xs
xsm
sm
md
lg

เจ้าสาวของอานนท์ ตอนที่ 15

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เจ้าสาวของอานนท์ ตอนที่ 15

สุชาดากำลังตัดดอกไม้อยู่กับสนม อานนท์เดินมาหาอย่างรีบร้อน สุเห็นอานนท์ก็ดีใจ

"คุณนนท์...วันนี้ไม่ทำงานเหรอ"
"สุ...เรารีบไปหาคุณพ่อคุณกันเถอะ"
"ฉันเพิ่งไปหาท่านเมื่อวานนี้เอง...กะว่าจะไปพรุ่งนี้"
"ไปวันนี้เถอะ...สุ...คุณแม่ผมได้ฤกษ์มาสู่ขอวันศุกร์หน้านี้แล้ว"
สุชาดายิ้มอายๆ
"คุณแน่ใจเหรอคุณอานนท์"
"โธ่...จะต้องมาถามคำนี้ทำไม ผมอยากแต่งงานกับคุณพรุ่งนี้ซะด้วยซ้ำ สุ...เราไปเรียนคุณพ่อคุณให้มาที่นี่ วันที่พ่อแม่ผมมาสู่ขอคุณเถอะนะ ผมอยากทำให้คุณอย่างดีที่สุด"
"ถ้าอย่างนั้นเราไปบอกแม่ฉันก่อนดีกว่า"

ตวันสีหน้าเรียบเฉย
"เค้าอาจจะไม่อยากมาหรอก...บ้านนอกคอกนาในไร่ในสวนอย่างนี้ มันจะเสื่อมเสียเกียรติพระยาสุทธาหรือเปล่า"
"ท่านเจ้าคุณอยากมาหานายตวันมากนะครับ"
"จริงค่ะแม่...พ่อบอกว่าอยากมาหาแม่ใจจะขาด...แม่ให้พ่อมานะคะ"
"วันศุกร์หน้าคุณพ่อคุณแม่ผมจะมาสู่ขอสุอย่างเป็นทางการ ผมอยากทำเพื่อสุให้ดีที่สุด...สุจะได้อยู่พร้อมหน้าทั้งคุณพ่อคุณแม่ในพิธีสู่ขอนะครับ"
ตวันหันไปลูบหัวสุอย่างรักมาก
"ตลอดชีวิตของแม่...ทุกอย่างที่แม่ทำ เพื่อสุกับโสเท่านั้นถ้าไม่มีลูก...โลกนี้ก็ไม่มีความหมายสำหรับแม่เลย...คุณอานนท์คุณเห็นสมควรอย่างไรก็แล้วแต่คุณก็แล้วกัน ในเมื่อสิ่งที่ทำจะทำให้สุมีความสุข...ฉันก็ยอมทำตามนั้น"
สุชาดาดีใจกอดแม่ หันไปยิ้มกับอานนท์...

อานนท์ขับรถเข้ามาจอด แล้วเดินลงมากับสุชาดา เฉยรีบเดินมาหายกมือไหว้
"สวัสดีขอรับคุณหนูสุ คุณอานนท์"
"คุณพ่อล่ะจ้ะ"
"นายท่านยังไม่กลับจากที่ทำงานเลยครับวันนี้...แต่อีกสักครู่ก็คงกลับแล้วละครับ"
"ก็ดีค่ะ"
สุชาดากับอานนท์จะเดินขึ้นตึกไป สุชาดาหันมาถามเฉย
"น้องตุ๊อยู่ไหนจ้ะ"
"น่าจะอยู่ที่เรือนคุณพลับละครับ"
สุชาดายิ้มดีใจ
"คุณนนท์รอคุณพ่ออยู่ที่นี่นะคะ...สุจะไปเรือนย่าพลับ"
สุชาดาวิ่งไปอย่างร่าเริง อานนท์กับเฉยมองตาม..
"ตอนนี้บ่าวทุกคนในบ้านดีใจที่มีคุณหนูทั้งสองคนครับ คุณนายพลับ กับ คุณนายแววถึงกับเอาไปคุยทั่วบ้าน"
"แล้วคุณหญิงเจริญล่ะ...ว่ายังไงบ้าง"
เฉยนิ่ง...

นิศากำลังสลักผักอยู่กับพลับ นิศาสีหน้าจริงจัง เหลือนั่งช่วยทำอยู่ด้วย
"เบาๆ มือหน่อยแม่ตุ๊...บีบผักซะแน่นอย่างนั้นช้ำหมด" พลับบอก
"โธ่..คุณย่าพลับขา มันลื่น จับไม่แน่นก็หลุดมือทุกที"
สุชาดาเดินยิ้มเข้ามา
"ทำอะไรกันจ้ะ"
นิศาเห็นสุชาดาก็ดีใจ ทิ้งผักที่กำลังแกะสลัก รีบวิ่งมาหา
"พี่สุ"
นิศายกมือไหว้อย่างสวย
"ตุ๊นึกว่าพี่สุจะไม่มาวันนี้...มาแกะสลักผักกับตุ๊ไหมคะ ย่าพลับกำลังสอนตุ๊"
สุชาดาเดินโอบเอวมาหาพลับ
"ดีสิจ้ะ...สวัสดีค่ะย่าพลับ ย่าเหลือ"
พลับกับเหลือยิ้ม รับไหว้
"ไหว้พระเจ้าค่ะคุณหนู...มาเลยค่ะ..มานั่งเล่นสลักผักกัน"
สุเดินไปนั่ง มองตุ๊ที่ลงนั่งแกะสลักผักที่ทำค้างไว้
"ตุ๊ทำอะไรจ้ะ...นี่ฟักทอง..โอ้โห..แกะฟักทองเป็นดอกมะลิเก่งจังเลย"
"เสร็จแล้วจะเอาไปให้แม่แววทำบวดฟักทองขึ้นโต๊ะท่านค่ะ...คุณลองทำดูไหมคะ"
"ย่าพลับสอนสุนะคะ สุอยากทำเป็น แล้วเศษฟักทองที่แกะออกมา...เก็บไว้ทำอะไรคะ"
"แม่แววเค้าเอาไปกวนรวนกับถั่วเป็นไส้ขนมค่ะคุณ"
สุชาดายิ้มหวาน
"โอ้โห...คุณย่าสองคนนี่เก่งจริงๆ ไม่เหลือทิ้งอะไรเลย สุมาที่นี่ได้วิชาหลายอย่างเลยค่ะ...จะกลับไปเล่าให้แม่ฟัง"
"ฉันน่ะเคยเห็นคุณแม่คุณนะ...เป็นสาวนำสมัย..แต่งตัวไม่เหมือนใคร" พลับบอก
เจริญเดินมาฟังเงียบๆ แจ๋วเดินตามมาด้วย
สุชาดายิ้มดีใจ
"เหรอคะ...แม่แต่งตัวเก่งค่ะ แต่งตัวดีกว่าสุอีก แต่แม่ทำอาหารไม่เป็น...มัวแต่ทำงาน...ถ้ามาเห็นแบบนี้คงชอบ..."
สุหยิบฟักทองที่แกะเป็นดอกไม้ดอกเล็กๆ มาทำเป็นติดที่ผม
"สวยไหมตุ๊...ดอกฟักทอง"
นิศาหันมายิ้มหัวเราะกับสุชาดา คุณหญิงเจริญเดินมา
"เหมาะกับพวกแกมาก..อีพวกดอกๆ ทองๆ "
สุชาดาหน้าเสีย นิศาตกใจ
"คุณแม่"
สุยกมือไหว้อย่างเรียบร้อย
"เอาไหว้ของแกกองไว้ตรงนั้นแหล่ะ...ทำไมพวกแกนี่มันถึงได้หน้าด้านนักนะ...หิวโซอยากจะขอแดกที่นี่หรือไง มาทำหัวเราะระริกระรี้อะไรนักหนา"

สุชาดาเริ่มมองคุณหญิงเจริญอย่างไม่พอใจ....

อานนท์นั่งไม่ติด รอเจ้าคุณสุทธาอย่างกระวนกระวายใจ มีเสียงรถเข้ามาจอด อานนท์เดินออกมา เจ้าคุณสุทธาเดินขึ้นมาบนบ้าน เฉยถือกระเป๋าเอกสารเดินตามไปเก็บ เจ้าคุณสุทธาเห็นอานนท์ก็ดีใจ

"อานนท์...มานานแล้วเหรอ"
"ผมมีเรื่องจะมาเรียนคุณอาครับ"
อานนท์เคร่งเครียดจนเจ้าคุณสุทธารู้สึก
"เรื่องอะไร"
"คุณหญิงเจริญไปหาพ่อแม่ผม"
เจ้าคุณสุทธาตกใจ
"ไปพูดว่าผมชอบกับเสาวนิต...ไปบอกว่าผมทำให้เสาวนิตเสียใจจนจะเสียผู้เสียคน เพราะรู้ว่าผมจะแต่งงาน"
"แล้วสุรู้หรือเปล่า"
"ผมยังไม่ได้เล่าให้สุฟังครับ ผมไม่กล้าเล่า กลัวสุเข้าใจผิด"
"เจริญนี่ร้ายกาจจริงๆ...นี่อานนท์มาคนเดียวเหรอ"
"มากับสุครับ"
เจ้าคุณสุทธามองหาสุชาดาไม่เห็น รีบถามหา
"แล้วหายไปไหนละนี่"

