xs
xsm
sm
md
lg

รอยรักแรงแค้น ตอนที่ 4

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


รอยรักแรงแค้น ตอนที่ 4

เกิดหลายๆ เหตุการณ์ พร้อมกันในหลายสถานที่ พร้อมๆ กับที่คิมหันต์นั่งเหม่อมองไปไกลจากกลางห้องเรือนหอเก่าของเขา ใคร่ครวญครุ่นคิดอยู่ในใจ

“ความแค้นเป็นอารมณ์ที่อยู่เหนือเหตุผล เหนือการควบคุม และไม่มีขีดจำกัด หลายคนเชื่อว่าความแค้นดับลงได้ด้วยความรัก”
มุกรินนั่งเหม่อมองออกไปไกลจากในรถแท๊กซี่คันนั้น
“แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป หลายครั้งที่ความรักเป็นฝ่ายดับมอดไปเพราะไฟแค้น”
สาวน้อยดวงดาวนอนหนุนอกธาดาอยู่บนเตียงนอน
“ขึ้นอยู่กับว่าเรายอมจำนนต่อความรู้สึกฝั่งไหนมากกว่ากัน”
ส่วนพักตรานั่งแปรงผมตัวเองหน้ากระจกในห้องนอน
“บางครั้ง ความเคียดแค้นกลับเป็นต้นกำเนิดของความรัก ความสมหวัง อย่างคาดไม่ถึง”
ชุมสายรู้เรื่องมุกริน เขาเดินตรงไปหาคิมหันต์อย่างเอาเรื่อง
“แต่ทุกครั้งที่ความแค้นถูกระบาย มันมักจะส่งผลเป็นความเสียใจ ที่ไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีกเลย
ชุมสายเอ่ยปากต่อหน้าเพื่อน”
“แกรู้ตัวรึเปล่าว่าแกทำอะไรลงไป ไอ้คิม” ชุมสายตำหนิ
“ฉันไม่เคยทำอะไรโดยไม่รู้ตัว” คิมหันต์บอก

ท่ามกลางสายฝนที่ยังโปรยปรายไปทั่วบริเวณ รถแท็กซี่คันนั้นแล่นเข้ามาจอดริมฟุตบาท กลางซอยเปลี่ยว มุกรินก้าวลงจากรถแท็กซี่ ด้านหลังของเธอ เป็นเพิงริมถนน ของพวกมอเตอร์ไซค์วิน ขี้เมาสามคน นั่งล้อมวงกินเหล้าบนเพิงนั้นพวกมันมองมาที่มุกรินอย่างสนใจ
มุกรินวิ่งเข้าไปหลบฝนใกล้ๆ เพิงนั้น เธอกวาดสายตามองหาป้ายซอย แล้วจึงหันไปถามกับขี้เมาพวกนั้น
“โทษนะคะ ซอยสามอยู่ตรงไหนทราบมั้ยคะ”
ขี้เมายิ้มลวนลามพร้อมกันทั้งสามคน
ขี้เมา 1 ชี้บอกท่าทางคึกคัก “โน่นซอยหนึ่ง นั่นซอยสอง ทางโน้นซอยสี่”
มุกรินมองตามมือขี้เมา แล้วหันมาถามอีก
“แล้วซอยสามล่ะคะ”
ขี้เมา 1บอก “ซอยสามก็อยู่นี่ไง พวกเราสามคนช่วยกันซอย...ซอยยิกๆๆๆๆๆครบสามซอย เป็นซอยสามพอดี”
ขี้เมาทั้งสามหัวเราะสำเนียงลามก มุกรินรีบเดินหนีจากเพิงนั้น พวกมันมองตามตาเป็นมันเชียว
มุกรินก้าวยาวๆ กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาจนถึงบริเวณปากซอยนี้ ชะเง้อมองหาป้ายบอกซอย จนเจอป้ายบอกเลขซอย 3 เอียงหลบเข้าไปซุกอยู่หลังต้นไม้ มุกรินเดินตรงเข้าไปในซอยนั้น

มุกรินเปิดประตูบ้านที่ไม่ได้ล็อค พร้อมกับกดโทรศัพท์หาพี่ชายแต่ไม่มีคนรับสาย มุกรินตัดสินใจเดินตรงเข้าไปในโถงกลางบ้าน เดินกวาดสายตาไปรอบๆ พร้อมกับตะโกนเรียก
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่”
เมื่อไม่เจอ มุกรินจึงเดินขึ้นไปยังชั้นบน จับลูกบิดเปิดประตูห้องนอนธาดาเข้าไป เห็นดวงดาวนั่งเปลือยกายอยู่กลางเตียงนอน มุกรินอึ้งตะลึงตะไล
“เธอเป็นใครน่ะ
“แล้วเธอล่ะเป็นใคร” ดวงดาวย้อนถาม
“นี่ใช่บ้านพี่ใหญ่รึเปล่า”
ดวงดาวยักไหล่เล็กน้อยแล้วจึงเอ่ยปากตอบ
“บ้านอาธาดา”
ธาดาเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพเปลือยกายเช่นกัน
ธาดาตกใจ มุกรินตกใจมากกว่า
“มุก”
“พี่ใหญ่”
“มุกมาได้ยังไงเนี่ย”
มุกรินไม่สนใจจะตอบคำถามธาดา เธอรู้สึกผิดหวัง และชิงชังในตัวพี่ชายอย่างรุนแรง น้ำเสียงและแววตาของมุกรินสะท้อนอารมณ์นั้นอย่างชัดเจน
“พี่ใหญ่มีชู้”
ธาดาตกใจไม่หาย “มุก”
“พี่ใหญ่มีเมียน้อย”
ดวงดาวชักไม่พอใจ พูดสวนออกมาโดยที่ยังนั่งอยู่บนเตียงนั้น
“อย่าเรียกว่าเมียน้อย”
มุกรินตวาดสวนกลับไปทันที
“ไม่เรียกว่าเมียน้อยแล้วจะเรียกอะไร”
“เพื่อนสนิท ฟังดูดีกว่า” ดวงดาวบอก
“เพื่อนสนิท เขาแก้ผ้านอนด้วยกันอย่างนี้เหรอ”
ธาดาพยายามเคลียร์ “มุกฟังพี่ก่อน”
“อย่างนี้ไง พี่มลถึงได้ทะเลาะกับพี่ใหญ่เพราะเรื่องนี้ไง พี่ใหญ่คบอีนี่นานรึยัง”
ดวงดาวฉุน “อย่าเรียกอีสิคร้าบ สุภาพหน่อย ขอร้อง”
“แกไม่มีสิทธิ์มาร้องขออะไรทั้งนั้น แกเป็นชู้กับพี่ชายฉัน”
“อาเคลียร์น้องอาด้วย หนูไม่ชอบ” ดวงดาวโกรธจริง
มุกรินไม่สน “ฉันก็ไม่ชอบ พี่ใหญ่เลว ทำอย่างนี้ได้ยังไง”
ธาดาเองก็ชักโกรธ “มุก”
“ที่ไม่ยอมอยู่บ้านเพราะอย่างนี้นี่เอง ส่งเสียกันมานานแค่ไหนแล้วล่ะ”
“มุกต้องเข้าใจพี่นะ”
“ไม่ ไม่เข้าใจ พี่ใหญ่โกหกมุก โกหกมานานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ คิมเขาทำถูกแล้ว ที่เขาเกลียดพี่ใหญ่มาก เพราะพี่ใหญ่เป็นคนอย่างนี้นี่เอง มุกไม่เชื่อพี่ใหญ่อีกต่อไปแล้ว พี่ใหญ่อาจจะฆ่าพี่มลจริงๆ แล้วมาโกหกมุกด้วยก็ได้”
ธาดาบันดาลโทสะเงื้อมือตบหน้ามุกรินเต็มแรงจนหน้าหัน ขนาดดวงดาวก็ยังตกใจถึงกับอุทานออกมา
“เฮ้ย…อา”
มุกรินจ้องหน้าธาดาน้ำตาแห่งความผิดหวังไหลทะลักออกมา
ธาดามองน้องสาวด้วยความเสียใจไม่น้อย
“มุกเกลียดผู้ชายแบบนี้ ต่อไปนี้ ไม่ต้องมาเจอหน้ากันอีกแล้ว”
มุกริน รีบวิ่งออกไปจากบ้านหลังนี้ ธาดาได้แต่ตะโกนเรียกตามหลังไปเท่านั้น
“มุก…มุก…”
ดวงดาวเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเรียบๆ
“อาน่าจะมีปัญหาแล้วละ”

มุกรินวิ่งเตลิดออกจากบ้านหลังนี้ไป โดยไม่แยแสต่อสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอีกหนึ่งระลอก เธอวิ่งร้องไห้ฝ่าสายฝนไปบนถนนเปลี่ยวข้างหน้าอย่างไม่รู้ทิศทาง
พลันร่างของเธอปะทะกับชายขี้เมา 1 คนนั้นอย่างแรง มันยิ้ม ลามก ลวนลามด้วยปากชั่วกลิ่นละมุดหึ่ง
“ว่าไงจ๊ะน้องสาว หาซอยสามเจอมั้ยจ๊ะ”
มุกรินขยับตัวจะวิ่งหนีไป มันรีบคว้าข้อมือมุกรินไว้
“มาซอยหนึ่งกับพี่ก่อนดีกว่า ซอยสอง ซอยสาม กำลังตามมารอต่อคิวพี่ติดๆ”
มุกรินใช้มือที่เหลือ เงื้อตะปบหน้าขี้เมาอย่างแรง เล็บจิกเข้าไปในเนื้อแก้ม เลือดซึมเป็นทางยาว
มุกรินรีบวิ่งหนีเข้าไปในซอยใกล้ๆ ขี้เมาอีกสองคนเพิ่งวิ่งมาถึง
ขี้เมา 1 ตะโกนสั่ง
“ตามไปจับมันเร็ว”
ตามซอกซอยเปลี่ยวใกล้เคียงกัน มุกรินออกแรงวิ่งหนีสุดชีวิตมาในนั้น ขี้เมาทั้งสามวิ่งไล่ตามด้วยฝีเท้าที่เร็วกว่า มุกรินใกล้จะจวนตัว เธอคว้าวัตถุใกล้ตัวหันมาฟาดใส่ขี้เมา3 จนล้มคว่ำ
ขี้เมา 2 พุ่งเข้าไปล็อคตัวมุกรินไว้ได้ ขี้เมา 1 วิ่งมาถึงตัวเธอ
“เก่งนักเหรอ อีไก่หลง...”
ขี้เมา 1 เงื้อมือชกเข้าที่ท้องมุกรินสามที ร่างของมุกรินร่วงลงไปกองกับพื้น ข้างกายของเธอเป็นแอ่ง หลุม ที่ท่วมนองไปด้วยน้ำฝน ขี้เมา 1 ก้าวขึ้นคร่อมบนตัวมุกรินทันที
มุกรินรวบรวมแรงที่เหลือ ดิ้นสุดกำลังอีกครั้ง
ขี้เมา 1 สั่งการ “พวกมึงจับอีนี่ไว้ กูสอยเสร็จแล้ว จะจับให้มึงบ้าง”
ขี้เมา 2 และขี้เมา3 จับไหล่ และหัวมุกรินกดลงไปบนแอ่งน้ำนั้น มุกรินไม่เหลือเรี่ยวแรงพอที่จะดิ้นหนี
มุกรินมองผ่านน้ำในแอ่ง เห็นร่างของขี้เมา 1 กำลังปลดเข็มขัดถอดกางเกงตัวเอง และโน้มตัวลงมาหมายขืนใจมุกริน
พลันมีแสงไฟจากรถยนต์สาดเข้ามากระทบตัวขี้เมา 1 จนมันต้องเหลียวไปดู เป็นรถคิมหันต์ที่จอดประชิดติดตัวขี้เมา 1 คิมหันต์มองเหตุการณ์จากหน้ารถ เขาก้าวลงจากรถ พร้อมด้วยขาตั้งกล้องท่อนใหญ่ในมือ ฟาดมันลงไปที่ใบหน้าขี้เมา 1 สุดแรง ร่าง ขี้เมา 1 กระเด็นพ้นไปจากร่างของมุกริน
ขี้เมา 2 พุ่งเข้ามาหาคิมหันต์ และก็ถูกคิมหันต์ฟาดขากล้องไปที่มันอีกจนล้มกลิ้งเช่นกัน ขี้เมา 3 ชักมีดออกมา มันจ้วงแทงคิมหันต์เต็มแรง คิมหันต์เอี้ยวตัวหลบ แล้วฟาดขากล้องไปที่มือขี้เมา 3 อย่างแรง
ขี้เมา 1 และ ขี้เมา 2 ตั้งหลักได้มันพุ่งทะยานเข้าหาคิมหันต์ แต่คิมหันต์หยิบปืนออกมาจากในรถเล็งไปที่พวกมัน
“พวกมึงจะวิ่งหนีไปดีๆ ตอนนี้ หรือจะแดกลูกปืนคนละเม็ดสองเม็ด แล้วไปจบที่โรงพัก”
ขี้เมาชั่วชะงัก ทั้งสามมองหน้ากัน
“ตัดสินใจช้า กูไม่รอนะ”
ขาดคำคิมหันต์เตะเสยปลายคางขี้เมา 1 จนล้มคว่ำ แล้วเล็งปืนไปที่หัวมัน
ขี้เมา 2 และ ขี้เมา 3 รีบวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต ขี้เมา 1 ยกมือไหว้คิมหันต์ท่วมหัว
“อย่ายิงครับ อย่ายิง”
“งั้นก็รีบวิ่งไปตายห่าที่อื่น ไป เมาแล้วเสือกเหี้ยอีกต่างหาก”
ขี้เมา 1 รีบวิ่งตามเพื่อนไปในบัดดล คิมหันต์มองไปยังมุกรินที่นอนนิ่งอยู่ที่พื้น เธอสำลักน้ำออกมาเฮือกใหญ่ คิมหันต์อุ้มมุกรินขึ้นรถ แล้วขับออกไปโดยเร็ว

รถคิมหันต์แล่นเข้าไปในโรงแรมม่านรูดมีชื่อ ใกล้ๆ ที่เกิดเหตุละแวกบ้านเช่าธาดา

คิมหันต์ประคองมุกรินลงบนเตียงนอน เขาหยิบโทรศัพท์กดหมายเลขเครื่องของชุมสาย
“ฉันเจอมุกรินแล้วน่ะ โอเค ไม่มีปัญหาอะไร ฉันจัดการได้ แกทำเรื่องของแกให้เรียบร้อยเถอะชุมสาย โทร.บอกให้พี่ชายเขามารับด้วย เดี๋ยวส่งพิกัดไปให้”
คิมหันต์พิมพ์โลเกชั่นตัวเองส่งไปให้ชุมสาย เขาหยิบผ้าขนหนูในห้องชุบน้ำ แล้วเดินมานั่งมองหน้ามุกริน
สายตาคิมหันต์ มีแววสงสาร และความอ่อนโยน แบบที่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว
มุกริน เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น จนเห็นคิมหันต์เต็มๆ ตา เขาโยนผ้าผืนหนึ่งให้มุกริน
“ตื่นแล้วก็เช็ดเนื้อเช็ดตัวซะ”
“คิม…”
“คุณยังไม่ทันเสียตัวให้ไอ้พวกนั้นหรอก ไม่ต้องกังวล เท่าที่ผมรู้ คุณยังบริสุทธิ์อยู่”
มุกรินมองสภาพรอบๆตัว
“คุณพาฉันเข้าโรงแรมเหรอ”
คิมหันต์เอ่ยปากบอกไปด้วยน้ำเสียงรำคาญ
“แล้วจะให้พาไปไหน อย่าเรื่องมากนักเลยน่ามุก รีบๆ เช็ดเนื้อเช็ดตัวเข้า”
“ถ้าคุณรังเกียจฉันขนาดนี้ คุณมาช่วยฉันทำไม”
“ไอ้พวกนั้นมันสวะ มันต่ำเกินไป ผมไม่อาศัยมือคนอย่างพวกมัน แก้แค้นคุณหรอก”
คิมหันต์รำคาญกระชากเสื้อมุกรินออก มุกรินเงื้อมือตบหน้าคิมหันต์ทันที
“เดี๋ยวนี้อายผมเหรอ”
“เราไม่ได้เป็นคู่หมั้นกันแล้วนะ”
“แต่ช่วงที่เราหมั้นกัน ผมยังได้อะไรจากคุณไม่คุ้มเลยนะ”
คิมหันต์ฉีกเสื้อมุกรินให้กว้างขึ้น มุกรินเงื้อมือตบหน้าเขาอีกครั้ง แต่คิมหันต์เงื้อมือตบสวนกลับทันที
“อย่ามือไวนักได้มั้ย”
คิมหันต์โยนเสื้อคลุมอาบน้ำลงไปที่ร่างของมุกริน
“เช็ดตัว แล้วใส่เสื้อคลุมนี่ซะ ผมไม่อยากได้คุณตอนที่ตัวเลอะเทอะอย่างนี้หรอก”
มุกรินมองหน้าคิมหันต์ เหมือนไม่ค่อยไว้วางใจ
“ห้องน้ำอยู่โน่น”
มุกรินลงจากเตียงเดินไปเข้าห้องน้ำ คิมหันต์ค่อยๆ เร้นกายเดินออกจากห้อง

