครึกครื้นสุดจะประมาณ เสียงดังเซ็งแซ่ ทั้งเสียงเพลงเร้าอารมณ์ เสียงคนขายของ ประกาศเชิญชวนผู้คนในงานให้แวะร้านของตน ดังแข่งกัน ท่ามกลางแสงสี ตระการตา นอกจากร้างรวงมากมาย ยังมีซุ้มการละเล่นที่มาออกร้าน ผู้คนมาเที่ยวงานมากมาย
ดาวจอดรถหน้าวัด จูงแขนฟ้าวิ่งเร็วซอกแซกฝ่าผู้คนเข้าไปทางเวทีการแสดงกลางงาน คืนนี้มีประกวดนางนพมาศด้วย

หลังเวทีการประกวดนางนพมาศ พวกพี่เลี้ยงกำลังแต่งหน้า ทำผม จัดชุดให้สาวงามของตนกันอย่างวุ่นวายได้ที่
ฟ้ารุ่งอยู่ในชุดไทยนางนพมาศนั่งหันหลังอยู่มุมหนึ่ง ลำไยบรรจงแต่งหน้าให้ลูกสาวด้วยเครื่องสำอางตามมีตามเกิด
ฟ้ารุ่งแต่งหน้าทำผมเสร็จ แลดูสวยงามพื้นๆ บ้านๆ ลำไย คุณแม่จอมดัน อบรมแกมบ่นตามประสา
“นี่เป็นเวทีแรกของแก แกต้องชนะมาให้ได้นะนังฟ้า เอาฤกษ์เอาชัย ขืนแพ้ละก็จะแพ้ไปทั้งชาติ”
“แม่ดูแต่ละคนสิ มีแต่นางงามเดินสายทั้งนั้นเลย แล้วหนูเห็นมีนางงามค่ายดวงเดือนกับเปรมจิตมาจากกรุงเทพฯ ด้วยนะ”
ลำไยไม่แยแส “แกจะกลัวมันทำไม! แกเองก็ซุ่มซ้อมมาตั้งนาน ไม่ต้องกลัว”
ฟ้าหน้าเจื่อน ใจคอไม่ดีนัก ชมพู่ กับ ดาว เดินเข้ามามองหาจนเจอฟ้า
“ฟ้า โห สวยว่ะ เพื่อนใครวะเนี่ย” ดาวยิ้มชื่น
“ดาว ประชดชั้นเหรอ” ฟ้าหน้าเจื่อนอยู่อย่างนั้น
“สวยจริงๆ ฟ้า มั่นใจหน่อยสิ” ชมพู่ให้กำลังใจ
“เออ ชั้นแต่งให้ทั้งทีไม่สวยได้ไง” ลำไยคุย
“สู้ๆ นะฟ้า ชั้นกับชมพู่จะเกาะหน้าเวทีเลย เดี๋ยวแอบดูคะแนนกรรมการให้”
ระหว่างนี้ มีเสียงเอะอะโวยวายเหมือนมีคนตบกันดังมาจากข้างเวทีอีกฝั่ง
“เกิดอะไรขึ้นวะ ไปดูซิ”
ลำไย กะ ฟ้ารีบไปดู คนอื่นๆ ตามไปดูด้วย

กระทงใบใหญ่กลิ้งหลุนๆ อยู่ข้างเวที ใกล้ๆ กันนั้น สองสาวผู้เข้าประกวด แพรวแพร กับ รุ้งลาวัลย์ กำลังจิกหัวตบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยมีเลม่อน กะ คิตตี้ร้องเชียร์ ส่วนจอยเกาะอยู่หลังเลม่อน ท่าทีกลัวๆ
ชมพู่ ดาว ฟ้า ลำไย และคนอื่นๆ วิ่งมาล้อมวงดู
รุ้งลาวัลย์คว้ากระทงที่พื้นเอามายีหน้าแพรวแพร คุณนายกิ่งแก้วแหวกคนเข้ามาพร้อมกับดวงเดือน แปรมจิต ทันเห็นเหตุการณ์พอดี
กิ่งแก้วโกรธสุดขีดร้องห้ามเสียงดังลั่น
“หยุด หยุดเดี๋ยวนี้”
ดวงเดือนหันไปสั่งเลม่อน “ไปแยกออกมาสิเลม่อน”
เลม่อนรีบเข้าไปแยกรุ้ง ส่วนคิตตี้ไปแยกแพรว
กิ่งแก้วโมโหไม่หาย “นี่มันเรื่องอะไรกัน! อธิบายให้ชั้นฟังซิ”
“อีนังแพรวมันมาแย่งกระทงหนูค่ะ” รุ้งลาวัลย์ฟ้องก่อน
แพรวแพรโต้ “ไม่ได้แย่งค่ะ แค่จะแลก ก็กระทงของมันใหญ่กว่านี่คะ”
กิ่งแก้วส่ายหัว “ตบกันเรื่องกระทงเนี่ยนะ เวทีนี้เค้าประกวดหนังหน้า ไม่ได้ประกวดกระทง”
เปรมจิตรีบแก้ช่วยเด็กในสังกัด “คุณนายกิ่งแก้วคะ ปกติเด็กในค่ายเดี๊ยนเป็นเด็กดีกันทุกคน จะไปหาเรื่องใครก่อนไม่มีทางแน่นอนค่ะ นี่ก็คงเพราะเด็กของฝั่งนู้นพอได้กระทงใบใหญ่ก็เลยเอามายั่วโทสะเด็กเดี๊ยน”
ดวงเดือนไม่พอใจหน้าตึงมองจ้องเปรมจิต “คุณเปรมจิตคะ การพูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ทั้งๆ ที่ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ ไม่สมควรจะหลุดออกมาจากปากคนเป็นผู้ใหญ่เลยนะคะ”
เปรมจิตถลึงตาจิกหน้าใส่ดวงเดือน
“เอาล่ะไม่ต้องเถียงกัน ในเมื่อตบกันเรื่องกระทง ก็ไม่ต้องมีใครถือกระทงเลยละกัน” กิ่งแก้วบอกเสียงเข้ม
เลม่อนโอด “อ้าว ไม่ถือกระทงแล้วจะเป็นนางนพมาศได้ยังไงล่ะคะ”
“ก็ไม่ต้องเป็นไง ชั้นขอตัดสิทธิ์การประกวดของเด็ก 2 คนนี้ โทษฐานทะเลาะวิวาท”
เปรมจิตทักท้วง “แต่คุณนายคะ”
“ไม่ต้องพูดแล้ว จบ”
กิ่งแก้วเดินออกไปเลย ทุกคนเครียดทั้งแถบ
“ไปเหอะ อย่าไปยุ่งเลย”
ชมพู่บอกแล้วเดินนำออกไป ฟ้า ดาว และ ลำไย พากันกลับไป