เจริญกำลังยืนชี้หน้าด่าอย่างโกรธเต็มที่ สุชาดายืนนิ่งจ้องหน้าเจริญเขม็งไม่ตอบโต้ นิศาก็โกรธแม่ พลับนั่งก้มหน้าจะเป็นลม แววอยู่ข้างๆ สุชาดา
"แม่แกมันอีพวกหยำฉ่า วันๆ ดีแต่หลอกล่อผู้ชาย แกมันก็พวกเดียวกัน คิดจะมาปอกลอกที่นี่ละซิ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าแกน่ะเป็นลูกเจ้าคุ แม่แกไปนอนแบกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จะมาโกหกว่าเป็นลูกผัวฉัน...อีหน้าด้าน..ฉันไม่เชื่อ ฉันจะประจานแกให้ทั่ว อีลูกเจ๊ แกมันพวกกำพืดต่ำๆ อยากมาเป็นลูกผู้ดีกับเค้าหรือไง อีไพร่ อีบ้านนอก ทำมาจ้องหน้ากูเหรอ เดี๋ยวเถอะมึง"

คุณหญิงเจริญขยับจะถลาเข้าไปหาสุชาดา แต่เจ้าคุณกระชากแขนผลักไป
"ไปให้พ้น...เอาปากชั่วๆ ของเธอไปให้พ้นเดี๋ยวนี้"
คุณหญิงเจริญสะบัดหันกลับมา
"เจ้าคุณ...นี่หลงมันถึงกับทำกับฉันอย่างนี้เชียวหรือนี่ เจ้าคุณเห็นอีกพวกไพร่สถุลนี่ดีกว่าดิฉันได้ไง...เห็นอีลูกเจ๊กขายตัวนี่ดีกว่าลูกเมียตัวเองได้ไง"
"ตวันเมียฉันน่ะเค้าจบบัญชีจากปีนัง...เค้ามีการศึกษาดีกว่าเธอมาก....เธอน่ะเขียนหนังสือก็แทบไม่ได้...ยังจะมาพูดเอาเองว่าเค้าเสียๆ หายๆ ถึงเค้าจะเป็นลูกคนจีน แต่เค้าก็มีวิชาความรู้ทำมาหากินจนร่ำรวย...รู้ไว้ซะด้วย ไม่เหมือนเธอที่ขี้เกียจ ดีแต่ไร้สาระ เอาแต่เล่นไพ่..หาเรื่องคนในบ้าน...เธอว่าเธอเป็นลูกผู้ดียังงั้นเหรอ...แต่เธอน่ะมันไม่เอาไหน...นิสัยหยาบช้า...น่ารังเกียจยิ่งกว่ากองขยะซะอีก...ถ้าเธอมาว่า ลูกฉันอีกละก็...ฉันจะไล่เธอออกไปจากบ้านฉันทันที"
คุณหญิงเจริญแค้นจนร้องไห้..หันไปคว้าไม้วิ่งเข้าใส่สุชาดา
"อีชาติชั่ว"
อานนท์วิ่งเข้ามาคว้าเจริญไว้ กระชากไม้ปาทิ้งไป เจริญดิ้น
"ปล่อยฉัน...ปล่อยกู..ปล่อยกูสิวะ"
เจริญสะบัด ผลักอานนท์ เจ้าคุณสุทธาเดินมาตบหน้าเจริญ ทุกคนตกใจ คุณหญิงเจริญแน่นิ่งเพราะตกใจมาก สุวิ่งมาหาพ่อ
"คุณพ่อ...อย่าค่ะ"
คุณหญิงเจริญมองสุชาดาอย่างแค้นมาก
"มึง...มึงทำกูเจ็บ...มึงต้องเจ็บกว่ากู อย่าหวังเลยว่ามึงจะได้แต่งงาน"
เจริญสะบัดวิ่งหนีไป เจ้าคุณสุทธาไม่สบายใจ...

คุณหญิงเจริญนั่งร้องไห้เสียใจมาก พรรณเดินเอาลูกประคบมาประคบหน้าเจริญที่โดนตบ คุณหญิงเทพโมโห
"ทำไมต้องถึงกับต้องลงไม้ลงมือกับเมียอย่างนี้ด้วย...ท่านเจ้าคุณทำเกินไปแล้ว"
"ท่านเจ้าคุณถึงกับเรียกนังตวันว่าเมียเต็มปากค่ะคุณแม่ ดิฉันเจ็บใจจริงๆ อีลูกมันก็มองสะใจที่เจ้าคุณตบหน้าดิฉันต่อหน้ามัน"
คุณหญิงเทพโมโหจนเต้น
"ทำอย่างนี้พวกมันก็กำเริบกันใหญ่...แม่พรรณ..ให้คนไปตามเจ้าคุณสุทธามาพบแม่เดี๋ยวนี้...เร็วๆ สิแม่พรรณไปตามเจ้าคุณมาเดี๋ยวนี้"
"ใจเย็นๆ ก่อนค่ะคุณแม่ แม่แววน่ะมาเล่าให้หนูฟังว่าแม่เจริญไปยืนด่าลูกสาวเจ้าคุณหยาบๆ คายๆ ฝ่ายโน้นน่ะไม่โต้ตอบซักคำ มิหนำซ้ำ แม่เจริญยังคว้าไม้จะไปตีเขาอีก ดีแต่คุณอานนท์เค้าคว้าตัวแม่เจริญไว้ทัน ไม่อย่างนั้นหนูว่าป่านนี้คุณแม่ต้องไปประกันตัวแม่เจริญที่โรงพักแล้วละค่ะ"
คุณหญิงเทพชะงัก หันมามองเจริญอย่างนึกไม่ถึง คุณหญิงเจริญยังถือดีเชิดหน้า
"เธอทำอย่างนั้นจริงเหรอแม่เจริญ"

"ถ้าคุณแม่เป็นดิฉันจะอดใจได้ไหมคะ...ลูกอีนังบำเรอมานั่งเสนอหน้าหัวร่อต่อกระซิกในบ้านเราน่ะ...จะเอามันไว้ทำไมคะ"
"แต่เธอใช้คำพูดที่หยาบคายมาก...ด่าว่าประจานเขาอย่างนั้น เธอน่ะแหล่ะดูแย่มาก...เธอทำแบบนี้แล้วจะให้คุณแม่เข้าข้างเธอได้ยังไง...ถ้าคุณแม่ไปพูดว่าท่านเจ้าคุณเพราะเข้าข้างเธอคุณแม่ก็จะเสีย" พรรณว่า
คุณหญิงเจริญไม่พอใจ
"ตอนนี้ดิฉันมันหัวเดียวกระเทียมลีบ...จะทำอะไรก็ผิดไปหมด คุณพี่ไม่เข้าข้างดิฉันก็อย่ามาซ้ำเติมให้ดิฉันต้องช้ำใจมากไปกว่านี้เลยค่ะ...ถ้าดิฉันรู้ว่ามาเป็นลูกสะใภ้บ้านนี้แล้วต้องมีสภาพแบบนี้...ดิฉ้นอยู่เป็นสาวขึ้นคานซะยังจะไม่ต้องมาทุกข์แบบ"
คุณหญิงเทพไม่พอใจ
"ถ้าเธอทุกข์มากนักก็กลับไปอยู่บ้านเธอดีไหมแม่เจริญ"
คุณหญิงเจริญตกใจมาก
"คุณแม่...คุณแม่ไล่ดิฉัน"
"ฉันไม่ได้ไล่...ก็เธอพูดเองว่าเป็นสะใภ้บ้านนี้มีแต่ความทุกข์ เสียแรงฉันเข้าข้างเธอมาตลอด ตบแต่งกับลูกชายฉันจนเธอได้เป็นคุณหญิง...อยู่สุขสบายออกไปเล่นไพ่แทบทุกวัน ทุกข์มากใช่ไหม กลับไปอยู่บ้านทองใบที่ตลาดบางขุนพรหมคงจะสบายมากกว่าที่นี่"
คุณหญิงเจริญตกใจกลัวลนลาน รีบเข้ามากราบที่เท้าคุณหญิงเทพ
"คุณแม่เจ้าขา ดิฉันผิดไปแล้ว พูดพลั้งปากไปเพราะกำลังเสียใจน้อยใจ...โดนเจ้าคุณตบหน้าต่อหน้าคนอื่น คุณแม่ขา ดิฉันกราบขอโทษ...เมตตาดิฉันด้วย...อย่าถือสาดิฉันเลย ถ้าคุณแม่ไม่เมตตาดิฉัน...ดิฉันก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว ลูกที่หวังไว้มาก ก็มีอันเป็นไป คุณแม่ อย่าโกรธดิฉันเลยนะคะ"
คุณหญิงเจริญร้องไห้สะอึกสะอื้น คุณหญิงเทพมองหน้ากับพรรณอย่างเอือมระอา
"เอาเถอะๆ...รู้ว่าตัวเองสติสตังเป็นแบบนี้...ก็อย่าหาเรื่องใส่ตัวอีก เวลานี้ถ้าเธอยังไม่ยอมสงบ เธอน่ะแหล่ะจะเดือดร้อนเอง"

พรรณส่ายหน้าเบื่อ...
 