ระหว่างนี้ รถธาดาวิ่งเข้ามาจอดหน้าโรงแรมม่านรูด ธาดามองเข้าไปในโรงแรม เขาค่อยๆบังคับรถให้เคลื่อนไปช้าๆ
ธาดากวาดสายตามองหาเลขห้องที่ต้องการ ในรถคันนี้ มีดวงดาวนั่งนิ่งๆ อยู่ด้วย

ธาดาเปิดประตูห้องพัก ดวงดาวยืนอยู่ด้านนอก
“หนูรอตรงนี้นะอา”
ธาดาค่อยๆ เดินเข้ามาในห้อง
ธาดามองไปรอบๆ ห้อง แต่ไม่พบผู้ใด จึงตัดสินใจส่งเสียงเรียก
“มุก…มุก”
ประตูห้องน้ำเปิดออก มุกรินก้าวออกมาจากห้องน้ำ
“พี่ใหญ่”
ธาดาชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที
“มุกเข้าโรงแรมกับไอ้คิมเหรอ”
มุกรินจงใจตอบด้วยน้ำเสียงประชด
“ใช่”
“มุกทำอะไรน่ะ ไอ้นั่นมันไม่ใช่คู่หมั้นมุกแล้วนะ”
“แล้วทีพี่กับยายคนนั้นล่ะ เข้าโรงแรมกันมากี่ครั้งแล้ว”
ดวงดาวเซ็ง “อย่าพาดพิงนะเจ๊ ฉันเพิ่งเข้าโรงแรมก็เพราะอาพามาดูเจ๊นี่แหละ”
“อย่ามาเรียกฉันว่าเจ๊”
“อย่านอกเรื่องน่ามุก ไอ้คิมมันทำอะไรมุกบ้าง”
“แล้วพี่ใหญ่ทำอะไรกับยายนั่นบ้าง ทำมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำมานานรึยัง”
“ฉันรู้จักพี่ชายคุณเมื่อหกเดือนที่แล้ว ก่อนแกจะไปนอนเรือนจำ”
มุกรินซัก “พี่มลรู้เรื่องนี้มั้ย”
ธาดาตอบส่งๆ “มลเขาไม่สนพี่หรอก”
“พี่รู้ได้ไง พี่ดูถูกหัวใจผู้หญิงที่เป็นเมียพี่ได้ยังไง”
“มลเขายังมีคนอื่นเลย”
“จริงเหรอ มุกว่าพี่ใหญ่กำลังให้ร้ายคนตายมากกว่า”
“มุกไม่เชื่อพี่เหรอ”
“มุกเคยเชื่อ แต่ตอนนี้ ไม่”
มุกรินขยับตัวเดินออกจากห้อง ธาดาเดินตาม
“พี่ไปส่งมุกที่บ้านให้”
“ไม่ต้อง มุกกลับเองได้”
“อย่าดื้อกับพี่น่า”
ธาดาดันร่างมุกรินใส่ลงไปในรถของเขา แล้วเดินอ้อมไปนั่งด้านคนขับ ดวงดาวก้าวเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง
“มุกยังไม่บอกพี่เลยว่า ไอ้คิมมันทำอะไรมุกรึเปล่า”
ดวงดาวเซ็ง “อาสนใจแต่เรื่องนี้จริงๆ นะ”
“แล้วพี่ใหญ่มาเจอมุกที่นี่ได้ยังไง”
“นายชุมสาย โทร.บอกพี่”
“แล้วเขาไม่ได้บอกพี่เหรอว่า มุกเจออะไรมาบ้างก่อนมาถึงนี่”
ธาดาค่อยๆ ขับรถออกไป
ขณะรถธาดาแล่นออกมาชะลอตัวอยู่ด้านหน้าโรงแรม เพื่อรอเลี้ยว คิมหันต์ยืนพิงรถตัวเอง ที่จอดหลบมุมอยู่มองไปที่มุกริน แต่มุกรินนั่งนิ่งไม่เห็นคิมหันต์
ดวงดาวเหลือบมองเห็นท่าทีคิมหันต์ก็สะดุดใจ เธอค่อยๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปคิมหันต์ไว้ คิมหันต์ละสายตาจากมุกริน หันมามองที่ดวงดาว
ในขณะที่รถธาดาเคลื่อนออกไปจากโรงแรมนี้พอดี

ทันทีที่รถธาดาแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านมุกริน เธอรีบก้าวลงรถเดินก้าวยาวๆ เข้ามาในบ้าน ดูเหมือนว่าเธอจะยังคงไม่พอใจพี่ชายตัวเองอยู่มาก ธาดาเดินตามเข้ามาในบ้านพร้อมกับดวงดาว เขามองสภาพบ้านที่ค่อนข้างโล่ง มีลังใส่ข้าวของสัมภาระ วางอยู่กลางโถงบ้านเหมือนเตรียมย้าย
“ลังอะไรเนี่ย เก็บของจะไปไหน เหรอมุก”
ไม่มีคำตอบจากมุกริน
“มุก…พี่ถามว่าเก็บของทำไม จะย้ายไปไหน”
“มุกจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว ที่นี่มันไม่ใช่บ้านของเราอีกต่อไปแล้ว”
“พี่บอกแล้วไงว่าพี่จะซื้อคืนจากมัน”
“พี่ใหญ่คิดว่าเขาจะยอมขายเหรอ”
ธาดากลับเป็นฝ่ายนิ่งเงียบบ้าง
“เขาต้องการไล่ต้อนพวกเราให้จนมุม”
ดวงดาวสอดขึ้น “แฟนเก่าคุณน่ะเหรอ?”
มุกรินหันไปมองดวงดาว แต่ไม่ตอบคำถามเธอ
“งั้นมุกมาอยู่บ้านพี่”
“เชิญพี่อยู่กับเด็กพี่ไปเถอะ”
ดวงดาวตีฝีปาก “เรียกเด็กค่อยดูน่ารักหน่อย”
ธาดาถอนใจ เขาไม่สามารถโน้มน้าวน้องสาวได้
“ถ้าไอ้คิมหันต์มา มุกอย่าให้มันเข้าบ้านนะ”
“เขาไม่มาหรอก เขาต้องไปอยู่กับคู่หมั้นเขา”
ธาดาตาเหลือก “ห๊า มันมีคู่หมั้นแล้วเหรอ เห็นมั้ย มุกเห็นมั้ย แม่งเลวจริงๆ ทิ้งมุกไปไม่กี่วัน แม่งมีคู่หมั้นใหม่เลย ไอ้เหี้ยนี่”
“พี่ใหญ่อย่าว่าคนอื่น ถ้าพี่เองก็ทำไม่ต่างจากคนอื่น”
ธาดาอึ้งไปที่ดันพูดเข้าเนื้อ เขาจำต้องเปลี่ยนเรื่องพูด
“มุกนอนพักให้สบายก่อนเถอะ แต่อย่าเพิ่งไปไหนเป็นอันขาด พี่จะหาทางออกเรื่องนี้ให้เอง เชื่อพี่นะ”
“เลิกบอกให้มุกเชื่อพี่ซักทีเถอะค่ะ มันไม่สำเร็จหรอก”
“พี่ขอโทษนะ ที่ตบหน้ามุก” ธาดาหันมาทางดวงดาว “ดาว กลับบ้าน”
ธาดาค่อยๆ เดินออกไปอย่างหงุดหงิด ดวงดาวขยับตัวเข้าไปใกล้มุกริน
“ฉันรู้ว่าคุณรังเกียจฉัน เพราะถ้าฉันเป็นคุณ ฉันก็คงจะทำไม่ต่างจากคุณนี่แหละ แต่ขอบอกให้รู้ว่า ฉันไม่ได้เข้ามาเพื่อปอกลอกอะไรพี่ชายคุณ มันแค่จังหวะชีวิตช่วงหนึ่งที่บังเอิญคลิกกันพอดี แต่ไม่มีอะไรยืนยันว่ามันจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน ก็เท่านั้น คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ตามใจ”
มุกรินเธอจะพูดยังไงก็ได้ เพราะเธอเป็นฝ่ายได้
“ก็แล้วแต่จะคิด ขอก้าวก่ายอีกนิดนะ ฉันรู้ว่าตอนนี้เธออยากแยกไปอยู่คนเดียว ใช่มั้ย ซึ่งถ้าเป็นฉัน ฉันก็จะทำอย่างนั้นเหมือนกัน”
มุกรินนิ่ง ไม่ตอบอะไร
“ฉันขอถือโอกาสแนะนำหอพักนี้ ถูก ปลอดภัย บริการดี ฉันเซียนเรื่องหอพัก เชื่อฉันเถอะ...อ้อ ฉันชื่อดวงดาว”
ดวงดาวส่งนามบัตรหอพักให้แล้วเดินออกไป มุกรินก้มมองนามบัตร ครุ่นคิด
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น มุกรินดูหมายเลขที่หน้าจอ แล้วตัดสินใจกดปุ่มรับ
มุกรินฮัลโหล
คิมหันต์พูดโทรศัพท์ในรถของเขา ที่จอดอยู่ริมถนน
“ผมเดาว่าคุณคงถึงบ้านแล้ว นอนหลับให้สบายนะ พรุ่งนี้อาจมีโนติสไปถึงคุณเพื่อให้ย้ายออกจากบ้านนี้...ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติตามกฏหมาย คุณไม่ต้องตกใจ ผมยืดเวลาให้คุณอ้อยอิ่งได้อีกซักวันสองวัน ก็แล้วกัน”
มุกรินขว้างโทรศัพท์ลงพื้นด้วยความโกรธ

อาคารบริษัท Fast Track ในเวลาเช้าตรู่
พักตราเดินไปตามทางเดินในบริษัท พนักงานหญิง 1 เดินเข้าไปต้อนรับอย่างนอบน้อม
“สวัสดีค่ะคุณพักตรา...มาถึงนี่แต่เช้าเลย ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรรึเปล่าคะ”
“ไปเชิญเจ้านายเธอและฝ่ายโปรดักชั่นทุกคนที่ห้องประชุม ฉันมีงานให้ทำ”
“ค่ะ”
“อ้อ คุณมุกรินด้วยนะ”
“วันนี้มุกรินลาหยุดค่ะ”
“ว้า น่าเสียดายจัง”

ปรารภก้าวเข้ามานั่งลงที่โต๊ะประชุมเป็นรายสุดท้าย
“คุณพักตรามีงานอะไรไม่ทราบครับ”
ในห้องประชุมนั้น พักตรานั่งอยู่ตรงตำแหน่งดูดีและโดดเด่นเป็นที่สุด รอบๆ โต๊ะเป็นพนักงานฝ่ายโปรดักชั่นทั้งหมด ปรารภนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ
“งานหมั้น ฉันต้องการให้งานออกมาหรู ดูดี มีรสนิยม และแปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร...เพราะแขกในงานล้วนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีหน้ามีตาในแวดวงธุรกิจ และนายทหาร”
พนักงาน หญิง 1 ถาม “งบประมาณล่ะคะ”
“ไม่อั้น แต่ฉันขอให้มุกรินเป็นครีเอทีฟงานนี้นะ เพราะเธอรู้จักว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวคู่นี้เป็นอย่างดี”
“ตกลงว่าเป็นงานหมั้นของใครครับ คุณพักตรายังไม่ได้ให้ชื่อเราเลย” น้ำเสียงปรารภมีวี่แววรำคาญ
“คิมหันต์ สุริยะศักดิ์ กับ พักตรา เลิศปัญญาวุฒิ มีใครไม่รู้จักคู่รักคู่นี้บ้าง”
พนักงานมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ
ปรารภซักต่อ “เมื่อไหร่ครับ”
“ต้นเดือนหน้า”
พนักงานหญิง 2 อึ้งไปชั่วขณะหนึ่งจึงเอ่ยขึ้น “อีกสามอาทิตย์”
“ถูกต้อง อย่าบอกว่าทำไม่ทันนะ เพราะไม่งั้น มันจะไม่สมชื่อ Fast Track”
ปรารภรับปาก “ครับ”
“ฝากบอกมุกรินด้วยว่า ถ้าอยากรู้ประวัติชีวิตรักเพิ่มเติมให้ติดต่อที่ฉันโดยตรง และหวังว่าเธอจะทำงานนี้อย่างสุดฝีมือนะ”
“ผมก็หวังเช่นนั้นครับ”

ปรารภ เดินถือโทรศัพท์แนบหู ท่าทางกระวนกระวายไม่น้อย จนเดินไปหยุดหน้าโต๊ะทำงานของสีดา
“มุกรินลาไปไหนน่ะ ทำไมผมติดต่อเธอไม่ได้เลย”
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ...แค่บอกว่าขอลาไปทำธุระซักสองวัน”
“ธุระอะไรถึงต้องปิดมือถือ”
“คงเป็นธุระที่ไม่อยากให้ใครรู้มั้งคะ”
“ขอบใจนะ สีดา”
ปรารภกระแทกเสียงประชดสีดา แล้วจึงเดินออกไป

หน้าบ้านมุกริน มีป้ายประกาศแขวนอยู่ที่รั้ว ข้อความที่ป้ายนั้นเขียนว่า
“ขายบ้าน ด่วน ติดต่อคุณชุมสาย 084-989-9997“
ปรารภก้าวเข้ามาหยุดหน้าป้ายแผ่นนั้น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทร.ออก

ธาดาอยู่ที่บ้านเช่ารังรักของเขากับดวงดาว และกำลังยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูรับสายที่โทร.เข้า
“ฮัลโหล...มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ คุณปรารภ
ปรารภยืนพิงรถพูดโทรศัพท์อยู่หน้าบ้านมุกริน
“คุณประกาศขายบ้านเหรอครับ คุณธาดา”
เสียงธาดาคาดไม่ถึง “คุณว่าไงนะ”
“ผมติดต่อน้องสาวคุณไม่ได้ ก็เลยแวะมาดูที่บ้านคุณ แต่ไม่มีใครอยู่ ประตูรั้วใส่กุญแจล็อค แล้วก็ติดป้ายขาย”
ธาดาแทบกระอัก หน้าตาโกรธสุดขีด
“ไอ้เหี้ยคิม”
“มุกรินอยู่กับคุณรึเปล่า”
“ไม่อยู่”
“คุณมีทางติดต่อเธอได้มั้ย ผมกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป อยู่ๆ ก็หายไปเฉยๆ”
“ขอบคุณที่เป็นห่วง”
“ไม่เป็นไร ผมแค่ทำหน้าที่แทนพี่ชายของเธอ”
ขณะที่ธาดาพูดโทรศัพท์อยู่นั้น เห็นดวงดาวเดินเข้ามาในบ้าน
“แน่ใจนะว่า ทำหน้าที่เป็นแค่พี่ชาย” ธาดาพูดเหมือนจะหยั่งเชิง
“ถ้าเธอไม่รังเกียจพ่อหม้ายลูกติด ผมก็พร้อมจะเป็นมากกว่านั้น”
“ระวังลูกชายคุณจะมีปัญหานะครับ คุณปรารภ”
ธาดากดปุ่มเลิกการสนทนา หน้าตาเครียดไม่น้อย ดวงดาวเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ
“มุกรินหายตัวไปใช่มั้ย”
“อืม...รู้ได้ไง”
“เดาเอา”
“งั้นเดาซิว่า ยายมุกหายไปไหน”
“อาเดาเองเถอะ หนูกลัวจะเดาถูก” สาวหัวหยิกฟูทั้งกบาลเย้าเล่นๆ

