xs
xsm
sm
md
lg

รอยรักแรงแค้น ตอนที่ 5

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


รอยรักแรงแค้น ตอนที่ 5

มุกรินเดินทอดอารมณ์มาตามชายหาดสวยในแดดงามยามเช้า สายตามองไปไกลลิบ เหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาผุดซ้อนขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมๆ กับเสียงความคิดที่ดังขึ้นในหัวของเธอ

“ทุกย่างก้าวของชีวิตคนเรา ล้วนเต็มไปด้วยการตัดสินใจ ไม่เว้นแต่ละวัน ในแต่ละช่วงชีวิตนั้น เราจะพบกับเรื่องดีหรือร้าย อยู่ที่การตัดสินใจนั้น ผิดหรือถูก”
ส่วนคิมหันต์ ขับรถทะยานรถมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ แววตาของเขาเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ต้องครุ่นคิดหนัก เหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา ผุดซ้อนให้เห็นในห้วงคิดเขาอีกครั้ง พร้อมเสียงความที่ดังขึ้นในหัวของเขา
“การกระทำแบบเดียวกันอาจเกิดจากสาเหตุที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเพราะความรัก หรือเพราะความแค้น ก็สามารถเป็นต้นเหตุของพฤติกรรมแบบเดียวกันนั้นได้”
ทางด้านพักตรากำลังลองชุดงานหมั้นอย่างมีความสุขล้น
“วันที่มีความสุขที่สุด อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความทุกข์ที่สุดก็เป็นได้...ใครจะรู้” คิมหันต์บอกกับตัวเองอย่างนั้น

กลับจากทำงาน มุกรินเดินขึ้นบันไดตรงไปยังห้องพัก ไขกุญแจห้องเปิดประตูเข้าไป พลันร่างของคิมหันต์ก็พุ่งตามเข้ามาในนั้น เขาดันร่างมุกรินเข้าไปในห้องแล้วจึงปิดประตูล็อค มุกรินตั้งตัวแทบไม่ทัน
มุกรินตกใจมากกว่าดีใจ “คุณจะทำอะไรฉันเนี่ย”
“ทำไมต้องไปเชียงราย”
มุกรินมองหน้าคิมหันต์ แล้วถอนใจดังอย่างเหนื่อยล้า คิมหันต์เปล่งเสียงดังถามย้ำขึ้น
“ผมถามว่า ทำไมต้องไปเชียงราย”
“ฉันไปเชียงราย แล้วมันผิดตรงไหน”
“ผิดตรงที่คุณไปกับไอ้หมอนั่นสองต่อสองไง”
“แล้วทีคุณไปกับยายพักตร์สองต่อสอง จนดึกดื่นบ้าง อยู่กันจนถึงเช้าบ้างล่ะ”
“มันไม่เหมือนกัน”
“เพราะคุณกับยายพักตร์กำลังจะหมั้นกันใช่มั้ย งั้นฉันก็ต้องหมั้นกับพี่ปรารภก่อนใช่มั้ย ถึงจะไปเชียงรายได้โดยไม่ผิด”
“มุก”
คิมหันต์ตะโกนเสียงดังเพื่อหยุดอารมณ์พลุ่งพล่านของมุกริน
มันได้ผล มุกรินจ้องหน้าคิมหันต์แล้วจึงเอ่ยปากบอกว่า
“คุณคิดว่าฉันจะทนดูงานหมั้นของคุณกับยายพักตราได้งั้นเหรอ”
“แต่ก็ไม่จำเป็นต้องหนีไปไกลถึงเชียงรายนี่ แล้วไอ้หมอนั่นมันก็มีเมียมาแล้วตั้งสามคน ลูกอีกสอง มุกคิดว่ามันจริงใจกับมุกเหรอ มันก็แค่อยากได้มุกเท่านั้น”
“ก็ยังดีกว่าไม่มีใครอยากได้...”
คิมหันต์เริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดอีกครั้ง
“ถ้างั้นก็ไม่ต้องอ้างเรื่องงานหรอก”
“ฉันไม่ได้อ้าง ฉันไปทำงานจริงๆ”
“เสร็จจากงาน แล้วค่อยทำอย่างอื่นกันละซี คุณมีเวลาตั้งสามอาทิตย์นี่ ผลัดกันทำได้ตั้งเยอะ”
มุกรินฉุนขึ้นมาอีก “คุณดูถูกฉันมากไปแล้ว”
“ก็มันไม่ผิดใช่มั้ยล่ะ พี่ชายมีเมียน้อยได้ น้องสาวก็มีชู้ได้”
มุกรินเงื้อมือตบหน้าคิมหันต์อย่างแรง
“ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลย ออกไป”
“ผมจะไม่ออกไปจากห้องนี้จนกว่าคุณจะบอกผมว่า จะไม่ไปเชียงราย”
“ฉันจะไป คุณไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉัน ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณ”
“งั้นเหรอ จะให้ผมโพทนามั้ยว่า คุณเป็นของผม กี่ครั้งเมื่อคืนนี้”
มุกรินตบหน้าคิมอีกที แรงกว่าเก่า คิมหันต์ตบกลับไปบ้างโดยไม่ยั้งมือ ยังผลให้ร่างมุกรินกระเด็นห่างออกไป เลือดไหลซิบๆ ที่มุมปาก พร้อมๆ กับหยาดน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลออกมาด้วยความเจ็บปวด
คิมหันต์เองก็ตกใจไม่น้อย
“ฉันไม่เข้าใจคุณเลยคิม เราเพิ่งจะดีต่อกันหยกๆ แต่ตอนนี้ คุณกลับเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ตรงกันข้าม คุณไม่ใช่คิมหันต์คนเดิมที่ฉันรู้จัก”
คิมหันต์กระอึกกระอัก “ผม…”
“ออกไปจากห้องฉันเถอะค่ะ ขอร้องเถอะ อย่าทำให้ฉันรังเกียจคุณมากไปกว่านี้เลยคิม”
คิมหันต์นิ่งไป เขาพูดอะไรไม่ออก
“เรื่องของเราที่ชายทะเลเมื่อคืน ฉันจะถือซะว่าฝันไปก็แล้วกัน เราอย่าเจอหน้ากันอีกเลย”
คิมหันต์สูดหายใจลึกๆ
“ผมควรจะเป็นคนพูดประโยคนี้กับคุณ เมื่อดูจากสิ่งที่คุณและพี่ชายคุณทำกับผม แต่มันสายไปแล้วที่จะคิดอย่างนั้น คุณผูกพันกับผมมากเกินกว่าที่ผมจะหันหลังกลับไป”
คิมหันต์ใช้สองมือประคองวงหน้าของมุกริน
“ไม่ว่าคุณอยู่ที่ไหน คุณจะอยู่ในสายตาผมตลอดไป จำไว้”
คิมหันต์ขยับตัวเดินออกไปจากห้องนี้ไปเลย
มุกรินทิ้งกายลงอย่างปวดร้าว เธอนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น สับสนเหลือแสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

คิมหันต์นั่งนิ่งสงบอารมณ์อยู่ในรถของเขา ขณะที่รถปรารภแล่นเข้ามาจอดหน้าหอพักพอดี คิมหันต์เห็น เขามองเขม็งไปที่รถคันดังกล่าว
ปรารภลงจากรถ เดินเข้าไปในหอพัก คิมหันต์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดโทร.ออกทันที
“ไอ้หมอนั่นกำลังขึ้นไปหาคุณ ผมไม่รู้ว่ามันมาเองหรือคุณนัดมันมา”
มุกรินนั่งน้ำตาเต็มตาอยู่กลางห้อง ถือโทรศัพท์แนบหูนิ่งฟัง
“แต่ถ้าภายในสิบนาทีมันยังไม่ลงมา ผมจะขึ้นไปลากมันลงมาเอง...ไม่เชื่อลองดู”
ปรารภเคาะประตูห้องพักมุกริน
“มุก…มุก พี่รภเอง...พี่ซื้ออาหารมาฝาก”
ประตูห้องถูกเปิดแง้มออกประมาณครึ่งเสี้ยวบาน มุกรินเพียงโผล่หน้าออกมาพูดกับเขา
“พี่รภ”
“พี่เก่งมั้ย เข้าซอยถูกด้วย ไม่หลงเลยนะ”
“มุกรู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ”
“เหรอ พี่พาไปหาหมอมั้ย”
“ไม่เป็นไรค่ะ...นอนพักซะหน่อย เดี๋ยวก็คงหาย”
“แล้วไม่กินข้าวเหรอ”
“ไม่ละค่ะ...พี่รภกินเถอะ”
“เอ้อ…”
“พรุ่งนี้ค่อยเจอกันนะคะ พี่รภ...มุกขอโทษจริงๆ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ...งั้นนอนเยอะๆ นะ พรุ่งนี้พี่มารับ”
“โทร.มาก่อนนะคะ พี่รภ”
ปรารภยิ้มรับคำ แล้วจึงเดินออกไป มุกรินปิดประตูห้อง เดินมานั่งนิ่งๆ บนเตียงกลางห้อง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง มุกรินกดรับสายนั้น
“ฮัลโหล”
คิมหันต์พูดโทรศัพท์อยู่ในรถด้วยสีหน้าพอใจขึ้น
“อย่างนี้ผมค่อยเชื่อใจคุณได้หน่อย”
ด้านหลังรถของคิมหันต์ ปรารภขึ้นรถ แล้วขับออกไป
มุกริน...เธอยืนฟังเสียงคิมหันต์ในโทรศัพท์ นิ่ง
“บางที ผมอาจจะโผล่ไปให้คุณเห็นที่เชียงรายก็ได้ ระวังตัวให้ดี”
คิมหันต์กดปุ่มวางสายโทรศัพท์

เช้าวันหมั้น ขบวนแห่ขันหมาก ขบวนแห่ขันหมากเดินไปตามทางเดินมุ่งหน้าสู่บริเวณงาน เสียงร้องโห่ของขบวนดังสนั่น คิมหันต์ในชุดไทยเดินอยู่ในขบวนนั้นในฐานะเจ้าบ่าว
ส่วนในห้องจัดเลี้ยง มีจอโปรเจ็คเตอร์ใหญ่เบิ้ม ปรากฏภาพขบวนแห่ให้เห็น
มีเวทีในห้องจัดพิธีหมั้นนั้นด้วย พิธีกรจากบริษัท Fast Track ยืนอยู่บนเวที ทำหน้าที่อย่างคล่องแคล่วรอบๆ บริเวณงาน เห็นแขกผู้ใหญ่ มีฐานะทางสังคมสูง มาร่วมเป็นสักขีพยาน
“นั่นคือภาพขบวนแห่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานะคะ หลายๆ ท่านอาจจะมาไม่ทันเราจึงนำภาพเหล่านั้นมาให้ชมอีกครั้ง เพื่อเป็นการประกาศความรักอันยิ่งใหญ่ของคู่รักทั้งสอง และบัดนี้ ถึงช่วงเวลาสำคัญแล้ว ขอเชิญคู่บ่าวสาว นั่งลงเบื้องหน้าประธานในพิธี และผู้หลักผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวด้วยค่ะ”
คิมหันต์และพักตราเดินเข้ามาอย่างสง่างาม ทั้งสองนั่งลงเบื้องหน้า พลโทอรรถ

จอโทรทัศน์ในห้องอาหารโรงแรมในเชียงราย มีภาพงานหมั้นของคิมหันต์พักตราปรากฏบนจอทีวีในนั้นขณะมุกรินเดินเคียงคู่กับปรารภตรงมาที่โต๊ะอาหาร ปรารภขยับเก้าอี้ให้มุกรินนั่งอย่างสุภาพ บริกรเข้ามาแนะนำรายการอาหารเช้า
ในห้องจัดเลี้ยง คิมหันต์วางขันหมาก สินสอดทองหมั้น เบื้องหน้าพลโทอรรถ เสียงแขกในงานฮือฮา เมื่อเห็นสร้อย แหวน เงิน ทองในพานนั้น

บริกรกำลังวางอาหารชั้นดีจานใหญ่เบื้องหน้ามุกริน ที่เหลือบไปเห็นภาพงานหมั้นในจอทีวีพอดี
ในจอคิมหันต์สวมแหวนให้พักตรา ท่ามกลางรอยยิ้มของทุกคนในบริเวณงาน
มุกรินเบือนหน้าหนีจากทีวี สีหน้าเธอไม่สู้ดี ปรารภเห็นอาการดังกล่าว เขายกมือเรียกบริกรทันที
“น้อง พี่ขอปิดทีวีหน่อยนะ”
ปรารถเดินไปปิดทีวีทันที โดยไม่รอคำตอบจากบริกร

ที่ห้องจัดเลี้ยง คิมหันต์หอมแก้มพักตราแนบแน่น แสงแฟลชจากกล้องนักข่าว สว่างพรึ่บ เป็นเวลายาวนาน สมเป็นคู่หมั้นแห่งปี

มุกรินและปรารภที่โต๊ะอาหารสวย เสียงโทรศัพท์มือถือของมุกรินดังขึ้น มุกรินกดปุ่มรับสาย
เสียงดวงดาวดังลอดออกมาจากโทรศัพท์นั้น
เสียงดวงดาวถามขึ้นว่า “เป็นไงบ้าง”
“อะไร เป็นไง”
ดวงดาวนั่งพูดโทรศัพท์หน้าจอทีวี
“ไม่ต้องทำไก๋...ดูทีวีรึเปล่า”
“สัญญาณที่นี่มันไม่ดี...ทีวีรับไม่ได้”
“จะให้บรรยายให้ฟังมั้ยว่าเขาหมั้นกันยังไง สวีทแค่ไหน”
“ไม่ต้อง”
“เธออยู่ได้แน่นะ...ทำใจได้ ทนได้นะ”
“ฉันมาทำงานนะดาว...ฉันไม่ได้มาอดยา”
“โอเค. เผื่อคุณอาถามถึง ฉันจะได้บอกเขาตามนี้”

มุกรินกดปุ่มวางสายโทรศัพท์ ปรารภเอ่ยปากด้วยความห่วงใย
“พี่ถามได้มั้ยว่า ใครโทรมา”
“อ๋อ ญาติกันค่ะ...ญาติห่างๆ”
“มุกเคยบอกพี่ว่า ไม่มีญาติ”
“คนนี้เขาเพิ่งมาเป็นญาติมุกค่ะ”
ปรารภมีสีหน้าไม่เข้าใจ
“เธอเข้าทางพี่ธาดา”
ปรารภร้อง “อ๋อ”

พักตราและคิมหันต์ เดินเข้ามาในห้องสูทของโรงแรมสถานที่จัดหมั้น คิมหันต์ถอดชุดที่เขาใส่ในพิธีออก แล้วจึงเอนตัวนอนบนเตียง พักตราขยับเข้ามายืนเบื้องหน้าคิมหันต์ ท่วงท่าและสายตาของเธอ เซ็กซี่ไม่น้อย
“เหนื่อยเหรอ คิม”
“อืม...ปกติผมไม่ตื่นเช้าอย่างนี้หรอก”
“แต่คิมก็ตื่นได้ เพราะวันนี้เป็นวันพิเศษของเราไงคะ”
พักตราขยับตัวหมุนแผ่นหลังอันขาวเนียนของเธอให้ชิด ใกล้ คิมหันต์
“ปลดซิปให้พักตร์หน่อยสิคะ”
คิมหันต์ค่อยๆ ลุกขึ้นปลดตะขอเสื้อ แล้วรูดซิปลงมาจนลึก”
“คืนนี้เรานอนทีนี่กันมั้ยคะคิม ถือเป็นฮันนีมูนเล็กๆไง”
“เราเพิ่งแค่หมั้นกันนะครับ...เก็บไว้รอวันส่งตัวตอนแต่งงานดีกว่า...เราสัญญากันแล้วไง”
“แต่เราก็จะเริ่มอยู่ด้วยกันตั้งแต่วันนี้ ตามสัญญาเหมือนกันนะ”
“รับทราบครับ…ขออาบน้ำก่อนนะ...ผมมีนัดกับไอ้ชุมสาย”
คิมหันต์เดินเลี่ยงตรงเข้าห้องน้ำไป พักตราเอนตัวลงบนเตียงทับบนรอยร่างของคิมหันต์ มีเสียงสัญญาณข้อความเข้า ดังขึ้นที่โทรศัพท์ของคิมหันต์ พักตราตัดสินใจหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาดู
หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏข้อความว่า
“เพิ่งสอบเสร็จ จบซะที ว่างๆ ดีใจกับเราบ้างก็ได้นะ พ่อรูปหล่อ”
พักตราดูหมายเลขนั้น สีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด

ดวงดาวเดินอยู่บนทางเดินในซอยบ้านธาดา เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ดวงดาวกดปุ่มรับ
“ฮัลโหล...ดวงดาวพูดค่ะ มีอะไรให้รับใช้คะ...ฮัลโหล...นั่นใครคะ”
“ฉันคือคู่หมั้นของคนที่เธอเพิ่งส่งข้อความมาหา”
“อ๋อ…คุณพักตรา”
พักตรายืนพูดโทรศัพท์ที่ระเบียงห้อง
“อย่ายุ่งกับคู่หมั้นฉันอีก ถ้าไม่อยากหมดอนาคต”
ดวงดาวคุยสายมาตามทางเดินในซอย “เข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันยังไม่ได้ยุ่งกับคู่หมั้นของคุณเลย แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่าคู่หมั้นของคุณกำลังยุ่งกับใครบ้าง มาหาฉันสิ”
“ได้”
พักตรายืนฟังโทรศัพท์นิ่ง คิมหันต์เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี เธอจึงวางสายแล้วหันไปยิ้มให้คู่หมั้น
“คิมไปหาทนายชุมสายที่ไหนคะ”
“ที่ออฟฟิศมัน”
“แน่ใจนะว่า ไม่ได้แอบนัดสาวที่ไหน”
“โธ่ มีสาวสวยอยู่ตรงนี้ทั้งคน ผมจะนัดใครทำไมอีกล่ะ”

โต๊ะอาหารสวยที่สุดของร้านอร่อยติดอันดับในไอจีคนดัง ธาดาและดวงดาวนั่งอยู่ที่นั่น บริกรกำลังวางอาหารอย่างดีเต็มโต๊ะ ธาดาหน้าบานคอยเอาอกเอาใจเต็มที่ ส่วนดวงดาวหน้าเรียบเฉยตามถนัด
“สั่งมาขนาดนี้ หนูจะกินหมดยังไงคะ”
“น่า จบปริญญาตรีทั้งที มันก็ต้องมีอะไรพิเศษหน่อย หมดหรือไม่หมดก็ช่างมันเถอะ”
“หนูขออะไรพิเศษๆ แบบเดินท่องเที่ยว ดีกว่าพิเศษแบบของกินนะคะ”
“อันนั้นเป็นลำดับต่อไปจ้ะ”
ผู้จัดการร้านเสนอหน้าเข้ามารับรองทันทีที่บริกรวางอาหารเสร็จ
“ลูกสาวสวยน่ารัก เรียนเก่งอย่างนี้ คุณพ่อคงหวงแย่สิคะ”
ธาดาผิดหู เขาจ้องผู้จัดการตาขวาง
“ใครพ่อ”
ผู้จัดการอึกอัก “ก็…”
ดวงดาวแก้สถานการณ์แสนอึดอัดนี้ให้ “อาค่ะ นี่คุณอาของหนู”
“ถึงว่าสิ ดูหนุ่มกว่าพ่อตั้งเยอะ เนอะ”
“กรุณาอย่ายุ่งกับครอบครัวผมได้มั้ยครับ หรือจะให้ผมเปลี่ยนร้าน”
ผู้จัดการรีบเดินหน้าเจื่อนออกไปประจบโต๊ะอื่น
พักตราเข้าประตูบริเวณหน้าร้าน ห่างจากโต๊ะนี้ หล่อนกวาดสายตามองหาไปรอบๆ ดวงดาว เหลือบไปเห็นพักตราเช่นกัน พักตราจ้องมองดวงดาวอย่างสนใจ ทั้งคู่จ้องหน้ากันสักพัก ดวงดาวจึงเอ่ยปากกับธาดา
“เดี๋ยวมานะอา”
ดวงดาวลุกขึ้นจากโต๊ะเดินตรงไปยังพักตรา

บริเวณเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ของร้าน ดวงดาวก้าวเข้ามาหยุดเบื้องหน้าพักตราตรงนี้ แนะนำตัวก่อน
“ฉันดวงดาวค่ะ”
“นึกแล้วเชียวว่าต้องเป็นคนนี้...ฉันพักตรา”
“ลูกสาวนายพลอรรถ”
“นายธาดาเขาเลี้ยงเธอเหรอ”
“ใช่ เพราะฉะนั้นเลิกความคิดที่ว่าฉันจะไปกิ๊กกับคู่หมั้นของคุณได้แล้ว”
“แล้วทำไมต้องส่งข้อความแบบนั้นมาให้คิมหันต์”
“แค่บังเอิญเราคุยถูกคอกัน และฉันรู้ว่าเขามีใจให้ใคร”
“เธอกำลังจะบอกว่า คนๆ นั้นไม่ใช่ฉัน”
ดวงดาวยักไหล่ แทนคำตอบ
“งั้น ใคร”
“คนที่คุณไปแย่งเขามาจากเธอ”
“มุกริน”
“เขามีมุกรินคนเดียวเท่านั้น ในใจเขา”
ดวงดาวขยับตัวเดินกลับไปที่โต๊ะธาดาในทันที พักตราตะโกนลั่น
“เดี๋ยวก่อน กลับมาก่อน ที่แท้แกก็เป็นแม่สื่อแม่ชักให้เขากลับมาคืนดีกันใช่มั้ย”
เสียงแปร๋นแปร๋ แปดหลอดนั้น เรียกสายตาทุกคนในร้านหันไปมองที่พักตรา ไม่เว้นแม้แต่ธาดา เขาหันมามองที่พักตราเช่นกัน ดวงดาวหันกลับไปพูดกับพักตราอีกครั้ง
“เรื่องแบบนี้ ถ้าไม่มีใจ ใครก็ชักนำไม่ได้หรอกค่ะ”
ธาดาก้าวเข้ามายืนข้างๆ ดวงดาว พร้อมเอ่ยปากทักเสียงเข้ม
“คุณพักตรา”
“ที่แท้พวกแกสุมหัวกันกลั่นแกล้งคิมหันต์กับฉันใช่มั้ย”
“คุณพูดอะไรของคุณ...ใครเขาจะอยากไปยุ่งกับคุณ”
“ก็พวกมึงสองคนน่ะสิ” พักตราผู้นิยมภาษาพ่อขุนรามบอก
ดวงดาวยัวะ “อ้าว พูดดีๆ หน่อยนะเจ๊ ขึ้นมึงเลยเหรอ”
“ทำไมฉันจะขึ้นมึงกับมึงไม่ได้”
“ไอ้นิสัยแบบนี้ คิดว่าคิมหันต์เขาจะรักเจ๊เหรอ”
พักตราเงื้อมือตบดวงดาวฉาดใหญ่ ธาดาเข้าขวางไว้แต่ไม่ทัน ดวงดาวตบสวนกลับไปบ้าง จนเกิดการยื้อแย่ง ฉุดกระชากลากถูกัน จนพนักงานต้องทำงานเสริม ด้วยการเป็นกรรมการเข้ามาช่วยกันแยกสองสาวออกจากกัน
“ต่ำจริงๆ พวกแก” พักตราคุมแค้น
“แล้วเจ๊สูงนักเหรอ”
“สูงกว่าพวกแกทั้งโคตรก็แล้วกัน”

ระหว่างเวลาเดียวกันนี้ ผู้ช่วยทนายของชุมสาย นามว่า โจ้ เดินนำกลุ่มนักศึกษาสามคนเข้ามาในห้องประชุม สำนักงามกฎหมายบูรพา ชุมสายและคิมหันต์นั่งรออยู่ที่นั่น
“นี่คือน้องๆ กลุ่มคนรักหนัง ครับ” โจ้ แนะนำ
ชุมสายยิ้มทักทายน้องๆ “สวัสดีทุกคน ขอบคุณที่สละเวลามาหาพี่ที่นี่...นี่คือคุณคิมหันต์”
นักศึกษา 1 ยิ้มทักตอบ “เคยเห็นหน้าพี่ในข่าว”
นักศึกษา 2 เสริม “ทะเลาะกันหน้าศาล โคตรมันเลยครับพี่”
ชุมสายเอ่ยปากตัดบท เพื่อเข้าเรื่อง
“เราจะขอความช่วยเหลือน้องๆ เรื่องคดีฆาตกรรมพี่สาวคุณคิมหันต์”
“น้องๆ ถ่ายหนังกันอยู่ที่ซอย...คืนเกิดเหตุ ใช่มั้ย วันที่14 กุมภาน่ะ”
นักศึกษา 1 บอก “ใช่ครับ”
“เป็นไปได้มั้ยที่เราจะขอฟุตเทจทั้งหมดของน้องๆมาดู เผื่อจะเจออะไรที่ใช้เป็นหลักฐานในคดีได้”
“ก็ ได้ครับ...แต่ต้องให้เวลาเราหาหน่อยนะครับ เพราะฟุตเทจของพวกเรามันเยอะมาก”
คิมหันต์เอ่ยขึ้น “ขอบคุณมาก”
ชุมสายหันไปสั่งผู้ช่วยทนาย
“โจ้ ประสานงานกับน้องๆ ด้วยนะ”
ชุมสายเดินนำคิมหันต์ออกจากห้องประชุม
ทั้งสองเดินไปยังห้องทำงานชุมสาย
“มีอีกเรื่องนึง สายให้ข่าวมาว่า นายธาดากลับไปเล่นการพนันหนักอีกแล้ว”
“ไม่น่าแปลกใจอะไร”
“คราวนี้มันไปที่บ่อนเสี่ยอ๋า”
คิมหันต์ทวนชื่ออย่างสนใจ “เสี่ยอ๋า”
“พี่สาวแกเคยช่วยเหลือเขาไว้ เขายินดีทำทุกอย่างเพื่อพี่มล”
“ฟังดูดีว่ะ”
โทรศัพท์มือถือคิมหันต์ดังขึ้น เขากดรับสาย แล้วจึงยืนพูดแถวๆ ทางเดินนั้น ชุมสายเดินเลยไปยังห้องของเขา
“ฮัลโหล ว่าไงพักตร์ พักตร์ค่อยๆ พูด อย่าเพิ่งร้องไห้สิ”
พักตรานั่งพูดโทรศัพท์อยู่กลางเตียงในห้องนอนที่คอนโดริมแม่น้ำ น้ำตาไหลพรากท่วมหน้า
“พักตร์ก็พยายามจะไม่ร้อง แต่มันห้ามไม่ได้”
“มีเรื่องอะไรเหรอ พักตร์”
“คิมกลับมาหาพักตร์เดี๋ยวนี้เลย พักตร์รออยู่ที่คอนโดนะ คิม”
พักตรากดตัดสายการสนทนาทันที หล่อนปาดน้ำตา เห็นแววแค้นฉายโชนขึ้นในดวงตาคู่นั้น

ถัดมา คิมหันต์เปิดประตูห้องทำงานชุมสาย แล้วจึงชะโงกหน้าเข้าไป
“ฉันต้องกลับก่อนว่ะ”
“คู่หมั้นมีปัญหาเหรอ”
“อืม”

เย็นแล้วขณะที่คิมหันต์เปิดประตูก้าวเข้ามาในห้องสูทหรูหรา พลันก็มีแจกันใบใหญ่ปาเข้ามาใส่เฉียดหน้าคิมหันต์นิดเดียว มันกระแทกประตูจนแตกละเอียด คิมหันต์เองถึงกับสะดุ้ง
“พักตรา ถ้ามันโดนหน้าผมจะว่ายังไง” เขาโกรธไม่น้อย
"ถ้าพักตร์คิดจะปาให้โดนละก้อ ไม่พลาดอย่างนี้หรอก"
"แล้วคุณทำอย่างนี้ทำไม"
"พักตร์ต้องการระบาย พักตร์ไม่มีทางออก"
"เรื่องอะไรอีกล่ะ"
พักตราพุ่งเข้าไปกระชากคอคิมหันต์
"บอกมาเดี๋ยวนี้นะ คิมยังคบกับนังมุกอยู่ใช่มั้ย"
"อะไรของคุณ"
"ใช่มั้ย คิมยังรักมันอยู่ ยังแอบคบกับมันอยู่ใช่มั้ย บอกมา"
คิมหันต์โกรธกลบ “คุณเป็นบ้าอะไรของคุณ ผมเลิกกับเขาแล้ว และก็เพิ่งหมั้นกับคุณนะ”
“ก็ใช่น่ะสิ แต่ทำไมยายดวงดาวบอกว่าคุณยังรักมันอยู่ คุณไม่มีทางตัดใจจากยายมุกได้ หมายความว่าไง”
คิมหันต์อึ้ง คาดไม่ถึง “ดวงดาวเหรอ”
“ใช่ นึกไม่ถึงใช่มั้ยล่ะว่าพักตร์จะได้คุยกับดวงดาว”
“ไปกันใหญ่แล้วละ ผมไม่พูดกับคุณดีกว่า”
คิมหันต์ทำเป็นโกรธ เดินหนีไป พักตราตะโกนลั่น
“ไม่พูดเพราะไม่รู้จะแก้ตัวยังไงใช่มั้ย คิม ทำไมคุณทำกับฉันอย่างนี้ ทำไม”
คิมหันต์ตะโกนตอบดังลั่นบ้าง
“หยุดซะทีเถอะน่า ถ้าเป็นอย่างนี้ ผมไม่อยู่ด้วยแล้วนะ”
“ไม่อยู่กับพักตร์ เพราะจะกลับไปอยู่กับยายมุก กลับไปคืนดีกับมันใช่มั้ย บอกมานะ ที่ไม่ยอมมีอะไรกับพักตร์เพราะอย่างนี้ใช่มั้ย”
คิมหันต์เดินหนีเข้าไปในห้องนอน แล้วปิดประตูปัง พักตรายังคงตะโกนตามไป พร้อมกับปาข้าวของใส่ประตูห้องนั้น
“คอยดู ถ้าคิมกลับไปหามันพักตร์จะตามไปอาละวาดทุกที่เลย แล้วอย่าหวังว่าพักตร์จะยอมถอนหมั้นให้นะคิม ไม่มีวัน”
คิมหันต์เปิดประตูออกมาพูด
“ผมว่าคุณชักจะประสาทมากไปแล้วนะ”
“เออ พักตร์ประสาท เพราะพักตร์รักคิมน่ะ มีอะไรรึเปล่า”
พักตราระดมปาข้าวของใส่ไม่เลี้ยง คิมหันต์พุ่งเข้ามารวบตัวหล่อนไว้
“พักตร์ หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
“ไม่หยุด”
“งั้นก็ตามใจ อยากทำอะไรก็ทำ ผมไม่อยู่ด้วยแล้ว”
คิมหันต์ก้าวพรวดๆ เดินออกจากห้องนี้ไป พักตรากรีดร้องดังสนั่นไปทั่วทั้งตึก