อ่านต่อหน้า 2

เจ้าสาวของอานนท์ ตอนที่ 15 (ต่อ)

ในห้องส่วนตัวเจ้าคุณสุทธา สุชาดานั่งอยู่กับพ่อ เจ้าคุณสีหน้าหม่นหมอง อานนท์นั่งใกล้ๆ อย่างคิดหนัก นิศาสีหน้ายังโกรธ

"อย่าไปสนใจคำพูดของแม่เจริญนะลูก...เป็นคำพูดที่หยาบช้า พูดเอาเองจากคนที่จิตใจวิปริต"
สุชาดายิ้ม
"สุไม่เก็บเอามาคิดหรอกค่ะคุณพ่อ...สุสงสารคุณหญิงเจริญมากกว่า"
"แต่ตุ๊โกรธคุณแม่ค่ะ...ตุ๊อายจริงๆ ที่คุณแม่เป็นคนแบบนี้ พูดหยาบคายแต่เรื่องไม่จริง"
"ตุ๊...อย่าไปโกรธคุณแม่เลยจ้ะ...คุณแม่ของตุ๊น่ะ รักคุณพ่อมาก กลัวว่าพี่จะมาแย่งความรักของคุณพ่อไป"
"ก็ไม่เห็นจะต้องทำขนาดนี้เลยนี่คะ...ตอนคุณแม่คว้าไม้จะมาตีพี่สุ..ตุ๊งี้กลัวแทบตาย...ย่าพลับเป็นลมหงายผึ่งไปเลยค่ะ"
"พรุ่งนี้พ่อจะไปพูดกับคุณย่าเรื่องนี้หน่อย...อาจจะต้องหาบ้านให้แม่เจริญใหม่ที่อื่น...เสาวนิตก็ยังไม่มีข่าวเลย"

สุชาดาหันไปมองอานนท์อย่างเป็นทุกข์
"คุณนนท์...สุสงสารคุณพ่อ...ตอนนี้ที่บ้านคุณพ่อมีแต่เรื่องยุ่งๆอย่างนี้...เราเลื่อนพิธีสู่ขอไปก่อนดีไหมคะ"
อานนท์หน้าเสีย
"เอ้อ...แต่คุณแม่ผมเตรียมการไว้หมดแล้วนะจ้ะ"
เจ้าคุณสุทธาถาม
"ได้ฤกษ์มาแล้วเหรอ"
"ครับ...ที่ผมกับสุมาพบคุณอาวันนี้ก็เพราะจะมาเรียนเรื่องนี้ละครับ ผมอยากเรียนเชิญคุณอาไปที่คลองน้ำวนวันนั้น..ผมอยากให้สุได้อยู่พร้อมหน้าคุณพ่อคุณแม่ในวันสำคัญครับ"
เจ้าคุณสุทธาหันไปยิ้มกับสุ
"สุเป็นสิ่งชื่นใจที่สุดของพ่อตอนนี้...อย่าเลื่อนพิธีไปเลยลูก สุไม่จำเป็นต้องมาเดือดร้อนเพราะเรื่องยุ่งๆ ที่นี่ อานนท์จัดการเรื่องพิธีการสู่ขอไปได้เลย"
อานนท์ยิ้มดีใจ
"ครับ"
"เอ้อ..แต่แม่เขาจะยอมให้พ่อไปที่คลองน้ำวนเหรอ" เจ้าคุณถาม
สุชาดายิ้มหวาน
"คุณแม่บอกว่ายินดีให้คุณพ่อไปที่สวนของเราค่ะ"
เจ้าคุณสุทธาดีใจ
"แม่พูดอย่างนั้นจริงๆ เหรอ...พ่อดีใจจริงๆ"
"ถ้าอย่างนั้นผมจะมารับคุณอาวันศุกร์แต่เช้ามืดเลยนะครับ เราต้องไปลงเรือที่วังศิลาขาว แล้วเอาเรือไปที่คลองน้ำวน ปริศนาจะให้รถจากวังไปรับน้าสมรมาลงเรือไปพร้อมกัน"
"แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะ" เจ้าคุณถาม
"คุณพ่อคุณแม่จะไปรอที่วังศิลาขาวครับ...ผมมารับคุณพี่กับตระกลแล้วก็ไปเจอกัน"
เจ้าคุณสุทธาดีใจ หันไปมองสุ
"ดีจริงอานนท์...พี่จะเตรียมตัวให้พร้อม"
สุหันไปยิ้มดีใจกับอานนท์

บริเวณเรือนเล็กริมน้ำบ้านคุณพระอนุสรณ์ เทอดกำลังตั้งสำรับอาหารที่นอกชาน เสาวนิตนั่งเล่นอยู่ริมน้ำ ตาคอยชำเลืองมอง มนตรีนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเขียนแบบ คอยมองมาที่เสาวนิต มนตรีกำลังวาดรูเสาวนิตด้วยดินสอ เสาวนิตก็ทำท่าเขินอาย เทอดมองแล้วก็หน้าเสีย เดินเข้าไปหาเสาวนิต
"คุณนิต...มาทานข้าวได้แล้วครับ"
เสาวนิตยิ้มสดใส แต่ตาไม่ได้มองเทอดเลย
"เรียกคนอื่นมาทานด้วยสิเทอด...จะให้นิตไปนั่งทานคนเดียวได้ไง..น่าเกลียด"
เทอดถอนใจ
"ผมว่าคุณนิตอย่าไปยุ่งกับพวกเค้าให้มากเลยครับ..เค้าอาจจะขึ้นไปทานบนตึกใหญ่ก็ได้"

เสาวนิตหันมามองเทอดไม่พอใจ
"นี่เทอด...อย่ามาทำเป็นสั่งนิตอีกได้ไหม...นิตจะทำอะไรน่ะมันเรื่องของนิต บอกหลายหนแล้วนะ น่ารำคาญ"
เสาวนิตลุกขึ้นจะเดินไป เทอดจับแขนเสาวนิตไว้
"คุณนิต...เทอดไม่มีความหมายกับคุณนิตเลยใช่ไหม ไหนคุณนิตเคยบอกว่ารักเทอด อยากใช้ชีวิตร่วมกัน ทำไมคุณนิตถึงเป็นอย่างนี้"
เสาวนิตยักไหล่ไม่แคร์
"อย่าพูดถึงเรื่องเก่าๆ เลย...มันจบไปแล้ว...เวลานี้นิตต้องการอิสระที่จะทำอย่างที่ตัวเองต้องการ...เลิกพูดเรื่องน่าเบื่อซะที...ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องมาพูดกับฉันอีก"
เสาวนิตสะบัดแขนโดยแรง มนตรี กับ วิเชียรที่คอยดูอยู่เดินเข้ามาหาเสาวนิต
"อะไรกันวะเทอด...ทำไมแกตัองฉุดมือฉุดแขนคุณนิตด้วยวะ" วิเชียรว่า
"แกอย่ายุ่งดีกว่าไอ้เชียร เรื่องของ..."
เสาวนิตถลึงตาใส่เทอดอย่างไม่พอใจ
"เรื่องของอะไร...พูดให้จบไอ้เทอด..เรื่องของใคร"
เสาวนิตจ้องเทอดอย่างไม่พอใจมาก
"มึงก็ถามเค้าเองก็แล้วกัน"
เทอดเดินหนีไป วิเชียร กับ มนตรีหันมามองเสาวนิตที่รีบทำหน้าเศร้า
"เทอดเค้าอยากให้นิตกลับบ้านค่ะ...นิตบอกว่าไม่ไป นิตอยากอยู่ที่นี่"
"ก็ถ้ามันอยากกลับก็ให้มันกลับไปซิ...แต่คุณนิตน่ะอยู่ที่นี่บ้านนี้เป็นบ้านผม...ผมอนุญาตให้คุณนิตอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ก็ได้"
เสาวนิตหันไปยิ้มหวานกับวิเชียร
"แล้วเมื่อกี้เทอดจะพูดอะไร...เรื่องของอะไร...เทอดยังพูดไม่จบ" มนตรีบอก
"แหม..คุณมนตรี นิตพูดไม่ออกค่ะ เทอดน่ะเป็นหลานแม่ครัว แต่ก็เป็นเพื่อนของพวกคุณ จะให้นิตพูดว่า เรื่องของนาย บ่าวไม่เกี่ยวได้ยังไงล่ะคะ ไหนๆ เทอดก็มีบุญคุณพานิตมาที่นี่ นิตไม่กล้าพูดไม่ดีกับเทอดหรอกค่ะ"
ชัยฟังแล้วก็ยิ้มเยาะๆ
"สมน้ำหน้าไอ้เทอด...เป็นแค่หมาวัดเสือกจะหมายปองดอกฟ้า"
วิเชียร กับ ชัยหัวเราะกัน...