อีกฟาก โต๊ะที่สวยเด่นที่สุดในร้านอาหารหรูชื่อดัง มีคิมหันต์และพักตรานั่งคู่กันที่โต๊ะนั้น พักตราเอ่ยปากด้วยเสียงเซ็กซี่ เย้ายวน
“คิมจำวันแรกที่เราเจอกันได้มั้ยคะ”
“จำได้ว่า มันนานมากแล้ว”
“ห้าปีกว่าค่ะ วันนั้นร้าน Molly ของเจ๊มลยังเล็กๆอยู่เลย พักตร์เข้าไปซื้อของแล้วคิมแอบถ่ายรูปพักตร์”
“ใช่เหรอครับ”
“ใช่สิ แต่คิมอายพักตร์ ก็เลยแกล้งบอกว่าลองกล้องอยู่ ถามจริงๆ ตอนนั้นคิมแอบสนใจพักตร์บ้างมั้ย”
คิมหันต์หายใจลึกๆ ก่อนเอ่ยปากตอบ เลือกคำที่ถนอมน้ำใจเธอ
“ก็พักตร์เป็นลูกค้าที่สวยที่สุดในร้านนี่”
“ถ้าวันนั้นพักตร์ไม่เล่นตัวนัก เราคงจะลงเอยกันไปนานแล้วละ ไม่ปล่อยให้ยายมุกมาตัดหน้าไปอย่างนี้หรอก”
คิมหันต์นิ่งงันไป ไม่เอ่ยปากพูดอะไร
”วันที่พักตร์แนะนำยายมุกให้รู้จักคิมน่ะ พักตร์แค่อยากจะลองใจคิมเล่นๆ เท่านั้นเอง ไม่น่าเลย”
“เราอย่าพูดเรื่องนี้กันเลยครับ”
“งั้นพูดเรื่องงานหมั้นของเราดีมั้ย วันนี้พักตร์ไปที่ Fast Track มา”
คิมหันต์มองพักตรา รอฟังต่อ
“คุณพ่อบอกว่า ให้ Fast Track จัดงานให้เราทั้งหมด คุณพ่อจะออกค่าใช้จ่ายให้เอง...คิมอยากได้อะไรเป็นพิเศษในงานของเราบ้างมั้ย”
“เอาแบบที่พักตร์สบายใจก็แล้วกัน ผมยังไงก็ได้”
“ตามใจพักตร์มากๆ อย่างนี้ เดี๋ยวพักตร์เคยตัวนะ คิม”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คิมหันต์มองดูชื่อคนโทร.เข้า
“ผมขอรับโทรศัพท์ทนายนิดนึงนะ”
คิมหันต์กดปุ่มรับสาย แล้วเดินห่างออกมาจากโต๊ะอาหาร
“ฮัลโหล...ว่าไง ชุม”
ชุมสายยืนพูดโทรศัพท์กลางสำนักงานของเขา
“แกรู้มั้ยว่าใครๆ ตามหาตัวคุณมุกรินกันวุ่นไปหมด”
คิมหันต์ ยืนพูดโทรศัพท์มุมหนึ่งในร้าน
“ไม่ใช่เรื่องน่าสนใจสำหรับฉัน”
“แกควรจะสนใจ เพราะใครๆ เขาคิดว่าแกเป็นต้นเหตุ”
“แกรู้ได้ไง”
“พวกเขาโทร.มาหาฉันน่ะสิ ทั้งเจ้านายและพี่ชายคุณมุก”
“งั้นเหรอ”
“แกระวังตัวให้ดีแล้วกัน ฉันว่าพวกเขาคงจะบุกไปหาแกเร็วๆ นี้ละ”
“ขอบใจที่โทร.มาเตือน แต่พวกมันไม่มีทางทำอะไรฉันได้หรอก”

มองจากมุมสูงลงหา เห็นรถคิมหันต์แล่นตรงเข้ามายังบ้านวิมลรัตน์ มีรถของธาดา และ รถของปรารภจอดขวางหน้าประตูบ้าน ทั้งธาดาและปรารภยืนพิงรถของตนอยู่ คิมหันต์จอดรถห่างออกมานิดหนึ่ง

พักตราที่นั่งเคียงคู่มากับคิมหันต์ซึ่งเป็นคนขับ มองจากในรถคิมหันต์ไปที่ธาดา
“พักตร์โทร.แจ้งตำรวจนะ คิม”
คิมหันต์ไม่เอ่ยปากตอบ ก้าวลงจากรถ แล้วเดินตรงเข้าไปหาธาดาทันที ธาดาพุ่งเข้ามาหาคิมหันต์อย่างรวดเร็วเช่นกัน
“แกเอาน้องสาวฉันไปไว้ไหน”
“น้องสาวคุณไม่มีค่าพอที่ผมจะเอาตัวมากักเก็บไว้”
ธาดาพุ่งเข้าไปกระชากคอคิมหันต์
“โกหก วันก่อนแกยังพามุกเข้าโรงแรมอยู่เลย”
“เพราะผมไม่อยากปล่อยให้เธอโดนขี้เมาข่มขืนกลางซอยต่างหาก”
ธาดานิ่งไป แต่มือของมันยังขย้ำที่คอคิมหันต์อยู่
“จะต้องให้บอกมั้ยว่า ซอยไหน เธอวิ่งร้องไห้ออกมาจากบ้านใคร เพราะไปเห็นอะไรในบ้านนั้น”
ธาดายังคงจ้องหน้าคิมหันต์ เขาขบกรามตัวเองจนเป็นสันนูน
“ถ้ายังไม่ปล่อยมือจากคอเสื้อฉัน แกจะเจ็บหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมานะ”
“เจ็บมันก็ต้องเจ็บด้วยกันละวะ”
ปรารภตัดสินใจเข้าไปดึงธาดาออกมา
“คุณธาดาครับ พอเถอะครับ”
“แกมันเลวนัก ไอ้คิม”
“ไม่ถึงครึ่งของมึงหรอก”
พักตราก้าวลงจากรถเดินเข้ามาหาคิมหันต์
“เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังมา พักตร์เพิ่งพูดกับสารวัตรเมื่อกี้นี้”
“ดี…มาเลย ฉันจะได้แจ้งจับแก ข้อหาลักพาตัวมุกริน”
พักตราด่าสวนอย่างไม่ไว้หน้า
“ไอ้บ้า แกเอาสมองส่วนไหนคิด คิมหันต์เขาเพิ่งทิ้งน้องแกอย่างไม่แยแส และกำลังจะหมั้นกับฉัน เขาจะเก็บน้องสาวแกไปทำไม บ้ารึเปล่า”
“เรากลับกันเถอะครับคุณธาดา” ปรารภบอก
พักตราหันมาเล่นงานปรารภ “นายปรารภก็เหมือนกัน งานการไม่ทำ ออกมาเพ่นพ่านทำอะไรหน้าบ้านคนอื่นเขาไม่ทราบ เดี๋ยวฉันฟ้องพ่อเลย”
ปรารภพูดอะไรไม่ออก
“ไอ้คิม ถ้ามุกรินเป็นอะไรไป ฉันเอาเรื่องแกแน่ๆ เพราะที่มุกต้องซวยอย่างทุกวันนี้เพราะแกคนเดียวเท่านั้น จำไว้”
“ไม่ใช่หน้าที่ฉัน แกอยากจำก็จำไปคนเดียวสิ”
ธาดาเดินเข้าไปใกล้พักตรา และพูดใส่หน้าเธอ
“แล้วคุณจะรู้ว่านรกมีจริง ที่มาหลงรักไอ้ผู้ชายเหี้ยๆ อย่างไอ้คิม”
คิมหันต์พุ่งเข้าไปชกหน้าธาดาเต็มแรง คนอื่นๆ ยื้อยุดไว้ไม่ทัน ธาดาล้มกลิ้งไปกับพื้น
“นรกมีไว้สำหรับพวกมึง ไม่ใช่พวกกู”
ปรารภลากธาดาไปใส่รถ ต่างคนต่างขับรถของตนออกไป พักตราเดินเข้าไปเกาะแขนคิมหันต์
“พักตร์ว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับเราแล้วละค่ะ คิม”

ค่ำนั้นบริเวณเคาน์เตอร์ต้อนรับของหอพัก เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ป้าแม่บ้านและเจ้าของหอพักยกโทรศัพท์ขึ้นพูด
“ฮัลโหล หอพักศรีสุขจ้ะ”
ดวงดาวนั่งพูดโทรศัพท์อยู่กลางโถงบ้านธาดา
“ดาวพูดนะป้า ดาวเคยอยู่ที่หอป้าตั้งสองเดือน จำได้ป่าว”
ป้าพูดโทรศัพท์อยู่ที่เดิม
“อ๋อ ยายดาวหัวหยิกๆ จำได้ เมื่อไหร่จะมาอยู่ที่นี่อีกล่ะ”
“ตอนนี้ยังจ้ะ”
“มีป๋าเลี้ยงดีละซี แล้วมีเรื่องอะไรล่ะ ถึงได้โทร.มาเนี่ย”
“ดาวแนะนำเพื่อนให้ไปอยู่ที่หอป้าน่ะ อยากรู้ว่าเขาไปอยู่ที่นั่นรึเปล่า”
“ป้าจะไปรู้ได้ไงว่าคนไหนเพื่อนแก...ทำไมไม่โทร.ไปถามเขาเองล่ะ”
“ก็จะเซอร์ไพร้ส์เขาไงล่ะป้า...เอางี้ วันสองวันนี้มีใครมาอยู่ใหม่รึเปล่า”
ระหว่างนี้มุกรินเดินถือถุงยาเข้าประตูทางด้านหลังป้าแม่บ้านมา
“มี ผมยาวๆ ตาโตๆ สวยๆ”
“ชื่อมุกริน”
เสียงป้าแม่บ้านตอบไปว่า “ใช่”
ดวงดาวยิ้มสมใจ “ขอบใจจ้ะป้า...แล้วไม่ต้องบอกเขานะว่าดาวโทร.มา”
“เออๆๆ”
มุกรินเดินผ่านเคาน์เตอร์ไปทางห้องพักของตน ป้าแม่บ้านยิ้มหวานให้

มุกรินหยิบยาแก้ไข้ใส่ปาก แล้วดื่มน้ำตาม เธอนั่งอยู่ตรงโต๊ะอเนกประสงค์กลางห้องพักในหอพักที่เงียบเหงา แสงไฟเมืองจากภายนอกลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาในห้อง มุกรินหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู พบว่า หน้าจอมี missed call มากกว่า 30 ครั้ง มุกรินเอนตัวลงนอนบนเตียง เหม่อมองผ่านหน้าต่างออกไปไกลแสนไกล

ฝ่ายธาดาเดินเข้ามาในบ้าน หน้าตายังมีอารมณ์หงุดหงิดอยู่ ที่ริมฝีปากของเขามีคราบเลือด ดวงดาวนั่งเล่นกีตาร์อยู่มุมหนึ่ง เอ่ยปากทัก
“อาไปมีเรื่องมาอีกแล้วเหรอ”
“อืม...หมามันกัดปาก”
“อาก็อย่าไปเล่นกับหมาดี้”
“พรุ่งนี้อาจะไปแจ้งความ”
“จับหมา”
“แจ้งคนหาย จะได้ให้ตำรวจเขาช่วยตามหายายมุกด้วย”
ธาดาขยับตัวจะเดินเข้าห้อง ดวงดาวหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา
“อาแจ้งเรื่องนี้ด้วยสิ มีคนเอากระดาษมาติดหน้าบ้านเรา”
ธาดามองฉงน “กระดาษอะไร”
“หนูอ่านให้ฟังนะ” ดวงดาวอ่านเสียงดัง “ขอให้นายธาดา คุรุรัตน์ นำทรัพย์สินทั้งหมดตามรายการต่อไปนี้มาคืนโดยด่วน นาฬิกา 3 เรือน แหวน 5 วง สร้อยคอทองดำหนัก 10 บาท 10 เส้น หากท่านบ่ายเบี่ยงไม่ทำตามพินัยกรรม เราจะดำเนินการตามกฎหมายขั้นรุนแรงที่สุด”
ธาดาโกรธจัด เขาสบถออกมาเต็มปากเต็มคำ

“ไอ้เหี้ย”

อ่านต่อหน้า 2




รอยรักแรงแค้น ตอนที่ 4 (ต่อ)

พระอาทิตย์ดวงเดียวดวงเดิม เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า สาดแสงแรกของวันลงที่หอพักศรีสุข ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางย่านชุมชนของกรุงเทพฯ

มุกรินนอนนิ่งบนเตียง จนมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอจึงค่อยๆ ลุกลงจากเตียง เดินไปเปิดประตู แล้วต้องชะงักนิดๆ เมื่อพบว่าผู้ที่อยู่หน้าประตูคือ ดวงดาว มุกรินมองผู้มาเยือนนิ่ง ไม่ถึงกับแปลกใจมากนัก
“ตื่นสายจัง”
“พี่ใหญ่ให้มาตามเหรอ”
“เปล่า ฉันไม่ได้บอกใครว่าเธออยู่ที่นี่”
“ขอบใจ”
“จะไม่ชวนฉันเข้าไปในห้องเหรอ”
“อยากเข้า ก็เข้ามา”
มุกรินเดินกลับเข้าไปในห้อง ดวงดาวเดินตาม หาที่ทางที่เหมาะสมนั่งเอง
“ไม่ทำงานเหรอ”
“ฉันลาหยุด”
“ไม่ยอมรับโทรศัพท์ใครๆ ด้วย...อย่างนี้ลาออกเลยไม่ดีกว่าเหรอ” สาวคราวน้องและเป็นเมียพี่ชายว่า
“ฉันยังต้องการเงินเดือนเลี้ยงตัวอยู่”
“อืม...เธอเชื่อเรื่องพรหมลิขิตมั้ย”
“จะบอกว่าเธอกับพี่ใหญ่คือพรหมลิขิต งั้นเหรอ”
มุกรินแค่นหัวเราะ จงใจประชดดวงดาว
“ถ้าเรียกว่าอุบัติเหตุ จะรู้สึกดีขึ้นมั้ย”
“มันคือกิเลส ตัณหา ราคะมากกว่า”
“ซึ่งทุกคนมีเหมือนกันหมด”
“ไม่เหมือน คนที่รู้ผิดชอบชั่วดี ต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจ ไม่ใช่ผิดลูกผิดผัวคนอื่น”
ดวงดาวมีท่าทีสบายๆ ไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับคำพูดเสียดสีของมุกริน
“อยากรู้มั้ยว่า ฉันมีอะไรกับพี่ชายเธอมาทั้งหมดกี่ครั้ง และเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่”
มุกรินนิ่ง เหมือนไม่ให้ความสนใจกับคำถามนี้
“ครั้งแรก วันเกิดเขาปีที่แล้ว ครั้งที่สอง วันที่ศาลยกฟ้องเขา สองครั้งนี่ห่างกันนานนะ”
มุกรินสนใจอยู่ลึกๆ แต่ยังรักษาท่าทีนิ่งเหมือนเดิม
“จะบอกอะไรให้ พี่ชายเธอไม่ได้มีน้ำยาอะไรมากมายเลย”
จากเรื่อยๆ เฉื่อยๆ มุกรินหันมามองดวงดาวอย่างสนใจเป็นครั้งแรก
“บังเอิญว่าเขากับฉัน เติมสิ่งที่ขาดของกันและกันได้พอดี ฉันขาดผู้ปกครอง เขาขาดความอบอุ่น ฉันไม่รู้หรอกว่าเขามีปัญหากับเมียเรื่องอะไร และฉันก็ไม่เคยก้าวก่ายเรื่องนั้นของเขา เราสัญญากันว่าถ้าใครล้ำเส้นเมื่อไหร่ เลิกกัน หรือถ้าใครมีความรักเมื่อไหร่ ก็เลิกเช่นกัน”
“นี่เธอไม่ได้รักพี่ใหญ่เลยเหรอ”
“บอกแล้วไงว่า ฉันขาดผู้ปกครอง มันเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน บาเตอร์น่ะ เข้าใจมั้ยไม่มีอะไรผูกมัดมากกว่านั้น เธอจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ ฉันแค่อยากเล่าให้ฟัง เพราะฉันถูกชะตากับเธอ ก็เท่านั้น”
ดวงดาวขยับตัวจะเดินออกจากห้อง แต่ก็หยุดตรงกรอบประตู หันมาหามุกรินอีกครั้ง
“อ้อ ผู้ชายคนนั้น แฟนเก่าเธอน่ะ เขายังรักเธออยู่นะ”
“รู้ได้ไง”
“ฉันเห็นแววตาเขา”
สารพัดสิ่งที่เขาทำ ยากที่มุกรินจะเชื่อได้ “ไม่จริงหรอก”
“จริง ฉันเก่งเรื่องอ่านสายตาคน เธอเองก็รักเขา”
ความโกรธ ความเกลียด แล่นลิ่วขึ้นสู่หัวใจมุกรินเป็นริ้วๆ “ฉันเกลียดเขา”
“อย่าเถียงใจตัวเอง เดี๋ยวมันจะสายไป รีบตักตวงความสุขซะตั้งแต่ตอนที่มีโอกาสดีกว่า”
มุกรินส่ายหน้าช้าๆ แสดงอาการปฏิเสธ
“มีเบอร์เขามั้ยล่ะ ฉันจะพิสูจน์ให้ดู”
มุกรินมองดวงดาว นิ่ง
“ตามใจ ท่าทางเธอ ดูเหมือนจะป่วยนะ คำถามสุดท้ายแล้วกัน ระหว่างพี่ชายเธอกับนายคิมหันต์ เธออยากให้ใครโผล่มาเยี่ยมเธอที่นี่มากกว่ากัน”