ไม่นานถัดมา ดวงเดือนอารมณ์เสียที่ถูกตัดสิทธิ์ กำลังเฉ่งลูกน้องอยู่ที่หลังเวทีประกวด
“มันคุ้มกันมั้ย รุ้ง แค่กระทงใบเดียวให้มันไปก็จบ”
“ถ้าเรายอมมัน มันก็จะคอยมารังควาญเราอยู่เรื่อยสิคะ” รุ้งย้อนแย้ง
“จริงๆ แล้วมันไม่ได้อยากได้กระทงหรอกค่ะ มันแค่อยากหาเรื่องเรา อีคิตตี้นั่นแหละเป็นคนเสี้ยมเด็กมัน” เลม่อนโมโหไม่หาย
“แล้วเราจะบ้าจี้ไปมีเรื่องกับเค้าทำไม หมากัดแล้วไปกัดตอบ ก็กลายเป็นหมาทั้งคู่” ดวงเดือนด่าเอา
ระหว่างนี้เสี่ยฮวดเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเอาเรื่อง
“คุณดวงเดือน เด็กถูกตัดสิทธิ์แบบนี้ เอาเงินสปอนเซอร์ผมคืนมา”
“ใจเย็นๆ ค่ะเฮีย เดี๋ยวหานางงามคนใหม่ขึ้นให้เฮียได้แน่นอนค่ะ”
“ใครล่ะ ถ้าจะไปคว้าใครก็ได้แถวนี้มาผมไม่เอานะ ชื่อเสียงร้านผมเสียหายหมด” เสี่ยฮึดฮัด
ดวงเดือน กะ เลม่อนมองหน้ากัน ว่าจะเอาไงดี สุดท้ายเลม่อนคว้าจอยมาให้เสี่ยดู จอยงงๆ
“คนนี้ค่ะเฮีย เรามีนางงามสำรองตามไปทุกเวทีอยู่แล้วค่ะ”
ดวงเดือนบอก “ไหว้เฮียสิจอย”
จอยยิ้มแหยๆ ตามน้ำ “สวัสดีค่ะ”
“หน้าจืดไปหน่อยนะ” เสี่ยฮวดติง
“ไม่จืดค่ะเฮียขา แต่งออกมาแล้วสวยหวานเว่อร์ หนูจะรีบไปบอกพิธีกรให้ประกาศชื่อดังๆ เลยค่ะ นางสาว จรรยาพิไล มไหสวรรยา ร้านทองเฮงฮวดส่งเข้าประกวด” เลม่อน
“เออๆ รีบๆ เข้าแล้วกัน”
เสี่ยฮวดบอกอย่างเสียไม่ได้ แล้วออกไป
รอจนเสี่ยพ้นตัวไป จอยรีบบอกสองพี่เลี้ยง “ป้าเดือน พี่เลม่อน ไหนว่าให้หนูตามมาดูเฉยๆ ไง ทำไมอยู่ๆ ให้ขึ้นเลยล่ะ หนูทำไม่ได้หรอก”
“ก็ในเมื่อมันเกิดเรื่องแล้ว ก็ต้องช่วยกันสิ ไอ้ที่ฝึกมาก็เอามาใช้ตอนนี้แหละ” ดวงเดือนว่า
จอยบ่นอุบ “แต่หนูเพิ่งฝึกเดินได้ไม่กี่วันเองนะ”
“อย่าเรื่องมากได้แมะ เป็นเด็กใหม่ ให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะ”
รุ้งแกะเบอร์ยัดใส่มือจอยแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดไป

เปรมจิต คิตตี้ และแพรวนั่งเม้งแตก อารมณ์เสียกันอยู่ มุมหนึ่งที่หลังเวทีประกวด อีกมุมไม่ไกลกันนัก ลำไยกำลังเช็คความเรียบร้อยหน้าผมให้ฟ้ารุ่ง โดยมีชมพู่ และดาว อยู่เป็นเพื่อน
เปรมจิตบ่นบ้าออกมาว่า “ซวยจริงๆ เราจะต้องคืนเงินสปอนเซอร์ให้เค้าไปใช่มั้ยเนี่ย”
“รอแป๊บนึงค่ะเจ๊ หนูวิ่งหาเด็กแถวนี้มาย้อมแมวขึ้นเวที ไม่มีใครดูรู้หรอกค่ะ” คิตตี้ว่า
“พวกเด็กบ้านนอก ขุดยังไงก็ไม่ขึ้น” แพรวไม่เห็นด้วย
เปรมจิตปรี๊ดอีก “ยังจะพูดอีก ก็เพราะแกนั่นแหละถึงต้องเดือดร้อนกันอยู่อย่างนี้”
“เจ๊ขา เดี๋ยวหนูไปหาข้างหน้านะคะ”
คิตตี้เดินบิดตูดออกไปโดยไว
จังหวะเดียวกันนั้น ดาวหันมาถามฟ้าว่า
“ฟ้า หิวน้ำมั้ย เดี๋ยวชั้นไปซื้อน้ำมาให้”
“ขอบใจนะ”
ดาวเดินออกไปไล่หลังกับคิตตี้