เทอดนั่งเหม่ออยู่ริมแม่น้ำ สีหน้ามีความทุกข์เจ็บปวด ชัยเดินเข้ามานั่งด้วย
"ทำไมมานั่งอยู่ที่นี่ล่ะเทอด...ไปกินข้าวซิไป"
เทอดส่ายหน้า
"ไปกินกันเถอะ"
ชัยหัวเราะ
"อกหักหรือไงถึงกินข้าวไม่ลง..ทำใจซะเถอะวะ...ข้าว่าเอ็งกลับไปเถอะ อยู่ไปก็เท่านั้น ไม่ต้องห่วงคุณนิตหรอก พวกเราจะดูแลให้เอง"

"ฉันทิ้งคุณนิตไว้ที่นี่คนเดียวไม่ได้หรอก...ยังไงๆ คุณนิตก็ต้องมีฉันคอยดูแล"

ชัยทำหน้าสมเพช

"เทอดเอ้ย...นี่แกยังคิดว่าคุณนิตเค้ายังต้องการแกอยู่อีกเหรอ เค้าบอกกับใครๆ ว่าแกน่ะเป็นหลานแม่ครัวที่บ้านเขาเท่านั้น แกน่ะเลิกฝันลมๆ แล้งๆ ได้แล้วว่ะ"
เทอดสีหน้าเจ็บปวด
"คุณนิตพูดอย่างนั้นจริงๆ เหรอ"
"ก็จริงน่ะซิ...ไปถามพี่มนตรี กับพี่วิเชียรดูก็ได้"
เทอดเสียใจ

ยามเช้า พลับกับแววกลับจากใส่บาตร เดินถือขันใส่ข้าวกับถาดเคลือบกำลังเดินกลับมาที่เรือนพลับ
"แหม...ได้ตักบาตรเช้าๆ นี่สบายใจจริง..อีกไม่กี่วันก็จะครบรอบวันตายท่านเจ้าคุณของพวกเราแล้ว...หล่อนคิดจะทำกับข้าวอะไรเลี้ยงพระล่ะยะแม่แวว"
แววทำหน้าเบื่อ
"โอ้ย...ยังไม่อยากจะคิด ปีที่แล้วไอ้เราทำข้าวแช่ไปซะก่ายกอง คุณหญิงเทพไม่ยอมให้เอาเลี้ยงพระซะนี่ เอาไปให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้กินหมด ฉันละเบื่อจริงๆ เป็นเมียน้อยเค้านี่จนแก่ปูนนี้ยังโดนเค้าเหยียดหยามไม่สิ้นสุด"
"เอ๊ะ...ใครมันมานั่งอยู่หน้าเรือนน่ะ..เอ็งดูซิ"
ทั้งสองคนหยุดมองอย่างระวัง
"ใครกัน...เอ..." แววว่า
พลับตาเหลือกร้องเสียงดัง
"โอ้อ..เทอด...เจ้าเทอดนี่"
แววตกใจร้องเสียงดัง
"เทอด"
เทอดนั่งอยู่หน้าบ้าน หันหน้ามาเห็นป้าก็ร้องไห้...

เทอดก้มกราบที่เท้าของพลับ แววกับเหลือนั่งอยู่ด้วย เทอดน้ำตาไหล พลับก็เช็ดน้ำตาเหมือนกัน
"คุณป้าครับ...ยกโทษให้ผมด้วย ผมผิดไปแล้ว"
"แกพาคุณนิตหนีไปจริงๆ หรือเปล่า" พลับถาม
"พาไปครับ...ผมผิดไปแล้ว"
ป้าๆทั้งสามพากันตกใจ ตบอกเรอเอิ้กเอิ้ก แววค้อนสีหน้าไม่พอใจ
"ผิดไปแล้ว...เชอะ...อย่างแกนี่เค้าเรียกกินบนเรือนขี้รดหลังคารู้มั้ย"
"พวกเราเลยพลอยระยำไปด้วย ถูกไล่ออกจากบ้านกันหมด เกือบจะต้องไปนอนข้างถนนกันหมดแล้ว..ดีแต่ท่านเจ้าคุณช่วยไว้" พลับสะอื้น "ไม่งั้นต้องไปเป็นหมาหัวเน่าที่ไหนก็ไม่รู้"
แววยังโมโห
"เกือบจะบ้านแตกสาแหรกขาด ไม่มีที่จะคุ้มกะลาหัวเพราะแก"
พลับร้องไห้เช็ดน้ำตา
"อุตส่าห์เอามาเลี้ยง ท่านก็ส่งเสียให้เล่าเรียน แกทำกับลูกท่านอย่างนี้ได้ยังไงเทอด"
เทอดร้องไห้เสียใจ ก้มกราบพลับ แล้วก็ไปก้มกราบแวว
"ผมสำนึกผิดแล้วครับคุณป้า...จะลงโทษเฆี่ยนตียังไงผมก็ยอม"
เทอดก้มหน้าร้องไห้ พลับกับแววที่เริ่มจะหายโกรธแล้วเพราะสงสาร
"เอาละ...หยุดร้องไห้พูดกันให้รู้เรื่องก่อนซิ แกพาลูกท่านไปอยู่ที่ไหน แล้วนี่คุณนิตกลับมาด้วยหรือเปล่า"
"ผมพยายามจะพาคุณนิตกลับมาบ้านหลายหนแล้วครับ แต่คุณนิตไม่ยอมกลับ"
"ทำไมคุณนิตถึงไม่ยอมกลับ" แววถาม
เทอดก้มหน้า จะร้องไห้อีก
"คุณนิตใจแตกเสียใหญ่แล้วครับ ผมพูดห้ามก็ไม่ฟัง กลับโกรธไล่ไม่ให้ผมไปยุ่งอีก ผมกลัวคุณนิตจะเตลิดไปมากกว่านี้ เลยตัดสินใจมาสารภาพความผิดกับท่านเจ้าคุณ...ท่านจะได้ไปรับคุณนิตกลับบ้านเสียที"
"อกจะแตก...พาลูกสาวท่านไปตั้งเกือบสิบวัน แล้วจะให้ท่านไปรับกลับมา" แววบอก
"กลับมามันก็ไม่เหมือนเก่าย่ะ...มีอย่างที่ไหน..เราน่ะพาตัวไปก็ต้องพากลับมาน่ะซิ" พลับบอก
"ใช่...เรื่องอะไรจะให้ท่านเจ้าคุณไปรับ...อายขายหน้าเขาแย่น่ะซิ" แววว่า
"จะให้ท่านเจ้าคุณไปรับน่ะ แล้วถ้าคุณนิตเกิดฤทธิ์เดชไม่ยอมกลับมากับท่านเจ้าคุณ.จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน รู้ถึงไหนอายถึงนั่น"
"ฉันน่ะเกิดมาจนแก่ป่านนี้ยังไม่เคยเห็นลูกผู้ลากมากดีทำตัวอย่างนี้เลยละ"
"แล้วทำไมแกถึงพาคุณนิตหนี แกคิดยังไง บอกความจริงมา"
เทอดก้มหน้าคิด แล้วก็ยอมพูด...
"คุณนิตบอกผมว่า คุณหญิงตึกโน้น ท่านเจ้าคุณ กับคุณหญิงเจริญ เฆี่ยนตีบังคับให้คุณนิตแต่งงานกับ...เอ้อ ...คุณอานนท์ คุณนิตรักผม...ไม่อยากแต่งงาน"

"ไม่เคยได้ยิน...มีแต่แม่ตุ๊มาเล่าว่าแม่นิตน่ะ แอบหลงรักคุณอานนท์...ไม่เคยได้ยินใครพูดว่าคุณอานนท์มาติดแม่เสาวนิตซักคน" แววบอก
พลับบอก
"คุณอานนท์น่ะกำลังจะแต่งงานกับคุณสุ ลูกสาวคนโตของท่านเจ้าคุณต่างหาก...เทอดเอ้ย...แกโดนคุณนิตหลอกเอาแล้ว"
"ใครกันครับคุณสุ"

"ไม่ใช่เรื่องของแก เย็นนี้แกเตรียมตัวไปสารภาพผิดกับท่านเจ้าคุณได้เลย ท่านจะทำโทษเฆี่ยนตีแกยังไงแกก็ต้องยอม แกทำผิดเนรคุณกับท่านมากนะไอ้เทอด" พลับบอก
 
อ่านต่อหน้า 3

เจ้าสาวของอานนท์ ตอนที่ 15 (ต่อ)

เล็กริมน้ำคุณพระอนุสรณ์ มนตรี วิเชียร ชัยนั่งล้อมเสาวนิต แต่ละคนสีหน้าสนุกสนาน เสาวนิต และทุกคนต่างถือชามก๋วยเตี๋ยว หรือจานข้าวราดแกงอยู่ในมือ

"เทอดหายไปไหน...ทำไมไม่มากินข้าว" มนตรีถาม
"ช่างหัวมันเถอะพี่มนตรี...มันไม่อยู่ก็ดีแล้ว" วิเชียรบอก
"สงสัยจะร้องไห้กลับบ้านไปแล้วมั้ง" ชัยว่า
เสาวนิตหัวเราะเสียงดัง
"ทำไมต้องร้องไห้ด้วยล่ะชัย"
"ก็อกหักที่คุณนิตไม่เห็นหัวมันน่ะสิครับ" ชัยบอก
ชัย วิเชียร หัวเราะชอบใจ
"ไอ้เทอดมันอาจจะไปซื้อของแถวๆ นี้ละมั้ง...เจ้าประคู้น ขอให้มันหลงทางกลับไม่ถูก"
เสาวนิตเหลือบไปเห็นปทุมมายืนแอบดูด้านหลัง พวกผู้ชายมองไม่เห็น เสาวนิตเห็นสีหน้าปทุมเอาเรื่องก็เลยแกล้งยั่ว..
"แหม...ก๋วยเตี๋ยวเราเจ้านี้อร้อยอร่อย...ยิ่งวันนี้อร่อยเป็นพิเศษ"
"ผมก็กินเหมือนคุณนิต...มันก็เหมือนทุกวันนี่" ชัยบอก
วิเชียรหันไปเขกหัวชัย
"สะเออะ...ของคุณนิตเค้าปรุงรสเองโว้ย...ต้องอร่อยอยู่แล้ว"
"ลองชิมของนิตไหมล่ะคะ...ว่าอร่อยจริงไหม"