เช้าเดียวกันนี้ ที่ห้องสูทหรูหรา บนคอนโดทำเลทองริมแม่น้ำเจ้าพระยา พักตราและคิมหันต์
ทั้งสองเดินเข้ามาในห้องหรูหรานี้ โดยมีพนักงานสาวแนะนำห้อง ขายของ อย่างน่ารับฟังยิ่ง เมื่อการแนะนำจบลง พักตราจึงเอ่ยปากพูด
“ขอเราเดินดูตามลำพังซักครู่นะคะ”
“เชิญเลยค่ะ”
พนักงานสาวเดินออกไป
“คิมชอบมั้ย”
“ก็สวยดี...พักตร์พาผมมาดูทำไม”
“เรือนหอของเราไง”
คิมหันต์ชะงักเล็กน้อย
“งั้นเหรอ”
“แสดงว่าคิมไม่ชอบอยู่คอนโด”
“เปล่า…แค่แปลกใจว่า...”
พักตรากระเถิบตัวเข้าไปเคลียคลอประชิดร่างของคิมหันต์
“พักตร์ล้อเล่นค่ะ เรือนหอเราต้องเป็นบ้านหลังใหญ่ที่มีฟังก์ชั่นมากกว่านี้เยอะ แต่ที่นี่คือที่ที่เราจะอยู่ด้วยกันระหว่างหมั้นค่ะ”
คิมหันต์ลอบถอนหายใจ ดูออกว่าอึดอัดนิดๆ
“สิ้นเปลืองเปล่าๆ น่า พักตร์”
“ไม่มีอะไรสิ้นเปลืองค่ะ ถ้าเป็นเรื่องระหว่างเรา...”
คิมหันต์ยิ้มรับท่าทีของพักตรา
“พักตร์ไม่ไว้ใจให้คิมอยู่ที่บ้านพี่มล เพราะอาจจะมีใครมาทำร้ายคิมได้ง่ายๆ และพักตร์ก็ไม่อยากให้คิมอยู่ไกลหูไกลตา”
พักตราโอบกอดออเซาะคิมหันต์อย่างแนบแน่น
“เราแค่หมั้นกันก็จริง แต่อีกไม่นานเราก็ต้องแต่งงานกัน พักตร์ไม่อยากให้มีอะไร ผิดพลาดเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว โอเคนะคะ”
คิมหันต์พูดอะไรไม่ออก ขณะที่พักตราเดินไปดูวิวตรงระเบียง และส่วนอื่นๆ ของห้อง
เสียงโทรศัพท์บอกให้รู้ว่ามีข้อความถูกส่งเข้ามา คิมหันต์ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู ปรากฏข้อความว่า
“มุกริน ป่วย อยู่ที่ห้อง 6 หอพักศรีสุข ราชเทวีซอย 5 ข้อความนี้คงมีประโยชน์ หากคุณยังรักเธอ เหมือนที่เคยรัก”
คิมหันต์ครุ่นคิด

บ่ายคล้อย ชุมสายพาตัวเองมาอยู่หน้าห้องพักหมายเลย 6 อาคารหอพักศรีสุข เงื้อมือเคาะประตู
“คุณมุกรินครับ คุณมุก คุณมุกครับ”
ชุมสายจับลูกบิดประตูขยับเพื่อเปิด ทว่า ไม่เป็นผล ประตูถูกล็อคจากด้านใน ป้าแม่บ้านเดินผ่านด้านหลังชุมสาย เขาหันไปพูดกับป้าทันที
“ป้ามีกุญแจสำรองห้องนี้มั้ย ผมเคาะเท่าไหร่ก็ไม่เปิดน่ะ ผมกลัวเธอจะเป็นอะไรไป”
ป้าจ้องหน้าชุมสาย “คุณเป็นอะไรกับเธอ”
“เอ่อ…พี่ชาย”
“จริงนะ”
ชุมสายตัดบท “เปิดประตูก่อน แล้วค่อยถามได้มั้ย”
ป้าแม่บ้านหยิบพวงกุญแจใหญ่ออกมาจากเอว เลือกลูกกุญแจห้อง 6 แล้วจึงไขประตูบานนี้

ทันทีที่ประตูเปิด ชุมสายก้าวยาวๆ เข้าไปในห้อง เห็นร่างมุกรินนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง เหงื่อท่วมร่างเธอ
ชุมสายปราดเข้าไปประชิดตัวมุกรินทันที
“คุณมุก...คุณมุก...ป้า ช่วยกันอุ้มเธอไปใส่รถผมหน่อยได้มั้ย”
“ได้…ได้… ป้าไม่อยากให้ใครมาตายในหอป้า”
ทั้งสองช่วยกันประคองร่างของมุกรินออกไป

รถชุมสายแล่นเข้ามาจอดหน้าโรงพยาบาลเอกชนใกล้ๆ หอพัก ในตอนค่ำ เจ้าหน้าที่ตรงเข้ามาที่รถชุมสายทันที พวกเขาช่วยกันประคองมุกรินลงจากรถ และพาเข้าห้องฉุกเฉินโดยเร็ว

มุกรินถึงมือหมอแล้ว ขณะชุมสายปลีกตัวมาคุยโทรศัพท์อยู่ไม่ไกลจากห้องฉุกเฉินนัก
“คุณมุกอยู่ในความดูแลของหมอเรียบร้อยแล้วนะ ตอนนี้กำลังรอผลเอ็กซเรย์ปอดอยู่ ไข้ขึ้นสูง ทำให้เธอเกือบช็อคไป ตอนนั่งรถมาเธอแทบจะไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ”
ปลายสายอยู่ที่เรือนหลังเล็ก บ้านวิมลรัตน์ คิมหันต์ยืนพูดโทรศัพท์อยู่ในบ้าน
“เปิดห้องพิเศษให้เธอ แล้วก็ดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ด้วยนะ”
“แกจะไม่มาเยี่ยมเธอหน่อยเหรอ”
“อยากไปเมื่อไหร่จะไปเอง”
“แต่มันควรจะมีคนเฝ้าเธอนะ”
“โทร.บอกแฟนใหม่เขาสิ”
ชุมสายแปลกใจ “มีแฟนใหม่แล้ว…ใคร”
“ปรารภ เจ้านายเขาไง”
คิมหันต์กดปุ่ม เลิกการสนทนา

ไม่นานนัก ปรารภเดินเร็วรี่ไปตามทางเดินในโรงพยาบาล หน้าตาของเขามีความกังวลอยู่ไม่น้อย จนเมื่อถึงหน้าห้องพักของมุกริน เขาเปิดประตูเข้าไปทันที เดินตรงไปใกล้เตียงคนไข้ เห็นพยาบาลกำลังดูสายน้ำเกลือให้มุกรินอยู่
“มุก”
“พี่รภ มาได้ยังไงคะ”
“คุณชุมสายโทร.มาบอก มุกเป็นไงบ้าง”
“ไม่รู้สึกตัวค่ะ มันวูบไปเฉยๆ มารู้สึกตัวอีกที คุณชุมสายก็พาเข้ามาที่นี่แล้ว แล้วเขาก็หายไปเลย”
“หมอว่ายังไงบ้าง”
“อาจเป็นปอดบวม ค่ะ”
“โอ๊ย ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เดี๋ยวนี้หมอเก่ง ไม่ต้องกังวลนะ เรื่องเล็ก”
มุกรินยิ้มบางๆ รับคำที่ปรารภพูด
“พี่ชายมุกรู้เรื่องรึยัง”
“มุกไม่รู้ว่าคุณชุมสายโทร.บอกใครบ้าง”
“ก็คงเป็นนายคิมหันต์คนนึงละมั้ง”
มุกริน นิ่งเงียบ ไม่มีอาการตอบรับใดๆ
“หรือไม่นายคิมหันต์เองน่ะแหละ ที่เป็นคนส่งชุมสายมาดูแลมุก”
“อย่าพูดถึงเขาเลยค่ะ”
ปรารภหยุด ตามคำขอของมุกริน สักพักจึงเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง
“ทำไมมุกไม่รับโทรศัพท์ใครเลยล่ะ”
มุกริน ยังคงนิ่งเงียบ ไม่ตอบ
“มุกหนีอะไร หรือหนีใคร...”
มุกรินตัดสินใจพูดเรื่องอื่นแทน
“ถ้าหมอให้กลับได้เมื่อไหร่ มุกจะไปทำงานนะคะ”
ปรารภยังคงอยู่กับเรื่องเดิม
“มุกอย่าลืมนะ ไม่ว่าจะยังไง หรือจะมีอะไรเกิดขึ้น มุกยังมีพี่รภอยู่ข้างๆ อีกคนนึงนะ”
มุกรินยิ้มรับความปรารถนาดี แล้วจึงเอ่ยปากอย่างสุภาพ
“พี่รภก็ต้องไม่ลืมนะคะ ว่าพี่ยังมีลูกชายอีกสองคนที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่มุกคนเดียวนะคะ”
“แหม…ดักคอพี่ซะหน้าหงายเลยนะมุก”
ทั้งสองหัวเราะ บรรยากาศดูผ่อนคลายขึ้น
“ไม่รู้ละ...คืนนี้พี่นอนเฝ้ามุกที่นี่...พี่ไม่กลับ”
ปรารภเอนตัวลงบนโซฟา หน้าตาเฉย มุกรินรับรู้ได้ถึงความปรารถนาดีของเขา

คืนนี้ รถพักตราแล่นผ่านประตูเข้ามาจอดหน้าบ้าน ไสววิ่งตามมาจากประตูมายืนรออยู่ข้างๆ รถ พักตราเปิดกระจกรถสั่งไสว
“บอกคุณคิมหันต์ทีว่าฉันมาถึงแล้ว”
ไสว มีท่าที งงๆ ไม่เข้าใจการมาของพักตรา
“เอ้อ”
“หรือจะให้ฉันเข้าไปบอกเอง”
“ครับ”

ถวิลเข้ามาหยุดตรงหน้าประตูห้องนอนคิมหันต์ บนเรือนเล็ก ถวิลเคาะประตูห้อง แล้วจึงเปิดเดินเข้าไป
เห็นคิมหันต์เอนตัวอยู่บนเก้าอี้นั่งสบายกลางห้อง
“คุณพักตรามาแล้วค่ะ”
คิมหันต์ขยับตัวลุกขึ้น ถวิลเอ่ยปากถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“คุณคิมจะไปไหนเหรอคะ”
“ยังไม่รู้ แล้วแต่คุณพักตรา”
คิมหันต์ขยับตัวจะเดินออกจากห้อง ถวิลอดถามไม่ได้ในท่าทีกริ่งเกรง
“คุณคิมคะ”
คิมหันต์หยุดเดินมองหน้าถวิลนิ่งๆ ถวิลรวบรวมความรู้สึกในใจ แล้วจึงเอ่ยปากออกมา
“คุณคิมไม่สงสารคุณมุกบ้างเหรอคะ”
“ฉันสงสารพี่มลมากกว่า”
ถวิลนิ่งไป
“น้าหวิน และทุกๆคนในบ้านหลังนี้ ก็ควรจะคิดถึงพี่มลให้มากๆ ด้วย”
“แต่คุณมุกเธอไม่ได้ทำอะไรผิดนะคะ”
“ต้องให้ฉันสอนเรื่องผิดถูกอีกกี่ครั้ง น้าหวินถึงจะเข้าใจ”
ถวิลแทบจะร้องไห้ออกมา เมื่อเห็นท่าทีของคิมหันต์ที่ไม่แยแสในตัวมุกริน
คิมหันต์อ่อนลง เมื่อเห็นท่าทีถวิล
“น้าหวินคิดซะว่ามันเป็นกรรมเก่าของมุกรินก็ได้นะ ถ้าจะทำให้เข้าใจง่ายขึ้น”

ด้านมุกรินนอนเหงาอยู่บนเตียงคนไข้ มองเหม่อออกไปไกล และครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอ
งานปาร์ตี้ ในร้านอาหารหรู
คิมหันต์เดินควงพักตราเข้าไปในร้านอาหารหรู หรืองานปาร์ตี้ไฮโซ พักตราดูมีความสุขมาก เมื่อได้อยู่แนบชิดกับคิมหันต์ ต่อหน้าสาธารณชน
ทางเดินในโรงพยาบาล
ปรารภยืนพูดโทรศัพท์ บริเวณทางเดินในโรงพยาบาล หน้าห้องพักคนไข้
ธาดานั่งพูดโทรศัพท์อยู่ในโถงกลางบ้าน ดวงดาวนั่งเล่นกีตาร์อยู่ด้านหลัง สักครู่ดวงดาวจึงกดอ่านข้อความบางอย่างบนโทรศัพท์มือถือของเธอ

อีกฟาก มุกริน ยังคงนอนเหม่ออยู่บนเตียงเดิม ทว่าน้ำตาของเธอ ค่อยๆไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง

ส่วนในงานปาร์ตี้ ที่ร้านอาหารหรู คิมหันต์หัวเราะหล่อลาก ร่าเริง เขาเหลือบมองข้อความในโทรศัพท์มือถือของเขา หน้าจอมีข้อความปรากฏว่า
“ผู้หญิงของคุณนอนป่วย ไม่ไปดูใจหน่อยเหรอ”
คิมหันต์นั่งนิ่ง สักพักก็หันไปร่าเริงกับพักตราเหมือนเดิม

