xs
xsm
sm
md
lg

เจ้านาง ตอนที่ 14

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เจ้านาง ตอนที่ 14

มนต์ทิพย์หน้าตาทรุดโทรม โผเข้าหาบุญสลักที่อยู่ในห้องขัง
 
“ผมจะได้ประกันตัวแล้วนะทิพย์”
“จริงหรือคะ”
“ตำรวจพบหลักฐานว่าที่ตึกถล่มเป็นความบกพร่องของวิศวกรคนเก่า”
“ทิพย์ดีใจเหลือเกินค่ะ ถ้างั้น ทิพย์จะรีบกลับไปเอาโฉนดที่ดินมาประกันตัวคุณนะคะ”
“ไปค่ะ คุณทิพย์”
มนต์ทิพย์กับปีบดีใจมาก รีบผละออกไป บุญสลักยิ้ม แก้ปัญหาไปได้ขั้นหนึ่ง

เขมิกาเดินมาที่ห้องสารวัตรตำรวจบนโรงพัก หอบซองเอกสารมาด้วย ปีบเห็นก็ยืนขวาง
“หลีกไป”
“เข้าไปไม่ได้ค่ะ”
“ทำไม”
“คุณมนต์ทิพย์ประกันตัวคุณบุญสลักอยู่ค่ะ”
“น้ำหน้าอย่างมันจะหาเงินที่ไหนมาประกันตัวบุญสลัก อย่างดีก็บีบน้ำตาขอความเห็นใจคุณตำรวจ”
สารวัตรกับมนต์ทิพย์ออกมาจากภายในห้อง เขมิกากับมนต์ทิพย์ประสานสายตากัน
“ตกลงการประกันตัวก็เรียบร้อย แต่ยังไงคดีในศาลก็ยังไม่ยุตินะครับ นี่เป็นการประกันตัวผู้ต้องหาชั่วคราวเท่านั้น”
“ทิพย์ทราบค่ะ กราบขอบพระคุณมากค่ะ”
เขมิกายิ้มเยาะ
“ยินดีด้วยนะ แต่ฉันว่าถึงขั้นศาลแล้วล่ะก็ เธอคงไม่มีปัญญาหรอก”
เขมิกาเดินไป ปีบเบ้ปาก ตำรวจไปเปิดประตูห้องขัง บุญสลักออกมา โผเข้ากอดมนต์ทิพย์
“ขอบใจมากทิพย์”
พวงครามหอบโฉนดเพื่อมาประกันตัวบุญสลัก
“คุณพักตร์ ติดต่อตรงไหน รีบเลย ดิฉันเป็นห่วงลูก”
พักตร์พริ้งชะงักเห็นทั้งสองคน
“คงไม่ต้องแล้วมั้งคะคุณพี่”
พวงครามเห็นบุญสลักจับมือมนต์ทิพย์อยู่ นมผ่องเรียก
“คุณหนู”
บุญสลักผละไปหาพวงคราม
“คุณแม่”
“หมดเคราะห์หมดโศกซะทีนะลูกนะ”
พักตร์พริ้งปรายตาไปทางมนต์ทิพย์
“หมดอะไรกันล่ะคะ ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล ใช้เงินอีกเท่าไหร่ก็ไม่รู้”
มนต์ทิพย์หน้าตึง
“ทิพย์จะขายบ้าน เอาเงินมาสู้คดีค่ะ”
บุญสลักตกใจ
“ทิพย์”
“อุ้ย ทำเป็นหน้าใหญ่ใจโต สมบัติแค่หยิบมือเดียว รู้มั้ยว่าทนายฝีปากดีๆ น่ะค่าตัวแพงจะตาย”
พวงครามไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
“กลับมาอยู่บ้านเราเถอะนะบุญสลัก เสียเงินเสียทองมากมายแค่ไหน แม่ยอมทั้งนั้น ขอแค่ลูกปลอดภัยก็พอ เรามีกันแค่สองคนเท่านั้นนะ”
“แต่ผมแต่งงานแล้วนะครับ ผมต้องรับผิดชอบทิพย์ ผมจะหาเงินมาสู้คดีเองครับ”
พวงครามค้อนลูกชาย เสียใจที่บุญสลักไม่ยอมโอนอ่อนกับตน
“อวดดีนัก เพราะผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนเดียวแท้ๆ ตระกูลของเราถึงต้องด่างพร้อย”
“คุณพักตร์ขา สงสารคุณหนูเถอะค่ะ”
พักตร์พริ้งค้อนบุญสลักกับมนต์ทิพย์
“ฉันจะเลิกด่ามันก็ได้ แต่จะคอยดูน้ำหน้ามันซิ เดือดร้อนขนาดนี้ สุดท้าย คงจะพ้นเราหรอกค่ะ”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ถ้าทิพย์จำเป็นต้องวิ่งเต้น ทิพย์ก็จะไม่ขอความช่วยเหลือจากคุณพักตร์พริ้งเป็นอันขาด”
“อวดดี จองหอง ให้ทำได้อย่างที่ปากพูดเถอะย่ะ”
“ตอนนี้ทิพย์ไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนครับ แล้วผมจะกลับไปหาคุณแม่นะครับ”

พวงครามค้อนมนต์ทิพย์วงใหญ่

เขมิกาโยนซองเอกสารทิ้งอย่างหงุดหงิด
 
“เป็นอะไรเขม”
“เขมไปไม่ทันค่ะคุณย่า นังมนต์ทิพย์มันประกันบุญสลักตัดหน้าโฉมไปแล้ว”
“ก็ไม่แปลกนี่จ๊ะเขม”
“แปลกสิคะ คราวนี้เขมกับบุญสลักก็คงห่างกัน นังทิพย์มันคงหัวเราะเยาะเขมที่มันเอาชนะเขมได้”
“คุณพ่อของเขมแค่ยกเลิกโครงการ แต่ไม่ได้ไล่ออกซะหน่อย ยังมีโครงการอสังหาริมทรัพย์อีกตั้งมากมายให้บุญสลักได้บริหาร”
“จริงสิคะคุณย่า”
เขมิกายิ้มออก

ตอนค่ำ พวงครามนั่งมองโทรศัพท์ ถอนใจ นมผ่องนั่งข้างๆ วันต่อมา พวงครามนั่งมองหน้านมผ่อง ทั้งสองหันมองโทรศัพท์พร้อมกัน ถอนใจ พักตร์พริ้งเพิ่งกลับจากงานเดินเข้ามา พวงครามถอนใจ
“ตาบุญสลักหายเงียบไปเลยค่ะคุณพักตร์”
“ก็คงจะวุ่นๆ หาเงินมาสู้คดีนั่นแหละคะ”
พักตร์พริ้งลุกขึ้นไปยกหูโทรศัพท์
“คุณพักตร์ จะทำอะไรคะนั่น”
“อยากรู้ โทรไปถามซะก็สิ้นเรื่อง จะมานั่งเดากันอยู่ทำไมล่ะคะ”
พักตร์พริ้งถือสายรอครู่หนึ่ง
“นี่ นังปีบ เจ้านายหล่อนเป็นยังไงบ้าง”
“สบายดีค่ะ”
“จะสบายได้ยังไง ตาบุญสลักยังต้องไปให้การที่โรงพักไม่ใช่เหรอ”
“ค่ะ แต่ก็ดูสดใสดีนี่คะ คุณพักตร์จะพูดสายกับคุณบุญสลักมั้ยล่ะคะ”
“ไม่ล่ะ”
ปีบยิ่งงง ที่พักตร์พริ้งโทรมาแต่ไม่ยอมคุยกับหลานชาย
“ว่าแต่ ผัวเมียเขาทะเลาะกันบ้างหรือเปล่า ฮึ”
“ทะเลาะ เอ ก็ไม่นี่คะ ทำไมจะต้องทะเลาะด้วยล่ะคะคุณพักตร์”
“อ้าว ก็ผัวมีปัญหาขึ้นโรงขึ้นศาล แต่นังเมียจนกรอบ ไม่มีปัญญาจะช่วยเหลือ มันน่าโมโหใช่มั้ยล่ะ นังปีบ”
“เอ ยังไงไม่ทราบสิคะ แต่เห็นคุณบุญสลักกลับมาก็อี๋อ๋อกับคุณทิพย์ จูบแก้มซ้าย หอมแก้มขวา แล้วก็พากันขึ้นไปอาบน้ำอยู่เนี่ยค่ะ ไม่รู้ใครอาบให้ใครนะคะ อุ๊ย พูดแล้วก็เขิน”
“บ้า พูดจาลามก”
ปีบแกล้งหัวเราะเขินเกินจริง
“ไม่ได้ลามกนะคะ ก็สองคนนั่น เจอหน้ากันเป็นต้องจ๊วบๆๆ เงี้ยค่ะ”“อีบ้า บัดสี”
พักตร์พริ้งวางสาย กระแทกตัวนั่ง ทุกคนเฝ้ารอฟังพักตร์พริ้ง แต่ไม่กล้าถาม
“พวกเรารึ เดือดเนื้อร้อนใจจะเป็นจะตาย แต่นังลูกปอบนั่นกลับระริกระริ้ ออเซาะผัว หลานนะหลาน หลงเมียจนโงหัวไม่ขึ้น เจ็บใจนัก”
พวงครามทิ้งตัวพิงโซฟาอย่างหมดแรง เสียใจที่บุญสลักเห็นเมียดีกว่าแม่

ตอนเช้า บุญสลักแต่งตัวทำงาน มนต์ทิพย์จับเนคไทให้เข้าที่ ใจยังกังวลเรื่องคดี บุญสลักหันมาหอมแก้มภรรยา
“ผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ทิพย์ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น”
“ขอให้เรื่องร้ายๆ นี่ผ่านไปเร็วๆ นะคะ ทิพย์รักคุณค่ะ”
บุญสลักหอมแก้มภรรยา รักมาก
“แค่มีคุณ ชีวิตผมก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้วทิพย์”
ทั้งสองกอดกันอย่างแสนรัก เมื่อบุญสลักไปแล้ว มนต์ทิพย์ทำความสะอาดห้องรับแขก เสียงรถดังเข้ามา เธอรีบออกไปดู เห็นเขมิกายิ้มร้าย เดินตรงเข้ามา
“ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันคงไม่กล้ามาที่นี่อีกแล้วล่ะ”
“ที่ฉันต้องมา ก็เพราะฉันเห็นแก่บุญสลัก”
“นี่เธอยังสติดีอยู่หรือเปล่า ฮึ เก็บความหวังดีของเธอคืนไปซะ แล้วก็อย่าเที่ยวเอามาหยิบยื่นให้สามีคนอื่นแบบนี้ มันน่ารังเกียจ”
“ฉันรู้ว่าเธอรักบุญสลักมาก แต่เธอจะเป็นตัวถ่วงเขาอยู่แบบนี้ตลอดไปเลยเหรอ ฮึ”
“เธอพูดอะไรของเธอน่ะ เขมิกา”
“ฉันช่วยให้บุญสลักหลุดคดีได้ ช่วยให้หน้าที่การงานของเขาก้าวหน้า และมั่นคงได้ ในขณะที่เธอไม่มีปัญญา”
“หุบปากแล้วก็กลับไปซะ ที่นี่ไม่ต้อนรับเธอ”
“คิดดูให้ดีๆ นะมนต์ทิพย์ ถ้าเธอรักบุญสลักจริง ก็อย่าฉุดให้เขาต้องจมปลักอยู่กับเธอต่อไปอีกเลย”
“ฉันบอกให้ออกไป”

เขมิกาหัวเราะหยันเดินออกไป มนต์ทิพย์ซวนเซ นั่งลงบนโซฟาอย่างหมดแรง

บุญสลักนั่งทำงานสักพัก มองนาฬิกา เก็บของจะกลับบ้าน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขารีบรับสาย
 