ในขณะที่พุฒิพัฒน์ขับรถผ่านหน้าวัด พอพบว่าคืนนี้มีงานวัด เขาจึงถอยรถกลับ และหาที่จอดแถวรั้วหน้าวัด โดยไม่รู้ว่าจอดข้างๆ กับรถมอเตอร์ไซค์ของดาวนั้นเอง จากนั้นพุฒิพัฒน์ก็เดินเข้าวัดไป

ท่ามกลางแสงสีและผู้คนพลุกพล่าน ดาวเดินเร็วรี่ รีบร้อนจะไปซื้อน้ำ ส่วนกะเทยคิตตี้ยืนอยู่อีกมุมไม่ไกลกันนัก สอดตามองซ้ายมองขวาหาเด็กไปประกวด ดาวเดินไปชนคิตตี้จังๆ
“อุ้ยโทษทีค่ะ” แต่ด้วยความรีบร้อนดาวไม่ได้หันไปมอง รีบเดินไปเลย
คิตตี้เห็นเพียงเสี้ยวหน้าดาวนิดๆ ก็สะดุดตา
“หนู หยุดก่อนซิ”
ดาวไม่สนจะรีบไป “ขอโทษค่ะพี่ หนูรีบ”
คิตตี้เสียงเข้ม “เอ๊ะ บอกให้หันมา”
ดาวหันขวับไปหา หน้าตึง
“จะเอาอะไรอีกพี่ หนูก็ขอโทษแล้วไง ไหว้ก็ได้อ่ะ”
"ช้างเผือกชัดๆ"

คิตตี้มองหน้าดาวแล้วยิ้มย่อง สีหน้ามุ่งมั่นมาดหมายว่าจะส่งดาวเข้าประกวดนางงามแก้ขัด




มงกุฎริษยา ตอนที่ 1 (ต่อ)

อีกมุมหนึ่งในงาน พุฒิพัฒน์ยืนซื้อน้ำดื่มอยู่ ชายหนุ่มควักเงินจ่าย แล้วเก็บกระเป๋าสตางค์ใส่กระเป๋าหลังกางเกง โดยไม่ทันสังเกตว่า มีเด็ก 1 เด็ก 2 คนจ้องอยู่ตลอดเวลา
 
เด็กทั้งสองพยักหน้าให้สัญญาณกันแล้วออกปฏิบัติการ
พุฒิพัฒน์เดินมาจากร้านน้ำ เด็ก1 แกล้งเดินชนจนแก้วน้ำตกพื้น จังหวะเดียวกัน เด็ก 2 ก็ล้วงกระเป๋าสตางค์แล้วรีบหนีไป
“ขอโทษครับพี่” เด็ก 1 บอก
พุฒิพัฒน์มองดุ “เดินยังไงเนี่ยน้อง”
“ขอโทษครับ ขอโทษ”
เด็ก 1 เดินจากไป พุฒิพัฒน์อารมณ์เสีย ปัดเสื้อแล้วเดินกลับไปทางร้านขายน้ำดื่ม
“ขอใหม่อีกถุงนึงครับ”
พุฒิพัฒน์หยิบกระเป๋าตังค์ก็พบว่าหายไปแล้ว มองดูที่พื้นไม่เห็น ชายหนุ่มเอะใจว่าโดนล้วง มองหาเด็ก 1 ไปรอบๆ ตัว

ขณะเดียวกัน ชมพู่เดินเตร่ สอดตามองหาดาวอยู่
“หายไปไหนนะดาว มาซื้อน้ำแค่นี้”
ระหว่างนี้เด็กฉกกระเป๋าสองคน เดินรีบร้อนมา คว้าเงินในกระเป๋าจนหมด แล้วทิ้งกระเป๋าเงินลงพื้น จากนั้นก็เดินหายไปในฝูงชน ชมพู่เก็บกระเป๋าเงินขึ้นมา มองหาเจ้าของ เห็นเด็ก2 เดินไป
“น้อง กระเป๋าตังค์ตก” ชมพู่ชูกระเป๋าตังค์แล้วรีบตามไป
“น้อง”
พุฒิพัฒน์มองอยู่พอดี เห็นชมพู่ถือกระเป๋าตังค์ ก็รีบตามไป ชมพู่แทรกตัวเข้าไปในฝูงชน พุฒิพัฒน์ก็แทรกตามให้ทัน ชมพู่เกือบจะถึงตัวเด็กแล้ว
“น้อง”
แต่พุฒิพัฒน์คว้าข้อมือชมพู่ที่ถือกระเป๋าตังค์ไว้
ชมพู่ตกใจหันมาเอาเรื่อง “เฮ้ย”
พุฒิพัฒน์เห็นหน้าชัดๆ ก็จำได้ “นี่! เธอมันสก๊อยที่เฉี่ยวรถชั้นเมื่อกี้นี่ ที่แท้ก็เป็นพวกมิจฉาชีพ ไปหาตำรวจกับชั้นเดี๋ยวนี้เลย”
“เดี๋ยวๆๆ มันมีคนทำตกแล้วชั้นเก็บได้” ชมพู่อธิบาย
“ไม่มีมุกอื่นแล้วเหรอ เวลาพวกขโมยถูกจับได้ก็แก้ตัวอย่างนี้ทุกที”
“พูดให้มันดีๆ ใครไปขโมยของนาย ทำตกเองแล้วมาโทษคนอื่น” ชมพู่ยัดกระเป๋าใส่มือพุฒิพัฒน์อย่างแรง “เอาคืนไป”
จากนั้นชมพู่ก็เดินหนีไป พุฒิพัฒน์เปิดกระเป๋าดู พบว่าไม่มีเงินเหลือเลยสักบาท
“เฮ้ย เดี๋ยว” พุฒิพัฒน์ก้าวตามไป “เงินอยู่ไหน”
“จะไปรู้เหรอ เงินนายแล้วมาถามชั้นได้ไง”
พุฒิพัฒน์โมโห เข้าไปค้นตัวชมพู่ ล้วงหาเงินตามกระเป๋า
ชมพู่โวยลั่น “เฮ้ยๆๆๆ ทำอะไรวะ หยุดนะ”
“งั้นก็ไปให้ตำรวจค้น”
พุฒิพัฒน์ลากแขนชมพู่ไป
“ปล่อย ไอ้บ้า” ชมพู่สะบัดหลุด “นายหาว่าชั้นเป็นขโมยใช่มั้ย! เดี๋ยวชั้นจะพิสูจน์ให้นายดู”
ชมพู่มองหาเด็กสองคน เห็นหลังไวๆ จึงรีบวิ่งไป
“หนีเหรอ”
พุฒิพัฒน์ตามไปติดๆ