รุ่งเช้าธาดาเปิดประตูก้าวเข้ามาในห้องพักฟื้นมุกริน ส่วนดวงดาวยืนรออยู่หน้าห้อง ธาดาเดินตรงมายังเตียงที่มุกรินนอนตะแคงอยู่บนนั้น
“มุก”
มุกรินพลิกตัวหันมามองหน้าผู้เป็นพี่ชาย
“คะ”
“เป็นอะไรทำไมไม่โทรหาพี่ มุกทำเหมือนเราไม่ใช่พี่น้องกัน”
“ก็เหมือนที่พี่ใหญ่ทำกับมุกนั่นแหละ”
ธาดาถอนใจออกมา
“ยังโกรธพี่เรื่องดวงดาวเหรอ”
“หรือพี่ใหญ่คิดว่ามุกควรจะดีใจ เมื่อรู้ว่า พี่แอบคบกับเด็กผู้หญิงอายุน้อยกว่ามุก แล้วคบตั้งแต่พี่มลยังไม่ตาย มุกควรจะเชื่อใจพี่ใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม งั้นเหรอคะ”
ธาดาถึงกับอึ้ง
“พี่ต้องขอโทษมุกอีกกี่ครั้ง มุกถึงจะหายโกรธ”
“ไม่ทราบค่ะ”
มุกรินหันหน้าหนีจากผู้เป็นพี่ชาย
“มุก พี่เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่อาจทำอะไรผิดไปบ้าง พลาดไปบ้าง แต่ถึงอย่างไรพี่ก็เป็นพี่ของมุกนะ พี่เป็นคนเดียวที่ดูแลมุก พี่พามุกไปเรียนเมืองนอก พี่ส่งเสียมุกทุกอย่าง หลังจากที่พ่อแม่เราตาย พี่ไม่ได้พูดเพื่อหวังทวงบุญคุณ แต่ต้องการให้มุกรู้ว่า พี่คือผู้ชายคนเดียวที่ห่วงใยมุกที่สุด”
“แต่มุกไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวที่พี่ใหญ่ห่วงใย”
“ดวงดาวเขาเป็นเด็กดี...เขาน่าจะเป็นเพื่อนที่ดีของมุกได้”
“พี่ใหญ่หาเพื่อนให้น้องด้วยวิธีที่แปลกมาก”
ดวงดาวโผล่หน้าเข้ามาในห้องพอดี
“คุณอาคะ มีคนมาเยี่ยมคุณมุกริน คุณอาจะให้เข้ามามั้ย”
“ใคร”
“ผู้ชาย หน้าตาดี”
ธาดาชักสีหน้าโกรธแค้นขึ้นมาทันที
“ไอ้ชั่วคิม”
คิมหันต์เดินเข้ามาหยุดหน้าประตูห้อง พร้อมด้วยดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ เขาหันไปพูดกับดวงดาว
“ขอบคุณที่เรียกผมว่าผู้ชายหน้าตาดี”
“แกมาทำไม” ธาดาทักทายด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
“เด็กคุณบอกแล้วนี่ว่าผมมาทำไม”
“แกไม่มีสิทธิ์มาเยี่ยมมุก แกกับมุกเลิกกันแล้ว”
“มันเป็นกฏเหรอ”
“ใช่”
“ทีคุณมีเมียแล้ว ยังแหกกฏมามีเด็กได้เลย ทำไมผมจะแหกกฏบ้างไม่ได้”
“หรือแกอยากจะมีเรื่องกับฉันที่นี่”
“ถ้าไม่ให้เยี่ยม ผมก็จะยืนเฉยๆ ตรงนี้แหละ”
ธาดาเดินไปปิดประตูห้องใส่หน้าคิมหันต์ หน้าตามุกรินเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ เสียงโทรศัพท์ธาดาดังขึ้น เขากดปุ่มรับสาย
“ฮัลโหล อยู่ที่โรงพยาบาล โอเค ไปเดี๋ยวนี้เลย”
ธาดาวางสาย แล้วเดินไปใกล้ๆเตียงคนไข้
“พี่ต้องไปก่อน มีนัดกับพรรคพวกที่จะลงทุนทำบริษัทนำเข้ารถ” ธาดาหันไปสั่งดวงดาว “ดาวอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนมุกนะ เดี๋ยวอากลับมารับ”
ดวงดาวยักคิ้วรับคำ
“มุกไม่ได้รังเกียจดวงดาวใข่มั้ย” มุกรินนิ่งเฉย ไม่มีท่าทีตอบรับใดๆ “พี่จะรีบไปรีบมา”
ธาดาลูบศีรษะน้องสาวเบาๆ แล้วจึงเดินไปเปิดประตูห้อง พบว่าคิมหันต์ยังยืนอยู่ที่เดิม ทั้งสองคนจ้องหน้ากัน
“ดาว ปิดประตูแน่นๆ อย่าให้สิ่งชั่วร้ายผ่านเข้าไปในห้องนะ”
มุกรินและดวงดาวหันไปมองที่คิมหันต์
“แล้วก็บอกทนายของแกด้วยว่า อย่าส่งโนติสบ้าๆ นั่นมาที่บ้านฉันอีก กะอีแค่นาฬิกา กับ แหวน อยากฟ้องก็ฟ้องเลย”
ธาดาจงใจเดินเฉียดไหล่คิมหันต์ออกไปจากห้อง คิมหันต์ยังคงยืนนิ่งหน้าประตู เขามองจ้องไปที่มุกริน แต่เธอเมินหน้าไปทางอื่น ดวงดาวมองท่าทีของคนทั้งสอง แล้วจึงเอ่ยปากพูดกับคิมหันต์
“จะเข้ามามั้ย พ่อรูปหล่อ”
“อยากให้ผมเข้ามั้ยล่ะ”
“ไม่งั้นฉันคงไม่ส่งข้อความไปบอกหรอก เข้ามา อย่าเยอะ”
คิมหันต์เดินเข้าไปในห้อง ตรงไปยืนข้างๆเตียง ดวงดาวปิดประตูแน่น
“ผลเอ็กซ์เรย์เป็นไง”
มุกรินบอก “ปอดติดเชื้อ”
“เจ้านายมานอนเฝ้าทั้งคืนสินะ”
มุกรินหันไปมองหน้าคิมหันต์
“คุณรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่ไหน”
“เด็กของพี่ชายคุณ เขาอยู่ข้างเดียวกับผม”
ดวงดาวพูดเสียงดังแทรกเข้ามา
“ฉันแค่อยากเห็นคนรักกัน ได้รักกัน”
คิมหันต์และมุกรินมองหน้ากันเงียบๆ
“ฉันออกไปรอข้างนอกดีกว่า” ดวงดาวเปิดประตูออกจากห้องไป
“ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงนั่งเฝ้าคุณอยู่ที่นี่ทั้งวันทั้งคืน ไม่ไปไหนเลย”
คิมหันต์ขยับตัวลงนั่งบนโซฟาใกล้ๆ เตียง บรรยากาศระหว่างเขาและเธอดูเหมือนว่ากำลังจะดี จนกระทั่งคิมหันต์เอ่ยปากพูดต่อคำต่อมา
“ดีนะที่คุณเผยธาตุแท้มาซะก่อน ผมจะได้ไม่ทำอะไรงี่เง่าแบบนั้นอีก”
มุกรินชันตัวขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความโกรธ
“คุณกำลังบอกว่า ทั้งหมดที่ผ่านมาระหว่างเรา เป็นเรื่องงี่เง่า งั้นเหรอ”
คิมหันต์หัวเราะกวนโทสะเบาๆ “ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ”
มุกรินเริ่มพูดเสียงดังขึ้น ดวงตาแดงก่ำ
“ใช่ ไม่น่าเชื่อว่าฉันจะได้เห็นธาตุแท้ของคุณเหมือนกัน...ฉันเคยหลงคิดว่าคุณคือผู้ชายที่ดีที่สุด มันเป็นการหลงผิดที่งี่เง่าที่สุด”
“ไม่ที่สุดหรอก เพราะการหลงผิดที่สุดของคุณก็คือ หลงเชื่อพี่ชายของคุณ ซึ่งวันนี้คุณก็ได้เห็นกับตาตัวเองแล้วว่า เขาโกหกหลอกลวงคุณมาตลอด โชคร้ายของคุณที่มีพี่ชายเลว แต่เป็นโชคดีของนายธาดาที่มีน้องสาวโง่อย่างคุณ”
มุกรินตะโกนเสียงดังลั่นห้อง
“ออกไปจากห้องนี้ได้แล้ว ฉันเกลียดแก ดวงดาว เอาผู้ชายคนนี้ออกไปที”
“อ้ะ ดอกไม้นี่พักตราเขาฝากมาเยี่ยม และนี่ก็การ์ดงานหมั้นของผมกับพักตรา” ดวงดาวเปิดประตูกลับเข้ามาในห้อง “ถ้าคุณว่าง ผมขอเชิญ คุณจะได้เห็นในวันนั้นว่า คนที่มีความสุขจริงๆ หน้าตาเป็นอย่างไร”
มุกรินหยิบของใกล้ตัว ระดมปาไปที่คิมหันต์
“ออกไป ออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้”

ดวงดาวต้องลากคิมหันต์ออกจากห้องไปอย่างทุลักทุเล

อ่านต่อหน้า 3




รอยรักแรงแค้น ตอนที่ 4 (ต่อ)

ดวงดาวลากคิมหันต์ออกมานอกห้องแล้วรีบปิดประตูลง

“เกิดอะไรขึ้น”
“เรื่องธรรมดาของคนไม่รักกัน”
“ไม่รักแล้วมาทำไม”
“มากวนตีนเล่นๆ”
ดวงดาวรู้ทัน “ปากกับใจไม่ตรงกันนะ เรา”
คิมหันต์ยิ้ม “รู้ได้ไง”
“สายตาคุณบอก”
“คุณถูกหลอกแล้วละ”
“ถ้างั้นฉันจะไม่ส่งข่าวอะไรบอกคุณอีกแล้วนะ”
“ไม่เป็นไร อยากรู้อะไร ผมโทร.หาคุณเองก็แล้วกัน”
“ยังไม่ลบเบอร์ฉันออกอีกเหรอ เดี๋ยวผู้หญิงที่ชื่อพักตราเห็นเข้าจะเป็นปัญหานะ”
“ปัญหาของผม ไม่เกี่ยวกับคุณ เลิกกับนายธาดาเมื่อไหร่บอกผมด้วยนะ ดวงดาว”
คิมหันต์เดินจากไปดวงดาวมองตามยิ้มนิดๆ

ที่สำนักงานกฏหมายบูรพา ชุมสายถือโทรศัพท์ก้าวเข้ามาในห้องทำงาน
“แกทำอะไรลงไปน่ะ ไอ้คิม ทำอย่างนี้แล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา”
คิมหันต์ขับรถมาตามถนน คุยโทรศัพท์กับชุมสายผ่านทางบลูทูธ
“ถ้าแกจะด่าฉัน แกต้องบอกให้ชัดว่าด่าเรื่องอะไร”
“เรื่องที่แกไปเยี่ยมคุณมุกน่ะสิ”
“แกก็เป็นคนคะยั้นคะยอให้ฉันไปเยี่ยมเองไม่ใช่เหรอ”
“ถ้าไปแล้วเป็นอย่างนี้ แกอย่าไปเลยดีกว่า”
“แกย้ายข้างไปเป็นพวกโน้นตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”
“ฉันไม่ได้ย้ายข้าง ฉันอยู่ข้างเดียวกับความถูกต้องเว้ย”
“แล้วที่ไอ้สองพี่น้องนั่นทำกับฉัน ทำกับพี่มลมันถูกต้องมั้ย แกยังมาออกตัวสงสารพวกมันอีกเหรอ”
“ฉันสงสารเพราะแกทำไม่ถูกน่ะสิ แกโกรธเขา เกลียดเขา แกก็บอกเลิกเขาแล้วก็จบแล้วสิ พอแล้วสิ แกจะไปตอกย้ำให้มันเพิ่มความเกลียดชังกันขึ้นมาอีกทำไม”
คิมหันต์ฟังชุมสาย นิ่ง
“{หรือว่าแกเองนั่นแหละที่ลืมเขาไม่ได้ อารมณ์แปรปรวนใช่มั้ยล่ะ บางวันนึกจะสงสาร ก็สงสาร บางวันนึกจะรังแกเขาก็รังแก จะบอกให้นะ ไอ้อย่างนี้มันไม่ใช่ลูกผู้ชายโว้ย ไอ้คิม วันนี้แกว่างมั้ย แวะมาที่ออฟฟิศฉันหน่อยสิ”
“ไม่ว่าง ฉันมีนัดกับพักตรา กับพลโทอรรถ พ่อเขา”
“งั้นก็ตามสบาย โชคดี มีความสุขเว้ย”
คิมหันต์กดปุ่มปิดการสนทนา สายตาของเขามีแววครุ่นคิดมากมายหลายเรื่อง
ค่ำนั้น พลโทอรรถเดินสง่า เข้ามาในห้องอาหาร มีพักตราและคิมหันต์นั่งรออยู่ที่โต๊ะแล้ว อรรถเดินไปตบไหล่คิมหันต์ ก่อนขยับนั่งที่หัวโต๊ะ
“เป็นไง ไอ้ลูกชาย หน้าตาสดใสขึ้นนี่ เรา”
“แล้วหนูล่ะคะ หนูไม่สดใสเหรอ”
“ลูกสวยสดใสทุกวันเป็นปกติอยู่แล้วจ้ะ”
“นึกว่า ช่วงนี้พ่อจะเห่อลูกเขย จนลืมลูกสาวตัวเอง”
“กินกันไปคุยกันไปดีกว่านะ”
อรรถพยักหน้าให้แม่บ้านตักข้าวใส่จานทุกๆ คน พลางเอ่ยปากพูดไปด้วยเลย
“อีกสองอาทิตย์จะถึงวันหมั้นแล้วนะ มีปัญหาอะไรบ้างมั้ย”
“ไม่น่าจะมีค่ะ พรุ่งนี้เราจะไปสรุปงานกับ Fast Track อีกที พอเขารู้ว่าเป็นงานของลูกสาวคุณพ่อ เขาก็สั่งหยุดงานอื่นทั้งหมด เร่งให้เรางานเดียวเลย”
“ดี พ่อก็แจกการ์ดเชิญผู้หลักผู้ใหญ่ครบหมดแล้วนะ จะมาเบี้ยวกันไม่ได้แล้วนะ”
“แหม ใครเขาจะเบี้ยวล่ะคะพ่อ”
พ่อลูกหยอกล้อกันสนุก คิมหันต์ปั้นยิ้มไปด้วยนิดหน่อย ตามสมควร จนอรรถหันมาถามเขา
“เธอล่ะ คิมหันต์ มีอะไรหนักใจรึเปล่า”
“ไม่มีครับ”
“ฉันไม่รู้ว่าแขกของเธอเป็นกลุ่มไหนบ้าง จะได้ช่วยส่งการ์ดให้”
“ผมให้เพื่อนดูแลเรื่องนี้แล้วครับ”
“โอเค หมดห่วงเรื่องนี้ไป งั้นเรามาตกลงรายละเอียดการใช้ชีวิตคู่ระหว่างเธอสองคน หลังจากงานนี้กัน”
คิมหันต์หันไปมองหน้าพักตรา มีวี่แววแปลกใจในนั้น
“มีรายละเอียดอะไรพิเศษด้วยเหรอพักตร์”
“มีสิจ๊ะ เพื่อความราบรื่นในชีวิตคู่ของเราไงคะ”
“คืออย่างนี้ ยายพักตร์เขาเป็นคนเสนอมา ซึ่งฉันก็ไม่ขัดข้องอะไร เห็นว่าเป็นแนวคิดของเด็กยุคนี้”
คิมหันต์ยิ่งฟังยิ่งงง “แนวคิด เรื่องอะไรเหรอครับ”
“ยายพักตร์เขารักและห่วงเธอมากนะ เขาก็เลยขอให้เธอมาอยู่ที่นี่ด้วยกันหลังงานหมั้น ฉันสั่งทำห้องใหม่ไว้ให้แล้ว”
คิมหันต์ชะงักไปนิด “แต่เรายังไม่ได้แต่งงานกันนะครับ”
“หมั้นก็เท่ากับเกือบแต่งแล้วล่ะ ถือว่าก้าวขาเข้ามาข้างนึงแล้วนะ ไอ้ลูกชายแต่เพื่อไม่ให้เป็นการครอบครองตัวเธอมากเกินไป ฉันก็จะให้แบ่งวันให้ ในหนึ่งอาทิตย์ เธอมาอยู่ที่นี่สี่วัน อีกสามวัน ฉันจะให้พักตราไปอยู่กับเธอ”
พักตราบอก “ที่คอนโด”
คิมหันต์อึ้งอีก “คอนโด”
พักตรายิ้มกว้าง “ที่เราไปดูกันวันนั้นไง”
“ฉันซื้อให้ เป็น ของรับหมั้นเธอ” อรรถบอก
คิมหันต์นิ่ง อึ้งไป
“จากนี้ไป ชีวิตรักของเธอสองคน ราบรื่นแน่นอน เห็นด้วยมั้ย”
อรรถและพักตรา ยิ้มเบิกบาน มีความสุข คิมหันต์ไม่อาจปฏิเสธ พลโทอรรถได้ เขาจึงค่อยๆ ยิ้มตาม

เช้าวันนี้ มุกรินเดินตรงเข้ามาในบริษัท สีดาเดินเข้ามาทักทาย
“หายป่วยแล้วเหรอมุก”
“อืม”
“นอนโรงพยาบาลก็ไม่บอกกันด้วย จะได้ไปเยี่ยม ไปเฝ้า ไม่ให้ใครมากวน”
“นี่ขนาดไม่บอกนะ”
“มีผู้จัดการดีก็ยังงี้แหละ มีอะไรบอกลูกน้องหมด”
ทั้งห้องทำงานว่างเปล่า ไม่มีผู้ใดอยู่ที่โต๊ะเลยสักคน มุกรินแปลกใจ
“แล้วนี่ใครๆ ไปไหนกันหมด”
“ทุกคนถูกเรียกเข้าห้องประชุม”
“แล้วเธอล่ะ สีดา”
“ฉันมีหน้าที่มารอเรียกเธอ แต่ถ้าฉันเป็นเธอนะ ฉันจะไม่เข้าไปในนั้นเป็นอันขาด”
“ทำไม”