เสาวนิตเอาตะเกียบคีบลูกชิ้นป้อนให้วิเชียร ที่รีบอ้าปากอย่างเต็มใจ เสาวนิตชำเลืองมองปทุมที่ยืนแอบดู แล้วก็เอาตะเกียบคีบหมูจะป้อนให้มนตรี เสาวนิตยิ้มยั่วยวน
"ลองชิมดูสิคะคุณมนตรี...เดี๋ยวจะหมดซะก่อน"
มนตรียิ้ม กระเถิบเข้ามาใกล้ กินหมูที่เสาวนิตป้อนให้ ปทุมทนไม่ได้เดินออกมา
"พี่มนตรี"
ทุกคนตกใจมาก ยกเว้นเสาวนิตที่ยังยิ้มยั่ว วิเชียรร้อนตัวทำเป็นพูดเสียงดัง
"มาทำไมน่ะปทุม...มีธุระอะไรเหรอ"
ปทุมมองมนตรีอย่างน้อยใจ มนตรีหลบตา
"คุณแม่ให้มามาถามว่าจะขึ้นไปทานข้าวกลางวันไหม"

ปทุมหันไปมองเสาวนิตอย่างไม่พอใจ เสาวนิตยิ้มไม่สนใจ
"ไม่กินหรอก...กินแล้วนี่นา นี่ไงกำลังกินกันอยู่นี่ไง เห็นไหม" ชัยบอก
"เห็นซิ...เห็นเสียยิ่งกว่าเห็น..ดีแล้ว จะได้กลับไปเรียนให้คุณแม่ทราบ"
ปทุมหันไปจ้องเสาวนิตอย่างไม่พอใจ แล้วสะบัดหน้าหันหลังรีบเดินกลับไป มนตรีรีบลุกขึ้นวิ่งตามด้วยสีหน้าเดือดร้อน
"ปทุม...ปทุม...ปทุมจ๋า..หยุดเดี๋ยว ฟังพี่ก่อน"
คนอื่นๆ เห็นมนตรีวิ่งไปก็พากันหัวเราะฮา...ยกเว้นเสาวนิตที่มองตามมนตรีอย่างผิดหวัง

ปทุมร้องไห้รีบเดินหนีโดยเร็ว มนตรีวิ่งตามมาคว้าแขนปทุมไว้
"ปทุม...ปทุมจ๋า ฟังพี่ก่อน"
ปทุมสะบัดแขน แต่ไม่หลุด
"ปทุม"
มนตรีรวบแขนทั้งสองข้างของปทุมให้หันมา แต่ปทุมหันหน้าหนี
"ฟังพี่อธิบายก่อนซิ"
ปทุมจ้องหน้ามนตรี น้ำตาไหล สะบัดแขนโดยแรงหลุดจากมือมนตรี ปทุมผลักอกมนตรีโดยแรงจนมนตรีเซไป ปทุมวิ่งหนีไป มนตรียืนงง สีหน้าหนักใจ เสียงหัวเราะของเสาวนิตดังขึ้นด้านหลัง มนตรีไม่พอใจมากหันกลับไปกะจะพูดว่าเสาวนิต แต่พอเห็นหน้าเสาวนิตก็ใจอ่อน...เสาวนิตยืนหน้าเศร้า
"รีบตามไปสิคะ...เดี๋ยวเขายิ่งโกรธไม่รู้ด้วยนะ แล้วยังจะไปฟ้องบนตึกอีก คุณมนตรีไม่กลัวหรือ"
มนตรีถอนใจอย่างหนักใจ เอามือลูบแขนเสาวนิตอย่างปลอบโยน
"ทำยังไงดีล่ะคุณนิต...ถ้าคุณลุงมาเห็นจะเรื่องใหญ่"
มนตรีเดินกลับไป เสาวนิตก็เดินตามมาด้วยท่าทางน่าสงสาร...

ปทุมเดินเช็ดน้ำตาเข้ามาในห้องนั่งเล่น คุณพระอนุสรณ์นั่งอยู่กับคุณนายลำดวน พอเห็นท่าทางปทุมก็สงสัย
"ปทุม...นั่นร้องไห้เหรอลูก..ร้องไห้ทำไม" คุณนายลำดวนถาม
"ใครว่าอะไร" คุณพระถาม
"ฉันให้แม่ทุมไปตามหนุ่มๆ ที่เรือนริมน้ำมาทานข้าว เพราะไม่มาให้เห็นหน้าหลายวันแล้ว โดนเค้าว่ามาเหรอลูก"
ปทุมเช็ดน้ำตา เดินมานั่งข้างคุณนาย
"เปล่าค่ะ ไม่ได้มีใครว่าหนู แต่..."
"อะไร..มีอะไร"
"มีผู้หญิงอยู่ที่เรือนริมน้ำค่ะ ทำท่าทางสนิทสนมกับพวกผู้ชายมากค่ะ"
คุณนายถา
"ผู้หญิงที่ไหนกัน"
"นางแบบที่มาเป็นแบบวาดรูปหรือเปล่า...ที่มนตรีเค้าเคยจ้างมาน่ะ"
"อ๋อ...อย่าไปสนใจเลยลูก...เดี๋ยวเขาก็ไป...พวกนี้เค้าอาชีพนางแบบ เค้าก็ต้องทำเป็นสนิทสนมกับคนจ้างอย่างนี้ละ อย่าไปสนใจเลย"
"มนตรี กับ วิเชียรไม่ใช่คนเหลวไหล ถ้าเราไปทำหึงหวงเค้ามากเกินไป...ผู้ชายเค้าจะรำคาญ" คุณพระว่า
"หนูเคยเห็นนางแบบที่มาเป็นแบบมาก่อนนะคะคุณพ่อ...ไม่เหมือนแม่คนนี้"
"แม่คนนี้เป็นยังไงลูก"
"คนนี้ท่าทางดัดจริตมากค่ะ แต่งตัวก็โป๊ ทำท่ายั่วยวน"
คุณพระอนุสรณ์หัวเราะ
"เอ้อ...ปทุมนี่ขี้หึงไม่ใช่เล่น อย่าไปสนใจเลยลูก ต่อให้สวยแค่ไหน มนตรีก็ไม่สนใจหรอก"
"นั่นน่ะสิ...ถ้ามนตรีเกเรละก็ น้าจะจัดการให้เอง"

ปทุมยิ้มเชื่อฟัง

มนตรีนั่งหน้าเครียดอยู่...เสาวนิตนั่งอยู่ใกล้ๆ เฝ้ามองมนตรีแบบให้ท่า....

ฝ่ายพระอนุสรณ์เดินไปมาด้วยท่าทางไม่สบายใจ คุณนายลำดวนก็นั่งสีหน้าครุ่นคิด
"ฉันชักจะเป็นห่วงไอ้พวกเรือนเล็กริมน้ำซะแล้วนะ...ไอ้เราไว้ใจให้มนตรีใช้เป็นที่ทำงาน...ดูจะไม่เข้าทีซะแล้ว"
"นั่นสิคะคุณ...ลงว่ามีผู้หญิงมาทำเล่นสนุกอย่างนี้ เดี๋ยวจะพลอยใจแตกกันใหญ่...ดิฉันก็ว่าดูจะผิกปกติ
ไม่ขึ้นมากินข้าวกินปลาบนบ้านร่วมสิบวัน...มันน่าสงสัย"
"เมื่อก่อนก็เคยมีจ้างผู้หญิงมาเป็นแบบให้วาดเหมือนกัน ไม่เห็นจะพากันหายหน้าไปแบบนี้...คราวหน้าคราวหลังจะไม่อนุญาติให้เอาผู้หญิงมาที่นี่อีกแล้ว"
คุณพระอนุสรณ์ใช้ความคิด

วิเชียร ชัยนั่งคุยกันอยู่มุมหนึ่ง ทั้งสองคนมองเสาวนิต ที่เท้าคางคุยกับมนตรีด้วยท่าทางให้ท่าเต็มที่ ทำตาหวานใส่ มนตรีวาดภาพไปคุยไปกับเสาวนิตอย่างยิ้มแย้มมีความสุข
มนตรีปัดผมเสาวนิตที่ลงมาปรกที่หน้าอย่างอ่อนหวาน
"ปทุมโดนแย่งแฟนแน่ๆเลย" ชัยบอก
วิเชียรมองมนตรีอย่างไม่พอใจ
"มนตรีไม่น่าทำอย่างนี้เลย...อะไรวะ...มีแฟนแล้วแท้ๆ"
"ฉันนึกว่าคุณนิตเค้าชอบพี่ซะอีก" ชัยบอก
"ก็นั่นสิ...ไอ้มนตรีน่ะแหล่ะจะมาแย่งเรา" วิเชียรว่า
"ผมว่าคุณนิตเค้าทำดีกับพี่ก็เพราะเราเป็นลูกเจ้าของบ้าน แต่จริงๆ ผมว่าคุณนิตน่ะจ้องพี่มนตรีมาแต่แรกแล้ว"
"แต่ฉันชอบคุณนิต...ทำไงดีล่ะ"
วิเชียรทำท่านิ่งคิด
"ชัย...เอ็งไปสืบบนตึกซิว่าปทุมไปฟ้องพ่อว่าไงบ้าง"
ชัยทำหน้าเบื่อ
"ให้ฉันไปอีกแล้ว"
"ไปเร็วๆ ไอ้ชัย...แกไปคอยฟังว่า คุณพ่อว่าไงบ้าง แล้วรีบมาบอก"