ชมพู่เดินเข้ามาในมุมลับตาด้านหลังวัด มองหา จนเห็นเด็กสองคนกำลังแบ่งเงินกันอยู่ ชมพู่ จำได้
“ไอ้แบ๊ด! ไอ้บอย”
เด็ก1 เด็ก 2 ตกใจจะวิ่งหนี แต่ชมพู่ไวกว่า คว้าคอเสื้อทั้ง 2 คน ไว้ได้
พุฒิพัฒน์ตามมาจนทัน ชายหนุ่มหยุดดู
“นี่พวกแกยังไม่เลิกสันดานโจรกันอีกเหรอ! ชาวบ้านเค้าจับได้กี่ทีแล้วทำไมไม่เข็ดซะบ้าง”
แบ๊ดบอกว่า “ผมจะเอาเงินไปซื้อข้าวอ่ะคับ”
“พี่ก็เคยบอกแล้วมั้ย ว่าถ้าหิวก็ให้หาพี่ที่บ้าน จะเอาข้าวให้กิน”
พุฒิพัฒน์อึ้งไป เมื่อเห็นว่าชมพู่ก็เป็นคนใจดีเหมือนกัน
“ขอโทษครับ พวกผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ”
“สายไปแล้วล่ะ ครั้งนี้จะไม่มีการยกโทษให้อีกแล้ว” ชมพู่หันมาทางพุฒิพัฒน์ “คุณ จะจับส่งตำรวจไม่ใช่เหรอ จัดการเลย”
แบ๊ดตกใจ “อย่าเลยนะครับพี่ ผมคืนเงินให้หมดเลย แต่อย่าจับส่งตำรวจเลยนะครับ”
แบ๊ด กะ บอย ไหว้ปลกๆ ขอร้องพุฒิพัฒน์ ผอ.ช่องอินฟินิตี้ คิดหนัก แต่สุดท้ายใจอ่อน
“เออๆๆ” เขารับเงินคืนมา “ไม่ส่งก็ไม่ส่ง แต่วันหลังอย่าทำอีกนะ”
แบ๊ดกะบอยไหว้ “ขอบคุณครับ” แล้วจะวิ่งหนีไป
“อย่าเพิ่ง” พุฒิพัฒน์เรียกไว้ ยื่นเงินให้อีกคนละ 500 “เอาไปกินข้าวนะ อย่าเอาไปเล่นเกมหมดล่ะ”
“ขอบคุณมากครับ”
แบ๊ด กะ บอยรับเงินแล้ววิ่งจู๊ดไป
ชมพู่มองค้อนพุฒิพัฒน์ แล้วเดินไปทางเวทีประกวดนางนพมาศ พุฒิพัฒน์มองตาม รู้สึกดีๆ กับชมพู่ โดยประหลาด

คืนเดียวกัน ที่บ้านไม้หลังเล็กๆ ตกแต่งแนวอาร์ติสต์ บ้านหลังนี้ชัชชนม์กับดนัย เช่าอยู่ด้วยกัน ชัชชนม์ขับรถโฟลคเต่าแล่นเข้ามาในบริเวณบ้านหลังถ่ายรายการเสร็จ สองหนุ่มลงรถมา ช่วยกันขนอุปกรณ์กล้องเข้าบ้าน
“Miss Perfect Thailand มันเป็นงานระดับชาติเลยนะเว้ย แกปฎิเสธไปได้ไงวะ” ดนัยถามขึ้นเป็นเชิงต่อว่าเพื่อน
“ถ้าแกมัวแต่จะไปรับงานของคนอื่น แล้วเมื่อไหร่แกจะได้ทำงานของตัวเองวะ”
“แต่เราจะได้เจอสาวๆ เป็นร้อยเลยนะเว้ย”
“ไอ้หื่น”
เสียงโทรศัพท์มือถือดัง ชัชชนม์หยิบมาดู เห็นชื่อขจีนุชก็มองนิ่งๆ โดยไม่ยอมรับ ดนัยดูออกทันทีว่าใครโทร.มา
“คุณขจีนุชใช่มั้ย” เห็นชัชชนม์ไม่ตอบ เลยจะแย่งมาพูดสาย “มานี่ชั้นพูดเอง”
ชัชชนม์เดินหนี แล้วกดตัดสาย
“ไอ้ชัช นี่งานใหญ่ของพวกเราเลยนะเว้ย หัดแยกแยะบ้างดิวะ”
ใบหน้าหล่อเหลาของชัชชนม์เคร่งเครียดไปถนัดตา ดูออกว่ามีความในใจ ที่ไม่อยากยุ่งกับคนชื่อขจีนุช แหละดนัยรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี

ชมพู่รีบเดินมาที่หน้าเวที พุฒิพัฒน์ตามมาไม่ลดละ
“จะเรียกค่าทำขวัญเท่าไหร่ก็ว่ามา”
“ทำขวัญอะไร”
“ที่ชั้นเรียกเธอว่าเป็นหัวขโมย จะเรียกเท่าไหร่”
“คนกรุงเทพฯ เค้าขอโทษกันด้วยเงินเหรอ”
“รู้ได้ไงชั้นเป็นคนกรุงเทพฯ”
“คนแถวนี้เค้าไม่มีใครแต่งตัวแบบนายมางานวัดกันหรอก แล้วทะเบียนรถนายก็โชว์หราว่ากรุงเทพฯ และที่สำคัญ นิสัยชอบใช้เงินฟาดหัวคนอื่น มีแต่คนกรุงเทพฯ เท่านั้นแหละ”
“เธอจะบอกว่าเธอไม่ชอบเงินงั้นสิ”
“นี่ ชั้นไม่อยากจะมีเรื่องนะ ต่างคนต่างไปเหอะ”
ชมพู่หงุดหงิดเดินหนีไปหาที่นั่ง
พุฒิพัฒน์ยิ้ม มองตามชมพู่อดทึ่ง และเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจ

งานประกวดนางนพมาศดำเนินไป พิธีกรประกาศผ่านไมค์ในมือ
“ขอเชิญทุกท่านพบกับสาวงาม ผู้เข้าประกวดนางนพมาศบ้านตาลชุม ทั้ง 10 ท่านได้ ณ บัดนี้”
เสียงดนตรีดังขึ้น เปิดตัวสาวงาม 9 คน เดินนวยนาดออกมาในชุดไทย พวกที่เป็นนางงามเดินสายมืออาชีพยิ้ม เดิน ดีเป๊ะ
ฟ้ารุ่งพยายามยิ้ม แต่ข้างในไม่ค่อยมั่นใจ แถมยังตื่นเต้นมากจนตัวสั่นไปหมด ยิ่งเมื่อหน้าโดนไฟแล้วดูจืดไปเลย จอย ดูประหม่านิดๆ แต่ก็ทำได้ดีกว่า
ชมพู่เข้ามานั่งดูข้างลำไย ร้อง โบกมือเรียกฟ้า สองคนนั่งคนละฝั่งฟากกับดวงเดือนและเปรมจิต
ชมพู่โบกมือใหญ่ “ฟ้า”
ลำไยเหลียวไปรอบๆ บอกอย่างภาคภูมิ “ลูกชั้นเอง ลูกชั้น”
สาวงามทั้ง 9 ยืนเรียงหน้ากระดานอย่างสวยงาม พิธีกรออกอาการงง ตรวจนับจำนวนผู้เข้าประกวดดู
“นางงามทั้งหมดต้องมี 10 คนนี่ครับ ขอเชิญเบอร์ 10 ด้วยครับ”
ข้างเวที ดาวซึ่งแต่งองค์ทรงเครื่องในชุดไทยมาดนางงามถูกคิตตี้ผลักออกมาโดยไม่รู้หน จนดาวเอ๋อ
“ดาว” ชมพู่ตกใจคาดไม่ถึง
ฟ้าหันไปเห็นก็ตกใจเช่นกัน “ดาว”
ดาวเห็นคนดูแล้วก็รีบรวบรวมสติ ยืนให้ดูสง่า เดินให้กรรมการดูรอบหนึ่ง
“ดาว แกไปอยู่บนนั้นได้ยังไงเนี่ย” ชมพู่งงมาก
ลำไยส่ายหน้าดิก “นังนี่มันบ้ารึเปล่า”
ดาวโบกมือให้กรรมการแก้เขิน แล้วไปเข้าแถวหน้ากระดาน
เปรมจิตหงุดหงิด “นังบ้านนอก จะโบกมือทำไมยะ”
“มันจะตีลังกาก็ช่างมันเถอะเจ๊ ยังไงก็ไม่ชนะอยู่แล้ว” แพรบอก
คิตตี้วิ่งเข้ามาสมทบ “เจ๊ขา แต่งออกมาแล้วก็เป๊ะอยู่นะคะ ถ้าคิตตี้มีเวลาขุดเหง้าหน้านางเยอะกว่านี้ รับรองเซี๊ยะกว่านี้แน่ เจ๊ว่ามั้ย”
เปรมจิตเล็งแลใบหน้าดาวอย่างพินิจพิเคราะห์ เห็นแววสวยตามที่คิตตี้ว่า
ฟ้ายืนข้างดาวพอดี อดถามไม่ได้
“ดาว แกขึ้นมาประกวดได้ไงเนี่ย”
“ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน มีกะเทยถีบชั้นออกมา”
พุฒิพัฒน์เดินเข้ามาดูการประกวดอยู่แถวนั้นด้วย ชายหนุ่มรู้สึกสนใจการประกวดนี้ เพราะเขากำลังต้องจัดประกวดนางงามเช่นกัน
ข้างๆ ชมพู่กำลังโบกไม้โบกมือให้ดาวกับฟ้า, พุฒิหันไปเห็นชมพู่ที่โบกมือยิ้มให้เพื่อน เห็นว่าเวลาพู่ยิ้มก็ดูสวยน่ารักดีเหมือนกัน
ในขณะที่คนทั้งหลายมองไปบนเวที มีเพียงพุฒิที่หันข้างมองพู่
ส่วนบนเวที ดาวมองลงมาเห็นพุฒิพัฒน์ก็ปิ๊งทันที รู้สึกว่าเขาหล่อเด้งออกมาจากฝูงชน