ครีเอทีฟ ยืนพูดกับทุกคนในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท ฟาสต์แทร็ค
“เพราะนี่คืองานหมั้นที่สั่นสะท้านวงการ ผู้คนในวงสังคมต่างให้ความสนใจ”
ภายในห้องประชุมตอนนี้ เต็มไปด้วยทีมงานฝ่ายโปรดักชั่น ปรารภนั่งอยู่ใกล้ๆ หัวโต๊ะ ส่วนที่หัวโต๊ะ เราจะเห็นคิมหันต์และพักตรานั่งฟังเคียงคู่กัน ครีเอทีฟพูดต่อเนื่อง
“ดังนั้นทุกอย่างต้องบึ้ม ต้องใหญ่ ต้องจัดเต็มทั้งหมด นับตั้งแต่ขบวนแห่ขันหมากเลย”
มุกรินเดินเข้ามาในห้องประชุม ทุกคนส่งตามองตามไม่เว้นคิมหันต์ พักตราเห็นรีบเอ่ยปากทักอย่างเป็นกันเอง
“มาแล้วเหรอมุก นั่งสิ” แล้วหันไปทางครีเอทีฟ “ต่อเลยครีเอทีฟ เราจะสะท้อนประเพณีดั้งเดิมของไทยทั้งหมด ส่วนขั้นตอนการสู่ขอระหว่างผู้ใหญ่ เราก็ปรับแต่งให้เป็นสากลนิดๆ อินเตอร์หน่อยๆ เพื่อความสะดวกของแขกผู้ใหญ่ แต่บรรยากาศทั้งงานจะต้องอบอวลไปด้วยความรัก”
ระหว่างที่ครีเอทีฟพูด อากัปกิริยาของ มุกรินดูออกว่าเธอรู้สึกอึดอัดสุดจะประมาณ
คิมหันต์แอบเหลือบมองมุกริน ขณะที่ปรารภลอบมองดูท่าทีของสองคนเมื่อมีโอกาส
“ดีมาก แต่ฉันขอช่วงเวลานึงพูดถึงความรักของเราสองคนด้วยนะ จะเป็นวิดีโอพรีเซ็นเตชั่น หรือให้เราสองคนพูดบนเวทีก็ได้”
ปรารภทักท้วงขัดขึ้น “อันนั้นเอาไว้ตอนงานแต่งงานไม่ดีกว่าเหรอครับ”
“ฉันจะเอาตอนนี้ งานนี้ ตอนแต่งก็ค่อยทำอีกที เห็นด้วยมั้ยมุก”
มุกรินสะดุ้ง “ค่ะ”
“คิม ช่วยดูเรื่องอาหารแทนพักตร์หน่อยนะคะ พักตร์ขอแยกไปบรีฟกับมุกเป็นการส่วนตัวหน่อย ดูเหมือนเธอจะตามคนอื่นไม่ทัน” เธอสั่งมุกริน “ตามมาที่ห้องฉันนะ มุก”
พักตราเดินนำมุกรินออกไปจากห้องประชุม สีดาหันไปถามปรารภเบาๆ
“คุณพักตร์แกมีห้องทำงานที่นี่ด้วยเหรอคะ”
“อืม...ท่านประธานเพิ่งสั่งมา” ปรารภบอก
“ตำแหน่ง”
“CEO”

พักตราขยับตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงานหรูของตน
“เธอคงยังไม่รู้สินะว่า ฉันจะมานั่งทำงานที่นี่ ในตำแหน่ง CEO บริษัท”
คู่สนทนาเป็นมุกรินนั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานหรูนั้น เธอส่ายหน้าตอบพักตรา
“จริงๆ แล้วยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้เท่าไหร่นักหรอก คือคุณพ่อเห็นว่า ฉันกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝา กำลังจะสร้างครอบครัวใหม่ ก็น่าจะมีงานการมั่นคง ไม่ลอยไปลอยมา คิมเขาก็มีงานถ่ายรูปของเขา แต่ไม่แน่นะ คุณพ่ออาจจะสร้างสตูดิโอให้คิม แล้วดึงมาจอยกับFast Track ในอนาคตก็ได้”
มุกรินรำคาญนิดๆ “ตกลงจะบรี๊ฟฉันเรื่องอะไร”
“ไม่มีอะไรมากหรอก ฉันแค่อยากแยกเธอมาคุยส่วนตัว ไม่อยากพูดต่อหน้าคนอื่นน่ะ”
มุกรินนิ่ง ตั้งใจฟัง พักตราค่อยๆ เปิดปากพูด ด้วยเสียงหวานนุ่มนวล ราวกับนางเอกผู้เสียสละ
“ฉันพอเข้าใจนะ ว่าเธอรู้สึกยังไงกับงานหมั้นของเราสองคน และมันคงจะรู้สึกมากขึ้นเมื่อถึงวันแต่งงาน”
มุกรินยังคงนิ่ง ไม่แสดงอาการใดๆ
“ฉันเลยอยากทำความเข้าใจระหว่างเรากันซะก่อน ในฐานะเพื่อน และฐานะลูกผู้หญิงด้วยกัน”
มุกรินมองหน้าพักตรานิ่งๆ
“ฉันขอให้เธอสบายใจได้เลย ว่า ฉันไม่มีปัญหาอะไรกับอดีตของเธอกับคิม และไม่ต้องกลัวว่า ฉันจะอึดอัดหรือรู้สึกไม่ดีที่เธอยังทำงานอยู่ตรงนี้ ไม่เลย เพราะฉันเป็นคนที่อยู่กับปัจจุบัน และฉันก็หวังว่าเธอจะอยู่กับปัจจุบันเหมือนกัน ซึ่งปัจจุบันนั้นก็คือ คิมหันต์ไม่รักเธออีกต่อไปแล้ว โอเคนะ เข้าใจตามนี้นะมุก อ้อ เรื่องสำคัญอีกเรื่อง ฉันอยากให้เธอเป็นพิธีกรงานหมั้น และงานแต่งงานของฉัน”
มุกรินอึ้ง เธอขยับปากจะพูด พักตราชิงเอ่ยปากก่อน
“ห้ามปฏิเสธ เพราะนี่คือคำสั่งของ CEOบริษัท เข้าใจนะ”

มุกรินเดินก้าวยาวๆ ตรงไปยังโต๊ะทำงานของเธอ สีหน้าบ่งบอกถึงความเครียด และผิดหวังไม่น้อย ปรารภยืนอยู่อีกด้านหนึ่งของทางเดิน เขามองมายังมุกรินด้วยความเป็นห่วง และคิมหันต์เดินเข้ามาด้านหลังปรารภในจังหวะนี้
“คนเป็นผู้จัดการควรจะใส่ใจลูกน้องอย่างเท่าเทียมกันทุกคนนะครับ ไม่งั้นอาจถูกติฉินนินทาได้”
ปรารภหันมามองหน้าคิมหันต์
“อันนี้เป็นคำสั่งที่ซีอีโอฝากมาหรือเปล่า”
“เปล่า เป็นความเห็นของผมเอง แต่ถึงยังไงผมก็อยากฝากฝังมุกไว้กับคุณนะ”
ปรารภมีสีหน้าแปลกใจ
“เพราะผมรู้ว่าเธอเป็นคนที่ช่วยตัวเองไม่ได้ทั้งหมด เธอต้องการการซัพพอร์ตจากใครซักคน และคุณเป็นผู้ชายที่ไว้ใจได้ที่สุดในบรรดาคนรอบตัวเธอ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผม หวังว่าผมจะมองคนไม่ผิดนะ”
“คุณยังห่วงมุกอยู่”
“ใช่ ผมอยากให้เธอแข็งแรง และอยู่ไปนานๆ เพื่อทนทุกข์ทรมานกับการสูญเสียคนรักไปจนชั่วชีวิต”
คิมหันต์เดินจากไปทันที ปรารภมองตามด้วยสายตารังเกียจ
“ไอ้เลว”

มุกรินขยับตัวลงนั่งหน้าโต๊ะทำงานของเธอ สีดาโผล่หน้าเข้ามาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“คุณพักตราเขาพูดอะไรกับเธอเหรอ”
“หลายเรื่อง”
“เรื่องไม่ค่อยดีใช่มั้ย”
มุกรินถอนใจ ไม่ตอบ
“เขาไล่เธอออกรึเปล่า”
“เปล่า เขาสั่งงานฉัน”
“จงใจแกล้งเธอละซี ทนๆ ยอมๆ เขาไปก่อนเถอะนะมุก เดี๋ยวนางก็เบื่อไปเอง เพราะอย่างนี้แหละ ฉันถึงไม่ยอมมีแฟนหล่อ”
ปรารภเดินตรงเข้ามาหามุกริน สีดาจึงเดินแยกออกไป
“มุก งานหมั้นคุณพักตรากับคิมหันต์ ผมไม่ใส่ชื่อคุณไปในทีมนะ”
มุกรินมองปรารภด้วยความแปลกใจ
“คุณไม่ควรมีส่วนร่วมกับงานนี้ ใครจะว่ายังไงก็ช่าง ผมรับผิดชอบเอง”
“ขอบคุณค่ะ”
ปรารภขยับตัวจะเดินออกไป
“พี่รภคะ มุกยังเหลือวันลาอีกแปดวันใช่มั้ยคะ”

ค่ำนั้น ดวงดาวเดินเข้ามาหน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับของหอพัก ป้าแม่บ้านคนเดิมโผล่หน้าออกมาทักทาย
“มาหาเพื่อนเหรอจ๊า”
“จ้ะป้า เขากลับมารึยัง”
“มาแล้ว ออกไปอีกแล้ว”
“เหรอ”
ดวงดาวครุ่นคิดนิดหนึ่ง แล้วจึงเอ่ยปาก
“ป้ามีกุญแจสำรองมั้ย ฉันลืมขอกุญแจเพื่อนไว้น่ะ”
“แน่ะ จะเข้าไปขโมยของอะไรเขารึเปล่า”
“โธ่ป้า ฉันเคยมีประวัติอย่างนั้นเหรอ ป้ามานั่งเฝ้าฉันในห้องก็ได้ นะป้า ฉันจะได้นั่งทำการบ้านรอเพื่อนไปคุยกับป้าไป โทร.ไปหาเขาก็ไม่ติด สงสัยแบตโทรศัพท์มันจะหมด”
ป้าแม่บ้านตัดสินใจอยู่ชั่วครู่ จึงเอ่ยปากเสียงแผ่วเบา
“อย่าไปบอกใครล่ะ นี่เห็นเป็นแก คนเดียวเท่านั้นนะ แม่ดวงดาว”
ดวงดาวยิ้มขอบคุณ

ประตูห้องเปิดออก ให้ดวงดาวก้าวเดินเข้าไปในห้องพักมุกริน ป้าแม่บ้านเดินตามเข้าไปไม่ห่างนัก ดวงดาวกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง พบว่าสภาพห้องโล่งเรียบ เหมือนไม่มีผู้อยู่อาศัยเลย
“ตอนออกไป เขาไปตัวเปล่าหรือมีกระเป๋าไปด้วยน่ะป้า”
“แบกกระเป๋าใบเบ้อเร่อ เออ อาจจะไปต่างจังหวัดก็ได้นะ”
“เหรอ”
ดวงดาวตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความ

อีกฟากโทรศัพท์มือถือของคิมหันต์ มีสัญญลักษณ์ new message ขณะที่พักตรากำลังควงแขนคิมหันต์เดินขึ้นบันไดบ้าน โดยวางโทรศัพท์มือถือไว้ที่โต๊ะ ชั้นล่าง
“ทางนี้ค่ะ พักตร์จะพาคิมมาดูอะไรที่พิเศษสุดสำหรับเรา”
พักตราจูงคิมหันต์เดินเข้ามาในห้องนอนที่จัดเตรียมไว้ใหม่ สำหรับเขาและเธอโดยเฉพาะ คิมหันต์มองไปรอบๆ สีหน้าของเขายังไม่บอกความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น
“เป็นไงบ้าง สวยถูกใจคิมมั้ยคะ”
“อืม มันไม่ใช่สไตล์ผมเท่าไหร่ แต่ก็ดูเข้ากับคุณดีนะพักตร์”
“คิมเปลี่ยนได้นะ เปลี่ยนให้เข้ากับตัวคิมด้วย และก็เข้ากับตัวพักตร์ด้วย เพราะเราสองคนต้องเข้ากันให้ได้ ในห้องนี้แหละ”
พักตราส่งสายตามีนัยไปในทำนองนั้น
“ใจเย็นๆก็ได้พักตร์ ของแบบนี้รีบร้อนไม่ดีหรอก“
“คืนนี้คิมนอนที่นี่เลยเอามั้ย”
“จะดีเหรอ”
พักตราเบียดตัวเองเข้าไปชิดคิมหันต์ เธอลูบไล้ไปตามเรือนร่างของคิมหันต์
“ดีซี่ เราตระเวนแจกการ์ดกันทั้งวัน เหนื่อยจะตาย คิมนอนซะที่นี่ พรุ่งนี้เช้าจะได้ออกพร้อมกันเลย ดีออก”
“อย่าเลย...ผมขับมารับคุณตอนเช้าก็ได้ ไม่ลำบากอะไร”
“งั้นกลับดึกๆ นะ”
พักตราค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อคิมหันต์
“ตัวเหนียวเหนอะเลย คิม อาบน้ำด้วยกันก่อนมั้ย”
พักตราถอดเสื้อคิมหันต์ออก คิมหันต์ดึงรั้งร่างพักตราเข้ามาชิดตัวเอง แล้วจึงเอ่ยปากพูด
“พักตร์ ผมขออะไรอย่างนึงได้มั้ย”
“ขออะไรเหรอคะ”
“ผมเป็นคนหัวโบราณนะ”
“แล้วไงคะ”
“ผมจะไม่มีอะไรกับคุณจนกว่าจะถึงวันแต่งงาน”
พักตราถึงกับชะงักอุทานเสียงแหบ “ห๊ะ”
“จะทำให้คืนส่งตัวของเรา เป็นคืนที่มีความสุขและมีค่ามากที่สุดสำหรับเรา”
“โห อีกตั้งนาน พักตร์แทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว รู้มั้ยคิม”
“คุณต้องรับปากผมก่อน ไม่งั้นผมจะไม่ยอมนอนที่นี่นะ”
พักตราถอนใจนิดๆ
“นอนด้วยกัน แต่ไม่มีอะไรกัน”
“เรากอดกันได้ จูบกันได้”
“อาบน้ำด้วยกันล่ะ”
“อื่อฮึ”
“ก็ได้ ลองดู ดูซิว่าคิมจะทนได้แค่ไหน”
พักตราจูบปากคิมหันต์ แล้วจึงดึงร่างของเขาหายเข้าไปในห้องน้ำ

บนถนนมอเตอร์เวย์เวลาเดียวกันนี้ มุกรินขับรถของเธอ มุ่งหน้าสู่ชายทะเลฝั่งตะวันออก
เป้าหมายคือพัทยา สายตาของเธอเหม่อมองออกไปไกล
ฟากคิมหันต์และพักตรา นอนแช่ฟองสบู่อยู่ในอ่างอาบน้ำเดียวกัน พักตราใช้ฟองน้ำถูไปบนเรือนร่างแกร่งกำยำของคิมหันต์
ส่วนดวงดาวอ้าปากพูดใส่โทรศัพท์ของตัวเอง
“she ไม่อยู่ที่หอ เก็บเสื้อผ้าไปด้วย คนรักกันน่าจะรู้ว่าไปไหน แค่นี้แหละ”
ดวงดาวกดปุ่มส่งเสียงของเธอไปทาง message
คิมหันต์ยืนฟังข้อความในโทรศัพท์ ด้านหลังเป็นพักตรานั่งแปรงผมตัวเองหน้ากระจกในห้องนอน
สีหน้าของคิมหันต์ดูครุ่นคิดไม่น้อย
มุกรินร้องไห้อยู่ในรถที่จอดนิ่งอยู่บนไหล่ทางของถนนมอเตอร์เวย์

เช้าตรู่ รถคิมหันต์แล่นเข้าไปในบริเวณบ้านวิมลรัตน์ สักครู่คิมหันต์เดินเข้ามาในโถงเรือนเล็ก พบว่าชุมสายนั่งรออยู่นานแล้ว
“เดี๋ยวนี้แกชักจะไม่กลับบ้านบ่อยขึ้นแล้วนะ คิม”
คิมหันต์เดินไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้า เขาหยิบเสื้อผ้าและข้าวของที่จำเป็นยัดลงไป ชุมสายเดินคุยตามไปด้วยตลอด ระหว่างที่คิมหันต์จัดกระเป๋า
“แกบ่นยังกับแกเป็นเมียฉันงั้นแหละ”
“ถ้าฉันเป็นเมียแก ฉันไม่รอจนถึงเช้าค่อยบ่นหรอก”
“โชคดีของฉัน ที่แกไม่ใช่เกย์”
“แกไปนอนบ้านพักตรามาเหรอ”
“อืม”
“แกรักเขา หรือตกกระไดพลอยโจรวะ”
คิมหันต์หยุดคิดนิดนึงแล้วจึงตอบเพื่อน
“เอาไว้ตอบได้เมื่อไหร่ แล้วฉันจะบอก”
“กว่าแกจะตอบได้ ก็คงไม่ทันแล้ว เพราะการ์ดเชิญงานหมั้นของแกได้ถูกร่อนไปทั่วเมืองแล้ว”
“ก็ดี...ดังดี แล้วแกมีธุระอะไรกับฉันตั้งแต่เช้า”
“เราอาจจะได้หลักฐานใหม่ในคดีพี่มล”
“จริงเหรอ”
“มีคนเห็นกลุ่มนักศึกษาถ่ายหนังสั้นหรือสารคดีอยู่แถวๆซอยนี้ ในคืนเกิดเหตุ”
คิมหันต์สนใจ “แล้วไง”
“พวกนั้นอาจเห็นอะไรบางอย่างระหว่างไฟดับ ซึ่งอาจจะมีประโยชน์ต่อฝ่ายเรา”
“เอาเลย เดินหน้าได้เลยเพื่อน”
“ฉันกำลังตามหานักศึกษากลุ่มนั้นอยู่”
“ได้ความยังไงส่งข่าวบอกด้วยนะ”
คิมหันต์จัดกระเป๋าเสร็จเรียบร้อยพอดี
ชุมสายแปลกใจ “แกจะไปไหน”
“ไปถ่ายรูปต่างจังหวัดซักวันสองวัน”
“แกบอกคุณพักตราแล้วเหรอ”
“อืม...เมื่อคืนฉันถึงต้องอยู่กับเขาถึงเช้าไง...ไปละ”
“โอเค แล้วเจอกัน”
คิมหันต์แบกกระเป๋า ขยับเดินออกจากห้อง ถวิลเดินเข้ามาในห้องพร้อมกาแฟและน้ำผลไม้
“อาหารเช้าตามสั่ง มาแล้วค่ะ”
“ไม่ทันแล้ว ไปก่อนนะน้าหวิน”
คิมหันต์เดินออกไปเลย สักพักชุมสายจึงนึกอะไรขึ้นมาได้
“ไปถ่ายรูป แล้วทำไมไม่เอากล้องไป”
“เออ นั่นสิคะ” ถวิลเห็นด้วย
ทั้งสองมองไปที่อุปกรณ์ถ่ายรูปครบชุด มันวางนิ่งอยู่ในห้องนั้น