ชัยคอตกลุกขึ้นอย่างเสียไม่ได้
"ก็ได้"
ชัยเดินไป... วิเชียรคิดอุบายจะจัดการกับเสาวนิต...วิเชียรเดินไปหามนตรี
"มนตรี...คุณพ่อให้มาตามแกแน่ะ"
มนตรี เสาวนิตต่างหน้าเสีย
"เร็วๆ สิวะ...ชักช้าเดี๋ยวคุณพ่อยิ่งโมโหนะโว้ย"
"รีบไปเถอะค่ะ...นิตจะรออยู่นะคะ"
"จ้ะ...พี่จะรีบกลับมา"

มนตรีลุกขึ้นเดินไป มนตรียังหันกลับมามองเสาวนิตอย่างเป็นห่วง...พอมนตรีเดินพ้นไป เสาวนิตลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจทำให้เสื้อตัวสั้นที่โป๊อยู่แล้ว ยกสูงขึ้นไปจนเกือบเห็นเสื้อชั้นใน วิเชียรที่มองอยู่ถึงกับกลืนน้ำลาย เสาวนิตเดินเข้าไปในห้องปิดประตู วิเชียรมองตาม

เสาวนิตเดินเข้ามาในห้อง หยิบกระจกขึ้นมาส่องหน้าเอาลิปสติกขึ้นมาทาปาก กระจกที่เสาวนิตส่องหน้าเห็นเงาสะท้อนที่หน้าต่างห้อง วิเชียรกำลังปีนเข้ามา
"คุณเชียร"
"คุณนิต อย่าไปสนใจมนตรีเลยครับ เค้ามีคู่รักแล้ว"
วิเชียรตรงเข้ามาจับมือเสาวนิต
"ผมรักคุณนิต...รักมาก...รักจนจะเป็นบ้า"
วิเชียรพยายามจะกอดเ เสาวนิตขืนตัวไว้ ตกใจ
"คุณเชียร...อย่าค่ะ"
"เป็นของผมเถอะนะ...ผมจะให้คุณพ่อแต่งงานให้เรา"

วิเชียรพยายามจูบ เสาวนิตผลักวิเชียรโดยแรง
"อย่านะ...คุณเชียร..อย่าทำบ้าๆ"
วิเชียรโมโห
"ก็บ้าน่ะซิ...ทีกับไอ้มนตรีทำออเซาะมันสารพัด...มันเป็นแค่หลานคุณน้า...ผมน่ะเป็นลูกเจ้าของบ้าน...คุณนิตควรจะรักผม"
เสาวนิตพยายามจะวิ่งออกนอกห้อง วิเชียรฉุดเอาไว้ เหวี่ยงเสาวนิตลงไปนอนกับที่นอน

มนตรีเดินไปตึกใหญ่ ชัยวิ่งจากตึกใหญ่มาเจอกับมนตรี ชัยยิ้มดีใจ
"สบายใจได้...คุณพ่อไม่ได้ว่าอะไรสักคำ..ทุกอย่างเรียบร้อย"
"คุณลุงเรียกพี่มาทำไม ชัยรู้หรือเปล่า"
ชัยตอบโดยซื่อ
"ไม่ได้เรียกนะ..ไม่เห็นพูดอะไรสักหน่อย"
มนตรีสงสัย นึกถึงว่า วิเชียรอยู่กับเสาวนิตสองคน มนตรีรีบวิ่งกลับไป ชัยมองตามอย่างงงๆ และวิ่งตามมนตรีไป

เสาวนิตกำลังถอยหนีวิเชียรอย่างตะลีตะลานจนเก้าอี้ล้ม วิเชียรตาขวางพยายามไล่ฉุดเสาวนิต
"คุณนิต...คุณต้องเป็นของผม"
เสาวนิตกลัวลนลาน ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อก็โดนกระชากจนเกือบขาด
"ไม่...อย่าทำอย่างนี้นะ...อย่านะ...ว๊าย"
วิเชียรดึงเสาวนิตเข้ามาจูบอย่างบ้าเลือด มนตรีเตะประตูเปิดโครมเข้ามา วิเชียรตกใจ
เสาวนิตรีบวิ่งไปกอดมนตรีไว้
"คุณมนตรีขา...ช่วยนิตด้วย"
วิเชียรตรงเข้ามาจะกระชาก เสาวนิตยิ่งเบียดมนตรีแน่นเพื่อหนีวิเชียร
"เฮ้ย..เชียร ขอเสียทีเถอะน่า...อย่าทำอย่างนี้..ถอยไป"
วิเชียรไม่สนใจ พยายามจะดึงเสาวนิตออกมาให้ได้ มนตรีกอดเสาวนิตแน่นพยายามเบี่ยงตัวหนีพูดเสียงแข็ง
"เชียรไม่เอาน่า...ลื้อถอยออกไป"
วิเชียรโมโห กระชากเสาวนิตกลับมาจนได้
"มนตรี...ลื้ออย่ายุ่งน่า..หมูเขาจะหามอย่าเอาคานเข้ามาสอด"
เสาวนิตสะบัดแขนโดยแรง แต่ดิ้นไม่หลุด วิเชียรพยายามดึงเสาวนิตให้เข้าไปในห้องให้ได้
"ว๊าย...คุณมนตรีขา ช่วยนิตด้วย คุณเชียรบอกให้ปล่อย ปล่อย"
มนตรีพูดเสียงดังเฉียบขาด
"ขอบอกเป็นครั้งสุดท้ายให้ปล่อยคุณนิตเดี๋ยวนี้... ปล่อยคุณนิต"
"ไม่ปล่อยโว้ย...แกน่ะแหล่ะไปให้พ้น...ไปหาปทุมโน่น อย่ามาเสือก"
เสาวนิตยังพยายามดิ้นรนร้องเสียงดังลืมตัว

"ไม่...ปล่อยฉันนะ...ปล่อย...ช่วยด้วย...คุณมนตรีช่วยนิต"
 
อ่านต่อหน้า 4

เจ้าสาวของอานนท์ ตอนที่ 15 (ต่อ)

มนตรีต่อยโครมเข้าให้ที่หน้า วิเชียรเซถลาล้มลงไป เงยหน้ามาปากแตกเลือดไหลเป็นทาง เสาวนิตแอบหลังมนตรี วิเชียรต่อยมนตรีจนเซเล้ม

"ปล่อยผม...ปล่อยผมคุณนิต"
มนตรีกับวิเชียรจึงต่อยฟัดกันนัวออกไปด้านนอก ข้าวของล้มตึงตังระเนระนาด ชัยพยายามจะเข้ามาห้าม กลับโดนหมัดลูกหลงเซไป เสาวนิตเต้นโหยงเหยงปากก็ร้องเสียงดัง
"ว๊าย...ว๊าย...ตายแล้ว"
เสาวนิตวิ่งเข้าไปในห้องปิดประตู...ชัยเห็นว่าเหตุการณ์จะลุกลามไปใหญ่ เลยวิ่งกลับไปที่เรือน

เสาวนิตยืนพิงประตูฟังเสียงชกต่อยด้วยสีหน้าตกใจ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น เลยร้องไห้ด้วยความกลัว

ทั้งคู่ชกต่อยกันอย่างชุลมุนอยู่ คุณพระอนุสรณ์ คุณนาย ปทุม ต่างพากันวิ่งมาดูด้วยความตกใจ
"หยุดเดี๋ยวนี้...หยุด"
ทั้งคู่ชะงัก...ทั้งสองคนอยู่ในสภาพเสื้อขาด หน้าบวมตุ่ย ปากแตก
"ทำไมลูกและหลานฉันจึงชกต่อยกันถึงอย่างนี้...นี่บ้านของฉันนะไม่ใช่เวทีมวย...ช่างไม่เกรงอกเกรงใจกันมั่งเลย...พูดกันดีๆ ไม่ได้หรือยังไง"
มนตรี กับ วิเชียร ยืนคอตกไม่ตอบ คนอื่นๆ ก็เงียบ คุณพระอนุสรณ์ยิ่งโมโห
"ฉันถามว่าทำไมถึงต่อยกัน ไม่ได้ยินหรือยังไง ว่าไง เจ้าวิเชียร เจ้ามนตรี หูหนวกหรือไง..ถามทำไมไม่ตอบ....นางผู้หญิงตัวการที่ทำให้เกิดเรื่องอยู่ที่ไหน"

เสาวนิตยืนฟังอยู่ในห้อง พอได้ยินคำว่านางผู้หญิงตัวการ ก็เม้มปากแน่นอย่างถือดี และ โกรธที่โดนดูถูก
"เจ้ามนตรี เจ้าวิเชียร บอกมาเดี๋ยวนี้นะ นางผู้หญิงตัวการที่ทำให้แกสองคนชกกันอยู่ที่ไหน บอกมา"
คุณพระอนุสรณ์โมโหมาก พูดด้วยเสียงดังอย่างเฉียบขาด มนตรี กับวิเชียร มองหน้ากัน
"อยู่ในห้องเล็กครับคุณพ่อ" ชัยบอก
คุณพระอนุสรณ์เดินจ้ำอ้าวไปเคาะประตูห้องที่เสาวนิตอยู่อย่างแรงหลายหน พูดอย่างดุ
"ออกมาเดี๋ยวนี้นะ...ถ้าไม่ออกมา...ฉันจะพังประตูเข้าไปลากเธอออกมาเดี๋ยวนี้"
เสาวนิตเปิดประตูห้องออกมาด้วยท่าทางใจเย็นไม่สะทกสะท้าน เสาวนิตแต่งตัวใหม่เรียบร้อย
หวีผมเรียบร้อย เดินออกมาอย่างไม่กลัวเกรง คุณพระอนุสรณ์มองแล้วก็ตกใจ
"เอ๊ะ...นี่มันลูกสาวเจ้าคุณสุทธานี่...ใช่ไหมเธอ"
คุณพระหันไปถามคุณนายที่เดินเข้ามาจ้องหน้าเสาวนิต
"ใช่สิคะ...แม่นางเอกละครโรงเรียนที่เราไปดูกันมาไงคะ"
คุณนายทำหน้าดูถูก เสาวนิตตกใจ...