ดวงดาวเล่นกีตาร์ ร้องเพลงอยู่บนเวทีในร้านที่เธอเคยไปออดิชั่น คิมหันต์เดินเข้ามาในร้าน สายตาจับจ้องไปที่ดวงดาว ในที่สุดเขาก็หาที่นั่งจนได้ เพลงจบลงพอดี นักดนตรีรุ่นพี่ที่อยู่บนเวที อ้าปากพูดใส่ไมโครโฟน
“ขอเสียงตบมือให้แขกรับเชิญของผมหน่อยครับ หวังว่าเธอจะมาเล่นประจำที่นี่เร็วๆ นี้ นะครับ”
ดวงดาวยิ้มรับเสียงตบมือ แล้วจึงเดินตรงมาที่โต๊ะคิมหันต์
“มาช้าอีกนิดฉันกลับแล้วนะ”
“แต่ผมก็มาถึงแล้ว คุณจะนั่งคุยต่อได้มั้ย หรือต้องรีบกลับ”
ดวงดาวลากเก้าอี้มานั่งข้างๆคิมหันต์
“วันนี้คุณอาไม่อยู่ ไปสั่งรถกับหุ้นส่วนเขา”
“อืม ดี congratulationsนะ ที่เรียนจบ”
คิมหันต์เทเหล้าใส่แก้วจนเต็ม แล้วกรอกเข้าปาก
“ตอนแรกฉันนึกว่าคุณจะเป็นคนรุ่นใหม่ซะอีก”
“แล้วผมโบราณตรงไหน”
“ตรงที่ทะเลาะกับแฟนแล้วต้องกินเหล้าไง เชยฉิบหาย”
คิมหันต์เทเหล้าใส่แก้วใหม่
“คุณบอกพักตราว่าผมยังรักมุกอยู่เหรอ”
“ใช่”
“พูดอย่างนั้นทำไม”
“ก็เพราะว่าคุณยังรักมุกรินอยู่...หรือไม่ใช่”
คิมหันต์นิ่ง ไม่ตอบ
“อย่าปฏิเสธ...”
คิมหันต์กรอกเหล้าใส่ปากอีกครั้ง
“ฉันก็แค่อยากให้คนรักกัน ได้รักกัน”
“ถ้าคุณยังทำตามความอยากของคุณอย่างนี้เรื่อยๆ คุณจะทำให้เกิดปัญหากับคนอื่นอีกมาก รู้มั้ย”
“ปัญหาของคนอื่น ก็ของคนอื่น ฉันไม่สน ไม่เกี่ยวกับฉัน”
“ง่ายดีนี่”
“ฉันเป็นคนง่ายๆอยู่แล้ว ใจเป็นใหญ่ที่สุด ฉันไม่ทำอะไรที่ขัดกับหัวใจตัวเองหรอก”
“งั้นคุณก็โชคดีกว่าผมเยอะ”

พักตราพาตัวเองมานั่งร้องไห้อยู่ในโถงบ้านสักพักแล้ว จนอรรถเดินเข้ามาในนี้ หรี่ตามองดูลูกสาวของตน
“พักตรา ทำไมมานั่งมืดๆ อย่างนี้ล่ะลูก”
ไม่มีเสียงและท่าทีตอบรับจากพักตรา อรรถเดินเข้าไปใกล้ลูก
“หนูบอกพ่อว่าวันนี้นอนคอนโดไม่ใช่เหรอ”
พักตราสะอื้นออกมาให้ได้ยิน
“นั่นร้องไห้เหรอ”
พักตราหันมา โผเข้ากอดผู้เป็นพ่อ
“พ่อ…พักตร์จะทำยังไงดี”
“ทำยังไง เรื่องอะไร ลูกมีอะไรไม่สบายใจเหรอ พ่อไม่ได้เห็นลูกร้องไห้จะเป็นจะตายอย่างนี้นานแล้วนะ”
“ทำไมเขาทำกับพักตร์อย่างนี้คะ”
“คิมหันต์เหรอ”
“เขายังรักนังนั่นอยู่ เขาหมั้นกับพักตร์ไปอย่างนั้นเอง เขาไม่ได้รักพักตร์จริง”
“พ่อว่าใจเย็นๆ ก่อนดีกว่านะลูก”
“ใจเย็นไม่ได้หรอกค่ะ พักตร์จะจัดการกับมันขั้นเด็ดขาด พ่อต้องช่วยพักตร์นะคะ”
นายพลโทนอกราชการรู้สึกหนักใจไม่น้อย

ที่โต๊ะตัวเดิมในร้านเหล้า คิมหันต์และดวงดาวยังนั่งคุยกันอยู่ ผู้คนในร้านเริ่มบางตาลง คิมหันต์มีอาการเมามายมากยิ่งขึ้น
“ใครๆ คิดว่าผมเป็นผู้ชายที่โชคดี ได้ทั้งมรดกมหาศาล แถมได้ตกร่องปล่องชิ้นกับลูกสาวนายพลอีกต่างหาก”
“จริงใช่มั้ยล่ะ”
“คนบางประเภทอาจจะไขว่คว้าหาสิ่งนี้...แต่ผมไม่ใช่คนประเภทนั้น”
“คุณอยู่ประเภทไหนไม่ทราบ”
“ประเภทของผมคือ...เมาแล้วไม่รู้ตัว”
“มีใครเมาแล้วรู้ตัวบ้าง”
“มี อย่างวันนั้นน่ะ ผมเมาแต่ผมรู้ตัว ผมรู้ตัวดีว่าไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินยายพักตร์เลย”
ดวงดาวฟังอย่างสนใจ
“แต่เมื่อท่านนายพลพ่อของเธอ ต้องการให้รับผิดชอบ ก็ได้ หมั้นเลย หมั้นกันไปเลย มันดี”
ดวงดาวแดกดัน “หมั้นเพราะอยากมัน งั้นเหรอ”
“เพราะผมอยากแกล้งมุกริน” เขาหัวเราะออกมา “สุดท้ายกลายเป็นแกล้งตัวเอง”
คิมหันต์ฟุบลงไปกับโต๊ะในทันใด

ที่ล็อบบี้โรงแรมในเชียงใหม่ คืนเดียวกันนี้ โทรศัพท์มุกรินดังขึ้น มุกรินหยิบมันขึ้นมากดปุ่มรับสาย เธอขอตัวเดินพูดโทรศัพท์ห่างออกมาจาก วงสนทนาระหว่างปรารภกับผู้ใหญ่สองสามคน
“มีอะไรเหรอดาว”
ดวงดาวยืนพูดโทรศัพท์ข้างๆ เคาน์เตอร์แคชเชียร์
“ส่งข่าวเรื่องผู้ชายของเธอหน่อย”
“ฉันไม่มีผู้ชายของฉัน เธออย่าพยายามเลย”
“ฉันทำตามความเชื่อของฉัน เธอจะปฏิเสธก็ช่างเธอ”
“เกิดอะไรขึ้นกับเขาเหรอ”
“อยากรู้แล้วใช่มั้ย”
มุกรินชักรำคาญ “จะไม่บอกก็ได้นะ ยื้ออย่างนี้เสียเวลาทำงานของฉันเปล่าๆ”
“ไม่มีอะไรมาก แค่เมาเสียผู้เสียคนเท่านั้นเอง”
ดวงดาวมองไปทางโต๊ะด้านหลัง คิมหันต์ฟุบอยู่ที่โต๊ะเดิม
“เธออยู่กับเขาเหรอ”
“ใช่ เขาแวะมาร้านที่ฉันร้องเพลง แล้วก็สั่งเหล้ากินไม่มียั้ง ปากก็บ่นว่าทะเลาะกับยายพักตร์มา”
“เขาไม่ใช่คนคอแข็ง เดี๋ยวก็หลับฟุบคาโต๊ะอยู่ตรงนั้นแหละ”
“แล้วจะให้ฉันทำยังไง”’
“ตามใจเธอสิ แล้วก็อย่าให้พี่ธาดารู้ล่ะ นั่นก็ขี้โมโห เจ้าอารมณ์ไม่แพ้กัน”
“รับรองฉันไม่ให้เขารู้แน่ๆ”

ไม่น่านนัก ดวงดาวและเพื่อนนักดนตรี ทั้งสองคนช่วยกันหิ้วปีกคิมหันต์มาที่รถของเขา
“นี่รถคุณใช่มั้ย”
“ใช่ มั้ง”
คิมหันต์ตอบด้วยเสียงอ้อแอ้ ราวกับคนไม่มีสติ
ดวงดาวดันร่างของคิมหันต์เข้าไปในรถ เพื่อนถามขึ้นว่า
“จำได้มั้ยว่าบ้านคุณอยู่ที่ไหน”
“ไม่รู้…เดี๋ยวก็รู้”
เพื่อนหันไปถามดวงดาว
“แล้วแกจะไปถูกยังไง”

“โทร.ถามแฟนเก่าเขาได้...สบายมาก”

อ่านต่อหน้า 2




รอยรักแรงแค้น ตอนที่ 5 (ต่อ)

รถคิมหันต์แล่นเข้ามาจอดหน้าเรือนเล็กในบ้านวิมลรัตน์ ถวิลและไสวรีบวิ่งมารอรับ

“น้าหวิน น้าไหว ใช่มั้ยค่ะ”
“ใช่ คุณมุกโทร.มาบอกเมื่อกี้นี้” ไสวบอก
ถวิลตกใจ “แกเป็นไงบ้าง”
“เมาไม่รู้เรื่อง น้าช่วยประคองทีนะ ฉันอุ้มไม่ไหวหรอก”
ดวงดาวเปิดประตูรถให้คนรับใช้ทั้งสองช่วยประคองคิมหันต์
“โถ...คุณคิม” ถวิลสงสาร
ไสวส่ายหัว “กินเหล้าแล้วเป็นอย่างนี้ทุกที ไม่รู้จะกินเข้าไปทำไม”
“ฉันไปก่อนนะน้า”
“แล้วจะไปยังไงล่ะคะคุณ”
“อย่าห่วง ฉันไม่กินเหล้า ดูแลตัวเองได้ สบายมาก”
“ขอบใจนะหนู” ไสวบอก
ดวงดาวเดินออกไปจากบ้านหลังนี้ ในขณะนี้คิมหันต์ถูกลากเข้าบ้านไปอย่างทุลักทุเล

ในเวลาเช้าตรู่ คิมหันต์ยังหลับสนิทอยู่บนเตียงใหญ่ เสื้อผ้าของเขายังยับยู่ยี่ อยู่ในชุดเดิม สักพักไสวค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ๆเตียงนอน เปิดปากเรียกสีหน้าเกรงใจ
“คุณคิมครับ...คุณคิม”
คิมหันต์นิ่ง ไม่ขยับกาย
“คุณคิมครับ”
คิมหันต์ค่อยๆ เปล่งเสียงผ่านริมฝีปากออกมาอย่างยากเย็น
“ว่าไง”
“ตื่นเถอะครับ”
“ยังไม่อยากตื่น ฉันยังเมาอยู่เลย”
“ตื่นซักนิดเถอะครับ มีคนมาหาคุณคิมนะครับ”
“ใคร…สำคัญขนาดไหนกัน”
“เอ่อ ชื่อนายพลอรรถ ครับ ถ้าคุณคิมไม่ตื่น ท่านจะขึ้นมาปลุกเองนะครับ”
ชื่อนั้นมีอำนาจพอจะทำให้คิมหันต์ลืมตาขึ้น รู้สึกตัวทันที

พลโทอรรถก้าวเข้ามาหยุดตรงเบื้องหน้าคิมหันต์ที่นั่งก้มหน้า หงอย
“เนี่ยเหรอ ว่าที่ลูกเขยฉัน ดูไม่ได้เลย”
“ถ้าท่านไม่รีบ ผมไปอาบน้ำก่อน แล้วค่อยมาคุยกับท่านก็ได้ครับ”
“ไม่ต้องหรอก”
พลโทอรรถพูดพร้อมกับเดินวนไปรอบๆ คิมหันต์
“ฉันเข้าใจหัวอกลูกผู้ชายดี เวลาคับข้องใจก็มักหันหน้าเข้าหาเหล้า ดื่มมากๆ เข้าก็เมาเสียคน แต่ฉันไม่ได้มาเพื่ออบรมเธอเรื่องนี้ ฉันตั้งใจมาบอกเธอว่า พักตรารักเธอมากนะ รู้มั้ย”
คิมหันต์นิ่ง พยักหน้าช้าๆ
“เป็นธรรมดาที่เวลาเรารักใครมาก เราก็คาดหวังมากด้วย เมื่อผิดหวัง ก็ย่อมเสียใจมาก สะเทือนใจมาก แต่พักตราต่างจากคนอื่นตรงที่ เมื่อเธอผิดหวัง เธอจะควบคุมตัวเองไม่ได้ อารมณ์เธอจะรุนแรงมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น เธอก็เคยเห็นแล้วใช่มั้ย”
“ครับ”
“ฉันไม่ได้ให้ท้ายลูกสาวหรอกนะ ฉันไม่สบายใจเลยที่เห็นเธอเป็นแบบนี้ ดังนั้น ฉันจึงตั้งใจจะหารือกับเธอว่า ทำอย่างไรลูกสาวฉันจะไม่ตกอยู่ในห้วงอารมณ์อย่างนี้อีก”
คิมหันต์เงยหน้ามองอรรถ รอฟังคำพูดต่อไปของท่านนายพล
“คำตอบเท่าที่ฉันคิดได้ตอนนี้มีข้อเดียวคือ เธอต้องไม่ทำให้พักตราผิดหวังอีก เป็นอันขาด”
คิมหันต์มีท่าทีเหมือนจะพยายามอธิบาย
“ผม…ไม่ได้...”
“ฉันไม่อยากรู้รายละเอียดที่เธอสองคนผิดใจกัน ฉันขอแค่คำสัญญาว่าจะไม่ทำให้ลูกสาวฉันผิดหวังอีก ได้มั้ย”
“ครับ”
“นายทหารอย่างฉัน การรักษาสัญญาเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าผิดสัญญากับฉันอาจทำให้ฉันควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ได้เหมือนกัน เข้าใจนะ”
“ครับ”
“เมื่อเข้าใจแล้วก็ขอโทษคู่หมั้นของเธอซะหน่อย”
อรรถยกโทรศัพท์ขึ้นมากดหมายเลขลูกสาว
ขณะที่คิมหันต์งงอยู่ “ขอโทษ”
“การขอโทษ เป็นการสร้างบรรยากาศที่ดี ใครจะผิดใครจะถูกไม่ใช่เรื่องสำคัญ ทำได้มั้ย”
“ครับ”
อรรถส่งโทรศัพท์ให้คิมหันต์
“ฮัลโหล พักตรา”
พักตรานอนพูดโทรศัพท์บนเตียงนอน
“ว่าไงคะคิม”
“ผมขอโทษนะ เรื่องเมื่อคืนนี้”
พักตรายิ้มออกมาได้
“พักตร์ไม่โกรธคิมก็ได้ ขอแค่คิมอย่าทิ้งพักตร์ไปอย่างนี้อีกนะคะ”
“ครับ”
คิมหันต์ส่งโทรศัพท์คืนให้พลโทอรรถ
“ขอบใจมาก อ้อ หลังจากนี้อีกหกเดือน ฉันจะจัดงานแต่งงานให้เธอกับยายพัตร์นะ เตรียมตัวไว้เนิ่นๆ ได้เลย”
“ครับ” คิมหันต์ยอมรับคำสั่งแต่โดยดี