“ตาบุญสลักใช่มั้ย”
“ครับ คุณอา”
“คุณพี่ไม่สบายมาก หลานรีบมาที่บ้านด่วนเลยนะ บุญสลัก”
“คุณแม่เป็นอะไรครับ คุณอา”
“อาก็ไม่รู้ เอาแต่ร้องโวยวายยังกะถูกผีเข้า อุ๊ย แค่นี้ก่อนนะบุญสลัก คุณพี่อาการกำเริบอีกแล้ว คุณพี่ขา คุณพี่”
แหวนกับแช่มยิ้มให้กัน สมรู้ร่วมคิด บุญสลักรีบเก็บของ เป็นห่วงแม่มาก รีบออกไป มนต์ทิพย์นั่งซึมที่โต๊ะสนามในสวนหน้าบ้าน คิดถึงคำพูดเขมิกา
“อย่าฉุดเขาให้จมปลักอยู่กับเธอต่อไปอีกเลย”
มนต์ทิพย์ถอนใจเป็นระยะ ปีบเฝ้ามองอยู่ห่างๆ แต่ไม่กล้าเข้าใกล้

แหวนกับแช่มซุ่มดูอยู่ที่ห้องนั่งเล่นบ้านบุญสลัก แล้วหันมาส่งสัญญาณ
“มาแล้วค่ะ มาแล้ว”
แหวนกับแช่มตื่นเต้นกันมาก พักตร์พริ้งรีบหันไปบอกพวงคราม
“มาแล้วค่ะคุณพี่ เริ่มได้เลยค่ะ”
พวงครามเริ่มโวยวาย ทำเป็นเห็นผี กรีดร้อง หัวเราะเสียงดัง พักตร์พริ้งแกล้งทำหวาดกลัว
“คุณพี่ โอย แกเป็นผีมาจากที่ไหนก็กลับไปที่นั่นนะ อย่าจองเวรกันเลย แล้วฉันจะกรวดน้ำให้แกทุกวัน”
บุญสลักเข้ามา ยืนอึ้ง พวงครามยังร้องไห้ สลับหัวเราะอยู่ เขมิกายืนอยู่ใกล้
“คุณแม่ อาพักตร์ คุณแม่เป็นอย่างนี้มานานหรือยัง”
พักตร์พริ้งแกล้งร้องไห้ เหมือนจัดการอะไรไม่ได้
“อาทำเต็มที่แล้ว แต่ผีมันก็ไม่ยอมออก”
“นั่นสิคะคุณอา เขมก็ทำเต็มที่แล้ว ผีมันดื้อมากเลยค่ะ”
บุญสลักเดินเข้ามาหาแม่ แต่พวงครามโวยวายชี้หน้า
“อย่า อย่าเข้ามา อย่าเข้ามา ฉันกลัวแล้ว”
“คุณแม่ คุณแม่เป็นอะไรครับ”
“อย่านะ ฉันกลัวแล้ว ออกไปให้พ้น ได้โปรดเถอะไป”
“คุณอาขา นี่บุญสลักนะคะ บุญสลักลูกชายคุณอาไงคะ”
“โถ คุณพี่ของน้อง บาปกรรมอะไรหนอ ถึงขนาดจำลูกเต้าไม่ได้”
“คุณแม่ครับ นี่ผมเองนะครับ คุณแม่”
พวงครามทำเป็นชะงัก มองหน้าบุญสลัก ลูบแก้มลูกชาย
“ลูก บุญสลัก อย่าทิ้งแม่ไปอีกนะ แม่กลัว มันน่ากลัวเหลือเกิน เงาดำๆ มันจะมาเอาชีวิตแม่”
ทั้งหมดพร้อมใจกันออกไป นมผ่องส่ายหน้าไม่เห็นด้วย ปล่อยให้เขมิกา พวงครามอยู่กับบุญสลักตามลำพัง เขมิกาเสียงเครือ ทำห่วงมาก
“คุณอาขา เขมกับบุญสลักอยู่นี่แล้วนะคะ”
“คุณแม่ใจเย็นๆ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”
“บุญสลัก หนูเขมนี่เป็นคนรักของบุญสลักหรือลูก”
เขมิกาแกล้งมองหน้าบุญสลักให้รู้ว่าตนไม่ต้องการแบบนี้ แต่พวงครามเพ้อไปเอง
“หนูเขมอย่าทิ้งแม่ไปนะลูก ช่วยแม่ด้วย บุญสลัก”
พวงครามคว้าบุญสลักกับเขมิกามากอดไว้ด้วยกัน ตัวยังสั่นอยู่ แล้วแอบยิ้มสมใจ

ที่โต๊ะอาหาร บ้านมนต์ทิพย์ อาหารตักใส่จานวางจนเย็นชืด มนต์ทิพย์นั่งซึม ถอนใจเป็นระยะ ปีบเฝ้ามองอยู่ใกล้ๆ จะพูดอะไรแต่ก็ไม่กล้า ได้แต่มองมนต์ทิพย์ด้วยความสงสาร ละอองคำยืนมองหลานสาวด้วยสายตาร้าย รอคอยจังหวะเวลา เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปีบจะออกไปรับ แต่มนต์ทิพย์รีบลุกขึ้นไปรับเอง
“สวัสดีจ้ะทิพย์ ทำอะไรอยู่จ๊ะ”
“นี่เขมิกา ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันไม่หน้าด้านโทรมาหรอกนะ”
เขมิกาหันไปหาพักตร์พริ้ง ใส่จริต ทำเป็นไม่กล้าพูด พักตร์พริ้งรีบกระตุ้น
“เอ่อ เขมจะโทรมาบอกว่า คืนนี้ทิพย์คงต้องนอนคนเดียวนะคะ เพราะว่าบุญสลักต้องช่วยเขมเฝ้าคุณแม่ คุณแม่พวงครามน่ะค่ะ”
“แล้วเธอมาเกี่ยวอะไรด้วย ฮึ เขมิกา”
เขมิกาแกล้งอ้ำอึ้ง
“อ้าว เอ่อ”
พักตร์พริ้งคว้าสายไปคุยเอง
“หนูเขมน่ะเป็นว่าที่สะใภ้บ้านนี้ จะเข้านอกออกในตอนไหนก็ได้ย่ะ”
“คุณอา”
“แล้วก็ไม่ต้องห่วงผัวหรอกนะ เพราะว่าหนูเขมจะดูแลตาบุญสลักอย่างดีเชียวล่ะ ส่วนหล่อน ก็เตรียมตัวเป็นหม้ายผัวทิ้งได้เลยนังสะใภ้เถื่อน”
พักตร์พริ้งหัวเราะหยัน กระแทกหูใส่ มนต์ทิพย์ถือหูโทรศัพท์ค้าง โกรธจัด ละอองคำยืนยิ้มสมใจอยู่นอกหน้าต่าง
“คุณทิพย์ เกิดอะไรขึ้นคะ”
“พี่ปีบ ทิพย์จะไปบ้านบุญสลัก”
“คุณทิพย์ขา พี่ปีบว่า”
มนต์ทิพย์ยกมือห้ามปีบไม่ให้พูด แล้วหันไปกดโทรศัพท์ รอสักครู่
“แฟรงค์ นี่ทิพย์นะ”

มนต์ทิพย์ถือสายอยู่ด้วยอารมณ์โกรธ

เวลาต่อมา มนต์ทิพย์เดินเร็วๆ เข้ามาบ้านบุญสลัก แหวนแช่ม ตกใจ รีบเข้าขวาง
 
“เข้าไปไม่ได้”
“ใช่ๆ ห้ามเข้ามานะ มาทางไหนกลับไปทางนั้นเลย ชิ้วๆ”
“ขวางฉันทำไม ฉันมาหาบุญสลัก”
“เอ่อ”
พักตร์พริ้งเดินออกมา
“บ้านนี้ไม่ต้อนรับหล่อน กลับไปซะ ฉันจะบอกให้เอาบุญนะ ตาบุญสลักเขาไม่กลับไปหาหล่อนอีกแล้ว”
เขมิกาตามมา เบ้ปากใส่มนต์ทิพย์
“เขาเบื่อเมียจนๆ รู้ตัวไว้ซะด้วยว่าหล่อนน่ะหมดเสน่ห์แล้ว”
มนต์ทิพย์โกรธมาก แต่อยากเจอบุญสลัก จะฝ่าเข้าไป พักตร์พริ้งเข้าขวาง“สะใภ้บ้านนี้ต้องเพียบพร้อมอย่างหนูเขมนี่ จำใส่กะลาหัวผุๆ ของหล่อนไว้ซะด้วย นังลูกปอบ”
พักตร์พริ้งหัวเราะสะใจ เขมิกามองมนต์ทิพย์อย่างเยาะเย้ย มนต์ทิพย์มองทั้งสองอย่างแค้นเคือง ก่อนจะวิ่งฝ่าทุกคนเข้าไป จะขึ้นไปบนบ้าน แหวนแช่มวิ่งตามยื้อยุดไว้
“ขึ้นไปไม่ได้นะ ลงมา”
“มาสิ กล้าก็เข้ามาเลย”
มนต์ทิพย์เงื้อมือ
“ยืนเซ่ออยู่ทำไมล่ะ เลี้ยงเสียข้าวสุกนี่พวกแก ลากคอมันลงมา”
พักตร์พริ้งสั่ง แหวนกับแช่มปรี่จะเข้ามาดึงมนต์ทิพย์ แต่มนต์ทิพย์ไวกว่า ทั้งตบทั้งถีบ แหวน แช่ม กลิ้งตกบันไดไม่เป็นท่า
“ว้าย ช่วยด้วยค่ะคุณพักตร์”
“ตายแล้ว ป่าเถื่อนที่สุด หนูเขม โทรเรียกตำรวจเร็ว”
พวงครามยืนอยู่หัวบันได กุมหัว เหมือนป่วยมาก
“นี่มันอะไรกัน คุณพักตร์ หนูเขม ถึงกับจะต้องเรียกตำรวจเลยเหรอ”
“ก็นังผู้หญิงหน้าด้านคนนี้น่ะสิคะ ร้องหาผัวไปทั่ว บอกไม่อยู่ก็ไม่เชื่อ”
“ทิพย์แค่มาขอพบบุญสลักเท่านั้นค่ะ”
“เขาไม่ได้อยู่ที่นี่”
“ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ”
“จะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของหล่อน เพราะถึงยังไงเขาก็จะไม่มาพบหล่อนอีกแล้ว บุญสลักเพิ่งตกลงว่าจะแต่งงานกับหนูเขมิกา”
พวงครามหัวเราะเยาะ
“ไม่จริง เขาแต่งงานกับฉันแล้ว”
“แต่งได้ก็เลิกได้ กะอีแค่วิวาห์เถื่อน”
พักตร์พริ้งหัวเราะชอบใจ
“บุญสลักจดทะเบียนกับฉันแล้ว เขมิกา ยังไงเธอก็ไม่มีสิทธิ์”
“จดได้ก็หย่าได้ ฉันก็จะฟ้องหย่าให้ลูกชายฉัน ดูซิ ผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าที่มีแต่ตัวอย่างหล่อน จะเอาน้ำยาอะไรมาสู้กับฉัน”
มนต์ทิพย์จะขึ้นบันได แต่พวงครามเดินลงมาขวางไว้
“กลับไปซะ นังตัวซวย แต่งงานไม่เท่าไหร่ผัวก็โดนจับขังคุก ลูกชายฉันต้องเคราะห์ร้ายก็เพราะมีเมียกาลกิณีอย่างหล่อน”
มนต์ทิพย์ชี้หน้าเขมิกาอย่างโกรธแค้น
“ทั้งหมดมันเกิดจากผู้หญิงใจชั่วคนนี้ต่างหากที่สั่งให้พ่อตัวเองยกเลิกโครงการ”
“คุณอาขา เขมไม่รู้เรื่องจริงๆ นะคะ นังนี่มันใส่ร้ายเขม”
“ฉันไม่ได้ใส่ร้าย แต่เพราะเธอ ถึงมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นกับบุญสลักไม่หยุดหย่อน ผู้หญิงคนนี้ต่างหากที่เป็นตัวซวย”
“ปากดีนัก แบบนี้ต้องเอาเลือดชั่วออกซะบ้าง”
พักตร์พริ้งปรี่เข้าไปกระชากผม แต่มนต์ทิพย์หลบ แล้วผลักพักตร์พริ้งจนเสียหลักทั้งคู่ มนต์ทิพย์เหยียบขั้นบันไดพลาด หงายหลังตกลงมา
“ว้าย”
แฟรงค์วิ่งเข้ามา หน้าตื่น
“ไอ้ทิพย์”
พักตร์พริ้งคว้าพวงครามที่กำลังจะเข้าช่วยตน กระชากเต็มแรง พวงครามไม่ทันตั้งตัวกลิ้งตกบันไดต่อหน้าต่อตาทุกคน
“ว้าย”
“คุณพี่”
“คุณอา”
มนต์ทิพย์หัวกระแทกราวบันได นิ่งไป พวงครามตกลงมาทับร่างมนต์ทิพย์ บุญสลักวิ่งลงบันไดมาพอดี
“คุณแม่ ทิพย์”
บุญสลักปราดเข้าประคองพวงคราม
“คุณแม่ คุณแม่เป็นยังไงบ้างครับ”
“โอ๊ย ช่วยแม่ด้วย บุญสลัก ขาแม่”
“นังมนต์ทิพย์มันจะฆ่าคุณพี่ ตาบุญสลัก เมียแกจะฆ่าแม่แก ตาบุญสลัก”
มนต์ทิพย์หน้านิ่วเจ็บที่ศีรษะสบตาบุญสลัก
“ไม่จริง ฉันไม่ได้ทำ”
มนต์ทิพย์จะลุกขึ้น แต่เซไป ขณะที่บุญสลักประคองพวงครามไว้