ทางด้านชัชชนม์กับดนัยนั่งโซ้ยมาม่า ปลากระป๋องกันอยู่ที่บ้าน
“ไอ้ชัช กินเสร็จแล้วแกรีบโทร.กลับไปหาคุณขจีนุชเค้าเลยนะ บอกว่าเมื่อกี้ติดถ่ายอยู่เลยไม่ว่างรับ”
“บอกว่าไม่ทำก็ไม่ทำดิวะ พูดไม่รู้เรื่องเหรอ ถ้าแกอยากทำ ก็ไปทำคนเดียวเลยไป ชั้นจะทำงานของชั้นเองเว้ย”
เสียงกริ่งจากหน้าบ้านยังดังไม่เลิก จนชัชชนม์เริ่มอารมณ์เสีย เดินออกไปดู เห็นอรยืนอยู่หน้าบ้าน จึงตรงไปเปิดประตูถามเสียงขุ่น
“มาหาใครครับ”
“คุณชัชชนม์ใช่มั้ยคะ”
“ครับ”
“ดิฉันชื่ออรค่ะ จากช่องอินฟินิตี้ชาแนล ที่เคยโทร.มาทาบทามเรื่อง มิสเพอร์เฟ็กท์ไทยแลนด์ น่ะค่ะ”
ชัชชนม์อึ้งไป

เวลาผ่านไป ถึงรอบตอบคำถาม นางงามเบอร์ 2 เพิ่งตอบเสร็จ และเดินกลับเข้าที่
“เป็นคำตอบที่ดีมากครับ แปลว่าทำการบ้านมาดี คนต่อไปขอเชิญเบอร์ 9 นางสาวฟ้ารุ่ง นุ้ยคำ ครับ”
ฟ้ารุ่งเดินนวยนาดออกมา
“เชิญเลือกซองคำถามครับ”
ฟ้าเลือกหยิบซองคำถามมา แล้วยื่นให้พิธีกร
“เป็นคำถามจากท่านผู้ว่าฯ นะครับ ถามว่า ถ้าท่านได้เป็นนางนพมาศในปีนี้ ท่านจะมีวิธีประชาสัมพันธ์ให้คนมาเที่ยวจังหวัดเพชรบุรีอย่างไร”
“ขอบคุณสำหรับคำถามค่ะ ดิฉันจะ...” ฟ้าออกอาการประหม่าเห็นได้ชัด หยุดคิดไปชั่วขณะหนึ่งจึงตอบออกมาว่า “...ท่องคำขวัญประจำจังหวัดให้นักท่องเที่ยวฟังค่ะ พวกเขาจะได้รู้ว่าจังหวัดเรามีดีอะไรบ้าง...เขาวังคู่บ้าน ขนมหวานเมืองพระ เลิศล้ำศิลปะ แดนธรรมมะทะเลงาม ขอบคุณค่า”
กรรมการอึ้ง คนดูก็อึ้งไปกับคำตอบ มีเพียงชมพู่กับลำไยตบมือเชียร์กันอยู่สองคน
“ตอบได้ดี มันต้องอย่างนี้ลูกแม่”
“คนต่อไปขอเชิญเบอร์ 10 นางสาวดาวิกาแก้ว แววจินดา ครับ”
เห็นดาวเดินออกมา ชมพูนุช กับลำไยมองหน้ากันงงๆ ลำไยเป็นฝ่ายถามขึ้น
“นังดาวมันชื่อนี้ นามสกุลนี้เหรอวะ”
“พี่เลี้ยงเค้าคงตั้งให้ใหม่ล่ะมั้งป้า”
ลำไยบ่น “อ้าว ตายห่า ชั้นก็ลืมตั้งให้นังฟ้ามัน มิน่าล่ะมีแต่ล่ะคนชื่อวิจิตรพิสดาร”
บนเวที พิธีกรดำเนินรายการต่อ
“เป็นคำถามสุดท้าย คนสุดท้ายพอดีนะครับ คำถามจาก ท่าน ผอ. เทศบาลจังหวัดครับ ถามว่า เนื่องในเทศกาลลอยกระทงที่มีผู้คนลอยกระทงในแม่น้ำลำคลองมากมาย เราจะมีวิธีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างไร”
“ไม่ว่าจะเป็นกระทงโฟม กระทงใบตอง หรือกระทงขนมปัง ดิฉันว่ามันก็ทำให้แม่น้ำสกปรกด้วยกันทั้งนั้นค่ะ ไหนจะต้องเสียงบประมาณในการเก็บกวาด แถมยังเป็นการเพิ่มประมาณขยะ ดิฉันขอเสนอว่าให้ทุกคนลอยกระทงทางอินเตอร์เน็ต จะเหมาะกับยุคสมัยมากที่สุดค่ะ ขอบคุณค่ะ”
ดาวยิ้มกว้าง ไหว้ชดช้อย ก่อนจะโบกมือ
กรรมการ กับคนดูอึ้งพอๆ กัน ส่วนชมพูนุชปรบมือ โบกมือให้เพื่อน
พุฒิพัฒน์เดินไปนั่งข้างๆ ชมพูนุช
“นั่นเพื่อนเธอเหรอ”
“ก็สก๊อยคนที่ขี่รถไปเฉี่ยวรถนายนั่นไง”
พุฒิพัฒน์มองไปบนเวที แปลกใจมากว่าทำไมดาวสวยได้ขนาดนี้