อยู่มาวันหนึ่ง รถตู้ของบริษัทแล่นเข้ามาจอดหน้าอาคาร Fast Track ปรารภและมุกรินก้าวลงจากรถคันนี้
ในเวลาเดียวกับที่สีดาวิ่งเข้ามาหาหน้าตาร้อนรนพอสมควร
“วิ่งมาซะขนาดนี้ กลัวไม่ได้ของฝากรึไง” ปรารภสัพยอก
“ของฝากเอาไว้ก่อน เอาที่เขาฝากดิฉันมาก่อนแล้วกันนะคะ”
มุกรินฉงน “ใครฝากอะไรเธอมา สีดา”
“ฝากให้บอกว่า เมื่อมาถึงแล้วให้ไปที่ห้องซีอีโอด่วน คุณพักตราเป็นผู้ฝาก”

พักตราเอ่ยขึ้นทันที น้ำเสียงมีวี่แววเสียดสีอยู่เต็ม
“สนุกมากสินะที่เชียงราย หน้าตาแช่มชื่นทั้งคู่เลยนี่”
ปรารภและมุกรินนั่งประจำที่อยู่แล้วในห้องนี้
“อารัมภบทแบบนี้เสียเวลานะครับ คุณพักตราเข้าเรื่องตรงๆ เลยดีกว่า มีอะไรที่ซีอีโอจะตำหนิ หรือจะให้ปรับปรุงอะไรก็ว่ามา”
พักตราเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจัง
“เรื่องแรก ฉันตรวจงานดูแล้วพบว่า ที่คุณปรารภอ้างว่าส่งมุกรินไปหาข้อมูลที่เมืองจันทน์ ฉันยังไม่เห็นมีรายงานสรุปอะไรกลับมาเลย ไม่ทราบว่าไปหาข้อมูลหรือทำอะไรแน่”
ปรารภสบตากับมุกริน อย่างไม่สบายใจนัก มุกรินตัดสินใจเอ่ยปากบอกไปว่า
“ดิฉันจะรีบสรุปงานส่งให้เร็วที่สุดค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ”
พักตรายิ้มเย้ยหยัน
“อย่าลำบากเลย ฉันยกประโยชน์ให้ดีกว่า เข้าใจว่าช่วงนั้นกำลังว้าวุ่นใจ แต่คราวหลังอย่าโกหกบริษัทอย่างนี้อีก”
“เป็นความผิดของผมเอง ไม่เกี่ยวกับมุก”
“เรื่องที่สอง เชิญคุณปรารภออกไปนอกห้องก่อนค่ะ”
ปรารภกังวล ปนห่วงมุกริน “เอ้อ…”
“เชิญค่ะ” พักตราเปิดประตูรอ
ปรารภค่อยๆ เดินออกจากห้องนี้ไป พักตราเดินไปจ้องหน้ามุกริน
“ตอบฉันมาตรงๆ เดี๋ยวนี้ เธอไม่มีอะไรกับคิมแล้วใช่มั้ย”
“เขาเป็นคู่หมั้นของคุณ”
พักตราพูดเสียงดังขึ้น
“ตอบไม่ตรงคำถาม ถามว่าเธอยังมีอะไรกับคิมอยู่รึเปล่า แอบนัดเจอกันอีกมั้ย”
มุกรินจ้องหน้าพักตรา หายใจลึกๆ
“มองหน้าฉันแปลว่าอะไร ฉันต้องการคำตอบที่ออกจากปาก ไม่ใช่แสดงออกทางตา และต้องไม่โกหกด้วย ว่าไง”
“ไม่มีอะไร เราไม่มีอะไรกันแล้ว”
“แล้วยังรักเขาอยู่มั้ย” พักตราแสดงความร้ายกาจต่อไป
เห็นมุกรินนิ่ง พักตราแผดเสียงตะโกนลั่น
“ตอบ”
“คุณไม่มีสิทธิ์มาล่วงเกินความรู้สึกของฉัน”
“ยังรักอยู่ล่ะซี”
“ฉันไม่ได้ตอบอย่างนั้น”
“เธอเล่นสำบัดสำนวนกับฉันมากไปแล้วนะ”
“จะไล่ฉันออกมั้ยล่ะ”
“ไม่ ฉันจะยอมเชื่อว่าเธอไม่มีอะไรกับคิม ก็ต่อเมื่อมีการพิสูจน์ให้เห็นก่อน”
“พิสูจน์ยังไง”
“ฉันจะใส่ชื่อเธอไปเตรียมงานที่ประจวบพรุ่งนี้ เราจะไปเก็บภาพโรงแรมใหม่ก่อนจัดงานเปิดตัวเดือนหน้า ฉันจะให้เธอรับผิดชอบประสานงานถ่ายรูป โดยมีฉันเป็นโปรดิวเซอร์เอง ส่วนช่างภาพเป็นมืออาชีพที่เธอรู้จัก คิมหันต์ คู่หมั้นของฉัน”
มุกรินอึ้ง นิ่งงันไป
“ไม่ต้องกลัวว่าถ่านไฟเก่าจะคุหรอกนะ เพราะฉันจะทำให้มันมอดสนิทในงานนี้แหละ ใครๆ จะได้เห็นว่า เธอกับเขาขาดกันแล้วจริงๆ”
มุกรินหายใจแรงขึ้นแสดงความรำคาญ
“มีอะไรสงสัยมั้ย”
“มี...คำถามเดียว”
“ว่ามา”
“ทำอย่างนี้ทำไม”
“สะใจ ฉันต้องการการสะใจ ยิ่งเห็นกับตาว่าคิมหันต์ไม่ใยดีกับเธอมากเท่าไหร่ ฉันยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น”
“งั้นก็ขอให้ ได้สุขสุดยอด สมใจก็แล้วกันนะคะ คุณซีอีโอ”
มุกรินเดินออกจากห้องไปในทันที พักตรามองตามแล้วยิ้มอย่างเป็นสุข

รถคิมหันต์แล่นมาจอดที่หน้าหอพักศรีสุข คิมหันต์ก้าวลงจากรถ เดินตรงเข้าไปที่หน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับ ป้าแม่บ้านคนเดิมทักทายทันทีที่เห็น
“มาหาคุณมุกรินเหรอคะ”
“ใช่”
“แหม ช่างเป็นห้องที่มีคนไปมาหาสู่บ่อยที่สุดจริงๆ” ป้าประชดไม่จริงจังนัก
“เขากลับมาหรือยัง”
“เสียใจค่ะ เธอย้ายออกไปแล้ว”
คิมหันต์ตกใจ “ย้ายแล้ว”
“ใช่ค่ะ วันนี้ เดี๋ยวนี้เอง”
“ย้ายไปไหน”
ธาดาเดินลงบันไดมาพอดี เอ่ยปากบอกทันที
“ย้ายไปให้พ้นจากคนอย่างมึงไง”
คิมหันต์เหลียวขวับไปมองธาดา ทั้งสองจ้องตากัน แล้วธาดาจึงสั่งลูกน้องที่ถือลังใส่ของเดินตามเขามา
“เอาไปใส่รถฉันเลย”
“ถามเจ้าตัวรึยังว่าเขาอยากย้ายหรือเปล่า”
“มึงเสือกอะไรด้วยไม่ทราบ”
ป้าแม่บ้านได้กลิ่นตุๆ เห็นท่าไม่ดี “ช่วยกรุณาไปทะเลาะกันข้างนอกได้มั้ย”
ธาดาเดินตรงเข้าไปเบียดชิดหน้าคิมหันต์
“แล้วไม่ต้องคิดตามหานะ เพราะน้องสาวกูไม่ยุ่งกับคนเหี้ยๆ อย่างมึงหรอก อย่าหวังว่าจะได้แอ้ม”
“คอยดูต่อไปก็แล้วกัน”
ธาดาเดินเบียดไหล่คิมหันต์ออกไปเลย

รถปรารภแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านเช่าธาดา ปรารภเป็นผู้ขับโดยมีมุกรินนั่งมาข้างๆ
“ขอบคุณพี่รภนะคะที่อุตส่าห์มาส่งมุก”
“เปลี่ยนจากขอบคุณ เป็นอนุญาติให้พี่มาหามุกได้เรื่อยๆ ได้มั้ย”
“ไม่มีใครห้ามพี่รภนี่คะ”
“นอกจากพี่ธาดา” ปรารภว่า
“พี่ใหญ่ก็ไม่ได้รังเกียจพี่รภนี่คะ”
“ได้ยินอย่างนี้ พี่ยิ่งได้ใจใหญ่เลย”
“ถ้าพี่รภจะไม่ทำอะไรเกินกว่าความเป็นเจ้านาย”
“นั่น...ดีใจแป๊บเดียว ดักคอพี่ซะแล้ว”
มุกรินยิ้ม ขยับตัวลงจากรถ ปรารภรีบเรียกเธอไว้
“มุก เรื่องงานที่ประจวบ มุกอยากให้พี่ช่วยอะไรมั้ย”
“ช่วย” มุกรินงง
“พี่ส่งมุกไปทำงานที่อื่นแทนเอามั้ย...พี่รับผิดชอบเอง”
“เขาก็ไม่เลิกหาเรื่องแกล้งมุกอยู่ดี...มุกไปให้มันจบๆ เลยดีกว่า”
ปรารภถอนใจออกมานิดหนึ่ง
“มีอะไรปรึกษาพี่ได้เสมอนะ”
“ขอบคุณค่ะ”
“แล้วว่างๆ พี่จะพาลูกชายมาให้มุกรู้จักนะ”
“ได้เลยค่ะพี่”
มุกรินยิ้มออกมาได้ ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป ปรารภมองตาม อย่างมีความหวังนิดๆ

ค่ำคืนนี้ ธาดาจัดวางอาหารชุดใหญ่ที่สั่งมาพิเศษลงบนโต๊ะ ดวงดาวก้าวเข้ามาเกาะโต๊ะมองดู
“ฉลองอะไรอีกเนี่ยะ อา”
“ก็เลี้ยงต้อนรับมุกไง”
มุกรินเดินลงมาจากห้องนอนของเธอ
“ไม่เห็นจำเป็นเลย”
“จำเป็นสิ ผู้หญิงสองคนที่พี่รักได้มาอยู่ด้วยกันและเข้ากันได้ดี มันก็ต้องฉลองหน่อย มาดื่มซักแก้วก่อนอาหารมั้ย”
ธาดารินไวน์ใส่แก้ว ส่งให้ดวงดาวและมุกริน
“ฉลองด้วยการดื่มเหล้านี่มันโบราณแล้วนะพี่ใหญ่”
“เพราะพี่โบราณน่ะสิ พี่ถึงต้องมีคนทันสมัยมาอยู่ใกล้ๆ ไง”
ธาดากอดและหอมแก้มดวงดาวฟอดใหญ่
“พี่เปลี่ยนเสื้อก่อนดีกว่า เดี๋ยวมานะ”
ธาดาเดินหายไปทางห้องนอน ดวงดาวขยับไปพิจารณามุกรินใกล้ๆ
“หน้าตายังดูเหนื่อยๆ อยู่นะ”
“อืม พรุ่งนี้ต้องไปทำงานที่ประจวบ”
“กลับจากเชียงรายปุ๊บ ได้ไปประจวบปั๊บ แหม โชคดีจริงๆ”
“มียายพักตราไปคุมงานใกล้ๆ โชคดีมั้ยล่ะ”
ดวงดาวเบะปากแสดงอาการรังเกียจ
“ฉันไปเป็นเพื่อนเอามั้ย”
“พี่ใหญ่ ไม่ยอมหรอกมั้ง”
“ไม่ยอมก็หนีไปสิ ไม่เห็นจะยาก”
ดวงดาวพูดเหมือนเป็นทีเล่นทีจริง

ที่คอนโดหรู ดอกไม้ช่อใหญ่ถูกวางเบื้องหน้าพักตรา
“เนื่องในโอกาสอะไรคะ”
คิมหันต์เป็นผู้ยื่นดอกไม้ช่อนั้น
“แทนคำขอโทษจากผม”
“คิมขอโทษพักตร์แล้วนี่คะ”
“ผมอยากทำให้พักตร์มั่นใจว่าผมขอโทษจริงๆ”
“คราวหน้าขอเป็นอย่างอื่นแทนดอกไม้ได้มั้ยคะ”
คิมหันต์ส่ายหน้า
“ขอแค่นี้ก็ไม่ได้เหรอ”
“เพราะผมจะไม่ทำผิดกับพักตร์อีกแล้วไง”
พักตรายิ้มปากแทบฉีก มีความสุขล้น เธอหันหลังพิงแนบชิดแผ่นอกของคิมหันต์ แล้วจับมือสองข้างของเขาโอบรอบตัวเธอ
“งั้นตอนนี้กอดพักตร์แน่นๆ แล้วลืมสัญญาบ้าๆ นั่นได้มั้ย”
คิมหันต์สูดหายใจเต็มปอด ไม่เอ่ยปากตอบอะไร
“คืนนี้คืนเดียวก็ได้ คิม”
“อีกหกเดือนเท่านั้นเอง อดทนรออีกนิดเถอะนะพักตร์”
พักตราพลิกตัวกลับไปจ้องหน้าคิมหันต์
“ใจแข็งจริงนะคิม”
“เสน่ห์ของผมอยู่ตรงนี้แหละ”
“แต่ถึงเราจะยังไม่มีอะไรกัน เราก็ไปฮันนีมูนด้วยกันได้ใช่มั้ย”
“นั่นมันหลังแต่งงานไม่ใช่เหรอ”
“ก็ถือเป็นซ้อมสิคะ”
“เมื่อไหร่”
“พรุ่งนี้ เราจะไปทำงานที่ประจวบกัน พักตร์จะจ้างคิมถ่ายรูป”
“จริงเหรอ”
“ค่ะ มุกรินจะทำหน้าที่ประสานงานกองถ่าย”
คิมหันต์ชะงัก อึ้งไปชั่วขณะหนึ่ง
“จะดีเหรอ”
“ดีสิ ยายมุกจะได้เห็นว่าเรารักกันแค่ไหน และพักตร์ก็จะได้มั่นใจว่าคิมไม่ใยดีกับมันอีกต่อไปแล้ว”
ท่าทีหนักใจปรากฏขึ้นในแววตาของคิมหันต์แว่บหนึ่ง

พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าได้เพียงไม่นาน ขณะ ปรารภเดินคู่มากับมุกริน ทั้งสองตรงไปยังรถตู้บริษัทที่จอดรออยู่หน้าอาคารฟาสต์แทร็ค
“พี่จะถามเป็นครั้งสุดท้ายนะ มุกไม่เปลี่ยนใจแน่ใช่มั้ย”
“มุกเลือกแล้วค่ะ มุกจะเผชิญหน้ากับมัน ไม่งั้นก็ต้องหนีอยู่เรื่อยๆ”
ปรารภถอนใจออกมาเล็กน้อย
“มีอะไรไม่สบายใจ โทร.หาพี่ได้ทันทีนะ”
“ขอบคุณค่ะ พี่รภ”
ทั้งสองเดินมาถึงรถตู้ ทีมงานฝ่ายศิลปกรรมสามคนนั่งรออยู่บนรถแล้ว ปรารภยื่นหน้าไปถามคนขับรถตู้
“คุณพักตราล่ะ”
“มีอีกคันไปรับท่านที่บ้านครับ เราไปเจอกันที่โน่น”
“โอเค” ปรารภหันมาบอกมุกริน “โทรศัพท์พี่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงนะ”
“ค่ะ”
มุกรินก้าวขึ้นไปนั่งในรถคันนี้