“ฉันเห็นกับตา มนต์ทิพย์ เธอตั้งใจจะฆ่าคุณอา”

เจ้านาง ตอนที่ 14 (ต่อ)

บุญสลักมองมนต์ทิพย์ด้วยสายตาผิดหวัง กอดแม่ไว้ พูดเบาๆ ได้ยินกันแค่สองคนกับมนต์ทิพย์
 
“ป่าเถื่อนที่สุด คุณทำกับแม่ผมได้ยังไง ทิพย์”
มนต์ทิพย์ส่ายหน้าทั้งน้ำตา เลือดไหลที่ปากกับศีรษะแต่บุญสลักไม่สนใจ
“ทิพย์เปล่านะคะ ทิพย์ไม่ได้ทำ”
มนต์ทิพย์คว้าแขนบุญสลัก แต่บุญสลักสลัดมือออก มนต์ทิพย์ตกใจ ผิดหวังอย่างที่สุด พักตร์ชี้หน้าด่า
“แกแค้นที่คุณพี่ไม่ยอมรับเป็นสะใภ้ แกจะฆ่าคุณพี่ อีผีปอบ อีฆาตกร”
แหวน แช่ม นมผ่อง เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ไม่กล้าพูดอะไร นมผ่องร้องไห้“คุณหนูขา พาคุณแม่ไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ”
บุญสลักไม่สนใจมองมนต์ทิพย์ ประคองพวงคราม
“โอย ขาแม่คงหัก แม่เดินไม่ได้”
มนต์ทิพย์ปากแตก เลือดไหล มองความโกลาหล เม้มปาก คับแค้นใจ น้ำตาไหลพราก
“ไปรถฉันก็ได้ ฉันขับรถให้ ไอ้ทิพย์ กลับไปบ้านก่อนนะโว้ย ดูแลตัวเองด้วย”
มนต์ทิพย์ยืนนิ่ง เลือดไหลจากศีรษะ

รถยนต์ขับออกจากบ้านบุญสลัก พาพวงครามไปโรงพยาบาล มนต์ทิพย์ผมเผ้ายุ่งเหยิง ออกมาเป็นคนสุดท้าย ไม่มีใครสนใจ แช่ม แหวน เห็นมนต์ทิพย์ก็ทำหน้าแหยงๆ เลี่ยงไป พักตร์พริ้งกับเขมิกาหันมาเห็น ก็ปรี่เข้าไปไล่
“ไปซะให้พ้นๆ บ้านนี้ไม่ต้อนรับหล่อนอีกแล้ว นังตัวซวย”
มนต์ทิพย์มองเขมิกากับพักตร์พริ้งด้วยสายตาโกรธแค้น
“ฉันจะจำไว้ว่าพวกคุณทำอะไรกับฉันบ้าง”
มนต์ทิพย์ผละไป แหวน แช่ม โบกมือไล่ พักตร์พริ้งกับเขมิกาสะใจ ถามเขมิกาเบาๆ
“หนูเขม ลูกน้องของพ่อหนูที่อาขอไว้ล่ะ พร้อมแล้วใช่มั้ย”
“พร้อมแล้วค่ะ คุณอา”
เขมิกากับพักตร์พริ้งมองหน้าอย่างรู้กัน ยิ้มมีเลศนัย
“เรารีบไปโรงพยาบาลกันเถอะ จะได้ไม่มีใครสงสัย”
พักตร์พริ้งจูงมือเขมิกาออกไป

พวงครามถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน ร้องโอดโอย บุญสลักคอยจับมือแม่ตลอดทางอย่างห่วงใยมาก แฟรงค์ประคองนมผ่อง วิ่งตามมาติดๆ เป็นห่วงพวงครามมาก
“คุณแม่ทำใจดีๆ นะครับ”
“แม่เจ็บเหลือเกินลูก บุญสลัก แม่จะตายมั้ยลูก โอ๊ย”
“คุณแม่ต้องไม่เป็นไร เชื่อผมนะครับ”
บุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนไข้เข้าไปในห้องฉุกเฉิน กันญาติไว้ให้รอด้านนอก
 
บุญสลักทิ้งตัวนั่งหน้าห้องฉุกเฉินอย่างหมดแรง กลุ้มใจทั้งเรื่องแม่และเรื่องภรรยา

มนต์ทิพย์เดินร้องไห้ไปตามถนน เสียใจที่บุญสลักกล่าวหาว่าทำร้ายพวงคราม
 
“ทิพย์ไม่ได้ตั้งใจ ทุกคนเกลียดทิพย์ ทำร้ายทิพย์ ทำไมคุณไม่ฟังบ้าง”
มนต์ทิพย์เดินไปเรื่อยๆ เจอกลุ่มอันธพาลกำลังรออยู่ที่ศาลาริมทางตามคำสั่งเขมิกา
แต่มนต์ทิพย์ไม่ได้สนใจ เดินผ่านไป อันธพาลสะกิดกันให้มองมนต์ทิพย์ แล้วลุกออกมา
“มาแล้วโว้ย ไปไหนจ๊ะน้องสาว”
“อุ๊ย ร้องไห้ โถๆๆ ใครทำให้น้องสาวคนสวยเสียใจหรือจ๊ะ”
“มามะ มาให้พี่ปลอบดีกว่าจ้ะคนสวย”
มนต์ทิพย์ตกใจ ถอยหลังกรูด
“เอ่อ ไม่มีอะไรจ้ะ พี่ชาย ฉันแค่มาเยี่ยมญาติแถวนี้”
“ญาติ ไหนล่ะญาติน้องน่ะ ฮึ”
มนต์ทิพย์ถอยหนี ออกวิ่ง ตะโกนร้องให้คนช่วย อันธพาลวิ่งมาดักหน้าหลัง
“ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ”
“ไม่ต้องร้องให้แสบคอหรอกจ้ะ น้องสาว แถวนี้น่ะ พี่คุม”
“ไม่มีใครช่วยน้องได้หรอกจ้ะ”
“ปล่อยฉันนะ ปล่อย อย่าทำอะไรฉันเลยนะ”
อันธพาลทั้งสามช่วยกันจับมนต์ทิพย์ ดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่หลุด มนต์ทิพย์กลัวมาก “ไปสวรรค์กับพี่ดีกว่า คนสวย”
“อย่านะ อย่าทำฉัน”
มนต์ทิพย์ทั้งดิ้นทั้งถีบ
“ฤทธิ์มากนักนะ อีนี่ ชอบเจ็บตัวก็ไม่บอก”
อันธพาลต่อยท้อง มนต์ทิพย์ทรุดลงไปกองกับพื้น แล้วถูกทั้งสามคนลากเข้าป่าไป

บุญสลักนั่งเหม่อ คิดถึงแต่มนต์ทิพย์ ยังเสียใจที่มนต์ทิพย์ทำร้ายแม่ตัวเอง จึงพูดปรับทุกข์กับแฟรงค์ นมผ่องนั่งอยู่ข้างๆ
“ฉันก็ไม่รู้ว่ะ ทิพย์เขาดูโกรธแม่ฉันมาก”
“นมไม่เห็นกับตาว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่คุณหนูควรต้องรู้จักคุณทิพย์ดีกว่าใครอื่นสิคะ”
“แกไม่ควรสงสัยในตัวไอ้ทิพย์ เพราะฉันเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด”
บุญสลักมองแฟรงค์ ตกใจ
“นี่นายหมายความว่า”
“มันเป็นอุบัติเหตุ แล้วก็ไม่ใช่ไอ้ทิพย์ แต่เป็นอาพักตร์”
“จริงค่ะ แต่คุณหนูอย่าบอกไปนะคะว่านมพูด นมกลัวค่ะ”
“ไอ้ทิพย์คงเสียใจมากที่แกเข้าใจมันผิด”
บุญสลักส่ายหน้า ก้มหน้ากับมือตัวเอง แฟรงค์ตบบ่าให้กำลังใจเพื่อน หมอเข้ามา ทุกคนรีบลุกไป
“หมอครับ คุณแม่ผมเป็นไงบ้างครับ”
“คนไข้ปลอดภัยครับ แค่กล้ามเนื้อฉีก พักรักษาตัวไม่กี่วันก็หาย”
บุญสลักเบือนหน้าหนีทุกคนไปอีกทาง ส่ายหน้า นึกภาพที่มนต์ทิพย์เลือดเต็มหน้า มองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ
“ทิพย์ ผมขอโทษ”

อันธพาลทั้งสามกำลังจะรุมข่มขืนมนต์ทิพย์ กระชากเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เสียงแมวดังขึ้น
“เสียงแมวที่ไหนวะ”
“อย่าไปสนใจเลยว่ะ เร็วๆ เข้าเถอะ จะได้ถึงตาข้าบ้าง”
จู่ๆ แมวดำกระโดดตุ้บเข้ามาตรงหน้า อันธพาลทั้งสามตกใจ
“เฮ้ย ไอ้แมวบ้า ตกใจหมด”
มนต์ทิพย์มองแมวดำด้วยสายตาตระหนก รู้แล้วว่าละอองคำตามมา
“คุณยาย”
แมวดำร้องขู่เสียงดัง อันธพาลหากิ่งไม้มาไล่ แต่แมวไม่ไป แมวกลายร่างเป็นละอองคำหน้าตาน่าเกลียด ชูมือเล็บยาวแหลมน่ากลัวออกมายืนค้ำหัว อันธพาลตกใจมาก“เฮ้ย ผี ผีหลอก”
อันธพาลวิ่งหนีไป แล้วต้องชะงัก ผีเจ้ายืนแสยะยิ้มน่ากลัวมากขวางอยู่ กางกงเล็บน่ากลัว
“ไอ้พวกชั่ว ตายซะเถอะมึง”
ทั้งหมดหันหลังกลับ ก็เจอละอองคำดักไว้ ละอองคำชูมือที่มีเล็บแหลมยาวขึ้น แล้วจ้วงแทงอันธพาลทีละคน
“บังอาจทำร้ายหลานข้า ไอ้พวกเดนมนุษย์”
มนต์ทิพย์ปิดปาก ร้องไม่ออก มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความสยดสยอง อันธพาลทั้งสามนอนไส้ทะลัก แมวดำกระโดดเข้ามากินไส้อย่างเอร็ดอร่อย