เจ้าคุณสุทธาเปลี่ยนชุดเป็นชุดสบายๆ แล้ว ยืนหันหลังให้เทอด เทอดนั่งอยู่ที่พื้น ก้มกราบที่เท้าเจ้าคุณ เจ้าคุณสุทธาเดินไปนั่งที่เก้าอี้ ถามเสียงเรียบๆ
"นึกยังไงถึงได้กลับมา...ทำผิดขนาดนี้ยังกล้ากลับมาที่นี่อีกหรือ"
เทอดนั่งก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น เจ้าคุณมองเฉยอยู่...
"เล่ามาให้หมดว่าเรื่องมันเป็นยังไง...เสาวนิตอยู่ที่ไหน ทำไมเธอถึงพาเสาวนิตหนีไป...เล่ามา"
เทอดพยายามพูด
"ครับผม...กระผมจะเล่าทุกอย่างไม่ปิดบังท่านเลยครับ"
เทอดน้ำตาไหล...

ฝ่ายคุณพระอนุสรณ์ กับ คุณนายลำดวน ยืนจ้องหน้าเสาวนิตอย่างเอาเรื่อง เสาวนิตกลัว แต่พยายามถือดีไม่สะทกสะท้าน มนตรีคอยมายืนไม่ห่าง มองเสาวนิตด้วยสีหน้าเป็นห่วง ชัยนั่งอยู่อีกที่หนึ่งกับวิเชียร ปทุมมายืนใกล้ๆ คุณนาย
"ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่...เธอมีเหตุผลอะไรที่มาอยู่ที่นี่"

เสาวนิตทำเป็นไม่สนใจ
"เอ้อ...หนูมาเที่ยว"
คุณพระอนุสรณ์ กับ คุณนายไม่พอใจ
"แปลกนะ...อยู่ดีๆ จะมาเที่ยวทำไม...บ้านนี้มีแต่ผู้ชายทั้งนั้นเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง มิหนำซ้ำยังมาทำให้เค้าชกต่อยกันอีก"
เสาวนิตหันมาเถียง
"นิตไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย...คุณเชียรน่ะปีนเข้ามาหานิตเอง...อย่ามาหาเรื่องนิตสิคะ"
"แล้วเธออยากให้เชียรปีนเข้าไปหาเธอหรือเปล่าล่ะ" ปทุมถาม
เสาวนิตหันไปจ้องหน้าปทุมอย่างไม่พอใจ
"ถ้าฉันอยากให้เค้าเข้ามาหาฉัน...ฉันจะล็อคประตูทำไม ไม่น่าถามเลย"
คุณนายบอก
"เธอต้องการอะไรกันแน่...เธอมาอยู่ที่นี่ทำไม..ที่บอกว่ามาเที่ยวน่ะ...ฉันไม่เชื่อ"
"คุณนิตไม่ได้มาเองหรอกครับ...เทอดเป็นคนพามา" มนตรีว่า
"เทอดไหน..คนไหนเทอด"
ทุกคนมองหาเทอด
วิเชียรบอก
"เทอดเป็นเพื่อนผมเองครับ...เรียนอยู่ด้วยกันที่มหาวิทยาลัย"
"แล้วเทอดหายไปไหน"
"เทอดไปแล้วครับคุณพ่อ"
"อ้าว.....พาลูกสาวเค้ามาแล้วตัวมันหายไปไหน..เจ้าเชียรบอกพ่อมาซิว่าเทอดพายายนิตมาที่นี่ทำไม"
"เอ้อ...เทอดพาคุณนิตหนีมา เพราะคุณนิตโดนพ่อแม่เฆี่ยนตีอย่างไม่ยุติธรรมครับ"
"เรื่องแค่นี้น่ะเหรอถึงกับต้องพาหนีมา" คุณนายว่า
"แล้วไปทำอะไรเข้าละ ถึงถูกเฆี่ยนตี"
เสาวนิตเม้มปากอย่างไม่พอใจ
"มันเรื่องของดิฉัน...ในเมื่อไม่พอใจให้ฉันอยู่ฉันก็จะกลับ"
"ยังกลับไม่ได้"

เทอดนั่งพับเพียบอยู่ที่พื้น เจ้าคุณสุทธาฟังเทอดเล่าเรื่องจบ ลุกขึ้นยืนอย่างใช้ความคิด
"เทอด...รู้ตัวหรือเปล่าว่าโดนยายนิตหลอก"
เทอดก้มหน้า
"รู้ครับ...ผมเลวมาก...ที่ใช้อารมณ์ตัดสินการกระทำ ผมกลุ้มใจมาก..ผมยอมรับผลกรรมในสิ่งที่ได้กระทำครับ ถึงยอมตากหน้ามาหาท่านครั้งนี้เพื่อรับโทษ"
เทอดพูดแล้วก็น้ำตาไหล เจ้าคุณสุทธามองเทอดนิ่ง สีหน้าสงสาร
"การกระทำของเธอครั้งนี้...ถือว่าเป็นความผิดมหันต์ ฉันคงให้เธออยู่ในบ้านนี้ต่อไปอีกไม่ได้"
เทอดก้มกราบ พยายามกลั้นสะอื้น
"ท่านจะเฆี่ยนตี หรือ จับผมส่งตำรวจก็ได้ครับ..ผมยินดีรับโทษทุกอย่าง"

เจ้าคุณสุทธาถอนใจ
"ฉันจะไม่ทำอย่างนั้น...ฉันไม่ได้โกรธเธอ ฉันคิดว่าฉันพอจะรู้จักลูกสาวของฉันดี ฉันไม่ดีเอง..ที่ไม่ได้ให้เวลาอบรมสั่งสอนยายนิตดีพอ"
เทอดมองหน้าเจ้าคุณอย่างคิดไม่ถึง
"ฉันจะให้เธอไปอยู่ที่บ้านคุณพระสวัสดิ์ ท่านเป็นเพื่อนรักของฉัน ท่านเป็นคนใจดี มีเมตตา...ท่านไม่มีลูก...เธอก็ไปคอยดูแลรับใช้ท่านให้ดี"
เทอดดีใจกลั้นสะอื้น ยกมือไหว้ท่วมหัว
"เธอเองก็จะสบายใจกว่าที่อยู่ที่นั้น...ฉันยังจะส่งเสียให้เธอเล่าเรียนให้จบแพทย์ จะได้ไปรักษาคนไข้ยากจนที่บ้านเธออย่างที่ตั้งใจไว้"
เทอดสะอื้นตื้นตัน คลานมากราบที่เท้าเจ้าคุณสุทธา เฉยเปิดประตูเข้ามาเดินมานั่งคุกเข่าใกล้ๆ
"คุณพระอนุสรณ์โทรศัพท์มาขอรับ...บอกว่าเรื่องสำคัญ"

เจ้าคุณสุทธาพยักหน้าแล้วเดินออกไป

ครู่ต่อมา คุณพระอนุสรณ์วางโทรศัพท์ แล้วหันมายิ้มกับภรรยา

"เจ้าคุณสุทธาไม่ยอมมารับลูกสาว บอกว่าทีหลังจะได้ใจ ฉันเลยรับอาสาพาไปส่งเอง จะได้เล่าเรื่องราวไว้ให้พ่อแม่เขารู้ไว้ให้ตลอด กันการเข้าใจผิดทีหลัง เพราะเราก็มีทั้งลูกชาย ทั้งหลานชาย"
คุณนายลำดวนปรายตามองวิเชียร กับ มนตรีด้วยสายตาไม่พอใจ
"ถูกแล้วค่ะ เกิดแม่นั่นท้องไส้ขึ้นมา ไม่รู้จะหาว่าใครเป็นพ่อของเด็กในท้อง...ว่าไง...มนตรี วิเชียรใครไปยุ่งกับแม่นกปรอทนั้นหรือเปล่า"
"เปล่าครับ...ไม่เคยเลยครับ"
"ผมก็เปล่าครับ...เอ้อ...พอคิดจะทำก็โดนพี่มนตรีต่อยเอาซะก่อน"
มนตรีหันไปมองวิเชียรยิ้มๆ
"พี่ต้องขอโทษด้วยนะ"
วิเชียรยิ้ม
"ไม่เป็นไรหรอกพี่...ถ้าพี่ไม่มาห้ามไว้ ผมก็คงซวยเหมือนกัน ถ้าไปเอาผู้หญิงอย่างนั้นมาเป็นเมีย"
"นั้นสินะ...ไม่นึกเลยว่าจะเป็นแบบนี้"
ปทุมถาม
"ยังนึกเสียดายเหรอคะ"
มนตรีอาย
"ไม่หรอกจ้ะ...ครั้งนี้เป็นบทเรียนที่ดีของพี่ ผู้หญิงที่สวยไม่ได้แปลว่าจะเป็นคนดีเหมือนหน้าตาหรอก"
ปทุมยิ้ม
คุณพระอนุสรณ์ถาม
"แม่ลำดวนจะไปส่งลูกเจ้าคุณสุทธากับฉันไหมล่ะจ้ะ"
"ไม่ละค่ะ...คุณพระไปคนเดียวก็ดีแล้ว เฮ้อ..ลูกผู้ลากมากดีแท้ๆ เชียวนะ ช่างเป็นไปได้ ถ้าดิฉันมีลูกสาวเป็นแบบนี้ละก็มีหวังอกแตกตายแน่ๆ ทีเดียว"

มนตรี หันไปยิ้มกับปทุม และ วิเชียรอย่างสำนึกผิด....