ทางด้านพักตราเดินออกจากบ้านตรงไปยังรถตู้ มีคนรับใช้สองคนถือกระเป๋าตามไปที่รถ พักตราพูดโทรศัพท์ไปในขณะเดิน
“ฮัลโหล คิมยังไม่เสร็จธุระอีกเหรอ ให้พักตร์รอมั้ย”
คิมหันต์นั่งพูดโทรศัพท์ในรถที่จอดอยู่ในซอยอันเงียบเหงา ทางเข้าบ่อน
“อย่าเลย เดี๋ยวจะเสียงานคุณเปล่าๆ แล้วผมจะรีบตามไปเร็วที่สุด”
“พักตร์ส่งรถมารับคิมอีกคันก็ได้นะ”
“ไม่ต้องหรอกพักตร์ ผมชอบขับรถเองมากกว่า”
พักตราหยุดยืนข้างรถตู้
“ไม่ใช่แอบแว่บไปที่ไหนนะ”
ชุมสายนั่งข้างๆ คิมหันต์ในตำแหน่งคนขับ หันมามองคิมหันต์
“แว่บมาคุยเรื่องคดีกับไอ้ชุมสายไง เย็นๆ เจอกันนะ”
รอจนคิมหันต์กดวางสาย ชุมสายจึงเอ่ยปากถาม
“เดี๋ยวนี้คู่หมั้นตามติดตัวแจ ทุกฝีก้าวเลยเหรอ”
“ช่างเหอะ เอาเรื่องของเราดีกว่า”
“พร้อมรึยังล่ะ ถ้าพร้อมก็เดินเข้าไปเลย”
คิมหันต์พยักหน้า ชุมสายก้าวลงจากรถ คิมหันต์ตามลงไป ทั้งสองเดินเข้าไปในซอยเงียบเหงาวังเวงเบื้องหน้า

ชุมสายและคิมหันต์ โผล่หน้า ก้าวเข้ามาในสถานที่อันลึกลับ แสงในนี้สลัว มัวซัวกว่าภายนอกมาก
ที่นี่คือ บ่อนเสี่ยอ๋า ผู้โด่งดัง ชายฉกรรจ์บุคลิกเหมือนการ์ด เดินเข้าไปหาชุมสาย
“ผมมาหาเสี่ยอ๋า แกนัดให้ผมมาที่นี่”
“คุณชุมสายใช่มั้ย”
“ใช่”
การ์ดพาทั้งสองเดินไปตามทางเดินเล็กๆ คล้ายทางเดินหลังโรงละคร ตรงไปสู่ห้องรับรองพิเศษ

ถัดมาชุมสายและคิมหันต์ก้าวเข้ามาในห้องรับรองพิเศษ มันเป็นห้องกว้าง ด้านหนึ่งของผนังกรุด้วยกระจกพิเศษแผ่นใหญ่ สามารถมองทะลุออกไปเห็นบ่อนการพนันขนาดหรูหรา
คิมหันต์กวาดสายตาไปยังหมู่นักพนัน และไปหยุดที่ธาดา ซึ่งกำลังนั่งเล่นไพ่อย่างเมามัน คิมหันต์แค้นสบถออกมาทันที
“แม่งเลวจริงๆ ปอกลอกเงินพี่มลมาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว”
“กรรมของเจ๊แกว่ะ”
“ถึงเวลาที่มันต้องใช้กรรมบ้างแล้ว”
เสี่ยอ๋าเดินเข้ามาในห้องพร้อมด้วยลูกน้อง
“สวัสดีครับ ผมอ๋า มีอะไรให้รับใช้ ยินดีครับ”
“ผมทนายชุมสายที่ติดต่อเสี่ยมา แล้วนี่คุณคิมหันต์ น้องชายคุณวิมลรัตน์”
“มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ขอให้บอกมาครับ ยิ่งเป็นเรื่องของเจ๊มล ผมทุ่มสุดใจ”
“เสี่ยเห็นคนนั้นมั้ย”
ชุมสายชี้ไปที่ธาดา เสี่ยอ๋ายิ้มหยัน
“ครับ สามีเจ๊มล ไม่งั้นผมไม่ให้สิทธิ์มาเล่นที่นี่หรอก แกนิสัยไม่ค่อยดี ชอบเบี้ยว”
คิมหันต์เอ่ยขึ้น “เสี่ยเชื่อมั้ยว่าเขาเป็นฆาตกรฆ่าพี่มล”
“จะมีคร้าย...โทษนะครับ เด็กอมมือยังรู้เลยครับ”
คิมหันต์คิดปราดเดียว “งั้นเสี่ยช่วยทำยังไงก็ได้ให้มันเล่นที่นี่ไปเรื่อยๆ และก็เสียไปเรื่อยๆ ได้มั้ย”
“ไม่ยาก”
“ที่เหลือจากนั้นผมจัดการเอง”
“นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่ผมจะได้ทดแทนบุญคุณเจ๊มล...ผมเต็มที่ ไม่ต้องห่วง”
“ขอบคุณเสี่ยมากๆ ครับ”

อีกฟากหนึ่ง โรงแรมใหม่ติดชายทะเล จังหวัดประจวบแห่งนี้ หรูหราสมคำร่ำลือ มุกรินนั่งนิ่งๆ เบื่อๆ อยู่ในล็อบบี้โรงแรมนี้ ร่วมกับ ทีมงานอื่นๆ นั่งกระจัดกระจาย อย่างไร้เป้าหมายและการแผนงาน จนมีทีมงานหนึ่งคนเดินเข้ามาหามุกริน
“เราทำอะไรกันก่อนได้บ้างมั้ยพี่”
“ไม่ได้หรอก เพราะพี่ไม่รู้รายละเอียดอะไรของงานนี้เลย”
“งานอะไรวะพี่ ถามคนที่นี่ก็ไม่มีใครรู้”
“รอไปก่อนเหอะน่า ซีอีโอมาเมื่อไหร่ เราก็รู้เองแหละ”
“มานั่นแล้วครับ”
มุกรินหันไปมองยังหน้าโรงแรมตามน้องทีมงาน

รถตู้บริษัทแล่นเข้ามาจอดหน้าโรงแรม พักตราก้าวลงจากรถ เดินไปยังเคาน์เตอร์ต้อนรับ พนักงานสาวของโรงแรมรีบก้าวยาวๆ เข้าไปต้อนรับทันที มีความสอพลอเอาใจเจืออยู่ในน้ำเสียงนั้น
“สวัสดีค่ะคุณพักตรา”
“ทีมงานของดิฉันมาถึงกันรึยังคะ”
“มาแล้วค่ะ นั่งรออยู่ทางโน้น”
“ห้องพักได้ตามที่ดิฉันขอมานะคะ”
“เรียบร้อยค่ะ”
พักตราเดินตรงมายังล็อบบี้ พนักงานเดินตามเธอ
“ตกลงงานนี้เป็นงานอะไรคะ แล้วทางโรงแรมต้องทำอะไรบ้าง”
“เป็นงานทำโบรชัวร์ ทางโรงแรมไม่ต้องทำอะไรเลย ดิฉันเตรียมช่างภาพมาแล้ว เราจะเริ่มถ่ายกันพรุ่งนี้เช้า สองวันก็เสร็จ แล้วดิฉันจะเสนอโปรเจ็ค Grand Openning อีกที”
“อ๋อ ดีค่ะ”
ทั้งสองเดินมาถึงล็อบบี้ที่มุกรินและทีมงานนั่งรออยู่
“เอ้าเด็กๆ ทีมอาร์ต เดี๋ยวรับกุญแจห้องที่เคาน์เตอร์นะ ฉันเปิดให้คนละห้องเลย ส่วนมุก เธอมาพักบังกะโลกับฉัน”
“ไม่ต้องก็ได้มั้ง”
“ต้อง เผื่อฉันเกิดไอเดียอะไรขึ้นมากลางดึกจะได้เรียกใช้เธอได้ง่ายๆ”
มุกรินหันไปถามพนักงาน
“บังกะโลเดินไปทางไหนคะ”
“อยู่หน้าหาดอีกด้านนึงค่ะ เดินคงจะไกล นั่งรถไปด้วยกันดีกว่า”

พนักงานต้อนรับยิ้มหวานให้มุกริน พักตรายิ้มเยือกเย็น

อ่านต่อหน้า 3




รอยรักแรงแค้น ตอนที่ 5 (ต่อ)

รถกอล์ฟคันเล็กน่ารัก วิ่งไปบนทางร่มรื่นของโรงแรม มุ่งตรงไปยังบังกะโล พนักงานสาวคนนั้นเป็นผู้ขับรถคันนี้ พร้อมอธิบายความสวยงามของโรงแรมไปด้วย พักตราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหมายเลข ส่วนมุกริน นั่งมองเหม่อไปไกล

“โรงแรมเราแบ่งเป็นสองส่วนนะคะ. ส่วนบังกะโลจะมีความเป็นส่วนตัวสูงและอยู่ติดชายหาดที่โรแมนติกที่สุด”
“ดีค่ะ เพราะพี่จะถือเป็น พรีฮันนีมูนกับคู่หมั้นพี่”
“คุณคิมหันต์ใช่มั้ยคะ หล่อ สมกันจริงๆ ค่ะ มาวันไหนคะ”
“เขาติดงานสำคัญค่ะ เรื่องคดีฆาตกรรมพี่สาวเขาน่ะ” พักตราเปิดประเด็น
“แหม ไอ้ฆาตกรนี่ก็ใจโหดจริงๆนะคะ น่าจะประหารชีวิตซะเลย” พนักงานประจบเอาใจ
“เบาๆ หน่อยจ้ะ น้องสาวฆาตกรนั่งอยู่นี่” พักตรายิ้มสมใจ
มุกรินนั่งฟังด้วยความอึดอัดมาตลอดทาง พักตรายกโทรศัพท์ขึ้นพูด
“ฮัลโหล คิม...พักตร์นะคะ...พักตร์ถึงที่พักแล้วค่ะ”
มุกรินเครียดมากขึ้น

คิมหันต์พูดโทรศัพท์กับพักตราระหว่างขับรถมาตามทางสายหนึ่ง
“ทุกอย่างเรียบร้อยมั้ยครับ”
พักตราเดินเข้ามาพูดโทรศัพท์กลางบังกะโล มุกรินยืนห่างออกไปนิดหนึ่ง ส่วนพนักงานสาวกำลังเปิดบ้านทั้งหลัง
“เรียบร้อยลงตัว เพอร์เฟ็กท์ค่ะ ขาดอยู่อย่างเดียว ขาดคิม ถ้าคิมอยู่ที่นี่ตอนนี้พักตร์จะกระโดดกอดให้แน่นแล้วกลิ้งไปทั่วๆ ห้องเลยละ”
“อย่างนั้นเลยเหรอ”
“อย่างนั้นสิคะ คิมรู้มั้ยที่นี่บรรยากาศดี โรแมนติกมาก ไม่แน่นะ ถ้าคิมมาเห็นที่นี่ คิมอาจจะยอมแก้ไขสัญญาระหว่างเราก็ได้นะ เพราะพักตร์เองยังแทบอดใจไว้ไม่อยู่เลย เราอาจจะเปลี่ยนจากพรีฮันนีมูน เป็นฮันนีมูนจริงๆ เลยก็ได้นะ”
พนักงานเสนอหน้าเข้ามาออกความเห็นทันที
“ดีค่ะ เยี่ยมเลย”
มุกริน พยายามที่จะไม่ได้ยินบทสนทนาของพักตรา แต่พักตราดูออก เธอหันมาพูดกับมุกริน
“มุก เธออยู่ห้องนั้นนะ ฉันอยู่ห้องนี้กับคิม ห้องติดกันจะได้เรียกกันง่ายๆ” แล้วพูดสายต่อ “ดีมั้ยคะคิม”
คิมหันต์พยายามไม่แสดงอารมณ์ในน้ำเสียงตัวเอง
“ครับ”
พักตราหันไปพูดกับมุกรินอีกครั้ง
“แต่เธอต้องทนฟังเสียงฉันกับคิมหน่อยนะ ก็คงไม่เป็นอะไรมั้ง เธอก็ลองจินตนาการตาม สมมุติเป็นเธอ กับปรารภไง ดีมั้ย”
มุกรินไม่เอ่ยปากตอบ เธอพยายามวางเฉยที่สุด
“เท่านี้ก่อนนะ ผมรีบทำธุระให้เสร็จก่อนดีกว่า นี่ก็นั่งอยู่กับไอ้ชุมสายนี่แหละ”
หากพักตรารู้ว่าคิมหันต์นั่งขับรถอยู่คนเดียวจะออกอาการอย่างไรหนอ?

ส่วนที่บังกะโล
“ค่ะ แล้วเจอกันนะที่รัก อย่ามาถึงดึกมากนักล่ะคิม พักตร์เป็นห่วง”
มุกรินตัดสินใจขยับตัวและเอ่ยปาก
“ฉันจะเดินเล่นริมหาด แล้วหาอะไรกินเอง ถ้ามีอะไรด่วนก็โทร.เรียกแล้วกันนะคะ”
“เชิญ” พักตราส่งเสียงหวานหยดลงไปในสายโทรศัพท์ “บ๊ายบายคิม”
คิมหันต์วางสาย แล้วกดโทร.หาชุมสายต่อ
“ชุมสาย อย่าลืมที่ตกลงกันนะ โทร.ไปหาเขาซักสามทุ่ม บอกว่างานยังไม่เสร็จ เท่านั้นแหละ ขอบใจมากเพื่อน”
คิมหันต์ปิดโทรศัพท์ทันที เขาขับรถไปด้วยความมุ่งมั่น”

ท้องทะเลยามราตรีกาล เกลียวคลื่นสะท้อนแสงจันทร์สวยงามยิ่ง

มุกรินนั่งทอดอาลัยเพียงลำพังข้างโขดหินตั้งแต่ตอนค่ำ จนเวลานี้ โดยไม่รู้ว่าที่ด้านหลัง คิมหันต์เดินเข้ามองดูเธอสักครู่แล้ว
“ก่อกองไฟแก้หนาวหน่อยมั้ย”
หัวใจมุกรินเต้นแรงขึ้นเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคยเสียงนี้ แต่เธอเลือกที่จะนั่งนิ่งๆ
“หรือว่าอยากอยู่มืดๆ”
“บังกะโลอยู่ทางนู้น เดินตรงไปร้อยกว่าเมตรก็ถึง คู่หมั้นคุณรออยู่ที่นั่น”
“ผมจะเดินอ้อมมานี่ทำไม ถ้าผมต้องการพบเขามากกว่าคุณ”
คิมหันต์ขยับลงนั่งข้างๆ มุก เขาค่อยๆ โอบไหล่ และลูบไล้ไปตามต้นแขนของมุกริน
“ผมคิดถึงมุกมากเลยนะ รู้บ้างมั้ย”
“พอเถอะค่ะคิม เราหยุดเรื่องระหว่างเราแค่นี้เถอะค่ะ อย่าให้มุกต้องทรมานมากกว่านี้เลย”
“แล้วคิดว่าผมไม่ทรมานเหรอ ไอ้บังกะโลนั่นควรเป็นที่อยู่สำหรับผมกับคุณ ไม่ใช่พักตรา และคนที่ไปไหนมาไหนกับคุณก็ควรเป็นผม ไม่ใช่นายปรารภ”
“เรากลับไปจุดนั้นไม่ได้อีกแล้วค่ะคิม”
“ผมรู้ แต่เราเริ่มต้นใหม่ได้นี่”
“ยังไงคะ แล้วพักตราล่ะ เขาอยู่ในจุดเริ่มต้นใหม่นี้ด้วยรึเปล่า หรือคิมต้องการให้เราอยู่ด้วยกันแบบสามคนผัวเมีย”
คิมหันต์นิ่งไป
“บางทีการเริ่มต้นใหม่ที่ดีที่สุด ก็คือการลืมเรื่องเก่าๆที่ผ่านมาทั้งหมด”
ทันใดนั้นแสงไฟฉายลำใหญ่สาดผ่านมาทางคนทั้งสอง เสียงตะโกนของพักตราดังเข้ามา
“มุกริน”
มุกรินถึงกับสะดุ้ง “ยายพักตรา”