เขมิกาเปิดประตูห้องพักผู้ป่วยของพวงครามออกมา เดินเร็วไม่หันมองหลัง แฟรงค์เปิดประตูออกมา รีบตาม
“เขม คุณเขม เราต้องพูดกันให้รู้เรื่อง”
“ปล่อยนะแฟรงค์ เขมเจ็บ”
“ไหนคุณว่าจะไม่วุ่นวายกับบุญสลักอีกไงล่ะเขม ผมถึงยอมไล่ไอ้ทิพย์ออกจากงาน คุณหลอกผมทำไม”
“เข้าใจผิดแล้วล่ะ ลองคิดดีๆ สิ ฉันไม่ได้หลอกอะไรคุณเลย ฉันแค่ขอร้อง แล้วคุณก็โง่ ช่วยฉันอย่างเต็มใจ”
“ไอ้ทิพย์นั่นเพื่อนเรานะ หัวใจคุณทำด้วยอะไร ฮึ เขมิกา”
“ฉันไม่รู้สึกอะไรสักนิด เพราะฉันไม่เคยคิดว่ามนต์ทิพย์เป็นเพื่อน”
เขมิกาผละไป แฟรงค์มองตาม
“ผมเคยรักผู้หญิงเลือดเย็นอย่างคุณได้ยังไง เขมิกา”

พวงครามร้องโอดโอยเหมือนเจ็บหนักอยู่ตลอดเวลา โดยมีพยาบาลตรวจเช็กอยู่ นมผ่องดูแลไม่ห่าง
“ฉันจะตายมั้ย นมผ่อง คุณพักตร์”
“ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะคุณ ถือซะว่าฟาดเคราะห์ไปนะคะ”
“ทำไมฟาดแรงนักล่ะฮึ นมผ่อง ขาฉันหักเชียวนะ”
“หักที่ไหนกันคะ กล้ามเนื้อฉีกนิดเดียว พักไม่กี่วันก็หายแล้วล่ะค่ะ”
“ที่คุณพี่ต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะใครล่ะคะ ฮึ น้องล่ะแค้นใจ”
“คุณพักตร์ขา ให้คุณผู้หญิงได้พักสมองบ้างเถอะนะคะ”
พักตร์พริ้งค้อนนมผ่อง แล้วค้อนไปยังบุญสลักที่กดโทรศัพท์อยู่อีกมุม บุญสลักเบี่ยงตัวไม่ให้คนในห้องได้ยินบทสนทนา
“ว่าไงนะ พี่ปีบ”
บุญสลักมองนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน
“ก็คุณเขมิกาโทรมายั่ว บอกว่าคุณจะแต่งงานใหม่ จะไม่กลับมาที่นี่อีก คุณทิพย์โกรธมาก จะไปคุยกับคุณให้รู้เรื่อง แล้วนี่คุณยังไม่เจอกันอีกหรือคะ แล้วคุณทิพย์หายไปไหนล่ะคะเนี่ย ดึกดื่นป่านนี้”

บุญสลักถือโทรศัพท์ค้างเป็นห่วงมนต์ทิพย์มาก

นกแสกผีบินผ่านบ้านละอองคำ ส่งเสียงร้องน่ากลัว
 
มนต์ทิพย์นั่งในห้องรับแขก ร้องไห้ขวัญเสียจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ละอองคำคอยปลอบ
“ยายเสียใจที่คนพวกนั้นมันรุมทำร้ายหลาน”
ผีเจ้าปรากฏกายอยู่ด้านหลัง แสยะยิ้ม แต่มนต์ทิพย์ไม่เห็น
“รับผีของยายไปเลี้ยงเถอะ แล้วจะไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้อีก”
“ผี เลี้ยงผีของยายเหรอคะ”
มนต์ทิพย์ยังเบลอๆ ละอองคำยิ้มสมใจ
“หลานจะชนะศัตรูทุกคนที่มันจ้องทำร้ายหลาน คิดดูสิ ถ้าผีของยายไม่ช่วยไว้ ป่านนี้เจ้าคงถูกไอ้พวกเศษมนุษย์รุมข่มขืนจนป่นปี้”
มนต์ทิพย์มองละอองคำอย่างชื่นชม ยายหลานกอดกัน

ที่กุฏิแม่ชี รุ้งแก้วกับอัปสรนั่งสมาธิกันอยู่หน้าโต๊ะหมู่บูชา จู่ๆ รุ้งแก้วลืมตา ตกใจมาก
“ถึงเวลาแล้วหรือนี่”
อัปสรลืมตามองรุ้งแก้ว
“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ คุณน้า”
“มนต์ทิพย์”
“ทิพย์ หมายความว่ายังไงคะ คุณน้า ทิพย์ทำไม หรือว่า คุณแม่”
รุ้งแก้วพยักหน้ารับ
“ช่วยหลานด้วยนะคะ คุณน้า ช่วยมนต์ทิพย์ด้วย”
รุ้งแก้วหลับตาเข้าสมาธิ อัปสรก้มกราบพระแล้วเข้าสมาธิอีกคน

ละอองคำเดินนำมนต์ทิพย์ขึ้นไปบนห้องนอน ทุกอย่างสวยงาม
“นังผู้หญิงใจชั่วคนนั้นมันจะแย่งผัวเจ้า นังแก่สองคนนั่นมันย่ำยีเจ้า”
มนต์ทิพย์เดินตามขึ้นบันไดไป ด้วยความเคลิบเคลิ้ม
“แต่ถ้าหลานมีอำนาจ จะไม่มีใครทำร้ายหลานได้อีก บ้านนี้เป็นของยาย ต่อไปมันจะเป็นของหลาน”
ทั้งสองเดินตามกันเข้ามาในห้องนอนละอองคำ กรวยดอกไม้เก่าๆ วางสงบอยู่ กำปั่นสมบัติวางอยู่อีกมุม จู่ๆ ก็เปิดขึ้นเอง มีสมบัติมากมาย
“สมบัติเหล่านี้จะเป็นของหลาน จะไม่มีใครดูถูกว่าหลานไร้หัวนอนปลายเท้า เพราะหลานเป็นถึงเชื้อสายเจ้านางเมืองนายผู้สูงศักดิ์”
ปิ่นเมืองปรากฏกายขึ้น
“ช่างชั่วช้าเหลือเกิน อีละอองคำเหย แม้แต่หลานในไส้ เจ้าก็ไม่ละเว้น”
มนต์ทิพย์ตกใจ
“ไปให้พ้น อีปิ่นเมือง หาใช่กงการของเจ้าไม่”
“อีมนต์ทิพย์ก็เชื้อเครือเจ้าพ่อ มันก็หลานข้า หาใช่ใครอื่น”
“เกิดอาเพศอันใดรึ อีปิ่นเมือง ถึงมานับญาติกับข้า มนต์ทิพย์หลานยาย อีสัมภเวสีปิ่นเมืองนี่แหละ ที่มันทำลายงานแต่งของเจ้า”
“อย่าไปฟังมัน มนต์ทิพย์ อีละอองคำมันจะทำให้เจ้าตกนรกทั้งเป็น”
จู่ๆ กายทิพย์ของรุ้งแก้วกับอัปสรก็ปรากฏขึ้นข้างปิ่นเมือง
“อย่านะหลาน มนต์ทิพย์ อย่าไปหลงเชื่อเจ้าพี่ละอองคำ”
“หยุดนะ นังรุ้งแก้ว ไม่ใช่กงการอะไรของเจ้า”
“น้องต้องการให้มนต์ทิพย์ได้สติ เจ้าพี่อย่าทำร้ายหลานเลยนะเจ้าคะ”
“ไม่ต้องมาแส่ หลานข้ามีสติ รู้จักผิดรู้จักชอบ ถึงได้รู้เจ็บรู้ปวดที่ไอ้อีพวกนั้นมันทำร้ายเอายังไงล่ะ ไม่ต้องไปฟังอีชีแก่นี่”
ปิ่นเมืองหัวเราะ
“ไงล่ะ อีละอองคำเหย ขนาดรุ้งแก้วยังไม่เข้าข้างเจ้า”
“ทิพย์ อย่ารับเลี้ยงผีของยายนะลูก”
“คุณแม่”
“ไปให้พ้น เจ้าก็เห็นแล้วนี่มนต์ทิพย์ ยามตกทุกข์ได้ยาก มีแต่ยายเท่านั้นที่ยื่นมือช่วยเจ้า จริงหรือไม่ หลานตรองเอาเถิด”
มนต์ทิพย์ครุ่นคิด
“ยาย”
อัปสรใจเสีย เห็นมนต์ทิพย์เริ่มอ่อน
“ไม่นะทิพย์ อย่าเชื่อยายนะลูก”
"อีอัปสร อีอกตัญญู เจ้าเองก็หามีปัญญาจะปกป้องลูก หลานข้าถึงต้องชอกช้ำปางตาย"
 
"เชื่อยาย แล้วเจ้าจะได้ทุกอย่าง เงิน อำนาจ ชนะศัตรู ยายรักเจ้านะ มนต์ทิพย์"

ละอองคำกอดมนต์ทิพย์ ทำหน้าเศร้า
“แต่หลานจะไม่ได้ความรัก จะไม่รู้จักความเมตตา”
ละอองคำหัวเราะหยันๆ
“ความรักรึ ที่หลานข้าต้องเจ็บปวดอยู่นี่ไม่เพราะความรักดอกรึ”
“มนต์ทิพย์ ชีวิตของหลานจะต้องตกอยู่ใต้อำนาจฝ่ายต่ำตลอดไป”
“ถ้าอยากแก้แค้นไอ้อีที่มันทำร้ายเจ้า ก็จงรับเลี้ยงผีของยายซะ”
มนต์ทิพย์มองละอองคำซึ่งเดินไปหยิบกรวยดอกไม้มายื่นให้
“ไม่นะทิพย์ อย่านะลูก”
อัปสรเห็นหน้ามนต์ทิพย์แล้วเดาได้ว่าลูกคิดอะไรอยู่
“ไม่ต้องไปฟังมัน รับกรวยนี่ไว้ ยกขึ้นเหนือหัว แล้วพูดว่าฉันจะเลี้ยงผีของยาย”
มนต์ทิพย์ยื่นมือออกไปรับช้าๆ
“อย่าเชื่ออีละอองคำนะมนต์ทิพย์”
ปิ่นเมืองพุ่งเข้าขัดขวางมนต์ทิพย์ ผีเจ้าปรากฏกายขวางไว้
“หาใช่กงการของเจ้าไม่ อีปิ่นเมือง ไปให้พ้นหน้าข้า”
ผีเจ้ากระชากปิ่นเมืองจนล้มเซ ปิ่นเมืองจะสู้ แต่ถูกผีเจ้าจับหัวไว้ แล้วกระชากเข้าหาตัว หายวับไปนอกบ้านพร้อมกัน ผีเจ้าผลักปิ่นเมืองเซล้มลงไป
“ไป อย่ามายุ่งกับการของข้า”
“อีผีต่างวงศ์ คิดทำลายเชื้อเครือเมืองนาย”
“เมืองนายไม่มีแล้ว อย่าเพ้อพกอีปิ่นเมือง”
“แต่ผีหลวงเมืองนายและผีปู่ย่าเมืองนายก็ยังอยู่ เจ้าจะทำเยี่ยงนี้กับเชื้อเครือเมืองนายไม่ได้”
ผีเจ้าวูบเข้าหา บีบคอปิ่นเมือง
“ก็ไม่ใช่เพราะเจ้าดอกรึ ปิ่นเมืองที่ทำให้ละอองคำมันรับเลี้ยงข้า เพราะเจ้า เพราะเจ้า ไปได้แล้ว”
ผีเจ้าผลักปิ่นเมืองกระเด็นหายไป