ด้านปรารภเปิดประตูห้องทำงานซีอีโอ แล้วก้าวเข้าไปยืนเบื้องหน้าพักตรา
“คุณพักตราเรียกผมเหรอครับ”
“ใช่…ฉันอยากอัพเดทงานหมั้นของฉันหน่อย”
“งั้นเดี๋ยวผมตามโปรดิวเซอร์ที่ดูเรื่องนี้ ให้เข้ามาหาคุณพักตรานะครับ”
“อ้าว คุณปรารภ ไม่ได้ดูแลงานนี้เองเหรอ”
“พอดีผมติดงานของการท่องเที่ยวที่เชียงรายครับ เราเซ็นสัญญาไว้ตั้งแต่สามเดือนที่แล้ว ผมต้องไปคุยรายละเอียดกับท่านผู้ว่าที่โน่นครับ”
“แล้วยายมุกรินล่ะ ให้ยายมุกมารับผิดชอบเลยสิ เรียกมา ฉันสั่งงานเอง”
“เอ้อ ผมส่งเธอไปเก็บข้อมูลอีกโปรเจคท์นึงที่เมืองจันทน์น่ะครับ ซักสองวันคงกลับ”
“อย่าบอกว่ากลับมาแล้วต้องไปงานที่เชียงรายต่อนะ” พัตราดักคอ เสียงขุ่น
“ครับ”
“ฉันไม่ให้ไป เปลี่ยนคนอื่นแทนยายมุกเดี๋ยวนี้เลย ฉันต้องการให้ยายมุกอยู่ในงานหมั้นของฉัน เข้าใจมั้ย”
ปรารภเดินออกจากห้อง โดยไม่เอ่ยปากตอบใดๆ พักตรากดโทรศัพท์มือถือของเธอ
“ฮัลโหล ถึงไหนแล้วคะคิม”
ในรถคิมหันต์ที่แล่นอยู่บนถนนมอเตอร์เวย์ คิมหันต์พูดโทรศัพท์มือถือพร้อมกับขับรถ
“เพิ่งออกจากกรุงเทพฯ ครับ”
“ขับรถดีๆ นะคะ แล้วถ่ายรูปสวยๆ มาฝากพักตร์ด้วยนะคิม”
“ครับ”
“ถึงแล้วโทรหาพักตร์นะ แล้วพักตร์จะส่งรูปที่ลองชุดไปให้ดูนะ”
“ครับผม”
คิมหันต์กดปุ่มเลิกการสนทนา สักพักจึงกดหมายเลขใหม่ โทร.ออก

ปลายสายอยู่ที่บ้านเช่าธาดา เป็นดวงดาวเอื้อมมือรับโทรศัพท์
“ว่าไงคะรูปหล่อ”
คิมหันต์พูดโทรศัพท์ด้วยอุปกรณ์ไฮเทค พร้อมขับรถไปตามถนนมุ่งหน้าสู่พัทยา
“ผมอยากถามให้แน่ใจว่ามุกเขาหายไปจากหอพักจริงๆ นะ”

“คนหล่อความรู้สึกช้าอย่างนี้ทุกคนรึเปล่าเนี่ย ฉันโทร.ส่งข่าวตั้งแต่เมื่อคืน เพิ่งจะมาอยากมั่นใจเอาบ่ายวันนี้นะ”
“ผมเลือกเวลาที่ป๋าของคุณไม่อยู่ต่างหาก”
“งั้นคุณเลือกผิดแล้วละ”
“อย่าบอกว่ากำลังอยู่กับนายธาดานะ”
“ฉันกำลังแกะกระดุมกางเกงเขาอยู่”
ดวงดาวกำลังแกะกระดุมกางเกงธาดาที่อยู่ในกาละมังซักผ้า
“กลางวันอย่างนี้เลยเหรอ”
“ฉันชอบ เวลาที่แดดโดนตัว มันได้อารมณ์ดี”
“ต้องมีเหงื่อนิดๆด้วยใช่มั้ย”
“นั่นหละ ยิ่งเหงื่อออกยิ่งขยี้มัน”
“ปกติ เล่นเซ็กซ์โฟนอย่างนี้บ่อยมั้ย”
“ก็ถ้ามีใครโทร.มาตอนฉันกำลังซักผ้า ฉันก็จะคุยอย่างนี้แหละ”
น้ำเสียงคิมหันต์ฉงนฉงาย “ซักผ้า”
“คิดว่าฉันทำอะไรอยู่เหรอ”
“คิดไปเยอะแล้วด้วยซี ช่างเหอะ เอาเป็นว่า มุกรินไม่อยู่ที่หอแน่นะ”
“ฉันไม่ได้ว่างมากจนต้องโทร.ไปหลอกใครต่อใครเล่นหรอกนะ ถ้าไม่รักกันจริงฉันไม่บอกหรอก”
“ใครรักใคร”
“คุณกับมุกน่ะสิ ถ้าคุณรักเธอจริงคุณต้องหาเธอเจอ แต่ถ้าคุณไม่รักเธอแล้ว คุณก็ควรจะใช้เวลาอยู่กับคู่หมั้นของคุณ เท่านี้นะ ฉันจะซักผ้า”
ดวงดาวกดปุ่มวางสาย เธอยิ้มกับการสนทนาที่เพิ่งผ่านไปเมื่อสักครู่

มุกรินนั่งนิ่ง เหม่อมองท้องทะเลไปไกลแสนไกลเพียงลำพัง ภาพความรักความหลังในอดีตผุดซ้อนเข้ามาในห้วงคิดคำนึง เป็นช่วงๆ
โดยเฉพาะเมื่อ 6 เดือนก่อน ตอนคิมหันต์และมุกรินวิ่งเล่นไล่กันไปตามชายหาด ทั้งสองสาดน้ำทะเลใส่กัน ภาพเหตุการณ์หวานซึ้งในรถ คืนครบรอบวันหมั้นตามมาติดๆ กัน

ก่อนที่ภาพและเสียง ในเหตุการณ์ที่เขาและเธอด่าทอกันอย่างรุนแรงจะผุดขึ้นมาบดบังความหอมหวานทั้งปวง

อ่านต่อหน้า 4




รอยรักแรงแค้น ตอนที่ 4 (ต่อ)

นึกถึงตอนนี้ ทำนบน้ำตาของมุกริน ค่อยๆ ไหลเอ่อท่วมสองเบ้าตา คิมหันต์ก้าวเข้ามาด้านหลังเธอ

“นึกแล้วว่าคุณต้องอยู่ที่นี่”
มุกรินรีบปาดน้ำตา แล้วจึงหันไปมองหน้าคิมหันต์นิ่งๆ
“คุณหนีผมไม่พ้นหรอกมุกริน”
“เพราะฉันไม่ได้คิดจะหนีคุณต่างหาก” เธอบอกเขา
“งั้นคุณก็รอให้ผมมาหา”
มุกรินนิ่ง ไม่ตอบ
“ใช่มั้ย คุณคงรู้ว่าดวงดาวต้องโทรบอกผมว่าคุณหายตัวไป แล้วคุณก็มานั่งรออยู่ตรงนี้ รอว่าเมื่อไหร่ผมจะมาซะที ใช่มั้ย”
“คุณคิดเข้าข้างตัวเองมากไปแล้วหละค่ะคิม”
คิมหันต์ขยับตัวลงนั่งข้างๆ มุกริน
“ถ้างั้นทำไมคุณไม่ไปที่อื่น คุณมาที่นี่ทำไม”
“ฉันมีสิทธิ์ที่จะไปไหนมาไหนก็ได้ตามใจฉัน”
“แปลว่าใจของเราสองคนก็ตรงกัน”
“เมื่อก่อนอาจจะใช่ แต่ตอนนี้...ไม่มีวัน”
คิมหันต์จับไหล่ทั้งสองข้างของมุกริน ดึงให้หน้าของเธอหันมาอยู่ตรงหน้าของเขา แล้วจึงเอ่ยปาก
“คุณยังรักผมอยู่”
มุกรินอึ้ง สายตาเธอจ้องลึกไปที่ดวงตาของคิมหันต์
“คุณมาที่นี่เพื่อนึกถึงความหลังระหว่างเรา”
มุกรินไม่อาจปฏิเสธการคาดคะเนของคิมหันต์ได้
“ผมเคยบอกคุณแล้วว่า ถ้าคุณยังเลิกรักผมไม่ได้ คุณจะเดือดร้อน จะทุกข์ทรมาน คุณลืมแล้วเหรอ”
มุกรินร้องไห้ออกมาอีกครั้ง พรั่งพรูความรู้สึกของเธอออกมาอย่างไม่อาย
“ฉันไม่เก่งเหมือนคุณนี่ ฉันพยายามแล้ว ฉันอาจจะต้องใช้เวลา แต่มันก็ไม่ได้หนักหัวคุณซักนิด ฉันจะรักคุณหรือเลิกรักคุณ มันก็ไม่มีผลอะไรกับคุณทั้งนั้น”
“มีสิ เพราะผมก็ยังรักคุณอยู่”
มุกริน นิ่ง อึ้ง เมื่อได้ยินคำพูดนี้
“คุณพูดอะไรออกมาน่ะคิม”
"ผมพูดว่า ผม รัก คุณ”
มุกรินส่ายหน้าช้าๆ ไม่อยากเชื่อ
“คุณคิดว่าผมจะตามคุณมาทำไม ถ้าผมไม่รักคุณ”
คิมหันต์ก้มลงไปจูบมุกรินอย่างนิ่มนวล มุกรินตอบรับอารมณ์นั้นอย่างรัญจวนใจ

คิมหันต์และมุกรินกอดกันแน่นบนเตียงนุ่ม ร่างกายของคนทั้งสองอยู่ในสภาพอันเปลือยเปล่าทั้งคู่
เวลาเดียวกันนั้น ที่ห้องเสื้อใดชื่อดังของกรุงเทพฯ พักตราลองชุดที่จะใส่ในวันหมั้น หน้าตาของหล่อนเต็มไปด้วยความสุข สมหวัง
สักครู่โทรศัพท์ของคิมหันต์มีสัญญาณสายเรียกเข้า เขาเอื้อมมือมากดปิดมัน ไปตัวและใจเคลื่อนไหวไปกับท่วงทำนองของความรักที่เขาและเธอมีต่อกันท่วมท้นล้นใจ
ด้านพักตราวางโทรศัพท์มือถือลง พนักงานนำชุดใหม่มาให้เธอลอง พักตราเปิดม่านเข้าไปในห้องลองชุด
ใบหน้าของเธอยังคงเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
หากมองจากเพดานห้องพักลงมา จะเห็นร่างคิมหันต์และมุกริน นอนกอดกันนิ่งแนบแน่น มีผ้าห่มสีขาวผืนใหญ่ ปิดทับเรือนร่างส่วนที่ควรสงวนไว้ของเขาและเธอ ความรักของทั้งสองอบอวลไปทั่วทั้งห้องนั้น

เกลียวคลื่นในท้องทะเลม้วนตัวเข้ากระทบฝั่ง เป็นระลอก คิมหันต์เดินพูดโทรศัพท์เพียงลำพัง
“เมื่อตอนเย็นคุณโทร.หาผมเหรอ ผมทำงานอยู่ รับไม่ทัน”
พักตรานั่งพูดโทรศัพท์อยู่ที่บ้าน หน้าตาเบิกบานมีความสุข
“พักตร์ส่งรูปตอนที่ลองชุดไปให้ดูน่ะ คิมเห็นรึยัง”
“อืม...สวยดีนี่ครับ”
“ส่งรูปงานของคิมมาให้พักตร์ดูบ้างสิคะ”
คิมหันต์คิดปราดเดียว “ผมยังถ่ายอะไรไม่ได้เลย อยู่ๆ ฝนก็ตกหนัก อากาศไม่ดี ผมอาจจะต้องอยู่ต่ออีกวันนึงนะพักตร์”
“เหรอคะ”
“ไม่งั้นงานไม่เสร็จ เดี๋ยวมันจะไปยุ่งตอนงานหมั้นของเรานะ”
“โอเค. ไม่ว่ากัน เพราะวันสองวันนี้พักตร์ก็ต้องเก็บตัว ไม่ออกไปไหน จะได้สวยที่สุดในวันหมั้นของเราไง ดีมั้ยคะ”
“ดีครับ”
“เทคแคร์นะคิม”
“บ๊ายบายครับ”
คิมหันต์กดปุ่มเลิกการสนทนา สีหน้ามีแววครุ่นคิด กังวลในเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น

ขณะที่มุกรินนอนหลับนิ่งบนเตียง คิมหันต์ค่อยๆ หย่อนตัวลงนอนข้างๆ เธอ
กลิ่นกลายของเขา ปลุกมุกรินให้ตื่น “ฉันนึกว่าคุณกลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว”
“ผมไปเดินเล่นริมหาด”
“แอบโทร.หาคู่หมั้นใช่มั้ย”
“ผมเอานี่มาฝากต่างหาก”
คิมหันต์เปิดอุ้งมือของเขาออกช้าๆ เผยให้เห็นหิ่งห้อยสามตัวบินออกมาจากอุ้งมือนั้น มันส่องแสงเคลียคลอไปรอบๆ ใบหน้ามุกริน ที่ยิ้มกว้างไปกับหิ่งห้อยเหล่านั้น
“เราคือแสงสว่างของกันและกันนะ มุก”
“ก็เป็นได้แค่แสงหิ่งห้อย น้อยนิด”
“แต่ถ้ามันรวมกัน แสงน้อยนิดก็จะสว่างเจิดจ้าขึ้นมาได้ ดูสิ”
คิมหันต์ใช้ถ้วยแก้วครอบหิ่งห้อยสามตัวนั้นไว้ด้วยกัน แสงสว่างมันเรืองรองขึ้นจริงดังว่า มุกรินยิ้มกว้างมากขึ้น
“มันคงเป็นหิ่งห้อยพ่อแม่ลูก...ครอบครัวหิ่งห้อย”
“ปล่อยมันไปเถอะค่ะคิม”
คิมหันต์เดินไปเปิดหน้าต่าง และปล่อยให้หิ่งห้อยบินออกไปสู่ภายนอก มุกรินหันไปมองหน้าคิมหันต์เต็มๆ ตา
“คุณรู้ตัวรึเปล่าว่าทำอะไรลงไป”
“ผมรู้ตัวตลอดเวลา ระหว่างเดินที่ทะเล ผมถามตัวเองว่า ทำไมไม่ทำอย่างนี้ตั้งนานแล้ว”
“มันสายไปแล้วใช่มั้ยคะ”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“เดี๋ยวคิมก็ต้องกลับไปหมั้นกับพักตรา...แล้วอีกไม่นานก็ต้อง...”
คิมหันต์ใช้ปลายนิ้วมือปิดลงบนริมฝีปากมุกริน
“ไม่เอา...ไม่พูดถึงคนอื่นได้มั้ย”
“จะไม่พูดได้ยังไงคิม เพราะเรื่องของเรามีผลกับคนเหล่านั้นโดยตรง มุกก็ถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงทำอย่างนี้”
“เพราะมุกรักผมน่ะสิ”
“มุกถึงต้องทรมาน เหมือนที่คุณพูดไว้ไงคะ”
“นั่นผมพูดเพราะอารมณ์”
“แล้วฉันจะรู้ได้ไงว่าเมื่อไหร่คุณจะมีอารมณ์แบบไหน”
คิมหันต์กระเถิบตัวเข้าไปนั่งประชิดมุกรินอีกครั้ง
“มุก เรามาสัญญากันนะ”
“สัญญา”
“สัญญาว่า เมื่อเราอยู่ด้วยกัน เราจะไม่พูดถึงเรื่องที่จะทำให้เกิดปัญหา”
“เรื่องอะไรบ้างคะ”
“เรื่องพี่ชายคุณกับพี่สาวผม เราจะลืมความบาดหมางเรื่องคดีความ ทิ้งมันไว้ข้างหลัง เพื่อให้เรากลับมารักกันเหมือนเดิมได้มั้ย”
“ฉันพยายามจะทำอย่างนั้นแต่คุณปฏิเสธตลอด”
“ผมจะไม่ปฏิเสธอีกแล้ว ผมรู้แล้วว่าผมขาดคุณไม่ได้ ใครก็แทนที่คุณไม่ได้และผมหวังว่า จะไม่มีใครแทนที่ผมได้เช่นกัน ใช่มั้ย”
มุกรินพยักหน้า คิมหันต์ประทับริมฝีปากของเขาลงบนริมฝีปากของมุกริน ความรักเคลื่อนไหวผ่านร่างของคนทั้งสองอีกคำรบ