พักตราเดินถือไฟฉายกระบอกใหญ่สาดไฟมาทางโขดหิน มุกรินก้าวเข้าไปยืนกลางแสงไฟ
“ยายมุก”
“พักตรา”
“คิดจะนอนชายหาดหรือไง”
มุกรินมองทอดสายตาไปไกล ไม่มีคำตอบให้
“ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก ฉันจะได้ให้เขากางเต๊นท์ให้ ไม่ต้องเปิดห้องให้เปลืองเปล่าๆ หรือว่าทนไม่ได้ที่เห็นฉันมีความสุขกับคิมหันต์”
คิมหันต์ นั่งซุกตัวพิงหลังโขดหินก้อนนั้น
“ไม่เป็นไร เธอยังมีเวลาทำใจอีกพักใหญ่ๆ กว่าเขาจะมาก็ดึกโน่นแหละ งานเขายังไม่เสร็จ ฉันโทร.ถามให้ก็ได้ว่าเขาจะมาถึงกี่โมง หรือเธออยากคุยกับเขา เอามั้ย”
พักตราดูมีความสุขกับบทสนทนาครั้งนี้ เธอหยิบโทรศัพท์กดเบอร์คิมหันต์อย่างหมายมาด
คิมหันต์ รีบกดปุ่มปิดโทรศัพท์ของเขาแทบไม่ทัน มุกริน ลอบมองมาทางคิมหันต์ด้วยความวิตก สุดท้ายพักตรา ลดโทรศัพท์ลงจากหู
“เสียใจด้วยนะ คิมไม่เปิดมือถือ คงกำลังประชุมอยู่”
พักตราเดินมานั่งพิงโขดหินก้อนนั้นที่คิมหันต์ซ่อนตัวอยู่ มุกรินมองตาม ลุ้นระทึก
“ฉันถามตรงๆ อย่างคนเคยเป็นเพื่อนกันมานะ เธอเหงามั้ย”
“ฉันอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เด็กๆ”
คิมหันต์เหลือบดูนาฬิกาข้อมือ มันบอกเวลา สามทุ่มห้านาที
“การอยู่คนเดียวตอนเด็ก กับการอยู่ตัวคนเดียวตอนเป็นสาว มันต่างกันนะมุก”
มุกรินลอบมองไปทางคิมหันต์
“และฉันรู้ด้วยว่ามันต่างกันมากแค่ไหน”
มุกรินนิ่ง ไม่โต้ตอบใดๆ
“ที่จริงฉันก็สงสารเธอไม่น้อยนะ ที่ต้องเสียคนที่เธอรักไป เพราะความเลวของพี่ชายเธอแท้ๆ แต่บังเอิญฉันสงสารตัวเองมากกว่า กรรมใครกรรมมันนะมุก
ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของพักตราก็ดังขึ้น หล่อนยิ้มพราย
“คิมโทร.มาแล้ว”
พักตรากดปุ่มรับโทรศัพท์ พูดเสียงหวาน
“ฮัลโหล” น้ำเสียงเปลี่ยนทันที “คุณชุมสายเหรอคะ แล้วเขาจะขับรถไหวเหรอ บอกให้มาตอนเช้าเลยก็ได้นะ หลับให้เต็มที่แล้วค่อยมาเถอะ จะได้ไม่อันตราย ขอบคุณค่ะ คุณชุมสาย”
พักตรากดยกเลิกการสนทนา
“เฮ้อ เขายังไม่เสร็จธุระ ก็เรื่องคดีพี่ชายเธอนั่นแหละ ดูเหมือนจะมีหลักฐานใหม่ เอาผิดนายธาดาในชั้นอุทธรณ์ได้ แย่หน่อยนะ แต่ก็เท่ากับว่าเธอมีเวลาทำใจอีกหนึ่งคืน ก่อนที่จะต้องร่วมงานกับอดีตคู่หมั้นของเธอ ซึ่งปัจจุบันเป็นของฉัน”
พักตราลุกขึ้นเดินกลับไปทางบังกะโล แต่หยุดเพียงสองก้าวหันมาพูดแดกดันทิ้งทวนว่า
“อย่าเพิ่งคิดฆ่าตัวตายซะก่อนล่ะ เพื่อน”
คิมหันต์โผล่ขึ้นมาจากโขดหินก้อนนั้น
“มุก”
มุกรินมองหน้าคิมหันต์แล้วเดินหนี คิมหันต์วิ่งไปขวางหน้ามุกรินไว้
“ไปเถอะค่ะคิม อย่าให้ฉันทำบาปทำกรรมมากกว่านี้เลย”
“คุณไม่ได้ทำอะไรเลย ถ้ามันเป็นบาปมันก็เป็นบาปของผมเอง”
“งั้นคุณก็หยุดสิคะคิม กลับไปหาคู่หมั้นคุณเถอะ”
“ให้เวลาผมอีกนิดได้มั้ย ผมยังทำใจสูญเสียคุณไปไม่ได้”
“ฉันก็ทำใจเป็นชู้ไม่ได้เหมือนกัน”
“งั้นขอแค่อยู่กับผมคืนนี้ได้มั้ย อยู่กับผมเฉยๆ จนถึงเช้าเราไม่ต้องมีอะไรกันก็ได้ แค่ให้ผมได้นอนกอดคุณนิ่งๆก็พอ นะ มุก”
คิมหันต์มองหน้ามุกรินเต็มๆ ตา อย่างวิงวอน มุกรินสัมผัสถึงความรู้สึกนี้ได้ ทั้งสองโผเข้ากอดกันแนบแน่น ถ่ายไออุ่นแห่งรักให้กันและกัน
เสียงเพลงรักหวานสุดแสนโรแมนติกดังกังวานไปรอบบริเวณ

ดวงดาวถือกีตาร์ยืนเท่ห์อยู่หน้าไมโครโฟนบนเวทีกลางหมู่ขี้เมา เธอเป็นผู้ร้องเพลงรักเพลงนั้น

คิมหันต์และมุกริน นอนกอดกันกลางชายหาดที่เดิม ผืนฟ้าเริ่มมีสีจางลง ด้วยประกายแสงแห่งวันใหม่คืบคลานเข้ามา ผืนน้ำเริ่มเอ่อท่วมชายหาดนี้มากขึ้นเรื่อยๆ คิมหันต์ยังคงหลับตา สงบนิ่ง
ส่วนมุกรินมองทอดสายตาไปไกล เธอเอ่ยปากเสียงแผ่วเบา
“คิม”
“หืม”
“น้ำขึ้นมาถึงเท้ามุกแล้วนะ”
คิมหันต์พูดตอบโดยไม่ลืมตา
“เรานอนรอให้น้ำท่วมตายไปด้วยกันเลยดีมั้ย”
“ไม่ดี...ยายพักตราจะได้สาบแช่งตามหลังไป จนไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด”
“ไม่เกิดก็ดี จะได้ไม่ต้องเจอยายพักตราอีก”
“คิมพูดถึงเขาลับหลังไม่ดีเลยนะ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย แค่รักคิมมากซึ่งก็ไม่ต่างจากมุก”
“แต่มันต่างสำหรับผม ผมรักมุกมากกว่า”
“ถอนหมั้นสิคะ คิม”
คิมหันต์ลืมตา ครุ่นคิดนิดหนึ่งก่อนตอบ
“คงยังไม่ใช่ตอนนี้”
“กลับเข้าบังกะโลเถอะค่ะ ดึกมากแล้ว”
“คุณไปก่อนสิ เดี๋ยวผมตามไป”
“ไม่เอาคิมไปก่อน มุกตามไปทีหลังดีกว่า”
“ผมต้องขับรถอ้อมไปอีกทางนึง คงช้ากว่าจะถึง คุณเดินไปก่อนเถอะ”
มุกรินขยับตัวลุกขึ้น
“อย่าเผลอหลับไปเลยล่ะ”
“ผมรักคุณนะ”
“ฉันจะพยายามเชื่อค่ะ”
มุกรินเดินกลับไปทางบังกะโล คิมหันต์นอนมองท้องฟ้านิ่งๆ

กลางหมู่ขี้เมาของผับ ดวงดาวร้องเพลงรักเพลงนั้นจบลงพอดี นักดนตรีรุ่นพี่หยิบไมค์มาพูดท่ามกลางเสียงตบมือของแขกในร้าน
“ขอบคุณแขกรับเชิญของผมครับ น้องดวงดาว”
แขกในร้านตบมือดังกราวใหญ่ ดวงดาวถือกีตาร์เดินลงจากเวที ธาดาเดินหน้าตาเมากึ่ม ตรงเข้าไปหาดวงดาว
“ดาว มาทำอะไรที่นี่”
“ก็มาเล่นดนตรีไงคะ เพื่อนชวนมา คุณอาน่ะแหละมาทำอะไรที่นี่”
“อามาตามดาว”
“ตามหนู”
“ใช่ อยู่ๆดาวก็หายไปจากบ้าน ไปไหนก็ไม่บอก...อย่างนี้อาไม่ชอบ”
“แล้วอาอยู่ให้หนูบอกมั้ยล่ะ หนูเรียนจบแล้ว หนูก็ต้องทำงานทำการได้แล้ว”
“คิดจะทิ้งอาแล้วใช่มั้ย”
“โอ๊ย...เหลวไหลแล้วอา”
“ไม่เหลวไหลหรอกแกเข้าคู่กับยายมุก คิดหนีฉันใช่มั้ย นี่ยายมุกก็หายไปคนนึงแล้ว”
ธาดาตะโกนเสียงดังขึ้นจนแขกในร้านเริ่มหันมามอง
“เขาไปทำงานที่ประจวบ”
“งาน”
“ใช่...ใครๆ เขาทำงานทั้งนั้น มีแต่อาน่ะแหละ หายไปไหน ไปทำอะไรก็ไม่รู้”
ดวงดาวเดินหนีจากธาดา
“กลับมาก่อนนะดาว”
“หนูจะไปเล่นดนตรีกับเพื่อนอีกที่นึง เลิกแล้วกลับบ้านเอง อาไม่ต้องห่วง”
ธาดากระชากแขนดวงดาวอย่างรุนแรง ดวงดาวจ้องหน้าธาดา พูดเสียงเข้ม
“ถ้าอาทำอะไรหนู เราเลิกกันตรงนี้เลยนะ”
ธาดาค่อยๆ ปล่อยมือ ดวงดาวจึงเดินออกไปอย่างปกติ

คิมหันต์ถือกระเป๋าเสื้อผ้าเดินเข้าบังกะโลมา พักตรายืนรออยู่กลางโถงบ้าน เธอกระโจนเข้าไปกอดคิมหันต์ด้วยความรัก
“ขับรถเหนื่อยมั้ยคิม”
“ไม่มีปัญหา สบายมาก ผมเสร็จธุระก็รีบมาเลย”
“ยังไม่ได้นอนเลยใช่มั้ย น่ารักจัง”
“บ้านใหญ่ดีนี่ เราอยู่กันสองคนเหรอ”
“ยายมุกอยู่ห้องโน้นค่ะ”
คิมหันต์ทำเป็นเหมือนไม่รู้มาก่อน
“อ้าว”
“ทำไมคะ อยากโผล่ไปทักคู่หมั้นเก่าเหรอ”

ระหว่างนี้ มุกรินนั่งพิงผนังห้อง ฟังเสียงภายนอกด้วยความสะเทือนใจ
“ไม่ละ ผมไม่มีอะไรกับเขาแล้วนี่ อาบน้ำนอนซะหน่อยดีกว่า จะได้เริ่มงานแต่เช้า”
“ดีค่ะ อาบพร้อมกันดีมั้ย”
“คุณยังไม่ได้อาบน้ำเหรอ”
มุกรินพยายามเต็มที่ที่จะไม่ฟังเสียงนอกห้อง ทว่าเสียงพักตราและคิมหันต์ ก็ยังคงดังลอดเข้ามาในห้องนี้
“อาบแล้วค่ะ แต่อยากอาบอีก พักตร์อยากอาบพร้อมคิม นอนแช่ในอ่างด้วยกันผลัดกันถูหลังให้กันไงคะ...นะ”
“ตามใจ”
“แล้วคิมอย่าใจอ่อนเองล่ะ”
เสียงหัวเราะร่าเริง แจ่มใส ของคนทั้งสองดังขึ้นตามมา
มันกรีดเข้าไปในอก สีหน้ามุกรินไม่สู้ดีนัก

การทำงานของคิมหันต์ มุกริน และ ทีมงานของ Fast Track เริ่มขึ้นในตอนสายวันต่อมา
คิมหันต์ลั่นชัตเตอร์กล้อง หลายมุม หลายขนาดภาพ เขาถ่ายรูปในมุมต่างๆ set ต่างๆ ของโรงแรม มุกรินช่วยขยับ จัด set โดยมีคิมหันต์คอยบอกมุมที่ต้องการ
พักตรา ยืนคุมงานข้างๆคิมหันต์ และคอยชี้นิ้วสั่งมุกริน
ส่วนที่หน้าโรงแรม ดวงดาวก้าวเดินเข้ามา มองเข้าไปยังโรงแรมนี้

พักตรายืนมองภาพในจอคอมพิวเตอร์ เธอหันไปตะโกนสั่งมุกริน
"มุก เธอไปยืนบังแสงตรงนั้นหน่อยซิ...มันรีเฟล็กซ์เข้าเลนส์ ไม่เห็นเหรอ ถ่ายรูปเป็นรึเปล่า"
มุกรินเดินไปทำตามคำสั่งของพักตรา
คิมหันต์ถอนตาจากวิวไฟน์เดอร์กล้อง ลอบมองมุกริน
พักตราร้องขึ้น "โอเค ได้แล้วค่ะคิม สวยแล้ว"
คิมหันต์ลั่นชัตเตอร์กล้องตามต้องการ
ดวงดาวก้าวเข้ามาใกล้ๆ มุกริน
“เนี่ยเหรองานครีเอทีฟ ฉันนึกว่าจะดูเลิศหรู ที่แท้มายืนถือของยังกะถูกทำโทษงั้นแหละ”
“เวลาทำงาน ใครช่วยอะไรได้ก็ต้องช่วย จะมาเกี่ยงงอนว่าไม่ใช่หน้าที่ไม่ได้”
“อันนี้มันเหมือนจงใจแกล้งเกินไปรึเปล่า”
พักตราหันไปเห็นดวงดาวยืนคุยกับมุกรินก็หงุดหงิด
“เอ้า นั่นอะไรกันน่ะ...เวลางานนะไม่ใช่เวลาคุย”
คิมหันต์เงยหน้าขึ้นมาจากกล้อง
“โอเค แล้วพักตร์ ผมได้หมดแล้ว เบรคเลยแล้วกัน”
“เราเหลืออะไรอีกเนี่ย” พักตราถาม
“ผมจะถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น พรุ่งนี้เช้า แล้วก็หมดแล้ว” คิมหันต์หันไปสั่งทีมงาน “เลิกกองครับ”
ทีมงานทุกคนขยับตัวเก็บของ
“แหม เสร็จเร็วอย่างนี้ต้องฉลองหน่อย ใครดื่มไวน์บ้าง”
ทีมอาร์ตทุกคนยกมือขึ้น
“เก็บของแล้วเย็นๆ เจอกันหน้าหาด แต่งตัวให้ดูเป็นชายทะเลด้วยนะ ทุกคน”