ละอองคำยื่นกรวยดอกไม้ให้มนต์ทิพย์ มนต์ทิพย์ทำท่าจะรับ แต่รุ้งแก้วกับอัปสรร้องห้ามไว้
“อย่านะ อย่า”
มนต์ทิพย์รับกรวยมาถือไว้ อัปสรร้องไห้ คร่ำครวญเสียงเครือ
“อย่านะทิพย์ หนูรับปากแม่แล้วนะ”
“เจ้าจะยอมพ่ายแพ้พวกมันตลอดไปรึ เจ้าจะให้มันข่มเหงดูถูกเหยียดหยามเยี่ยงนี้ต่อไปรึ มนต์ทิพย์ ผีของยายช่วยเจ้าได้ ยกกรวยดอกขึ้นเหนือหัวสิ หลานยาย”
มนต์ทิพย์ตัดสินใจ ค่อยๆ ยกขึ้น กายทิพย์ของอัปสรถลาเข้าขวาง แต่ผีเจ้าปรากฏตัวผลักไป กายทิพย์เลือนหายไป รุ้งแก้วมองมนต์ทิพย์น้ำตาไหล
“มนต์ทิพย์ เชื่อยายนะ อย่า”
ผีเจ้าถลึงตาใส่รุ้งแก้ว มนต์ทิพย์ตัดสินใจยกขึ้นเหนือหัว
“หนูจะรับเลี้ยงผีของยายตลอดไป”
ฟ้าผ่าเปรี้ยง รุ้งแก้วสะเทือนใจ ร้องไห้ แล้วเลือนหายไป ผีเจ้ากับละอองคำหัวเราะเสียงดัง ปิ่นเมืองมองดู หน้าเครียด
“หามีผู้ใดเลวเท่าเจ้าอีกแล้ว ละอองคำ สมแล้วที่เจ้าไม่สมรักกับเจ้าพี่ราบฟ้า สมแล้วที่เจ้าพ่อเกลียดเจ้า สมแล้วที่คนทั้งเมืองนายชิงชังเจ้า อีละอองคำ”

กายทิพย์ของรุ้งแก้วซวนเซกลับเข้าร่างด้วยความเสียใจที่ไม่อาจช่วยมนต์ทิพย์ไว้ได้
พอเข้ากายหยาบ รุ้งแก้วก็ล้มพับลง อัปสรฟุบอยู่ด้วยความเหนื่อยอ่อน ก็ลืมตาขึ้น
“คุณน้าขา”
อัปสรประคองรุ้งแก้วขึ้น รุ้งแก้วลืมตาอย่างเหนื่อยอ่อน
“จิตของน้าไม่สงบ น้าไม่มีพลังมากพอ”
“แล้วเราจะช่วยมนต์ทิพย์ได้ยังไงคะ”
“มีคนเดียวเท่านั้นที่พอจะช่วยได้”
รุ้งแก้วฝืนสังขารนั่งสมาธิอีกครั้ง อัปสรคอยดูแลอย่างใกล้ชิด น้ำตาไหลพราก
“แม่ชีเจ้าขา ช่วยมนต์ทิพย์ด้วยเจ้าค่ะ”
ภาพในสมาธิ กายทิพย์ของแม่ชีน้อมปรากฏขึ้นในกุฏิ
“จิตที่ไม่เป็นสมาธิพอย่อมไม่มีพลัง ลืมแล้วรึรุ้งแก้ว”

แฟรงค์ขับมาตามถนน บุญสลักนั่งมาด้วย คอยมองสองข้างทางตลอดเวลา
“โทรไปเช็กตามโรงพยาบาลก็ไม่มี สถานีตำรวจก็ไม่มี ฉันว่าเราแจ้งความเถอะว่ะ ฉันเป็นห่วงไอ้ทิพย์”
“ฉันก็ห่วงทิพย์มากเหมือนกัน ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนทิพย์ ผมขอโทษ อย่าเป็นอะไรนะทิพย์”

เจ้านาง ตอนที่ 14 (ต่อ)

ละอองคำนั่งประจันหน้ามนต์ทิพย์ที่ถือกรวยดอกไม้ด้วยท่าทีประหม่า วิตก
 
“ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น หลานกำลังจะได้อำนาจที่ไม่มีใครยับยั้งได้”
แมวดำที่หน้าละอองคำ หัวเราะสะใจผสานกับเสียงแมวร้องน่ากลัว
“ข้ากำลังจะเป็นอิสระแล้ว ข้ารอเวลานี้มานาน”
มนต์ทิพย์มองอย่างตระหนก
“อย่ากลัว หลานยาย ยายฝากความเป็นผู้สืบทอดไว้กับแมวดำ รอเวลาที่หลานจะมารับเอาไป”
ละอองคำค่อยๆ สลายร่างรวมกับแมวดำ กลายเป็นแมวดำตัวใหญ่เท่าคน กายทิพย์ของแม่ชีน้อม รุ้งแก้วกับอัปสรปรากฏเหนือศีรษะ
“เจ้าพี่ อย่าให้หลานต้องตกนรกทั้งเป็นเลยนะเจ้าคะ”
“ทิพย์ อย่ารับนะลูก อย่ารับเลี้ยงผีของยาย”
แมวดำหันไปขู่เสียงดังน่ากลัวมนต์ทิพย์ตกใจที่เห็นแม่
“คุณแม่”
ผีเจ้าปรากฏร่างขึ้นตรงหน้ามนต์ทิพย์ มองแม่ชีน้อม รุ้งแก้วกับอัปสรตาขุ่นขวาง
“หยุดสร้างเวรเถอะ ผีเจ้า ไม่มีใครหนีกฎแห่งกรรมได้พ้น”
“ตัดทางโลกแล้วก็จงอยู่ในส่วนของเจ้า อย่ามายุ่งกับกงการของข้า”
“เจ้ากำลังจะใช้มนต์ทิพย์ก่อกรรมชั่ว กำลังจะดึงให้มนต์ทิพย์ตกอยู่ในขุมนรกอเวจี เช่นนี้แล้ว จะให้ข้าดูดายได้อย่างไร”
“แต่เจ้าก็หยุดข้าไม่ได้ ดูให้ดีอีผู้ทรงศีล อีรุ้งแก้ว อีอัปสร มนต์ทิพย์กำลังจะกลายเป็นทาสของข้า”
ผีเจ้าหัวเราะ แมวขู่เสียงดัง รุ้งแก้วและอัปสรตะโกนเสียงดัง
“อย่า”
ผีเจ้าหายวับเข้าร่างแมวดำตัวใหญ่ แล้วแมวดำก็กระโจนหายเข้าไปในร่างมนต์ทิพย์
มนต์ทิพย์สะดุ้งเฮือก หงายหลังไป ทุกสรรพสิ่งเงียบสนิท รุ้งแก้วกับอัปสรช็อก จู่ๆ มนต์ทิพย์ก็ลุกนั่งพรวด ตาขุ่นขวาง มองรอบๆ แล้วระเบิดเสียงหัวเราะน่ากลัว
“มีใครหยุดข้าได้”
แม่ชีน้อมอยู่ในอาการสงบ อัปสรกับรุ้งแก้วเสียใจมากจนไม่อาจควบคุมสมาธิไว้ได้ กายทิพย์สั่นไหวแล้วพลิ้วหายไปในอากาศด้วยความเสียใจ มนต์ทิพย์หัวเราะสะใจ ตาขวาง

เขมิกานั่งที่เตียง ยิ้มสะใจ นึกถึงเหตุการณ์ที่ทุกคนประณามมนต์ทิพย์
“ในที่สุด ฉันก็กำจัดแกได้สำเร็จ นังมนต์ทิพย์”
ปิ่นเมืองปรากฏกายขึ้น
“เจ้าอย่ามัวฝันหวานอยู่เลย เขมิกาเหย”
“ท่าน”
“อีมนต์ทิพย์มันปลอดภัยดี หนำซ้ำตอนนี้ มันรับสืบทอดทายาทปอบจากยายของมันแล้ว”
“ปอบ หมายความว่า”
“ใช่ ตอนนี้อีมนต์ทิพย์มันกลายเป็นปอบเต็มตัวแล้ว เจ้าต้องระวังไว้ แต่ไม่ต้องกลัวมัน ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”
ปิ่นเมืองหันขวับมองประตู เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เขม นี่ย่านะลูก”
โฉมเปิดประตูเข้ามา มองไปรอบๆ ห้อง
“ย่าได้ยินเหมือนเสียงคนคุยกัน”
“เขมอยู่คนเดียว จะคุยกับใครได้ยังไงล่ะคะคุณย่า”
เขมิกาเอียงหน้าซบย่าประจบ แต่ตากวาดมองหาปิ่นเมืองไปรอบๆ ห้อง

อัปสรกับรุ้งแก้วยืนรอนอกรั้วบ้านมนต์ทิพย์ กระวนกระวาย ปีบวิ่งมาเปิดประตู
“เมื่อคืนคุณทิพย์บุกไปบ้านโน้นมา ไม่รู้กลับมาตอนไหน ปีบเคาะเรียกก็ไม่ยอมเปิด ทะเลาะกับคุณบุญสลักมาแน่ๆ เลยค่ะ”
“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกปีบ”
อัปสรถอนใจ รุ้งแก้วพึมพำเบาๆ เหมือนพูดกับตัวเอง
“เรื่องใหญ่กว่านั้นมาก”
อัปสรประคองรุ้งแก้วเข้าบ้าน ปีบมองตามงงๆ แต่ก็วิ่งตามไป อัปสรเคาะประตูห้องมนต์ทิพย์ ปีบร้อนใจไปกับอัปสรด้วย แต่ยังไม่รู้ความจริง
“มนต์ทิพย์ ลูก เปิดประตูให้แม่หน่อยสิจ๊ะ”
อัปสรกับปีบรออยู่สักครู่ เมื่อข้างในยังเงียบ ก็เคาะอีกครั้ง
“ทิพย์ ให้แม่เข้าไปหน่อยได้มั้ย”
“มนต์ทิพย์ เปิดประตูให้ยายเถอะลูก”
“คุณทิพย์ขา เป็นอะไรหรือเปล่าคะ นี่คุณนายกลับมาจากวัดแล้วนะคะ พาคุณยายรุ้งแก้วกลับมาด้วย เปิดประตูหน่อยเถอะค่ะ”
อัปสรร้องไห้ กลั้นไม่อยู่แล้ว

“ทิพย์ ออกมาพูดกับแม่สิลูก ทิพย์”

จู่ๆ ประตูก็เปิดผาง ไม่ให้ทุกคนตั้งตัว มนต์ทิพย์นั่งที่เตียงหันหลังให้ประตู
 
ปีบมองประตูกับทิพย์สลับไปมา งงๆ ว่าประตูเปิดได้อย่างไร อัปสรรีบเข้าไปในห้อง เธอห้อยพระที่คอด้วย
“หยุด ไม่ต้องเข้ามา”
“นี่แม่นะทิพย์ แม่เอง หันมาพูดกับแม่หน่อยสิลูก”
อัปสรถอดสร้อยพระมาถือไว้ มนต์ทิพย์หันขวับ ตาขวาง
“แกจะทำอะไร”
มนต์ทิพย์กระถดตัวหนีเล็กน้อย ให้รู้ว่าเริ่มกลัว
“เข้มแข็งนะมนต์ทิพย์ อำนาจพุทธคุณเท่านั้นจะช่วยหลานได้”
อัปสรขยับเข้าใกล้ทีละนิด
“ลูกยังไม่ได้ทำบาป รับพระไป แล้วลูกจะพ้นจากอำนาจของผีร้าย”
“อย่ามายุ่งกับข้า ไปให้พ้น”
“ทำไมพูดจากับคุณแม่ไม่เพราะเลยล่ะคะคุณทิพย์”
มนต์ทิพย์ตวัดตาไปทางปีบ เลียริมฝีปากอย่างหิวกระหาย
“ข้าจะกินให้หมดทุกคน”
“ว้าย คุณนายขา ผีเข้าคุณทิพย์แน่ๆ เลยค่ะ”
อัปสรยังก้าวเข้าไปเรื่อยๆ
“อย่าเชื่อยายเจ้านะมนต์ทิพย์ รับพระจากแม่อัปสรซะ”
มนต์ทิพย์ลุกหนี ถอยหนีไปเรื่อยๆ จนหลังติดผนัง
“รับพระไปนะลูก ทิพย์”
มนต์ทิพย์ได้สติ เริ่มหวั่นไหว
“แม่”
“รับพระไปนะลูก ยังไม่สายเกินไป”
อัปสรพุ่งเข้าหามนต์ทิพย์ คล้องพระใส่คอ แต่มนต์ทิพย์หลบ และใช้มือปัดได้ สร้อยพระจึงติดที่มือมนต์ทิพย์ มนต์ทิพย์กรีดร้องโหยหวน เจ็บปวด ร้อนมาก ปีบกับอัปสรรีบเข้าไปจับ แต่ถูกมนต์ทิพย์ผลักจนล้มลงทั้งคู่ แล้ววิ่งหนีออกไป
“ทิพย์ อย่าไป ทิพย์ กลับมาลูก กลับมา”
อัปสรกับปีบวิ่งออกไป รุ้งแก้วเศร้ามาก