พวกเปรมจิตจับกลุ่มเม้าท์ มองดาวอย่างชื่นชม
“นังเด็กคนนี้มันกล้าตอบ”
เช่นเดียวกับพวกดวงเดือน เลม่อน และรุ้งที่จับตามองดาวอย่างสนใจ
“เด็กคนนี้ใคร น่าสนใจดี” ดวงเดือนถาม
เลม่อนบอกว่า “อีเจ๊เปรมไปคว้ามาจากไหนก็ไม่รู้ มือไวตาไวจัง”
พวกเปรมจิตที่นั่งข้างๆ จิกสายตามาทางพวกดวงเดือน อย่างไม่มีใครยอมใคร

ขจีนุช ชัชชนม์ ดนัย นั่งอยู่ที่โต๊ะรับแขก ดนัยเอาน้ำมาเสิร์ฟอย่างนอบน้อม ชัชชนม์นั่งนิ่งไม่ยินดียินร้าย
“ต้องขอบคุณคุณอรมากเลยนะครับ ที่ไว้วางใจให้เราทำงานใหญ่ขนาดนี้ ตั้งแต่ผมกับชัชทำบริษัทชัตเตอร์สตูดิโอมา ก็มีแต่งานเล็กๆ”
“งาน Miss Perfect Thailand นี่แหละที่จะสร้างชื่อให้บริษัทของพวกคุณ จบงานนี้ไปคงจะมีคนติดต่อมาจนรับกันไม่หวาดไม่ไหวเลยค่ะ”
“แต่ตอนนี้ผมกำลังจะเสนอรายการที่ช่องไทยเวิลด์ ถ้าผ่าน ผมก็คงไม่มีเวลาทำให้คุณ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่รับงานคุณไม่ได้”
“แล้วถ้าเสนอที่ไทยเวิลด์ไม่ผ่านล่ะคะ”
อรรุกหนัก ชัชชนม์เองก็ตอบไม่ได้
“คุณชัชคะ รับงานที่ได้ทำชัวร์ๆ ดีกว่าค่ะ แถมยังได้สร้างเครดิตด้วยนะคะ”
เห็นชัชชนม์อึดอัด ท่าทีลังเล อรโน้มน้าวเป็นการใหญ่ รีบบอกข้อดีเพิ่ม
“ส่วนเรื่องเงินเรียกมาได้เลยนะคะ ทางช่องเรามีนโยบายว่าถ้าทำงานดีก็สมควรได้รับค่าตอแทนที่เหมาะสม”
ดนัยกำลังจะตอบรับ “โอเคครับ”
ชัชชนม์รีบแทรก “ผมขอพูดตรงๆ นะครับ ผมไม่อยากทำงานกับช่องอินฟินิตี้”
อรอึ้ง ดนัยอึ้งกว่า ชัชชนม์ลุกขึ้น
“คุณกลับไปเถอะครับ ยังไงผมก็ไม่มีทางรับงานของคุณ”
จากนั้นก็เดินหนีขึ้นชั้นบนไป
“ผมต้องขอโทษแทนชัชมันด้วยนะครับ เดี๋ยวยังไงผมจะลองเกลี้ยกล่อมมันดูอีกที”
อรผิดหวัง

อรเดินออกมายังรถที่จอดอยู่หน้ารั้วบ้าน ขจีนุชลงจากที่นั่งตอนหลังถามอย่างร้อนใจ
“เค้าว่าไงบ้าง”
“เอ่อ คุณชัชยังไม่ยอมรับอยู่ดีอ่ะค่ะ”
“แล้วเสนอเรื่องเงินไปรึเปล่า”
“เสนอค่ะ แต่เหมือนว่า คุณชัชก็กำลังจะเสนอรายการกับช่องอื่นอยู่เหมือนกัน ก็เลยไม่ค่อยสนเงินเราเท่าไหร่น่ะค่ะ”
ขจีนุชเหนื่อยใจ