ดวงดาวเล่นกีตาร์เพลงรักลึกซึ้ง จนเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ดวงดาวเอื้อมมือกดรับ
“ฮัลโหล คุณอาไม่อยู่ พูดได้เลย”
เป็นคิมหันต์นั่งพูดโทรศัพท์อยู่บนเตียงนอนในบ้านพักรีสอร์ตสวย มุกรินนั่งเอนตัวพิงไหล่ของเขา
“แค่โทร.มาส่งข่าวว่า ผมเจอมุกแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าไม่ส่งข่าวเลย”
“ขอเดาว่า ตอนนี้อยู่ด้วยกัน” ดวงดาวยิ้ม
“อื่อฮึ”
“น่าจะนอนกอดกันอยู่ ริมหาด”
“เกือบถูก แต่เปลี่ยนจากหาดเป็นห้องนอนสบาย มองออกไปเห็นชายหาด”
เสียงดวงดาวดังออกมาว่า “ดีใจด้วย”
“ถ้าคุณอาของเธอกลับมา แล้วเขาเกิดเป็นห่วงน้องสาว คุณก็หาวิธีทำให้เขาสบายใจเอาเองก็แล้วกัน”
“แน่ใจนะว่าอยากให้เขาสบายใจ น่าจะอยากให้เขากระวนกระวายใจจนตายมากกว่ามั้ง”
“รู้ดีจริงนะ”
“ผู้ชายก็มีแค่นี้แหละ ไม่รักมากก็แค้นมาก”
“แค่นี้นะ”
คิมหันต์วางสายไป มุกรินจึงเอ่ยปาก
“ดวงดาวคงดูถูกมุก เหมือนที่มุกเคยดูถูกเขา”
“ไม่หรอก ดวงดาวเป็นคนสปอร์ต เข้าใจอะไรง่าย ผมรู้สึกอย่างนั้นนะ”

ธาดาเดินเข้ามาในบ้าน หน้าตายุ่งเหยิง และท่าทางดูออกว่าเมานิดๆ ดวงดาวยังคงนั่งเล่นกีตาร์อยู่ที่เดิม
“ยังไม่นอนเหรอ ดาว”
ดวงดาวส่ายหน้า “หนูอยากลืมตาดูโลกนานๆ น่ะอา”
“แวะไปหามุกรินบ้างรึเปล่า”
“ค่ะ”
“บอกให้เขาย้ายมาอยู่กับเราด้วยนะ อยู่หอพักอย่างนั้นมันน่าเป็นห่วง”
“อาเมาเหรอ”
“อืม”
“มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่าอา”
“เปล่า แค่เล่นเสียนิดหน่อย นอนดีกว่า”

พระอาทิตย์ดวงโต โผล่ขึ้นกลางทะเลสวย ที่ห้องพักในรีสอร์ต คิมหันต์ค่อยๆ ลืมตาขึ้น พบว่าเขานอนอยู่ในห้องนี้เพียงลำพัง มีกระดาษโน้ตวางอยู่บนเตียง ตรงที่ว่างข้างๆเขา ข้อความในกระดาษเขียนเป็นลายมือว่า
“อาหารเช้าอยู่บนโต๊ะ
ขับรถกลับบ้านดีๆ นะคะ
มุกริน”

มุกรินเดินเหยียบไปบนผืนทรายชายทะเล คิมหันต์เดินตามมา
“คงไม่คิดจะเดินลุยน้ำหายไปเลยหรอกนะ”
“ตอนนี้ยัง อีกหน่อยไม่แน่”
“คิดจะทำเมื่อไหร่บอกด้วยนะ ผมจะมาถ่ายคลิปลงยูทูป ผู้คนจะได้จดจำความรักของเราไง”
“มุกตายคนเดียวมันจะเป็นความรักของเราได้ไง”
“ใครบอก ผมจะเดินตามลงไปด้วย กอดคอไปตายด้วยกันเลยหละ ตั้งกล้องทิ้งไว้ฝากให้ใครที่มาเห็น ช่วยอัพโหลดให้”
“เพ้อเจ้อไปแล้วหละคิม”
“ชีวิตคนเราก็เพ้อเจ้อทุกคนแหละมุก ไม่มีอะไรจริงซักอย่าง มันเป็นสมมุติทั้งนั้น สมมุติว่านี่คือเรา นั่นคือเขา นี่คือครอบครัว นั่นคนนอก นี่รักกัน นั่นเกลียดกัน สุดท้ายชีวิตก็จบลงด้วยการไม่มีอะไรติดตัวไปได้ซักอย่าง”
“คิมคิดได้เอง หรือมีใครสอนมา”
“คิดได้ แต่ยังทำไม่ได้ ผมยังติดยึดกับโมหะ โทสะอยู่ ผมยังโกรธพี่ชายคุณอยู่โกรธมากด้วย ผมฝันทุกคืนว่าผมฆ่าเขา บีบคอเขาจนตายคามือ”
มุกรินขัดขึ้น “เราตกลงว่าจะไม่พูดเรื่องนี้กันไม่ใช่เหรอ”
“ผมกำลังจะบอกว่า คุณคือที่พักใจของผม ผมพร้อมจะลืมทุกอย่างเมื่อเราอยู่ด้วยกัน ผมไม่อยากสูญเสียความสุขแบบนี้ไป”
“มุกก็เหมือนกัน”
“สัญญานะ ว่าเราจะยังคบกันแบบนี้ นัดเจอกันแบบนี้”
“คุณยกเลิกงานหมั้นกับพักตราได้มั้ยล่ะ”
“ผมก้าวไปไกลเกินกว่าจะทำอะไรได้แล้ว”
“งั้นมุกก็ไม่กล้าสัญญาหรอกค่ะ มุกไม่รู้ว่ากลับกรุงเทพฯ ไป จะต้องเจออะไรบ้าง”
“เจอผมไง จำไว้นะมุก เราจะมีที่ที่เป็นส่วนตัวระหว่างเราสองคน เพื่อให้ความรักของเราคงอยู่ตลอดไป”
“มุกจะพยายาม”
ทั้งสองสวมกอดกันกลมท่ามกลาง ท้องฟ้าและเกลียวคลื่น

ชุมสายก้าวเข้ามาในห้องทำงานคิมหันต์ที่เรือนเล็ก พลางเอ่ยขึ้น
“เราได้ข้อมูลกลุ่มนักศึกษากลุ่มนั้นแล้วนะ”
คิมหันต์กำลังนั่งเลือกรูปอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยมีชุมสายยืนอยู่เบื้องหน้าเขา
“ข้อมูลว่าไง”
“เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรังสิต ถ่ายหนังสั้นเกี่ยวกับฝน วันนั้นพวกเขามาตั้งกล้องอยู่ในซอยนี้ นานหลายชั่วโมง ตั้งแต่ก่อนฝนตก จนฝนหยุด”
“นัดเจอพวกเขาหรือยัง”
“กำลังติดต่อไปที่มหาลัยอยู่ น่าจะได้รายละเอียดมากขึ้นเร็วๆ นี้ นั่นแกทำอะไรน่ะ”
“หารูปทะเลเก่าๆ ที่เคยถ่ายไว้”
“เอาไปขายงาน”
“เอาไปให้พักตราดู”
“อ๋อ...ที่แกอ้างว่าไปถ่ายรูป ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้ไปถ่ายรูป”
คิมหันต์พยักหน้าเนือยๆ
“แกเริ่มจะทำตัวเหมือนผัวแอบมีเมียน้อยนะ”
“จะเหมือนได้ไง ฉันยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่ได้เป็นผัวใคร”
“งั้นแกก็ไม่ควรแต่งงาน ซึ่งที่จริง ไม่ควรหมั้นเลยด้วยซ้ำ”
“แกอย่ามารู้ดีกว่าฉัน ว่าฉันควรทำหรือไม่ควรทำอะไร”
คิมหันต์เดินหนีออกไป

มุกรินเดินตรงไปตามทางเดินในบริษัท สีดาเดินเข้าไปทักทาย
“หายไปเที่ยวนี้กลับมาหน้าตาสดใสนะ มุก”
มุกรินยิ้มตอบนิ่งๆ
สีดาเย้า “ได้ยาดีมาเหรอ”
“เปล่า เราแค่ได้พัก ได้ชาร์จแบตเตอรี่ เท่านั้นแหละ”
“แต่เจ้านายบอกว่าส่งเธอไปเก็บข้อมูลต่างจังหวัด นี่นา”
“อ๋อ ใช่…ก็นั่นแหละ ก็ได้พักไปด้วยไง”
“แวะไปบอกเจ้านายหน่อยสิว่ามาแล้ว แกถามหาทุกวันเลยนะ เมื่อเช้าก็ถาม...ไป เร็ว”

ประตูห้องปรารภเปิดออก มุกรินก้าวเดินเข้าไป ตรงไปยังปรารภที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ ยิ้มให้มุกริน
“กลับมาแล้วเหรอมุก”
“สวัสดีค่ะพี่รภ”
“หน้าตาดูดีกว่าสองวันก่อนนะ”
“พี่รภบอกใครๆ ว่าส่งมุกไปเก็บข้อมูลเหรอคะ สีดาว่าอย่างนั้น”
“ใช่ พี่ไม่อยากให้มุกใช้วันลาจนหมดน่ะ เก็บไว้ตอนจำเป็นดีกว่า”
“ขอบคุณค่ะ”
“ทีนี้ก็เอาข้อมูลที่ได้มาให้พี่ดูหน่อย”
มุกรินงง “ห๊ะ”
ปรารภยิ้มขำ “หมายถึง ให้มุกเล่าให้พี่ฟังซิว่า ไปทำอะไรที่ไหนมาบ้าง”
“อ๋อ ก็ไปนั่งเฉยๆ ปล่อยให้จิตใจสงบและก็ทำความเข้าใจอะไรๆมากขึ้น”
“ก็ดี แต่พี่ก็ยังคิดว่ามุกไม่ควรอยู่ที่นี่ ในระหว่างงานหมั้นของพวกเขา”
“ไม่เป็นไรค่ะ มุกทำใจได้แล้ว”
“แน่ใจเหรอ เป็นพิธีกรในงานเขาเลยนะ ต้องพูดถึงความรักของเขาทั้งสองด้วย”
“ค่ะ”
“ถ้าทำได้อย่างนั้น ก็แปลว่ามุกไม่รักนายคิมหันต์อีกแล้วใช่มั้ย”
“เอ่อ…”
“ว่าไง”
“มันอาจจะเร็วไปที่จะพูดอย่างนั้น แต่ มุกต้องยอมรับมันให้ได้ค่ะ”
“งั้นอย่าอยู่ที่นี่เลย เชื่อพี่ ไปเชียงรายกับพี่เถอะ”
“เชียงราย”
“พี่จะใส่ชื่อมุกให้ไปทำงานกับพี่ที่เชียงราย”
“ขอมุกคิดดูก่อนนะคะ”
“งั้นวันนี้กินข้าวกับพี่นะ กินไป คิดไปไง”

ฟากคิมหันต์วางแฟลชไดรฟ์บนโต๊ะพักตรา
“รูปทะเลสวยๆ ผมเซฟมาให้คุณในนี้นะ”
“กลับจากทะเลก็มาหาพักตร์เลยใช่มั้ยคะเนี่ย ดูสิ ดำไปตั้งเยอะ พักตร์ว่าคิมไปนวดตัวหน่อยดีมั้ย จะได้มีน้ำมีนวล”
“อย่าเลย ผมเขินหมอนวด”
“งั้นวันนี้เราไปลองชุดกันนะคิม เดี๋ยวพักตร์โทร. นัดเขาก่อน”
“ผมรอข้างนอกนะ”
คิมหันต์เปิดประตูเดินออกไปนอกห้อง

คิมหันต์เดินออกมายืนกลางระเบียงทางเดิน เขามองเห็นอะไรบางอย่างที่ทางเดินฝั่งตรงข้าม เป็นภาพมุกรินเดินยิ้มหัวเราะหัวใคร่อย่างเป็นกันเองกับปรารภ ความรู้สึกไม่พอใจแล่นลิ่วประทุขึ้นในใจเขาโดยพลัน
ปรารภและมุกริน เดินมาเจอคิมหันต์
มุกรินยิ้มให้คิมหันต์ ทว่าคิมหันต์ตอบแทนรอยยิ้มด้วยอาการเมินเฉย เขาเอ่ยปากประชดประชันทันที
“เพิ่งรู้ว่างานของคุณคือเดินเล่น หัวเราะเล่นกับเจ้านาย ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนก็ทำงานอย่างนี้หรือเปล่า หรือว่าเพิ่งเป็นหลังจากโดนถอนหมั้น”
มุกรินหน้าชากับท่าทีของคิมหันต์ มันช่างต่างจากคืนที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง
“มุกก็ทำงานเหมือนเดิม เหมือนที่เคยทำทุกอย่าง”
“มิน่าล่ะ ชอบเข้าออฟฟิศดึกๆ ดื่นๆ เสมอ ผมเพิ่งรู้ความจริงเดี๋ยวนี้เอง”
มุกรินโกรธจัด “คิมหันต์”
“ผมว่าคุณพูดจากับผู้หญิงไม่สุภาพเลยนะ” ปรารภติง
“ผมจะสุภาพหรือไม่สุภาพ ก็ไม่เกี่ยวกับพ่อหม้ายอย่างคุณ”
พักตราก้าวออกมาจากห้องทำงานของเธอพอดี เปล่งเสียงสดใสทายทัก
“กลับมาแล้วเหรอมุกริน รู้มั้ยว่า ตาผู้จัดการคนนี้บ่นคิดถึงเธอมากขนาดไหน”
“ผมไม่ได้บ่นนะครับ เป็นการถามถึงตามหน้าที่ต่างหาก”
พักตรากระเซ้า “เหอะน่า อย่าอาย”
คิมหันต์และมุกริน ต่างจ้องมองซึ่งกันและกัน
“อ้อ แล้วก็อย่าลืมนะมุก เธอต้องเป็นพิธีกรงานหมั้นของฉันกับคิม”
มุกรินตัดสินใจเอ่ยปาก
“ขอโทษนะคะ ดิฉันต้องไปทำงานที่เชียงรายกับพี่รภ สามอาทิตย์ค่ะ”
ปรารภลอบยิ้มโดยไม่ให้ใครเห็น
“ผมบอกคุณพักตราไปแล้วไงครับ”
“ก็ฉันสั่งให้เปลี่ยนคนแล้วนี่”
“ดิฉันส่งชื่อไปให้ผู้ใหญ่ทางโน้นแล้ว อยู่ๆ เปลี่ยนคน ก็จะดูไม่ดีสำหรับบริษัทนะคะ”
“ไปกันสองคนตามลำพังสามอาทิตย์เชียวเหรอ”
“ค่ะ”
พักตราหัวเราะแบบมีเลศนัย
“ดีใจด้วยนะคะคุณปรารภ”
คิมหันต์จ้องหน้ามองตามุกรินเขม็ง
“ขอให้มีความสุขสุดยอด ตลอดสามอาทิตย์นะครับ”
มุกรินสวนกลับ “เช่นกันค่ะ”
พักตราควงแขนคิมหันต์เดินออกไปแล้ว

มุกรินมองตาม ทั้งรัก ทั้งโกรธ และ ชิงชัง สุดจะประมาณ

อ่านต่อตอนที่ 5



กำลังโหลดความคิดเห็น...