แหวนกำลังทำความสะอาดชั้นบนบ้านบุญสลัก แช่มเดินเข้ามา
“เมื่อไหร่คุณนายจะกลับบ้านได้ ฮึ เจ๊แหวน”
“เอ๊ะ บอกไม่ให้เรียกเจ๊ๆ สมองเสื่อมหรือไง”
“เหอะน่า เออ นี่ ป้าว่าคุณทิพย์กับคุณบุญสลักจะยังไงเนี่ย ป้า”
“ไอ้ยังไงของเอ็งเนี่ย มันยังไงวะ”
“อ้าว ก็เล่นผลักแม่ผัวตกบันไดจนขาแทบหัก คุณหนูจะว่ายังไง”
แช่มพูดพลางเปิดประตูห้องบุญสลักเข้าไปจะทำความสะอาด มนต์ทิพย์นั่งหันข้างให้ อยู่ที่เตียง บรรยากาศสลัวๆ
“ว้าย ผีหลอก”
“ผีเผอที่ไหน เอ็งนี่ ขวัญอ่อนจริง อุ๊ย”
“หล่อน เอ๊ย คุณทิพย์มาตั้งแต่เมื่อไหร่”
“นั่นสิ ทำไมเราไม่เห็น”
มนต์ทิพย์หันขวับ มองตาขวาง สองคนสะดุ้ง รีบถอยออกมาห่างๆ
“ว้าย งั้นแช่มไปทำที่อื่นก่อนก็แล้วกันค่ะ”
แช่มรีบลากแหวนออกมา ถกกันเรื่องมนต์ทิพย์ นมผ่องเดินมา
“คุณทิพย์มาค่ะ คุณนม แต่ว่า เอ่อ คุณทิพย์ดูไม่เหมือนเดิมเลยนะคะ”
“ก็เราสองคนทำไม่ดีกับเธอไว้นี่นะ”
“มันไม่ใช่ยังงั้นสิคะคุณนม ตาคุณทิพย์งี้ขวางเชียวค่ะ ยังกะผีปอบ”
“นี่ๆ เลิกพูดเรื่องปอบเรื่องผีได้แล้ว ก็รู้อยู่ว่าคุณพักตร์เธอกุเรื่องปอบขึ้นมา รับสินบนเขามาด้วยไม่ใช่เรอะ เราสองคนน่ะ”
“อุ๊ย คุณนม อย่าพูดดังไปสิคะ เดี๋ยวคุณทิพย์ได้ยินเข้า แย่เลย นี่เราสองคนก็ยังงงอยู่เลยนะคะว่าเข้ามาในบ้านนี้ได้ยังไง”

“คุณทิพย์ไม่ใช่ลมซะหน่อยจะได้เข้ามาแล้วไม่เห็นตัว หล่อนสองคนมัวอู้งานอยู่ที่ไหนซะมากกว่า”

โฉมนั่งคุยกับเขมิกา เครียดๆ
 
“จู่ๆ ทำไมถึงถามย่าแบบนี้ล่ะฮึ”
“เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เขมก็แค่สงสัย”
โฉมเหม่อมอง นึกถึงเหตุการณ์ที่ฉัตรกับซ่อนกลิ่นถูกละอองคำควักไส้ เธอแตะสร้อยพระที่คอ
“ปอบน่ะมีจริง ไม่ใช่แค่ตำนานหรือเรื่องเล่าหรอกเขม ซ้ำร้าย บางทีมันก็อยู่ใกล้ตัวเราจนนึกไม่ถึง”
“คุณย่าหมายความว่ายังไงคะ”
โฉมยิ้มฝืนๆ
“ไม่มีอะไรหรอก รีบไปกันเถอะลูก”

ที่บ้านมนต์ทิพย์ อัปสร รุ้งแก้ว และพรเทพนั่งคุยกัน หน้าเศร้าๆ
“แม่ทำสำเร็จแล้วค่ะ ยัยทิพย์ยอมรับเลี้ยงผีของแม่แล้ว เราจะทำยังไงกันดีคะคุณอา”
“นั่นสิ อัปสร อาก็ไม่รู้จะทำยังไง สงสารหนูมนต์ทิพย์เหลือเกิน”
รุ้งแก้วยังเหนื่อยอ่อน
“ดิฉันพยายามห้ามแล้ว แต่มนต์ทิพย์คงถูกกดดันมาก จนหลงเชื่อเจ้าพี่ว่าจะมีอำนาจเหนือใครๆ ก็เลย”
อัปสรร้องไห้
“หนูสงสารลูก มนต์ทิพย์คงต้องทนทุกข์ทรมาน ถ้าเอาชีวิตหนูไปแล้วจะช่วยลูกได้ หนูก็ยินดีค่ะ คุณอา”
“มันต้องมีวิธีที่จะช่วยให้มนต์ทิพย์หลุดพ้นจากอำนาจของผีปอบสิ”
ทั้งสามครุ่นคิด เครียด
“ใช่ค่ะ มันต้องมีวิธี แม่ชีน้อมท่านว่า”
รุ้งแก้วเริ่มโงนเงน ล้มลงก่อนจะพูดจบ พรเทพตกใจ
“รุ้งแก้ว”
“คุณน้าคะ คุณน้า”
“พาไปโรงพยาบาลเถอะ”

เวลาต่อมา อัปสรเข็นรถเข็นพารุ้งแก้วออกจากห้องตรวจ
“เดี๋ยวไปรอตรงโน้นนะอัปสร”
พรเทพชี้บอก
“ค่ะ”
อัปสรเข็นรถไป เขมิกา โฉม กับพักตร์พริ้งเดินเข้ามาเห็นอัปสรพอดี เขมิการีบสะกิดให้พักตร์พริ้งดู ทั้งสองรีบวิ่งเข้ามาหาอัปสรกับรุ้งแก้ว คว้าแขนอัปสรกระชาก โฉมตามมาห่างๆ
“นี่เธอ”
“อุ๊ย”
“เห็นหน้าฉันทำไมต้องตกใจด้วย หายหัวไปไหนมา รู้มั้ยว่าลูกสาวหล่อนทำเรื่องอะไรไว้บ้าง”
อัปสรกลัวว่ามนต์ทิพย์จะไปฆ่าใครมา
“ทิพย์ เอ่อ ทิพย์ไปทำเรื่องอะไรหรือคะ”
“ก็ทิพย์น่ะสิคะ ตามไปอาละวาดบุญสลักถึงที่บ้าน ผลักคุณอาพวงครามจนตกบันได แข้งขาหัก โชคดีที่หัวไม่น็อกพื้นนะคะ”
อัปสรมือไม้สั่น
“เมื่อไหร่เหรอหนูเขม”
“เมื่อคืน”
พักตร์พริ้งมองอัปสรงงๆ
“เมื่อคืน แค่นั้นใช่มั้ย เอ่อ ฉันหมายถึงว่า ไม่มีเรื่องร้ายๆ อะไรเกิดขึ้นอีกใช่มั้ยคะ ดิฉันขอร้องนะคะคุณพักตร์ เมตตายัยทิพย์ อย่าดุ อย่าด่าให้แกโกรธเคืองนะคะ ดิฉันขอร้องล่ะค่ะ”
อัปสรยกมือไหว้ พักตร์พริ้งกับเขมิกาตกใจกับท่าทีของอัปสร ทั้งสองสบตากัน
"ไม่ต้องไหว้ฉันหรอกย่ะ ยังไงฉันก็ไม่ใจอ่อน"
 
"ถ้านังมนต์ทิพย์ยังหัวแข็งแบบนี้ ก็คงไม่โชคดีซ้ำสองหรอกนะ แล้วอย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน" 

พักตร์พริ้งแยกไป โฉมเดินเข้ามา
 
“นี่อัปสร เธอคิดว่าที่คุณพวงครามตกบันไดขาหักนี่ยังไม่ร้ายแรงอีกใช่มั้ย ใจคออำมหิตเหมือนแม่ไม่มีผิด”
รุ้งแก้วมองโฉม จำได้รีบขัดขึ้น
“คุณโฉมสบายดีหรือคะ”
โฉมสะดุด มองงงๆ จำไม่ได้
“อิฉันรุ้งแก้ว น้องสาวของเจ้าพี่ละอองคำ ไม่เจอกันเสียนานนะคะ”
โฉมจำได้แล้ว ยิ้มเชือดเฉือน
“จู่ๆ เธอก็หายตัวไป เลยนึกว่า”
“อิฉันไปบวชชีค่ะ ถือศีลเรื่อยมาจนถึงตอนนี้”
โฉมมองอย่างรู้ทัน
“ที่กลับมานี่แสดงว่าต้องมีเรื่องสำคัญ อย่างนั้นใช่มั้ย หวังว่าจะไม่มีเรื่องเดือดร้อนมาถึงฉันหรอกนะ แม่อัปสร”
พรเทพถือถุงยากลับมา
“อ้าว มาหาหมอ ไม่สบายเป็นอะไรหรือคุณโฉม”
“อิฉันสบายดี มาเยี่ยมคุณพวงครามน่ะค่ะ ถูกแม่ศรีสะใภ้ผลักตกบันได แข้งขาหักไม่รู้กี่ท่อนต่อกี่ท่อน คุณพี่มากับคนบ้านนี้ไม่กลัวบ้างเหรอคะ ใจคอมันอำมหิตผิดผู้ผิดคน”
โฉมแยกไป พรเทพส่ายหน้า อัปสรน้ำตาไหลพราก รุ้งแก้วรีบปลอบ
“อัปสร หนูทำดีที่สุดแล้ว อย่าคิดอะไรมากนะ”
“คุณโฉมนี่ นิสัยไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่สาวยันแก่”
พรเทพบ่นพึมพำ

พวงครามนอนบนเตียง ขาเข้าเฝือก ฟังพักตร์พริ้งพูดด้วยความตกใจ
“เสียดายคุณพี่ไม่ได้เห็นกับตา แหม นังแม่มันนะคะ ยกมือไหว้น้องปะหลกๆ บอกว่าให้เมตตาลูกสาวมัน”
“หรือว่าทางโน้นเขาจะรู้สึกผิดคะ คุณพักตร์”
“รู้สึกผิดตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะค่ะ”
เขมิกาคิดถึงเรื่องที่ปิ่นเมืองบอกว่ามนต์ทิพย์รับปอบแล้ว
“แต่เขมว่า ดูเหมือนคุณน้าอัปสรจะห่วงอะไรสักอย่างนะคะ เหมือนกลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรร้ายแรง”
“คิดมากน่า ยัยเขม ไม่มีอะไรหรอก ก็คงอยากจะให้คุณพวงครามเมตตาลูกสาวนั่นแหละ”
“ฝันไปเถอะค่ะ คุณแม่ แล้วนี่ ตาบุญสลักไปไหน หรือว่ามัวไปเฝ้านังเมียหัวแข็งนั่นอยู่”
“ก็ยุ่งๆ เรื่องคดีนั่นแหละค่ะ ตะกี้โทรมาบอกว่าขอกลับไปอาบน้ำก่อนแล้วจะรีบมาโรงพยาบาล”
“ค่อยยังชั่ว แบบนี้ค่อยแยกตาบุญสลักออกจากนังนั่นได้ง่ายหน่อย”
เขมิกาสบตาโฉม ยิ้มสะใจที่ใครๆ ก็อยากได้ตัวเองเป็นสะใภ้