พลับ แววนั่งยกมือไหว้ท่วมหัว สีหน้าซาบซึ้ง เทอดนั่งตาแดงอยู่ใกล้ๆ
"ท่านช่างประเสริฐแท้ๆ จะหาใครจิตใจงามอย่างท่านเป็นไม่มีอีกแล้ว"
"ใจบุญเหมือนเจ้าคุณพ่อของท่านนั้นแหล่ะ..เทอดเอ๊ย เคราะห์ดีเหลือเกินที่ท่านเจ้าคุณท่านเป็นคนใจบุญอย่างนี้...ถ้าเป็นพ่อคนอื่นป่านนี้หัวของแกแยกเป็นเสี่ยงๆ แล้ว"
"นั้นสิครับ...ท่านดีต่อผมอย่างไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน บุญคุณของท่าน ความเมตตากรุณา ความดีของท่านจะจารึกในใจผมตลอดชีวิต"
"ท่านได้ให้ชีวิตใหม่กับเอ็งนะเทอด"
"ครับ...ท่านให้ชีวิตใหม่กับผมจริงๆ"
"เทอด...ไปอยู่ที่อื่นแล้วก็กลับมาหาป้าบ้างนะ...ถึงยังไงๆ ป้าก็รักแก...หวังดีเสมอแหล่ะ"
เทอดก้มกราบที่ตักพลับ
"ผมทราบแล้วครับ...คุณป้ารัก และหวังดีต่อผมเสมอ..แต่ที่ผมคิดไม่ถึงก็คือความดีของท่านเจ้าคุณ...ท่านช่างยุติธรรม และ ดีอะไรอย่างนั้น...ผมไม่นึกเลยว่าในโลกนี้จะยังมีคนดีๆ อย่างท่านเหลืออยู่อีก" เทอดร้องไห้
"ถ้าอย่างนั้นก็ต้องตั้งใจเรียนให้สำเร็จสมกับที่ท่านเมตตานะเทอด...อย่าทำให้ท่านผิดหวังอีกเชียวนะ" พลับบอก
"ป้าก็ขอให้เอ็งเรียนสำเร็จเป็นหมอที่ดีนะเทอดนะ"
สามคนร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ เทอดสีหน้ามุ่งมั่นเหมือนได้ชีวิตใหม่...

เวลาต่อมา รถของคุณพระอนุสรณ์ขับมาจอดที่หน้าตึกใหญ่เจ้าคุณสุทธา เสาวนิตลงจากรถได้ก็รีบวิ่งเข้าบ้านไป คุณพระมองตามแล้วก็ส่ายหน้าอย่างระอา เฉยเข้ามารายงาน
"ท่านให้เรียนเชิญคุณพระในห้องรับแขกขอรับ"
คุณพระอนุสรณ์เดินขึ้นไปบนตึกกับเฉย

เสาวนิตวิ่งขึ้นบันไดมา ปากก็ร้องเรียกหาคุณหญิงเจริญ
"คุณแม่...คุณแม่ขา...คุณแม่"
เสาวนิตเปิดประตูแม่เข้าไปแล้วก็ต้องหยุดชะงัก เพราะห้องว่างเปล่า แม้แต่ที่นอนก็ถูกพับเก็บไว้ ข้าวของต่างๆ ไม่มีเหลืออยู่เลย เสาวนิตยืนงง
"คุณแม่"

เจ้าคุณสุทธา นั่งคุยกับคุณพระอนุสรณ์ด้วยสีหน้าหม่นหมอง..
"ผมไม่รู้จะพูดอย่างไรถูก ทั้งอับอายขายหน้า ทั้งเสียใจ"
คุณพระอนุสรณ์มองอย่างเห็นใจ
"ท่านเจ้าคุณ...เราต่างก็เป็นเพื่อนคบหากันมานาน...ผมเองกับแม่ลำดวน เข้าใจท่านเจ้าคุณทุกอย่าง และเห็นใจเป็นที่สุด นับว่าเคราะห์ยังดีที่เสาวนิตมาอยู่ที่บ้านผม ถ้าไปอยู่ที่อื่น...ก็คงลำบากกว่านี้"
"ผมมีส่วนผิดอยู่มาก...ที่ไม่ได้อบรมลูกให้ดี ถ้าได้ใกล้ชิดกับเขามากกว่านี้...เสาวนิตคงไม่ใจแตกเท่านี้"
"ท่านเจ้าคุณ...ลูกน่ะ เราก็เลี้ยงเขาได้แต่ตัว เขารักดี เขาก็ได้ดีไป ถึงจะเลี้ยงดีแค่ไหน ถ้าคนมันจะนอกคอก เราก็คงทำอะไรไม่ได้ อย่าไปโทษตัวเองเลยนะครับ"
"เสาวนิตกลับมาคราวนี้ ผมจะเลี้ยงดูอบรมแกเอง จะไม่ให้แม่ของแกมายุ่งด้วยอีก หวังว่าคงจะยังไม่สายเกินไป"
คุณพระอนุสรณ์ยิ้ม มองเจ้าคุณสุทธาอย่างเห็นใจ

เสาวนิตนั่งหน้าเศร้าอยู่บนเตียงคนเดียว....พอจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณหญิงเจริญ

เจ้าคุณสุทธาออกมายืนส่งคุณพระอนุสรณ์ที่หน้าตึก
"เอาไว้ว่างๆ เราค่อยนัดไปทานข้าวกันนะครับท่านเจ้าคุณ ผมจะมาที่นี่หรือว่าท่านจะไปบ้านผมก็ได้"
เจ้าคุณสุทธาพยายามยิ้ม
"ได้สิครับ...ฝากความระลึกถึงให้แม่ลำดวนด้วยนะครับ ต้องขอขอบคุณ คุณพระอีกครั้งนะครับ"
คุณพระอนุสรณ์ยิ้มพอใจ ขึ้นรถขับออกไปสวนทางกับคุณหญิงเจริญที่วิ่งเข้ามา คุณพระหันไปมองแล้วก็เมินหน้าหนี
"แม่นิต...แม่นิต...แม่นิตลูกแม่"
คุณหญิงเจริญเดินเข้ามาอย่างเอาเรื่องเจ้าคุณสุทธาเต็มที่
"แม่นิตอยู่ไหน...ฉันต้องการพบลูกสาวฉัน"
เจ้าคุณสุทธาไม่สนใจ เจริญพยายามจะเข้าไปในบ้าน แต่เฉยยืนขวางไว้ เจริญชะงัก
"ไอ้เฉย...ไอ้ไพร่..มึงมายืนขวางหน้ากูทำไม..ถอยไป"
เฉยยืนนิ่ง เจริญจึงผลักเฉยกระเด็นไป
"ไปให้พ้นไอ้ขี้ข้า...แม่นิต...แม่นิต"
"หยุดนะ"
คุณหญิงเจริญหันมา เสาวนิตวิ่งลงมาจากข้างบน เข้ามากอดเจริญแม่
"แม่นิต หายไปไหนมาลูก แม่เป็นห่วงลูกเหลือเกิน"
"เธอกลับไปตึกคุณแม่ได้แล้ว"
คุณหญิงเจริญหันไปตาเขียวใส่เจ้าคุณสุทธา
"เจ้าคุณ...นี่ใจคอเจ้าคุณจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกได้เจอกันหรือยังไง"
"แม่อย่างเธออย่ามายุ่งกับลูกจะดีกว่า...แล้วเธอก็เคยพูดไม่ใช่หรือว่าจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก หรือเธอจะผิดคำพูดตัวเอง เสาวนิต กลับขึ้นไปข้างบนเดี๋ยวนี้ ห้ามลงมาเด็ดขาด ไป..บอกให้ขึ้นไป"
เสาวนิตทำท่ากลัวเกรง รีบเดินขึ้นไป คุณหญิงเจริญหันมาจ้องหน้ากับเจ้าคุณสุทธาอย่างไม่มีใครยอมใคร

เสาวนิตเดินจ๋องๆ มาด้วยท่าทางน่าสงสาร สีหน้าเศร้าหมองจะร้องไห้ เดินเหมือนคนไม่มีแรง ก้มหน้างุดๆ เดินขึ้นบันไดไป จับราวบันไดราวกับจะตกลงมาถ้าไม่จับราวบันได้ไว้
 
เสาวนิตหันไปมอง พอไม่เห็นใครตามมา ก็เปลี่ยนท่าทางเป็นวิ่งไปกระโดดไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส...
 
อ่านต่อตอนที่ 16
กำลังโหลดความคิดเห็น...