อีกฟากหนึ่ง บรรดาสาวงามทั้ง 10 ยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่บนเวที พิธีกรถือโพยผลการประกวดในมือ
“ตอนนี้ผลการประกวดนางนพมาศ บ้านตาลชุม ก็อยู่ในมือผมแล้วนะครับ และ...ผู้ที่ได้รับตำแหน่งรองอันดับ2 นางนพมาศในปีนี้ได้แก่...”
พิธีกรทำน้ำเสียงตื่นเต้นทุกคนลุ้น
“เบอร์ 2 นางสาวพิจิตรา ล้ำเลิศพรประภา หจก.เส็งนิ่มซี่ ส่งเข้าประกวด ขอเชิญคุณนายกิ่งแก้วมอบของรางวัลด้วยครับ”
คุณนายกิ่งแก้วมอบสายสะพาย ช่อดอก และป้ายเงินรางวัลให้นางงามเบอร์ 2
“และผู้ที่ได้รับตำแหน่งรองอันดับ 1 นางนพมาศปีนี้ได้แก่ เบอร์ 6 นางสาวสุจิรา อัศวอาชานนท์ ผัดไทเจ๊เปียศาลหลักเมืองไม่มีสาขา ส่งเข้าประกวด”
รอจน คุณนายกิ่งแก้วมอบสายสะพาย ช่อดอก และป้ายเงินให้นางงามเบอร์ 6 แล้วเสร็จพิธีกรจึงประกาศต่อ
“มาถึงตำแหน่งสูงสุดของเราแล้วนะครับ หนึ่งในแปดคนนี้ คุณคิดว่าใครจะได้ตำแหน่งไปครับ”
ผู้คนร้องเชียร์เสียงดังอื้ออึง บนเวที นางงามที่เหลือลุ้นระทึก ฟ้ารุ่งตื่นเต้นเอามากๆ ขณะที่ดาวดูชิลๆ
ชมพู่ร้องเชียร์เพื่อนทั้งสองเสียงดังลั่น ลำไยโมโห เหวี่ยงใส่
“นังชมพู่ แกเชียร์ใคร ฟ้า หรือ ดาว”
“หนูก็เชียร์ทั้ง 2 คนนันแหละป้า”
“ไม่ได้ แกต้องเชียร์นังฟ้า เบอร์ 9…เบอร์ 9…เบอร์ 9”
ฟ้าตื่นเต้นจนแทบจะเป็นลมคาเวที
เวลาที่ทุกคนรอคอยมาถึง พิธีกรประกาศผล
“และผู้ที่ ได้รับตำแหน่ง นางนพมาศบ้านตาลชุมในปีนี้ได้แก่... ได้แก่ เบอร์10 นางสาวดาวิกาแก้ว แววจินดา”
เปรมจิต กับ คิตตี้ กรีดร้องด้วยความดีใจ ขณะที่แพรวแพรอึ้ง
ดวงเดือน เลม่อน รุ้ง ก็อึ้ง ลำไยอึ้งหนัก มีชมพู่ที่ร้องกรี๊ดด้วยความดีใจ
ส่วนบนเวที ดาวยังยืนยิ้มไม่รู้ตัว ฟ้าผิดหวัง หน้าเสีย
“ขอเชิญเบอร์ 10 คุณดาวิกาแก้วครับ”
ฟ้ารุ่งหันไปสะกิดบอก “ดาวๆ เธอชนะ ออกไปรับมงกุฎสิ”
“อ้าว ชื่อชั้นเหรอน่ะ”
ดาวได้สติทั้งดีใจทั้งตกใจ ร้องลั่นแล้วกระโดดออกไปโดยไม่ได้เก็บกิริยา กิ่งแก้วใส่สายสะพาย และมอบรางวัลให้ ดาวโบกมือให้ชมพู่ ฟ้าที่ยืนอยู่ข้างหลังยิ้มแห้งๆ ด้วยความผิดหวัง

ที่ด้านหลังเวที นางงามกับพี่เลี้ยงเก็บของเตรียมกลับ เปรมจิตมอบซองเงินให้ดาว ซึ่งเปลี่ยนชุดแล้วแต่หน้ายังไม่ล้าง ถือมงกุฎในมือข้างหนึ่ง ดาวดีใจรับซองมา ชมพู่ดีใจไปด้วย แพรวแพรไม่ค่อยพอใจ
“ขอบคุณเจ๊มากเลยนะคะ เกิดมาไม่คิดเลยว่าจะมาได้เงินจากการประกวดนางงาม” ดาวยิ้ม
“เจ๊ก็ต้องขอบคุณหนูเหมือนกัน ที่ช่วยสร้างชื่อเสียงของค่ายเปรมจิต เจ๊ว่าบล็อกหน้าหนู หุ่นทรงหนู รวมทั้งบุคลิก ไหวพริบปฏิภาณ เหมาะที่จะเป็นนางงามมากเลยนะจ๊ะ มาเป็นนางงามค่ายเจ๊มั้ย เดี๋ยวเจ๊เทรนให้เอง”
ดาวตอบเปรมจิตโดยไม่ต้องคิด “ไม่เอาดีกว่าค่ะ หนูแค่ประกวดเล่นๆ สนุกๆ ครั้งเดียวก็พอแล้ว”
คิตตี้ยิ้มกริ่ม “หนูจ๋า แล้วหนูไม่อยากทำให้มันจริงจังเป็นอาชีพเหรอจ๊ะ เห็นมั้ยว่าแค่เดินๆ แป๊บเดียว หนูก็ได้มาแล้วตั้ง 5 พัน”
ดาวลังเล อึกๆ อักๆ
แพรวแพรหมั่นไส้ “คนมันไม่อยากเป็นก็ไม่ต้องตื๊อหรอก รีบกลับเถอะเจ๊ เบื่อแล้ว”
เปรมจิตยื่นนามบัตรให้ดาว “งั้นเอานามบัตรเจ๊ไป ถ้าสนใจอยากเป็นนางงามเมื่อไหร่ ติดต่อมาได้ทุกเมื่อนะจ๊ะ”
ดาวลังเลไม่ยอมรับมา ชมพู่เลยรับนามบัตรมาแทนแล้วใส่กระเป๋าเสื้อ
“ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูเก็บไว้ให้ดาวเอง”
เปรมจิต “เจ๊ไปนะ”
ชมพู่ กับ ดาวไหว้ลา เปรมจิตกับคิตตี้ แบกกระเป๋าอุปกรณ์ความงาม และออกไปพร้อมแพรวแพร
“พู่ เงินตั้งเยอะแน่ะ คิดไม่ออกเลยจะเอาไปทำอะไรดี อีตอนไม่มีนะก็อยากได้โน่นอยากได้นี่เยอะแยะไปหมด พออีตอนมีละดันนึกไม่ออก”
“เอาไปให้ยายสิ ยายจะได้ดีใจ”
ดาวเบะปาก ไม่ค่อยอยากให้
“ชั้นว่าคืนนี้เราไปเลี้ยงฉลองกันดีกว่า ไป ไปหาฟ้ากัน”

สองสาวยิ้มร่าจูงแขนพากันเดินออกไป

อ่านต่อตอนที่ 2



กำลังโหลดความคิดเห็น...