ตอนเย็น ใกล้ค่ำ มนต์ทิพย์แต่งตัวสวยงาม หน้าตาสดใส นั่งอยู่ในห้องนอนบ้านบุญสลัก บุญสลักเปิดประตูเข้ามา เธอรีบเดินเข้าไปหา
“กลับมาแล้วหรือคะ ทิพย์มารอคุณตั้งแต่กลางวัน”
“คุณมาได้ยังไง”
“ก็ทิพย์เป็นห่วงคุณนี่คะ”
“ทิพย์ เอ่อ เรื่องเมื่อคืน คือผม”
มนต์ทิพย์ปิดปากบุญสลัก
“ช่างมันเถอะค่ะ ทิพย์ไม่อยากให้คุณเอาเรื่องไร้สาระพวกนั้นมาคิดให้รกสมองอีกแล้ว”
บุญสลักกอดมนต์ทิพย์ ประคองไปนั่งที่เตียง
“ตอนนี้ทิพย์ไม่อยากพบใคร ทิพย์อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ คุณอย่าบอกใครนะคะว่าทิพย์มาอยู่ที่บ้านคุณ รับปากทิพย์ได้มั้ย”
“ได้สิครับ”
“บุญสลักคะ ทิพย์อยากแยกไปซื้อบ้านอยู่ตามลำพัง แค่เราสองคน”
“ผมเองก็อยากทำแบบนั้น แต่ตอนนี้ผมยังไม่พร้อม”
“คุณกังวลเรื่องเงินใช่มั้ยคะ บุญสลักคะ นับจากนี้ คุณไม่ต้องกังวลอีกแล้วล่ะค่ะ”
มนต์ทิพย์จูงมือบุญสลักไปที่มุมห้อง ซึ่งมีหีบสมบัติตั้งอยู่ บุญสลักตกใจ
“นี่มันอะไรกันหรือ ทิพย์”
“สมบัติของทิพย์ไงคะ สมบัติของทิพย์ที่คุณยายเก็บไว้ให้ บุญสลักคะ คุณไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรทั้งนั้น เราย้ายออกไปอยู่กันสองคนนะคะ”
“เอ่อ”
“คุณไม่รักทิพย์แล้วหรือคะ”
“รักสิครับ แต่แม่ผมยังป่วยอยู่โรงพยาบาล”
“งั้นทิพย์รอให้แม่คุณหายดีก่อน แล้วเราค่อยย้ายออกไปอยู่ด้วยกันสองคน จะไม่มีใครมายุ่งวุ่นวายให้เราต้องปวดหัวอีก นะคะ”

มนต์ทิพย์กอดสามีแน่นด้วยความรัก บุญสลักยังสงสัยไม่หายว่ามนต์ทิพย์ไปเอาเงินทองมาจากไหนมากมาย

เจ้านาง ตอนที่ 14 (ต่อ)

ตอนค่ำ บุญสลักยืนรอลิฟต์ในโรงพยาบาล ลิฟต์ลงมา เขาเดินเข้าไป ในขณะที่ลิฟต์อีกตัวลงมาถึง
 
อัปสรเข็นรถพารุ้งแก้วออกมา พร้อมพรเทพ แต่ประตูลิฟต์ของบุญสลักปิดพอดี เลยคลาดกัน

บ้านมนต์ทิพย์ยามค่ำ อัปสรห่มผ้าให้รุ้งแก้วซึ่งหลับอยู่
“หลานรอคุณน้าไม่ได้ หลานเป็นห่วงลูกเหลือเกินค่ะ”
ปีบนั่งอยู่ อัปสรหันมาสั่ง
“ถ้าฉันไม่กลับมา ปีบช่วยดูแลคุณน้าด้วยนะ มีอะไรให้โทรหาคุณอาพรเทพทันที เข้าใจมั้ย”
“ค่ะ ว่าแต่ คุณนายจะไปไหนหรือคะ”
อัปสรไม่ตอบ เบือนหน้าหนี ปาดน้ำตาทิ้ง แล้วรีบไปที่บ้านละอองคำ
“เป็นตายยังไง หนูก็ไม่ยอมให้แม่ทำร้ายมนต์ทิพย์”
อัปสรเดินเข้าไป ขึ้นบันได จู่ๆ นกแสกผีกระพือปีก แล้วบินผ่านหน้าไป อัปสรตกใจมาก ล้มลง ขนลุกซู่ มองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นมีอะไร
“แม่ใช่มั้ยคะ หนูรู้ว่าแม่อยู่ที่นี่ แม่ออกมาพูดกับหนูเถอะค่ะ”
อัปสรเดินไปจนถึงหน้าประตูห้องนอนของละอองคำ
“แม่ได้ยินหนูใช่มั้ย ออกมาสิคะ มาเอาชีวิตหนูไปเลย หนูขออย่างเดียว อย่าทำร้ายหลาน มนต์ทิพย์ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย”
อัปสรร้องไห้ ผลักประตูเข้าไปข้างใน หยุดอยู่ที่ตั่งที่ละอองคำนั่งเป็นประจำ
“แม่เอามนต์ทิพย์ไปซ่อนไว้ที่ไหน ปล่อยหลานเถอะค่ะ หนูขอโทษ หนูอกตัญญูที่ทิ้งแม่ไว้คนเดียว ถ้าแม่จะลงโทษ แม่ก็ลงโทษหนูสิคะ แต่อย่าทำให้มนต์ทิพย์กลายเป็นปอบ สงสารหลานเถอะค่ะ”
อัปสรปล่อยโฮ ซบหน้ากับตั่งที่ละอองคำเคยนั่งเป็นประจำ ผีเจ้าปรากฏที่มุมหนึ่ง ยิ้มเยาะ เดินเข้ามาทางด้านหลัง เสียงรุ้งแก้วดังขึ้น
“อัปสร กลับบ้าน”
อัปสรเงยหน้าขึ้นจากตั่ง ผีเจ้าหายไป
“เร็วสิ กลับบ้าน”
อัปสรได้สติ รีบลุกออกมา ผีเจ้าจะเข้าไปหาแต่ประกายแสงจากองค์พระที่อัปสรห้อยคออยู่ส่องประกายออกมา ผีเจ้าวูบหายไป อัปสรกลับมาถึงบ้านตัวเอง ร้องไห้ต่อหน้ารุ้งแก้ว
“ถ้าน้าไม่นั่งสมาธิตามไป เราก็คงเป็นเหยื่อของผีเจ้าแล้ว อย่าทำอย่างนี้อีกนะ”
“หนูเป็นห่วงลูก”
“เขาไม่อยากให้เราพบ ไว้เขาออกมาก่อน เราค่อยหาทางช่วยกัน พักผ่อนซะเถอะ”

แหวนกับแช่มกำลังเก็บล้างจานนครัว จู่ๆ ไฟดับพรึ่บ
“ว้าย เจ๊แหวน”
แช่มกระโดดกอด
“ขวัญอ่อนจริง นังแช่ม ทำข้าตกใจหมด”
“ก็จู่ๆ ไฟมันดับได้ยังไงล่ะป้า”
ไฟกะพริบๆ แล้วสว่างพรึ่บ
“ข้าว่าหมาคงเยี่ยวรดเสาไฟ เดี๋ยวก็มาเดี๋ยวก็ดับ”
แช่มถอนใจ จู่ๆ เสียงหมาหอนก็ดังขึ้น สองคนมองหน้ากัน
“เจ๊แหวน หมู่นี้บ้านเรามีอะไรแปลกๆ นะ ว่ามั้ย”
“พูดจาเลอะเทอะน่า นังแช่ม รีบทำๆ ซะให้เสร็จ จะได้รีบไปดูละคร”
จู่ๆ ไฟดับพรึ่บอีก ทั้งสองร้องตกใจ กระโดดกอดกัน กลัวมาก มนต์ทิพย์ยืนอยู่ที่มุมหนึ่ง แต่ทั้งสองไม่เห็น

“ทำไมมันน่ากลัวยังงี้ ฮือๆ ไม่มีใครอยู่ในบ้านเลย นังแช่ม ทำไงดี”

ที่โรงพยาบาล ตอนกลางคืน บุญสลักกุมมือพวงครามไว้ นมผ่องมองแม่ลูกรักกันด้วยความสุขใจ
 
“พรุ่งนี้คุณแม่ก็กลับบ้านได้แล้วนะครับ”
“แม่เบื่อโรงพยาบาลจะแย่แล้วลูก”
“อิฉันดีใจด้วยนะคะ”
“งั้นคืนนี้ผมค้างเป็นเพื่อนคุณแม่ เช้าจะได้กลับบ้านพร้อมกันเลย”
“ดีลูก แม่จะได้ไม่เหงา หมู่นี้อาพักตร์ก็ไม่ค่อยว่าง”
“เห็นว่ามีงานเลี้ยงน่ะค่ะคุณผู้หญิง”

งานเลี้ยงในโรงแรมหรู พักตร์พริ้งแต่งตัวสวยงามหรูหรา กำลังคุยกับเพื่อนไฮโซด้วยกันสองสามคน
“เดี๊ยนล่ะอิจฉาคุณพักตร์ ไม่ต้องเครียดว่าหุ้นจะตก ทองจะถูก”
“ใครว่าล่ะคะ พักตร์เองก็เหนื่อยสายตัวแทบขาด ก็แหม ทรัพย์สินที่คุณพ่อสร้างไว้ไม่ใช่น้อยๆ พักตร์ต้องดูแลกับคุณพี่พวงครามกันอยู่แค่สองคน บางทีเหนื่อยจนไม่อยากได้อยากมีอะไรเลยค่ะ”
“พูดเหมือนปลงนะคะ”
“ตัวคนเดียว ไม่รู้จะหาไปทำไมมากมาย นี่ก็ตั้งใจว่าจะขายทิ้งไปบ้างจะได้เที่ยวรอบโลกสักรอบ”
คณิตลอบมองพักตร์พริ้งเป็นระยะ หน้าตาเจ้าเล่ห์
“แล้วหลานบุญสลักล่ะคะ กลับมาจากอังกฤษแล้วไม่ใช่เหรอคะ”
“อุ๊ย รายนั้นน่ะไม่แตะเลย จบวิศวฯ มาน่ะค่ะ ชอบความท้าทาย นี่ก็กำลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ อีกหน่อยคงจะเปิดบริษัทของตัวเอง”
พักตร์พริ้งรู้สึกตัวว่าถูกมอง หันไป เห็นคณิตมองตาเยิ้ม เธอเขินมาก แต่ทำเป็นไม่สนใจ
“แล้วคุณพวงครามไปไหนซะล่ะคะ ปกติก็เห็นออกงานคู่กัน”
พักตร์พริ้งมัวแต่เขิน แทบไม่ได้ยินคำถามของเพื่อน หันไปทางคณิตก็เห็นส่งสายตามา คณิตยกแก้วเหล้าเป็นเชิงชวนทักทาย พักตร์พริ้งระบายยิ้มไว้ตัว

บุญสลักห่มผ้าให้พวงคราม มีความสุขกันทั้งแม่ลูก
“คุณแม่พักผ่อนนะครับ”
“จ้ะ”
เงาดำวูบผ่านไปมา พวงครามเห็น
“เอ๊ะ นั่น”
เงาดำวูบผ่านบุญสลักและนมผ่อง สองคนถูกสะกด นิ่งงัน ตาค้างแล้วฟุบหลับไป ประตูห้องเปิดออก
“บุญสลัก บุญสลัก นมผ่อง”
มนต์ทิพย์เดินเข้ามาในห้อง
“แก แกมาได้ยังไง ช่วย”
พวงครามชะงัก อ้าปากค้าง มนต์ทิพย์ยิ้ม ตาแดงฉาน น่ากลัวมาก