ดวงดาวยืนพูดกับมุกริน ที่เดิม
“งานมีแค่นี้เหรอ”
“ไม่รู้ ต้องถามคุณพักตรา”
พักตราเดินตรงมาหา
“น้องดวงดาว เด็กของคุณธาดา...มาถึงนี่เชียว”
“พอดีผ่านมาเที่ยวแถวนี้ก็เลยแวะมาดูเฉยๆ”
“แล้วพักที่ไหนล่ะ”
“เพื่อนเปิดร้านอยู่ไม่ไกลจากที่นี่”
“มาพักที่บังกะโลด้วยกันสิ มุกจะได้มีเพื่อน”
“ถ้าอยากให้มุกมีเพื่อน ก็ให้มุกไปพักกับฉัน ง่ายกว่ามั้ง”
พักตราเหยียดยิ้มหยันๆ นิดแล้วเดินกลับไป คิมหันต์ เหลือบมองมาที่ดวงดาว
“ไปละมุก ถ้าว่างจะแวะมาเยี่ยมใหม่”
“พี่ใหญ่รู้รึเปล่าว่าดาวมาที่นี่”
“เปล่า ช่วงนี้คุณอาไม่ค่อยกลับบ้าน มันเป็นช่วงต่างคนต่างอยู่”
ดวงดาวเดินออกไป เธอลอบมองคิมหันต์ก่อนร่างจะลับตาไป

ฟากธาดานั่งลุ้นไพ่ เหงื่อแตกท่วมหน้าอยู่ในบ่อนเสี่ยอ๋า เจ้ามือเอ่ยปากถามหน้านิ่งๆ ไร้อารมณ์
“ว่าไงครับคุณธาดา”
ธาดาขว้างไพ่ลงบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด เจ้ามือกวาดเงินหน้าตักธาดาไปจนหมด
“บ่อนนี้มันโกงรึเปล่าวะเนี่ย เล่นมาห้าวัน เสียทุกวัน ไม่มีได้บ้างเลยสักนิด”
“อ้าว พูดอย่างนี้ไม่สวยนะครับ”
“ก็มันจริงนี่หว่า ฉันเล่นที่อื่น มันยังมีได้บ้างเสียบ้างสลับกันไป แต่เล่นที่นี่ ไม่มีได้เลยซักตา อย่างนี้ก็ต้องสงสัยว่าโกงไว้ก่อนละ”
เสี่ยอ๋าก้าวเข้ามาอย่างสมบทบาท
“ถ้าคิดว่าที่นี่โกงก็ไปเล่นที่อื่นสิครับ มาเล่นที่นี่ทำไม” ธาดาหันไปมอง “ผมว่าไม่มีบ่อนไหนเขาอนุญาติให้คุณเข้าไปเล่นมากกว่า”
ธาดาอึ้ง พูดไม่ออก
“จะเล่นต่อมั้ยล่ะ ผมยินดีให้เครดิตคุณเป็นกรณีพิเศษ”
ธาดาค่อยยิ้มขึ้นมาได้
“offer กันขนาดนี้ ก็ต้องเล่นแล้วหละ ถ้าผมเล่นได้แล้วจะมาขอส่วนแบ่งบ้างไม่ได้นะ”
“เต็มที่เลยครับคุณธาดา” เสี่ยตะโกนสั่งเด็ก “ขอเครื่องดื่มให้คุณผู้ชายท่านนี้หน่อย”

เครื่องเสียงชั้นดี ตรงเคาน์เตอร์บาร์ริมทะเล กำลังเล่นเพลงจังหวะเต้นรำเร้าใจ พักตรากำลังวาดลวดลายเต้นรำ กลางลานหน้าบาร์ ทีมงานฝ่ายอาร์ตเต้นเอาใจเจ้านายอย่างสนุกสนานและมึนเมา คิมหันต์นั่งมองมุกรินซึ่งลอบมองเขาอยู่เช่นกัน
พักตราพุ่งถลาเข้ามาหาคิมหันต์
“คิม มาเต้นรำกันหน่อยเร้ว”
“ผมว่าคุณเมามากแล้วนะพักตร์”
“เมาสิดี จะได้กล้าทำอะไรๆได้ทุกอย่าง จริงมั้ยเด็กๆ”
ทีมงานทุกคนรับสลอน “จริงคร้าบ”
“พอเถอะพักตร์ ผมพาคุณไปส่งที่บังกะโลดีกว่านะ”
“เดี๋ยวซี่กำลังสนุกเลย คิม”
“เมามากกว่านี้มันจะเกินสนุกแล้วนะพักตร์ พรุ่งนี้คุณจะแย่”
“แย่ได้ยังไง พักตร์มีคิมอยู่ทั้งคน คิมทำให้ทุกอย่างของพักตร์ดูดีไปหมด ไม่มีแย่เลย ใช่มั้ยเด็กๆ”
ทีมงานทุกคนยกเว้นมุกรินร้อง “ใช่” กันเกรียวกราว
พักตรากระโดดขึ้นไปยืนบนโต๊ะ อ้าปากตะโกนลั่น
“ทุกคนฟัง นี่คือคิมหันต์คู่หมั้นของฉัน ที่ฉันรักมากที่สุด ใครจะมาแย่งเขาไปจากฉันไม่ได้ทั้งนั้น เพราะเราเกิดมาคู่กัน พักตราเกิดมาเพื่อเป็นของคิมหันต์คนเดียวเท่านั้นนะคะ ทุกคนไชโยกันหน่อย”
แล้วพักตราก็หงายหลังล้มลงไป คิมหันต์ค่อยๆ อุ้มเธอขึ้นมา แล้วพาไปขึ้นพาหนะของโรงแรม เพื่อกลับไปยังบังกะโล
มุกริน มองตามนิ่งๆ ทีมอาร์ตยังคงเมามันกันอยู่
“พี่ คุณพักตรานี่เป็น ซีอีโอที่โคตรมันเลยนะพี่ งานไม่เอา เมาลูกเดียว”

คิมหันต์วางร่างของพักตราลงบนเตียงนอน เธอยังงัวเงีย งอแง ง้องแง้ง ไม่ได้สติ
“นอนซะนะพักตร์”
“คิม อย่าเพิ่งไปไหนนะ อยู่กับพักตร์ก่อน มานอนด้วยกันนะ”
พักตราดึงตัวคิมหันต์ลงมาใกล้และกอดไว้แน่น
“พักตร์รักคิมมากนะ รู้มั้ย...รู้มั้ยคิม”
คิมหันต์ยอมเอ่ยปากตอบรับตามใจพักตรา
“อืม...รู้”
“พักตร์นึกว่าจะไม่มีโอกาสได้กอดคิมอย่างนี้ซะแล้ว อย่าทิ้งพักตร์ไปไหนนะคิม”

คิมหันต์นอนลืมตาครุ่นคิดนิ่งๆ บนร่างของพักตรา

อ่านต่อหน้า 4




รอยรักแรงแค้น ตอนที่ 5 (ต่อ)

มุกริน ยืนเหม่อลอยอยู่บนชายหาด ตรงโขดหิน ริมทะเลที่เดิม เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น
มุกรินกดปุ่มรับสาย

“ฮัลโหล”
ปลายสาย เป็นธาดาที่เพิ่งก้าวเข้าบ้านเช่ามา
“มุก มุกอยู่ไหนเนี่ย”
“มุกมาทำงานที่ประจวบไงคะ”
“ไปเมื่อไหร่ทำไมไม่บอกพี่”
“มุกบอกแล้ว พี่ใหญ่จำไม่ได้เอง”
“จริงเหรอ”
“ช่วงนี้พี่ใหญ่เครียดเรื่องอะไรรึเปล่า”
ธาดาถอนใจก่อนพูด
“ก็เรื่องงานนิดหน่อย หุ้นส่วนที่จะสั่งรถมาขายมันเบี้ยวเงินพี่ไป”
“แล้วดวงดาวล่ะ”
“ไม่รู้หายไปไหนแล้ว”
“ทะเลาะกันรึเปล่า”
“เปล่า...”
“คบเด็กก็ต้องหัดเอาใจเขาบ้างนะ พี่ใหญ่”
“ดาวเขาไม่ใช่คนที่ต้องการการเอาใจ พี่รู้ ช่างเหอะ เดี๋ยวเขาก็โทร.มาหาพี่เอง”
“แล้วถ้าเขาหายไปเลยล่ะ ถ้าเขาเลิกกับพี่ล่ะ”
“มันก็ตายน่ะสิ และถ้ามันมีใครใหม่ พี่ก็จะฆ่ามันพร้อมกันทั้งคู่เลย”
ธาดากดวางสายไป

มุกรินถอนหายใจ หย่อนตัวลงนั่ง ที่เดิมที่เคยนั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นอีกครั้ง มุกยิ้มนิดๆ แล้วกดปุ่มรับ ยินเสียงคิมหันต์ดังเข้ามา
“นั่งคนเดียวเหงามั้ยครับ”
“ฉันเหงาจนชินแล้วค่ะ”
คิมหันต์เดินพูดสายเข้ามายืนข้างๆ มุกริน มืออีกข้างของเขาหอบเอาผ้าสำหรับปูนอนติดมาด้วย
“แต่ผมไม่ชิน ขอผมนั่งข้างๆ ด้วยคนได้มั้ยครับ”
“ถ้ามาช้ากว่านี้ ฉันคงหนีไปอยู่หาดอื่นแล้วละ”
คิมหันต์หย่อนตัวลงนั่งข้างๆ มุกริน
“คุณหนีไปไหนผมจะตามไปที่นั่น ไม่มีวันให้คุณรอดไปจากผมได้หรอก”
คิมหันต์วางโทรศัพท์ลง แล้วจึงบรรจงจูบมุกรินอย่างนิ่มนวล
“รู้มั้ยว่ามุกใจจะขาดแค่ไหน ที่เห็นคุณอยู่ใกล้ชิดกับพักตราทั้งวัน”
“ผมก็ไม่ได้สบายใจกว่ามุกหรอก”
“มันจะเป็นอย่างนี้อีกนานมั้ยคิม”
“ผมยังตอบไม่ได้เหมือนกัน รู้แต่เพียงว่า ตอนนี้เราจะไม่พูดถึงคนอื่น”
คิมหันต์บอกเสียงนุ่ม แล้วดันร่างของมุกรินนอนราบลงไปบนชายหาดนั้น

ที่บังกะโลชายทะเล สงบนิ่งท่ามกลางราตรีกาล พักตรานอนดิ้นนิดๆ พลิกตัวไปมาเพียงลำพังบนเตียงนุ่ม หล่อนพึมพำเรียกชื่อชายคนรักออกมาตอนกลางดึก
“คิม...คิมคะ”

ร่างของคิมหันต์และมุกริน นอนกอดก่ายเบียดกันอยู่ภายใต้ผ้าห่มสีกลมกลืนกับผืนทรายสวยริมหาด ทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยกาย คิมหันต์มองตรงไปไกลเบื้องหน้า ส่วนมุกรินยังคงหลับตานิ่ง สักพักคิมหันต์ผินหน้าไปมองดูมุกรินสักพัก เขาตัดสินใจเปิดผ้าห่มออกอย่างแผ่วเบา หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปคู่กับมุกรินในสภาพเปลือยกาย

หากมีใครเห็นภาพอันล่อแหลมนี้ คงคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เด็ดขาด

รอยรักแรงแค้น ตอนที่ 6

คิมหันต์ดึงผ้าห่มปิดร่างของมุกดังเดิมหลังถ่ายรูปเสร็จ เขาค่อยๆ ก้มหน้าลงไปเรียกมุกรินด้วยเสียงนุ่มนวล
“มุก...มุก...”
“หืม...”
“เราต้องกลับเข้าที่พักแล้วละ”
มุกรินอิดออดต่อรอง “อีกแป๊บนึงไม่ได้เหรอ”
“ปกติคุณตื่นก่อนทุกทีนี่นา ติดนิสัยขี้เกียจแบบผมแล้วเหรอ”
“แต่นี่มันยังไม่เช้านี่คิม”
“ถ้ารอจนเช้า คนจะเดินไปเดินมากันเต็มหาดเลยนะ”
มุกรินบิดตัวเอง สูดหายใจลึกๆ คล้ายพยายามจะตื่น แต่แล้วเธอกลับหลับตากอดรัดคิมหันต์แน่นมากขึ้น
“มุกไม่อยากให้เช้าเลย อยากกอดคิมไว้อย่างนี้”
“ผมจะอยู่ให้คุณกอดตลอดไปมุก...ผมสัญญา”
“แต่ก็ต้องแบ่งเวลาไปให้ยายพักตร์กอดด้วยใช่มั้ย”
“ไม่เอาซี่ อย่าพูดถึงคนอื่น...ผมรักมุกนะ”
“มุกก็รักคิมค่ะ”
“ไป ใครไปก่อนกัน”
ต่างคนต่างชี้ฝ่ายตรงข้าม
“มุกไปก่อนเถอะ ผมต้องเก็บที่นอนพวกนี้อีก”
“ค่ะ คุณพ่อบ้าน”
มุกรินลุกขึ้น ดึงสติแล้วเดินออกไป คิมหันต์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดปุ่มเลือกทำรายการ สร้างโฟลเดอร์ใหม่เก็บรูปมุกรินรูปนั้นไว้

มุกรินค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปบังกะโล พลันเธอต้องชะงักกับภาพเบื้องหน้า เมื่อเห็นพักตรายืนรออยู่กลางโถง หน้าตาของเธอดุดัน เอาเรื่อง พักตราตะโกนเสียงดังกังวาน
“แกไปไหนมา”
มุกรินพยายามตั้งสติให้นิ่ง
“ไปเดินเล่น”
“เดินเล่นตอนตีสามเนี่ยนะ”
“ฉันจะเดินเล่นตอนกี่โมง ก็ไม่ได้ผิดอะไรนี่”
“ผิด...ผิดที่แกตอแหลไงล่ะ”
พักตราพุ่งเข้าไปจิก กระชากหัว มุกริน และเงื้อมือตบตีไม่ยั้ง มุกรินไม่ทันป้องกันตัว เธอถึงกับเซถลาไปติดผนังห้อง พักตราด่าไปตบไปไม่หยุดปาก แต่ละคำล้วนหยาบคาย มุกรินทั้งปัดป้อง ทั้งพูดจาโต้ตอบเป็นพัลวัน
“อีตอแหล แกเอาคู่หมั้นฉันไปไว้ไหน บอกมาเดี๋ยวนี้นะ แกเอาคิมของฉันไปเก็บไว้ที่ไหน”
“ฉันจะเอาเขาไปเก็บไว้ได้ยังไง และถ้าเขาเป็นคนของเธอ ทำไมเธอไม่เก็บไว้ให้ดีๆ ล่ะ”
“ก็เพราะแกเป็นหัวขโมยน่ะสิ แกขโมยคิมไปจากฉันตั้งแต่สี่ปีที่แล้วยังไม่พอ ยังจะตามมาขโมยตอนนี้อีกเหรอ นังหน้าด้าน บอกมานะ แกแอบนัดคิมออกไปเจอข้างนอกใช่มั้ย”
คิมหันต์หอบผ้าปูที่นอนก้าวยาวๆเข้ามา ตกใจกับภาพที่เห็น รีบวิ่งไปกระชากพักตราออกมาจากมุกริน
“นี่ไง หอบผ้าหอบผ่อนไปนอนด้วย แกสองคนไปนอนด้วยกันมาใช่มั้ย ใช่มั้ย”
พักตราอาละวาด หันมาทุบตีคิมหันต์ สลับกับการขว้างปาของใส่มุกริน อุตลุดไปหมด คิมหันต์ใช้สองมือบีบกระชาก จับร่างพักตราเขย่าสติอย่างแรง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะพักตร์ หยุดเดี๋ยวนี้”
“ไม่หยุด พวกแกมันเลว ดอกทองด้วยกันทั้งคู่”
“ผมบอกให้หยุดเดี๋ยวนี้”
“ไม่หยุด มีอะไรมั้ย...ไอ้สันดานชั่ว”
คิมหันต์เงื้อมือตบหน้าพักตราอย่างแรง พักตรานิ่ง อึ้ง เจ็บ
“แกตบฉันเหรอ...ไอ้คิม...แกกล้าดียังไงมาตบหน้าฉัน”
คิมหันต์ตอบอะไรไม่ถูก เขาตกใจกับพฤติกรรมตัวเองไม่แพ้กัน
พักตราตั้งสติได้ หันไปตะคอกใส่คิมหันต์อย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ฉันจะฟ้องพ่อฉัน แล้วคอยดูนะว่าพ่อฉันจะจัดการยังไงกับแก คอยดู”
พักตรารีบวิ่งพรวดพราดออกไปจากห้องนี้ในทันที คิมหันต์ได้แต่ตะโกนตามหลังเธอไปเท่านั้น
“พักตรา...พักตรา”
คิมหันต์และมุกริน อึ้ง มองหน้ากัน ทั้งคู่ทำอะไรไม่ถูก

โรงแรมหรู ตั้งตระหง่านรับแสงอรุณรุ่งตอนเช้าตรู่ พนักงานสาวแผนกต้อนรับคนนั้น เดินตรงไปที่ล็อบบี้โรงแรมหรู ทีมงานของ Fast Track นั่งรวมตัวกันอยู่แถวนั้น
“น้องๆ คะ ไม่ทราบว่าวันนี้จะมีถ่ายรูปตรงไหนบ้างคะ”
ทีมงาน 1 บอก “เอ้อ...ไม่ทราบเหมือนกันครับ”
ทีมงาน 2 เสริมว่า “เรารอคุณพักตราอยู่ครับ”
“คุณพักตรากลับไปกรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ”
ทีมงานทุกคนร้อง “อ้าว”
“แกเพิ่งโทร.มาบอกว่า ให้น้องๆ ทำงานไปเลยไม่ต้องรอ”
ทีมงานมองหน้ากัน งงๆ
ทีมงาน 1อึ้ง “จะทำอะไรล่ะครับ”
“ไม่ทราบค่ะ ถ้าต้องการอะไรก็บอกพี่นะคะ”
พนักงานเดินออกไป สวนกับมุกรินที่เดินเข้ามา หน้าตาซีดเซียว
“พี่ ซีอีโอกลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว” ทีมงาน 1 บอก
“อืม”
ทีมงาน1 แปลกใจ “พี่รู้แล้วเหรอ”
“อืม”
ทีมงาน 1งงใหญ่ “แล้วเราจะทำยังไงกันล่ะพี่”
“ถามช่างภาพดูสิ เขาอยู่แถวๆ ริมหาดแน่ะ”
ดวงดาว เดินตรงมาที่มุกริน
“มีปัญหาอะไรกันรึเปล่าคะ บรรยากาศดูเครียดเชียว”
มุกรินพยักหน้ารับ
“เล่ามั้ย”
“เรื่องมันยาว”
“งั้นก็เริ่มเลย อย่าช้า”
ดวงดาวหย่อนตัวลงนั่ง รอฟังเรื่องราว

นายพลอรรถเดินเข้ามากลางโถงบ้าน เบื้องหน้าของท่านคือพักตรา กำลังนั่งร้องไห้ฟูมฟายเสียงดังลั่น
“หยุดร้องไห้ก่อนได้มั้ยลูก ไม่งั้นพ่อจะฟังไม่รู้เรื่องเลยว่าหนูพูดอะไร”
พักตราค่อยๆ ลดเสียงสะอื้นให้เบาลง
“ทีนี้ก็ค่อยๆพูด ค่อยๆ เล่า ว่ามันเรื่องอะไรกัน”
“เรื่องของหญิงโฉด กับ ชายชั่วค่ะพ่อ”
“ใครล่ะลูก”
“ก็นังมุกริน กับ คิมหันต์ลูกเขยคุณพ่อนี่แหละ”
อรรถเลิกคิ้วแสดงความสนใจ
“พักตร์ทนไม่ได้ รับไม่ได้ ยอมไม่ได้ด้วย พ่อต้องจัดการให้พักตร์นะคะ”
“จัดการยังไงล่ะ”
“ไม่รู้ละ ทำยังไงก็ได้ ให้มันหายไปจากชีวิตพักตร์โดยเร็ว”
“ทั้งสองคนเลยเหรอ”
“นังมุกคนเดียวสิคะ”
“แล้วชายโฉดคนนั้นล่ะ”
“พักตร์ให้อภัยได้ค่ะ ถ้าคิมจะมีผิดพลาดพลั้งเผลอไปบ้าง แต่นังนั่นมันตัวแสบ มันร้ายมาก ฉวยโอกาสลอบกัดพักตร์ตลอดเวลา”
“ก็ลูกเองไม่ใช่เหรอ ที่เป็นคนจัดการให้เขาสองคนไปทำงานอยู่ใกล้ๆ กัน”
“หนูแค่อยากจะลองใจดูเท่านั้น”
อรรถทอดถอนใจ “เห็นผลแล้วใช่มั้ยล่ะ ปล่อยวางบ้างเถอะลูก สองคนนั่นเขาเคยรักกัน เคยเป็นคู่หมั้นกัน เขาจะพูดคุยกันบ้างก็ไม่ได้ผิดอะไร”
“หอบผ้าหอบผ่อนไปนอนด้วยกันริมทะเลทั้งคืนเนี่ยเหรอคะไม่ผิดอะไร
“ลูกเห็นกับตารึเปล่าล่ะ ว่าเขานอนทำอะไรกัน”
“ไม่ต้องเห็นก็เดาได้”
“ก็แปลว่าลูกคิดไปเอง”
นายพลอรรถกระเถิบเข้าไปโอบกอดลูกสาวด้วยความรัก แล้วจึงเอ่ยปากสอน
“ให้โอกาสผู้ชายเขามีพื้นที่ของตัวเองบ้าง แล้วชีวิตคู่ก็จะราบรื่น เชื่อพ่อสิ ตอนนี้ลูกนอนพักให้สบายใจก่อน แล้วเย็นๆ ค่อยกลับไปหาเขาอย่างสดชื่น แจ่มใส”
“ไม่ หนูจะไม่ไปเห็นหน้าอีนั่นอีกแล้ว”
“งั้นก็อยู่บ้านรอเขากลับมา อย่างสดชื่นแจ่มใสเช่นกัน เชื่อพ่อนะลูก”
พักตรากอดพ่อ โดยไม่เอ่ยปากตอบใดๆ
“แต่ถ้าไอ้หมอนั่นมันทำร้าย ทำลายจิตใจหนูเมื่อไหร่ ถึงวันนั้นพ่อจะจัดการเอง โดยไม่ยั้งมือ”
ท่านนายพลนอกราชการปลอบขวัญธิดาสุดสวาท

คิมหันต์ยืนนิ่งอยู่ริมทะเล และกำลังก้มดูโทรศัพท์มือถือในมือ เขากำลังส่งรูปมุกรินในโฟลเดอร์นั้นไปยังโทรศัพท์อีกหมายเลขหนึ่ง ดวงดาวเดินเข้ามาไม่ไกลนัก เธอใช้มือทำเป็นเฟรมภาพ เล็งไปที่คิมหันตN
“วันเซ็งๆของคนรูปหล่อ เบื้องหน้าคือผืนฟ้าและท้องทะเล เบื้องหลังคือขุนเขาแห่งอดีตกาล”
คิมหันต์หันมาหา อดทึ่งสาวเจ้าไม่ได้ “เธอนี่อารมณ์ดีได้ทุกวันเลยนะดวงดาว”
“แน่นอน เพราะอารมณ์ของเราอยู่ติดกับตัวเรา เราย่อมเลือกได้ ว่าจะให้มันดีหรือเสีย แล้วมีใครอยากเลือกของเสียให้ตัวเองบ้างมั้ย ไม่มี”
“ชีวิตมันไม่ได้เลือกง่ายอย่างนั้น มันซับซ้อนกว่ากันเยอะ”
“เช่นไม่รู้จะเลือกใครดีระหว่างผู้หญิงสองคนน่ะเหรอ”
“ก็ไม่เชิง”
ดวงดาวสัพยอก “อยากมีตัวเลือกที่สามมั้ยล่ะ”
คิมหันต์จ้องหน้าดวงดาวนิ่ง ดวงดาวจ้องตอบ คล้ายมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในใจ
“ที่จริงฉันก็เคยฝันอยากมีแฟนหล่อเหมือนกันนะ”
“อยากให้ฝันเป็นจริงมั้ยล่ะ”
“ใครๆ ก็อยาก แต่ฉันจะไม่พาตัวเข้าไปอยู่ในความยุ่งเหยิงเด็ดขาด”
ดวงดาวเดินไปตบไหล่คิมหันต์ราวกับเป็นเพื่อนสนิท
“มีอะไรก็รีบเคลียร์ให้จบๆ ซี่ ชีวิตจะได้ง่ายขึ้น ตอนนี้ยายพักตราไม่อยู่ ฉวยโอกาสซะเลย”
คิมหันต์เหม่อมองออกไปไกลในท้องทะเล แล้วจึงเอ่ยปาก
“มีเรือเล็กของโรงแรมว่างอยู่ ผมจะขับไปเที่ยวเกาะ ช่วยบอกให้มุกไปกับผมได้มั้ย”

“ทำไมฉันต้องไปกับเขา”
ดวงดาวนั่งอยู่ในโถงบังกะโลนี้
“เธอไม่ไป ฉันไปนะ ว่าไง ช่วงนี้ยิ่งเหงาๆ อยู่ด้วย”
“ไปซี่ ไปเลย ฉันไม่ว่า และไม่บอกพี่ใหญ่ด้วย”
“พูดเล่น ยังกะเขาอยากให้ฉันไปนักนี่ ฉันก็แค่ทำหน้าที่สื่อรักให้คนรักกันเท่านั้น”
“เสียใจด้วยนะถ้า เธอจะทำหน้าที่ได้ไม่สำเร็จ”
ดวงดาวเดินเข้าไปใกล้มุกริน พูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ฉันให้เวลาสิบนาที ไม่งั้นเขาจะมาตามด้วยตัวเอง ก็อาจจะมันกว่าที่ฉันมาตามเธอก็ได้นะ”
มุกริน ใคร่ครวญครุ่นคิด

ที่กรุงเทพฯ ธาดานอนหลับอยู่บนเตียงเพียงลำพัง เขาค่อยๆ ลืมตาตื่น ลุกขึ้นนั่งบนเตียง เอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มากดดูข้อความในเครื่องตามความเคยชิน หน้าจอเห็นข้อความใหม่ ธาดากดดู พบว่าเป็นภาพที่คิมหันต์ถ่ายเมื่อคืน และเพิ่งส่งมา พร้อมข้อความกำกับว่า
“ไหนมึงว่ากูไม่มีทางได้แอ้มน้องมึงไง“
ธาดากดไล่ดูภาพ เป็นภาพมุกรินนอนเปลือยหนุนไหล่คิมหันต์กลางหาดทราย ธาดาสบถออกมาด้วยความโกรธจัด
“ไอ้เหี้ยคิม ไอ้ชาติชั่ว”

คิมหันต์ก้าวเข้ามาเบื้องมุกริน
“ตกลงว่า คุณจะไปเที่ยวเกาะกับผมใช่มั้ย”
มุกรินยืนนิ่งประจันหน้าคิมหันต์อยู่กลางหาดทราย ห่างไกลจากบังกะโล มีดวงดาวยืนห่างออกไปนิดหนึ่ง ใกล้ๆ เห็นเรือสปีดโบ้ตลำหนึ่งจอดรออยู่ตรงชายหาด
“ยายพักตราเพิ่งหนีกลับกรุงเทพฯ และยังไม่รู้ว่าเรื่องจะบานปลายไปถึงขั้นไหน คุณยังมีกะจิตกะใจจะชวนฉันไปเที่ยวอีกเหรอ”
“ไม่บ่อยนักที่เราจะมีโอกาสอยู่กันตามลำพังสองคนนะ”
“สามคน ดวงดาวอยู่นั่น”
ดวงดาวได้ยินรีบชิ่ง “ฉันกำลังจะไปพอดี โชคดีนะมุก”
“ดาว...”
“เหอะน่า ทำตามหัวใจตัวเองเหอะ อย่างอื่นว่ากันทีหลัง เชื่อฉัน”
ดวงดาวเดินหายตัวไปในทันที คิมหันต์กระเถิบตัวเข้าชิดมุกริน
“เชิญครับคุณมุกริน”
มุกริน หายใจลึกๆ แล้วจึงตัดสินใจ
“ไม่ค่ะคิม ฉันไม่ไป ฉันไม่กล้า”
มุกรินเดินหนี คิมหันต์รีบก้าวเดินตาม
“คุณไม่รู้หรอกว่าผมเตรียมอะไรไว้รอรับคุณที่นั่น”
“ฉันไม่อยากรู้”
“แต่ผมอยากให้คุณได้รู้ครับ”
คิมหันต์แบกมุกรินขึ้นบ่า แล้ววิ่งตรงไปลงเรือสปีดโบ๊ตลำนั้นทันที

ธาดาเดินหงุดหงิดงุ่นง่าน พูดโทรศัพท์ไปทั่วบ้าน
“ดาว หนูอยู่ไหนน่ะ อาโทรเท่าไหร่ ไม่รับสายเลย”
ดวงดาวเดินออกมาพูดโทรศัพท์บริเวณหน้าบังกะโล
“หนูมาเดินสายเล่นดนตรีกับเพื่อน อีกสองสามวันกลับ”
“ทำไมทำอย่างนี้กับอา”
“หรือไม่อยากให้หนูกลับไป”
“กลับมาให้เร็วที่สุดเลยได้มั้ย อย่าทิ้งอาไปอย่างนี้อีกนะ ขอร้อง”
“คิดดูก่อน”
“อย่าคิดนานนะ แล้วเจอมุกบ้างมั้ย”
ดวงดาวตัดสินใจปฏิเสธ ไม่บอกความจริง
“หึ”
“รู้มั้ยว่ามุกอยู่กับไอ้คิม”
“จริงเหรอ”
“มันส่งรูปมุกรินนอนเปลือยมาให้อาดู ไอ้เหี้ยนี่มันเลวมาก ถ้าดาวเจอมุก บอกด้วยว่าอย่าไปยุ่งกับคนชั่วๆอย่างนั้น”
ดวงดาวตกใจกับเรื่องที่ธาดาพูด
“ไม่ทันแล้วละอา”
“ว่าไงนะ”
“แล้วเจอกันนะอา”
ดวงดาวกดวางสาย สีหน้าดูออกว่าเธอวิตกกับพฤติกรรมของคิมหันต์ไม่น้อย

ในเรือเร็วท่ามกลางฟ้าสวย น้ำใส คิมหันต์ขับเรืออย่างมีความสุข โดยมีมุกรินนั่งเคียงข้าง มุกรินเหม่อมองออกไปไกล
“เราเคยฝันว่า เราจะฮันนีมูนกันในเรือจำได้มั้ย”
“ปล่อยให้เรือลอยไปเรื่อยๆ ไปถึงไหนก็ช่าง”
“ใช่ และนี่ก็คือทริปฮันนีมูนของเราสองคน”

มองจากมุมสูงลงมาสู่กลางท้องทะเลอันสวยงาม มีเพียงสปีดโบ๊ตลำนี้แล่นทะยานไปสู่เกาะแก่งแห่งความรัก

อ่านต่อตอนที่ 6



กำลังโหลดความคิดเห็น...