พักตร์พริ้งกำลังจะหยิบแก้วไวน์จากบริกร แต่กลับมีแก้วไวน์ยื่นมาตรงหน้าแทน
“อุ๊ย”
คณิตยิ้มกรุ้มกริ่ม ก้มหัวน้อยๆ ให้ พักตร์พริ้งเขินมาก
“ผมคณิตครับ ยินดีที่ได้รู้จักคุณพักตร์พริ้ง”
พักตร์พริ้งตาโต ใส่จริตมาก
“รู้จักพักตร์ด้วยเหรอคะ”
“ผมรู้จักคุณพักตร์พริ้งข้างเดียวมานานแล้วล่ะครับ”
พักตร์พริ้งเขิน พูดไม่ออก
“ให้เกียรติเต้นรำกับผมสักเพลงนะครับ”
คณิตยื่นมือออกมา พักตร์พริ้งคิดอยู่ครู่ แล้ววางมือบนมือคณิต ยิ้มหวานให้กัน

พวงครามกำลังช็อก มนต์ทิพย์ยืนติดเตียงคนไข้ ยิ้มน่ากลัว
“ได้ข่าวว่าคุณหมอจะให้กลับบ้านได้แล้วใช่มั้ยคะ”
พวงคราม อึดอัด กลัว พยายามจะร้อง แต่ร้องไม่ออก ขยับตัวไม่ได้ มนต์ทิพย์มองหน้าแล้วมองต่ำไปจนถึงท้อง
“แหม ดูท่าไส้คุณแม่นี่คงจะเด้งน่าดู รสชาติคงอร่อยพิลึกนะคะ”
มนต์ทิพย์ชูนิ้วขึ้น ทำท่าจะจิ้ม พวงครามเบิกตาโพลง มนต์ทิพย์หัวเราะหยัน เสียงแม่ชีน้อมดังขึ้น

“มนต์ทิพย์ จงตั้งจิตให้มั่น ให้เข้มแข็ง มารจะครอบงำเจ้าไม่ได้”

มนต์ทิพย์ชะงัก พวงครามจะมองแต่มองไม่เห็น กายทิพย์ของแม่ชีน้อมปรากฏขึ้นในห้อง เสียงผีเจ้าโต้ตอบ
 
“อย่ามายุ่งเรื่องของข้า ไปให้พ้น”
พวงครามเห็นผีเจ้าก็ยิ่งหวาดกลัว
“หากเจ้าไม่หยุดก่อกรรม ข้าก็ไม่อาจนิ่งเฉย จงรับกระแสบุญจากเราเถอะผีเจ้า”
ประกายบุญส่งแสงระยิบระยับโปรยปรายลงมาใส่มนต์ทิพย์ ผีเจ้ากรีดร้องออกมาเบาๆ แล้ววูบหายไป
“สาระแนเรื่องของข้าดีนัก ฝากไว้ก่อนเถอะ”
มนต์สะกดคลายลง พวงครามกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง บุญสลักกับนมผ่องตกใจ รีบจับพวงครามซึ่งกรีดร้องไม่หยุด พยาบาลวิ่งเข้ามา ช่วยกันจับ นมผ่องถอยออกมา
“มันเกิดอะไรขึ้นกันคะ คุณหนู ตะกี้ยังดีๆ อยู่เลย”
บุญสลักมองพวงครามกรีดร้องด้วยความสงสาร และสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
มนต์ทิพย์ปรากฏกายขึ้นตรงสนามหน้าบ้านบุญสลัก เสียงหมาหอนดังขรม ผีเจ้าปรากฏตรงหน้า
“ข้าหิว”
มนต์ทิพย์กวาดตามองไปรอบๆ หยุดที่หมากลุ่มหนึ่งซึ่งกำลังเห่าหอน เธอเดินตรงไป

ตอนเช้า แช่มกับแหวนช่วยกันกวาดสนามหญ้าหน้าบ้าน จู่ๆ แหวนชะงัก ร้องเสียงหลง
“ตายแล้ว ตายๆๆ”
แช่มทิ้งไม้กวาด วิ่งไปหา
“อะไรเจ๊แหวน ใครตาย”
แหวนชี้มือ แช่มมองตาม เห็นหมานอนตายไส้ทะลัก ทั้งสองเบือนหน้าหนี“ทำไมมาตายในบ้านเราได้ล่ะเจ๊ ท้องแตกไส้ทะลักยังกะถูกปอบกิน”
“ข้าจะไปรู้เรอะ รีบจัดการเถอะ ก่อนที่มันจะเน่าเหม็นไปทั้งบ้าน”
ทั้งสองทำท่าเกี่ยงงอนกันไปมา แขยงด้วยกันทั้งคู่ เขมิกาเดินเข้ามา “เกิดอะไรขึ้นเหรอ ป้าแหวน แช่ม”
“อุ๊ย คุณเขม”
เขมิกามองตามแหวนแช่มชี้ แล้วทำหน้าขยะแขยงเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจ เธอชะงัก นึกบางอย่างขึ้นมาได้ ยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วเดินมาในบ้าน
“บ้านเงี้ยบเงียบ ไม่มีใครอยู่เลยเหรอ”
แหวน แช่มมองหน้ากัน แช่มมองชั้นสอง กลัวมนต์ทิพย์จะลงมา แล้วความจะแตก
“มีอะไรเหรอ”
“อุ๊ย ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ตั้งแต่คุณพวงครามเข้าโรงพยาบาล บ้านก็เงียบแบบนี้แหละค่ะ”
เขมิกาพยักหน้ารับ ควักเงินยื่นเงินให้แหวน แช่ม คนละห้าร้อย ทั้งสองรับเงินด้วยอาการดีใจ
“อย่าลืมล่ะ ถ้าเห็นอะไรผิดปกติรีบโทรบอกฉันทันที”
“ค่า คุณเขม รับรองจะไม่ให้เล็ดลอดสายตาแหวนเลยล่ะค่ะ”
“แต่อย่าบอกคุณอาทั้งสองนะ ฉันกลัวท่านไม่สบายใจ”
“ได้เลยค่ะ คุณเขม”
รถเขมิกาแล่นออกประตูไป แหวนแช่มปิดประตู ยิ้มให้กัน ดีใจที่ได้เงิน
“แหม คุณเขมนี่ดี๊ดีนะ คุณนายไม่อยู่ ก็มาช่วยดูแลบ้านให้”
“นั่นสิป้า หน้าตาก็สวย จิตใจก็งดงามเนาะ”

มนต์ทิพย์ยืนอยู่ที่หน้าต่างชั้นบน จ้องเขม็ง

กลางคืน บุญสลักนอนหลับสนิท กอดมนต์ทิพย์ไว้ มนต์ทิพย์ลุกขึ้น ยกแขนที่พาดกอดออกจากตัว
พวงครามนอนอยู่ในห้องคนไข้ นมผ่องนอนอยู่ที่นอนของญาติ มนต์ทิพย์เข้ามายืนข้างเตียง จับมือพวงคราม พวงครามลืมตา แล้วเบิกโพลง
“อ๊าย ออกไป แกมาทำไม ออกไป”
นมผ่องผวาตื่นขึ้น แต่มองไม่เห็นมนต์ทิพย์ ถลามากอดพวงคราม
“คุณผู้หญิง ฝันร้ายเหรอคะ”
“ไม่ๆ นมผ่อง นังทิพย์มา มาที่นี่ มันจะกินฉัน ช่วยด้วย”
“มีที่ไหนคะ ไม่มีใคร ห้องนี้ก็มีแต่นมผ่องกับคุณผู้หญิงเท่านั้น”
นมผ่องเหลียวมองไปทางอื่น พวงครามเห็นหน้านมผ่องกลายเป็นมนต์ทิพย์
“โอ๊ย ไป ช่วยด้วยๆๆ”
พยาบาลรีบวิ่งเข้ามา เปิดไฟ
“เป็นอะไรคะ”
“ช่วยด้วย ฮือๆ น่ากลัว”
“ไม่มีอะไรนะคะ สงสัยว่าต้องส่งคุณหมอให้ตรวจสภาพจิตแล้วล่ะค่ะ พรุ่งนี้ถ้าญาติมาเยี่ยม ช่วยบอกกับเคาน์เตอร์พยาบาลด้วยนะ”
“ค่ะ”
“นอนซะนะคะ ถ้านอนไม่หลับจะทานยานอนหลับมั้ย”
“ฉันไม่ได้เป็นอะไร ฉันเห็นผีจริงๆ มันจะกินไส้ฉัน ฮือๆ”
พวงครามเบือนหน้าหนี ร้องไห้

ที่ห้องนอนรุ้งแก้ว ภายในบ้านอัปสร รุ้งแก้วนั่งสมาธิ กายทิพย์แม่ชีน้อมปรากฏมีรัศมีแห่งธรรมล้อมรอบ
“จิตอิฉันไม่นิ่งเลยค่ะ แม่ชี หามนต์ทิพย์ยังไงก็ไม่พบ”
“เจ้าตัวเขาไม่อยากให้เราพบต่างหาก รุ้งแก้ว”
“อิฉันห่วงลูกเหลือเกินเจ้าค่ะ ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง” กายทิพย์ของอัปสรพูดขึ้น
“มนต์ทิพย์ไปหาพวงคราม”
อัปสรร้อนใจมาก
“ทิพย์ทำอะไรคุณพวงครามหรือเปล่าคะ”
อัปสรไม่สามารถควบคุมจิตได้ หลุดจากสมาธิ ร้องไห้ รุ้งแก้วลืมตา ปลอบ
“อย่าเสียใจเลย อัปสร คุณพวงครามยังปลอดภัยดี”
“แล้วถ้ามนต์ทิพย์ไม่ยอมเลิกราล่ะคะ หนูไม่อยากให้ลูกทำบาป”
อัปสรหมองเศร้า จิตไม่เป็นสมาธิอีกเลย รุ้งแก้วกอดอัปสร ปลอบใจ กายทิพย์ของแม่ชีน้อม เลือนหายไป

มนต์ทิพย์นอนซมบนเตียงในบ้านบุญสลัก โทรมไม่สวยงาม บุญสลักแต่งตัวไปทำงานเสร็จแล้ว มองภรรยาด้วยความเป็นห่วง
“ไปหาหมอดีกว่ามั้ยทิพย์”
มนต์ทิพย์ตอบโดยไม่สบตา
“ทิพย์ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ นอนพักเดี๋ยวก็หาย”
บุญสลักมองด้วยความเป็นห่วง จะเดินไปเปิดม่านให้แสงเข้าห้อง
“อย่าค่ะ ปิดไว้แบบนี้แหละดีแล้ว”
“แต่ว่า”
“คุณไปทำงานเถอะค่ะ”
“ทิพย์อยากได้อะไรเรียกแหวนกับแช่มนะครับ”
บุญสลักหอมมนต์ทิพย์ แล้วเดินลงบันได แช่ม แหวน รออยู่
“คุณหนูจะรับอาหารเช้าเลยมั้ยคะ”
“ไม่ล่ะ จะรีบไปโรงพยาบาล”
“ไม่รับซะหน่อยล่ะคะ เช้านี้มีข้าวต้มปลากะพงฮ้อม หอมค่ะ”
“ยกขึ้นไปให้คุณทิพย์ก็แล้วกัน อ้อ ทิพย์ไม่ค่อยสบาย ฝากดูด้วยนะ เผื่อจะเรียกใช้อะไร”
“ค่ะ คุณหนู”

แหวน แช่ม มองตามบุญสลักจนลับตา แล้วสบตากัน ทำท่าขนลุก

จบตอนที่ 14
กำลังโหลดความคิดเห็น...